มาซัปโปโรทั้งทีจะพลาดหอนาฬิกาเมืองซัปโปโรได้ยังไง! แม้จะเล็กกว่าที่คิดนิดหน่อย แต่พอได้เห็นด้วยตาตัวเองก็ยังมีเสน่ห์มาก อาคารไม้ที่มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปีให้บรรยากาศแบบฮอกไกโดจริงๆ
ลองเข้าไปเดินชมด้านใน ดูข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในอดีต และฟังเสียงระฆังบอกเวลาตรงชั่วโมง ค่อยๆ สัมผัสเรื่องราวของเมืองนี้ เป็นสถานที่ที่ไม่ต้องใช้เวลานาน แต่คุ้มค่าที่จะแวะถ่ายรูปสักสองสามใบ
หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร | รีวิวของ 王小鈞
รีวิวอื่นๆ ของ 王小鈞
-
อัตสึตะ โฮไรเค็น สาขาหลัก
ร้านต้นตำรับของเมนูปลาไหลย่างชื่อดังของนาโกย่า “ฮิตสึมาบุชิ” ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1873 ในย่านหน้าประตูศาลเจ้าอัตสึตะ “ฮิตสึมาบุชิ” คือการนำปลาไหลย่างคาบายากิหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางบนข้าวในภาชนะที่เรียกว่า “โอฮิตสึ” และยังเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของอัตสึตะ โฮไรเค็น
มานาโกย่าทั้งทีจะพลาดข้าวหน้าปลาไหล 3 แบบได้ยังไง!
อัตสึตะ โฮไรเค็น สาขาหลักสมคำร่ำลือจริง ๆ รอคิวก็คุ้ม
ปลาไหลย่างหนังกรอบหอม เนื้อด้านในยังนุ่ม ราดซอสสูตรพิเศษที่เค็มหวานกำลังดี กินคำแรกก็หอมเต็มปากเต็มคำ แบบแรกกินข้าวหน้าปลาไหลเพื่อสัมผัสรสชาติดั้งเดิม แบบที่สองเติมสาหร่าย ต้นหอม และวาซาบิเพิ่มรสชาติ ส่วนแบบที่สามราดน้ำซุปให้เป็นข้าวหน้าปลาไหลโอฉะสึเกะ แต่ละแบบให้รสชาติแตกต่างกัน
ไม่แปลกใจเลยที่ได้รับความนิยมมานานหลายปี กินเสร็จแล้วยังคิดถึงรสชาตินี้ไม่หยุด
ถ้ามาเที่ยวนาโกย่า ต้องจัดข้าวหน้าปลาไหลสุดคลาสสิกชามนี้ไว้ในแผนเลย! -
-
ป่านอริตาเกะ
สถานที่ก่อตั้งของแบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารตะวันตก “นริตาเกะ” ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากทั่วโลก ปัจจุบันได้รับการจัดพื้นที่ให้เป็นสถานที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว โดยมีร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์กระจายอยู่ภายในบริเวณ อาคารอิฐแดงที่สร้างขึ้นในปี 1904 เป็นโรงงานแห่งแรกของบริษัทนิฮงโทกิ โกเมอิไกฉะ (ปัจจุบันคือ บริษัท นอริตาเกะ คัมปะนี ลิมิเต็ด)
นาโกย่าไม่ได้มีดีแค่ช้อปปิ้ง แต่ยังมีสถานที่สบายๆ แบบนี้ด้วย
ป่านอริตาเกะเป็นแหล่งกำเนิดของ Noritake แบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารชื่อดังของญี่ปุ่น ภายในยังคงมีโรงงานอิฐแดงอายุกว่าร้อยปี ให้บรรยากาศย้อนยุคเวลาเดินชม รอบๆ มีพื้นที่สีเขียวเยอะ จึงไม่รู้สึกเร่งรีบเหมือนเที่ยวในเมือง เดินเหนื่อยก็แวะนั่งคาเฟ่หรือชมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสวยๆ ได้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและใช้ชีวิตช้าลง
เดิมทีตั้งใจแค่แวะมาเดินเล่นระหว่างทาง แต่กลับชอบมากกว่าที่คิด เหมาะสำหรับการค่อยๆ เดินชมและใช้เวลาพักผ่อนแบบสบายๆ -
-
ศาลเจ้ายาซุอิ คมปิรากุ
ศาลเจ้าในเขตฮิกาชิยามะ เมืองเกียวโต ที่ประดิษฐานจักรพรรดิซูโตกุ มินาโมโตะ โนะ โยริมาสะ และเทพโอมุวะโนะนุชิซึ่งอัญเชิญมาจากศาลเจ้าโคโตฮิรางู จังหวัดซานุกิ เป็นที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่โบราณในชื่อ “ยาซุอิ โนะ คมปิระซัง” เหตุผลที่สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมในฐานะ “ศาลเจ้าตัดความสัมพันธ์” คือ “หินตัดสัมพันธ์ผูกสัมพันธ์” ภายในบริเวณศาลเจ้า เป็นก้อนหินขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายเอมะ สูงประมาณ 1.5 เมตร กว้างประมาณ 3 เมตร อยู่ข้างศาลบูชา และมีชื่อเสียงว่าเปี่ยมด้วยพลังในการตัดความสัมพันธ์ที่ไม่ดีและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่ดี
ทริปเกียวโตครั้งนี้ ที่พิเศษที่สุดคือได้มาศาลเจ้ายาซุอิ คมปิรากุ!
ที่นี่ดังมาก ไม่ได้มาขอเงินหรือขอความรัก แต่มาเพื่อ “ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิต” (ฮา)
เขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษ ลอดผ่านหินก้อนใหญ่แล้วนำกระดาษไปแปะ เชื่อกันว่าจะช่วยตัดคนหรือเรื่องไม่ดี รวมถึงโชคร้ายออกไป และนำพาความสัมพันธ์ดีๆ เข้ามา เห็นหลายคนตั้งใจลอดหินกันมาก ทั้งผู้ใหญ่และเด็กดูจริงจังสุดๆ เป็นภาพที่น่ารักดี หวังว่าจะทิ้งเรื่องไม่ดีทั้งหมดไว้ที่เกียวโต แล้วพาโชคดีกลับบ้านไปด้วย -






