
ถ้าอยากช้อปให้จุใจ ต้องไปเยือน! 【20 ย่านและจุดช้อปปิ้งยอดนิยมในญี่ปุ่น】
ไปญี่ปุ่นทั้งที หลายคนคงอยากเผื่อเวลาไว้สำหรับการช้อปปิ้งแบบเต็มที่
บางคนอาจถึงขั้นวางแผนทริปโดยมีเป้าหมายหลักคือการซื้อของเลยก็ได้
ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลแบบนี้อยู่ บทความนี้จะพาไปรู้จักย่านช้อปปิ้งและจุดช้อปปิ้งยอดนิยมในญี่ปุ่น
เมื่ออ่านจบ คุณจะเห็นได้ชัดว่าควรไปเมืองไหนหรือย่านไหนในญี่ปุ่น เพื่อเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่เหมาะกับสไตล์และความต้องการของตัวเอง
ลองใช้บทความนี้เป็นไอเดีย แล้วออกไปสนุกกับการช้อปปิ้งในญี่ปุ่นให้เต็มที่กัน
ถ้าอยากช้อปต้องมาที่นี่! 5 ย่านช้อปปิ้งยอดนิยมในโตเกียว
ถ้าพูดถึงเมืองที่ช้อปสนุกแบบเลือกอารมณ์ได้หลากหลาย โตเกียวก็มักเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง
เมืองหลวงของญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นมหานครที่ทั้งเป็นศูนย์กลางของเทรนด์และยังคงมีชีวิตชีวาของวัฒนธรรมดั้งเดิม ประวัติศาสตร์กับความล้ำสมัยจึงอยู่ร่วมกันได้อย่างน่าสนใจ
แม้จะเรียกรวมว่า “โตเกียว” แต่เสน่ห์ของแต่ละย่านก็แตกต่างกันออกไป
ท่ามกลางทิวทัศน์ที่มีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายรูปสวย ย่านบันเทิง หรือกลุ่มตึกระฟ้า คุณจะได้พบทั้งแฟชั่นล้ำสมัยและบรรยากาศเรโทรแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
โตเกียวเป็นเมืองที่ตอบโจทย์ได้หลากหลาย ทำให้รูปแบบการช้อปปิ้งก็แตกต่างกันไปตามย่านอย่างชัดเจน
เพียงเปลี่ยนย่าน บรรยากาศ สินค้าที่วางขาย และของที่หาได้ก็เปลี่ยนไป จึงมีโอกาสสูงที่คุณจะเจอไอเท็มถูกใจอย่างแน่นอน
ต่อไปนี้คือ 5 ย่านเด่นในโตเกียวที่เหมาะกับการช้อปปิ้งเป็นพิเศษ พร้อมแนะนำจุดเด่นของแต่ละแห่ง
1. ฮาราจูกุ
ฮาราจูกุ (Harajuku) ตั้งอยู่ในเขตชิบุยะของกรุงโตเกียว
ด้วยทำเลที่เดินจากชิบุยะได้ และยังเดินต่อไปยังอาโอยามะกับโอโมเตะซันโดซึ่งเต็มไปด้วยร้านแบรนด์ดังได้อย่างสะดวก จึงกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ถนนช้อปปิ้งทาเคชิตะ (Takeshita-dori) ที่มีความยาวประมาณ 350 เมตร เต็มไปด้วยร้านที่ขายแฟชั่นไอเท็มมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งหาซื้อที่อื่นได้ยาก และยังเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรม Kawaii ที่ทั่วโลกจับตามอง
ยังมีจุดช้อปปิ้งที่ดึงดูดคนรักเทรนด์อยู่อีกหลายแห่ง เช่น แคตสตรีท (Cat Street) ที่เรียงรายด้วยร้านสุดฮิต และลาโฟเรต์ ฮาราจูกุ (Laforet Harajuku) ที่ส่งต่อเทรนด์แฟชั่นมาตั้งแต่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1978
เรื่องกินก็สนุกไม่แพ้กัน จะเดินชิมเครป ทาโกะยากิ หรือกาเล็ตต์ไปด้วยก็ได้
ภายในย่านยังมีสตรีทอาร์ตและจุดถ่ายรูปสวยๆ อยู่มากมาย
ถ้าอยากรู้จักแหล่งช้อปปิ้งในฮาราจูกุและพื้นที่รอบๆ ให้มากขึ้น ลองดูบทความนี้เพิ่มเติมได้เลย

2. ชินจูกุ
ชินจูกุ (Shinjuku) เป็นย่านที่มีทั้งที่ว่าการกรุงโตเกียวและย่านธุรกิจ แม้จะเป็นบิ๊กทาวน์ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า แต่ก็ยังมีศาลเจ้าเก่าแก่และสวนที่ให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติได้ จึงเที่ยวได้หลายสไตล์
ย่านบันเทิงชื่อดังระดับประเทศอย่างคาบุกิโจ (Kabukicho) และชินจูกุโกลเดนไก (Shinjuku Golden Gai) ที่มีเสน่ห์แบบเก่าก็เป็นที่รู้จักอย่างมาก
ด้านช้อปปิ้งก็ครบครัน ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ ร้านเทรนด์ใหม่ ร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดยักษ์ ร้านอุปกรณ์กีฬา ไปจนถึงร้านขายยา ทั้งร้านเก่าและใหม่มีให้เลือกมากมาย
ห้างเก่าแก่ เช่น ชินจูกุอิเซตัน (Shinjuku Isetan) ซึ่งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารประวัติศาสตร์ และทาคาชิมายะ (Takashimaya) ที่เชื่อมตรงกับประตูทางออกฝั่งใต้ใหม่ของสถานีชินจูกุ ก็เหมาะแม้แค่เดินชมภายในก็ให้ความรู้สึกหรูหราและเพลิดเพลิน
ส่วนคอมเพล็กซ์เชิงพาณิชย์รุ่นใหม่อย่าง NEWoMan SHINJUKU และชินจูกุมิลロード มีร้านเฉพาะทางมากกว่า 100 ร้าน ทั้งเครื่องสำอาง แฟชั่น ของขวัญ ของใช้ ร้านอาหาร และคาเฟ่
ถ้าอยากรู้เรื่องการช้อปปิ้งในชินจูกุให้มากขึ้น บทความนี้ก็น่าจะช่วยได้

3. ชิบุยะ
ชิบุยะ (Shibuya) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเขต 23 เขตในโตเกียว
ที่นี่มีจุดเด่นระดับสัญลักษณ์ของเมืองมากมาย เช่น สี่แยกสแครมเบิลที่ว่ากันว่าแน่นที่สุดในโลก และย่านการค้า ชิบุยะเซ็นเตอร์ไก (Shibuya Center-gai) ที่เต็มไปด้วยร้านหลากหลายแนวล้ำสมัย ทำให้มีผู้คนจากทั้งในและต่างประเทศมาเยือนจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นหรือของจุกจิก ก็มีครบแทบทุกประเภท จึงสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งได้ตลอดทั้งวัน
ถ้าอยากหาไอเท็มที่สะท้อนเทรนด์ล่าสุดหรือของที่มีความยูนีก ชิบุยะคือตัวเลือกที่โดดเด่นมาก
ที่นี่เต็มไปด้วยศูนย์การค้ามากมาย เช่น SHIBUYA109 สาขาชิบุยะ ที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่นสายแฟชั่นมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงชิบุยะสแครมเบิลสแควร์และชิบุยะฮิคาริเอะ ซึ่งเชื่อมตรงกับสถานีและตอบโจทย์ผู้คนทุกเพศทุกวัย
หากอยากเที่ยวชิบุยะให้คุ้ม บทความนี้ก็น่าอ่านต่อเช่นกัน

4. กินซ่า เมืองช้อปปิ้งหรูที่เทรนด์และประเพณีมาบรรจบกัน
กินซ่า (Ginza) อยู่ห่างจากสถานีโตเกียวไปทางตะวันออกเพียงเดินไม่กี่นาที เป็นย่านที่เรียงรายด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ร้านแบรนด์หรู และร้านเก่าแก่ชื่อดัง
หากชิบุยะและชินจูกุทางฝั่งตะวันตกของสายยามาโนเตะเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมวัยรุ่น กินซ่าก็อาจเรียกได้ว่าเป็น “เมืองของผู้ใหญ่” ที่สง่างามและมีระดับ
บนถนนกินซ่าโดริ (Ginza-dori) ซึ่งผสานความกลมกลืนของอาคารสมัยใหม่และอาคารดั้งเดิม คุณจะพบทั้งห้างเก่าแก่ เช่น มิตสึโคชิ (Mitsukoshi) และวาโกะ (Wako) ร้านแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton และ Chanel รวมถึงแฟลกชิปสโตร์ของแบรนด์ดังต่างๆ ที่เรียงรายอยู่เต็มถนน ให้คุณสนุกกับการช้อปปิ้งในบรรยากาศที่พิถีพิถันและหรูหรา
ที่นี่คือเมืองช้อปปิ้งระดับพรีเมียมที่เทรนด์และประเพณีมาพบกันอย่างลงตัว
ถ้าอยากช้อปในกินซ่าให้เต็มอิ่ม ลองอ่านบทความนี้ประกอบได้เลย

5. อากิฮาบาระ เมืองแห่งวัฒนธรรมโอตาคุและย่านเครื่องใช้ไฟฟ้า
อากิฮาบาระ (Akihabara) บริเวณรอบย่านอากิฮาบาระในเขตไทโตะและคันดะในเขตจิโยดะของโตเกียว เป็นที่รู้จักในฐานะย่านวัฒนธรรมโอตาคุและย่านเครื่องใช้ไฟฟ้า
ที่นี่คุณจะได้สนุกกับวัฒนธรรมโอตาคุแบบญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นร้านเฉพาะทางสินค้าจากอนิเมะและเกม หรือเมดคาเฟ่ ขณะเดียวกันถนนที่เต็มไปด้วยร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายก็ดูเพลินและตอบโจทย์คนรักของสะสมหรือสายฮาร์ดคอร์ได้ดี
ถ้าคุณชื่นชอบอนิเมะหรือเกม ห้ามพลาดสาขาอากิฮาบาระของ Animate ร้านเฉพาะทางอนิเมะ มังงะ และเกมขนาดใหญ่ระดับประเทศ รวมถึงสาขาใหญ่ของ Mandarake ที่รับซื้อและจำหน่ายสินค้าซับคัลเจอร์ทั่วญี่ปุ่น
หากสนใจเครื่องใช้ไฟฟ้า Yodobashi Akiba ก็เป็นจุดที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นหนึ่งในร้านที่มีพื้นที่ขายใหญ่ที่สุดในอากิฮาบาระ โดยในอาคารตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 9 มีถึง 6 ชั้นที่เป็นโซนมัลติมีเดีย
ถ้าอยากพักผ่อนในบรรยากาศเรโทร แนะนำมาร์เช่เอกิวท์ คันดะมันเซบาชิ (mAAch ecute Kanda Manseibashi) ศูนย์การค้าที่รีโนเวตจากสะพานยกระดับมันเซบาชิซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1912
ถ้าอยากเที่ยวและช้อปในอากิฮาบาระให้ครบ ลองดูบทความนี้เพิ่มเติมได้

ไม่ได้มีแค่โตเกียวเท่านั้น! 5 ย่านช้อปปิ้งยอดนิยมในญี่ปุ่น
ถ้าเริ่มจากโตเกียวก่อน ก็อาจพอเห็นภาพแล้วว่าญี่ปุ่นมีตัวเลือกเรื่องช้อปปิ้งหลากหลายแค่ไหน
แต่จริงๆ แล้วนอกโตเกียวก็ยังมีอีกหลายเมืองที่เหมาะกับการช้อปปิ้งมากๆ
ต่อไปนี้เราคัดเลือกย่านยอดนิยมในเมืองท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวพร้อมช้อปได้อย่างลงตัวมาแนะนำ
ไม่ว่าคุณจะไปย่านไหน ก็น่าจะได้สนุกกับการช้อปปิ้งพร้อมสัมผัสบรรยากาศเฉพาะตัวของพื้นที่นั้นๆ
1. 【โอซาก้า】ย่านมินามิ
โอซาก้าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคันไซ และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น
เมืองนี้ได้รับการขนานนามมาตั้งแต่โบราณว่าเป็น “ครัวของแผ่นดิน” และเติบโตมาในฐานะเมืองการค้า
ในบรรดาย่านต่างๆ จุดที่สัมผัสความเป็นโอซาก้าได้ชัดที่สุดคือ “ย่านมินามิ” ที่มีนัมบะเป็นศูนย์กลาง
โดทงโบริ (Dotonbori) ที่รวมของกินขึ้นชื่อของโอซาก้าอย่างทาโกะยากิและโอโคโนมิยากิ ก็อยู่ในย่านมินามิเช่นกัน
ที่นี่มีจุดช้อปปิ้งมากมาย ตั้งแต่สินค้าที่สะท้อนความเป็นโอซาก้าไปจนถึงไอเท็มตามเทรนด์ล่าสุด
ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ซึ่งเป็นย่านคึกคักไม่แพ้โดทงโบริและถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำของโอซาก้า มีทั้งห้างอย่าง Daimaru Shinsaibashi และ Shinsaibashi PARCO รวมถึงร้านแฟชั่นฟาสต์แฟชั่นและร้านเสื้อผ้ายอดนิยมเรียงรายอยู่มากมาย
นัมบะพาร์กส์ (Namba Parks) ที่เชื่อมตรงกับสถานีนัมบะของสาย Nankai เป็นคอมเพล็กซ์เชิงพาณิชย์สูง 9 ชั้นเหนือพื้นดิน รวมร้านมากกว่า 200 แห่ง ทั้งแฟชั่น ของใช้ อาหาร และโรงภาพยนตร์
ช่วงหลังยังมีถนนการค้าเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย เช่น คุโรมงอิจิบะ (Kuromon Market) ที่เป็นตลาดครัวของชาวโอซาก้ามาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 และถนนช้อปปิ้งเซนนิจิมะเอะโดกุยาสุจิ (Sennichimae Doguyasuji Shopping Street) ซึ่งเป็นอาเขตยาว 150 เมตร

2. 【คานางาวะ】โยโกฮามะ
โยโกฮามะ (Yokohama) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจังหวัดคานางาวะ ติดกับโตเกียว
เมืองสมัยใหม่ที่มีตึกสูงเรียงรายแห่งนี้ผสานกลิ่นอายต่างประเทศไว้อย่างลงตัว จึงมีบรรยากาศโรแมนติกเป็นพิเศษ
ด้วยการคงอยู่ของอาคารประวัติศาสตร์สไตล์ตะวันตกจำนวนมาก จึงเป็นเมืองยอดนิยมทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและคู่รัก
ด้านช้อปปิ้งก็ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Mitsui Outlet Park Yokohama Bayside ที่สามารถช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และทำกิจกรรมกลางแจ้งพร้อมชมท่าจอดเรือขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของเอเชีย, MARINE & WALK YOKOHAMA ที่อยู่ติดกับโกดังอิฐแดงโยโกฮามะ หรือ Yokohama Motomachi Shopping Street ถนนการค้าสไตล์ตะวันตกอันหรูหรายาว 600 เมตรที่มีประวัติมากกว่า 150 ปี
ถ้าอยากเที่ยวและช้อปในโยโกฮามะให้เต็มอิ่ม บทความนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน

3. 【เกียวโต】คาวารามาจิ
เกียวโตเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 1,000 ปี จึงยังคงมีอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์หลงเหลืออยู่มาก และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยว
ไม่เพียงแต่ทิวทัศน์เมืองที่งดงามแบบดั้งเดิม สถาปัตยกรรม และสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ตัวเมืองเองก็ยังคงบรรยากาศแบบเมืองหลวงเก่าไว้อย่างชัดเจน
สำหรับคนที่สนใจย่านนี้ คาวารามาจิ (Kawaramachi) หมายถึงบริเวณรอบถนนคาวารามาจิที่พาดผ่านใจกลางเมืองเกียวโตจากเหนือจรดใต้ และยังถูกเรียกว่าเป็นย่านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของเกียวโต
ที่นี่มีทั้งจุดที่ได้สัมผัสกลิ่นอายเกียวโตอย่างเต็มที่ เช่น พอนโตโจ (Pontocho) ตรอกเลียบแม่น้ำคาโมงาวะที่ทอดยาวประมาณ 500 เมตรจากเหนือจรดใต้ ซึ่งเรียงรายไปด้วยอิซากายะ ร้านอาหารคัปโปะ สถานที่ฝึกซ้อมของเกอิชาและไมโกะ รวมถึงร้านน้ำชา
หากตั้งใจมาช้อปปิ้ง แนะนำห้างสรรพสินค้าอย่าง Takashimaya Kyoto Store ซึ่งมียอดขายสูงที่สุดในบรรดาห้างของเกียวโต, Daimaru Kyoto Store ที่เป็นห้างเก่าแก่ และ Fujii Daimaru ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น

4. 【ไอจิ】นาโกย่า
จังหวัดไอจิตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของญี่ปุ่น
พื้นที่นี้รุ่งเรืองมาแต่โบราณในฐานะจุดยุทธศาสตร์ด้านคมนาคม และนาโกย่า (Nagoya) เมืองหลวงของจังหวัด ก็เป็นหนึ่งในสามมหานครสำคัญของญี่ปุ่น
ที่นี่มีเสน่ห์หลากหลาย ทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ อุตสาหกรรม และวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นดินแดนแห่งการผลิตที่มีบริษัทด้านอุตสาหกรรมดั้งเดิมและการผลิตชั้นนำรวมตัวกันอยู่มากมาย
ตั้งแต่ศูนย์การค้าทันสมัยที่ให้คุณสัมผัสเทรนด์ล่าสุด ไปจนถึงถนนการค้าที่หาซื้อของขึ้นชื่อเฉพาะของไอจิได้ นาโกย่ามีจุดช้อปปิ้งน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ถนนการค้าโอสึ (Osu Shopping Street) ซึ่งเป็นถนนการค้าที่ใหญ่ที่สุดของนาโกย่า มีร้านเรียงรายประมาณ 1,200 ร้านจากหลากหลายหมวดหมู่ ส่วนมิดแลนด์สแควร์ (Midland Square) ตึกสูงหน้า station นาโกย่า ก็เต็มไปด้วยบูติกแบรนด์ต่างประเทศ ร้านอาหารหรู และคาเฟ่
ถ้าอยากเที่ยวและช้อปในนาโกย่าให้คุ้ม บทความนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์

5. 【เฮียวโงะ】โกเบ
จังหวัดเฮียวโงะตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของภูมิภาคคิงกิ โดยด้านเหนือหันสู่ทะเลญี่ปุ่นและด้านใต้หันสู่ทะเลเซโตะใน
เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างที่สุดในคันไซ และมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจกระจายอยู่ทั่วจังหวัด
ในบรรดาพื้นที่ต่างๆ โกเบ (Kobe) ซึ่งเป็นมหานครสำคัญของคันไซคู่กับโอซาก้าและเกียวโต ได้รับความนิยมในฐานะเมืองท่าที่มีกลิ่นอายต่างประเทศ
ย่านโกเบโมโตมาจิ (Kobe Motomachi) ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ในฐานะย่านที่ชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัย เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ตะวันตกสมัยใหม่อันงดงาม ให้บรรยากาศแบบยุโรปตะวันตกแม้อยู่ในญี่ปุ่น
ที่นี่มีทั้งร้านแบรนด์หรู ร้านสไตล์เฉพาะตัวจากต่างประเทศ คาเฟ่ และร้านของจุกจิกมากมาย ให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศโรแมนติกพร้อมช้อปปิ้งไปด้วย
ส่วนโกเบฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) ซึ่งมีคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่หลายแห่งเรียงรายอยู่ริมทะเล ก็มีเสน่ห์ตรงที่ไม่ได้มีแค่เรื่องช้อปปิ้ง แต่ยังมีกิจกรรมพักผ่อนหลากหลายให้สนุกได้ด้วย
ถ้าอยากเที่ยวและช้อปในโกเบอย่างเต็มที่ ลองดูบทความนี้เพิ่มเติมได้เลย

ถ้ายังเลือกไม่ถูก มาที่นี่เลย! 5 จุดช้อปปิ้งยอดนิยมในญี่ปุ่น
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเริ่มช้อปจากย่านไหนดี ลองมองหาจุดช้อปปิ้งขนาดใหญ่ไว้ก่อนก็สะดวกไม่น้อย
ต่อจากนี้จะพาไปรู้จักจุดช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นพิเศษในญี่ปุ่น
สถานที่ทั้งหมดที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่รวมร้านค้าหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว
ถ้าคุณอยากช้อปแต่มีเวลาจำกัด หรือยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี ลองแวะไปสักแห่ง รับรองว่าน่าจะตอบโจทย์ได้ง่ายขึ้น
1. 【โตเกียว】โตเกียวมิดทาวน์ ฮิบิยะ
ฮิบิยะ (Hibiya) เป็นย่านสำหรับผู้ใหญ่ที่มีบทบาทนำความทันสมัยของญี่ปุ่นในฐานะศูนย์กลางธุรกิจนานาชาติและศิลปวัฒนธรรม
ส่วนโตเกียวมิดทาวน์ ฮิบิยะ เป็นอาคารคอมเพล็กซ์ที่ถือเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้
อาคารสูง 35 ชั้นเหนือพื้นดินและ 4 ชั้นใต้ดิน โดยชั้นบนเป็นสำนักงาน และชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 7 เป็นโซนการค้า มีร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ประมาณ 60 ร้าน
ด้วยดีไซน์ทันสมัยและบรรยากาศสุขุมแบบผู้ใหญ่ ที่นี่เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นและช้อปปิ้งในย่านระดับพรีเมียม

2. 【ฟุกุโอกะ】คาแนลซิตี้ ฮากาตะ
คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่รวมทั้งศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ โรงละคร โซนบันเทิง และโรงแรม 2 แห่ง บนพื้นที่กว้างประมาณ 43,500 ตร.ม.
สัญลักษณ์ของที่นี่คือคลองยาวประมาณ 180 เมตรที่ไหลผ่านกลางพื้นที่ซึ่งรายล้อมด้วยอาคารสีสันสดใส
จุดเด่นของคาแนลซิตี้ ฮากาตะ คือแค่แวะมาอยู่ในพื้นที่นี้ก็มอบความสนุกได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งหรือความบันเทิงก็ตาม

3. 【ชิบะ】มิตซุย เอาต์เล็ตพาร์ก คิซาราสึ
มิตซุย เอาต์เล็ตพาร์ก คิซาราสึ (Mitsui Outlet Park Kisarazu) เป็นเอาต์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ในเมืองคิซาราสึ จังหวัดชิบะ
ที่นี่นำเสนอสินค้าคุณภาพสูงในราคาเอาต์เล็ตจากผู้ผลิตและแบรนด์ชื่อดังทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเซเล็กต์ช็อปต่างๆ โดยมีจำนวนร้านมากกว่า 300 ร้าน ถือเป็นหนึ่งในเอาต์เล็ตขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

4. 【ชิบะ】มิตซุย ช้อปปิ้งพาร์ก ลาลาพอร์ต TOKYO-BAY
ศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ในเขตท่าเรือชิบะ และมีพื้นที่กว้างขวางมาก
ภายในแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ เหนือ ใต้ และตะวันตก โดยเป็นพื้นที่สว่างโปร่งด้วยเพดานสูงแบบเปิดโล่งและแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามา ให้คุณเดินช้อปได้อย่างสบายๆ
มีร้านเฉพาะทางประมาณ 440 ร้านเรียงราย ทั้งแฟชั่นและอาหาร รวมถึงร้านขนาดใหญ่หลายแห่ง รับรองว่าน่าจะหาของที่อยากได้เจอแน่นอน

5. 【คานางาวะ】ลาโซนา คาวาซากิ พลาซ่า
เมืองคาวาซากิ (Kawasaki) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดคานางาวะ และมีแม่น้ำทามะกั้นติดกับโตเกียว
ลาโซนา คาวาซากิ พลาซ่า (Lazona Kawasaki Plaza) เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมตรงกับสถานีคาวาซากิของ JR ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของเมืองคาวาซากิ
ที่นี่เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยร้านเฉพาะทางประมาณ 350 ร้าน ทั้งแฟชั่น อาหาร อินทีเรีย และของใช้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีโรงภาพยนตร์และฟิตเนส ทำให้คนทุกเพศทุกวัยสามารถสนุกได้ตลอดวัน
ตรงกลางมีลานชื่อรูฟァฮิโรบะ ซึ่งเป็นลานวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 เมตร และมีการจัดงานไลฟ์มากกว่า 200 ครั้งต่อปี
ด้วยการใช้แสง เสียง และเอฟเฟกต์หลากหลาย ช่วงกลางวันและกลางคืนจึงให้บรรยากาศต่างกันอย่างชัดเจน

สัมผัสเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความอบอุ่นของผู้คน! 5 ถนนการค้ายอดนิยมในญี่ปุ่น
ถ้าอยากเปลี่ยนอารมณ์จากห้างใหญ่ๆ หรือคอมเพล็กซ์สมัยใหม่ ถนนการค้าก็เป็นอีกบรรยากาศที่น่าแวะ
ถนนการค้า คือย่านที่มีร้านค้าตั้งเรียงรายไปตามถนน
ถนนการค้าหลายแห่งที่ยังคงอยู่ในญี่ปุ่นในปัจจุบัน มักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงกลางศตวรรษที่ 20
เสน่ห์ของที่นี่คือการมีร้านเฉพาะทางและร้านค้าท้องถิ่น เช่น ร้านขายเนื้อ ร้านขายผัก ร้านขายปลา และร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับชุมชนมากกว่าห้างค้าปลีกขนาดใหญ่หรือร้านเชนสโตร์
หลายแห่งยังมีของกินแบบเดินทานให้เลือกมากมาย จึงสามารถเพลิดเพลินกับทั้งอาหารและการช้อปปิ้งไปพร้อมกันได้
ถนนการค้ายังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนท้องถิ่นและเจ้าของร้านได้พบปะกัน ทำให้มีบรรยากาศอบอุ่นเป็นพิเศษ
ยังมีอีกหลายแห่งที่คงภาพบรรยากาศแบบเก่าไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ให้คุณสัมผัสทั้งความเรโทรและทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์
ในบรรดาถนนการค้าที่มีเสน่ห์มากมายเหล่านี้ เราได้คัดเลือกถนนการค้าที่มีทั้งประวัติศาสตร์และความนิยมมาแนะนำ
ลองเพิ่มถนนการค้าที่ทำให้สัมผัสเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคและความอบอุ่นของผู้คนลงในแผนเที่ยวของคุณดู ก็น่าจะเป็นอีกประสบการณ์ช้อปปิ้งในญี่ปุ่นที่น่าประทับใจไม่น้อย
1. 【โตเกียว】ยานากะกินซ่า
ถนนการค้าแห่งนี้มีประวัติยาวนาน โดยเชื่อกันว่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติราวปี ค.ศ. 1945 บนถนนสั้นๆ ยาวประมาณ 170 เมตร มีร้านประมาณ 60 ร้านรวมตัวกันอยู่ ทั้งร้านค้าส่วนบุคคลแบบดั้งเดิม เช่น ร้านขายเนื้อ ร้านขายผัก ร้านขายปลา และร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงร้านโดนัทและร้านของจุกจิกที่นักท่องเที่ยวก็แวะสนุกได้เช่นกัน
บทสนทนาสนุกๆ ระหว่างลูกค้าประจำกับเจ้าของร้าน เสียงเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอย่างร่าเริง และกลิ่นหอมชวนหิวจากร้านกับข้าว ล้วนทำให้บรรยากาศของที่นี่สะท้อนภาพ “ญี่ปุ่นยุคเก่าอันแสนงดงาม” ได้อย่างชัดเจน

2. 【นาโกย่า】ถนนการค้าโอสึ
ถนนการค้าที่ใหญ่ที่สุดของนาโกย่า แผ่ขยายอยู่ในพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วย 4 ถนน ได้แก่ วาคามิยะโอโดริ ฟุชิมิโดริ โอสึโดริ และมินามิโอัตสึโดริ
ที่นี่อัดแน่นไปด้วยร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกประมาณ 1,200 แห่งจากแทบทุกหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้ามือสอง ร้านของจุกจิก หรือร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า จนเกิดเป็นบรรยากาศเฉพาะตัว
ปัจจุบันยังมีร้านขายอาหารตามเทรนด์จำนวนมาก ทำให้เต็มไปด้วยวัยรุ่นที่มาสนุกกับการกินเดินไปด้วย

3. 【โตเกียว】ถนนการค้าโทโกชิกินซ่า
ถนนการค้ายาวประมาณ 1.3 กิโลเมตรที่ทอดยาวไปทางตะวันออกและตะวันตกจากสถานีโทโกชิกินซ่าของสาย Tokyu Ikegami
มีร้านประมาณ 400 แห่งเรียงราย ตั้งแต่ร้านขายอาหารสด คาเฟ่ ร้านขนมปัง ไปจนถึงโรงอาบน้ำสาธารณะ
นับเป็นถนนการค้าที่มีความยาวมากที่สุดในโตเกียว และยังถูกกล่าวว่าเป็นต้นแบบของชื่อ “〇〇กินซ่า” ที่พบได้ทั่วญี่ปุ่น โดยชื่อโทโกชิกินซ่านั้นมาจากการได้รับอิฐจากถนนกินซ่าที่พังเป็นซากในเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่คันโต และจากความตั้งใจที่จะรับความคึกคักแบบย่านกินซ่ามาเป็นแรงบันดาลใจ

4. 【ฮอกไกโด】ถนนการค้าทานุกิโคจิ
ถนนการค้าทานุกิโคจิ (Tanukikoji Shopping Street) เป็นหนึ่งในถนนการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของฮอกไกโด โดยมีประวัติมากกว่า 140 ปี
ตั้งอยู่ใจกลางซัปโปโระ และมีร้านประมาณ 200 แห่งเรียงรายตลอดระยะทางราว 900 เมตรจากตะวันออกไปตะวันตก
ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศเรโทรจากร้านค้าดั้งเดิม ร้านงานฝีมือ และร้านขายของฝากที่หยั่งรากอยู่กับพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังมีร้านดังมากมายที่ให้คุณอิ่มอร่อยกับอาหารฮอกไกโด เช่น เบียร์ซัปโปโระแท้ๆ และจิงกิสข่าน

5. 【ชิซูโอกะ】ถนนการค้าอาตามิ เฮวะโดริ
จังหวัดชิซูโอกะตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของหมู่เกาะญี่ปุ่น
บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของจังหวัดชิซูโอกะ ใกล้กับจังหวัดคานางาวะ มีอาตามิ (Atami) รีสอร์ตน้ำพุร้อนชื่อดังที่ได้รับฉายาว่า “ฮาวายของญี่ปุ่น”
ถนนการค้าเฮวะโดริ (Heiwa-dori Shopping Street) ตั้งอยู่หน้าสถานีอาตามิ ซึ่งเป็นประตูสู่เมืองอาตามิที่โด่งดังเรื่องน้ำพุร้อน อาหารทะเลรสเลิศ และเทศกาลดอกไม้ไฟสุดอลังการ โดยมีร้านขายของขึ้นชื่อเรียงรายตลอดแนว
ที่นี่ไม่เพียงเหมาะสำหรับซื้อสินค้าท้องถิ่นและของฝากเท่านั้น แต่ยังมีร้านที่เหมาะกับการซื้อของกินระหว่างเดินเล่นและร้านอาหารอร่อยๆ อีกมากมาย
โดยเฉพาะของกินเดินทานที่ห้ามพลาด เช่น อิโซอาเกะ เทมปุระจากเนื้อปลาบดผสมอาหารทะเล โอคากิ และซาเกมันจูอันเป็นของหาทานได้ยาก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการช้อปปิ้งในญี่ปุ่น
Q
ถ้ามีเวลาน้อย แต่อยากช้อปให้คุ้ม ควรไปย่านไหน?
แนะนำโตเกียว เพราะมีย่านที่เหมาะกับการช้อปปิ้งหลายแห่ง เช่น ชิบุยะและชินจูกุ
Q
ถ้าอยากซื้อไอเท็มที่กำลังฮิตในญี่ปุ่น ควรไปที่ไหนดี?
แนะนำย่านต้นกำเนิดเทรนด์ที่คึกคักด้วยวัยรุ่น เช่น ชิบุยะและฮาราจูกุ
Q
ถ้าอยากช้อปปิ้งพร้อมสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ควรไปที่ไหนดี?
แนะนำคาวารามาจิในเกียวโตที่สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมได้ชัดเจน แต่ถนนการค้าที่มีเอกลักษณ์ท้องถิ่นก็เหมาะเช่นกัน
บทสรุป
ถ้ากำลังวางแผนทริปช้อปในญี่ปุ่น บทความนี้ก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพย่านและจุดช้อปปิ้งยอดนิยมได้ชัดขึ้น
เมื่อมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น อย่าลืมนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้วางแผนแล้วออกไปสนุกกับการช้อปปิ้งกันให้เต็มที่
ย่านที่เต็มไปด้วยร้านเทรนด์ล่าสุดและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ก็น่าสนใจมากอยู่แล้ว แต่ถ้าลองเพิ่มถนนการค้าที่มีกลิ่นอายวันวานเข้าไปในแผนเที่ยวด้วย ประสบการณ์ช้อปปิ้งในญี่ปุ่นของคุณก็น่าจะยิ่งหลากหลายและน่าจดจำมากขึ้น
ถ้าคุณอยากสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นไม่ใช่แค่เรื่องช้อปปิ้ง แต่รวมถึงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอาหารด้วย ลองอ่านบทความถัดไปต่อได้เลย

