
เต็มอิ่มกับภูเขาทาคาโอะที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี! โมเดลคอร์สเที่ยว 1 วันบนภูเขาทาคาโอะในฤดูใบไม้ร่วง
พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ภูเขาทาคาโอะก็ยิ่งน่าไปเยือนเป็นพิเศษสำหรับคนที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสี
ช่วงที่ใบไม้แต่งแต้มภูเขาอย่างสวยงามนี้ เรียกได้ว่าเป็นเวลาที่ภูเขาทาคาโอะงดงามที่สุดช่วงหนึ่ง
ถ้าอยากเก็บบรรยากาศนี้ให้เต็มที่ ลองใช้โมเดลคอร์ส 1 วันนี้ที่รวมจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสำคัญของภูเขาทาคาโอะไว้เป็นแนวทาง
ช่วงพีคของทุกปีคือประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม เล็งช่วงเวลาสวย ๆ แล้วออกไปสนุกกับภูเขาทาคาโอะในฤดูใบไม้ร่วงกัน
การเดินทางไปภูเขาทาคาโอะ
ถ้าจะมุ่งหน้าไปภูเขาทาคาโอะ จุดลงที่ใกล้ที่สุดคือสถานี “ทาคาโอะซังกุจิ” บนสายเคโอ
จากสถานีชินจูกุนั่งรถไฟตรงเพียงขบวนเดียว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางได้ง่ายไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทาง
อย่างไรก็ตาม โปรดระวังอย่าสับสนกับสถานี “ทาคาโอะ” บนสายเคโอที่มีชื่อคล้ายกัน
หากจะไปภูเขาทาคาโอะในวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ขอแนะนำรถไฟ “Mt.TAKAO” ของบริษัทเคโอ
ขบวนที่มุ่งหน้าไปทาคาโอะซังกุจิ เมื่อออกจากชินจูกุแล้วจะจอดระหว่างทางเพียงเมไดมาเอะเท่านั้น และหลังจากนั้นวิ่งตรงถึงปลายทาง เชื่อมชินจูกุกับทาคาโอะซังกุจิด้วยเวลารวดเร็วที่สุด 43 นาที

10:00 เริ่มต้นจากสถานีทาคาโอะซังกุจิ
เริ่มต้นทริปวันนี้กันที่สถานี “ทาคาโอะซังกุจิ” บนสายเคโอ
“สวนสาธารณะเชิงเขาทาคาโอะ” ที่อยู่ตรงหน้าสถานีเองก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเล็ก ๆ ที่น่าแวะเช่นกัน


10:10 ถ่ายภาพที่ระลึกกับใบไม้เปลี่ยนสีที่ “ลานหน้าสถานีคิโยทากิ”
เดินจากสถานีทาคาโอะซังกุจิไปทางเชิงเขาทาคาโอะประมาณ 2–3 นาที ก็จะถึง “ลานหน้าสถานีคิโยทากิ”
ระหว่างทางก็มีใบไม้เปลี่ยนสีให้เห็นเป็นระยะ ลองมองรอบตัวไปเรื่อย ๆ ได้เลย


บริเวณเสาหินของ “วัดทาคาโอะซัง ยาคุโออิน” ที่ลานหน้าสถานีคิโยทากิ และหน้าสถานีกระเช้าเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่มีใบไม้เปลี่ยนสีอยู่มาก
โดยเฉพาะการถ่ายภาพที่ระลึกโดยมีเสาหินของวัดทาคาโอะซัง ยาคุโออินและใบไม้เปลี่ยนสีเป็นฉากหลังนั้นได้รับความนิยมมาก

10:20–11:10 มุ่งหน้าไป “คมปิระได” จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีฉากหลังเป็นกลุ่มตึกสูงของโตเกียว
หลังจากชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ลานหน้าสถานีคิโยทากิแล้ว ให้ย้อนกลับไปที่เสาหินของวัดทาคาโอะซัง ยาคุโออิน แล้วเดินเข้าถนนด้านขวาตรงหน้าเสาเพื่อเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1
หากนั่งกระเช้า จะข้าม “คมปิระได” ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีไป ดังนั้นแนะนำให้เดินขึ้นจากเชิงเขาแทน
เมื่อเดินไปตามเส้นทางหมายเลข 1 สักพักจะเจอทางแยก ให้เดินตรงต่อไปอีกประมาณ 5 นาที ก็จะถึง “คมปิระได”
จากคมปิระไดสามารถมองเห็นทั้งต้นเมเปิลและแปะก๊วย พร้อมวิวมุมกว้างของใจกลางโตเกียว และถ้าอากาศดีอาจเห็นโตเกียวสกายทรีและโตเกียวทาวเวอร์ได้ด้วย


11:10–11:20 ชิมเท็งกุยากิ ขนมขึ้นชื่อที่ “ทาคาโอะซัง สุมิกะ”
เดินต่อจากคมปิระไดอีกสักพัก ก็จะถึงสถานี “ทาคาโอะซัง” ของกระเช้า
“ทาคาโอะซัง สุมิกะ” ที่อยู่ใกล้สถานีเป็นคอมเพล็กซ์ที่รวมร้านโซบะ คาเฟ่เรสตอรองต์ และร้านขายของฝากไว้ในที่เดียว

พอแวะที่ทาคาโอะซัง สุมิกะแล้ว อย่าพลาดชิมขนมขึ้นชื่อ “เท็งกุยากิ”
เท็งกุยากิที่อบสดใหม่ตรงนั้น สอดไส้ถั่วดำจากฮอกไกโดแน่นเต็มคำ
แป้งด้านนอกกรอบหอม ด้านในเหนียวนุ่ม เข้ากันอย่างลงตัวกับไส้ถั่วดำที่หวานพอดี
ลองนั่งพักบนม้านั่งวิวดีใกล้ ๆ พร้อมกินเท็งกุยากิแบบสบาย ๆ กันได้

11:30–11:40 ไปชม “หอพระบรมสารีริกธาตุ” ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
พักหายเหนื่อยแล้ว ค่อยกลับไปเดินขึ้นเส้นทางหมายเลข 1 ต่อ
ระหว่างทางจะมีจุดแยกระหว่างทางชันสำหรับผู้ชายและทางลาดสำหรับผู้หญิง แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็จะกลับมาบรรจบกันอีก เลือกทางที่เดินสะดวกได้เลย


เดินเข้าซอยเล็ก ๆ จากจุดบรรจบของสองเส้นทางไปอีกนิด ก็จะถึงหอพระบรมสารีริกธาตุ
นอกจากตัวหอที่ล้อมรอบด้วยใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยงามแล้ว ทางเดินไปยังหอก็เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้เช่นกัน จึงไม่ควรพลาด



12:00–12:20 พักที่ “โกมะโดโกโระ กงเก็นชายะ”
ย้อนกลับมาตามทางเดิมสู่จุดบรรจบของทางชันและทางลาดอีกครั้ง แล้วแวะพักที่ “โกมะโดโกโระ กงเก็นชายะ”
เมนูขึ้นชื่อคือดังโงะงาที่นำไปย่างด้วยถ่าน จนส่งกลิ่นหอมน่ากินอยู่หน้าร้าน
ดังโงะ 1 ไม้ผสมงาประมาณ 2,300 เม็ด มีให้เลือก 2 แบบคือ งาทองและงาดำ พร้อมซอส 3 แบบ ได้แก่ มิตาราชิที่ใช้โชยุจากโตเกียว ซอสโชยุสูตรพิเศษ และมิโสะวอลนัต
ในร้านยังมี “ราเม็งฮาจิโอจิ” ที่ใช้หัวหอมสับให้ลองชิมด้วย


12:20–13:00 สักการะ “วัดทาคาโอะซัง ยาคุโออิน” ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
หลังพักเสร็จ เดินต่อบนเส้นทางหมายเลข 1 อีกราว 10 นาที ก็จะถึง “วัดทาคาโอะซัง ยาคุโออิน (Takaosan Yakuoin)”
ชื่ออย่างเป็นทางการของที่นี่คือ “ทาคาโอะซัง ยาคุโออิน ยูกิจิ” วัดใหญ่ของนิกายชินงน และนับเป็นหนึ่งในสามวัดใหญ่แห่งภูมิภาคคันโต ร่วมกับนาริตะซัง ชินโชจิ และคาวาซากิ ไดชิ เฮเค็นจิ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดคืออิซึนะ ไดกงเก็น ผู้เป็นภาคหนึ่งของฟุโดเมียวโอ และมีความเชื่อว่าภูเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของเท็งกุผู้ติดตาม จึงมีรูปปั้นเท็งกุกระจายอยู่มากมายภายในวัด

ภายในบริเวณวัดมีใบไม้เปลี่ยนสีกระจายอยู่หลายจุด ลองเดินชมวัดไปพร้อมกับเพลิดเพลินกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วง
จุดถ่ายรูปที่แนะนำคือโทริอิหน้าศาลเจ้าหลัก อย่าลืมเก็บภาพโทริอิและใบไม้สีแดงสดที่ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นไว้เป็นที่ระลึก

13:30–13:40 เพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีบนยอดเขาทาคาโอะและชมภูเขาไฟฟูจิจากจุดชมวิว
เดินจากวัดทาคาโอะซัง ยาคุโออินประมาณ 30 นาที ก็จะถึงยอดเขา
บนพื้นที่โล่งของยอดเขามีใบไม้เปลี่ยนสีกระจายอยู่ พร้อมม้านั่ง จุดพัก และร้านน้ำชา จึงสามารถพักไปพลางชมวิวไปได้


อีกหนึ่งกิจกรรมที่แนะนำคือการถ่ายภาพที่ระลึกกับป้ายยอดเขาทาคาโอะ โดยมีใบไม้เปลี่ยนสีเป็นฉากหลัง

จากจุดชมวิวบนยอดเขา สามารถมองเห็นทั้งเทือกเขาทันซาวะที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี และภูเขาไฟฟูจิได้แบบเต็มตา
หากอากาศดี คุณน่าจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิอย่างชัดเจนและดูใกล้ตาอย่างมาก


13:40–14:20 รับประทานอาหารกลางวันที่ “อาเคโบโนะเต” บนยอดเขา
ชมวิวจากยอดเขาจนเต็มอิ่มแล้ว ค่อยไปพักกินมื้อกลางวันที่ “อาเคโบโนะเต” ร้านที่อยู่ใกล้จุดชมวิวมากที่สุดกัน
เมนูแนะนำคือ “โทโระโระโซบะ” เมนูขึ้นชื่อของภูเขาทาคาโอะ และ “นะเมโกะโซบะ” ที่ใส่เห็ดนะเมโกะกับผักภูเขาแบบจัดเต็ม
ถ้ากินแค่โซบะแล้วยังไม่อิ่ม ลองสั่ง “มิโซะเด็งกากุ” ที่ราดมิโซะกลิ่นขิงหอม ๆ เพิ่มได้


14:30–14:50 เดินเล่นที่ “โมมิจิได” ซึ่งแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
ใกล้จุดชมวิวมีทางเดินเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อไปยังโอคุทาคาโอะ เดินไปตามทางนั้นประมาณ 10 นาที ก็จะถึง “โมมิจิได” จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแห่งสุดท้ายของโมเดลคอร์สนี้
บริเวณรอบโมมิจิไดมีต้นไม้สีแดงสดกระจายอยู่หลายจุด และจากจุดชมวิวก็ยังมองเห็นเทือกเขาทันซาวะกับภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย


15:20–15:50 หลังลงเขาแล้วไปสัมผัสเสน่ห์ของภูเขาทาคาโอะต่อที่ “พิพิธภัณฑ์ทาคาโอะ 599”
จากโมมิจิไดให้กลับมายอดเขา แล้วเดินลงตามเส้นทางหมายเลข 1 มุ่งหน้าไปยังสถานี “ทาคาโอะซัง” ของกระเช้า
ถ้าอยากแวะระหว่างทาง ก็มีโซนขายของฝากในทาคาโอะซัง สุมิกะที่อยู่ติดกับสถานีให้เลือกซื้อได้


หากใช้กระเช้าจากสถานีทาคาโอะซัง จะลงถึงเชิงเขาทาคาโอะได้ในเวลาประมาณ 6 นาที
แต่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณขึ้นกระเช้ามักแออัดมาก และบางครั้งอาจต้องรอนานมากกว่า 1 ชั่วโมง หากยังมีแรงเหลือ แนะนำให้เดินลงเขาตามเส้นทางหมายเลข 1 อีกครั้ง
หลังลงเขาแล้ว ลองไปที่ “พิพิธภัณฑ์ทาคาโอะ 599” บริเวณเชิงเขา เพื่อชมการจัดแสดงเกี่ยวกับพืชและสัตว์ที่อาศัยและขึ้นเองตามธรรมชาติบนภูเขาทาคาโอะ
ภายในมีคาเฟ่ด้วย จึงแนะนำให้พักสักหน่อยก่อนแล้วค่อยเดินชมนิทรรศการ

16:00–17:40 ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินเขาที่ “เคโอ ทาคาโอะซัง ออนเซ็น / โงคุราคุยุ”
หลังพักเรียบร้อยแล้ว ไปผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินเขาต่อที่ “เคโอ ทาคาโอะซัง ออนเซ็น / โงคุราคุยุ” ซึ่งอยู่ใกล้สถานีทาคาโอะซังกุจิเพียงไม่กี่ก้าว
ที่นี่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของภูเขาทาคาโอะ พร้อมบ่อน้ำหลากหลายแบบ เช่น “บ่อฮิโนกิ” แบบไมโครบับเบิล และ “ซาวน่า” ให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่
ภายในยังมีโซนอาหารอีกด้วย จะแวะกินข้าวพร้อมดื่มเบียร์สักแก้วหลังแช่ออนเซ็น เพื่อปิดท้ายวันก็เหมาะมาก


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภูเขาทาคาโอะในฤดูใบไม้ร่วง
Q
ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาทาคาโอะคือเมื่อไร?
โดยทั่วไป ช่วงพีคคือประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
Q
ช่วงเวลาไหนแนะนำหากอยากหลีกเลี่ยงความแออัด?
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเป็นช่วงที่คนหนาแน่นที่สุดของปี ดังนั้นหากอยากเลี่ยงคนเยอะ แนะนำให้เริ่มเดินเขาตั้งแต่เช้าตรู่ และวันธรรมดาที่ค่อนข้างคนน้อยกว่าก็เหมาะเช่นกัน
บทสรุป
ทั้งหมดนี้คือโมเดลคอร์สเที่ยว 1 วันเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาทาคาโอะ
หากเที่ยวตามคอร์สนี้ คุณก็น่าจะสัมผัสเสน่ห์ของภูเขาทาคาโอะในฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่
หลายคนอาจมองว่าภูเขาทาคาโอะเป็นภูเขาที่เดินขึ้นได้แบบสบาย ๆ แต่ก็มีช่วงทางชันอยู่ไม่น้อย จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินเขา
ถ้าอยากรู้จักเสน่ห์ของภูเขาทาคาโอะในฤดูใบไม้ร่วงให้มากขึ้น ลองดูบทความนี้ต่อได้เลย เพราะมีทั้งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เส้นทางเดินเขาแนะนำ และข้อมูลสำคัญที่ควรรู้