หากพูดถึงภาพจำของเมืองชิมาบาระ หลายคนน่าจะนึกถึงหอคอยปราสาทสีขาวแห่งนี้ก่อน ปราสาทชิมาบาระ (Shimabarajo) ตั้งอยู่บนเนินเขาที่เรียกว่าโมริดาเกะในเมืองชิมาบาระ และสร้างเสร็จโดยมัตสึคุระ บุงโนะคามิ ชิเกะมาซะ ตั้งแต่ปี 1618 โดยใช้เวลาประมาณ 7 ปี
ตัวปราสาทสร้างเลียนแบบรูปแบบการก่อสร้างปราสาทในช่วงอาซึจิ-โมโมยามะ โดยบริเวณฮมมารุมีหอคอยหลัก 5 ชั้น สูง 33 เมตร ส่วนด้านเหนือจัดวางนิโนะมารุและซันโนะมารุ พร้อมหอคอยขนาดใหญ่และเล็กตามจุดสำคัญโดยรอบ รอบปราสาทล้อมด้วยคูน้ำ และกำแพงหินตั้งตรงพร้อมเส้นโค้งอ่อนช้อย ซึ่งแม้เวลาจะผ่านไปครบ 400 ปีแล้ว ก็ยังคงรักษารูปลักษณ์ในยุคนั้นไว้ได้
หลังสร้างเสร็จ ปราสาทแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่พำนักของเจ้าเมือง 4 ตระกูล รวม 19 รุ่น ตลอดระยะเวลาประมาณ 250 ปี และยังผ่านเหตุการณ์กบฏชิมาบาระมาได้ แต่ภายหลังการปฏิรูปเมจิ ปราสาทถูกยกเลิกและรื้อถอน เหลือไว้เพียงกำแพงหินกับคูน้ำ ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ภายในปี 1964
ปัจจุบันภายในหอคอยหลักจัดแสดงเอกสารเกี่ยวกับประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนาในญี่ปุ่น เอกสารประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และวัตถุชาติพันธุ์วิทยา สามารถชมรูปปั้นมาเรียคันนงและภาพเหมือนของอามาคุสะ ชิโร่ (Amakusa Shiro) ได้ ส่วนชั้น 5 เปิดเป็นจุดชมวิว มองเห็นตัวเมืองชิมาบาระและภูเขามายามะได้อย่างชัดเจน
ทางฝั่งตะวันออกของปราสาทมี “หอคอยทัตสึมิ” อีกจุดหนึ่งที่น่าแวะชม ใกล้กันยังมี “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์เซโบ” ที่จัดแสดงผลงานของคิตามุระ เซโบ ผู้สร้างรูปปั้นสันติภาพ รวมถึง “อาคารฟื้นฟูการท่องเที่ยว” ที่แนะนำความเสียหายจากการปะทุของภูเขาไฟอุนเซ็นฟูเก็นดาเกะ
จุดเด่น
-
ทุกวันจะมีกองนักรบ “ชิมาบาระโจ นานามังโกกุ บุโชไต” ซึ่งเกี่ยวข้องกับปราสาทชิมาบาระ ผลัดเปลี่ยนกันมาต้อนรับนักท่องเที่ยว และในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีการแสดงการร่ายรำด้วย
-
ระฆังที่เรียกว่า “หอระฆังบอกเวลา” (บูรณะขึ้นใหม่) หล่อขึ้นตามคำสั่งของมัตสึไดระ ทาดาฟุสะ เจ้าแคว้นคนแรก
-
ภายในบริเวณปราสาทมีต้นบ๊วยแดงและบ๊วยขาวรวม 285 ต้น ส่วนข้างหอคอยหลักเป็นสวนบ๊วยฟุรุโนะ และพอถึงฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวาน
-
พอถึงฤดูร้อน จะได้เห็นดอกบัวบานอยู่ในคูน้ำ
-
สามารถเข้าชมปราสาทชิมาบาระยามค่ำคืนได้ (เฉพาะวันที่กำหนด กรุณาตรวจสอบกำหนดการจากเว็บไซต์ทางการ)