ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดในฟุราโนะ และ 5 ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ควรไปเยือน

ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดในฟุราโนะ และ 5 ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ควรไปเยือน

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าพูดถึงภาพหน้าร้อนของฮอกไกโด หลายคนน่าจะนึกถึงทุ่งลาเวนเดอร์กว้าง ๆ ของฟุราโนะเป็นอันดับต้น ๆ
ถ้าตั้งใจจะไปชมให้ตรงช่วงสวยที่สุด ก็ควรเช็กทั้งช่วงเวลาที่เหมาะและทุ่งยอดนิยมเอาไว้ล่วงหน้า
แน่นอนว่าฟุราโนะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอื่น ๆ ให้แวะอีกมากระหว่างทาง
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักทุ่งลาเวนเดอร์ยอดนิยม วิธีเพลิดเพลินกับทุ่งลาเวนเดอร์ และตัวอย่างทริปเที่ยวฟุราโนะแบบไปเช้าเย็นกลับจากซัปโปโร เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า

“พื้นที่ฟุราโนะ” กับวิวสุดตระการตาที่มีให้ชมแบบฉบับฮอกไกโด

ถ้าอยากชมวิวกว้างใหญ่แบบฮอกไกโด พื้นที่ฟุราโนะก็เป็นจุดหมายที่นึกถึงได้ไม่ยาก
ฟุราโนะ (Furano) ตั้งอยู่ใจกลางฮอกไกโด เป็นพื้นที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามและยิ่งใหญ่ได้ในทุกฤดูกาล
พื้นที่ที่รวมเมืองฟุราโนะ เมืองนากะฟุราโนะ และเมืองคามิฟุราโนะ มักถูกเรียกรวมกันว่า “พื้นที่ฟุราโนะ” และในแต่ละพื้นที่ก็มีทุ่งลาเวนเดอร์กระจายอยู่หลายแห่ง
ทิวเขาโทคาจิอันยิ่งใหญ่กับภูมิทัศน์ชนบทกว้างไกลและทุ่งลาเวนเดอร์ คือวิวสวยที่ให้บรรยากาศแบบฮอกไกโดอย่างแท้จริง

พื้นที่ฟุราโนะมอบวิวสุดตระการตาในแบบฉบับฮอกไกโด
พื้นที่ฟุราโนะมอบวิวสุดตระการตาในแบบฉบับฮอกไกโด

ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดในพื้นที่ฟุราโนะ

ถ้าอยากวางแผนไปชมลาเวนเดอร์ในพื้นที่ฟุราโนะ ช่วงที่มักแนะนำกันคือกลางเดือนกรกฎาคม
ลาเวนเดอร์สายพันธุ์หลักที่ปลูกในฟุราโนะมี 4 สายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเด่นและช่วงชมที่ดีที่สุดต่างกันเล็กน้อย
หากรู้จักลักษณะของแต่ละสายพันธุ์ไว้ก่อน ก็จะยิ่งช่วยให้การเที่ยวชมทุ่งลาเวนเดอร์สนุกมากขึ้น

สายพันธุ์ ลักษณะเด่น ช่วงชมที่ดีที่สุด
โนชิมุระซากิ ฮายาซากิ สีม่วงเข้ม ปลายเดือนมิถุนายน–กลางเดือนกรกฎาคม
โยเท โทนสีอมแดง ต้นเดือนกรกฎาคม–ปลายเดือนกรกฎาคม
โอกามุระซากิ สีม่วงเข้ม มีกลิ่นหอมอ่อนโยน กลางเดือนกรกฎาคม–ต้นเดือนสิงหาคม
ฮานะโมอิวะ สีม่วงอ่อน ปลายเดือนกรกฎาคม–ต้นเดือนสิงหาคม

5 ทุ่งลาเวนเดอร์ในพื้นที่ฟุราโนะที่ควรไปเยือน

ทั่วพื้นที่ฟุราโนะมีทุ่งลาเวนเดอร์อยู่หลายแห่ง และในบรรดานั้น เราคัดจุดที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมสูงมาแนะนำ
ได้ทั้งชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แบบฮอกไกโด และเพลิดเพลินกับทุ่งลาเวนเดอร์ที่แผ่กว้างไปพร้อมกัน

1. ฟาร์มโทมิตะ

ในบรรดาทุ่งลาเวนเดอร์มากมายในพื้นที่ฟุราโนะ “ฟาร์มโทมิตะ” (Farm Tomita) คือสถานที่ที่มีทั้งประวัติความเป็นมา ชื่อเสียง และความนิยมมากที่สุด
ถึงขนาดเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มักถูกยกให้เป็นจุดห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวฮอกไกโด
ภายในสวนมีแปลงดอกไม้ 12 จุด ไม่ได้มีเพียงลาเวนเดอร์เท่านั้น แต่ยังมีดอกคอสมอส ป๊อปปี้ และยิปโซที่บานสะพรั่งตามฤดูกาล
ไม่ว่าจะเป็น “ทุ่งลาเวนเดอร์แบบดั้งเดิม” ที่มองเห็นทั้งเนินเขาปกคลุมด้วยลาเวนเดอร์ ทิวทัศน์ชนบท และทิวเขาโทคาจิ หรือ “ทุ่งสายรุ้ง” ที่ดอกไม้ 7 สีแต่งแต้มเนินเขาราวกับรุ้ง คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับวิวหลากหลายได้ภายในฟาร์มแห่งนี้เพียงแห่งเดียว
ห่างจากฟาร์มโทมิตะออกไปเล็กน้อย ยังมี “ลาเวนเดอร์อีสต์” ซึ่งเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่บริหารโดยฟาร์มโทมิตะ
อีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือของกินเฉพาะที่นี่ เช่น ซอฟต์ครีมรสลาเวนเดอร์และชาลาเวนเดอร์ ที่ใช้สารสกัดและกลีบดอกลาเวนเดอร์

“ทุ่งสายรุ้ง” ที่ดอกไม้ 7 สีแต่งแต้มเนินเขาราวกับสายรุ้ง
“ทุ่งสายรุ้ง” ที่ดอกไม้ 7 สีแต่งแต้มเนินเขาราวกับสายรุ้ง

2. ฟลาวเวอร์แลนด์คามิฟุราโนะ

ที่ “ฟลาวเวอร์แลนด์คามิฟุราโนะ” (Flower Land Kamifurano) ในเมืองฟุราโนะ คุณจะได้ชมทุ่งดอกไม้สีสันสดใสบนพื้นที่กว้างใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยลาเวนเดอร์ ซัลเวีย และลิลลี
ที่นี่มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งนั่งรถแทรกเตอร์บัสชมทุ่งดอกไม้ ลิ้มลองของอร่อยแบบฮอกไกโด เช่น เมลอนฟุราโนะ ข้าวโพดสด และซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์ รวมถึงทำโปสการ์ดดอกไม้กดหรือถุงหอมเพื่อนำกลับไปเป็นของฝากได้ด้วยตัวเอง
จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก

“ฟลาวเวอร์แลนด์คามิฟุราโนะ” ที่สนุกได้ทั้งทุ่งดอกไม้สีสันสดใสและกิจกรรมหลากหลาย
“ฟลาวเวอร์แลนด์คามิฟุราโนะ” ที่สนุกได้ทั้งทุ่งดอกไม้สีสันสดใสและกิจกรรมหลากหลาย

3. สวนลาเวนเดอร์ฮิโนเดะ

สวนยอดนิยมที่มีทุ่งลาเวนเดอร์แผ่กว้างบนพื้นที่ประมาณ 4.2 เฮกตาร์ ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม เนินเขาทั้งลูกจะถูกปกคลุมด้วยลาเวนเดอร์ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับดอกสีม่วงสดที่ไหวตามลมและกลิ่นหอมสดชื่น พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกสายพันธุ์โอกามุระซากิซึ่งบานช้า จึงยังชมได้แม้ไปช่วงปลายฤดูกาล นอกจากลาเวนเดอร์แล้ว ดอกไม้ตามฤดูกาลอย่างแคตมินต์และดาวเรืองก็สวยงามไม่แพ้กัน

สวนที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์ย้อมสีเนินเขา และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับคู่รัก
สวนที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์ย้อมสีเนินเขา และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับคู่รัก

4. หมู่บ้านสวนลาเวนเดอร์โฮกุเซซัง

พอเข้าสู่ฤดูร้อน บริเวณไหล่เขาของภูเขาโฮกุเซซังที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนากะฟุราโนะ ก็จะเปลี่ยนเป็นอีกบรรยากาศหนึ่งให้ได้ชม
ภูเขาโฮกุเซซังซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนากะฟุราโนะ และเป็นที่นิยมในฐานะลานสกีช่วงฤดูหนาว บริเวณไหล่เขามีทุ่งลาเวนเดอร์ของเทศบาล และเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนก็จะได้ชมดอกไม้อันงดงาม
ที่นี่ปลูกลาเวนเดอร์ 4 สายพันธุ์ โดยช่วงชมที่ดีที่สุดคือกลางเดือนกรกฎาคม–ต้นเดือนสิงหาคม
นอกจากสายพันธุ์สีม่วงทั่วไปแล้ว บริเวณใกล้จุดชมวิวบนยอดเขายังมีลาเวนเดอร์สีขาว “มิโซโตะเซ็กกะ” ที่ได้รับมอบมาจากเมืองมิโซโตะ จังหวัดอาคิตะ
ถือเป็นสายพันธุ์หายากที่กล่าวกันว่าสามารถชมได้ที่นี่แห่งเดียวในฮอกไกโด

นั่งลิฟต์ท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อชมทุ่งดอกไม้หลากสีและวิวอันยิ่งใหญ่
นั่งลิฟต์ท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อชมทุ่งดอกไม้หลากสีและวิวอันยิ่งใหญ่

5. คันโนะฟาร์ม

“คันโนะฟาร์ม” (Kanno Farm) ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างเมืองคามิฟุราโนะและเมืองบิเอะ
พื้นที่ของคันโนะฟาร์มเป็นเนินเขา โดยบนลาดเนินจะมีดอกไม้หลากสีบานสะพรั่ง เช่น ลาเวนเดอร์ สแนปดรากอน และเยอรมันซัลเวีย
วิวที่มองจากด้านบนของเนินกับวิวที่มองจากด้านล่างให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างชัดเจน ลองเดินเล่นบนเนินแล้วหามุมโปรดของตัวเองดู รับรองว่าน่าสนุกไม่น้อย
อีกข้อดีที่น่าประทับใจคือเข้าชมฟรี

“คันโนะฟาร์ม” ที่สามารถเพลิดเพลินกับทุ่งดอกไม้ได้จากหลากหลายมุมมอง
“คันโนะฟาร์ม” ที่สามารถเพลิดเพลินกับทุ่งดอกไม้ได้จากหลากหลายมุมมอง

ไม่ได้มีแค่การชม! 3 วิธีสนุกกับลาเวนเดอร์ในฟุราโนะ

ถ้ามาเที่ยวฟุราโนะ การชมทุ่งลาเวนเดอร์สวย ๆ อย่างเดียวอาจยังไม่พอ
ลองเพิ่มอีก 3 วิธีนี้เข้าไป แล้วคุณจะได้ “สัมผัส” ฟุราโนะและลาเวนเดอร์ใกล้ขึ้นอีกหน่อย

1. ลิ้มลองขนมหวานและเครื่องดื่มที่ใช้สารสกัดลาเวนเดอร์

บริเวณทุ่งลาเวนเดอร์และพื้นที่โดยรอบ มีเมนูของกินที่ใช้สารสกัดลาเวนเดอร์หรือกลีบดอกลาเวนเดอร์ให้ลองมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น “ซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์” ที่ใช้ครีมสดจากฮอกไกโดและสารสกัดลาเวนเดอร์ หรือ “ชาลาเวนเดอร์” ที่ใช้กลีบดอกลาเวนเดอร์และชาดาร์จีลิง ก็อยากชวนให้คุณลองเพลิดเพลินกับรสชาติหอมสดชื่นของลาเวนเดอร์ควบคู่กับความอร่อยของวัตถุดิบจากฮอกไกโด

“ซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์” เมนูขึ้นชื่อของฟุราโนะฟาร์ม
“ซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์” เมนูขึ้นชื่อของฟุราโนะฟาร์ม

2. ชมทุ่งลาเวนเดอร์แบบสบาย ๆ จากหน้าต่างรถไฟ “ฟุราโนะ-บิเอะ โนร็อกโกะ”

หากอยากดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของฟุราโนะอย่างเต็มที่ ขอแนะนำให้ลองนั่ง “ฟุราโนะ-บิเอะ โนร็อกโกะ”
รถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟท่องเที่ยวของ JR ฮอกไกโด ที่วิ่งระหว่างสถานีอาซาฮิคาวะหรือสถานีบิเอะ ไปยังสถานีฟุราโนะ ในช่วงจำกัดตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม
เนื่องจากรถไฟจะชะลอความเร็วเมื่อผ่านจุดชมวิวสำคัญตามเส้นทาง คุณจึงสามารถชมทุ่งลาเวนเดอร์ ทิวทัศน์ชนบท และทิวเขาโทคาจิจากหน้าต่างรถไฟได้อย่างสบาย ๆ

ลองนั่ง “ฟุราโนะ-บิเอะ โนร็อกโกะ” ที่ให้บริการตามฤดูกาล เพื่อชมธรรมชาติอย่างสบาย ๆ
ลองนั่ง “ฟุราโนะ-บิเอะ โนร็อกโกะ” ที่ให้บริการตามฤดูกาล เพื่อชมธรรมชาติอย่างสบาย ๆ

3. ปั่นจักรยานเช่าตระเวนทุ่งลาเวนเดอร์ เพื่อสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฟุราโนะ

ทุ่งลาเวนเดอร์ในพื้นที่ฟุราโนะอยู่ห่างกันหลายสิบกิโลเมตร และมีระบบขนส่งสาธารณะไม่มากนัก ผู้คนจึงมักเที่ยวด้วยรถเช่าหรือแท็กซี่
แต่ถ้าอยากค่อย ๆ ซึมซับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฟุราโนะให้ใกล้ขึ้น การเช่าจักรยานก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก
แม้อาจใช้ทั้งเวลาและแรงมากกว่าการขับรถ แต่การปั่นผ่านทิวเขาโทคาจิ ทุ่งนา และทุ่งลาเวนเดอร์ น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ไม่น้อย

ปั่นจักรยานผ่านผืนดินอันกว้างใหญ่ แล้วปล่อยใจให้ผ่อนคลาย
ปั่นจักรยานผ่านผืนดินอันกว้างใหญ่ แล้วปล่อยใจให้ผ่อนคลาย

ตัวอย่างทริปเที่ยวฟุราโนะแบบไปเช้าเย็นกลับจากซัปโปโร

สำหรับใครที่วางแผนเที่ยวฟุราโนะ ทริปก็มักไม่ได้จบแค่ในฟุราโนะเท่านั้น แต่ยังรวมพื้นที่อื่นของฮอกไกโดอย่างอาซาฮิคาวะหรือซัปโปโรด้วย
บทความนี้จึงขอหยิบตัวอย่างทริปเที่ยวฟุราโนะแบบไปเช้าเย็นกลับจากซัปโปโร ซึ่งเป็นฐานการเดินทางยอดนิยมของหลายคนมาแนะนำ

8:50 เริ่มต้นจากสถานีซัปโปโร

ออกเดินทางจากอาคารผู้โดยสารหน้าสถานีซัปโปโร โดยขึ้นรถบัส Hokkaido Chuo Bus สาย “โคโซคุ ฟุราโนะ” มุ่งหน้าสู่ฟุราโนะ
แม้จะเดินทางถึงฟุราโนะได้ทั้งรถไฟและรถบัสในเวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง แต่รถไฟต้องต่อขบวน จึงแนะนำให้เดินทางจากซัปโปโรไปฟุราโนะด้วยรถบัสมากกว่า
เมื่อถึงสถานีฟุราโนะด้วยรถบัส “โคโซคุ ฟุราโนะ” แล้ว ให้ต่อแท็กซี่ไปยัง “คัมปานะ ร็อกกาเท”

บริเวณหน้าสถานีซัปโปโร จุดเริ่มต้นของทริปตัวอย่างนี้
บริเวณหน้าสถานีซัปโปโร จุดเริ่มต้นของทริปตัวอย่างนี้

11:50 ลิ้มลองจิงกิสคังพร้อมชมทิวเขาโทคาจิที่ “คัมปานะ ร็อกกาเท”

แวะรับประทานมื้อกลางวันเล็กน้อยก่อนเวลา ที่ “คัมปานะ ร็อกกาเท” ซึ่งมีร้านจิงกิสคังเฉพาะทางชื่อ “ชิรากาบะ” และแกลเลอรีตั้งอยู่ท่ามกลางไร่องุ่น
แม้ที่คัมปานะ ร็อกกาเทจะมีคาเฟ่ด้วย แต่ถ้ามาฮอกไกโดทั้งที จิงกิสคังก็ยังเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาด
เนื้อที่หั่นหนากำลังดีให้สัมผัสอร่อยพอดี เมื่อจับคู่กับซอสสูตรเฉพาะของร้านชิรากาบะที่ช่วยดึงรสชาติของเนื้อออกมาได้อย่างเต็มที่ ยิ่งอร่อยเป็นพิเศษ
อีกจุดที่น่าประทับใจคือภายในร้านเป็นกระจกใส ทำให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารฮอกไกโดพร้อมชมภูเขาโทคาจิดาเกะได้
อิ่มแล้วก็นั่งแท็กซี่ไปต่อที่ “ฟาร์มโทมิตะ”

“คัมปานะ ร็อกกาเท” ท่ามกลางวิวกว้างใหญ่สไตล์ฮอกไกโด
“คัมปานะ ร็อกกาเท” ท่ามกลางวิวกว้างใหญ่สไตล์ฮอกไกโด
จิงกิสคัง เมนูคลาสสิกยอดนิยมของฮอกไกโด
จิงกิสคัง เมนูคลาสสิกยอดนิยมของฮอกไกโด

13:30 ชมวิวสุดอลังการของทุ่งลาเวนเดอร์ที่ปกคลุมผืนดินกว้างใหญ่! ฟาร์มโทมิตะ

ถ้าอยากเที่ยวฟุราโนะให้เต็มอิ่ม “ฟาร์มโทมิตะ” คือสถานที่ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด
ภายในสวนมีจุดชมวิวสวยแบบฮอกไกโดอยู่ทั่วทุกมุม ไม่ว่าจะเป็น “ทุ่งลาเวนเดอร์แบบดั้งเดิม” ที่มองเห็นทั้งทิวทัศน์ชนบทท่ามกลางแนวเขาโทคาจิและลาดเขาที่ปกคลุมด้วยลาเวนเดอร์ หรือ “ทุ่งสายรุ้ง” ที่ดอกไม้ 7 สีแต่งแต้มเนินเขาราวกับรุ้ง
อย่าลืมลอง “ซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์” ยอดนิยมที่ใช้สารสกัดลาเวนเดอร์ด้วย
หลังจากเที่ยวฟาร์มโทมิตะจนจุใจแล้ว ให้นั่งแท็กซี่ไปยังจุดหมายถัดไป “มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก”

วิวสุดตระการตาของทุ่งลาเวนเดอร์ที่แผ่กว้างใน “ฟาร์มโทมิตะ”
วิวสุดตระการตาของทุ่งลาเวนเดอร์ที่แผ่กว้างใน “ฟาร์มโทมิตะ”

15:30 ชมวิวฟุราโนะแบบพาโนรามาจากความสูง 50 เมตรที่ “มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก”

หลังจากชมวิวฟุราโนะจากพื้นดินที่ฟาร์มโทมิตะแล้ว ต่อไปลองเปลี่ยนมาชมจากมุมสูงกันบ้าง
“มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก” เป็นคอมเพล็กซ์ที่มีทั้งมิวเซียมแบบมีส่วนร่วมและร้านสินค้าท้องถิ่น พร้อมชิงช้าสวรรค์ที่สามารถมองเห็นคามิฟุราโนะได้จากความสูง 50 เมตร
อย่าลืมแวะซื้อของฝากที่ใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของฟุราโนะ เช่น ลาเวนเดอร์และมันฝรั่ง

“มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก” จุดชมวิวฟุราโนะจากมุมสูง
“มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก” จุดชมวิวฟุราโนะจากมุมสูง

17:00 เก็บงานคราฟต์ที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่เป็นความทรงจำที่ “นิงเกิลเทอเรซ”

นั่งแท็กซี่จาก “มิยามะโทเกะ อาร์ตพาร์ก” ประมาณ 30 นาที ก็จะถึง “นิงเกิลเทอเรซ” พื้นที่ช้อปปิ้งกลางป่า
ตลอดทางเดินไม้มีลอดจ์ทั้งหมด 15 หลังเรียงรายไปด้วยงานหัตถกรรมที่คัดสรรอย่างดี และหลายชิ้นก็หาซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น
ยามค่ำคืน ลอดจ์และทางเดินกลางป่าจะถูกส่องด้วยแสงสีส้มอย่างนุ่มนวล กลายเป็นจุดถ่ายรูปบรรยากาศชวนฝัน
หากอยากเก็บความทรงจำจากฟุราโนะ ลองเลือกซื้องานคราฟต์ทำมือที่มีขายเฉพาะใน “นิงเกิลเทอเรซ” ดูก็น่าสนใจไม่น้อย

บรรยากาศชวนฝันของ “นิงเกิลเทอเรซ” ยามเปิดไฟ
บรรยากาศชวนฝันของ “นิงเกิลเทอเรซ” ยามเปิดไฟ

18:00 อิ่มอร่อยกับวัตถุดิบสดใหม่จากฮอกไกโดที่ “เลอ โกโลวา ฟุราโนะ”

มื้อเย็นแนะนำที่ “เลอ โกโลวา ฟุราโนะ” ร้านอาหารฝรั่งเศส-อิตาเลียนที่อยู่ห่างจาก “นิงเกิลเทอเรซ” เดินเพียง 5 นาที
มาร่วมลิ้มลองอาหารที่รังสรรค์โดยเชฟเจ้าของร้าน ผู้สั่งสมประสบการณ์ยาวนานจากร้านอาหารฝรั่งเศส “เลอ โกโลวา” ในโตเกียว โดยดึงเสน่ห์ของวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลจากทั่วฮอกไกโดออกมาได้อย่างเต็มที่
ขากลับค่อยนั่งรถไฟจากสถานีฟุราโนะกลับซัปโปโรแบบสบาย ๆ
อย่างไรก็ตาม รถไฟเที่ยวสุดท้ายออกค่อนข้างเร็วในช่วงเวลา 20:00 น. โปรดเผื่อเวลาเพื่อไม่ให้พลาดขบวน

“เลอ โกโลวา ฟุราโนะ” ที่ให้คุณอิ่มอร่อยกับอาหารฝรั่งเศส-อิตาเลียนจากวัตถุดิบสดใหม่ของฮอกไกโด
“เลอ โกโลวา ฟุราโนะ” ที่ให้คุณอิ่มอร่อยกับอาหารฝรั่งเศส-อิตาเลียนจากวัตถุดิบสดใหม่ของฮอกไกโด

แผนที่ท่องเที่ยวลาเวนเดอร์ฟุราโนะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทุ่งลาเวนเดอร์ในฟุราโนะ

Q

ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดในฟุราโนะคือเมื่อไหร่?

A

ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดในฟุราโนะคือกลางเดือนกรกฎาคม

Q

ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในฟุราโนะคือที่ไหน?

A

ฟาร์มโทมิตะได้รับความนิยมมากที่สุด และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากถึง 1 ล้านคนต่อปี

Q

อยากรู้เสน่ห์ของพื้นที่ฟุราโนะ

A

หนึ่งในเสน่ห์ของพื้นที่ฟุราโนะคือทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นทิวเขาโทคาจิอันยิ่งใหญ่และภูมิทัศน์ชนบทกว้างไกล

บทสรุป

เราได้พาไปดูทั้งทุ่งลาเวนเดอร์ที่ควรแวะในฟุราโนะ วิธีสนุกกับลาเวนเดอร์ และตัวอย่างทริปแบบไปเช้าเย็นกลับจากซัปโปโรแล้ว
ที่นี่ไม่ได้มีเพียงทุ่งลาเวนเดอร์ที่มีเสน่ห์เท่านั้น ระหว่างทริปยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักน่าสนใจอีกมากให้เลือก
ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกหน่อย ลองพักค้างคืนที่ฟุราโนะสัก 1–2 คืน ก็น่าจะช่วยให้คุณค่อย ๆ ซึมซับเสน่ห์ของเมืองนี้ได้มากขึ้น