
14 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้โตเกียว เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือ 1 คืน 2 วันก็เต็มอิ่มได้
พอเที่ยวโตเกียวกันจนทั่วแล้ว หลายคนก็มักอยากขยับออกไปหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ๆ เพิ่มอีกหน่อย
บทความนี้คัดสรรทั้งสถานที่ที่เดินทางจากโตเกียวได้ภายใน 1–2 ชั่วโมงและเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ รวมถึงจุดหมายที่หากมีเวลา 1 คืน 2 วันก็เที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม
ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวโตเกียวหรือเที่ยวในเมืองจนทั่วแล้ว ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางได้เลย
แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียว
ถ้าคิดจะออกจากโตเกียวไปเที่ยวต่ออีกสักหน่อย พื้นที่รอบ ๆ ก็น่าสนใจไม่น้อย
โตเกียวและพื้นที่โดยรอบซึ่งประกอบด้วยจังหวัดอิบารากิ โทจิงิ กุนมะ ไซตามะ ชิบะ และคานางาวะ รวมทั้งหมด 1 มหานคร 6 จังหวัด เรียกรวมกันว่า “ภูมิภาคคันโต” โดยแต่ละพื้นที่ในคันโตล้วนมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและเดินทางจากโตเกียวได้สะดวก
โดยเฉพาะจังหวัดคานางาวะที่มีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมกระจุกตัวอยู่มาก หากอยากเที่ยวหลายแห่งด้วยเวลาเดินทางสั้น ๆ ลองตามรอยสถานที่ในคานางาวะที่จะแนะนำต่อจากนี้ได้เลย
ส่วนจุดหมายอื่น ๆ หากคำนึงถึงเวลาเดินทาง แนะนำให้เผื่อเวลาเที่ยวอย่างน้อยครึ่งวันขึ้นไป
เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่จะแนะนำต่อไปนี้ไว้ในแผนที่แล้ว หวังว่าจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกจุดหมายได้ง่ายขึ้น

6 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้โตเกียวที่เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้
ถ้ามีเวลาไม่มาก แต่อยากออกจากโตเกียวไปเปลี่ยนบรรยากาศแบบคุ้ม ๆ ลองดูจุดหมายเหล่านี้ได้เลย
สถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้เดินทางจากโตเกียวได้ภายใน 2 ชั่วโมง และแต่ละแห่งก็มีจุดท่องเที่ยวยอดนิยมรวมตัวกันอย่างกระชับ เที่ยวเพียง 1 วันก็สัมผัสเสน่ห์ของพื้นที่นั้นได้เต็มที่
1. ย้อนเวลากลับสู่อดีตได้ใน 1 ชั่วโมง? เมือง “คาวาโกเอะ” ที่ได้รับฉายาว่าโคเอโดะ
“คาวาโกเอะ (Kawagoe)” อยู่ห่างจากสถานีโตเกียวโดยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง
ที่คาวาโกเอะยังคงมีทัศนียภาพเมืองที่อบอวลด้วยกลิ่นอายยุคเอโดะหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็น “ย่านอาคารคุระสึคุริ” และ “หอระฆังแห่งกาลเวลา” รวมถึง “คาชิยะโยโกโจ” ที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคเมจิ และ “ถนนไทโชโรมันยูเมะโดริ” ที่เรียงรายด้วยอาคารจากยุคไทโชและโชวะ ทำให้ที่นี่ยังเป็นเมืองที่สัมผัสประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน
หากได้เดินเล่นในคาวาโกเอะที่ถูกขนานนามว่า “โคเอโดะ” ในชุดกิโมโน ก็อาจให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลาเลยทีเดียว
ต่อไปเราจะคัด 3 จุดท่องเที่ยวเด่นที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของคาวาโกเอะได้อย่างครบถ้วนมาแนะนำให้คุณรู้จัก

ถนนช้อปปิ้งโคเอโดะคาวาโกเอะ อิจิบังไก
ย่านการค้าที่คงบรรยากาศของเอโดะซึ่งปัจจุบันแทบสูญหายไปแล้วเอาไว้
“ย่านอาคารคุระสึคุริ” ที่เรียงรายด้วยอาคารพาณิชย์สไตล์โกดังทนไฟ ซึ่งพัฒนามาจากรูปแบบมาจิยะในสมัยเอโดะ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญ” และ “100 ภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์งดงามของญี่ปุ่น”
เดินชมอาคารประวัติศาสตร์อย่าง “บ้านโอซาวะ” และ “หอระฆังแห่งกาลเวลา” ไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยแวะชิมของกินเล่นที่ “คาชิยะโยโกโจ” ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขนมโบราณและขนมญี่ปุ่น หรือจะเช่าชุดกิโมโนเดินเล่นก็ได้ จึงเป็นย่านที่เที่ยวได้หลายสไตล์

หอระฆังแห่งกาลเวลา
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของคาวาโกเอะก็คือหอระฆังแห่งกาลเวลา ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางถนนที่เรียงรายด้วยอาคารโกดังแบบดั้งเดิม
ตัวหอเป็นหอไม้ 3 ชั้น สูงประมาณ 16 เมตร และตีบอกเวลาวันละ 4 ครั้งในเวลา 06:00 น. 12:00 น. 15:00 น. และ 18:00 น.
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน โดยทาดาคัตสึ ซากาอิ เจ้าแคว้นคาวาโกเอะ ตัวอาคารถูกไฟไหม้ซ้ำหลายครั้ง และที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 4
ในปี ค.ศ. 1958 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของเมืองคาวาโกเอะ และในปี ค.ศ. 1996 ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ภูมิทัศน์เสียงที่อยากอนุรักษ์ไว้ของญี่ปุ่น”

ศาลเจ้าคาวาโกเอะฮิคาวะ
“ศาลเจ้าคาวาโกเอะฮิคาวะ (Kawagoe Hikawa Jinja)” เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนาน โดยเล่ากันว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อน
ภายในอาคารหลักมีงานแกะสลักอันประณีต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญของประเทศด้วย
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคืออุโมงค์เอมะ ซึ่งเป็นไฮไลต์ของศาลเจ้าแห่งนี้
สำหรับคนที่สนใจเรื่องนี้ เอมะคือแผ่นไม้ที่ผู้คนถวายไว้ที่ศาลเจ้าเพื่อขอพรต่อเทพเจ้า หรือเพื่อขอบคุณเมื่อคำอธิษฐานเป็นจริง และที่นี่คุณจะได้เดินผ่านพื้นที่ลึกลับที่แขวนเอมะไว้ประมาณ 30,000 แผ่น

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาวาโกเอะ
หากอยากดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่คาวาโกเอะ บทความนี้ซึ่งคัดจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่ควรไปเยือนมาให้แล้ว ก็น่าจะเป็นอีกแหล่งข้อมูลที่ช่วยวางแผนได้ดี
2. “โยโกฮามะ” เมืองที่รวมจุดหมายซึ่งมีเสน่ห์ต่างจากโตเกียว
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโตเกียวแบบชัด ๆ “โยโกฮามะ (Yokohama)” ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
เมืองติดมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ผสมผสานอาคารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมตะวันตกสมัยใหม่เข้ากับตึกสูงและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว
ที่นี่มีสถานที่น่าสนใจมากมายซึ่งให้เสน่ห์ที่โตเกียวไม่มี เช่น “ไชนาทาวน์” ที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก และ “มินาโตะมิไร” ที่อบอวลด้วยบรรยากาศต่างประเทศ
ด้วยความที่มีมุมโรแมนติกอยู่มาก จึงเป็นที่นิยมในฐานะจุดเดตด้วย
จากสถานีโตเกียวมาโยโกฮามะใช้เวลานั่งรถไฟประมาณ 30 นาที จึงแวะมาเที่ยวได้แบบสบาย ๆ

สวนยามาชิตะ
สวนริมทะเลที่อยู่ไม่ไกลจากไชนาทาวน์โยโกฮามะ เดินถึงได้ง่าย
เปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1930 โดยถมทะเลด้วยซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต
ภายในพื้นที่ 7.4 เฮกตาร์ มีทางเดินเล่นกว้างขวาง แปลงดอกไม้ น้ำพุ และพื้นที่พักผ่อน จนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของทั้งชาวโยโกฮามะและนักท่องเที่ยว
ที่นี่มองเห็นวิวสวยของท่าเรือโยโกฮามะและกลุ่มอาคารอย่างแลนด์มาร์กทาวเวอร์ได้อย่างชัดเจน จึงได้รับความนิยมทั้งในช่วงกลางวันและยามค่ำคืน

โกดังอิฐแดงโยโกฮามะ
โกดังอิฐแดงที่เคยทำหน้าที่เป็นคลังสินค้าล้ำสมัยซึ่งญี่ปุ่นภาคภูมิใจ ตั้งแต่ยุคเมจิจนถึงไทโช
ปัจจุบันได้รับการปรับใช้โดยคงบรรยากาศเดิมของโกดัง 2 หลังไว้ กลายเป็นแหล่งวัฒนธรรมและช้อปปิ้งที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และฮอลล์อเนกประสงค์
อาคารหมายเลข 1 มีฮอลล์สำหรับการเต้นและการแสดง พื้นที่จัดอีเวนต์ รวมถึงร้านเก่าแก่ของโยโกฮามะและร้านขายของฝากจากเมืองนี้
ส่วนอาคารหมายเลข 2 เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าที่มีธีมต่างกันในแต่ละชั้น ให้เดินเพลินได้ตลอด

ซังเคเอ็น
สวนญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นโดยฮาระ ซังเค นักธุรกิจและนักเขียนผู้มีชื่อเสียง
ภายในพื้นที่กว้าง 175,000 ตารางเมตร มีอาคารสำคัญทางวัฒนธรรมของประเทศและสิ่งปลูกสร้างที่ย้ายมาจากเกียวโต คามาคุระ และพื้นที่อื่น ๆ จัดวางไว้อย่างกลมกลืน
ภายในสวนยังมีดอกไม้นานาชนิดผลิบานตามฤดูกาล และมีการจัดกิจกรรมให้ชมดอกไม้เหล่านี้อยู่เสมอ

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโยโกฮามะ
หากนี่เป็นครั้งแรกที่คุณจะเที่ยวโยโกฮามะ ลองดูบทความนี้ที่คัดสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งไม่ควรพลาดมาให้แล้ว น่าจะช่วยวางแผนได้ดีทีเดียว
3. “เอโนะชิมะ” เกาะเล็กที่อัดแน่นด้วยแหล่งท่องเที่ยว
อยากได้ทั้งวิวทะเล ของกิน และจุดเที่ยวในที่เดียว “เอโนะชิมะ (Enoshima)” ตอบโจทย์ไม่น้อย
นั่งรถไฟจากโตเกียวมาไม่ถึง 1 ชั่วโมง เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้มีเส้นรอบวงประมาณ 4 กิโลเมตร แต่รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อไว้แน่นในพื้นที่เดียว จึงเป็นจุดหมายยอดนิยมมาก
เพราะล้อมรอบด้วยทะเล ทิวทัศน์โปร่งสบายก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ไม่ควรมองข้าม
หลังจากเที่ยวเอโนะชิมะจนเต็มอิ่มแล้ว ลองต่อรถไฟ “เอโนะเด็น” ที่ขึ้นชื่อเรื่องขบวนรถสไตล์ย้อนยุคและวิวสวยจากหน้าต่าง ใช้เวลาประมาณ 25 นาทีไปยัง “คามาคุระ” เพื่อเที่ยวต่อได้ด้วย

ศาลเจ้าเอโนะชิมะ
“ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (Enoshima Jinja)” เป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าเบ็นเท็นที่สำคัญของญี่ปุ่น
ที่โอคุสึโนะมิยะประดิษฐานเทพีทากิริฮิเมะโนะมิโคโตะ ที่นากัตสึโนะมิยะประดิษฐานเทพีอิจิคิชิมะฮิเมะโนะมิโคโตะ และที่เฮ็ตสึโนะมิยะประดิษฐานเทพีทากิสึฮิเมะโนะมิโคโตะ เทพธิดาพี่น้องทั้งสามองค์นี้เชื่อกันว่าให้พรได้หลายด้าน ทั้งเรื่องความรัก ความก้าวหน้าในศิลปะการแสดง โชคลาภด้านการเงิน และชัยชนะ
ที่นี่ยังมีตำนานเล่าว่ามีมังกรอาศัยอยู่ และภายในพื้นที่กว้างขวางก็มีสิ่งปลูกสร้างมากมายที่เกี่ยวข้องกับมังกรและเทพธิดาทั้งสามองค์

สวนซามูเอล ค็อกกิ้ง แห่งเอโนะชิมะ
สวนพฤกษศาสตร์สไตล์ผสมผสานญี่ปุ่นและตะวันตกที่อบอวลด้วยบรรยากาศแบบเขตร้อน ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของสวนที่พ่อค้าชาวเอโนะชิมะชื่อซามูเอล ค็อกกิ้งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1882
ภายในสวนปลูกทั้งพืชเขตร้อนและดอกไม้นานาชนิด จึงสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้ตลอดปี
กิจกรรมอีเวนต์ที่จัดตามฤดูกาลก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์เช่นกัน
ในพื้นที่เดียวกันยังมีทั้งซากเรือนกระจกอิฐแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ ร้านเฟรนช์โทสต์เฉพาะทาง “LONCAFE” และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ให้เรียนรู้ประวัติของเอโนะชิมะ เรียกได้ว่ามีจุดน่าสนใจมากมายในที่เดียว

เอโนะชิมะ ซี แคนเดิล (ประภาคารจุดชมวิวเอโนะชิมะ)
หอชมวิวและประภาคารสูง 41.75 เมตรภายใน “สวนซามูเอล ค็อกกิ้ง แห่งเอโนะชิมะ” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเอโนะชิมะ
จากจุดชมวิวทั้งในร่มและกลางแจ้ง คุณจะค่อย ๆ มองเห็นทั้งเกาะเอโนะชิมะทอดออกไปเบื้องหน้า และยังมองไกลไปถึงคาบสมุทรอิซุและภูเขาไฟฟูจิได้ด้วย
ในช่วงงาน “อัญมณีแห่งโชนัน” ที่จัดทุกปีตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ คุณจะได้ชมวิวสุดตระการตาของทั้งเกาะเอโนะชิมะที่ประดับไฟจากบนจุดชมวิว
ขาไปยังจุดชมวิวแนะนำให้นั่งลิฟต์ ส่วนขาลงลองใช้บันไดวนจะได้บรรยากาศอีกแบบ
บนบันไดทางเดินที่ล้อมด้วยกระจกทั้งหมด คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับความตื่นเต้นพร้อมชมวิวจากเอโนะชิมะ ซี แคนเดิลได้อีกด้วย

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอโนะชิมะ
ถ้าอยากเต็มอิ่มกับวิวสวยและอาหารอร่อยของเอโนะชิมะ บทความนี้ที่คัดสถานที่ท่องเที่ยวเด่นมาให้แล้วก็น่าลองเปิดอ่านประกอบการวางแผน
4. เมืองเก่าไม่ได้มีแค่เกียวโตและนารา! “คามาคุระ” ที่อบอวลด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น
ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศเมืองเก่าแบบญี่ปุ่นใกล้โตเกียว “คามาคุระ (Kamakura)” ก็เป็นชื่อที่มักถูกนึกถึงเสมอ
ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการปกครองในอดีตเช่นเดียวกับเกียวโตและนารา จึงมีสถานที่มากมายที่เกี่ยวข้องกับโชกุนมินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ ผู้ปกครองในยุคนั้น
ด้วยความที่ชนชั้นซามูไรมีความผูกพันกับพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ภายในเมืองคามาคุระจึงมีวัดมากกว่า 100 แห่ง
คามาคุระที่โอบล้อมด้วยทะเลและภูเขา ยังมีวัดตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ให้คุณค่อย ๆ ดื่มด่ำบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้อย่างสบายใจ

ศาลเจ้าสึรุงะโอกะ ฮาจิมังกู
“ศาลเจ้าสึรุงะโอกะ ฮาจิมังกู (Tsurugaoka Hachimangu)” ตั้งอยู่ใจกลางคามาคุระ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ผู้คนคุ้นเคยมายาวนาน
ศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับ “มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ” โชกุนคนแรกของรัฐบาลคามาคุระ จึงมีผู้มาสักการะเป็นจำนวนมาก อาคารหลักในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1828 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ธรรมชาติ โดยสระเก็นเปอิเคะจะเต็มไปด้วยดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และดอกบัวในฤดูร้อน

เมเก็ตสึอิน
“เมเก็ตสึอิน (Meigetsuin)” เป็นวัดในสังกัดนิกายรินไซสายเค็นโชจิ โดยมีพระประธานเป็นพระโพธิสัตว์โชคันนงในพระอิริยาบถประทับนั่ง
วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงในฐานะวัดดอกไฮเดรนเยีย โดยในช่วงที่ดอกบานเต็มที่ของเดือนมิถุนายน พื้นที่วัดจะถูกแต่งแต้มเป็นสีฟ้าด้วยดอกฮิเมะไฮเดรนเยียประมาณ 2,500 ต้น สีฟ้าอ่อนของดอกไม้เหล่านี้ยังถูกเรียกว่า “สีฟ้าแห่งเมเก็ตสึอิน” อีกด้วย

ทางข้ามรถไฟใกล้สถานีคามาคุระโคโคมาเอะ ของเอโนะเด็น
สถานที่แห่งนี้เป็นต้นแบบของทางข้ามรถไฟที่ปรากฏในฉากเปิดของอนิเมะจากมังงะบาสเกตบอล “SLAM DUNK” ซึ่งมีแฟนคลั่งไคล้อยู่ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น
ภาพทางข้ามรถไฟกับขบวนรถสไตล์ย้อนยุค และทะเลที่มองเห็นอยู่ไกลออกไปด้านหลังรางรถไฟ คือจุดชมวิวที่สวยมาก
อยู่ใกล้กับสถานี “คามาคุระโคโคมาเอะ” ของ “เอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอโนะเด็น” ซึ่งวิ่งระหว่างคามาคุระกับฟูจิซาวะ

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับคามาคุระ
หากอยากรู้จักเสน่ห์ของคามาคุระให้มากขึ้น ลองอ่านบทความนี้ที่คัดสถานที่ยอดนิยมของเมืองมาแนะนำไว้อย่างครบถ้วนได้เลย
5. “ฮายามะ” ที่ช่วยเยียวยาด้วยทิวทัศน์อันงดงาม
ถ้าอยากพักจากความคึกคัก แล้วใช้เวลาไปกับวิวสวยและจังหวะที่ช้าลง “ฮายามะ (Hayama)” ก็น่าลองมาก
ที่นี่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเมืองตากอากาศที่มีพระตำหนักสำหรับการพักผ่อนของจักรพรรดิ
แม้อยู่ใกล้คามาคุระและเอโนะชิมะ แต่มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย จึงมีหลายจุดที่สามารถเดินเล่นช้า ๆ พร้อมชมธรรมชาติที่สวยงามได้
ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยล้าจากความคึกคักของโตเกียว คามาคุระ หรือเอโนะชิมะ ลองมาพักผ่อนช้า ๆ พร้อมชมวิวสวยที่ฮายามะก็น่าจะดีไม่น้อย

สวนฮายามะ ชิโอะไซ
สวนแห่งนี้ใช้พื้นที่ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของพระตำหนักฮายามะที่ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนของจักรพรรดิ และยังได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “50 สวนเด่นของคานางาวะ”
ภายในสวนมีสวนญี่ปุ่นที่สามารถเดินชมดอกไม้ตามฤดูกาล ใบไม้เปลี่ยนสี ปลาคาร์ปในสระ และน้ำตกขนาดเล็กได้อย่างเพลิดเพลิน
หากเดินจนเหนื่อย ลองพักที่คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น “อิคเคอัง” หรือศาลาพัก “ชิโอมิเต” เพื่อซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอย่างสบาย ๆ
ฮายามะ มารีนา
ทั้งเป็นท่าจอดเรือยอชต์และศูนย์การค้าแบบครบวงจรที่ให้เพลิดเพลินกับช้อปปิ้งและอาหารอร่อย
คุณสามารถลิ้มลองอาหารญี่ปุ่น ตะวันตก และจีน พร้อมชมวิวเอโนะชิมะและภูเขาไฟฟูจิ ก่อนจะเดินช้อปต่อให้เต็มอิ่ม
อีกหนึ่งเสน่ห์คือมีบริการล่องเรือระยะสั้นประมาณ 45 นาที ให้คุณออกไปเดินเล่นกลางทะเลได้แบบสบาย ๆ
อย่าลืมแวะซื้อพุดดิ้งอบโฮมเมดใส่บีกเกอร์ที่ได้รับความนิยมจากร้าน “MARLOWE” กลับไปเป็นของฝากด้วย
ศาลเจ้าโมริโตะ
“โมริโตะ ไดเมียวจิน (Morito Daimyojin)” เป็นศาลเจ้าประจำเมืองฮายามะที่มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ ผู้ปกครองในยุคคามาคุระเป็นผู้ก่อตั้ง
ที่นี่ประดิษฐานเทพเจ้า 2 องค์ ได้แก่ โอยามัตสึมิโนะมิโคโตะ และโคโตชิโรนูชิโนะมิโคโตะ เชื่อกันว่าให้พรได้หลายด้าน เช่น เสริมโชค ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และขอให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัย
จากด้านหลังบริเวณศาลเจ้า “โมริโตะ ไดเมียวจิน” สามารถชม “โมริโตะโนะเซกิโช” ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “50 ทิวทัศน์งดงามของคานางาวะ”
ภาพเอโนะชิมะ แนวโขดหินกลางทะเล และภูเขาไฟฟูจิที่เห็นอยู่ไกล ๆ เมื่อถูกแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่อง คือวิวสวยที่ไม่ควรพลาดเลย
6. ถ้าอยากชมวิวภูเขาไฟฟูจิสวย ๆ ต้องที่นี่! “ทะเลสาบคาวากุจิโกะ” ที่รวมแหล่งท่องเที่ยวไว้มากมาย
ถ้าในทริปนี้อยากได้วิว “ภูเขาไฟฟูจิ” แบบเต็มตา “ทะเลสาบคาวากุจิโกะ” คือจุดหมายที่นึกถึงได้ไม่ยาก
เดินทางจากโตเกียวด้วยรถบัสด่วนประมาณ 2 ชั่วโมง และเมื่อมาถึงแล้วก็ไม่ได้มีแค่ภาพ “ฟูจิกลับหัว” ที่สะท้อนบนผิวน้ำเท่านั้น
ที่นี่ยังมีธรรมชาติที่งดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล และรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะก็มีจุดท่องเที่ยวกระจายอยู่มากมาย จึงมีไฮไลต์ให้เที่ยวได้แบบจุใจ

ฟูจิซัง พาโนรามา โรปเวย์
ฟูจิซัง พาโนรามา โรปเวย์ เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้เพื่อขึ้นสู่ภูเขาเท็นโจริมทะเลสาบคาวากุจิ
ระหว่างนั่งกระเช้า คุณจะได้ชมวิวสวยของทะเลสาบคาวากุจิจากมุมสูงอย่างเพลิดเพลิน
ภูเขาเท็นโจเป็นจุดชมวิวชื่อดังที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคาวากุจิได้แบบเต็มตา โดยจุดชมวิวที่ปรับปรุงใหม่ในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2017 มีพื้นที่กว้างกว่าเดิมถึง 2 เท่า
พอขึ้นไปถึงแล้ว ก็จะได้ชมพาโนรามาอันยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิและทิวทัศน์รอบเชิงเขา พร้อมแวะจุดยอดนิยมอย่างระฆังสวรรค์ ศาลเจ้ากระต่าย และกิจกรรมปาถ้วยคาวาระได้อีกด้วย

เรือท่องเที่ยวทะเลสาบคาวากุจิ “อัปปาเระ”
สำหรับชื่อ “อัปปาเระ” นั้น เป็นเรือท่องเที่ยวทะเลสาบคาวากุจิ หนึ่งในฟูจิโกะโกะ ที่ใช้เวลาล่องรอบทะเลสาบประมาณ 20 นาที
เรือออกจากท่าอัปปาเระริมทะเลสาบคาวากุจิ ลอดผ่านสะพานโอฮาชิคาวากุจิโกะ จากนั้นวกกลับใกล้ “เกาะอุโนะชิมะ” ซึ่งเป็นเกาะเพียงแห่งเดียวในฟูจิโกะโกะ ก่อนกลับสู่ท่าเดิม โดยระหว่างทางคุณจะได้ชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สัมผัสได้เฉพาะจากที่นี่

โอชิโนะฮักไค
สำหรับคนที่สงสัยว่า “โอชิโนะฮักไค” คืออะไร ชื่อนี้ใช้เรียกรวมบ่อน้ำพุธรรมชาติ 8 แห่ง ได้แก่ เดกุจิอิเกะ โอกามะอิเกะ โซโกะนูเกะอิเกะ โจชิอิเกะ วากุอิเกะ นิโกริอิเกะ คางามิอิเกะ และโชบุอิเกะ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดจากภูเขาไฟฟูจิ
เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นทะเลสาบ ก่อนจะแห้งลงและเหลือเป็นบ่อน้ำพุทั้ง 8 แห่งดังเช่นปัจจุบัน
น้ำจากหิมะละลายของภูเขาไฟฟูจิถูกกรองผ่านชั้นลาวาใต้ดินเป็นเวลาประมาณ 20 ปี จึงมีความใสสะอาดสูงมาก

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาวากุจิโกะ
หากอยากรู้จักจุดท่องเที่ยวรอบคาวากุจิโกะให้มากขึ้น ลองดูบทความนี้ที่แนะนำสถานที่ยอดนิยมซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติของคาวากุจิโกะและพื้นที่โดยรอบได้
8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้โตเกียวที่เที่ยววันเดียวไม่พอ! สนุกได้เต็มที่แบบ 1 คืน 2 วัน
ถ้าอยากขยายทริปออกไปอีกนิด ก็มีหลายจุดหมายที่เที่ยววันเดียวอาจยังไม่พอ
ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินทางจากโตเกียวได้ง่าย เราขอแนะนำทั้งจุดหมายที่มีไฮไลต์มากจนเที่ยววันเดียวไม่หมด และเมืองออนเซ็นที่คุณสามารถแช่น้ำร้อนอย่างสบาย ๆ แล้วเดินเล่นในย่านออนเซ็นได้
สถานที่ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คุ้มค่าจนอยากให้คุณเพิ่มเข้าไปในแผนเที่ยวโตเกียว แม้จะต้องขยายทริปออกไปอีกสักหน่อยก็ตาม
1. “ฮาโกเนะ” ที่ช่วยเยียวยาร่างกายอ่อนล้าจากการเที่ยวโตเกียวด้วยธรรมชาติและออนเซ็น
ถ้าเริ่มรู้สึกล้าจากการเที่ยวในเมือง “ฮาโกเนะ (Hakone)” อาจเป็นจุดหมายที่พอดีมากสำหรับการพักหายใจ
ที่นี่เป็นทั้งเมืองพักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวที่รุ่งเรืองมายาวนาน มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางขุนเขาและเป็นหนึ่งในแหล่งออนเซ็นชั้นนำของภูมิภาคคันโต
จากสถานีชินจูกุนั่งรถไฟโรแมนซ์คาร์เพียง 75 นาที ทำให้มีผู้คนจำนวนมากมาเยือนเพื่อพักผ่อนกับธรรมชาติและออนเซ็น
หากคุณอยากผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเที่ยวโตเกียว ลองแวะมาฮาโกเนะดูสักครั้งก็น่าจะดี

โอวาคุดานิ
บนเส้นทางหลักของการเที่ยวรอบฮาโกเนะ เมื่อเปลี่ยนจากเคเบิลคาร์เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่สถานีโซอุนซัง แล้วเพลิดเพลินกับการลอยฟ้าอยู่สักพัก ทิวทัศน์จะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ความเขียวขจีหายไป กลายเป็นผาหินเปลือยพังทลายที่มีควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาจากหลายจุด
ที่นี่คือโอวาคุดานิ ปากปล่องระเบิดที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟครั้งใหม่ที่สุดของฮาโกเนะ ก๊าซสีขาวที่พ่นออกมาจากกลุ่มปล่องไอน้ำตลอดทั้งปีมีส่วนผสมของกำมะถัน จึงมีกลิ่นเฉพาะตัวลอยอยู่ทั่วบริเวณ

เรือโจรสลัดฮาโกเนะ
เรือท่องเที่ยวที่ให้บริการในทะเลสาบอาชิ แหล่งชมวิวชื่อดังของฮาโกเนะ มีจุดเด่นที่สีสันสดใสและการตกแต่งหรูหรา โดยมีเรือทั้งหมด 3 ลำ ได้แก่ รอยัล II วิคตอรี และควีนอาชิ
แต่ละลำรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 500 คน ใช้เวลาเดินทางเที่ยวเดียวประมาณ 25–35 นาที ระหว่างท่าโทเก็นได ท่าฮาโกเนะมาจิ และท่าโมโตะฮาโกเนะ
ในวันที่อากาศดี แนะนำให้ขึ้นไปบนดาดฟ้าเปิดโล่ง เพื่อรับลมสบาย ๆ พร้อมดื่มด่ำธรรมชาติและทิวเขาที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล

ย่านออนเซ็นฮาโกเนะยูโมโตะ
ย่านออนเซ็นฮาโกเนะยูโมโตะเป็นหนึ่งในเจ็ดออนเซ็นของฮาโกเนะ และเป็นที่รู้จักในฐานะย่านออนเซ็นที่ใหญ่ที่สุดของฮาโกเนะ ว่ากันว่าเริ่มเปิดใช้มาตั้งแต่สมัยนารา และรุ่งเรืองในยุคเอโดะในฐานะเมืองออนเซ็นริมเส้นทางโทไกโด หนึ่งในห้าเส้นทางสายหลัก ปัจจุบันก็ยังคึกคักไปด้วยสถานแช่น้ำร้อน ที่พัก ร้านอาหาร และร้านขายของฝากที่เรียงรายต่อเนื่องกัน เป็นศูนย์กลางของย่านออนเซ็นฮาโกเนะที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างต่อเนื่องทุกวัน

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮาโกเนะ
หากอยากรู้จักเสน่ห์ของฮาโกเนะให้มากขึ้น ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งไม่ควรพลาดในฮาโกเนะไว้ให้แล้ว
2. “คารุอิซาวะ” จุดหมายที่อยากให้ไปเมื่อเริ่มเหนื่อยกับหน้าร้อนในโตเกียว
พออากาศในโตเกียวเริ่มร้อนขึ้น “คารุอิซาวะ (Karuizawa)” ก็มักเป็นจุดหมายที่หลายคนนึกถึง
ที่นี่เป็นรีสอร์ตบนที่ราบสูงชั้นนำของญี่ปุ่น และเติบโตขึ้นในฐานะย่านบ้านพักตากอากาศที่มีบ้านพักซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมต่างประเทศ จึงมีจุดให้เพลิดเพลินทั้งการช้อปปิ้งและอาหารอร่อยอยู่มากมาย
คารุอิซาวะไม่ได้มีตึกสูงและศูนย์การค้าเรียงรายแบบโตเกียว แต่แต่ละสถานที่กระจายตัวอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้เที่ยวได้ในบรรยากาศสงบผ่อนคลาย
คารุอิซาวะยังได้รับความนิยมในฐานะเมืองพักร้อนด้วย หากคุณเริ่มล้าจากอากาศร้อนในโตเกียว ลองหาโอกาสแวะมาเที่ยวที่นี่ดู

น้ำตกชิราอิโตะ
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของคารุอิซาวะ ตั้งอยู่ริมเส้นทางขับรถ “ชิราอิโตะ ไฮแลนด์เวย์” น้ำจากหิมะละลายของภูเขาอาซามะผุดออกมาจากหน้าผาหินและไหลลงเป็นสายเล็ก ๆ คล้ายเส้นด้าย จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกอันงดงามแห่งนี้ ม่านน้ำที่ไหลลงมามีความใสสูง และบรรยากาศโดยรอบก็สดชื่นมาก
น้ำตกมีความสูงประมาณ 3 เมตร และไหลเป็นแนวกว้างประมาณ 70 เมตรด้วยเส้นโค้งอย่างอ่อนช้อย ดูงดงามราวภาพวาด ความตัดกันอย่างลงตัวระหว่างสีเขียวของต้นไม้กับสีขาวของสายน้ำคืออีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่ควรพลาด

คารุอิซาวะ ปรินซ์ ช้อปปิ้ง พลาซ่า
รีสอร์ตช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของประเทศ ตั้งอยู่ตรงทางออกด้านใต้ของสถานี JR คารุอิซาวะ เดินออกมาก็ถึงทันที ภายในพื้นที่แบ่งเป็น 10 โซน และรวมร้านค้าหลากหลายประมาณ 240 ร้าน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดัง เฟอร์นิเจอร์ ของใช้จุกจิก และอุปกรณ์เอาต์ดอร์ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม
เป็นแหล่งช้อปที่น่าดึงดูด เพราะสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำได้ในราคาเอาต์เล็ต

ฮารุนิเระ เทอร์เรซ
“เมืองเล็ก ๆ” ที่ออกแบบโดยใช้ประโยชน์จากแนวต้นฮารุนิเระกว่า 100 ต้นซึ่งขึ้นอยู่ริมลำธารตามธรรมชาติ และเชื่อมอาคาร 9 หลังเข้าด้วยกันด้วยทางเดินไม้กว้าง
ภายใต้คอนเซปต์ “ชีวิตประจำวันของคารุอิซาวะ” ที่นี่รวมร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์ 16 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นสาขาของร้านโซบะชื่อดังและร้านเบเกอรีจากย่านคิวคารุอิซาวะ หรือร้านที่จำหน่ายของใช้สไตล์นอร์ดิกคุณภาพดี จึงเป็นอีกจุดที่รวมร้านน่าสนใจไว้มากมาย

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับคารุอิซาวะ
บทความนี้คัดสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของคารุอิซาวะที่มีไฮไลต์มากมายมาแนะนำไว้แล้ว ลองเก็บไว้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนได้เลย
3. “นิกโก” ที่ให้คุณดื่มด่ำทั้งธรรมชาติยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง
ถ้าอยากได้ทั้งธรรมชาติขนาดใหญ่และร่องรอยประวัติศาสตร์ในทริปเดียว “นิกโก (Nikko)” น่าสนใจมาก
นั่งรถไฟจากสถานีชินจูกุประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะถึง และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถเที่ยวชมทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และ “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ในทริปเดียว
นอกจากนี้ยังมีแหล่งออนเซ็นชื่อดังหลายแห่ง รวมถึงคินุงาวะออนเซ็น
นิกโกมีทิวทัศน์สวยงามตลอดสี่ฤดู แต่ด้วยความที่มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ มากมาย หากคุณมาเที่ยวโตเกียวในฤดูใบไม้ร่วง ก็น่าขยายทริปมาที่นี่อย่างยิ่ง

ทะเลสาบจูเซ็นจิ
เชื่อกันว่าทะเลสาบแห่งนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 20,000 ปีก่อน จากลาวาที่ไหลออกมาหลังการปะทุของภูเขานันไตแล้วปิดกั้นหุบเขาไว้
ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,269 เมตร จึงนับเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดของญี่ปุ่น
บริเวณชายฝั่งทะเลสาบอันเงียบสงบที่ทอดตัวอยู่เชิงเขานันไต เปิดให้เห็นทิวทัศน์งดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูร้อนที่ดอกอาซาเลียบาน และฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยเป็นพิเศษ

ศาลเจ้านิกโกโทโชกู
ศาลเจ้านิกโกโทโชกูเป็นศาลเจ้าที่อุทิศแด่โทกุงาวะ อิเอยาสุ โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลเอโดะ ถือเป็นจุดไฮไลต์หลักของการเดินชมมรดกโลก “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” ที่นี่คุณจะได้เห็นกลุ่มอาคารศาลเจ้าที่หรูหรางดงามรวม 55 หลัง ซึ่งรวมถึงสมบัติประจำชาติ 8 หลัง และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ 34 หลัง โดยช่างฝีมือชั้นเลิศจากทั่วญี่ปุ่นได้ร่วมกันตกแต่งอาคารด้วยแลกเกอร์ สีสันสดใส และงานแกะสลักจำนวนมาก

น้ำตกเคงอน
นิกโกมีน้ำตกอยู่มากมาย แต่ในบรรดานั้น น้ำตกเคงอนน่าจะเป็นแห่งที่มีชื่อเสียงที่สุด
น้ำจากทะเลสาบจูเซ็นจิไหลตกลงจากหน้าผาสูง 97 เมตรอย่างยิ่งใหญ่ จึงเป็นน้ำตกที่ให้คุณได้สัมผัสทั้งพลังของธรรมชาติและความงามทางรูปทรงอย่างเต็มที่ จากจุดชมวิวใกล้แอ่งน้ำตกที่ลงไปได้ด้วยลิฟต์ คุณสามารถรับรู้ถึงเสียงคำรามและละอองน้ำของน้ำตกได้ในระยะใกล้

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิกโก
หากอยากเพลิดเพลินกับธรรมชาติ มรดกโลก และออนเซ็น ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญของนิกโก ลองอ่านบทความนี้ประกอบการวางแผนได้เลย
4. “อิซุ” ที่เยียวยาคุณด้วยวิวสวย ออนเซ็น และอาหารอร่อย
ถ้าอยากได้ทริปที่มีทั้งทะเล ภูเขา ออนเซ็น และของอร่อย “อิซุ” ก็ครบเครื่องไม่น้อย
คาบสมุทรอิซุซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของจังหวัดชิซูโอกะ เป็นจุดหมายที่เที่ยวได้ครบทั้งทะเลและภูเขา และอยู่ห่างจากสถานีโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง
ด้วยความที่มีทั้งออนเซ็นและกิจกรรมกลางแจ้งอย่างครบครัน จึงได้รับความนิยมสูงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำหรับทริปสั้น ๆ จากโตเกียว
อีกหนึ่งเสน่ห์คืออาหารรสเลิศจากวัตถุดิบที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เช่น ปลากินเมไดที่เรียกว่าอินาโทริคินเมะ ปลาแห้ง และวาซาบิ
หากคุณอยากดื่มด่ำกับวิวทะเลและภูเขา พร้อมผ่อนคลายกับออนเซ็นและอาหารชั้นเยี่ยม อิซุคือจุดหมายที่เหมาะมาก

ภูเขาโอมุโระ
ภูเขาโอมุโระ เป็นภูเขาเดี่ยวสูง 580 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองอิโตะ จังหวัดชิซูโอกะ
ด้วยรูปร่างโดดเด่นคล้ายชามคว่ำ จึงเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนคุ้นเคยของอิซุโคเก็น
ภูเขาโอมุโระเกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของประเทศ และเป็นเนินสโคเรียขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มภูเขาไฟทางตะวันออกของอิซุ

ชายฝั่งโจกาซากิ
จุดชมวิวเด่นที่เป็นตัวแทนของอิซุตะวันออก และได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ
ชายฝั่งหินลาวาแห่งนี้ทอดยาวประมาณ 9 กิโลเมตร เกิดจากลาวาที่ไหลออกมาจากการปะทุของภูเขาโอมุโระเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน แล้วถูกคลื่นทะเลกัดเซาะจนกลายเป็นภูมิประเทศที่เห็นในปัจจุบัน
จะแวะมองทะเลจากสะพานแขวน หรือนั่งเรือท่องเที่ยวชมหน้าผาจากทะเลก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ถ้ำริวงู
ถ้ำริวงูเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในย่านโทจิ เมืองชิโมดะ บริเวณปลายใต้สุดของคาบสมุทรอิซุ และถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของชิโมดะ
บริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรอิซุมีชั้นตะกอนจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลเมื่อประมาณ 1 ล้านปีก่อนสะสมอยู่เป็นวงกว้าง และต่อมาชั้นหินเหล่านี้ถูกยกตัวขึ้นจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก จนก่อให้เกิดภูมิทัศน์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
สำหรับคำว่า “ถ้ำทะเล” นั้น หมายถึงถ้ำที่เกิดจากคลื่นซัดกระแทกหน้าผาชายฝั่งจนกัดเซาะชั้นหินอ่อนหรือแนวรอยเลื่อน และถ้ำริวงูก็เป็นหนึ่งในนั้น

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิซุ
หากอยากรู้จักเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอิซุให้มากขึ้น บทความนี้ก็น่าจะช่วยได้มาก
5. “อาตามิ” รีสอร์ตชั้นนำของญี่ปุ่นที่เดินทางจากโตเกียวสะดวกมาก
ถ้าอยากได้เมืองตากอากาศริมทะเลที่ไปถึงง่ายจากโตเกียว “อาตามิ” ก็เป็นตัวเลือกที่สะดวกมาก
อาตามิในจังหวัดชิซูโอกะมีอากาศอบอุ่น และหากนั่งชินคันเซ็นสายโทไกโดจากสถานีโตเกียว ก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเท่านั้น จึงนับเป็นหนึ่งในรีสอร์ตชั้นนำของญี่ปุ่น พื้นที่นี้ก็อยู่ในเขตอิซุที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้เช่นกัน
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะสวรรค์ของออนเซ็น เพราะมีทั้งเรียวกังและโรงอาบน้ำสาธารณะที่สามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนปริมาณมากแบบไหลผ่านได้อย่างเต็มที่ อาหารทะเลสดจากท่าเรืออาตามิก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
อาตามิยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งจุดชมธรรมชาติและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ
อีกไฮไลต์คือทิวทัศน์ย้อนยุคที่เต็มไปด้วยอาคาร โรงแรม และร้านกาแฟซึ่งยังคงกลิ่นอายสมัยโชวะเอาไว้

ศาลเจ้าคิโนะมิยะ
ศาลเจ้าที่ผู้คนในอาตามินับถือมาตั้งแต่โบราณในฐานะเทพแห่งโชคลาภและสิริมงคล ภายในบริเวณมีต้นการบูรใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ และได้รับความนิยมในฐานะพาวเวอร์สปอตชั้นนำของญี่ปุ่น
ต้นการบูรใหญ่ที่มีอายุประมาณ 2,100 ปี เปี่ยมด้วยพลังชีวิต เชื่อกันว่าหากเดินรอบลำต้น 1 รอบ อายุจะยืนยาวขึ้นอีก 1 ปี อีกทั้งยังมีตำนานว่าหากอธิษฐานในใจพร้อมเดินรอบลำต้น 1 รอบ คำขอนั้นจะเป็นจริง จึงมีผู้คนมากมายมาเยือนเพื่อขอพรเรื่องสุขภาพ อายุยืน และความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ

หาดอาตามิ ซันบีช
ชายหาดที่คึกคักไปด้วยผู้คนมาเล่นน้ำในฤดูร้อน และยังเป็นจุดชม “เทศกาลดอกไม้ไฟเหนือทะเลอาตามิ” ซึ่งจัดขึ้นปีละหลายครั้งได้อย่างสวยงาม แนวต้นปาล์มยาวถึง 400 เมตร ผืนทรายสีขาวที่ตัดกับท้องฟ้าสีคราม และเสียงคลื่นที่สงบตื้นไกล ช่วยสร้างบรรยากาศแบบรีสอร์ตเขตร้อนได้อย่างชัดเจน
จากทำเลที่ตั้ง ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักทั้งในชื่อชายหาดชมพระอาทิตย์ขึ้น และชายหาดแสงจันทร์ อีกทั้งในบางช่วงยังก็มีการประดับไฟยามค่ำคืนด้วย

ปราสาทอาตามิ
หอคอยปราสาทที่โดดเด่นอยู่บนเนินสูงของอาตามิ แต่หากสงสัยว่าใครเป็นผู้สร้าง คำตอบก็คือ ที่จริงแล้วไม่ใช่ปราสาทที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์ “หอปราสาทจำลอง” สูง 5 ชั้น 9 ระดับ ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1959
จุดเด่นที่สุดคือวิวจากชั้นบนสุด จากความสูง 43 เมตรเหนือพื้นดิน และ 160 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล คุณจะได้ชมทิวทัศน์แบบ 360 องศาอย่างเต็มตา ทั้งตัวเมืองอาตามิและคาบสมุทรอิซุที่ทอดยาวออกไปไกล

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาตามิ
หากอยากเต็มอิ่มกับเสน่ห์อันหลากหลายของอาตามิ ลองดูบทความนี้ที่คัดสถานที่ท่องเที่ยวเด่นมาให้แล้ว
6. “คุซัตสึออนเซ็น” ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเสน่ห์เฉพาะของเมืองออนเซ็น
ถ้าอยากลองใช้เวลาในเมืองออนเซ็นแบบเต็ม ๆ “คุซัตสึออนเซ็น (Kusatsu Onsen)” เป็นอีกแห่งที่น่าไปมาก
อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยต่อรถไฟและรถบัส และเป็นหนึ่งในสามออนเซ็นชื่อดังของญี่ปุ่น
มีปริมาณน้ำพุร้อนผุดตามธรรมชาติมากที่สุดในญี่ปุ่น มากกว่า 32,300 ลิตรต่อนาที และยังขึ้นชื่อว่าน้ำแร่มีความเป็นกรดสูงพร้อมคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อที่ดี
ในย่านออนเซ็นเต็มไปด้วยที่พักบรรยากาศมีเสน่ห์ คาเฟ่ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น รวมถึงของฝากสไตล์ย้อนยุคให้เลือกมากมาย
นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์หลายอย่าง เช่น “ยูบาตาเกะ” สัญลักษณ์ของคุซัตสึออนเซ็น และโชว์กวนออนเซ็นที่สืบต่อมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960

7. “อิคาโฮะออนเซ็น” ที่โดดเด่นด้วยบ่อน้ำพุร้อน 2 ชนิดและใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงาม
ถ้าอยากแช่ออนเซ็นพร้อมเดินเล่นในเมืองบรรยากาศคลาสสิก “อิคาโฮะออนเซ็น (Ikaho Onsen)” ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก
เดินทางจากสถานีโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง โดยต่อชินคันเซ็น รถไฟท้องถิ่น และรถบัส
อิคาโฮะออนเซ็นเป็นเมืองออนเซ็นที่ผู้คนคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถึงขั้นถูกกล่าวถึงในมังโยชู ซึ่งเป็นรวมบทกวีที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นที่รักของนักเขียนจำนวนมาก
เสน่ห์สำคัญคือมีน้ำพุร้อน 2 ประเภทให้ได้ผ่อนคลายกับคุณประโยชน์ที่แตกต่างกัน
ย่านออนเซ็นที่มีบันไดหิน 365 ขั้น และสองข้างทางเรียงรายด้วยร้านงานฝีมือและร้านสินค้าท้องถิ่น ก็มอบบรรยากาศน่าหลงใหลไม่แพ้กัน
หากสามารถเลือกช่วงเวลาเดินทางได้ อยากแนะนำให้มาในฤดูใบไม้ร่วง เพื่อชมภาพงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่เข้ากับบรรยากาศของเมืองอิคาโฮะออนเซ็นได้อย่างลงตัว

8. “คินุงาวะออนเซ็น” ที่เพลิดเพลินได้ทั้งความงามของหุบเขาและน้ำพุร้อนชื่อดัง
ถ้าอยากได้ทั้งวิวหุบเขาและการแช่ออนเซ็นในบรรยากาศเงียบสงบ “คินุงาวะออนเซ็น (Kinugawa Onsen)” ก็น่าสนใจไม่น้อย
แหล่งออนเซ็นชั้นนำของโทจิงิแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีโตเกียวโดยรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง
ท่ามกลางโลเคชันชั้นเยี่ยมที่รายล้อมด้วยธรรมชาติสวยงาม คุณจะได้แช่ออนเซ็นที่อ่อนโยนต่อผิวและมีคุณประโยชน์สูง
ลองลงแช่ออนเซ็นกลางแจ้งวิวสวยที่มองเห็นธรรมชาติสี่ฤดูของแม่น้ำคินุงาวะ หรือออนเซ็นลับลึกกลางหุบเขา แล้วปล่อยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายอย่างช้า ๆ ในบรรยากาศอันเงียบสงบ
อีกหนึ่งเสน่ห์คือทิวทัศน์แปลกตาที่ผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับซากอาคารของเรียวกังและสถานแช่น้ำร้อนในอดีต จนเกิดเป็นภาพความงามแบบร้างโรยที่น่าประทับใจ
บริเวณโดยรอบยังมีทั้งธีมพาร์กและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกมาก จึงน่ายินดีไม่น้อยที่สามารถใช้คินุงาวะออนเซ็นเป็นฐานออกเที่ยวจุดเด่นต่าง ๆ ของโทจิงิได้

ขอแนะนำพื้นที่ทามะ ที่จะทำให้คุณค้นพบอีกมุมหนึ่งของโตเกียว
นอกจากจุดหมายรอบโตเกียวแล้ว ยังมีอีกพื้นที่หนึ่งที่อยากชวนให้ลองมองดูให้ดี
เราได้แนะนำทั้งสถานที่ท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว และจุดหมายที่เหมาะกับการเที่ยวแบบ 1 คืน 2 วันไปแล้ว
แต่คุณได้สัมผัสโตเกียวอย่างเต็มที่จริง ๆ หรือยัง
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของโตเกียวส่วนใหญ่มักอยู่ใน “23 เขต” ทางฝั่งตะวันออกของเมือง
เพราะเหตุนี้ จึงมีคนจำนวนมากที่ยังไม่รู้จักเสน่ห์ของจุดท่องเที่ยวในพื้นที่ทามะ ซึ่งเป็นบริเวณ “นอก 23 เขต” ทางฝั่งตะวันตกของโตเกียว
ก่อนจะออกไปเที่ยวใกล้โตเกียว ลองวางแผนเที่ยวพื้นที่ทามะไว้ด้วยก็น่าสนใจไม่น้อย
หากเที่ยวตามสถานที่ที่จะแนะนำต่อจากนี้เป็นหลัก ก็น่าจะทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับพื้นที่ทามะอย่างเต็มอิ่มเช่นกัน
1. ภูเขาทาคาโอะ
ถ้าอยากออกไปสัมผัสธรรมชาติของโตเกียวแบบไม่ต้องเดินทางไกล “ภูเขาทาคาโอะ” เป็นจุดหมายยอดนิยมเสมอ
ภูเขานี้สูง 599 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองฮาจิโอจิ โตเกียว เดินทางสะดวกและได้รับความนิยมในฐานะภูเขาที่ขึ้นได้ง่ายแบบไปเที่ยวสบาย ๆ
มีผู้มาเยือนหลากหลายตั้งแต่ครอบครัวที่พาเด็กเล็กมา ไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยมีผู้มาเยือนประมาณ 3 ล้านคนต่อปี และยังมีชื่อเสียงในฐานะภูเขาที่มีนักปีนเขามากที่สุดในโลก

2. วัดจินไดจิ
ถ้าอยากใช้เวลาแบบสงบ ๆ ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี “วัดจินไดจิ” ก็เป็นอีกแห่งที่น่าแวะ
วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องการปัดเป่าสิ่งไม่ดีและการขอพรด้านความรัก ภายในอาคารชากาโดะประดิษฐานพระศากยมุนีพุทธรูป ซึ่งเป็นสมบัติประจำชาติ
บริเวณวัดจินไดจิอันอุดมด้วยต้นไม้เขียวขจีมีน้ำผุดตามธรรมชาติ และด้วยแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์นี้เอง ทำให้วัฒนธรรมการทำโซบะพัฒนาขึ้น รอบ ๆ วัดมีร้านโซบะมากกว่า 20 ร้านจนกลายเป็นของขึ้นชื่อของพื้นที่

3. ซานริโอพิวโรแลนด์
ใครอยากเปลี่ยนอารมณ์มาเที่ยวแบบน่ารักสดใส “ซานริโอพิวโรแลนด์” ก็เหมาะมาก
ที่นี่เป็นธีมพาร์กในร่มที่ดำเนินงานโดย “ซานริโอ” ผู้สร้างตัวละครยอดนิยมอย่าง “เฮลโลคิตตี” “กุเดทามะ” และ “มายเมโลดี้”
โชว์และพาเหรดของเหล่าตัวละครซานริโอมีการจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเนื้อเรื่อง การเต้น และดนตรี
นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายรูปอยู่มากมาย และสามารถถ่ายภาพร่วมกับตัวละครได้ด้วย

บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ทามะ
นอกจากจุดที่แนะนำในบทความนี้แล้ว พื้นที่ทามะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย
บทความนี้ได้แนะนำโมเดลคอร์สเที่ยว 1 วันที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของพื้นที่ทามะได้อย่างเต็มที่ ลองนำไปใช้วางแผนกันได้เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียว
Q
ช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้หน่อย
แนะนำคาวาโกเอะ โยโกฮามะ เอโนะชิมะ คามาคุระ ฮายามะ และคาวากุจิโกะ ซึ่งเดินทางจากโตเกียวได้ภายใน 2 ชั่วโมง
Q
ช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ขยับออกจากโตเกียวไปเที่ยวแบบ 1 คืน 2 วันได้หน่อย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียวที่เหมาะกับทริป 1 คืน 2 วัน ได้แก่ ฮาโกเนะ คารุอิซาวะ นิกโก อาตามิ และคุซัตสึออนเซ็น
Q
ช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียวที่มีออนเซ็นให้เพลิดเพลินหน่อย
แนะนำฮาโกเนะ อาตามิ และคุซัตสึออนเซ็น
บทสรุป
เราได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียวมาไว้ให้แล้ว ไม่รู้ว่าคุณเจอจุดหมายที่อยากไปบ้างหรือยัง
ถ้าอยากให้ทริปโตเกียวน่าจดจำยิ่งขึ้น ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วค่อยออกไปเที่ยวทั้งพื้นที่รอบโตเกียวและย่านทามะกันดู