ชมทิวทัศน์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์! 19 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโทจิงิ

ชมทิวทัศน์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์! 19 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโทจิงิ

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

จังหวัดโทจิงิ (Tochigi) มีสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และอาหารอร่อยมากมาย โดยมีเมืองมรดกโลกนิกโก (Nikko) และรีสอร์ตบนที่ราบสูงท่ามกลางขุนเขาอย่างนาสุ (Nasu) เป็นศูนย์กลาง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของแหล่งออนเซ็นชั้นนำแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันโต
ด้วยสถานที่น่าสนใจจำนวนมาก การวางแผนเที่ยวจึงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย
บทความนี้จึงคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อาหาร และที่พักในโทจิงิมาแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังลังเลว่าจะวางแผนอย่างไร
ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วคุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของโทจิงิอย่างเต็มที่

โทจิงิเป็นสถานที่แบบไหน?

จังหวัดโทจิงิตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือสุดของที่ราบคันโต
ธรรมชาติอันงดงามทำให้ที่นี่มีทิวทัศน์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู
โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ภาพของอาคารเก่าแก่ที่รายล้อมด้วยสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วงชวนให้สัมผัสถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
“ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก คือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโทจิงิที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลก
“ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” หมายถึงอาคาร 103 หลังของศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Nikko Toshogu Shrine) วัดรินโนจิแห่งนิกโกซัง (Nikkozan Rinnoji Temple) และศาลเจ้านิกโกฟุตาระซัง (Nikko Futarasan Shrine) รวมถึงโบราณสถานโดยรอบ สถานที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานและรุ่งเรืองในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความเชื่อเรื่องภูเขาตั้งแต่สมัยคามาคุระเป็นต้นมา
ในสมัยเอโดะมีการสร้างศาลเจ้านิกโกโทโชกูเพื่อประดิษฐานดวงวิญญาณของโชกุนโทกูงาวะ อิเอยาซุ และโทกูงาวะ อิเอมิตสึ พื้นที่นี้จึงคึกคักไปด้วยผู้มาสักการะและผู้ที่เกี่ยวข้องกับวัดและศาลเจ้า

โทจิงิมีผืนดินและภูมิอากาศอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังเกิดภัยพิบัติน้อย จึงกล่าวกันว่าพืชผลทางการเกษตรแทบทุกชนิดเติบโตได้ดี ในบรรดาผลผลิตของจังหวัด สตรอว์เบอร์รีครองอันดับ 1 ด้านปริมาณการผลิตของญี่ปุ่นมานานกว่าครึ่งศตวรรษ จนโทจิงิได้รับฉายาว่า “อาณาจักรสตรอว์เบอร์รี โทจิงิ
ที่นี่ยังมีฟาร์มและจุดเก็บสตรอว์เบอร์รีให้เลือกมากมาย หากมาเยือน อย่าลืมสัมผัสเสน่ห์ของสตรอว์เบอร์รีโทจิงิ

ทิวทัศน์เมืองโทจิงิที่งดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู
ทิวทัศน์เมืองโทจิงิที่งดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู

เที่ยวโทจิงิช่วงไหนดี?

ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวโทจิงิคือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน
ที่นี่มีจุดชมธรรมชาติสวยงามมากมาย โดยเฉพาะถนนอิโรฮะซากะ (Irohazaka) นิกโก ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) และโอคุนิกโก (Okunikko) ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ล้วนมีทิวทัศน์โดดเด่น
ความต่างของระดับความสูงยังทำให้ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีหลากหลายเฉด

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของโทจิงิ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): แจ็กเก็ตและเสื้อสเวตเตอร์บาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือเสื้อโค้ต
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตหนา

เดินทางไปโทจิงิอย่างไร?

ไม่ว่าจะใช้ชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษ JR หรือรถบัสด่วน ก็เดินทางจากโตเกียวได้ภายใน 1–2 ชั่วโมง
รถบัสด่วนจากสถานีโตเกียวไปโทจิงิมีหลายเที่ยว จึงเป็นอีกตัวเลือกที่แนะนำ

วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวโทจิงิ

การท่องเที่ยวภายในจังหวัดโทจิงิสะดวกด้วยรถไฟและรถบัส
หากใช้บัตรโดยสารแบบไม่จำกัดเที่ยวสำหรับรถไฟและรถบัส ซึ่งมีให้เลือกตามพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น รอบนิกโกและคินูกาวะ ก็จะเที่ยวได้ทั้งคุ้มค่าและสะดวกสบาย

เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจ! 19 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโทจิงิ

โทจิงิเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งธรรมชาติอันงดงาม อาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และสวนสนุกสำหรับทั้งครอบครัว
ในบรรดาสถานที่เหล่านี้ ศาลเจ้านิกโกโทโชกูซึ่งเป็นมรดกโลก และทะเลสาบชูเซ็นจิที่สวยงามในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เป็นสถานที่ยอดนิยมที่ควรแวะไปเยือน
นอกจากนี้ยังมีสถานที่ให้ใกล้ชิดกับสัตว์น่ารักท่ามกลางธรรมชาติ และสวนสนุกอีกมากมาย จึงเหมาะกับทริปครอบครัว
ออกไปเที่ยวตามสถานที่ยอดนิยมต่อไปนี้ แล้วสนุกกับเสน่ห์อันหลากหลายของโทจิงิให้เต็มที่

แผนที่ท่องเที่ยวโทจิงิ
แผนที่ท่องเที่ยวโทจิงิ

1. ทะเลสาบชูเซ็นจิ

กล่าวกันว่าทะเลสาบแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ 20,000 ปีก่อน เมื่อลาวาจากการปะทุของภูเขานันไตปิดกั้นหุบเขา
ทะเลสาบตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,269 เมตร นับเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดของญี่ปุ่น
บริเวณริมทะเลสาบอันเงียบสงบที่ทอดตัวอยู่เชิงภูเขานันไต มอบทิวทัศน์สวยงามแตกต่างกันในแต่ละฤดู

ทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมทิวทัศน์หลากอารมณ์ตลอด 4 ฤดู
ทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมทิวทัศน์หลากอารมณ์ตลอด 4 ฤดู

2. ศาลเจ้านิกโกโทโชกู

ศาลเจ้านิกโกโทโชกูเป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานโทกูงาวะ อิเอยาซุ โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลโชกุนเอโดะ
ที่นี่ถือเป็นไฮไลต์หลักของการเที่ยวชมมรดกโลก “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” โดยมีหมู่อาคารศาลเจ้าอันวิจิตร 55 หลัง รวมสมบัติชาติ 8 หลังและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ 34 หลัง
ช่างฝีมือชั้นครูจากทั่วญี่ปุ่นร่วมกันตกแต่งอาคารด้วยเครื่องเขินและสีสันสดใส พร้อมประดับงานแกะสลักจำนวนมากตามเสาและส่วนต่างๆ

ศาลเจ้าที่ประดิษฐานโชกุนโทกูงาวะ อิเอยาซุ หนึ่งในมรดกโลกสำคัญของญี่ปุ่น
ศาลเจ้าที่ประดิษฐานโชกุนโทกูงาวะ อิเอยาซุ หนึ่งในมรดกโลกสำคัญของญี่ปุ่น

3. น้ำตกเคงอน

นิกโกมีน้ำตกมากมาย แต่น้ำตกเคงอน (Kegon Falls) อาจเรียกได้ว่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุด สายน้ำจากทะเลสาบชูเซ็นจิไหลตกจากหน้าผาสูง 97 เมตรอย่างทรงพลัง ให้ชมทั้งพลังอันยิ่งใหญ่และความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์

น้ำตกอันยิ่งใหญ่ที่ไหลลงจากหน้าผาสูง 97 เมตรในคราวเดียว
น้ำตกอันยิ่งใหญ่ที่ไหลลงจากหน้าผาสูง 97 เมตรในคราวเดียว

4. EDO WONDERLAND นิกโกเอโดะมูระ

นิกโกเอโดะมูระ (Nikko Edomura) คือสวนสนุกที่เปิดโอกาสให้สัมผัสยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ได้อย่างสมจริง
พื้นที่กว้างใหญ่จำลองภูมิทัศน์เมืองไว้อย่างละเอียด ทั้งถนนสายหลัก เมืองที่พักแรม ย่านร้านค้า หมู่บ้านนินจา และคฤหาสน์ซามูไร
ที่ร้านแปลงโฉม คุณสามารถเปลี่ยนจากชุดปกติเป็นชาวเอโดะ เช่น นินจา ซามูไร หรือเจ้าเมือง
ภายในยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย

สวนสนุกเชิงประวัติศาสตร์ที่จำลองยุคเอโดะ
สวนสนุกเชิงประวัติศาสตร์ที่จำลองยุคเอโดะ

5. พิพิธภัณฑ์โอยะ

หินโอยะซึ่งขุดได้ทั่วบริเวณใกล้ย่านโอยะ เมืองอุตสึโนมิยะ จังหวัดโทจิงิ เคยถูกนำไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้างของโรงแรมอิมพีเรียลหลังเดิม
พิพิธภัณฑ์โอยะ (Oya History Museum) ถ่ายทอดประวัติศาสตร์การทำเหมืองหินชนิดนี้
เหมืองเก่าใต้ดินเป็นพื้นที่ขนาดมหึมาประมาณ 20,000 ตารางเมตร ลึกจากพื้นดินเฉลี่ย 30 เมตร และจุดที่ลึกที่สุดถึง 60 เมตร ภายในมีการประดับไฟ จัดแสดงผลงานศิลปะ และฉายโปรเจกชันแมปปิง

พื้นที่เหนือจินตนาการซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครมากมาย
พื้นที่เหนือจินตนาการซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครมากมาย

6. โทบุเวิลด์สแควร์

พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโลกที่จำลองอาคารและแหล่งมรดกโลกในอัตราส่วน 1:25
ภายในจัดแสดงสถานที่ 102 แห่งจาก 21 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงมรดกโลกทางวัฒนธรรม 47 แห่ง ให้คุณสัมผัสประสบการณ์เสมือนเดินทางรอบโลกได้ภายใน 1 วัน

พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโลกที่จำลองอาคารและมรดกโลกในขนาดย่อส่วน
พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมโลกที่จำลองอาคารและมรดกโลกในขนาดย่อส่วน

7. นาสุแอนิมอลคิงดอม

นาสุแอนิมอลคิงดอม (Nasu Animal Kingdom) มีสัตว์ประมาณ 600 ตัวอาศัยอยู่บนพื้นที่กว้างใหญ่ราว 10 เท่าของโตเกียวโดม
ที่นี่ยังเลี้ยงสัตว์หายากซึ่งพบเห็นได้ไม่บ่อยในญี่ปุ่น จึงสนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
มีร้านอาหารและร้านค้าครบครัน เหมาะสำหรับใช้เวลาเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน และเป็นสถานที่ยอดนิยมของนาสุ

ให้อาหารสัตว์ได้หลากหลาย ทั้งอัลปากา แกะ ม้า เพนกวิน และแมวน้ำ
ให้อาหารสัตว์ได้หลากหลาย ทั้งอัลปากา แกะ ม้า เพนกวิน และแมวน้ำ

8. นาสุไฮแลนด์พาร์ก

สวนสนุกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคันโตตอนเหนือ แบ่งออกเป็น 7 โซน ได้แก่ “โคสเตอร์พลาซา” “ร็อกแอนด์โรลพลาซา” “กาแล็กซีแอนด์สตาร์พลาซา” “ทรอปิคานาพาร์ก” “คารูเซลพาร์กแอนด์วิกตอเรียนการ์เดน” “ฟอเรสต์แอนด์วอเตอร์แฟนตาซีแลนด์” และ “คิงส์คอร์ต”

มีทั้งโรงภาพยนตร์เครื่องเล่น VR และเครื่องเล่นที่ขึ้นพร้อมสุนัขได้! สวนสนุกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคันโตตอนเหนือ
มีทั้งโรงภาพยนตร์เครื่องเล่น VR และเครื่องเล่นที่ขึ้นพร้อมสุนัขได้! สวนสนุกขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคันโตตอนเหนือ

9. สวนดอกไม้อาชิคางะ

สวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park) ให้ชมดอกไม้ตามฤดูกาลภายใต้ 8 ธีม ได้แก่ “ต้นฤดูใบไม้ผลิ” “เทศกาลดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ” “เรื่องราวแห่งดอกวิสทีเรีย” “เรนโบว์การ์เดน” “บลู&ไวต์การ์เดน” “เหล่านางฟ้าดอกไม้ลอยเหนือผืนน้ำ” “เพอร์เพิลการ์เดน” และ “สวนดอกไม้แห่งแสง”

ซุ้มวิสทีเรียขนาดใหญ่อายุมากกว่า 150 ปี พร้อมความงามของดอกไม้ให้ชมได้ตลอดปี
ซุ้มวิสทีเรียขนาดใหญ่อายุมากกว่า 150 ปี พร้อมความงามของดอกไม้ให้ชมได้ตลอดปี

10. ล่องเรือแม่น้ำคินูกาวะ

แม่น้ำคินูกาวะ (Kinugawa) ไหลจากเหนือจรดใต้ผ่านพื้นที่ด้านตะวันออกของที่ราบคันโต
แม่น้ำสายนี้เป็นหนึ่งในสาขาของแม่น้ำโทเนะ และยาวถึง 176 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดในบรรดาแม่น้ำสาขา ริมแม่น้ำมีหินผาขนาดใหญ่สูงถึง 100 เมตรชื่อทาเตอิวะ และบริเวณโดยรอบมีทิวทัศน์สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู
กิจกรรมล่องเรือแม่น้ำคินูกาวะเปิดโอกาสให้สัมผัสความงามและพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีล่องผ่านหุบเขาที่เต็มไปด้วยโขดหินรูปร่างแปลกตา ด้วยฝีพายอันชำนาญของนายท้าย

ล่องเรือสบายๆ พร้อมชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละฤดู
ล่องเรือสบายๆ พร้อมชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละฤดู

11. โมบิลิตี้รีสอร์ตโมเตกิ

สนามแข่งมาตรฐานสากลซึ่งเปิดให้บริการในฤดูร้อนปี 1997 และเป็นสถานที่จัดการแข่งขันชื่อดังระดับโลก เช่น MotoGP™ และ Super GT
นอกจากชมการแข่งขันแล้ว ยังมีเครื่องเล่นและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงเป็นสวนสนุกที่ใช้เวลาได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ครบครันด้วยเครื่องเล่นด้านยานยนต์! สวนสนุกที่สร้างความประทับใจให้ทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่
ครบครันด้วยเครื่องเล่นด้านยานยนต์! สวนสนุกที่สร้างความประทับใจให้ทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่

12. น้ำตกยูดากิ

ทะเลสาบยูโนะตั้งอยู่เชิงภูเขานิกโกชิราเนะ หนึ่งใน 100 ภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น
น้ำตกยูดากิ (Yudaki Falls) อยู่ทางใต้สุดของทะเลสาบ มีความสูง 70 เมตรและยาว 110 เมตร
สามารถชมสายน้ำจากทะเลสาบไหลลงมาตามผาหินของลาวามิตาเกะ ซึ่งเคยปิดกั้นแม่น้ำยูกาวะจนเกิดเป็นทะเลสาบยูโนะ
ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 3 น้ำตกชื่อดังแห่งโอคุนิกโก ร่วมกับน้ำตกเคงอนและน้ำตกริวซุ

ชมทิวทัศน์อันทรงพลังจากจุดชมวิวที่อยู่ตรงหน้าแอ่งน้ำตก
ชมทิวทัศน์อันทรงพลังจากจุดชมวิวที่อยู่ตรงหน้าแอ่งน้ำตก

13. นาสุซาฟารีพาร์ก

นาสุซาฟารีพาร์ก (Nasu Safari Park) เปิดในปี 1980 บนที่ราบสูงนาสุที่อุดมด้วยธรรมชาติ มีสัตว์ป่าจากทั่วโลกประมาณ 700 ตัวจาก 70 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่อาศัยอย่างอิสระในพื้นที่เปิด
เลือกเที่ยวชมได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถบัส หรือรถบัสกรง “WILD RIDE”
จากภายในรถ คุณจะได้ชมพื้นที่อาศัยของสัตว์กินเนื้ออย่างสิงโตขาว สิงโต และเสือ รวมถึงสัตว์กินพืช เช่น ยีราฟ ฮิปโปโปเตมัส และแรดอย่างใกล้ชิด
รถบัสพร้อมไกด์มีคำบรรยายเกี่ยวกับสัตว์และช่วงเวลาให้อาหารสัตว์ด้วย

สิงโตอยู่ใกล้แค่เอื้อม! ชมชีวิตของสัตว์ป่าได้ต่อหน้า
สิงโตอยู่ใกล้แค่เอื้อม! ชมชีวิตของสัตว์ป่าได้ต่อหน้า

14. เหมืองทองแดงอาชิโอะ

เหมืองทองแดงอาชิโอะ (Ashio Copper Mine) เปิดดำเนินงานมาประมาณ 400 ปี ก่อนปิดในปี 1973 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
หลังปิดเหมือง มีการเปิดอุโมงค์บางส่วนให้เข้าชม เพื่อเรียนรู้ทั้งด้านสว่างและด้านมืดของประวัติศาสตร์เหมืองทองแดงอาชิโอะที่เคยสนับสนุนการพัฒนาญี่ปุ่น เมื่อนั่งรถรางเข้าไปในอุโมงค์สลัวที่ยาวประมาณ 460 เมตร จะพบหุ่นจำลองฉากการทำเหมืองในแต่ละยุค ทำให้เห็นว่างานในเหมืองหนักหนาเพียงใด

พิพิธภัณฑ์ที่อนุรักษ์ใจกลางเหมืองอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน 400 ปี ไว้ในสภาพดั้งเดิม
พิพิธภัณฑ์ที่อนุรักษ์ใจกลางเหมืองอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน 400 ปี ไว้ในสภาพดั้งเดิม

15. ที่ราบสูงนาสุ

“ที่ราบสูงนาสุ” หมายถึงพื้นที่ซึ่งแผ่ขยายตามเชิงเขาด้านใต้ของภูเขานาสุในตอนเหนือของจังหวัดโทจิงิ ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ระดับความสูงมากกว่า 1,000 เมตรของภูเขานาสุ ลงมาถึงประมาณ 300 เมตร
พื้นที่นี้เป็นรีสอร์ตที่รู้จักกันมายาวนานในชื่อ “หมู่บ้านออนเซ็นนาสุ” ซึ่งเป็นชื่อเรียกรวมของออนเซ็นที่กระจายอยู่ทั่วเมืองนาสุ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีทั้งฟาร์มปศุสัตว์และแหล่งช้อปปิ้งเป็นไฮไลต์

เหมาะสำหรับทริปครอบครัว! สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และพบกับสัตว์นานาชนิด
เหมาะสำหรับทริปครอบครัว! สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และพบกับสัตว์นานาชนิด

16. หุบเขาริวโอเคียว

หุบเขาริวโอเคียว (Ryuokyo Gorge) ทอดยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ระหว่างคาวาจิออนเซ็น หมู่บ้านออนเซ็นเล็กๆ ริมแม่น้ำ กับคินูกาวะออนเซ็น
เมื่อ 22 ล้านปีก่อน หินภูเขาไฟที่พ่นออกมาจากกิจกรรมของภูเขาไฟใต้ทะเล ค่อยๆ ถูกกระแสน้ำคินูกาวะกัดเซาะจนกลายเป็นรูปลักษณ์ในปัจจุบัน
ทิวทัศน์อันทรงพลังราวกับมังกรกำลังเลื้อยตามชื่อของหุบเขา ดึงดูดผู้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย

ตื่นตากับความงามยิ่งใหญ่ของหุบเขาที่เกิดจากโขดหินรูปร่างแปลก หินผาขนาดใหญ่ และสายน้ำใส
ตื่นตากับความงามยิ่งใหญ่ของหุบเขาที่เกิดจากโขดหินรูปร่างแปลก หินผาขนาดใหญ่ และสายน้ำใส

17. ถนนอิโรฮะซากะ

ถนนท่องเที่ยวยาว 15.8 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างตัวเมืองนิกโกกับทะเลสาบชูเซ็นจิ มี “อิโรฮะซากะสายที่ 1” สำหรับลงเขา และ “อิโรฮะซากะสายที่ 2” สำหรับขึ้นเขา รวมทั้งหมด 48 โค้ง จึงกล่าวกันว่าตั้งชื่อตามอักษร 48 เสียงในบทกลอน “อิโรฮะ”
สองข้างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของนิกโก โดยเฉพาะใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามมาก เนื่องจากมีระดับความสูงต่างกันถึง 440 เมตร ช่วงเวลาที่ใบไม้สวยที่สุดจึงแตกต่างกันตามระดับความสูง ทำให้ชมสีสันสดใสได้ยาวนาน จุดที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือวิวจากจุดชมวิวอาเคจิไดระ ซึ่งเดินทางขึ้นด้วยกระเช้าลอยฟ้าหลังแวะลงระหว่างทางที่อาเคจิไดระบนอิโรฮะซากะสายที่ 2

เส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามที่เป็นตัวแทนของนิกโก
เส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามที่เป็นตัวแทนของนิกโก

18. คินูกาวะออนเซ็น

คินูกาวะออนเซ็น (Kinugawa Onsen) ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำคินูกาวะในเมืองนิกโก เป็นแหล่งออนเซ็นยอดนิยมชั้นนำแห่งหนึ่งในคันโต ถูกค้นพบในสมัยเอโดะซึ่งพื้นที่นี้เป็นอาณาเขตของศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก ในเวลานั้นมีเพียงไดเมียวและพระสงฆ์ที่เดินทางกลับจากการสักการะนิกโกเท่านั้นที่ใช้บริการได้ เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิจึงเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้ และมีเรียวกังกับโรงแรมจำนวนมากเปิดตามหุบเขาคินูกาวะ ก่อนพัฒนาเป็นเมืองออนเซ็นขนาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย
น้ำพุร้อนเป็นออนเซ็นอัลคาไลน์ชนิดธรรมดาที่ไม่มีรสและไม่มีกลิ่น เข้าแช่ได้ง่าย ธรรมชาติยิ่งใหญ่ตามหุบเขาคินูกาวะก็เป็นอีกเหตุผลที่ได้รับความนิยม โดยสามารถชมทิวทัศน์อันงดงามของแต่ละฤดูตลอดปี ทั้งใบไม้เขียวสด ใบไม้เปลี่ยนสี และทิวทัศน์หิมะ

เมืองออนเซ็นที่ให้เพลิดเพลินกับหุบเขาอันยิ่งใหญ่และน้ำพุร้อนเก่าแก่ชื่อดัง
เมืองออนเซ็นที่ให้เพลิดเพลินกับหุบเขาอันยิ่งใหญ่และน้ำพุร้อนเก่าแก่ชื่อดัง

19. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนากางาวะแห่งจังหวัดโทจิงิ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนากางาวะแห่งจังหวัดโทจิงิ (Tochigi Nakagawa Aquatic Park) เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งเดียวในจังหวัด และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ตู้ปลาประมาณ 60 ตู้ภายในจัดแสดงสิ่งมีชีวิตจากแม่น้ำนากะ สายน้ำใสอันดับหนึ่งของภูมิภาคคันโตที่ไหลผ่านโทจิงิ แม่น้ำแอมะซอน และแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟของออสเตรเลีย รวมประมาณ 20,000 ตัวจาก 300 สายพันธุ์
ไฮไลต์อันทรงพลังคืออุโมงค์ตู้ปลาขนาดใหญ่แบบพาโนรามา 360 องศาที่จำลองแม่น้ำแอมะซอน เมื่อเงยหน้ามองสิ่งมีชีวิตประมาณ 100 สายพันธุ์ เช่น ปลาปิรันยาและปลาอะราไพมา ว่ายผ่านเหนือศีรษะ จะรู้สึกราวกับอยู่ใต้แม่น้ำแอมะซอน

หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น พบกับสิ่งมีชีวิต 300 สายพันธุ์จากแม่น้ำนากะ แม่น้ำแอมะซอน และแนวปะการัง
หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น พบกับสิ่งมีชีวิต 300 สายพันธุ์จากแม่น้ำนากะ แม่น้ำแอมะซอน และแนวปะการัง

5 ร้านอาหารยอดนิยมในโทจิงิ

อาหารท้องถิ่นอย่างเกี๊ยวซ่าก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของโทจิงิ
ต่อไปนี้คือร้านยอดนิยมที่คัดสรรมาแล้ว ทั้งร้านเกี๊ยวซ่าอุตสึโนมิยะชื่อดังที่ควรลองสักครั้ง และร้านอาหารที่ให้ลิ้มรสอาหารตะวันตกภายในอาคารเก่าแก่

1. คิรัสเสะ สาขาหลัก

คิรัสเสะ สาขาหลัก (Kirasse Main Store) คือสถานที่ในฝันของคนรักเกี๊ยวซ่า ที่ให้ชิมเกี๊ยวซ่าจากร้านยอดนิยมของอุตสึโนมิยะ เมืองแห่งเกี๊ยวซ่าชั้นนำของญี่ปุ่น ได้ในคราวเดียว บรรยากาศคล้ายพิพิธภัณฑ์เกี๊ยวซ่าอุตสึโนมิยะ ภายในมีพื้นที่รับประทานอาหาร 2 ส่วน ได้แก่ ร้านประจำและร้านหมุนเวียนรายวัน จุดเด่นคือสามารถเปรียบเทียบเกี๊ยวซ่าสูตรเฉพาะของร้านสมาชิกสมาคมเกี๊ยวซ่าอุตสึโนมิยะได้ในที่เดียว
พื้นที่ร้านหมุนเวียนมีเกี๊ยวซ่ามากกว่า 30 ชนิดสลับกันไปตามวัน เมนูแนะนำคือ “ชุดรวม” ที่เสิร์ฟเกี๊ยวซ่าจาก 5 ร้านในจานเดียว

พิพิธภัณฑ์เกี๊ยวซ่าอุตสึโนมิยะที่รวมร้านยอดนิยมไว้ในที่เดียว
พิพิธภัณฑ์เกี๊ยวซ่าอุตสึโนมิยะที่รวมร้านยอดนิยมไว้ในที่เดียว

2. อุตสึโนมิยะมินมิน สาขาหลัก

ร้านเก่าแก่ซึ่งเปิดในปี 1958 และเป็นหนึ่งในร้านตัวแทนของอุตสึโนมิยะ เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเกี๊ยวซ่า
สาขาหลักตั้งอยู่บนถนนมิยาจิมะ ซึ่งเรียงรายด้วยร้านเกี๊ยวซ่าจำนวนมากจนได้รับฉายาว่า “ถนนเกี๊ยวซ่า” และเปิดเป็นร้านเฉพาะทางด้านเกี๊ยวซ่ามาตั้งแต่ยุคที่แม้แต่ร้านอาหารจีนก็ยังมีไม่กี่แห่งที่เสิร์ฟเมนูนี้
เป็นร้านยอดนิยมที่ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวท้องถิ่นชื่นชอบ จนมีคิวในช่วงมื้อกลางวันแม้แต่วันธรรมดา

ร้านเฉพาะทางตัวแทนเมืองเกี๊ยวซ่าอุตสึโนมิยะ ที่ได้รับความรักมากกว่า 60 ปี
ร้านเฉพาะทางตัวแทนเมืองเกี๊ยวซ่าอุตสึโนมิยะ ที่ได้รับความรักมากกว่า 60 ปี

3. มาซาชิ สาขาหลักมิยาจิมะ

ร้านเฉพาะทางด้านเกี๊ยวซ่าบนถนนมิยาจิมะมาจิในอุตสึโนมิยะ เมืองเกี๊ยวซ่าชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งผู้คนเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “ถนนเกี๊ยวซ่า”
ด้วยความตั้งใจอยากให้ทุกคนได้ลิ้มรสเกี๊ยวซ่าที่อร่อยและราคาย่อมเยา เมนูจึงมีเพียงเกี๊ยวซ่าย่างและเกี๊ยวซ่าต้มเท่านั้น แม้จะยึดมั่นในรูปแบบเฉพาะตัวด้วยการไม่เสิร์ฟข้าวหรือเบียร์ แต่หน้าร้านก็มีผู้คนต่อแถวไม่ขาด และได้รับความไว้วางใจจากชาวท้องถิ่นอย่างมาก

ไม่มีทั้งข้าวและเบียร์ ร้านเฉพาะทางที่เสิร์ฟเฉพาะเกี๊ยวซ่า
ไม่มีทั้งข้าวและเบียร์ ร้านเฉพาะทางที่เสิร์ฟเฉพาะเกี๊ยวซ่า

4. เมนยะ โยสุเกะ

ร้านยอดนิยมที่เสิร์ฟ “ซาโนะราเม็ง” อาหารเส้นท้องถิ่นของเมืองซาโนะ จังหวัดโทจิงิ แม้ลักษณะเส้นและซุปจะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน แต่รูปแบบคลาสสิกคือซุปฐานโชยุและเส้นเหนียวนุ่มที่ทำด้วยมือโดยใช้ไม้ไผ่สีเขียว
เมนยะ โยสุเกะ (Menya Yosuke) ใช้เส้นที่มีความหนึบและเหนียวเป็นพิเศษ ทำจากแป้งซึ่งผ่านหลายขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน ก่อนนวดด้วยมือโดยใช้ไม้ไผ่สีเขียว ส่วนซุปจากเนื้อสัตว์มีรสเบาแต่ลุ่มลึกพอจะรับกับเส้นที่เหนียวนุ่ม ร้านนี้ได้รับรางวัลราเม็งหลายรายการและปรากฏในสื่ออยู่บ่อยครั้ง
เมนูมีให้เลือกหลากหลาย จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนตั้งแต่คอราเม็งไปจนถึงครอบครัว

ร้านซาโนะราเม็งรสเยี่ยมที่ควรลิ้มลองเมื่อมาเมืองซาโนะ
ร้านซาโนะราเม็งรสเยี่ยมที่ควรลิ้มลองเมื่อมาเมืองซาโนะ

5. เมจิโนะยากาตะ

ร้านอาหารตะวันตกในคฤหาสน์หินที่สร้างขึ้นสมัยเมจิ ตั้งอยู่ใกล้ศาลเจ้านิกโกโทโชกูซึ่งเป็นมรดกโลก เดิมสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศของ F.W. Horn พ่อค้าชาวอเมริกันผู้แนะนำเครื่องเล่นแผ่นเสียงในญี่ปุ่นเป็นคนแรก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “ข้าวห่อไข่” ซึ่งผสานข้าวไก่รสเข้มข้นจากซอสมะเขือเทศ ไข่นุ่มละมุน และซอสเดมิกลาสที่ปรุงอย่างพิถีพิถันเข้าด้วยกัน

ลิ้มรสอาหารตะวันตกต้นตำรับในคฤหาสน์เก่าแก่
ลิ้มรสอาหารตะวันตกต้นตำรับในคฤหาสน์เก่าแก่

เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง! 3 แหล่งช้อปปิ้งในโทจิงิ

โทจิงิมีแหล่งช้อปปิ้งให้เลือกมากมาย
หลังเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แล้ว ลองแวะเอาต์เล็ตสไตล์รีสอร์ตบนพื้นที่กว้างใหญ่ ซึ่งรวมร้านแฟชั่นและของแต่งบ้านที่คัดสรรมาอย่างดี ตลอดจนศูนย์อาหาร คาเฟ่ และร้านอาหารไว้ครบครัน

1. นาสุการ์เดนเอาต์เล็ต

เอาต์เล็ตมอลล์ที่มีร้านค้าหลากหลายประเภทประมาณ 130 ร้าน
ที่นี่ไม่ได้มีแค่การช้อปปิ้ง แต่ยังนำเสนอวิถีชีวิตแบบรีสอร์ต พร้อมเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์เกี่ยวกับสถานที่สัมผัสธรรมชาติรอบๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับแกลมปิง เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สนุกกับนาสุมากยิ่งขึ้น

เอาต์เล็ตมอลล์สไตล์รีสอร์ตที่สนุกได้พร้อมหน้าทั้งครอบครัว
เอาต์เล็ตมอลล์สไตล์รีสอร์ตที่สนุกได้พร้อมหน้าทั้งครอบครัว

2. ซาโนะพรีเมียมเอาต์เล็ต

เอาต์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคันโต ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากเมืองชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา โดยมีภูเขามิกาโมะเป็นฉากหลัง
พื้นที่กว้างใหญ่มีร้านค้าประมาณ 180 ร้าน ทั้งแบรนด์หรู แบรนด์แฟชั่นยอดนิยมจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ สินค้ากีฬาและเอาต์ดอร์ รองเท้า ของใช้ในชีวิตประจำวัน และแฟชั่นเด็ก ให้เลือกซื้อสินค้าหลากหลายในราคาสุดคุ้มแบบเอาต์เล็ต

เอาต์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ที่จำลองบรรยากาศเมืองในสหรัฐอเมริกา
เอาต์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ที่จำลองบรรยากาศเมืองในสหรัฐอเมริกา

3. ศูนย์การค้าเบลล์มอลล์

ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในย่านใจกลางเมือง มีร้านเฉพาะทางประมาณ 120 ร้าน โดยมีซูเปอร์มาร์เก็ตอิโตะโยคาโดะซึ่งจำหน่ายวัตถุดิบหลากหลายเป็นศูนย์กลาง รวมถึงร้านของใช้ในชีวิตประจำวัน ร้านฟาสต์ฟู้ด คาเฟ่ และร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีสถานบันเทิงและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โรงภาพยนตร์ TOHO Cinemas Utsunomiya ที่มี 10 โรง ฟิตเนสคลับ Bell Fitness และเบลล์ซากุระโนะยุ ออนเซ็นธรรมชาติแห่งอุตสึโนมิยะ
ภายในพื้นที่ยังมี “ลานอัลปากา” ขนปุกปุยและดวงตากลมใสของพวกมันน่ารักจนเพียงแค่มองก็รู้สึกผ่อนคลาย หากจังหวะเหมาะ คุณอาจได้เห็นอัลปากาเดินเล่นนอกพื้นที่เลี้ยงด้วย

ศูนย์การค้าสำหรับทั้งครอบครัวที่ได้พบกับอัลปากาด้วย
ศูนย์การค้าสำหรับทั้งครอบครัวที่ได้พบกับอัลปากาด้วย

พักที่ไหนดีในโทจิงิ? 3 ที่พักแนะนำ

หลังจากเที่ยวโทจิงิอย่างเต็มที่แล้ว ลองเลือกพักในโรงแรมบรรยากาศดีๆ
ต่อไปนี้คือโรงแรมแนะนำในโทจิงิที่ให้คุณใช้เวลาพักผ่อนอย่างหรูหราและสบายๆ

1. โรงแรมนิกโกคานายะ

คัลเจอร์รีสอร์ตภายใต้แนวคิดชุมชนที่ผู้คนมารวมตัวกันผ่านศิลปะ
บนพื้นที่ซึ่งรายล้อมด้วยธรรมชาติมีวิลล่าสวีต 14 หลัง พร้อมร้านอาหาร μ (มิว) และคาเฟ่ Kantan ซึ่งผู้ที่ไม่ได้เข้าพักก็ใช้บริการได้
นอกจากนี้ยังมีอาคารเรสซิเดนซ์สำหรับการเข้าพักระยะยาว โดยอยู่ติดกับสตูดิโอเครื่องปั้นดินเผาและแก้ว

โรงแรมรีสอร์ตเก่าแก่ที่ต้อนรับแขกในนิกโกมาอย่างยาวนาน
โรงแรมรีสอร์ตเก่าแก่ที่ต้อนรับแขกในนิกโกมาอย่างยาวนาน

2. โรงแรมอาซายะ

โรงแรมเก่าแก่ซึ่งเปิดในปี 1888 และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในคินูกาวะออนเซ็น หนึ่งในเมืองออนเซ็นชั้นนำของคันโต
ใช้เวลาพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศหรูหราที่สัมผัสได้ถึงขนบประเพณี เช่น โถงทางเข้าสูงโปร่งพร้อมไปป์ออร์แกน พร้อมเพลิดเพลินกับออนเซ็นและบุฟเฟต์สุดหรู

พักผ่อนเหนือความธรรมดาและเพลิดเพลินกับออนเซ็น ณ โรงแรมเก่าแก่ที่สุดของคินูกาวะออนเซ็น
พักผ่อนเหนือความธรรมดาและเพลิดเพลินกับออนเซ็น ณ โรงแรมเก่าแก่ที่สุดของคินูกาวะออนเซ็น

3. ฟุฟุ นิกโก

ฟุฟุ นิกโก (Fufu Nikko) เป็นรีสอร์ตหรูขนาดเล็กในทำเลสะดวก สามารถเดินไปยังพื้นที่มรดกโลกซึ่งรวมถึงศาลเจ้านิกโกโทโชกูได้ การตกแต่งภายในสไตล์แอนทีคที่ผสานความหรูหราเข้ากับความงามแบบญี่ปุ่นและตะวันตกอย่างลงตัวสร้างความประทับใจ
ห้องพักทั้งหมดเป็นห้องสวีต มี 6 รูปแบบ รวม 24 ห้อง แต่ละห้องใช้สีและเฟอร์นิเจอร์แตกต่างกันอย่างพิถีพิถัน ยิ่งไปกว่านั้น ทุกห้องยังมีออนเซ็นที่ส่งตรงจากแหล่งน้ำพุร้อนของโรงแรมเอง

รีสอร์ตหรูขนาดเล็กที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติของนิกโก
รีสอร์ตหรูขนาดเล็กที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติของนิกโก

2 ของฝากยอดนิยมจากโทจิงิ

โทจิงิมีของฝากหลากหลาย ตั้งแต่ขนมขึ้นชื่อจากร้านเก่าแก่ไปจนถึงขนมหวานยอดนิยม จนอาจเลือกไม่ถูกว่าจะซื้ออะไรกลับไปดี
เราจึงคัดสรรของฝากยอดนิยมมาแนะนำ

1. อิซึมิยะ “โกโยเตโนะสึกิ”

ขนมหวานที่ผสานคัสตาร์ดครีมกับเนื้อเค้กคัสเตลลา เป็นขนมขึ้นชื่อซึ่งผู้คนคุ้นเคยกันดีจากที่ราบสูงนาสุ จังหวัดโทจิงิ
สินค้าหลักของอิซึมิยะ (Izumiya) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมญี่ปุ่นกับขนมตะวันตกในโทจิงิ เคยได้รับรางวัลจากงานมหกรรมขนมแห่งชาติอันเก่าแก่ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยเมจิ

ของฝากยอดนิยมจากนาสุ สอดไส้ครีมเข้มข้นในเนื้อเค้กนุ่มฟู
ของฝากยอดนิยมจากนาสุ สอดไส้ครีมเข้มข้นในเนื้อเค้กนุ่มฟู

2. ชีสการ์เดน “โกโยเตชีสเค้ก”

“โกโยเตชีสเค้ก” (1,350 เยน) คือสินค้าหลักของชีสการ์เดน (Cheese Garden) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมหวาน เช่น ชีสเค้กและคุกกี้ บนที่ราบสูงนาสุ จังหวัดโทจิงิ

เบกด์ชีสเค้กรสเข้มข้นที่ช่างฝีมืออบอย่างพิถีพิถันบนที่ราบสูงนาสุ
เบกด์ชีสเค้กรสเข้มข้นที่ช่างฝีมืออบอย่างพิถีพิถันบนที่ราบสูงนาสุ

บทสรุป

โทจิงิมีวิธีเที่ยวให้เลือกอย่างไม่รู้จบ ทั้งตระเวนชมมรดกโลกเพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สนุกกับสวนสนุกพร้อมครอบครัว หรือผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
บทความนี้ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่พัก และอาหารจากโทจิงิที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
หากมีเวลาเหลือในกำหนดการ ลองต่อรถไฟ JR ไปเที่ยวจังหวัดอิบารากิ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
พระใหญ่อุชิคุไดบุตสึสูง 120 เมตร ซึ่งได้รับการบันทึกในกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดส์ เป็นสถานที่ที่ควรชม
ลองแวะเที่ยวอิบารากิและเพลิดเพลินกับอาหารขึ้นชื่ออย่างเมลอน เนื้อฮิตาจิ และหม้อไฟปลาอังก์เลอร์ฟิชดูไหม