【คู่มือเที่ยวสวนสัตว์อุเอโนะ】รวมจุดเด่น ร้านอาหาร และร้านขายของฝากแบบครบถ้วน!

【คู่มือเที่ยวสวนสัตว์อุเอโนะ】รวมจุดเด่น ร้านอาหาร และร้านขายของฝากแบบครบถ้วน!

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวในอุเอโนะ หลายคนน่าจะนึกถึงที่นี่กันเป็นอันดับต้น ๆ
“สวนสัตว์อุเอโนะ” เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1882 และเป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
แม้อยู่ใจกลางกรุงโตเกียว แต่ก็ยังคงรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ไว้ได้ และเป็นจุดหมายยอดนิยมที่สามารถพบสัตว์หลากหลายชนิด
เดินไปเรื่อย ๆ คุณจะได้ทั้งสัมผัสเสน่ห์ของเหล่าสัตว์ เรียนรู้ระบบนิเวศและวัฒนธรรม จึงเป็นสถานที่ที่เที่ยวได้เพลินทั้งเด็กและผู้ใหญ่
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักข้อมูลพื้นฐานของ “สวนสัตว์อุเอโนะ” รวมถึงรายละเอียดของแต่ละโซนเป็นหลัก
เพื่อให้แม้ผู้ที่มาเยือนครั้งแรกก็เที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม เราได้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ไว้อย่างครบครัน อย่าลืมอ่านจนจบนะ

สวนสัตว์อุเอโนะเป็นสถานที่แบบไหน?

“สวนสัตว์อุเอโนะ” อยู่ภายในสวนอุเอโนะออนชิ ในเขตไทโต กรุงโตเกียว
ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีจำนวนผู้เข้าชมมากที่สุดในญี่ปุ่น และสามารถพบสัตว์ที่มีเอกลักษณ์จากทั่วโลกได้ประมาณ 300 ชนิด รวมราว 3,000 ตัว
พื้นที่กว้างขวางท่ามกลางธรรมชาติแบ่งออกเป็นสวนฝั่งตะวันออกและสวนฝั่งตะวันตก โดยแต่ละโซนเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่สัตว์ชื่อดังไปจนถึงสัตว์หายากในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ
สิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึง “สวนสัตว์อุเอโนะ” คือแพนด้ายักษ์ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ โดยแพนด้าได้เดินทางมาถึงสวนสัตว์ในปี 1972 เพื่อฉลองการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับจีน และก่อให้เกิดกระแสความนิยมแพนด้าครั้งใหญ่จนกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม
การเข้าชมแพนด้ายักษ์ 2 ตัวสิ้นสุดลงในวันที่ 25 มกราคม 2026 และออกเดินทางจากสวนสัตว์อุเอโนะไปยังสถานที่เพาะเลี้ยงในประเทศจีนในวันที่ 27 มกราคม
นอกจากนี้ยังมีสัตว์ที่พบได้เฉพาะที่ “สวนสัตว์อุเอโนะ” เช่น ฟอสซาและอายอาย อีกทั้งภายในสวนยังมีอาคารประวัติศาสตร์กระจายอยู่หลายจุด เรียกได้ว่ามีสิ่งน่าสนใจให้ชมมากมาย

สวนสัตว์อุเอโนะที่สามารถพบสัตว์ได้หลากหลายชนิด
สวนสัตว์อุเอโนะที่สามารถพบสัตว์ได้หลากหลายชนิด

การเดินทางไปสวนสัตว์อุเอโนะ

“สวนสัตว์อุเอโนะ” มีทางเข้าออก 3 จุด ได้แก่ ประตูหลัก ประตูเบ็นเท็น และประตูอิเคโนะฮาตะ ซึ่งทุกประตูเดินจากสถานีใกล้เคียงมาได้ภายในไม่กี่นาที
แต่ละประตูเหมาะกับเส้นทางเดินเที่ยวและสัตว์ที่อยากชมไม่เหมือนกัน จึงแนะนำให้ดูข้อมูลด้านล่างประกอบ แล้วเลือกทางเข้าที่จะใช้ไว้ล่วงหน้า
ทั้งนี้ ประตูหลักซึ่งเป็นทางเข้าหลักและเดินตรงจากประตูตรวจตั๋วของสถานีมาได้สะดวก มักมีผู้ใช้บริการหนาแน่นที่สุด

ทางเข้าออก (โซน) สถานีใกล้ที่สุด / ทางออก และเวลาเดินทาง โซนแสดงสัตว์ใกล้ทางเข้า
ประตูหลัก (สวนฝั่งตะวันออก) เดินประมาณ 5 นาทีจากประตูทางออก Park Exit ของสถานีอุเอโนะ JR ช้าง หมีขั้วโลก กอริลลา เป็นต้น
ประตูเบ็นเท็น (สวนฝั่งตะวันตก) ・เดินประมาณ 5 นาทีจากประตู Shinobazu Exit ของสถานีอุเอโนะ JR
・เดินประมาณ 4 นาทีจากสถานีเคเซอิอุเอโนะ สายเคเซ
อายอาย เพนกวิน เป็นต้น
ประตูอิเคโนะฮาตะ (สวนฝั่งตะวันตก) เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีเนซุ รถไฟโตเกียวเมโทรสายจิโยดะ ยีราฟ ฮิปโปโปเตมัส แรด เป็นต้น

※ประตูอิเคโนะฮาตะเปิดเวลา 10:00 และเริ่มจำหน่ายบัตรในเวลาเดียวกัน

เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของสวนสัตว์อุเอโนะ

สำหรับคนที่กำลังวางแผนมาเที่ยว เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของสวนสัตว์อุเอโนะมีดังนี้

เวลาเปิดทำการ
9:30–17:00
เข้าประตูได้ถึง 16:00
※อาจมีการเปลี่ยนแปลง
วันปิดทำการ
วันจันทร์ (หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะปิดในวันถัดไป), 29 ธันวาคม–1 มกราคม
※อาจมีการเปลี่ยนแปลง
ราคา
・ผู้ใหญ่: 600 เยน
・อายุ 65 ปีขึ้นไป: 300 เยน
・นักเรียนมัธยมต้น: 200 เยน (หากอาศัยหรือศึกษาอยู่ในโตเกียว เข้าฟรี)
・เด็กประถมและอายุต่ำกว่า: ฟรี
※ วันเปิดให้เข้าฟรี: 20 มีนาคม, 4 พฤษภาคม, 1 ตุลาคม
วันที่ 5 พฤษภาคม เด็กมัธยมต้นและอายุต่ำกว่าเข้าฟรี และช่วง 15–21 กันยายน ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปพร้อมผู้ติดตาม 1 คนเข้าฟรี

※ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2026

วิธีซื้อบัตรเข้าสวนสัตว์อุเอโนะ

บัตรเข้าสำหรับ “สวนสัตว์อุเอโนะ” ซื้อได้ที่เคาน์เตอร์บริเวณแต่ละประตู
รองรับการชำระด้วยเงินสด รวมถึงบัตรเครดิตบางประเภทและเงินอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า โดยจำหน่ายเฉพาะบัตรเข้าชมในวันนั้น แต่หากมีผู้คนหนาแน่นอาจต้องรอคิว
หากต้องการเข้าสวนได้อย่างราบรื่น แนะนำให้พิจารณาซื้อบัตรออนไลน์แบบระบุวันที่ล่วงหน้า
จาก เว็บไซต์ทางการ ให้กรอกวันที่ต้องการเข้าชม (เลือกได้ล่วงหน้าสูงสุด 30 วันก่อนวันเข้า) ประเภทบัตร และข้อมูลที่จำเป็น จากนั้นชำระเงิน ก็จะได้รับบัตรพร้อม QR โค้ด
หลังจากนั้นให้บันทึกบัตรไว้ในสมาร์ตโฟน แล้วแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูเพื่อเข้าใช้งาน

สามารถซื้อบัตรได้โดยตรงที่ประตูหลัก ประตูเบ็นเท็น และประตูอิเคโนะฮาตะ
สามารถซื้อบัตรได้โดยตรงที่ประตูหลัก ประตูเบ็นเท็น และประตูอิเคโนะฮาตะ

ฤดูกาลที่แนะนำสำหรับเที่ยวสวนสัตว์อุเอโนะคือเมื่อไร?

ถ้าเลือกช่วงมาเที่ยวได้ ฤดูใบไม้ผลินับว่าน่าแวะเป็นพิเศษ
เพราะอากาศกำลังสบาย เหมาะแก่การเดินเที่ยว และยังได้เห็นสัตว์กลางแจ้งเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก
นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่สัตว์หลายชนิดออกลูก จึงมีโอกาสได้เห็นลูกสัตว์ตัวน้อยน่ารักด้วย
อีกทั้งภายในสวนยังมีซากุระ 9 สายพันธุ์ รวม 66 ต้น เมื่อบานเต็มที่ก็จะได้ชมทิวทัศน์สวยงามที่ผสานกับบรรยากาศของสวนสัตว์อย่างลงตัว
สวนอุเอโนะเองก็มีชื่อเสียงเรื่องซากุระ จึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ควบคู่กันได้

หากมาในฤดูใบไม้ผลิ ก็สามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ได้พร้อมกัน
หากมาในฤดูใบไม้ผลิ ก็สามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ได้พร้อมกัน

ช่วงไหนที่สวนสัตว์อุเอโนะคนเยอะ?

“สวนสัตว์อุเอโนะ” เดินทางสะดวกและได้รับความนิยมจากคนทุกวัย จึงคึกคักตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ (กลางเดือนมีนาคม–ปลายเดือนเมษายน), โกลเดนวีค (ปลายเดือนเมษายน–ต้นเดือนพฤษภาคม) และเทศกาลโอบ้ง (กลางเดือนสิงหาคม) มักมีผู้คนหนาแน่นเป็นพิเศษ
ในบรรดาช่วงเหล่านี้ วันที่ 20 มีนาคม และ 4 พฤษภาคม ซึ่งเข้าชมฟรี ถือเป็นวันที่คนแน่นที่สุดช่วงหนึ่งของปี
นอกจากนี้ ช่วงที่มีอีเวนต์รอบสวนอุเอโนะ เช่น ชมใบไม้เปลี่ยนสีหรือการประดับไฟ ก็มีแนวโน้มว่าจะคนเยอะเช่นกัน
หากวางแผนมาในช่วงดังกล่าว แนะนำให้ใช้ เว็บไซต์ทางการ ที่แสดงสถานะความหนาแน่นแบบเรียลไทม์ จะช่วยวางแผนได้สะดวกขึ้น

บรรยากาศรอบสวนสัตว์อุเอโนะในฤดูชมซากุระ
บรรยากาศรอบสวนสัตว์อุเอโนะในฤดูชมซากุระ

จุดเด่นหลักของแต่ละโซนในสวนสัตว์อุเอโนะ

ถ้ากำลังดูแผนเที่ยวอยู่ก่อนเข้าไป ส่วนนี้น่าจะช่วยได้มาก
“สวนสัตว์อุเอโนะ” แบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ คือสวนฝั่งตะวันออกและสวนฝั่งตะวันตก ซึ่งแต่ละโซนมีสัตว์จัดแสดง ลักษณะเด่น และเสน่ห์แตกต่างกัน
แม้จะสามารถเดินข้ามสะพาน “อิสโซปุบาชิ” เพื่อไปมาระหว่างสองโซนได้ แต่พื้นที่ภายในก็กว้างมาก
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักโซนหลัก จุดเด่น และสัตว์ที่สามารถพบได้ในแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเที่ยวชม
หากอยากเดินเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้ดูแผนที่ภายในสวนประกอบไปด้วย

พบสัตว์ยอดนิยมแบบคลาสสิกได้ด้วย! 5 จุดเด่นของโซนสวนฝั่งตะวันออก

“โซนสวนฝั่งตะวันออก” ซึ่งเข้าถึงได้สะดวกจากสถานีผ่านประตูหลักของสวนสัตว์อุเอโนะ เป็นพื้นที่หลักที่คึกคักไปด้วยผู้คน
จุดเด่นคือสามารถพบสัตว์ขนาดใหญ่และสัตว์กินเนื้อยอดนิยมประจำสวนสัตว์ เช่น กอริลลา เสือ และหมีขั้วโลก
ยังมีโซนสัตว์หากินเวลากลางคืนอย่างนกฮูกและค้างคาว รวมถึงสัตว์ญี่ปุ่นและนกป่า เช่น กวางเอโสะ กระรอกญี่ปุ่น และหมีหลากหลายชนิด เดินชมได้เรื่อย ๆ แบบไม่รู้สึกเบื่อ
ต่อไปนี้คือโซนหลักและจุดน่าสนใจของสวนฝั่งตะวันออก

1. ป่าที่ช้างอาศัยอยู่

“ป่าที่ช้างอาศัยอยู่” ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางสวนฝั่งตะวันออก เป็นหนึ่งในโซนยอดนิยมที่สามารถชมช้างเอเชียใช้ชีวิตอย่างอิสระในพื้นที่กว้างขวาง
พื้นที่นี้แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น ลานปล่อยและห้องพัก โดยออกแบบให้กระตุ้นพฤติกรรมตามธรรมชาติของช้างได้ดี
ปัจจุบันมีช้างอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว 3 ตัว หากมาถูกจังหวะก็อาจได้เห็นทั้งการอาบทราย การนอนหลับ และการใช้ชีวิตแบบฝูงจากหลายมุมมอง
โดยเฉพาะช่วงให้อาหารหรือเล่นน้ำในสระ ช้างจะเคลื่อนไหวอย่างทรงพลังและสร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมได้มากทีเดียว

ลองใช้เวลาเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของช้างเอเชียอย่างใกล้ชิด
ลองใช้เวลาเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของช้างเอเชียอย่างใกล้ชิด

2. เนินของเหล่าหมี

“เนินของเหล่าหมี” ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านหลังโซนป่าที่ช้างอาศัยอยู่บริเวณกลางสวนฝั่งตะวันออก เป็นโซนที่สามารถชมหมีกลายชนิดได้
พื้นที่จัดแสดงเป็นแนวยาวและจำลองสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ปัจจุบันมีหมี 3 ชนิดที่มีรูปร่างและถิ่นอาศัยต่างกัน
ไม่ว่าจะเป็นลายพระจันทร์เสี้ยวสีขาวบริเวณอกของหมีดำญี่ปุ่น ความสง่างามน่าเกรงขามของหมีสีน้ำตาล หรือทักษะปีนต้นไม้ของหมีหมา แต่ละชนิดก็มีจุดเด่นต่างกัน ลองเปรียบเทียบกันดูจะยิ่งสนุก
โซนฤดูหนาวที่สามารถชมบรรยากาศการจำศีลก็เป็นอีกจุดที่แนะนำ
นอกจากนี้ นากที่จัดแสดงในพื้นที่เล็ก ๆ ก็น่ารักและได้รับความนิยมเช่นกัน

สามารถชมหมีกลายชนิด เช่น หมีหมาที่ปรับตัวกับการใช้ชีวิตบนต้นไม้ได้
สามารถชมหมีกลายชนิด เช่น หมีหมาที่ปรับตัวกับการใช้ชีวิตบนต้นไม้ได้

3. ป่าที่กอริลลาและเสืออาศัยอยู่

“ป่าที่กอริลลาและเสืออาศัยอยู่” ซึ่งอยู่ด้านในสุดของสวนฝั่งตะวันออก เป็นโซนขนาดใหญ่ที่จำลองบรรยากาศป่าฝนเขตร้อน
ที่นี่จัดแสดงกอริลลาเป็นหลัก โดยเฉพาะกอริลลาที่ราบลุ่มตะวันตก และเสือสุมาตรา โดยเลี้ยงแยกกันคนละพื้นที่
ในโซนกอริลลา คุณจะได้เห็นความเป็นสังคมของกอริลลาที่อยู่กันเป็นฝูง การปฏิสัมพันธ์กัน ภาวะผู้นำของพ่อแม่ และภาพลูกกอริลลากำลังเล่นอย่างเพลิดเพลิน
ส่วนเสือสุมาตราเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่มีจำนวนลดลงในธรรมชาติ จุดเด่นคือความงามของลายพาดกลอนและสายตาอันเฉียบคม
หากโชคดี อาจได้เห็นพฤติกรรมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ เช่น เดินริมแหล่งน้ำหรือใช้กรงเล็บแหลมปีนต้นไม้ในระยะใกล้

กอริลลาที่ราบลุ่มตะวันตกมีจุดเด่นที่รูปร่างแข็งแรง สีหน้าฉลาด และบางครั้งยังเผยด้านเป็นมิตรอีกด้วย
กอริลลาที่ราบลุ่มตะวันตกมีจุดเด่นที่รูปร่างแข็งแรง สีหน้าฉลาด และบางครั้งยังเผยด้านเป็นมิตรอีกด้วย

4. ป่ายามค่ำคืน

“ป่ายามค่ำคืน” ซึ่งอยู่ติดกับโซนป่าที่กอริลลาและเสืออาศัยอยู่ เป็นอาคารในร่มสำหรับชมสัตว์หากินเวลากลางคืน
ในปี 2023 ได้มีการปรับปรุงระบบแสงสว่างภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแบบสลับกลางวันกลางคืนที่ยังคงความมืดได้แม้ในเวลากลางวัน
เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน คุณจะพบกับบรรยากาศชวนฝันที่ส่องสว่างด้วยแบล็กไลต์จำนวนมาก
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้เห็นสัตว์ทำกิจกรรมยามค่ำคืนในแบบที่ปกติไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น
โดยเฉพาะนกฮูกที่บินเงียบ ๆ ท่ามกลางความมืด ชะมดที่เคลื่อนไหวว่องไว และค้างคาวที่บินไปมานั้นล้วนชมได้อย่างเพลิดเพลิน
ลองมาสัมผัสโลกอันน่าพิศวงที่ถักทอขึ้นจากแสงและความมืด ซึ่งแตกต่างจากโซนอื่นอย่างชัดเจน

สามารถชมภาพการเคลื่อนไหวอันกระฉับกระเฉงของสัตว์หากินเวลากลางคืน เช่น นกฮูก
สามารถชมภาพการเคลื่อนไหวอันกระฉับกระเฉงของสัตว์หากินเวลากลางคืน เช่น นกฮูก

5. ทะเลของหมีขั้วโลกและแมวน้ำ

“ทะเลของหมีขั้วโลกและแมวน้ำ” ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของสวนฝั่งตะวันออก ใกล้สะพานอิสปุป เป็นโซนสำหรับชมสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเลหรือเขตหนาว
ภายในมีตู้จัดแสดงขนาดใหญ่และโขดหิน โดยจัดแสดงหมีขั้วโลก แมวน้ำลายจุด และสิงโตทะเลเป็นหลัก
ในโซนหมีขั้วโลก คุณสามารถชมการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วใต้น้ำ การว่ายน้ำด้วยอุ้งเท้าหน้าขนาดใหญ่ รวมถึงการเดินไปมาบนบกผ่านกระจกบานใหญ่ได้อย่างใกล้ชิด
ส่วนแมวน้ำลายจุดก็มีเสน่ห์จากท่าทางว่ายน้ำเล่นอย่างคล่องแคล่วและเคลื่อนไหวตลอดเวลา จนดูแล้วไม่เบื่อเลย
ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการเรียนรู้ความสามารถในการปรับตัวของสัตว์เขตหนาว พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของพวกมันอย่างเต็มที่

หมีขั้วโลกที่สามารถชมได้ผ่านกระจกบานใหญ่
หมีขั้วโลกที่สามารถชมได้ผ่านกระจกบานใหญ่

พบสัตว์หายากได้ที่นี่! 5 จุดเด่นของโซนสวนฝั่งตะวันตก

“โซนสวนฝั่งตะวันตก” มีสระชิโนบาสึ占พื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของบริเวณทั้งหมด
จุดเด่นคือมีการจัดแสดงสัตว์หายากที่ปกติไม่ค่อยได้เห็น เช่น อายอาย และนกปากพลั่วแอฟริกา
ยังมีสัตว์ยอดนิยมแบบเงียบ ๆ อย่างฮิปโปโปเตมัส รวมถึงสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน เช่น ซาลาแมนเดอร์ยักษ์และกบลูกดอกพิษให้ชมด้วย
แต่ละโซนจำลองสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ และความมีเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ก็เป็นอีกเสน่ห์ที่ทำให้เดินเที่ยวได้สนุก

1. ป่าแพนด้า

“ป่าแพนด้า” ซึ่งอยู่ใจกลางสวนฝั่งตะวันตก เป็นสถานที่เลี้ยงแพนด้ายักษ์ที่เปิดในปี 2020
พื้นที่นี้จำลองสภาพแวดล้อมถิ่นอาศัยโดยอ้างอิงมณฑลเสฉวนของจีน และมีการออกแบบต้นไม้ โขดหิน และแหล่งน้ำอย่างหลากหลายเพื่อให้แพนด้ายักษ์ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด
ในอนาคต “ป่าแพนด้า” มีกำหนดจะคงสภาพไว้เช่นเดิม บันทึกการเลี้ยงดูที่จดไว้อย่างละเอียดตั้งแต่การเกิดของเซียงเซียง, เสี่ยวเสี่ยว และเหลยเหลย ก็จะถูกเก็บรักษาไว้ในระยะยาว และมีแผนจะนำสถานที่และข้อมูลเหล่านี้กลับมาใช้เมื่อแพนด้ายักษ์มาเยือนอีกครั้ง

มีแผนจะเก็บรักษา “ป่าแพนด้า” ไว้ในสภาพเดิมต่อไป
มีแผนจะเก็บรักษา “ป่าแพนด้า” ไว้ในสภาพเดิมต่อไป

2. ป่าที่อายอายอาศัยอยู่

“ป่าที่อายอายอาศัยอยู่” ซึ่งอยู่ด้านในจากทางเข้าประตูเบ็นเท็น ใกล้สระชิโนบาสึและประตูอิเคโนะฮาตะ เป็นโซนที่เลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดจากเกาะมาดากัสการ์
สัตว์ที่โดดเด่นที่สุดคืออายอาย ซึ่งในประเทศนี้สามารถพบได้เฉพาะที่สวนสัตว์อุเอโนะเท่านั้น
ภายในอาคารถูกทำให้มืดเพื่อให้สามารถสังเกตอายอายซึ่งเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืนได้อย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
จุดน่าสนใจคือท่าทางการใช้นิ้วยาวเคาะลำต้นไม้ และการกินอาหารอย่างคล่องแคล่ว
นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสัตว์หายากอย่างลิงหางแหวน เต่ารัศมี และลีเมอร์สีน้ำตาล ทำให้ได้เรียนรู้ระบบนิเวศอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย
หากชอบโลกอันน่าพิศวงของสัตว์หากินเวลากลางคืน ที่นี่ก็น่าจะถูกใจไม่น้อย

ลองสังเกตพฤติกรรมของสัตว์หายากอย่างใกล้ชิด
ลองสังเกตพฤติกรรมของสัตว์หายากอย่างใกล้ชิด

3. สัตว์แอฟริกา

“สัตว์แอฟริกา” ซึ่งอยู่ใกล้ประตูอิเคโนะฮาตะ เป็นโซนหลักของสวนฝั่งตะวันตกที่จัดแสดงสัตว์จากแอฟริกา อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย
พื้นที่จัดแสดงกว้างขวาง ทำให้เพลิดเพลินกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ท่ามกลางบรรยากาศคล้ายทุ่งซาวันนา
ที่นี่สามารถพบสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ยีราฟ แรด และฮิปโปโปเตมัส รวมถึงสัตว์หายากอย่างนกปากพลั่วแอฟริกาและเพกคารีคอปลอก
ไม่ว่าจะเป็นภาพยีราฟยืดคอยาวกินใบไม้หรือลวดลายทางสวยงามของม้าลาย ก็ล้วนเป็นไฮไลต์ที่น่าชม
ในบรรดาทั้งหมด สัตว์หายากระดับโลกอย่างโอกาปิและฮิปโปแคระถือว่าห้ามพลาด
โดยเฉพาะโอกาปิ ซึ่งในประเทศนี้มีให้ชมได้เพียง 3 แห่งเท่านั้น ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์และพฤติกรรมของมันจึงเป็นจุดที่น่าจับตา

โซนที่สามารถพบสัตว์จากทวีปแอฟริกาได้
โซนที่สามารถพบสัตว์จากทวีปแอฟริกาได้

4. อาคารสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน

“อาคารสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน” ซึ่งอยู่ทางขวาของทางเข้าประตูอิเคโนะฮาตะ ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในป่าดิบชื้น โดยแต่ละมุมจำลองสภาพธรรมชาติเอาไว้อย่างพิถีพิถัน
ภายในเป็นแบบวิวาเรียม จึงมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นตลอดทั้งปี
เสน่ห์ของที่นี่คือสามารถชมพฤติกรรมใกล้เคียงธรรมชาติของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลานจากทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเต่า งู หรือกบ
หนึ่งในจุดเด่นคือภาพเต่ายักษ์กาลาปากอสที่มีน้ำหนักมากกว่า 200 กิโลกรัมกำลังเดิน และจระเข้แคระแอฟริกาตะวันตกว่ายน้ำอย่างช้า ๆ
นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้ลักษณะเด่นของสัตว์ที่มีระบบนิเวศน่าสนใจ เช่น กิ้งก่าเปลี่ยนสีที่พบได้ยากในญี่ปุ่น และกบสีสันสดใส

มีการเลี้ยงเต่ายักษ์กาลาปากอส 2 ตัว คือ “ทาโร่” และ “คาเมะคิจิ”
มีการเลี้ยงเต่ายักษ์กาลาปากอส 2 ตัว คือ “ทาโร่” และ “คาเมะคิจิ”

5. สวนสัตว์เด็ก Step

“สวนสัตว์เด็ก Step” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากประตูอิเคโนะฮาตะ เป็นโซนที่ช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้ความเอาใจใส่ต่อสัตว์และความสำคัญของชีวิต
ที่นี่ได้ชมสัตว์เลี้ยงในฟาร์มอย่างแพะ แกะ และไก่ในระยะใกล้ อีกทั้งยังมีโปรแกรมเกี่ยวกับวิธีดูแลสัตว์ขนาดเล็กและการเรียนรู้พฤติกรรมของพวกมันอย่างครบถ้วน ทำให้เข้าใจได้สนุกยิ่งขึ้น
กิจกรรมยอดนิยมคือการสัมผัสหนูตะเภาและกระต่าย (ต้องจองล่วงหน้า) โดยสามารถอุ้มบนตักหรือสัมผัสเบา ๆ ได้โดยตรง
เพราะสามารถพบสัตว์มากมายได้อย่างปลอดภัย ที่นี่จึงเหมาะมากสำหรับครอบครัว

โซนที่สามารถสัมผัสสัตว์ตัวเล็กได้
โซนที่สามารถสัมผัสสัตว์ตัวเล็กได้

ไม่ได้มีดีแค่สัตว์! 3 จุดน่าเที่ยวในสวนสัตว์อุเอโนะ

เดินชมสัตว์เพลิน ๆ แล้ว ลองเผื่อเวลาให้มุมอื่นของ “สวนสัตว์อุเอโนะ” ด้วยก็น่าสนใจ
ภายในสวนไม่ได้มีแค่พื้นที่จัดแสดงสัตว์ แต่ยังมีทิวทัศน์สวยงามตามฤดูกาลจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และอาคารที่ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์กับวัฒนธรรมของอุเอโนะได้อย่างใกล้ชิด
คุณจะเลือกตื่นเต้นไปกับความคึกคักของเหล่าสัตว์ หรือจะเดินเล่นนั่งพักบนม้านั่งเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศเงียบสงบก็ได้เช่นกัน
ต่อจากนี้จะพาไปรู้จักจุดน่าสนใจแบบเป็นรูปธรรม เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับมุมมองอื่นนอกเหนือจากการชมสัตว์ด้วย

1. สระชิโนบาสึ

ดังที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ พื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของสวนฝั่งตะวันตกในสวนสัตว์อุเอโนะคือ “สระชิโนบาสึ”
ในบรรดาสระทั้ง 3 ส่วน สระอุโนะอิเคะทอดตัวอยู่ทางด้านใต้ของพื้นที่ และมอบทิวทัศน์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
เสน่ห์ของ “สระชิโนบาสึ” คือมีทั้งนกน้ำและสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากมาย ทำให้สัมผัสได้ถึงความกลมกลืนระหว่างสัตว์กับธรรมชาติ
โดยเฉพาะภาพดอกบัวบานปกคลุมเต็มผืนน้ำในฤดูร้อนนั้นสวยงามน่าประทับใจ และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายราวกับลืมความวุ่นวายในเมืองใหญ่ไปชั่วขณะ
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว นกอพยพอย่างนกอีโก้งและนกนางนวลจะบินมา ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ คึกคักยิ่งขึ้น
หากอยากพักระหว่างทาง ลองนั่งชมภาพนกสะท้อนบนผิวน้ำแบบเบิร์ดวอตชิงก็น่าสนใจไม่น้อย

สระชิโนบาสึในฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยดอกบัว
สระชิโนบาสึในฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยดอกบัว

2. เจดีย์ห้าชั้นอดีตวัดคันเอจิ

สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางซ้ายมือทันทีหลังเข้าจากประตูหลักของสวนฝั่งตะวันออก คือ “เจดีย์ห้าชั้นอดีตวัดคันเอจิ”
เจดีย์ห้าชั้นแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1631 และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างสมัยเอโดะ (1603–1868) ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในสวนอุเอโนะ
ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ และดึงดูดผู้มาเยือนด้วยทัศนียภาพแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมอันงดงามและคุณค่าทางประวัติศาสตร์
เจดีย์สีแดงชาดสูงถึง 32 เมตรกลมกลืนกับบรรยากาศของสวนสัตว์และต้นไม้โดยรอบ จึงโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษภายในสวน
แม้จะไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ แต่เพียงชมจากภายนอกก็เพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่
ในฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่ยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมเพราะความตัดกันกับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีดูสวยมาก

เจดีย์ห้าชั้นอดีตวัดคันเอจิที่ให้สัมผัสความงามทางสถาปัตยกรรมสมัยเอโดะ
เจดีย์ห้าชั้นอดีตวัดคันเอจิที่ให้สัมผัสความงามทางสถาปัตยกรรมสมัยเอโดะ

3. คังคันเท (Kankantei)

“คังคันเท (Kankantei)” เป็นเรือนชาสไตล์สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ตั้งอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของสวนฝั่งตะวันออก ใกล้กับพื้นที่จัดแสดงเสือสุมาตรา
สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับรองโชกุนลำดับที่ 3 ของรัฐบาลเอโดะ โทกุงาวะ อิเอมิตสึ (Tokugawa Iemitsu) และสร้างขึ้นใหม่ในปี 1878
บรรยากาศที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่พักผ่อนของโชกุนและพระจากวัดคันเอจิยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน จึงเป็นจุดที่ทำให้สัมผัสลมหายใจของประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับทิวทัศน์ตามฤดูกาลได้อย่างชัดเจน
ท่ามกลางความเงียบสงบที่ต่างจากความคึกคักของสวนสัตว์ คุณน่าจะได้ใช้เวลาพักใจอย่างผ่อนคลายที่นี่

สวนอันเงียบสงบและอาคารเก่าแก่ผสานกันอย่างลงตัว
สวนอันเงียบสงบและอาคารเก่าแก่ผสานกันอย่างลงตัว

ร้านอาหารในสวนสัตว์อุเอโนะที่ควรรู้ล่วงหน้า

ถ้าอยากวางแผนมื้ออาหารไว้ก่อน ลองดูส่วนนี้ไว้ได้เลย
ปัจจุบันภายใน “สวนสัตว์อุเอโนะ” มีร้านอาหารทั้งหมด 4 ร้าน โดยอยู่ในสวนฝั่งตะวันออก 2 ร้าน และสวนฝั่งตะวันตก 2 ร้าน
ต่อจากนี้จะพาไปรู้จักตำแหน่งของแต่ละร้าน จุดเด่น และเมนูอาหารที่สามารถลิ้มลองได้
ช่วงมื้อกลางวันและวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์มักมีคนเยอะ จึงแนะนำให้เลือกจุดที่อยากไปไว้ล่วงหน้า

1. Saruyama Kitchen

“Saruyama Kitchen” ตั้งอยู่ในโซนสวนฝั่งตะวันออก ตรงข้ามโซนภูเขาลิง เป็นร้านอาหารในอาคารทั้งหมด 2 ชั้น พร้อมพื้นที่พักผ่อนฟรีในตัว
ที่นี่มีทั้งอาหารญี่ปุ่นอย่างข้าวหน้าต่าง ๆ และอุด้ง รวมถึงเมนูสำหรับเด็ก เช่น แกงกะหรี่และแฮมเบิร์ก
เมนูแนะนำคือ “อุด้งเนื้อวัวหรืออุด้งเค็นจิน” ที่มีคามาโบโกะแพนด้า และ “Saruman” ขนมซาลาเปาหน้าลิงลายการ์ตูนแบบเซ็ต 2 ชิ้น (ไส้ถั่วแดงและคัสตาร์ด)
ทุกเมนูล้วนเป็นสินค้าพิเศษเฉพาะสวนสัตว์อุเอโนะ ไม่เพียงอร่อยแต่ยังน่าจดจำอีกด้วย
อีกหนึ่งเสน่ห์คือสามารถรับประทานอาหารไปพร้อมกับชมลิงญี่ปุ่นได้

ร้านอาหารที่แวะได้สะดวกในช่วงพักระหว่างเดินเที่ยว
ร้านอาหารที่แวะได้สะดวกในช่วงพักระหว่างเดินเที่ยว

2. Bird Song

“Bird Song” เป็นร้านฟาสต์ฟู้ดในโซนสวนฝั่งตะวันออก อยู่ใกล้กับโซนทะเลของหมีขั้วโลกและแมวน้ำ
มีจำหน่ายทั้งชุดแกงกะหรี่ไก่ ชูริโตส ของว่างเบา ๆ และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด
เนื่องจากเป็นร้านแบบซื้อกลับ แนะนำให้นำไปนั่งรับประทานที่ม้านั่งรอบ ๆ หรือจุดพักใต้ซุ้มวิสทีเรียใกล้เคียง
เมนูยอดนิยมคือ “สัมผัสประสบการณ์! ดังโงะแพนด้า” ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้เป็นแพนด้า
เมนูนี้ดัดแปลงจากของว่างที่แพนด้ายักษ์กิน ให้กลายเป็นดังโงะสำหรับคน มีรสหวานอ่อน ๆ และเนื้อสัมผัสหนึบกำลังดี
ในช่วงหน้าร้อน “ไอศกรีมนมแพนด้า” สูตรต้นฉบับของสวนสัตว์อุเอโนะก็เป็นอีกเมนูที่แนะนำ

เพลิดเพลินกับเมนูหลากหลายทั้งของว่างและเครื่องดื่ม (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
เพลิดเพลินกับเมนูหลากหลายทั้งของว่างและเครื่องดื่ม (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

3. Cafe Chameleon

“Cafe Chameleon” ตั้งอยู่ริมสระชิโนบาสึในโซนสวนฝั่งตะวันตก เป็นร้านฟาสต์ฟู้ดที่ขายของว่างอย่างแฮมเบอร์เกอร์และแฟรงก์เฟิร์ต พร้อมเครื่องดื่ม
แม้จะเป็นร้านสำหรับซื้อกลับเท่านั้น แต่บริเวณโดยรอบมีทั้งที่นั่งระเบียงและม้านั่ง จึงเหมาะสำหรับแวะพักระหว่างเที่ยวมาก
โดยเฉพาะที่นั่งระเบียงซึ่งมองเห็นวิวสระชิโนบาสึได้เต็มตา ถือเป็นจุดชมวิวชั้นเยี่ยมที่สามารถเพลิดเพลินกับเสียงร้องและภาพนกอพยพบินไปมาควบคู่กับมื้ออาหารได้
เมนูแนะนำคือ “ข้าวกล่องแพนด้าห่อใบไผ่” ที่มีจำหน่ายเฉพาะสวนสัตว์อุเอโนะ
เมื่อแกะห่อใบไผ่ออก จะพบหน้าของแพนด้าที่ทำจากเห็ดหอมและถั่วดำบนข้าวปรุงรส ดูน่ารักมากทีเดียว

สังเกตได้ง่ายจากภายนอกที่มีดีไซน์กิ้งก่าอันโดดเด่น
สังเกตได้ง่ายจากภายนอกที่มีดีไซน์กิ้งก่าอันโดดเด่น

4. จุดพักผ่อนสวนฝั่งตะวันตก

“จุดพักผ่อนสวนฝั่งตะวันตก” เป็นร้านอาหารแบบบริการตนเองที่อยู่หน้าอาคารสัตว์ขนาดเล็กในโซนสวนฝั่งตะวันตก
มีเมนูอาหารตะวันตกเป็นหลัก เช่น สปาเกตตีและข้าวห่อไข่ รวมถึงของหวานอย่างชีสเค้กและมงบล็องด้วย
เมนูยอดนิยมคือ “ข้าวออมไรซ์ราดฮายาชิซอสไข่นุ่ม” และ “แกงกะหรี่หมูสันในทอดซังเก็นบุตะ” ซึ่งได้รับความนิยมจากทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
ทั้งสองเมนูให้ปริมาณจุใจและเป็นเมนูต้นฉบับของสวนสัตว์อุเอโนะด้วย
อีกหนึ่งเสน่ห์คือบริเวณโดยรอบเป็นคอกสัตว์ หากสัตว์ออกมาด้านนอก ก็สามารถรับประทานอาหารท่ามกลางยีราฟ ฮิปโปโปเตมัส และแรดได้

ข้าวออมไรซ์ราดฮายาชิซอสไข่นุ่ม เมนูยอดนิยม (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
ข้าวออมไรซ์ราดฮายาชิซอสไข่นุ่ม เมนูยอดนิยม (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

ซื้อของฝากเป็นสินค้าต้นฉบับ! ร้านกิฟต์ช็อปในสวนสัตว์อุเอโนะ

แวะหาของติดไม้ติดมือกลับบ้านกันสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน
ภายในสวนมีร้านกิฟต์ช็อป 2 แห่ง โดยอยู่ในสวนฝั่งตะวันออกและสวนฝั่งตะวันตกฝั่งละ 1 แห่ง
ทั้งสองร้านมีสินค้าเฉพาะของ “สวนสัตว์อุเอโนะ” ให้เลือกมากมาย เดินดูเฉย ๆ ก็สนุกมากแล้ว
ยังมีสินค้าคุณภาพดีที่ใส่ใจการออกแบบจำนวนมาก จึงน่าจะหาของฝากที่เหมาะทั้งซื้อให้ตัวเองและมอบเป็นของขวัญได้ไม่ยาก
เราจะพาไปรู้จักตำแหน่งของร้านและสินค้าที่แนะนำ เผื่อจะช่วยให้คุณเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

1. Gift Shop Little Trunk

“Little Trunk” เป็นร้านกิฟต์ช็อปที่อยู่บริเวณกลางสวนฝั่งตะวันออก หน้าลานช้างเอเชีย
ชื่อร้านมาจากการเล่นคำระหว่าง “งวงช้าง” และ “หีบใส่สัมภาระ” ภายในร้านมีสินค้าต้นฉบับให้เลือกมากมาย ทั้งตุ๊กตา พวงกุญแจ และอีกหลากหลายประเภท
สินค้ายอดนิยมที่สุดก็คือของที่เกี่ยวกับแพนด้ายักษ์
ของแนะนำ ได้แก่ “ตุ๊กตาแพนด้า” หลายแบบที่จำลองรายละเอียดตามขนาดหลังคลอด และ “ผ้าห่ม Ueno no Panda” เนื้อนุ่มที่รวมแพนด้าทั้ง 5 ตัวไว้พร้อมกัน
นอกจากนี้ยังมีเครื่องเขียนและขนมที่เหมาะสำหรับเป็นของฝากหรือของขวัญอีกมากมาย จึงเหมาะแม้สำหรับคนที่ชอบสัตว์ชนิดอื่นด้วย

สินค้าที่เกี่ยวกับ “แพนด้ายักษ์” สัญลักษณ์ของสวนสัตว์อุเอโนะ ได้รับความนิยมมาก
สินค้าที่เกี่ยวกับ “แพนด้ายักษ์” สัญลักษณ์ของสวนสัตว์อุเอโนะ ได้รับความนิยมมาก

2. Gift Shop Petit Chameleon

“Petit Chameleon” เป็นร้านกิฟต์ช็อปที่อยู่ข้างระเบียงสระชิโนบาสึในโซนสวนฝั่งตะวันตก
เช่นเดียวกับ Little Trunk ร้านนี้มีสินค้าหลากหลายประเภท รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างถุงเท้า แฟ้มใส และถุงซิปล็อกให้เลือกมากมาย
โดยเฉพาะสินค้าต้นฉบับที่ทำขึ้นจากแรงบันดาลใจของสัตว์ยอดนิยมในสวนมีให้เลือกค่อนข้างครบ
ของแนะนำคือ “ชาร์มนกปากพลั่วแอฟริกา” ที่มีเสน่ห์จากสีหน้าแสนน่ารัก และ “คุกกี้กระป๋องแพนด้า” ดีไซน์น่ารักซึ่งขายดีมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ “จิ๊กซอว์ 100 ชิ้น สวนสัตว์อุเอโนะ” ที่รวมเหล่าสัตว์ของสวนสัตว์ไว้ในองค์ประกอบซึ่งได้แรงบันดาลใจจากผังภายในสวน ก็เป็นของฝากที่ดูมีเอกลักษณ์เช่นกัน

ร้านกิฟต์ช็อปที่มีสินค้าต้นฉบับจากสัตว์ยอดนิยมให้เลือกมากมาย
ร้านกิฟต์ช็อปที่มีสินค้าต้นฉบับจากสัตว์ยอดนิยมให้เลือกมากมาย

สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่เที่ยวได้อย่างสบายใจแม้มาพร้อมเด็กเล็ก

ถ้ามาเที่ยวกันแบบครอบครัว ส่วนนี้น่าจะช่วยให้สบายใจขึ้น
ภายในสวนมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและความใส่ใจสำหรับครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาด้วยในหลายจุด ทำให้เที่ยวพร้อมเด็กได้อย่างสบายใจ
ที่นี่เราจะขอแนะนำบริการที่สะดวกบางส่วนให้รู้จัก

บริการเช่ารถเข็นเด็ก

ที่ “สวนสัตว์อุเอโนะ” สามารถเช่ารถเข็นเด็ก (รถเข็นเด็กแบบ B ที่ปรับเอนได้) ได้บริเวณใกล้ทางเข้าของแต่ละโซน
ตอนที่เด็กไม่ได้ใช้งานจะใช้เป็นที่วางสัมภาระได้ด้วย แต่ในช่วงคนเยอะอาจทำให้เคลื่อนที่ลำบาก จึงควรพิจารณาตามสถานการณ์ว่าจำเป็นต้องเช่าหรือไม่
หากมีกระเป๋าเดินทางหรือรถเข็นเด็กขนาดใหญ่ ก็สามารถฝากไว้ในตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญสำหรับสัมภาระขนาดใหญ่ใกล้จุดให้เช่าได้เช่นกัน ※ไม่มีพื้นที่จอดรถเข็นเด็ก
รายละเอียดบริการเช่ารถเข็นเด็กมีดังนี้

จุดให้เช่า
สวนฝั่งตะวันออก: หน้าประตูหลัก, สวนฝั่งตะวันตก: หน้าประตูเบ็นเท็น
จุดคืน
สวนฝั่งตะวันออก: หน้าประตูหลัก, สวนฝั่งตะวันตก: หน้าประตูเบ็นเท็น, ประตูอิเคโนะฮาตะ
ราคา
500 เยน ต่อ 1 คัน ต่อ 1 วัน
จำนวนที่มี
400 คัน
ช่วงอายุที่ใช้ได้
ประมาณ 7 เดือน–4 ปี (น้ำหนักประมาณ 18 กก.) ※เฉพาะเด็กที่คอแข็งแล้ว
มีบริการที่ช่วยให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็กเที่ยวได้สะดวกมากขึ้น
มีบริการที่ช่วยให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็กเที่ยวได้สะดวกมากขึ้น

ห้องสำหรับทารก

ห้องสำหรับทารก (ห้องให้นม) มีทั้งหมด 3 จุดภายในสวนตามด้านล่าง พร้อมเก้าอี้ให้นม น้ำร้อนสำหรับชงนม และเตียงเด็ก

สวนฝั่งตะวันออก
ภายใน Saruyama Kitchen (จุดพักฟรี)
※มีพื้นที่สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ
สวนฝั่งตะวันตก
・ด้านซ้ายทันทีจากทางเข้าประตูเบ็นเท็น ※มีพื้นที่สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ
・ภายในจุดพักผ่อนสวนฝั่งตะวันตก (จุดพักฟรี) ※หากไม่มีผู้หญิงใช้งาน ผู้ชายก็สามารถใช้ได้

นอกจากนี้ ภายในห้องน้ำเกือบทุกจุดในสวน ยกเว้นห้องน้ำชายบางแห่ง ยังมีเตียงสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมให้บริการด้วย
หากไม่แน่ใจว่าห้องให้นม ม้านั่งและโต๊ะกลางแจ้ง ห้องพยาบาล หรือศูนย์ข้อมูลรวมอยู่ตรงไหน แนะนำให้ตรวจสอบจากแผนที่ภายในสวน

มีห้องสำหรับทารกถึง 3 จุด ถือเป็นข้อดีที่ใช้งานสะดวก (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
มีห้องสำหรับทารกถึง 3 จุด ถือเป็นข้อดีที่ใช้งานสะดวก (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

3 สถานที่ท่องเที่ยวรอบสวนสัตว์อุเอโนะที่อยากแนะนำให้แวะ

ถ้ามีเวลาเหลือหลังเที่ยวสวนสัตว์ รอบสถานีอุเอโนะก็ยังมีจุดให้น่าแวะอีกหลายแห่ง
ท้ายที่สุด เราขอแนะนำพิพิธภัณฑ์ศิลปะและย่านการค้ารอบสถานีอุเอโนะที่น่าแวะ
ทุกแห่งล้วนเป็นจุดหมายยอดนิยมระดับตัวแทนของโตเกียว สามารถเพลิดเพลินกับงานศิลปะ การช้อปปิ้ง และการตระเวนชิมอาหารได้
ลองจัดทริปเที่ยวควบคู่กับ “สวนสัตว์อุเอโนะ” เพื่อให้การเดินทางของคุณเต็มอิ่มยิ่งขึ้น

1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว

“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว” เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีประวัติยาวนานที่สุดในญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี 1872
ประกอบด้วยอาคารจัดแสดงรวม 6 แห่ง ได้แก่ อาคารหลัก (แกลเลอรีญี่ปุ่น), อาคารตะวันออก (แกลเลอรีเอเชีย), พิพิธภัณฑ์สมบัติแห่งวัดโฮริวจิ, อาคารเฮเซ, อาคารเฮียวเค และอาคารอนุสรณ์คุโรดะ โดยเก็บรักษางานศิลปะและโบราณวัตถุของญี่ปุ่นและตะวันออกไว้จำนวนมาก
มีผลงานสะสมราว 120,000 รายการ ซึ่งในนั้นมีทั้งสมบัติประจำชาติ 89 รายการ และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ 646 รายการ

พบกับสมบัติล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งรวบรวมศิลปะญี่ปุ่นและเอเชียไว้อย่างครบถ้วน
พบกับสมบัติล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งรวบรวมศิลปะญี่ปุ่นและเอเชียไว้อย่างครบถ้วน

2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียว

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยอาคารกรุกระเบื้องสีอิฐที่ตั้งอยู่กลางป่าอุเอโนะ และนับตั้งแต่เปิดในปี 1926 ก็ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านศิลปะมาโดยตลอด
มีการจัดนิทรรศการมากมาย ทั้งนิทรรศการพิเศษ นิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์จัดเอง และนิทรรศการเปิดรับผลงานจากสาธารณะ ซึ่งเปิดโอกาสให้ชมผลงานชั้นเยี่ยมจากทั้งในและต่างประเทศ
ภายในยังมีร้านอาหารและพิพิธภัณฑ์ช็อปที่ครบครัน

“ประตูสู่ศิลปะ” ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียวในสวนอุเอโนะ
“ประตูสู่ศิลปะ” ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียวในสวนอุเอโนะ

3. ย่านการค้าอาเมโยโกะ

ย่านการค้าแห่งนี้ทอดยาวประมาณ 500 เมตรระหว่างสถานีอุเอโนะ JR กับสถานีโอคาจิมาจิ JR มีร้านค้าประมาณ 400 ร้าน และเป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “อาเมโยโกะ” มีร้านค้าหลากหลายประเภท ทั้งอาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้ และเครื่องประดับ
เมนูแบบกินเดินก็มีให้เลือกมากมาย จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวสายกินด้วยเช่นกัน

ย่านการค้ายอดนิยมที่มีทุกอย่างตั้งแต่อาหารไปจนถึงเสื้อผ้า
ย่านการค้ายอดนิยมที่มีทุกอย่างตั้งแต่อาหารไปจนถึงเสื้อผ้า

3 ร้านอาหารยอดนิยมใกล้สวนสัตว์อุเอโนะ

ถ้ายังอยากหาร้านนั่งต่อแถวนอกสวนสัตว์ รอบ ๆ อุเอโนะก็มีตัวเลือกเยอะพอสมควร
บริเวณรอบสวนสัตว์อุเอโนะมีร้านอาหารยอดนิยมหลายแห่งที่แวะได้สะดวกระหว่างเดินเที่ยว
มีให้เลือกทั้งมื้อกลางวันที่รับประทานง่าย เมนูขึ้นชื่อที่คนท้องถิ่นชื่นชอบ และคาเฟ่สำหรับนั่งพักผ่อน โดยมีแนวอาหารหลากหลาย
ลองเลือกตามอารมณ์ของวันนั้นดูได้เลย

1. Obon de Gohan สาขาอุเอโนะ

ร้านนี้ให้บรรยากาศคล้ายคาเฟ่มีสไตล์ พร้อมวิวสถานีอุเอโนะจากด้านนอกหน้าต่าง และสามารถรับประทานอาหารญี่ปุ่นเพื่อสุขภาพได้
เมนูยอดนิยมคือชุดอาหารที่เลือกได้ทั้งจานหลักและชนิดของข้าว
อาหารก็รสชาติดี ส่วนของหวานก็ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพสูง จึงคุ้มค่าพอที่จะมาใช้เป็นคาเฟ่เพื่อทานขนมโดยเฉพาะได้เช่นกัน

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่อร่อย สะดวก เฮลท์ตี และมีคุณค่าทางโภชนาการสมดุล
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่อร่อย สะดวก เฮลท์ตี และมีคุณค่าทางโภชนาการสมดุล

2. EVERYONEs CAFE

คาเฟ่แห่งนี้เปิดในเดือนกรกฎาคม 2022 ภายในสวนอุเอโนะออนชิ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะในเมืองแห่งแรกของญี่ปุ่น
เมนูอาหารเน้นใช้ “วัตถุดิบเอโดะมาเอะ” และ “ผักโตเกียวรวมถึงผักเอโดะ” ควบคู่กับวัตถุดิบตามฤดูกาลอย่างเต็มที่
มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่การ์เดนเพลตที่เลือกจานหลักเป็นเนื้อหรือปลาได้ ไปจนถึงพาสต้า แกงกะหรี่ และแซนด์วิช

วัตถุดิบโตเกียวคือหัวใจของเมนู คาเฟ่สวนที่รายล้อมด้วยธรรมชาติแห่งอุเอโนะ
วัตถุดิบโตเกียวคือหัวใจของเมนู คาเฟ่สวนที่รายล้อมด้วยธรรมชาติแห่งอุเอโนะ

3. Hantei Nezu

เนซุเป็นย่านที่ความร่วมสมัยและอดีตผสมผสานกันอย่างกลมกลืน และ “Hantei Nezu” ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของย่านนี้ก็มีเสน่ห์ด้วยบรรยากาศที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง จากช่องว่างของรั้วเหล็กแบบใหม่ยังมองเห็นอาคารเก่าโผล่พ้นออกมา เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกผสมผสานระหว่างเก่าและใหม่อย่างน่าสนใจ
สิ่งที่รออยู่ภายในร้านบรรยากาศมีเสน่ห์ก็คือเมนูคุชิอาเกะที่ใส่ใจทั้งน้ำมันทอดและวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน
วัตถุดิบที่เชฟคัดสรรอย่างดีถูกนำมาทอดโดยช่างฝีมือในน้ำมันที่ผสมถึง 4 ชนิด ให้รสชาติกลมกล่อมแต่ไม่เลี่ยน

อิ่มอร่อยกับคุชิอาเกะหลากหลายชนิดในอาคารล้ำค่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีรูปแบบจับต้องได้
อิ่มอร่อยกับคุชิอาเกะหลากหลายชนิดในอาคารล้ำค่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีรูปแบบจับต้องได้

3 ที่พักแนะนำใกล้สวนสัตว์อุเอโนะ

ถ้าอยากค้างแถวอุเอโนะสักคืน ก็มีที่พักให้เลือกหลายแบบ
ขอแนะนำโรงแรมที่น่าสนใจเป็นพิเศษจากบรรดาที่พักที่กระจายตัวอยู่รอบสวนสัตว์อุเอโนะ
ทุกแห่งล้วนสะท้อนเสน่ห์ของย่านอุเอโนะได้อย่างดี จึงน่าจะช่วยให้ความทรงจำจากการเดินทางชัดเจนยิ่งขึ้น

1. Mitsui Garden Hotel Ueno

เดินจากสถานีอุเอโนะเพียง 2 นาที โรงแรมแห่งนี้เชื่อมต่อไปยังสายรถไฟหลักต่าง ๆ ได้สะดวก และยังเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างอาซากุสะและอากิฮาบาระได้ง่าย จึงได้รับความนิยมสูงในฐานะที่พักสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว
จากห้องพักทั้งหมด 242 ห้อง ห้องธีม “แพนด้า” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสัตว์ยอดนิยมของสวนสัตว์อุเอโนะถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
ภายในห้องมีลวดลายแพนด้าแทรกอยู่ตามจุดต่าง ๆ เช่น แก้วกาแฟ หมอนอิง และม่านห้องน้ำ ทำให้สัมผัสความน่ารักได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโรงแรมนี้

ภายในโรงแรมมีทั้งแพนด้าและงานศิลปะ พร้อมการเดินทางสะดวกไปยังจุดสำคัญต่าง ๆ ในโตเกียว
ภายในโรงแรมมีทั้งแพนด้าและงานศิลปะ พร้อมการเดินทางสะดวกไปยังจุดสำคัญต่าง ๆ ในโตเกียว

2. NOHGA HOTEL UENO TOKYO

“โนกะ โฮเทล อุเอโนะ โตเกียว” เป็นไลฟ์สไตล์โฮเทลที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมของอุเอโนะและความเชื่อมโยงกับผู้คนในพื้นที่
ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะทั้งสำหรับการท่องเที่ยวและธุรกิจ โดยเดินประมาณ 3 นาทีจากสถานีอุเอโนะของ JR และโตเกียวเมโทร จึงเหมาะเป็นฐานสำหรับสัมผัสเสน่ห์ของโตเกียวได้อย่างลึกซึ้ง
ภายในห้องพักมีทั้งภาพถ่ายของเมืองอุเอโนะ ผลงานของศิลปินในประเทศ และภาพอุกิโยะเอะให้ชม อีกทั้งยังแยกพื้นที่อาบน้ำและห้องน้ำออกจากกันแบบชาวเวอร์บูท จึงใช้งานสะดวกและช่วยให้การเข้าพักสบายยิ่งขึ้น

ไลฟ์สไตล์โฮเทลที่ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีของย่านอุเอโนะ
ไลฟ์สไตล์โฮเทลที่ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีของย่านอุเอโนะ

3. Sato san’s Rest

เกสต์เฮาส์แห่งนี้บริหารโดยคู่สามีภรรยาที่เคยเป็นแบ็กแพ็กเกอร์มาก่อน และได้รับความนิยมจากบริการอันอบอุ่นเป็นกันเอง
ตั้งอยู่ใน “ถนนการค้า Joyful Minowa” ย่านอาร์เคดแบบชิตะมาจิที่ชวนให้นึกถึงวันวาน จึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
ชั้น 1 มีทั้งจุดต้อนรับบริเวณพื้นดินและพื้นที่ส่วนกลางแบบห้องญี่ปุ่นที่ปูเสื่อทาทามิ ซึ่งทั้งสองส่วนสามารถใช้งานได้อย่างอิสระ
ห้องญี่ปุ่นมี Wi‑Fi พร้อมสรรพ จึงสามารถใช้เวลาได้ตามใจ ไม่ว่าจะนั่งรับประทานอาหารหรือพูดคุยทำความรู้จักกับแขกคนอื่น ๆ

เกสต์เฮาส์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ภายในย่านการค้า
เกสต์เฮาส์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ภายในย่านการค้า

รีวิวของสวนสัตว์อุเอโนะ

4.24

มีการแปลบางส่วนด้วย AI

    โดยรวมถือว่าเป็นแลนด์มาร์กคลาสสิกของโตเกียว ไม่ว่าจะชอบสัตว์หรือไม่ก็แนะนำให้มาสักครั้ง

  • สัตว์กลับเข้าที่พักกันเร็วมาก

  • ไม่คิดว่ามาสวนสัตว์อุเอโนะแล้วจะได้เห็นหมีขั้วโลก ช้างเอเชีย และสัตว์หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ด้วย พาเด็กๆ มาเที่ยวเองคือชอบมากๆ ข้างในทั้งสนุก ของกินก็มี น่าเดินน่าเที่ยว!

ดูรีวิวเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสวนสัตว์อุเอโนะ

Q

เที่ยวสวนสัตว์อุเอโนะใช้เวลาประมาณเท่าไร?

A

ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเที่ยวและสัตว์ที่อยากชม แต่ผู้คนจำนวนมากมักใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที–3 ชั่วโมง 30 นาที

Q

ช่วงไหนที่สวนสัตว์อุเอโนะคนเยอะ?

A

ช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ โกลเดนวีค และเทศกาลโอบ้งมักมีผู้คนหนาแน่น โดยเฉพาะวันที่ 20 มีนาคม และ 4 พฤษภาคม ซึ่งเข้าชมฟรี จะมีคนเยอะมากเป็นพิเศษ โปรดวางแผนล่วงหน้า

บทสรุป

อ่านมาถึงตรงนี้ ก็น่าจะพอมองภาพการเที่ยว “สวนสัตว์อุเอโนะ” ได้ชัดขึ้นแล้ว
ภายในพื้นที่กว้างใหญ่มีสัตว์ประมาณ 300 ชนิด รวมราว 3,000 ตัว จึงมีไฮไลต์ให้ชมมากมาย
อีกหนึ่งเสน่ห์คือไม่ว่าจะมาเวลาไหนหรือฤดูกาลใด ก็อาจได้เห็นสีหน้า ท่าทาง และการเติบโตที่แตกต่างกันไป ทำให้กลับมาอีกกี่ครั้งก็ยังมีสิ่งใหม่ให้ค้นพบ
เดินทางก็สะดวก ค่าเข้าชมก็ไม่แพง ถ้ามีโอกาสก็อยากชวนให้ลองแวะมา “สวนสัตว์อุเอโนะ” สักครั้ง
และถ้าอยากเที่ยวอุเอโนะให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความด้านล่างที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและจุดช้อปปิ้งแนะนำไว้ด้วยนะ