
จากชินจูกุใช้เวลาประมาณ 10 นาที! 6 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในซุงินามิที่เต็มไปด้วยย่านหลากหลายสไตล์
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากใจกลางโตเกียว ลองแวะมาที่ “ซุงินามิ” ดูสักครั้ง
แต่ละโซนมีทั้งบรรยากาศและเสน่ห์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แค่เดินเล่นสำรวจเมืองต่าง ๆ ในซุงินามิก็เพลิดเพลินได้แล้ว
บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อาหาร และอีเวนต์ที่ควรรู้ เพื่อให้คุณเที่ยว “ซุงินามิ” ได้อย่างเต็มอิ่ม
จากสถานีชินจูกุเดินทางมาได้ภายใน 10 นาที ลองใช้บทความนี้เป็นไกด์แล้วแวะมาเยือน “ซุงินามิ” ที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และร้านค้ามีสไตล์กันดู
ซุงินามิเป็นสถานที่แบบไหน?
ถัดออกมาทางฝั่งตะวันตกของ 23 เขตพิเศษของโตเกียว คือ “เขตซุงินามิ”
มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 8 และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 6 ของ 23 เขต จึงถือเป็นเขตเมืองขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ทั่วพื้นที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และร้านค้ากระจายตัวอยู่มากมาย โดยแต่ละย่านก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไปอย่างชัดเจน
บางโซนเป็นย่านถนนการค้าที่รวมร้านค้าหลากหลายไว้มากมาย บางโซนเป็นย่านที่อยู่อาศัยเงียบสงบและสวยงาม หรือเป็นพื้นที่แข่งขันกันของร้านราเม็งชื่อดังและร้านยอดนิยม เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยย่านที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน
อีกหนึ่งเสน่ห์ของ “ซุงินามิ” คือมีการจัดงานที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น เทศกาลโตเกียวโคเอ็นจิอะวะโอโดริ และเทศกาลทานาบาตะอาซางายะ
เดินทางได้สะดวกจากทั้งสถานีโตเกียวและสถานีชินจูกุ จึงน่าลองเพิ่มไว้ในแผนเที่ยวโตเกียวของคุณ
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจของย่านหลักใน “ซุงินามิ” กัน ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนได้เลย

โคเอ็นจิ เมืองที่คุณจะได้พบของน่าสนใจ
โคเอ็นจิ อยู่ห่างจากสถานีชินจูกุโดยรถไฟสายจูโอประมาณ 6 นาที เป็นย่านที่ผู้คนสายครีเอทีฟและผู้ที่มีรสนิยมมักจับตามองมาโดยตลอด ด้วยความรู้สึกว่า “ถ้าไปที่นี่จะได้เจอของน่าสนใจ”
รอบสถานีมีถนนการค้าทั้งด้านเหนือและใต้เรียงต่อกันหลายสาย ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก โดยมีคาเฟ่ ร้านของใช้กระจุกกระจิก และร้านอาหารตั้งเรียงรายหลากหลาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะ “เมืองแห่งเสื้อผ้ามือสอง” เพราะมีร้านเสื้อผ้าวินเทจให้เลือกมากมาย

อาซางายะ เมืองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสงบงาม
อาซางายะตั้งอยู่ห่างจากสถานีชินจูกุโดยรถไฟ JR สายจูโอประมาณ 8 นาที
รอบสถานีมีถนนนากะสึกิโดริที่ทอดยาวไปทางเหนือและใต้ โดยมีแนวต้นเซลโควาที่สวยงามทั้งช่วงใบไม้ผลิสีเขียวสดและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง อีกทั้งยังมีพื้นที่สีเขียวริมแม่น้ำเซ็มปุกุจิกาวะซึ่งเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมในฤดูใบไม้ผลิ แม้อยู่ใกล้ใจกลางเมือง แต่กลับให้บรรยากาศสงบสบายคล้ายชานเมือง

โอกิคุโบะ สมรภูมิราเม็งที่รวมร้านดังไว้มากมาย
โอกิคุโบะตั้งอยู่ห่างจากสถานีชินจูกุโดยรถไฟ JR สายจูโอประมาณ 10 นาที ใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวในโตเกียวได้สะดวก เพราะที่นี่ยังเป็นสถานีต้นทางของรถไฟโตเกียวเมโทร และมีรถบัสประจำทางหลายสายให้บริการ
ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสมรภูมิราเม็ง โดยรอบสถานีมีทั้งร้านดังและร้านระดับตำนานกระจายอยู่มากมาย จึงเป็นย่านที่คนรักราเม็งไม่ควรพลาด

นิชิโอกิคุโบะ ย่านที่ได้พบร้านค้ามีเอกลักษณ์
นิชิโอกิคุโบะอยู่ห่างจากสถานีชินจูกุโดยรถไฟ JR สายจูโอประมาณ 12 นาที
รอบสถานีมีทั้งย่านกินดื่มในตรอกฝั่งทางออกใต้ และถนนการค้าตามแนวถนนเก่า ซึ่งกระจายตัวไปด้วยร้านของใช้ ร้านหนังสือเก่า และร้านแอนทีคที่สะท้อนรสนิยมและความเป็นตัวตนของเจ้าของร้านแต่ละแห่ง
หากลองเดินเล่นสำรวจ คุณอาจได้เจอร้านสวย ๆ ในมุมที่ไม่คาดคิดพร้อมความรู้สึกว่า “มีร้านแบบนี้อยู่ตรงนี้ด้วยหรือ!”

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของซุงินามิคือช่วงไหน?
“ซุงินามิ” มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร หรือสวนสาธารณะที่สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ทั้ง 4 ฤดู จึงเที่ยวได้สนุกทุกช่วงเวลา
หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ฤดูร้อนคือช่วงที่แนะนำ เพราะมีการจัดงานโคเอ็นจิอะวะโอโดริและเทศกาลทานาบาตะอาซางายะ
ลองเข้าร่วมอีเวนต์เหล่านี้ แล้วไปสัมผัสทั้งความคึกคักของ “ซุงินามิ” และวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นกัน
ช่วงเวลาจัดงานโดยทั่วไปมีดังนี้
- เทศกาลโตเกียวโคเอ็นจิอะวะโอโดริ
- วันเสาร์และวันอาทิตย์ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม
- เทศกาลทานาบาตะอาซางายะ
- โดยทั่วไปจัดในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของซุงินามิ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม): แจ็กเก็ตบาง ๆ หรือเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- สำหรับฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบายและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อโค้ต
- ช่วงฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์): เสื้อโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปซุงินามิอย่างไร?
สถานีหลักของ “ซุงินามิ” มี 4 แห่ง ได้แก่ สถานีโคเอ็นจิ สถานีอาซางายะ สถานีโอกิคุโบะ และสถานีนิชิโอกิคุโบะ
วิธีเดินทางและเวลาที่ใช้จากสถานีชินจูกุไปยังสถานีหลักของซุงินามิมีดังนี้
ทุกสถานีเดินทางแบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวน และใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงเดินทางสะดวกมาก
- ไปสถานี JR โคเอ็นจิ
- รถไฟด่วน JR สายจูโอ ใช้เวลา 6 นาที
- ไปสถานี JR อาซางายะ
- รถไฟด่วน JR สายจูโอ ใช้เวลา 8 นาที
- ไปสถานี JR โอกิคุโบะ
- รถไฟด่วน JR สายจูโอ ใช้เวลา 10 นาที
- ไปสถานี JR นิชิโอกิคุโบะ
- รถไฟด่วน JR สายจูโอ ใช้เวลา 12 นาที
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวซุงินามิ
ในแต่ละย่านอย่างโคเอ็นจิหรือโอกิคุโบะ มีสถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้ากระจุกตัวอยู่ค่อนข้างมาก จึงสามารถเดินเที่ยวได้สะดวก
ส่วนการเดินทางระหว่างย่านก็มีทั้งรถบัสประจำทางและรถไฟให้บริการอย่างครบครัน ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงได้มาก
6 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในซุงินามิที่ควรใช้เป็นแกนหลักของแผนเที่ยว
ถ้ากำลังมองหาจุดแวะหลักระหว่างเที่ยว “ซุงินามิ” ลองเริ่มจากสถานที่ต่อไปนี้ได้เลย
มีครบทั้งสวนสวย สิ่งอำนวยความสะดวกด้านวัฒนธรรม และศาลเจ้าประวัติศาสตร์ที่น่าแวะเยือน
ลองใช้สถานที่ยอดนิยมที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นแกนหลัก แล้วออกไปสนุกกับการเที่ยว “ซุงินามิ” และย่านต่าง ๆ รอบพื้นที่กัน
1. พิพิธภัณฑ์แอนิเมชันซุงินามิ มหาวิทยาลัยโตเกียวโคเง (Tokyo Polytechnic University Suginami Animation Museum)
เขตซุงินามิเป็น “เมืองแห่งแอนิเมชัน” ที่มีสตูดิโอผลิตอนิเมะรวมตัวกันมาตั้งแต่อดีต และปัจจุบันมีจำนวนสตูดิโอมากที่สุดในญี่ปุ่น
พิพิธภัณฑ์แอนิเมชันซุงินามิที่ตั้งอยู่ในเขตนี้ เป็นสถานที่แห่งแรกของญี่ปุ่นที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแอนิเมชันอย่างครบวงจร
ภายในใช้ทั้งภาพเคลื่อนไหวและภาพประกอบในการแนะนำประวัติของอนิเมะญี่ปุ่น หลักการของแอนิเมชัน และขั้นตอนการผลิต

2. สวนโอตากุโระ
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยอันเงียบสงบ เดิมเป็นพื้นที่บ้านพักของโมโตโอะ โอตากุโระ นักวิจารณ์ดนตรี (ค.ศ. 1893-1979) ก่อนจะได้รับการพัฒนาเป็นสวนสาธารณะประจำเขตและเปิดให้เข้าชมทั่วไปในปี ค.ศ. 1981
ภายในมีจุดน่าสนใจมากมาย ทั้งสวนญี่ปุ่นแบบเดินชมที่จัดไว้อย่างงดงาม “คิเน็นคัง” ซึ่งเป็นอาคารทรงตะวันตกอันหาได้ยากในยุคนั้น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1933 และเคยเป็นห้องทำงานของคุณโอตากุโระ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ (ชั้น 2 โดยปกติไม่เปิดให้เข้าชม) รวมถึง “ห้องน้ำชา” แบบสุกิยะ

3. ศาลเจ้าโอมิยะฮาจิมังกู
ศาลเจ้าโอมิยะฮาจิมังกูสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1063 โดยมินาโมโตะ โนะ โยริโยชิ นักรบในสมัยเฮอัน และนับเป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าสำคัญของแคว้นมูซาชิ โดยมีเทพเจ้าหลักคือฮาจิมังโอคามิ (จักรพรรดิโอจิง) และประดิษฐานเทพเจ้ารวม 3 องค์ในฐานะเทพคุ้มครองครอบครัว จึงเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่องการขอพรให้คลอดบุตรปลอดภัยและการเลี้ยงดูบุตร อีกทั้งยังตั้งอยู่บริเวณที่ถูกขนานนามว่าเป็น “สะดือแห่งโตเกียว” จึงได้รับความนิยมในฐานะจุดพลังศักดิ์สิทธิ์ด้วย

4. ศาลเจ้าอาซางายะชินเมกู
ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาซางายะ เขตซุงินามิ โตเกียว และอุทิศแด่เทพอามาเทราสึ โอมิคามิ
มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า หลังจากยะมะโตะ ทาเครุพักระหว่างทางกลับจากการศึกทางตะวันออก ชาวบ้านที่เลื่อมใสในวีรกรรมของท่านจึงได้สร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้น และนั่นคือที่มาของศาลเจ้าอาซางายะชินเมกู
สำหรับคนที่สนใจ เรื่อง “ฮาจินันโยเกะ” คือการปัดเป่าเคราะห์ภัยและอุปสรรคทั้งปวงในโลกปัจจุบัน และศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่เดียวในญี่ปุ่นที่ประกอบพิธีนี้

5. บ่อปลามุซาชิโนะเอ็น
สวนวาดะโบริซึ่งเป็นสวนสาธารณะของมหานครโตเกียวในเขตซุงินามิ แผ่ขยายไปตามแม่น้ำเซ็มปุกุจิกาวะ
ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวอุดมสมบูรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย เช่น สนามกีฬาและลานบาร์บีคิว มีบ่อตกปลาแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในมุมหนึ่งของสวน
ในบ่อตกปลา 5 บ่อมีปลาคาร์ปและปลาอื่น ๆ ให้ตก โดยค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใหญ่รวมค่าเบ็ดเช่าและเหยื่อแล้วอยู่ที่ 800 เยนต่อ 1 ชั่วโมง จุดเด่นคือมาใช้บริการได้ง่าย
ที่นี่ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ และมีโมเดลฉลามยักษ์โผล่ขึ้นมาจากบ่อให้ชมด้วย

6. ศาลเจ้าอากาศ
ศาลเจ้าแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่มีไว้เพื่ออธิษฐานเรื่องสภาพอากาศโดยเฉพาะ
งานเทศกาลประจำปี (เทศกาลอุตุนิยมวิทยา) จัดขึ้นให้ตรงกับวันที่ 1 เดือนมิถุนายน ซึ่งเป็น “วันรำลึกอุตุนิยมวิทยา” อันเกี่ยวเนื่องกับการก่อตั้งสถานีอุตุนิยมวิทยาแห่งแรกของญี่ปุ่น
เมื่อมาเยือน อย่าลืมแวะที่สำนักงานศาลเจ้าเพื่อรับของมงคลกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น “ฮาเระมาโมริ” เครื่องรางที่อธิษฐานขอให้ท้องฟ้าแจ่มใสและให้จิตใจสดใสตามไปด้วย รวมถึงของที่ระลึกดีไซน์ลวดลายเกี่ยวกับสภาพอากาศซึ่งเหมาะจะซื้อเป็นของฝากให้คนสำคัญ

อิ่มอร่อยกับเครื่องดื่มและอาหารญี่ปุ่น! 3 ร้านอาหารแนะนำในซุงินามิ
ถ้าแวะมาเที่ยว “ซุงินามิ” เรื่องกินก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม
โดยเฉพาะอิซากายะ คุณจะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ พร้อมอาหารและเครื่องดื่มอย่างเต็มที่
ถ้ามาเยือน “ซุงินามิ” อยากชวนให้ลองแวะร้านที่แนะนำต่อไปนี้กันสักครั้ง
1. โยเนะคิว
ร้านเฉพาะทางโอเด้งใกล้ทางออกเหนือของสถานีอาซางายะ ที่สามารถกินโอเด้งได้ตลอดทั้งปี
เสน่ห์อีกอย่างคือหน้าร้านสไตล์ย้อนยุคที่มีโคมไฟห้อยเรียงราย
ที่นี่ยังมีเมนู “โอโซมัตสึคุง” ซึ่งทำขึ้นโดยจำลองโอเด้งของตัวละครชิบิตะจากมังงะชื่อดัง

2. บาร์โดยะ
เมนูขึ้นชื่อคือซาชิมิไก่ชะโมะร็อก ไก่ระดับพรีเมียมที่ได้รับคัดเลือกโดยสำนักพระราชวังญี่ปุ่น
เนื้อไก่สดมาก และเมนูซาชิมิมีจำนวนจำกัด นอกจากนี้ยังมีเมนูให้เลือกอีกมาก เช่น ยากิโทริ หม้อไฟ และด้งต่าง ๆ

3. ฮารุกิยะ ราเม็งสไตล์จีน สาขาใหญ่โอกิคุโบะ
ร้านเก่าแก่ที่สืบทอดรสชาติดั้งเดิมมายาวนานกว่า 70 ปี พร้อมพัฒนาและใส่ใจในรายละเอียดตามยุคสมัย เพื่อเสิร์ฟราเม็งสไตล์จีนที่ดีที่สุด
แม้ไม่ไหลตามกระแส แต่ราเม็งชามนี้อัดแน่นด้วยความพิถีพิถันในความเรียบง่าย จนมีลูกค้าประจำที่มากินต่อเนื่องถึง 3 รุ่น และยังคงครองใจนักชิมรวมถึงคนดังที่ขึ้นชื่อเรื่องการกินมาอย่างยาวนาน

สัมผัสความคึกคักและวัฒนธรรมดั้งเดิม! 2 อีเวนต์ใหญ่ของซุงินามิ
ถ้าอยากเห็นบรรยากาศคึกคักของ “ซุงินามิ” แบบชัด ๆ ลองดูช่วงเทศกาลประจำปีเอาไว้ได้เลย
เทศกาลเหล่านี้มักจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมของทุกปี และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือน ถือเป็นภาพแทนของฤดูร้อนใน “ซุงินามิ”
หากคุณวางแผนมาเที่ยวซุงินามิในช่วงนั้น อย่าพลาดลองสัมผัสบรรยากาศคึกคักของเทศกาลเหล่านี้ด้วยตัวเอง
1. เทศกาลโตเกียวโคเอ็นจิอะวะโอโดริ
งานนี้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1957 ภายใต้ชื่อ “โคเอ็นจิบากะโอโดริ”
ปัจจุบัน “เทศกาลโตเกียวโคเอ็นจิอะวะโอโดริ” มีผู้ชมมาเยือนมากกว่า 1 ล้านคนในทุกปี
ในบรรดางานอะวะโอโดริที่จัดทั่วญี่ปุ่น งานนี้มีขนาดใหญ่เป็นรองเพียงจังหวัดโทคุชิมะซึ่งเป็นต้นกำเนิด ถือเป็นสีสันประจำฤดูร้อนของย่านนี้
งานจัดขึ้นทุกปีในวันเสาร์และวันอาทิตย์ของสัปดาห์สุดท้ายในเดือนสิงหาคม
มีเวทีการแสดง 8 จุดรอบสถานีและตามถนนการค้า โดยกลุ่มนักเต้นที่เข้าร่วมจะหมุนเวียนไปแสดงตามแต่ละเวที

2. เทศกาลทานาบาตะอาซางายะ
“เทศกาลทานาบาตะอาซางายะ” จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ถนนการค้าอาซางายะเพิร์ลเซ็นเตอร์ ซึ่งอยู่ใกล้ทางออกใต้ของสถานีอาซางายะ
งานนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954 โดยมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดของผู้คนในย่านการค้าที่ต้องการฟื้นคืนความคึกคักให้กับเมืองหลังสงคราม
ภายในอาเขตของถนนการค้าอาซางายะเพิร์ลเซ็นเตอร์ จะประดับด้วยของตกแต่งทานาบาตะหลากสีสันและหุ่นกระดาษขนาดใหญ่สุดยูนีก พร้อมทั้งมีร้านแผงลอยจากคนท้องถิ่นมาตั้งเรียงราย
เพียงเดินเล่นในถนนการค้าที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้ก็สนุกแล้ว แถมยังสามารถชมของประดับทานาบาตะอันสวยงามไปพร้อมกับเพลิดเพลินกับการชิมของกินระหว่างทางได้อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวซุงินามิ
Q
ถ้าอยากกินราเม็งในซุงินามิ ควรไปที่ไหน?
แนะนำโอกิคุโบะ ซึ่งเป็นย่านสมรภูมิราเม็งที่รวมทั้งร้านดังและร้านยอดนิยมไว้มากมาย
Q
หากเดินทางจากสถานีชินจูกุไปซุงินามิ ใช้เวลาประมาณเท่าไร?
หากนั่งรถไฟด่วน JR สายจูโอ จะไปถึงโคเอ็นจิได้ใน 6 นาที
บทสรุป
“ซุงินามิ” มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อาหาร และอีเวนต์ที่ชวนให้แวะสำรวจ โดยแต่ละย่านก็มีเสน่ห์ต่างกันออกไป
ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วค่อย ๆ ออกไปเที่ยว “ซุงินามิ” ที่เต็มไปด้วยย่านหลากหลายเอกลักษณ์กัน
โตเกียวยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมาก เมื่อออกจากซุงินามิไปแล้วก็ยังมีที่ให้ค้นพบต่ออีกเยอะ
ลองดูบทความด้านล่างประกอบ แล้วออกไปค้นพบจุดหมายใหม่ ๆ ที่คุณยังไม่เคยไปกัน