เพียงเห็นภาพอาคารที่สมมาตรงดงามสะท้อนอยู่กับสายน้ำ ก็ชวนให้รู้สึกราวกับอยู่ต่อหน้าภาพของดินแดนสุขาวดี สถานที่แห่งนี้เดิมเป็นวิลล่าของฟูจิวาระ โนะ มิจินางะ (Fujiwara no Michinaga) ผู้มีอำนาจในสมัยเฮอัน ก่อนที่บุตรชายของเขา โยริมิจิ (Yorimichi) จะสืบทอดต่อและเปิดเป็นวัดในปี ค.ศ. 1052 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 และหลังการบูรณะในปี ค.ศ. 2014 ก็เชื่อกันว่ามีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับช่วงก่อตั้งมากขึ้น
อามิดะโดที่ประดิษฐานพระอมิตาภพุทธะองค์ประธานเป็นจุดห้ามพลาด ความงดงามอันยิ่งใหญ่แบบสมมาตรน่าจะทำให้คุณหยุดมองอยู่นาน ในช่วงก่อตั้งนั้น แนวคิดเรื่องการไปสู่สุขาวดีหลังความตายกำลังได้รับความนิยม จึงสร้างอาคารนี้ขึ้นโดยมีภาพลักษณ์ของพระราชวังในดินแดนสุขาวดีเป็นต้นแบบ เมื่อมองจากด้านหน้า ตัวอาคารมีลักษณะคล้ายนกกางปีก และบนหลังคายังมีนกโฮโอ 1 คู่ประดับอยู่ จึงเป็นที่รู้จักในชื่อ “โฮโอโด” มาตั้งแต่ต้นสมัยเอโดะ ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ
ที่ “พิพิธภัณฑ์เบียวโดอิน โฮโชคัง” มีการจัดแสดงสมบัติล้ำค่าจำนวนมากที่สืบทอดมาจากวัดเบียวโดอิน เช่น ระฆังวัด นกโฮโอ และรูปปั้นโพธิสัตว์บูชาท่ามกลางหมู่เมฆ ภายในยังมีการจำลองลวดลายตกแต่งสีสันสดใสของโฮโอโดให้ชมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ด้วย
ภายในบริเวณวัดมีร้านชาญี่ปุ่นเฉพาะทาง “ซาโบ โทกะ” ซึ่งสามารถลิ้มลองมัตฉะหรือเซนฉะพร้อมขนมญี่ปุ่นได้ เนื่องจากวัดเบียวโดอินตั้งอยู่ในอุจิ แหล่งผลิตชาชื่อดัง ใบชาที่ใช้จึงเป็นชาอุจิในรูปแบบ “เบลนด์ออริจินัลเฉพาะวัดเบียวโดอิน” หากมาเยือนสถานที่พิเศษแห่งนี้ อย่าพลาดดื่มชาถ้วยพิเศษที่หาดื่มได้ที่นี่เท่านั้น
ภายในวัดยังสามารถเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติในแต่ละฤดูกาลได้ ทั้งซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีดอกวิสทีเรียบานประมาณ 10,000 ช่อ จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิสทีเรียที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนทุกปี
จุดเด่น
-
ความงามแบบสมมาตรของโฮโอโดที่ประดิษฐานพระอมิตาภพุทธะ เป็นจุดที่ไม่ควรพลาด
-
“พิพิธภัณฑ์เบียวโดอิน โฮโชคัง” เปิดให้เข้าชมสมบัติแห่งชาติหลายรายการ
-
ภายในบริเวณวัดที่ “ซาโบ โทกะ” สามารถดื่มชาสูตรออริจินัลเบลนด์ได้
-
ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระให้ชม ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้เปลี่ยนสี และยังสัมผัสธรรมชาติตามฤดูกาลได้ตลอด ดอกวิสทีเรียที่บานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมก็เป็นไฮไลต์สำคัญ