
พื้นที่รีสอร์ตชั้นนำแห่งคิวชู
คู่มือการใช้เวลาในย่านอาโอชิมะ เมืองมิยาซากิ
ถ้าอยากออกจากตัวเมืองมิยาซากิไปเจอธรรมชาติแบบเปลี่ยนบรรยากาศได้เรื่อย ๆ ย่านอาโอชิมะคือจุดหมายที่น่าสนใจมาก อยู่ทางตอนใต้ของเมืองและขับรถจากย่านตัวเมืองประมาณ 30 นาที ที่นี่มีทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำอยู่ใกล้กันมาก จึงเป็นพื้นที่ที่เพียงย้ายจุดไปเล็กน้อยก็ได้เห็นวิวที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ถนนส่วนใหญ่กว้างและขับง่าย แม้มีเส้นทางขึ้นเขาก็ยังเหมาะกับการเช่ารถขับเอง หลังจากใช้เวลากลางวันเพลิดเพลินกับธรรมชาติในย่านอาโอชิมะแล้ว ตอนกลางคืนยังสามารถไปต่อที่ “นิชิทาจิ” แหล่งบันเทิงยามค่ำคืนที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดมิยาซากิ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ด้านอาหารได้อีกด้วย ลองมาทำความรู้จักเสน่ห์ของย่านอาโอชิมะที่เที่ยวได้ครบทั้งจุดยอดนิยม กิจกรรมบนภูเขา และกิจกรรมริมน้ำกันเลย
การเดินทางไปยังย่านอาโอชิมะ
จากสนามบินมิยาซากิ
1) จากสถานี JR สนามบินมิยาซากิ นั่งสายสนามบินมิยาซากิประมาณ 2 นาที แล้วเปลี่ยนขบวนที่สถานีทายูกิ จากนั้นนั่งสายนิจินันประมาณ 20 นาที ลงที่สถานีอาโอชิมะ
2) รถเช่าใช้เวลาประมาณ 15 นาที
จากสถานีมิยาซากิ
1) จากสถานี JR มิยาซากิ นั่งสายนิจินันประมาณ 30 นาที ลงที่สถานีอาโอชิมะ
2) รถเช่าใช้เวลาประมาณ 30 นาที
Day1
พอมาถึงย่านอาโอชิมะแล้ว วันแรกเริ่มด้วยการสักการะศาลเจ้าอาโอชิมะก่อน จากนั้นค่อยลองเล่นเซิร์ฟ แล้วปิดท้ายด้วยการอาบป่าท่ามกลางธรรมชาติ เติมความสดชื่นให้ทั้งร่างกายและจิตใจ
ความงามของสีสันที่ผสานธรรมชาติกับศาลเจ้า
เริ่มต้นด้วยการสักการะ “ศาลเจ้าอาโอชิมะ”


อาโอชิมะ (Aoshima) อบอวลด้วยบรรยากาศแบบเมืองร้อน มีพืชกึ่งเขตร้อนอายุประมาณ 300 ปีขึ้นหนาแน่น รวมถึงต้นบิโรจู ในอดีตอาโอชิมะเคยเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามคนทั่วไปเข้า และยังเป็นฉากหนึ่งในตำนานของญี่ปุ่น เกาะเล็กแห่งนี้มีเส้นรอบวง 1.5 กิโลเมตร และเชื่อมกับฝั่งด้วยสะพานยาโยอิ
เกือบกึ่งกลางของเกาะคือที่ตั้งของศาลเจ้าอาโอชิมะ (Aoshima Jinja) โดยทั้งเกาะอาโอชิมะถือเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าแห่งนี้ เมื่อมาถึงแล้วอย่าลืมแวะสักการะ เพื่อกล่าวขอบคุณที่เดินทางมาถึงอย่างปลอดภัย และขอพรให้การเดินทางต่อจากนี้ราบรื่น
การสักการะทั่วไปคือใส่เงินลงในกล่องรับเงินทำบุญหน้าศาลเจ้าแล้วไหว้ แต่หากยื่นขอ “พิธีขอพร” ก็สามารถขึ้นไปสักการะภายในอาคารศาลเจ้าได้เป็นกรณีพิเศษ โดยมีค่าถวายเริ่มต้นที่ 5,000 เยน เมื่อได้มาขอพรที่ศาลเจ้าเก่าแก่ซึ่งประดิษฐานอยู่บนอาโอชิมะ ก็อาจรู้สึกเหมือนได้ชำระจิตใจให้ปลอดโปร่ง
หมายเหตุ: เงินที่จ่ายเป็นการแสดงความขอบคุณเมื่อขอให้ศาลเจ้าประกอบพิธีสวดหรือพิธีกรรมต่าง ๆ

หนึ่งในพาวเวอร์สปอตชั้นนำของญี่ปุ่น
แม้จะไม่ทราบปีที่สร้างอย่างชัดเจน แต่จากบันทึกการตรวจเยี่ยมของข้าหลวงในอดีต สันนิษฐานว่าศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการบูชามานานประมาณ 1,200 ปี เทพเจ้าที่ประดิษฐานมี 3 องค์ ได้แก่ อามัตสึฮิดากะฮิโคะโฮโฮเดมิโนะมิโคโตะ พระชายาโทโยทามะฮิเมะโนะมิโคโตะ และชิโอะซึสึโนะโอกามิ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับตำนานญี่ปุ่นชื่อดัง “ยามะซาจิฮิโกะกับอุมิซาจิฮิโกะ” เนื่องจากยามะซาจิฮิโกะกับโทโยทามะฮิเมะได้ครองคู่กัน ณ สถานที่แห่งนี้ จึงทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะพาวเวอร์สปอตด้านความรัก และมีผู้หญิงเดินทางมาสักการะจำนวนมาก

ทางเดินสู่ศาลเจ้าเดิมท่ามกลางพืชกึ่งเขตร้อนอันเขียวชอุ่ม

หลังจากสักการะอาคารหลักแล้ว อย่าลืมแวะไปยังศาลเจ้าเดิมด้วย ทางเดินไปยังจุดนั้นมีพืชกึ่งเขตร้อนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษของประเทศขึ้นปกคลุมอยู่ราวกับอุโมงค์เขียว ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในป่าเขตร้อน และเมื่อเดินต่อไปเรื่อย ๆ อาคารศาลเจ้าสีแดงชาดก็จะค่อย ๆ ปรากฏใกล้เข้ามา

ข้างศาลเจ้าเดิมมีต้นบิโรคู่สามีภรรยา และมีธรรมเนียมดั้งเดิมในการผูกเชือกเส้นเล็กที่เรียกว่า “โคโยริ” เพื่ออธิษฐาน สีชมพูสำหรับความรักและชีวิตคู่ราบรื่น สีม่วงสำหรับสุขภาพกายใจ สีเขียวสำหรับความสำเร็จในการงาน สีเหลืองสำหรับกิจการรุ่งเรือง และสีขาวสำหรับคำอธิษฐานอื่น ๆ เลือกผูกตามความปรารถนาของตนเอง โดยนิยมผูกให้แน่นเพื่อไม่ให้คำขอพรคลายออก
อีกพิธีที่เป็นเอกลักษณ์คือ “การโยนฮิรากะจากสวรรค์” โดยโยนจานดินเผาที่เรียกว่า “ฮิรากะ” เข้าไปในวงหิน เชื่อกันว่าหากโยนเข้าเป้าจะสมหวัง และหากจานแตกด้วยก็จะช่วยเสริมดวงและปัดเป่าสิ่งไม่ดี


งานศิลป์จากธรรมชาติที่กาลเวลารังสรรค์ขึ้น
เดินชม “โอนิ โนะ เซ็นทาคุอิตะ”

อีกภาพจำของอาโอชิมะคือแนวหินยาวตรงที่เรียงตัวกันเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ทิวทัศน์นี้เรียกว่า “โอนิ โนะ เซ็นทาคุอิตะ” ซึ่งเป็นภูมิประเทศเฉพาะของมิยาซากิ เชื่อกันว่าหินซึ่งเคยอยู่ใต้ทะเลในสมัยโบราณได้โผล่พ้นผิวน้ำจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ก่อนถูกคลื่นและน้ำทะเลกัดเซาะจนเป็นรูปร่างเช่นทุกวันนี้ และเมื่อถึงเวลาน้ำลงก็สามารถเดินบนแนวหินได้

ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 青島
- รหัสไปรษณีย์
- 889-2162
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ อาโอชิมะ
- วันหยุด
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- เวลาเปิด
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- ราคา
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- การเดินทาง
- เดินจากสถานี JR อาโอชิมะ 12 นาที
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
บีชรีสอร์ตเปิดโล่งริมทะเล
รับประทานอาหารกลางวันที่ “AOSHIMA BEACH VILLAGE”

“AOSHIMA BEACH VILLAGE” เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2022 เป็นคอมเพล็กซ์ริมทะเลที่รวมร้านอาหาร พื้นที่บาร์บีคิว ที่พัก และซาวน่าไว้ด้วยกัน บนพื้นที่ประมาณ 5,500 สึโบะ มีการปลูกพืชมากกว่า 100 ชนิด ช่วยเติมบรรยากาศพักผ่อนแบบรีสอร์ตได้อย่างเต็มที่
หลังจากสักการะศาลเจ้าอาโอชิมะแล้ว ถ้าอยากหาที่นั่งพักพร้อมมื้อกลางวันสบาย ๆ ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี คุณจะได้ลิ้มลองพาสต้าและแฮมเบอร์เกอร์โฮมเมดพร้อมรับลมทะเลสบาย ๆ


ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- AOSHIMA BEACH VILLAGE
- รหัสไปรษณีย์
- 889-2162
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ อาโอชิมะ 2-241-1
- วันหยุด
- วันหยุดไม่แน่นอน
- เวลาเปิด
- แตกต่างกันไปตามแต่ละโซน
- ราคา
- แตกต่างกันไปตามแต่ละโซน
- การเดินทาง
- เดินจากสถานี JR อาโอชิมะ 9 นาที
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
หนึ่งในจุดเล่นเซิร์ฟชั้นนำของญี่ปุ่น
สัมผัสคลื่นสุดยอดที่ “คิซากิฮามะ” และ “หาดอาโอชิมะ”

เมืองมิยาซากิเป็นหนึ่งในจุดเล่นเซิร์ฟชั้นนำของญี่ปุ่น โดยในเดือนกันยายน ปี 2019 เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ISA World Surfing Games ที่นี่มีนักโต้คลื่นจำนวนมากมาสนุกกับคลื่นคุณภาพดีตลอดทั้งปี ส่วนเซิร์ฟเฟอร์ท้องถิ่นมักลงทะเลตั้งแต่ใกล้รุ่งจนถึงประมาณ 9:00 เพื่อรอคลื่นออฟชอร์ที่ลมพัดจากฝั่งออกสู่ทะเล บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่ให้เช่ากระดานโต้คลื่นและโรงเรียนสอนเซิร์ฟ จึงเหมาะตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงผู้มีประสบการณ์

ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 木崎浜(きさきはま)
- รหัสไปรษณีย์
- 889-2151
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ คุมาโนะ 2206-1
- การเดินทาง
-
1) จากสนามบินมิยาซากิ โดยรถยนต์ประมาณ 15 นาที
2) เดินจากสถานีอุนโดโคเอ็น สาย JR นิจินัน 35 นาที - เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 青島ビーチ
- รหัสไปรษณีย์
- 889-2151
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ คุมาโนะ 2206-1
- การเดินทาง
-
1) จากสนามบินมิยาซากิ โดยรถยนต์ประมาณ 20 นาที
2) เดินจากสถานีโคโดโมะโนะคุนิ สาย JR นิจินัน 20 นาที - เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
ฟังเสียงสายน้ำพร้อมอาบป่าที่ “หุบเขาคาเอดะ”

พออิ่มกับบรรยากาศทะเลแล้ว ลองเปลี่ยนอารมณ์มาสู่หุบเขาเขียวชอุ่มกันบ้าง “หุบเขาคาเอดะ” (Kaeda Keikoku) ทอดยาวประมาณ 8 กิโลเมตรตามแนวต้นน้ำของแม่น้ำคาเอดะที่ไหลมาจากเทือกเขาโบโรอิชิ จากคิซากิฮามะถึง “ลานจอดรถมารุโนะ” ซึ่งเป็นทางเข้าหุบเขา ใช้เวลาขับรถเพียงประมาณ 15 นาที จนทำให้รู้สึกทึ่งว่าทะเลกับภูเขาอยู่ใกล้กันมากเพียงใด

ผิวน้ำสีเขียวมรกตงดงามราวกับจะดึงสายตาให้จมลงไป มีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น หินรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ จึงเดินเพลินได้ไม่มีเบื่อ และการเดินเล่นไปพร้อมกับฟังเสียงสายน้ำก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก
จาก “ลานจอดรถมารุโนะ” ที่เป็นทางเข้าหุบเขาไปจนถึงจุดสิ้นสุดที่แคมป์สึบากิยามะ มีระยะทาง 9.4 กิโลเมตร ส่วน “จุดพักฮิโรคาวาระ” ระหว่างทางอยู่ห่างจากลานจอดรถประมาณ 2.4 กิโลเมตร แค่เดินไป-กลับในช่วงนี้ก็เพียงพอที่จะได้ชมหุบเขาอย่างเต็มอิ่มแล้ว ใช้เวลาขาเดียวประมาณ 45 นาที

ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 加江田渓谷(かえだけいこく)
- รหัสไปรษณีย์
- 889-2156
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ คาเงะซุ
- หมายเลขโทรศัพท์
- 0985-21-1919(แผนกป่าไม้และประมง เมืองมิยาซากิ)
- วันหยุด
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- เวลาเปิด
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- ราคา
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- การเดินทาง
- จากสนามบินมิยาซากิถึงลานจอดรถมารุโนะ โดยรถยนต์ประมาณ 20 นาที
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
Day2
หลังจากวันแรกได้สักการะศาลเจ้าอาโอชิมะและเพลิดเพลินกับการเดินป่าที่หุบเขาคาเอดะแล้ว วันที่สองลองขยับมาสนุกกับธรรมชาติของย่านอาโอชิมะแบบแอ็กทีฟขึ้นอีกหน่อย ช่วงเช้าจะไปพิชิต “ภูเขาโบโรอิชิ” แม้เป็นภูเขาไม่สูงมาก แต่ให้ความรู้สึกผจญภัยเต็มที่ ส่วนช่วงบ่ายจะไปลองริเวอร์ SUP ล่องไปช้า ๆ ตามแม่น้ำคาเอดะ
ทิวทัศน์เหนือความคาดหมายจากหินรูปร่างแปลกตา!
ท้าทายการเดินเขาที่ “ภูเขาโบโรอิชิ”
เช้าวันที่ 2 เราจะขึ้น “ภูเขาโบโรอิชิ” (Boroishiyama) ซึ่งยังคงมีป่าธรรมชาติของไม้ใบกว้างเขียวชอุ่มหลงเหลืออยู่ และในปี 1969 ภูเขาทั้งลูกได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ ภูเขาโบโรอิชิมีความสูง 509 เมตร จึงเหมาะกับผู้เริ่มต้น แต่ก็มีโขดหินจำนวนมากและบางช่วงต้องใช้เชือกช่วยปีน ทำให้ได้อารมณ์ผจญภัยมากขึ้นไปอีก

ในอีกด้านหนึ่ง เส้นทางมีหลายสายและอาจเผลอหลงทางได้ง่าย จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมล่วงหน้า เริ่มจากดาวน์โหลดแอปแผนที่สำหรับเดินเขาไว้ตรวจสอบเส้นทาง ส่วนรองเท้าและเสื้อผ้าควรเป็นแบบที่เหมาะกับการเดินเขา นอกจากนี้ยังมีทางชันหลายจุด ต้องจับหินและเชือกอยู่บ่อย ๆ จึงอย่าลืมสวมถุงมือด้วย

ทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ที่ปรากฏต่อเนื่องตลอดทาง


เส้นทางที่มุ่งจาก “ทางขึ้นเขาโคดานิ” ไปยัง “จุดชมวิวหมายเลข 2” มีไฮไลต์แรกคือ “หินเท็งงุ” ขนาดมหึมา หากลองมองรายละเอียดของหิน จะสังเกตได้ว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับแนวหิน “โอนิ โนะ เซ็นทาคุอิตะ” ที่เห็นในอาโอชิมะ และเมื่อได้ยินว่าภูเขาโบโรอิชิลูกนี้เองก็เคยยกตัวขึ้นจากใต้ทะเลในอดีตอันไกลโพ้น ก็ยิ่งน่าทึ่งเข้าไปอีก
เมื่อผ่านหินเท็งงุไปแล้ว เส้นทางจะชันและสมบุกสมบันขึ้นทันที แต่จุดน่าสนใจยังไม่หมด ด้านหลังหินเท็งงุมีพื้นที่ชื่อว่า “คาระอิเกะ” ปรากฏขึ้น เป็นช่องว่างที่ถูกล้อมรอบด้วยผาหินสูงมากกว่า 20 เมตร หินตั้งตรงเป็นแนวเส้นอย่างชัดเจน จนแม้จะรู้ว่าเป็นภูมิทัศน์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ก็ยังชวนให้นึกว่าหลงเข้าไปในโบราณสถาน

ผ่าน “สุสานช้าง” แล้วมุ่งสู่จุดชมวิวทัศนียภาพยอดเยี่ยม

อีกหนึ่งจุดที่ให้ความรู้สึกลึกลับคือ “สุสานช้าง” รอบด้านล้อมด้วยหินก้อนมหึมา และเสียงสะท้อนก้องสร้างบรรยากาศชวนตื่นตา ลวดลายที่ธรรมชาติสลักไว้บนหินก้อนใหญ่กลับดูคล้ายช้างหลายเชือกอย่างน่าประหลาด มีเรื่องเล่าว่าช้างเมื่อรู้ชะตาใกล้สิ้นจะออกจากฝูงโดยสัญชาตญาณ และความเงียบสงบของที่นี่ก็ชวนให้นึกถึงภาพของ “สุสานช้าง” อย่างลงตัว
ปลายทางของทริปนี้คือ “จุดชมวิวหมายเลข 2” ที่มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ทั้งตัวเมืองมิยาซากิและแนวภูเขาไกลออกไป จาก “ทางขึ้นเขาโคดานิ” ถึง “จุดชมวิวหมายเลข 2” ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 2 ชั่วโมง แม้ระหว่างทางจะมีบางช่วงค่อนข้างท้าทาย แต่ถ้าค่อย ๆ เดินอย่างมีสติก็สามารถผ่านได้ไม่ยากเกินไป


นากาโนะซัง ผู้หลงใหลภูเขาแห่งคิวชู มองเสน่ห์ธรรมชาติของเมืองมิยาซากิไว้อย่างไร

ครั้งนี้เนื่องจากเป็นการขึ้นเขาลูกใหม่เป็นครั้งแรก เราจึงขอให้นากาโนะ โชโกะ ผู้ดำเนินกิจการร้านเอาต์ดอร์ “PORTAL” ในเมืองมิยาซากิ และเป็นไกด์พาขึ้นภูเขาในมิยาซากิรวมถึงภูเขาโบโรอิชิ มาร่วมเดินทางด้วย การใช้บริการไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่รู้จักภูเขาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งถือเป็นวิธีที่ชาญฉลาดและปลอดภัยในการเพลิดเพลินกับการเดินเขา
นากาโนะซังเล่าว่า “จุดเด่นของเมืองมิยาซากิคือภูเขากับทะเลอยู่ใกล้กันมาก ทำให้มีกิจกรรมให้สัมผัสได้หลากหลาย อีกทั้งอากาศอบอุ่น ต้นไม้จึงเขียวสดตลอดปี และแม้ในฤดูหนาวก็ยังได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม นี่คือเสน่ห์สำคัญมากครับ”
ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 双石山(ぼろいしやま)
- รหัสไปรษณีย์
- 889-2156
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ คาเงะซุ
- หมายเลขโทรศัพท์
- 0985-21-1919(แผนกป่าไม้และประมง เมืองมิยาซากิ)
- วันหยุด
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- เวลาเปิด
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- ราคา
- เดินเล่นได้อย่างอิสระ
- การเดินทาง
- จากสนามบินมิยาซากิถึงทางขึ้นเขาโคดานิ โดยรถยนต์ประมาณ 20 นาที
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- PORTAL(ポータル)
- รหัสไปรษณีย์
- 880-0044
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ อูริวโนะ 2272-1
- หมายเลขโทรศัพท์
- 0985-74-7658
- วันหยุด
- วันอังคารและวันพุธ
- เวลาเปิด
- 12:00–19:00
- การเดินทาง
- จากสถานี JR มิยาซากิ โดยรถยนต์ 20 นาที
- บัตรเครดิต
- ใช้ได้
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
ประสบการณ์ริเวอร์ SUP ล่องไปตาม “แม่น้ำคาเอดะ” ที่ไหลเอื่อยสงบ

หลังเพลิดเพลินกับการเดินเขาแล้ว ลองพักสักครู่ก่อนเปลี่ยนมาท้าทายกิจกรรมริมน้ำ ที่ “MIYAZAKI SUP RETREAT” ภายในมิยาซากิบีชคลับ สามารถร่วมกิจกรรมริเวอร์ SUP ในแม่น้ำคาเอดะได้ จากจุดลงทะเบียนเดินไปไม่นานก็ถึงใต้สะพานซึ่งเป็นจุดลงน้ำทันที แม่น้ำคาเอดะมีระดับน้ำตื้นและกระแสน้ำค่อนข้างสงบ จึงเหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และเด็ก ๆ อีกทั้งยังมีผู้สอนคอยแนะนำอย่างละเอียด ทำให้แม้จะเป็นครั้งแรกก็น่าจะสนุกได้อย่างเต็มที่



สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้ปากแม่น้ำคาเอดะ พอพายไปเล็กน้อยก็จะเห็นทะเลกว้างเปิดออกตรงหน้า แต่ถ้าพายย้อนขึ้นไปทางต้นน้ำมุ่งสู่แนวภูเขา ก็จะได้พบกับธรรมชาติกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้และกออ้อเขียวชอุ่ม แม้ทัวร์ริเวอร์ SUP จะมีเพิ่มขึ้นทั่วญี่ปุ่น แต่ทัวร์ที่อยู่ใกล้ทั้งทะเลและภูเขาแบบนี้ถือว่าหาได้ยากมาก
นอกจากนี้ยังมีช่วงที่ต้องพายลอดใต้สะพานรถไฟด้วย หากจังหวะดี คุณอาจได้เห็นรถไฟท้องถิ่นวิ่งผ่านจากบนบอร์ดก็เป็นได้

ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- MIYAZAKI SUP RETREAT(宮崎ビーチクラブ内)
- รหัสไปรษณีย์
- 889-2161
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ โออาซะคาเอดะ 2403-6
- ติดต่อสอบถาม
- info@citywave-tokyo.jp
- วันหยุด
- เปิดทุกวัน
- เวลาเปิด
- เริ่มเวลา 9:30 หรือ 14:30 (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)
- ราคา
- ทัวร์ SUP แม่น้ำคาเอดะ 8,000 เยน
- การเดินทาง
-
1) จากสนามบินมิยาซากิ โดยรถยนต์ประมาณ 10 นาที
2) เดินจากสถานีอุนโดโคเอ็น สาย JR นิจินัน 5 นาที - บัตรเครดิต
- ใช้ได้
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
ช่วงเวลาชิล ๆ พร้อมแช่ออนเซ็นธรรมชาติแบบส่วนตัวที่ “โฮโนะกะโนะยุ”

หลังทำกิจกรรมกลางแจ้งมาทั้งวัน ช่วงท้ายของวันเหมาะจะปิดด้วยการแช่น้ำสบาย ๆ ที่ “โฮโนะกะโนะยุ” เป็นออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับที่ให้บริการห้องส่วนตัวทั้งหมด ตั้งอยู่ห่างจากสวนกีฬาครบวงจรจังหวัดมิยาซากิโดยรถยนต์ประมาณ 10 นาที จุดเด่นคือคุณภาพน้ำแร่ประเภท “น้ำกำมะถัน” ซึ่งคาดว่าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้ อีกทั้งน้ำสีขาวขุ่นที่มีสัมผัสนุ่มลื่นยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “น้ำพุร้อนเพื่อผิวสวย”
ที่นี่มีการแสดงกฎและมารยาทในการแช่น้ำเป็นภาษาอังกฤษ จึงเหมาะแม้สำหรับผู้ที่เพิ่งใช้ออนเซ็นเป็นครั้งแรก นอกจากนี้การเป็นห้องอาบน้ำส่วนตัวยังช่วยให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นกับโรงอาบน้ำสาธารณะสามารถใช้บริการได้อย่างสบายใจ และยังปรับอุณหภูมิน้ำได้อย่างอิสระอีกด้วย




ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 曽山寺温泉 貸切露天風呂 ほのかの湯 加江田店
- รหัสไปรษณีย์
- 889-2161
- ที่อยู่
- จังหวัดมิยาซากิ เมืองมิยาซากิ โออาซะคาเอดะ อาซะคาตะโนะตะ 3729-1
- หมายเลขโทรศัพท์
- 0985-66-0591
- วันหยุด
- เปิดทุกวัน
- เวลาเปิด
- 10:00–23:00 (เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เริ่ม 9:00)
- ราคา
- 60 นาที เริ่มต้น 2,200 เยน (เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 60 นาที เริ่มต้น 3,300 เยน)
- การเดินทาง
- จากสนามบินมิยาซากิ โดยรถยนต์ประมาณ 15 นาที
- บัตรเครดิต
- ใช้ไม่ได้
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
สนุกครบทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำในทริปเดียว!
ชมวิดีโอแนะนำวิธีเที่ยวอาโอชิมะ เมืองมิยาซากิ
ถ้าอยากเห็นบรรยากาศของย่านอาโอชิมะแบบจับต้องได้มากขึ้น ลองเปิดชมวิดีโอนี้ได้เลย ทั้งเสียงและภาพช่วยถ่ายทอดเสน่ห์ของพื้นที่ออกมาได้อย่างสมจริง
บทสรุป
ย่านอาโอชิมะทำให้เห็นเสน่ห์ของเมืองมิยาซากิได้แบบครบทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำในระยะไม่ไกลกันนัก พอค่ำแล้วก็ยังขับรถต่ออีกราว 30 นาทีเพื่อแวะ “นิชิทาจิ” แหล่งบันเทิงยามค่ำคืนและลิ้มลองอาหารท้องถิ่นของมิยาซากิได้อีกด้วย บรรยากาศของ “นิชิทาจิ” ต่างจากธรรมชาติยิ่งใหญ่ของอาโอชิมะอย่างชัดเจน และยิ่งทำให้เห็นอีกมุมของเมืองนี้ได้ชัดขึ้น หากได้ลองสัมผัสหลายบรรยากาศในทริปเดียว คุณก็น่าจะค่อย ๆ พบเสน่ห์ลึก ๆ ของมิยาซากิมากขึ้น
