
คู่มือเที่ยวฮิโรชิมะแบบครบถ้วนสำหรับผู้ที่มาเยือนครั้งแรก
ถ้าพูดถึงปลายทางที่มีทั้งทะเล ภูเขา เมืองเก่า และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่ในที่เดียว ฮิโรชิมะก็เป็นจังหวัดที่ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก
ที่นี่มีมรดกโลกทางวัฒนธรรม 2 แห่ง พร้อมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ทั้งทะเลเซโตะในและเทือกเขาจูโกกุ
ยังคงมีทิวทัศน์เมืองเก่าอันงดงามที่กลมกลืนกับธรรมชาติอยู่มาก จึงเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ
อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมคือ ที่นี่เป็นสถานที่แห่งแรกของโลกที่มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์
เสน่ห์เฉพาะของฮิโรชิมะคือการได้สัมผัสถึงความโหดร้ายของระเบิดปรมาณูและคุณค่าของสันติภาพ
บทความนี้จะพาไปรู้จักข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเดินทางอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ข้อมูลการคมนาคม เสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว
ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้วค่อย ๆ ออกไปสัมผัสเสน่ห์หลากหลายของฮิโรชิมะกัน
ฮิโรชิมะ เมืองแห่งมรดกโลก 2 แห่งและธรรมชาติอันงดงาม
ฮิโรชิมะอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดเป็นแนวเทือกเขาจูโกกุ ส่วนตอนใต้หันสู่ทะเลเซโตะใน จึงสามารถเพลิดเพลินกับภูมิทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลายได้
โดยเฉพาะความงามของหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลเซโตะในนั้น เรียกได้ว่าเป็นวิวระดับตระการตา
พอเข้าสู่ช่วงเย็น พระอาทิตย์ที่ย้อมท้องฟ้าเป็นสีส้มก็มอบบรรยากาศที่งดงามไปอีกแบบ
อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนมาเที่ยวฮิโรชิมะคือ ที่นี่มีมรดกโลกทางวัฒนธรรม 2 แห่ง
หนึ่งในนั้นคือศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) ซึ่งมีประวัติยาวนานประมาณ 1,400 ปี
ภาพของสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นตามรูปแบบยุคเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) จนดูราวกับลอยอยู่เหนือผิวน้ำนั้นชวนให้รู้สึกเหนือจริง
เพราะตั้งอยู่บนมิยาจิมะ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “3 วิวทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น” จึงยังมีจุดชมวิวสวย ๆ อีกมากให้เที่ยวควบคู่กัน
มรดกโลกอีกแห่งคือโดมระเบิดปรมาณู
ฮิโรชิมะเป็นสถานที่แรกของโลกที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณู และหลังจากนั้นก็ฟื้นฟูขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง
แม้อาคารนี้จะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางการระเบิดเพียงประมาณ 160 เมตร แต่บางส่วนก็ยังคงเหลือรอดจากการพังทลาย
การคงสภาพในช่วงเวลานั้นไว้เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ เป็นการสะท้อนถึงความสำคัญและความปรารถนาต่อการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์และสันติภาพโลก
การได้สัมผัสประวัติศาสตร์ของการทิ้งระเบิดปรมาณูอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ถือเป็นเสน่ห์เฉพาะของฮิโรชิมะอย่างแท้จริง

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในฮิโรชิมะ
พื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ที่ติดทะเลเซโตะในมีปริมาณฝนน้อยและมีวันที่อากาศแจ่มใสมาก
ส่วนพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือจะมีฝนมากกว่า และมีหิมะตกด้วย
เมืองศูนย์กลางอย่างฮิโรชิมะซิตีตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งจึงมีอากาศค่อนข้างอบอุ่น แต่ฝนตกค่อนข้างมาก
อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของฮิโรชิมะ
| - | มกราคม | กุมภาพันธ์ | มีนาคม | เมษายน | พฤษภาคม | มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | กันยายน | ตุลาคม | พฤศจิกายน | ธันวาคม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) | 5.4 | 6.2 | 9.5 | 14.8 | 19.6 | 23.2 | 27.2 | 28.5 | 24.7 | 18.8 | 12.9 | 7.5 |
ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาลในฮิโรชิมะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาอย่างเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อโค้ตก็ได้
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรมีเสื้อโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
การเดินทางไปฮิโรชิมะ
จากโตเกียวไปฮิโรชิมะ หากเดินทางโดยเครื่องบินจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
หากนั่งชินคันเซ็นจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนจากโอซาก้านั่งชินคันเซ็นใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
สนามบินฮิโรชิมะรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย จึงสามารถเดินทางตรงจากต่างประเทศได้

การเดินทางจากสนามบินฮิโรชิมะไปยังสถานีหลัก
สำหรับคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ สนามบินฮิโรชิมะถือเป็นประตูหลักของทริปนี้ และจากที่นี่ก็เดินทางต่อไปยังสถานีฮิโรชิมะได้ไม่ยาก
สถานีฮิโรชิมะเป็นสถานีหลักของเมือง และยังเป็นจุดเริ่มต้นสะดวกสำหรับการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ
- เส้นทาง
-
1. เดินจากสนามบินฮิโรชิมะประมาณ 4 นาทีไปยังป้ายรถบัส “สถานีสนามบินฮิโรชิมะ” แล้วขึ้นรถบัส Airport Limousine Line ของบริษัท Hiroshima Dentetsu
2. ลงที่ป้ายรถบัส “ทางออกชินคันเซ็น สถานีฮิโรชิมะ” แล้วเดินต่อประมาณ 6 นาที ก็จะถึงสถานีฮิโรชิมะ - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 1 ชั่วโมง
วิธีเดินทางหลักในฮิโรชิมะ
เวลาเที่ยวในฮิโรชิมะ การเดินทางหลักจะเป็นรถบัสและรถไฟ
มีทั้งเส้นทางและจำนวนเที่ยวให้บริการอย่างเพียงพอ จึงสามารถเที่ยวฮิโรชิมะด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลักได้
อย่างไรก็ตาม หากจะเดินทางไปเกาะต่าง ๆ เช่น มิยาจิมะที่มีศาลเจ้าอิสึคุชิมะอันโด่งดัง ก็จะต้องใช้เรือเฟอร์รี่หรือเรือความเร็วสูง

พาสและตั๋วเดินทางสุดคุ้มที่ควรใช้เมื่อเที่ยวฮิโรชิมะ
ถ้าอยากประหยัดค่าเดินทางระหว่างเที่ยวฮิโรชิมะ ลองดูพาสและตั๋วเดินทางที่แนะนำต่อจากนี้ไว้ประกอบการวางแผนได้เลย
Fun Hiroshima Pass
หากมาเที่ยวฮิโรชิมะ ขอแนะนำให้ใช้พาสท่องเที่ยวแบบเที่ยวรอบเมืองที่สะดวกต่อการเดินทาง ช่วยให้เที่ยวพื้นที่ที่มีสถานที่น่าสนใจมากมายแห่งนี้ได้อย่างราบรื่น
สิ่งที่รวมอยู่ในพาสมีหลากหลาย ทั้งบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหอคอยโอริซึรุที่สามารถชมวิวเมืองฮิโรชิมะได้แบบพาโนรามา คูปองส่วนลด รวมถึงบัตรกำนัลที่ใช้ได้ในอาคารรวมร้านโอโคโนะมิยากิ ศูนย์การค้า และร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยสามารถเลือกใช้ได้ 3 คอนเทนต์จากรายการที่กำหนด
ยังมีตั๋วเรือเฟอร์รี่ล่องเรือเที่ยวเดียวระหว่างท่าเรือฮิโรชิมะกับท่าเรือคุเระ คูปองส่วนลดเรือความเร็วสูงไปมิยาจิมะ บัตรรายวันสำหรับจักรยานแชร์ในพื้นที่ตัวเมืองฮิโรชิมะ รวมถึงคูปองส่วนลดรถเช่าใกล้สถานีฮิโรชิมะ จึงเลือกใช้ให้เหมาะกับแผนเที่ยวของตัวเองได้

เสน่ห์ของ 6 พื้นที่ที่ควรรู้ก่อนเที่ยวฮิโรชิมะ
ฮิโรชิมะมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่หลายแบบมาก ถ้าอยากจัดทริปให้เดินทางได้คุ้ม ควรเลือกพื้นที่ที่จะไปให้ชัดเจนก่อน
ลองใช้เสน่ห์และจุดเด่นของ 6 พื้นที่ต่อไปนี้เป็นแนวทาง แล้ววางแผนเที่ยวฮิโรชิมะในแบบที่เหมาะกับคุณ
“พื้นที่รอบเมืองฮิโรชิมะ” เดินทางสะดวกและมีแหล่งท่องเที่ยวครบครัน
พื้นที่รอบเมืองฮิโรชิมะอยู่ทางตะวันตกถึงตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด และเป็นบริเวณที่มีโดมระเบิดปรมาณูซึ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ที่นี่มีสถานีฮิโรชิมะซึ่งเป็นจุดจอดของชินคันเซ็น จึงมักเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวฮิโรชิมะ
ถัดจากโดมระเบิดปรมาณูไป คุณยังจะเจอพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ (Hiroshima Peace Memorial Museum) ที่จัดแสดงสิ่งของของผู้ประสบภัยและหลักฐานความเสียหายจากเหตุระเบิด สวนชุกเคเอ็น (Shukkeien) ที่ชมทิวทัศน์งามได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู และปราสาทฮิโรชิมะที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง เรียกได้ว่ามีสถานที่เที่ยวมากมาย
อีกจุดเด่นคือเป็นพื้นที่ที่มีระบบขนส่งสาธารณะครบครัน ทำให้เดินทางได้สะดวกมาก



“มิยาจิมะ” จุดชมวิวชั้นนำระดับประเทศ
มิยาจิมะตั้งอยู่ทางใต้ของพื้นที่รอบเมืองฮิโรชิมะ เป็นเกาะที่ลอยอยู่ในทะเลเซโตะใน
สามารถเดินทางจากเมืองฮิโรชิมะด้วยเรือเฟอร์รี่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมพร้อมกับศาลเจ้าอิสึคุชิมะและภูเขามิเซ็น
ทิวทัศน์ที่ผสานกันระหว่างธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์กับวัดวาและศาลเจ้า ให้ทั้งความสวยงามและบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอย่างเต็มที่
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะที่ดูเหมือนลอยอยู่บนทะเลในช่วงน้ำขึ้น และเสาโทริอิสีแดงเข้มกลางทะเล ถือเป็นภาพที่งดงามและลึกลับเป็นพิเศษ
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือวิวหมู่เกาะในทะเลเซโตะในจากจุดชมวิวบนยอดเขามิเซ็นที่มีความสูง 525 เมตร
ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก เช่น สวนโมมิจิดานิที่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี และวัดไดโชอิน ศูนย์กลางพุทธศาสนาบนภูเขามิเซ็นแห่งมิยาจิมะที่มีประวัติยาวนานที่สุดบนเกาะ


“พื้นที่อากิ” สนุกกับประวัติศาสตร์เมืองท่าเรือทหารและสาเกญี่ปุ่น
พื้นที่อากิ (Aki) ทางตอนใต้ของฮิโรชิมะ เป็นจุดหมายที่คุณจะได้เที่ยวชมเมืองที่มีแนวชายฝั่งสวยงามและประวัติศาสตร์การรุ่งเรืองในฐานะท่าเรือทหาร
สถานที่ยอดนิยมเป็นพิเศษคือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเลคุเระ หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ยามาโตะมิวเซียม”
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แนะนำประวัติศาสตร์ของเมืองคุเระและเทคโนโลยีการต่อเรือ โดยไฮไลต์คือโมเดลเรือประจัญบานยามาโตะขนาด 1 ใน 10
อีกแห่งที่อยากชวนไปควบคู่กันคือ “อาเรอิ คาระสุโคจิมะ” ซึ่งเป็นสถานที่หายากระดับโลกที่สามารถชมเรือดำน้ำได้ในระยะใกล้
หากมาในฤดูร้อน ลองสนุกกับการเล่นน้ำทะเลที่ Kenmin no Hama Kamagari, Bayside Beach Saka หรือ Human Beach Nagase
ถ้าคุณชอบสาเกญี่ปุ่น ขอแนะนำ “ถนนโรงสาเกไซโจ” ในเมืองฮิงาชิฮิโรชิมะ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตสาเกชื่อดังเคียงคู่กับนาดะในจังหวัดเฮียวโงะและฟูชิมิในเกียวโต ที่นี่คุณจะได้สัมผัสสาเกไซโจในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงขนมหวานจากสาเกด้วย



“พื้นที่บิงโงะ” เสน่ห์ของเมืองสวยและเส้นทางริมทะเล
เสน่ห์ของพื้นที่บิงโงะทางตะวันออกเฉียงใต้ของฮิโรชิมะคือมีทั้งเมืองและเส้นทางที่สามารถชมวิวสวย ๆ ได้
เมืองโอโนมิจิที่ผสานธรรมชาติเข้ากับบรรยากาศย้อนยุคเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเล่น
ลองแวะเที่ยววัดและสวนที่มีวิวสวย รวมถึงจุดเดินเล่นในเมืองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
อีกไฮไลต์คือ “ถนนชิมานามิไคโดะ” ความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร ที่เชื่อมเมืองโอโนมิจิกับเมืองอิมาบาริในเอฮิเมะ
ที่นี่มีชื่อเสียงในฐานะ “เส้นทางจักรยานข้ามช่องแคบแห่งแรกของญี่ปุ่น” และคุณสามารถปั่นจักรยานชมวิวทะเลเซโตะในได้อย่างเพลิดเพลิน
อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือย่านเมืองเก่าท่าเรือโทโมโนะอุระ ซึ่งยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนจากสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ไว้อย่างดี และมีเสน่ห์จากบรรยากาศเมืองประวัติศาสตร์
ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองท่าอันงดงาม และยังเป็นฉากของภาพยนตร์และแอนิเมชันหลายเรื่องอีกด้วย



“พื้นที่บิฮกุ” พบกับวิวตระการตาจากผืนป่าและขุนเขาอันอุดมสมบูรณ์
พื้นที่บิฮกุทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮิโรชิมะเต็มไปด้วยผืนป่าเขียวชอุ่มและแนวภูเขามากมาย
เนื่องจากการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะไม่ค่อยสะดวก หากจะไปเที่ยวแนะนำให้เช่ารถ
แต่ด้วยเหตุนี้เอง พื้นที่จึงยังคงมีภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามกว้างใหญ่อยู่มาก โดยเฉพาะ “ไทชะคุเคียว” ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมมาก
หุบเขาความยาวประมาณ 18 กิโลเมตรแห่งนี้ไม่เพียงชมทิวทัศน์ทั้ง 4 ฤดูได้เท่านั้น แต่ยังมีทั้งถ้ำหินงอกหินย้อยและที่ราบคาร์สต์ให้ชมอีกด้วย
ความโดดเด่นของที่นี่สะท้อนจากการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 วิวทิวทัศน์ของญี่ปุ่น” และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่งดงามของชาติ
อีกแห่งที่อยากแนะนำคือพิพิธภัณฑ์สัตว์ประหลาดญี่ปุ่นอนุสรณ์ยูโมโตะ โคอิจิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พิพิธภัณฑ์มโยชิ โมโนโนะเกะ”
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่หาชมได้ยากในระดับประเทศ โดยนำเสนอเรื่องราวของภูตผีปีศาจญี่ปุ่นผ่านวิธีการจัดแสดงที่หลากหลาย


“พื้นที่เกโฮคุ” เพลิดเพลินกับธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้งได้เต็มที่
พื้นที่เกโฮคุทางตะวันตกเฉียงเหนือของฮิโรชิมะมีความโดดเด่นเรื่องธรรมชาติอันสวยงามของแนวภูเขา
สถานที่ยอดนิยมเป็นพิเศษคือ “ซันดังคโย” หุบเขายาวประมาณ 16 กิโลเมตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่งดงามพิเศษ
คุณสามารถสัมผัสธรรมชาติอย่างแม่น้ำและน้ำตก พร้อมสนุกกับกิจกรรมอย่างพายเรือคายักได้ด้วย
ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมากเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ร่วง
อีกแห่งที่อยากแนะนำคือ “มิจิโนะเอกิ โทโยฮิระ ดงกุริมุระ”
ที่นี่เป็นมิจิโนะเอกิที่มีทั้งบ่อน้ำพุร้อนและที่พัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและสวนสาธารณะ
เสน่ห์อยู่ที่ทุกเพศทุกวัยรวมถึงครอบครัวที่มีเด็กก็สนุกได้ เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับสถานที่พักผ่อนมากกว่าจุดแวะริมทางทั่วไป และยังเหมาะสำหรับซื้อของฝากขึ้นชื่อของฮิโรชิมะอีกด้วย


ควรมีเวลากี่วันจึงจะเที่ยวฮิโรชิมะได้เต็มอิ่ม
หากเน้นเที่ยวจุดหลักในตัวเมืองฮิโรชิมะและมิยาจิมะ ทริป 2 วัน 1 คืนก็เพียงพอที่จะเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม
แต่ถ้าอยากไปพื้นที่อื่นด้วย ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 คืนขึ้นไป
หากมีเวลาเหลือ ลองขยายทริปไปยังจังหวัดใกล้เคียงอย่างยามากุจิหรือโอกายามะก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ทั้งสองจังหวัดนี้ก็มีทั้งวิวทะเลเซโตะในอันสวยงาม ภูเขาที่ให้ชมทิวทัศน์ตามฤดูกาล และสถานที่ที่สะท้อนวัฒนธรรมกับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยให้ทริปญี่ปุ่นของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืน เที่ยวจุดดังของฮิโรชิมะ
ต่อไปนี้คือตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวที่พาไปยังสถานที่ยอดนิยม โดยมี 2 มรดกโลกทางวัฒนธรรมอันภาคภูมิใจของฮิโรชิมะเป็นไฮไลต์หลัก
หากใช้เส้นทางนี้เป็นแนวทาง คุณจะได้เพลิดเพลินทั้งวิวสวยและทิวทัศน์เมืองอันงดงามของฮิโรชิมะ พร้อมสัมผัสประวัติศาสตร์อันโหดร้ายจากการทิ้งระเบิดปรมาณู และตระหนักถึงคุณค่าของสันติภาพ
วันที่ 1: ตระเวนชมวิวสวยและจุดพลังศักดิ์สิทธิ์บนมิยาจิมะ
วันแรกของทริปตัวอย่างนี้จะพาไปเที่ยวให้เต็มอิ่มในย่านยอดนิยมอย่างมิยาจิมะ
เริ่มจากตระเวนจุดพลังศักดิ์สิทธิ์และจุดชมวิวอย่างศาลเจ้าอิสึคุชิมะและวัดไดโชอิน จากนั้นรับประทานอาหารกลางวันด้วยหอยนางรม เมนูขึ้นชื่อของฮิโรชิมะ แล้วปิดท้ายด้วยการชมวิวทะเลเซโตะในจากจุดที่สูงที่สุดของมิยาจิมะ
08:20 เริ่มต้นจากสถานี JR ฮิโรชิมะ
วันแรกเริ่มต้นที่สถานี JR ฮิโรชิมะ
ก่อนอื่นให้นั่งรถไฟไปยังสถานี JR มิยาจิมะกุจิ แล้วต่อเรือ JR West Miyajima Ferry
นั่งเรือประมาณ 20 นาทีจะถึงมิยาจิมะ จากท่าเรือเดินต่อประมาณ 10 นาที ก็จะถึงจุดแรกคือศาลเจ้าอิสึคุชิมะ

09:30 ขอพรให้เดินทางปลอดภัยที่ “ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ”
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะซึ่งเชื่อกันว่าสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 593 เป็นที่ประดิษฐานเทพสตรี 3 องค์ ได้แก่ อิจิคิชิมะฮิเมะโนะมิโคโตะ ทาโกริฮิเมะโนะมิโคโตะ และทากิสึฮิเมะโนะมิโคโตะ
ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงว่าให้พรได้หลากหลาย โดยเทพทั้งสามได้รับความเคารพในฐานะเทพแห่งท้องทะเล การคมนาคมขนส่ง โชคลาภ และศิลปะความสามารถ
อย่าลืมแวะสักการะเพื่อขอให้การเดินทางราบรื่นและปลอดภัย
และแน่นอนว่าไม่ควรพลาดชมศาลาหลักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ รวมถึงเสาโทริอิใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล

11:00 ขอพรปัดเป่าสิ่งไม่ดีที่ “ไดโชอิน”
หลังสักการะศาลเจ้าอิสึคุชิมะแล้ว ให้เดินไปยัง “มิยาจิมะมิเซ็น ไดฮนซัง ไดโชอิน” ซึ่งอยู่ไม่ไกล
วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานที่สุดทั้งในจังหวัดฮิโรชิมะและบนเกาะมิยาจิมะ โดยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 806
แม้จะขึ้นชื่อเรื่องพรและจุดพลังศักดิ์สิทธิ์หลายด้าน แต่เป็นที่รู้จักเป็นพิเศษในเรื่องการปัดเป่าเคราะห์และเสริมสิริมงคล จนถูกนับเป็นหนึ่งใน “3 ไดชิแห่งการปัดเป่าเคราะห์และเปิดโชคของญี่ปุ่น”
ที่นี่ยังมีกิจกรรมอย่างนั่งสมาธิ คัดพระสูตร คัดภาพพระพุทธรูป และสมาธิแบบมิคเคียว หากมีเวลา ลองมาสัมผัสพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่นกัน

12:00 รับประทานมื้อกลางวันด้วยหอยนางรมคุณภาพเยี่ยมที่ “Kakiya”
หลังสักการะขอพรหลากหลายด้านแล้ว แวะไปที่ร้านอาหารหอยนางรมเฉพาะทาง “คาคิยะ (Kakiya)” ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางถนนช้อปปิ้งมิยาจิมะโอโมเตะซันโดที่ทอดยาวไปยังศาลเจ้าอิสึคุชิมะ
ร้านนี้ใช้หอยนางรม “จิโกเซ็น” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในหอยนางรมคุณภาพสูงสุดของฮิโรชิมะ และเพราะมั่นใจในรสชาติของวัตถุดิบ จึงปรุงรสแบบเรียบง่ายเพื่อดึงรสชาติออกมาอย่างเต็มที่
ทั้งหอยนางรมสดที่แกะเปลือกอย่างรวดเร็วหลังสั่งแล้วเสิร์ฟแบบยังสดมีชีวิต (เฉพาะฤดูหนาว) และหอยนางรมทอดก็อร่อยไม่แพ้กัน
อย่าพลาดลิ้มลองหอยนางรม เมนูขึ้นชื่อของฮิโรชิมะ เป็นมื้อกลางวันของคุณ

14:20 ชมวิวสุดปลอดโปร่งที่ “จุดชมวิวมิเซ็น”
หลังอิ่มท้องแล้ว มุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวบนยอดเขามิเซ็น ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดบนมิยาจิมะ
โดยขึ้นกระเช้ามิยาจิมะไปยังช่วงกลางเขา แล้วเดินต่ออีกประมาณ 40 นาที ก็จะถึงจุดชมวิว
จากที่นี่สามารถมองเห็นวิวหมู่เกาะในทะเลเซโตะใน เสาโทริอิของศาลเจ้าอิสึคุชิมะ เมืองฮิโรชิมะฝั่งตรงข้าม และแนวภูเขาชิโกกุ
จุดชมวิวแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 535 เมตร และไม่มีสิ่งใดบดบังสายตา จึงให้ความรู้สึกเปิดโล่งอย่างมาก
ใกล้ยอดเขายังมีก้อนหินขนาดใหญ่และหินรูปร่างแปลกตาอยู่หลายจุด ลองแวะสังเกตกันดู

16:10 เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ทั้ง 4 ฤดูที่ “สวนโมมิจิดานิ”
หลังดื่มด่ำกับวิวจากจุดชมวิวมิเซ็นแล้ว ให้เดินกลับไปยังสถานีกระเช้ามิยาจิมะและนั่งลงมา
เมื่อลงที่สถานีโมมิจิดานิ ก็จะถึงสวนโมมิจิดานิทันที
ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของมิยาจิมะ โดยในช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ใบเมเปิลประมาณ 700 ต้นภายในสวนจะเปลี่ยนเป็นสีสดสวยงาม
ที่นี่ยังเป็นจุดชมใบเมเปิลเขียวที่มีชื่อเสียงด้วย ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน ต้นไม้เขียวสดจะช่วยแต่งแต้มบรรยากาศในสวนให้สดชื่น และความตัดกันระหว่างสะพานโมมิจิสีแดงชาดกับผืนเขียวก็สวยงามไม่แพ้กัน

17:30 ผ่อนคลายกับธรรมชาติและออนเซ็นที่ “มิยาจิมะโนะยาโดะ อิวาโซ”
หลังเดินเล่นในสวนโมมิจิดานิแล้ว ให้มุ่งหน้าไปยัง “มิยาจิมะโนะยาโดะ อิวาโซ” ซึ่งตั้งอยู่ภายในสวน
ที่พักสำหรับคืนแรกแห่งนี้มีทั้งห้องพักแบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียว “ฮานาเระ” ที่สร้างขึ้นในช่วงตั้งแต่ยุคไทโชถึงโชวะ รวมถึงอาคารหลักและอาคารใหม่ให้เลือกตามความชอบ
ที่นี่ยังมีออนเซ็นซึ่งหาได้ค่อนข้างยากบนมิยาจิมะ และในบ่อกลางแจ้งคุณอาจได้พบกวางที่เดินเล่นอยู่ในป่า
ลองปล่อยใจไปกับเสียงธารน้ำไหล และในยามค่ำก็อย่าพลาดชมป่าดั้งเดิมที่ประดับไฟอย่างงดงาม

วันที่ 2: เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายและเมืองที่งดงาม เพื่อสัมผัสคุณค่าของสันติภาพ
วันที่ 2 จะพาไปยังสถานที่ที่ทำให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายจากการทิ้งระเบิดปรมาณู พร้อมเดินเล่นในเมืองอันงดงามของฮิโรชิมะ
เมื่อได้รู้จักอดีตของฮิโรชิมะผ่านอาคารที่ได้รับความเสียหายจากระเบิดและหลักฐานต่าง ๆ ของเหตุการณ์ในครั้งนั้น แล้วค่อยออกเดินชมเมืองสวยงามที่ฮิโรชิมะภาคภูมิใจในปัจจุบัน คุณน่าจะสัมผัสได้ถึงคุณค่าของสันติภาพอย่างลึกซึ้ง
08:00 เริ่มต้นจากท่าเรือมิยาจิมะ
วันที่ 2 เริ่มต้นจากท่าเรือเฟอร์รี่มิยาจิมะ
ขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปยังสถานี JR มิยาจิมะกุจิ แล้วต่อรถไฟไปยังสถานี JR ฮิโรชิมะ
จากสถานี JR ฮิโรชิมะ ให้นั่งรถรางแล้วลงที่สวนอนุสรณ์สันติภาพ ก็จะถึงจุดแรกของวันที่ 2

09:30 สัมผัสประวัติศาสตร์อันโหดร้ายจากระเบิดปรมาณูที่ “โดมระเบิดปรมาณู”
เมื่อมาถึงสวนอนุสรณ์สันติภาพแล้ว ให้ไปยังโดมระเบิดปรมาณู ซึ่งได้รับความเสียหายจากระเบิดในระยะเพียง 160 เมตรจากจุดศูนย์กลางการระเบิด
โครงเหล็กที่เปลือยออกมาและกำแพงด้านนอกที่ทรุดโทรมยังคงหลงเหลือในสภาพใกล้เคียงกับช่วงที่ถูกระเบิด จนผู้คนเริ่มเรียกอาคารนี้ว่า “โดมระเบิดปรมาณู”
ที่นี่คืออาคารล้ำค่าที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์อันโหดร้ายมาสู่ยุคปัจจุบัน

09:40 เรียนรู้ความน่าสะพรึงของระเบิดปรมาณูที่ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ”
หลังชมโดมระเบิดปรมาณูแล้ว ให้ไปต่อที่พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะซึ่งอยู่ในสวนอนุสรณ์สันติภาพเช่นกัน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดในปี ค.ศ. 1955 ด้วยจุดประสงค์เพื่อบอกเล่าความโหดร้ายจากการทิ้งระเบิดปรมาณูในฮิโรชิมะแก่ผู้คนทั่วโลก และมีส่วนช่วยสู่การยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์กับสันติภาพถาวรของโลก
ภายในอาคารหลักมีการจัดแสดงสิ่งของของผู้ประสบภัยและภาพถ่ายที่สะท้อนสภาพความเสียหายจากระเบิด
นิทรรศการที่เน้นให้เห็นความเสียหายของผู้ประสบภัยแต่ละคนอย่างเจาะลึกนั้นสร้างความประทับใจอย่างมาก

10:30 เดินเล่นที่ “ปราสาทฮิโรชิมะ” พร้อมสัมผัสทิวทัศน์งามและวัฒนธรรมญี่ปุ่น
หลังชมพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะโดยรอบแล้ว ให้นั่งรถบัสไปยังปราสาทฮิโรชิมะ
ปราสาทฮิโรชิมะตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮิโรชิมะและขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางสะดวกมาก
ภายในหอคอยปราสาทเป็นห้องจัดแสดงที่มีทั้งดาบญี่ปุ่นและชุดเกราะ ส่วนจุดชมวิวชั้นบนสุดสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองฮิโรชิมะได้กว้างไกล
ภายในพื้นที่ยังมีจุดน่าสนใจอีกหลายแห่ง ลองเดินเล่นไปพร้อมกับเที่ยวชมกันได้เลย

11:40 ลิ้มลองของขึ้นชื่อฮิโรชิมะที่ “โอโคโนะมิมุระ”
หลังเดินชมปราสาทฮิโรชิมะเสร็จแล้ว ให้มุ่งหน้าไปยัง “โอโคโนะมิมุระ” อาคารที่รวมร้านโอโคโนะมิยากิไว้มากถึง 23 ร้าน
ลองชิมโอโคโนะมิยากิสไตล์ฮิโรชิมะ ซึ่งเป็นอาหารประจำใจของผู้คนที่อาศัยอยู่ในฮิโรชิมะกันที่นี่
มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ไส้และรสชาติแบบคลาสสิก ไปจนถึงโอโคโนะมิยากิที่ใส่หอยนางรมซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของฮิโรชิมะ
ถ้ามาหลายคน ลองแบ่งกันชิมและแวะกินหลายร้านก็น่าสนุกไม่น้อย

14:15 เดินเล่นในเมืองงดงามเปี่ยมเสน่ห์ “โทโมโนะอุระ”
หลังอิ่มอร่อยกับของขึ้นชื่อฮิโรชิมะแล้ว ให้เดินทางจากป้ายรถบัสใกล้ที่สุดไปยังสถานี JR ฮิโรชิมะ
จากนั้นขึ้น JR ซันโยชินคันเซ็น ลงที่สถานี JR ฟุคุยามะ แล้วต่อรถบัสอีกครั้งก็จะถึงโทโมโนะอุระ
โทโมโนะอุระเคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตในฐานะ “ท่าเรือรอน้ำ” ที่เรือใช้รอจังหวะกระแสน้ำซึ่งเหมาะแก่การเดินเรือ
ที่นี่ได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่น และมีทิวทัศน์สงบงามของทะเลเซโตะในที่มีเกาะเซ็นซุยจิมะและเบ็นเท็นจิมะลอยอยู่
ลองเดินเล่นในเมืองสวยแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยจุดถ่ายรูปและสถานที่ที่ยังคงร่องรอยประวัติศาสตร์ไว้

16:00 เดินเล่นที่ “เนโกะโนะโฮโซมิจิ” จุดดังของโอโนมิจิ
จากโทโมโนะอุระ ให้นั่งเรือท่องเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะถึงโอโนมิจิ
โอโนมิจิเคยรุ่งเรืองในฐานะท่าเรือชั้นดีอันดับต้นของทะเลเซโตะใน โดยมีการสร้างวัด ศาลเจ้า สวน และบ้านเรือนจำนวนมากในพื้นที่อยู่อาศัยอันจำกัดระหว่างช่องแคบโอโนมิจิกับภูเขาโอโนมิจิทั้งสามลูก
เมืองโอโนมิจิซึ่งมีทรัพยากรทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย ได้รับการรับรองเป็นมรดกญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2015
ระหว่างเดินเล่นในย่านเมืองเก่าอันมีเสน่ห์ ลองแวะไปยังตรอกแคบยาวประมาณ 200 เมตรที่ต่อเนื่องจากศาลเจ้าอุชิโทระ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “เนโกะโนะโฮโซมิจิ”
เพลิดเพลินกับการพบเจอวัตถุศิลป์ลายแมวหลากหลายชิ้นและแมวตัวจริงมากมาย พร้อมแวะร้านค้าและพิพิธภัณฑ์ระหว่างทาง

18:00 ปิดท้ายทริปที่ “โอโนมิจิราเม็ง อิจิบังคัง”
เมื่อออกจากเนโกะโนะโฮโซมิจิแล้ว ให้เดินต่อไปตามถนนเลียบชายฝั่งโอโนมิจิไปยัง “ร้านราเม็งเฉพาะทางโอโนมิจิราเม็ง อิจิบังคัง”
ลองลิ้มรสโอโนมิจิราเม็งที่มีจุดเด่นคือซุปโชยุใส่มันหมูจากหลังหมูอย่างเต็มที่ และเส้นแบนบ่มสุก
ถ้าเลือกเมนูยอดนิยมอย่างราเม็งหมูตุ๋น ก็จะได้หมูชิ้นใหญ่เต็มคำ เหมาะมากสำหรับเติมพลังหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน

3 เมนูท้องถิ่นห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวฮิโรชิมะ
เรื่องกินก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของฮิโรชิมะ โดยเฉพาะอาหารทะเลจากทะเลเซโตะในที่อุดมสมบูรณ์
ถ้ามาเที่ยวฮิโรชิมะ อยากชวนให้ลองชิมเมนูที่จะแนะนำต่อไปนี้กัน
1. โอโคโนะมิยากิสไตล์ฮิโรชิมะ
โอโคโนะมิยากิสไตล์ฮิโรชิมะเป็นหนึ่งในอาหารท้องถิ่น代表ของเมืองนี้
แม้โอโคโนะมิยากิจะเป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของโอซาก้าด้วยเช่นกัน แต่แบบฮิโรชิมะแตกต่างกันทั้งวัตถุดิบ วิธีทำ และรสชาติของซอส
ลักษณะเด่นคือแป้งบางที่ทำจากแป้งสาลี นำมาวางกะหล่ำปลี เนื้อหมู และยากิโซบะแล้วจี่บนกระทะเหล็ก จากนั้นโปะไข่แผ่นบาง ๆ เพิ่มด้านบนและนึ่งให้สุก
ความหวานของกะหล่ำปลี ความเข้มข้นของเนื้อหมู และซอสรสหวานเข้มข้นเข้ากันอย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีเส้นยากิโซบะอยู่ด้านใน จึงอิ่มได้เต็มที่
อย่าพลาดลองชิมอาหารประจำใจของชาวฮิโรชิมะเมนูนี้

2. อานาโกะเมชิ
อานาโกะเมชิคือเมนูข้าวที่หุงด้วยน้ำซุป แล้ววางปลาไหลทะเลย่างซอสไว้ด้านบน
สำหรับคำว่า “คาบายากิ” นั้น หมายถึงวิธีปรุงแบบย่างเคลือบซอสที่ทำจากโชยุ มิริน และเครื่องปรุงอื่น ๆ จนเกิดรสหวานเข้มและกลิ่นหอมลึกของโชยุ
ปลาไหลทะเลที่จับได้จากทะเลฮิโรชิมะมีจุดเด่นคือมีไขมันดี เนื้อนุ่ม และมีกลิ่นหอม
เพราะจับปลาไหลทะเลคุณภาพดีได้มาก เมนูอานาโกะเมชิจึงเป็นอาหารที่พบได้ทั่วไปในฮิโรชิมะ แม้ในระดับประเทศเมนูปลาไหลน้ำจืดย่างซอสจะเป็นที่รู้จักมากกว่าก็ตาม
เรียกได้ว่าเป็นอาหารท้องถิ่นที่สะท้อนความเป็นฮิโรชิมะอย่างแท้จริง

3. เมนูหอยนางรม
ฮิโรชิมะซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งหอยนางรมชั้นนำ มีปริมาณการผลิตมากที่สุดในญี่ปุ่น
หอยนางรมของฮิโรชิมะมีจุดเด่นคือมีไกลโคเจนซึ่งเป็นแป้งสะสมอยู่มาก จึงให้รสอูมามิเข้มข้นและมีเนื้อหนาเต็มคำ
ถ้าอยากลิ้มรสรสชาติตามธรรมชาติของหอยนางรม แนะนำให้กินสดพร้อมพอนสึหรือโชยุและบีบสึดาจิเพิ่มเล็กน้อย
คุณน่าจะได้สัมผัสทั้งกลิ่นหอมของทะเลที่ลอยผ่านจมูกและรสอร่อยของหอยนางรมที่กระจายเต็มปาก
หากนำไปย่างหรือนึ่งให้สุก ก็จะได้รสชาติหอยนางรมที่เข้มข้นไปอีกแบบแตกต่างจากแบบสด
ถ้ามีโอกาส อยากให้ลองชิมหอยนางรมในหลากหลายวิธีดูสักครั้ง
หอยนางรมของฮิโรชิมะมักอยู่ในช่วงอร่อยที่สุดราวเดือนธันวาคม–มกราคม ดังนั้นการวางแผนเที่ยวให้ตรงช่วงนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

จุดชมซากุระที่ควรไปในฤดูใบไม้ผลิที่ฮิโรชิมะ
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ฮิโรชิมะก็มีอีกบรรยากาศให้ได้เพลิดเพลิน เพราะอาคารประวัติศาสตร์และธรรมชาติอันสวยงามเข้ากับซากุระได้อย่างลงตัว
จุดชมดอกไม้ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษ ได้แก่ สวนอนุสรณ์สันติภาพที่สามารถชมทั้งซากุระริมแม่น้ำและโดมระเบิดปรมาณูได้พร้อมกัน และสวนฮิจิยามะที่มองเห็นตัวเมืองฮิโรชิมะกับทะเลเซโตะในผ่านแนวซากุระโซเมโยชิโนะ
สวนโอโตโนะเซโตะที่มีซากุระบานสะพรั่งประมาณ 2,300 ต้น ก็เป็นอีกแห่งที่ควรไปเยือนในช่วงพีคของดอกไม้
วิวจากสะพานไดซังโอโตะที่สาม ซึ่งผสานทะเลเซโตะในสีฟ้า สะพานสีแดง 2 แห่ง และซากุระสีขาวกับชมพูเข้าด้วยกันนั้น เรียกได้ว่าเป็นภาพสุดตระการตา
สำหรับวันที่ซากุระเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาชมที่ดีที่สุดของฮิโรชิมะโดยเฉลี่ยในแต่ละปี สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม วันที่เริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมอาจคลาดเคลื่อนได้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่
- วันที่เริ่มบาน
- 25 มีนาคม
- วันที่บานเต็มที่
- 3 เมษายน
- ช่วงเวลาชมซากุระที่ดีที่สุด
- 3 เมษายน–9 เมษายน
อ้างอิง: สถานะการบานของซากุระ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น
อ้างอิง: สถานะซากุระบานเต็มที่ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น



จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มฤดูใบไม้ร่วงของฮิโรชิมะ
ถ้ามาเที่ยวฮิโรชิมะในฤดูใบไม้ร่วง การชมใบไม้เปลี่ยนสีก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด
แห่งที่อยากแนะนำเป็นพิเศษคือทะเลสาบชินริวโกะแห่งไทชะคุเคียว
ทะเลสาบชินริวโกะมีความยาวโดยรอบประมาณ 24 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยหน้าผาที่แต่งแต้มด้วยสีสันหลากหลาย และสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีอันน่าประทับใจได้จากเรือท่องเที่ยว
หากอยากสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ขอแนะนำพิพิธภัณฑ์โคซันจิ หรือวัดโคซันจิ
ลองเดินชมบริเวณวัดที่เต็มไปด้วยสีสันจากอาคารและใบไม้เปลี่ยนสีที่ผสานกันอย่างงดงาม
สวนโมมิจิดานิบนมิยาจิมะ ซึ่งอยู่ห่างจากศาลเจ้าอิสึคุชิมะโดยเดินประมาณ 5 นาที ก็เป็นอีกหนึ่งจุดชมใบไม้แดงชื่อดัง
เมื่อถึงช่วงสวยที่สุด พื้นที่ภายในจะย้อมเป็นสีแดงสด และเมื่อผ่านช่วงพีคไปแล้ว ใบไม้ที่ร่วงหล่นก็จะปูพื้นเป็นพรมสีแดงเข้ม
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฮิโรชิมะส่วนใหญ่มักสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาชมที่เหมาะสมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และลักษณะของแต่ละสถานที่ จึงควรตรวจสอบล่วงหน้า


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวฮิโรชิมะ
Q
ฤดูไหนเหมาะสำหรับการเที่ยวฮิโรชิมะ?
แนะนำฤดูใบไม้ร่วง เพราะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ อยู่มาก
Q
ถ้าไปเที่ยวกับครอบครัว พื้นที่ไหนในฮิโรชิมะที่น่าแนะนำ?
แนะนำเมืองฮิโรชิมะและมิยาจิมะ เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมกระจุกตัวอยู่มาก และใช้ทั้งแรงกับเวลาในการเดินทางไม่มาก
บทสรุป
บทความนี้ได้พาไปรู้จักข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเที่ยวฮิโรชิมะ ทั้งเรื่องการเดินทาง อาหารขึ้นชื่อ เสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ และตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว
ลองใช้ข้อมูลในบทความนี้และตัวอย่างทริปเป็นแนวทาง เพื่อวางแผนเที่ยวฮิโรชิมะในแบบของคุณ
หากอยากรู้จักแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮิโรชิมะให้มากขึ้น บทความด้านล่างนี้ก็น่าจะช่วยคุณได้


