
【12 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอุเอโนะ】เติมเต็มหัวใจด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม พร้อมสัมผัสความอบอุ่นของย่านเมืองเก่า
อุเอโนะ (Ueno) มีทั้งสวนอุเอโนะ หนึ่งในจุดชมซากุระชื่อดังของโตเกียว และสวนสัตว์อุเอโนะที่ขึ้นชื่อเรื่องแพนด้า
เมืองแห่งนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะมีทั้งพื้นที่ที่ได้สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมท่ามกลางมหานคร และพื้นที่ที่ยังคงบรรยากาศย่านเมืองเก่าแบบดั้งเดิม
มาเติมเต็มหัวใจด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม พร้อมสัมผัสวัฒนธรรม ประเพณี และไมตรีจิตของผู้คนผ่านบรรยากาศย่านเมืองเก่าในอุเอโนะกัน
อุเอโนะเป็นสถานที่แบบไหน?
อุเอโนะตั้งอยู่ในเขตไทโต กรุงโตเกียว
สถานีอุเอโนะมีรถไฟชินคันเซ็น 6 สาย รวมถึงรถไฟ JR โตเกียวเมโทร และสายเคเซให้บริการ จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ประตูสู่โตเกียวด้านเหนือ” และมีผู้คนเดินทางมาเยือนทุกวัน
ทางออกฝั่งตะวันตกของสถานีอุเอโนะเป็นที่ตั้งของสวนอุเอโนะ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่ได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น ภายในสามารถเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจีและบึงชิโนบาซุขนาดใหญ่
ในสวนยังมีหอจัดแสดง พิพิธภัณฑ์ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะมากมาย จึงเต็มไปด้วยจุดน่าสนใจสำหรับเพลิดเพลินกับศิลปะและประวัติศาสตร์
ที่นี่ยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดัง จึงมีผู้คนจำนวนมากมาเยือนสวนอุเอโนะในฤดูใบไม้ผลิ
พื้นที่สวนอุเอโนะซึ่งช่วยให้ผ่อนคลายทั้งกายและใจ ถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของอุเอโนะ
อีกด้านหนึ่ง อุเอโนะก็มีถนนช้อปปิ้งอันคึกคัก ซึ่งสามารถลิ้มลองอาหารราคาย่อมเยา ซื้อวัตถุดิบสดใหม่ และเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นได้
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารเก่าแก่ที่ผูกพันกับชุมชนอยู่มากมาย โดยคาเฟ่และร้านอาหารตะวันตกกลิ่นอายเรโทรได้รับความนิยมอย่างยิ่ง

เที่ยวอุเอโนะฤดูไหนดี?
หากมาเที่ยวอุเอโนะ ขอแนะนำฤดูใบไม้ผลิ เพราะจะได้เพลิดเพลินกับสวนอุเอโนะซึ่งเป็นจุดชมซากุระชื่อดังอย่างเต็มที่
ลองเดินเล่นท่ามกลางแนวต้นซากุระและรอบบึงชิโนบาซุ ก่อนแวะชมพิพิธภัณฑ์และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ รับรองว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของอุเอโนะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): แจ็กเก็ตน้ำหนักเบาและเสื้อสเวตเตอร์บาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เสื้อผ้าเนื้อบางและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตน้ำหนักเบาหรือเสื้อโค้ต
- ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปอุเอโนะอย่างไร?
วิธีเดินทางและระยะเวลาจากสถานีหลักต่าง ๆ ในโตเกียวไปยังสถานีอุเอโนะมีดังนี้
จากสถานีโตเกียวใช้เวลาเดินทางเพียง 5 นาที ถือว่าสะดวกมาก
- จากสถานี JR โตเกียว
- รถไฟสาย JR โจบัง ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสถานี JR ชินจูกุ
- รถไฟสาย JR ยามาโนเตะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- จากสถานี JR ชิบูย่า
- รถไฟโตเกียวเมโทรสายกินซ่า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- จากสถานี JR ชินากาวะ
- รถไฟสาย JR โจบัง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
นอกจากนี้ยังมีสายเคเซ หากโดยสารเคเซ สกายไลเนอร์จากสนามบินนาริตะ จะเดินทางถึงได้ภายใน 1 ชั่วโมง
วิธีเดินทางหลักในอุเอโนะ
สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่รอบสถานีอุเอโนะ การเดินเท้าจึงเป็นวิธีเดินทางหลัก
แม้จะไปยังพื้นที่ที่อยู่ห่างจากสถานีอุเอโนะเล็กน้อย ก็สามารถใช้รถไฟหรือแท็กซี่เดินทางไปถึงได้ในเวลาไม่นาน
12 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอุเอโนะที่ช่วยเติมเต็มหัวใจด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม
สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่รวมตัวอยู่ภายในและรอบสวนอุเอโนะ จึงไม่ต้องเสียเวลาและแรงไปกับการเดินทางมากนัก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของพื้นที่นี้
ลองเดินเล่นท่ามกลางความเขียวขจีของสวนอุเอโนะและบึงชิโนบาซุ พร้อมเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และหอจัดแสดงที่กระจายอยู่โดยรอบ เพื่อเติมเต็มหัวใจระหว่างการเที่ยวอุเอโนะ
1. สวนสัตว์อุเอโนะ
สวนสัตว์แห่งแรกของญี่ปุ่น เปิดให้บริการในปี 1882 แม้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว แต่ยังคงรักษาธรรมชาติไว้ในฐานะสวนสัตว์กลางเมือง และเลี้ยงสัตว์ประมาณ 3,000 ตัวจากประมาณ 300 สายพันธุ์ พื้นที่กว้างใหญ่ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้แบ่งเป็นโซนตะวันออกและตะวันตก โดยเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ชนิดที่มีชื่อเสียงไปจนถึงสัตว์หายากในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติตามแต่ละโซน

2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum) ก่อตั้งขึ้นในปี 1872 และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วยอาคารจัดแสดงทั้งหมด 6 หลัง ได้แก่ อาคารหลัก (แกลเลอรีญี่ปุ่น) โทโยคัง (แกลเลอรีเอเชีย) อาคารสมบัติโฮริวจิ เฮเซคัง เฮียวเคคัง และหออนุสรณ์คุโรดะ
ที่นี่เก็บรักษาผลงานศิลปะและโบราณวัตถุจากญี่ปุ่นและโลกตะวันออกประมาณ 120,000 รายการ ในจำนวนนี้มีสมบัติชาติ 89 รายการ และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ 646 รายการ

3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียว
นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 1926 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่คุ้นเคยในชื่อ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งอุเอโนะ” และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านศิลปะมาโดยตลอด
มีการจัดนิทรรศการมากมาย ทั้งนิทรรศการพิเศษที่รวบรวมผลงานชั้นเยี่ยมจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ นิทรรศการเปิดรับผลงานสาธารณะ และนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์จัดขึ้นเอง
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ “โครงการสื่อสารผ่านศิลปะ” ซึ่งใช้ศิลปะเป็นสื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน พร้อมจัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น รอบเข้าชมพิเศษสำหรับเด็กและผู้พิการ

4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของสวนอุเอโนะ และตามชื่อก็บ่งบอกว่าเชี่ยวชาญด้านผลงานศิลปะตะวันตกโดยเฉพาะ
หัวใจหลักของคอลเลกชันคือ “คอลเลกชันมัตสึคาตะ” ที่รัฐบาลฝรั่งเศสส่งคืนในรูปแบบการบริจาค ประกอบด้วยผลงานศิลปะฝรั่งเศส โดยเน้นภาพวาดแนวอิมเพรสชันนิสม์ของเรอนัวร์ แวนโก๊ะ และโมเนต์ รวมถึงผลงานของปิกัสโซ และประติมากรรมของโรแดง
นิทรรศการถาวรยังจัดแสดงผลงานตั้งแต่ยุคกลางจนถึงศตวรรษที่ 20 ตลอดจนผลงานที่ได้รับบริจาคและฝากดูแล

5. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แบบครบวงจรแห่งชาติแห่งเดียวของญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ธรรมชาติและประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งอยู่ภายในสวนอุเอโนะ
“อาคารญี่ปุ่น” จัดแสดงธรรมชาติและกำเนิดของหมู่เกาะญี่ปุ่น กระบวนการก่อร่างของชาวญี่ปุ่น และประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ชั้นใต้ดิน 1 มีร้านค้าพิพิธภัณฑ์และโรงภาพยนตร์
ส่วน “อาคารโลก” นำเสนอเส้นทางวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นและสูญพันธุ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลก รวมถึงประวัติศาสตร์แห่งภูมิปัญญาของมนุษย์

6. พิพิธภัณฑ์ศิลปะอุเอโนะโนะโมริ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอกชนภายในสวนอุเอโนะ เปิดให้บริการในเดือนเมษายน ปี 1972
ไม่มีนิทรรศการถาวร แต่จัดนิทรรศการพิเศษและนิทรรศการเปิดรับผลงานเป็นระยะ เพื่อนำเสนอศิลปะหลากหลายประเภท ตั้งแต่ผลงานในคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศไปจนถึงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
ตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา ที่นี่เป็นผู้จัด “นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย VOCA” ซึ่งนำเสนอผลงานใหม่ของศิลปินรุ่นเยาว์อายุไม่เกิน 40 ปี และยังจัดนิทรรศการเปิดรับผลงานในหลากหลายหัวข้ออย่างแข็งขัน เช่น “นิทรรศการรางวัลใหญ่พิพิธภัณฑ์ศิลปะอุเอโนะโนะโมริ” และ “นิทรรศการวาดภาพธรรมชาติญี่ปุ่น” โดยมุ่งค้นหาและส่งเสริมศิลปินร่วมสมัย

7. สวนอุเอโนะ
สวนอุเอโนะตั้งอยู่ในเขตไทโต กรุงโตเกียว โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สวนอุเอโนะอนชิ”
สวนแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักการก่อสร้างมหานครโตเกียว มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 530,000 ตารางเมตรและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในฤดูใบไม้ผลิ นักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นและต่างประเทศจะมาเยือนเพื่อชมซากุระ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตัวแทนของโตเกียว

8. โรงละครซูซูโมโตะ
หนึ่งในโรงละครราคุโกะแบบประจำในกรุงโตเกียว มีจุดเริ่มต้นจากสถานที่แสดงการเล่าเรื่องชื่อ “กุนดันเซกิ ฮงโมคุเท” ซึ่งเปิดขึ้นในปี 1857 ช่วงปลายยุคเอโดะ ปัจจุบันยังคงจัดการแสดงโยเซะมากมาย โดยมีราคุโกะเป็นหลัก รวมถึงการแสดงเสริมอย่างตลกคู่ กายกรรม ตัดกระดาษ มายากล เลียนแบบเสียง ลูกข่าง และการเล่าเรื่องสลับเพลง
รายการแสดงจะเปลี่ยนทุก 10 วัน โดยวันที่ 1–10 เรียกว่ารอบต้น วันที่ 11–20 เรียกว่ารอบกลาง และวันที่ 21–30 เรียกว่ารอบปลาย ส่วนวันที่ 31 จะจัดการแสดงพิเศษ เช่น การแสดงเดี่ยว

9. ศาลเจ้าอุเอโนะโทโชกู
ศาลเจ้าที่ประดิษฐานโทกุงาวะ อิเอยาสุ
จุดเด่นที่สุดคืออาคารศาลเจ้าสีทองอร่าม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ และยังเรียกว่า “วิหารทองคำ” ผนังด้านนอกประดับด้วยงานแกะสลักอันวิจิตร
ภายในยังมีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติอีกหลายรายการ เช่น ประตูคารามงและโคมสำริด 48 หลัง

10. สวนคฤหาสน์อิวาซากิเก่า
อาคารและสวนที่สร้างขึ้นในปี 1896 เพื่อเป็นคฤหาสน์หลักของฮิซายะ ผู้นำรุ่นที่ 3 แห่งตระกูลอิวาซากิ ผู้ก่อตั้งมิตซูบิชิ ได้รับการปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะของกรุงโตเกียว ในอดีตเคยมีอาคารถึง 20 หลังตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 49,587 ตารางเมตร แต่ปัจจุบันเหลืออาคารสไตล์ตะวันตก อาคารสไตล์ญี่ปุ่น ห้องบิลเลียด และสวนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้

11. พิพิธภัณฑ์ชิตามาจิเขตไทโต
พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสิ่งของหลากหลาย ตั้งแต่เอกสาร เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และของเล่นที่เกี่ยวข้องกับย่านเมืองเก่า โดยเน้นเขตไทโต ตลอดจนสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลประจำฤดูกาล
จุดเด่นที่สุดคือการจำลองทิวทัศน์ย่านเมืองเก่าของโตเกียวไว้ที่ชั้น 1
ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปในอาคารและสัมผัสเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในสมัยนั้นได้

12. ถนนช้อปปิ้งอาเมะโยโกะ
ถนนช้อปปิ้งที่ทอดยาวประมาณ 500 เมตรระหว่างสถานี JR อุเอโนะกับสถานี JR โอคาจิมาจิ และมีร้านค้าประมาณ 400 ร้านเรียงราย
ที่นี่รวมร้านค้านานาประเภท ทั้งอาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้เบ็ดเตล็ด และเครื่องประดับ มีการลดราคาตลอดทั้งปี บรรยากาศคึกคักราวกับรวบรวมเสน่ห์ของย่านเมืองเก่าโตเกียวแบบดั้งเดิมไว้ในที่เดียว
ยังมีแผงลอยและร้านอาหารมากมายที่เสิร์ฟอาหารอร่อยในราคาย่อมเยา

อิ่มอร่อยกับอาหารรสเลิศ! 3 ร้านอาหารแนะนำในอุเอโนะ
รอบสถานีอุเอโนะมีร้านอาหารมากมายให้เพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายประเภท
ต่อไปนี้คือร้านแนะนำที่คัดสรรมาแล้วสำหรับผู้ที่อยากลิ้มลองอาหารญี่ปุ่น
1. อุซางิยะ
ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1913 ว่ากันว่าชื่อร้านมาจากปีนักษัตรของผู้ก่อตั้งซึ่งตรงกับปีกระต่าย
เมนูขึ้นชื่อคือโดรายากิที่ห่อถั่วแดงบดหยาบด้วยแป้งอบสดใหม่ แผ่นแป้งขนาดใหญ่ผสมน้ำผึ้งดอกเร็งเงะมีเนื้อสัมผัสหนึบ ส่วนไส้ถั่วแดงบดหยาบทำจากถั่วอะซูกิจากโทคาจิ ฮอกไกโด เนียนนุ่ม และพักไว้ 2 คืนให้รสชาติกลมกล่อมล้ำลึก
คาเฟ่อยู่ห่างจากร้านโดยเดินประมาณ 1 นาที สามารถลิ้มลองขนมที่ใช้แผ่นแป้งและไส้ถั่วแดงซึ่งส่งตรงจากร้านทุกวัน ทั้งโดรายากิที่ดัดแปลงเป็นเฟรนช์โทสต์หรือแพนเค้ก โอชิรุโกะ และน้ำแข็งไส

2. มิฮาชิ สาขาหลักอุเอโนะ
ร้านขนมหวานที่เปิดหน้าสวนอุเอโนะในปี 1948 และเป็นที่รักมาอย่างยาวนาน
ภายในร้านสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์ สามารถลิ้มลองขนมหวานแบบญี่ปุ่น เช่น อันมิตสึ ของหวานที่ราดน้ำเชื่อมน้ำตาลดำบนวุ้น ถั่วต้ม และผลไม้ และโอชิรุโกะ ของหวานที่ใส่โมจิหรือดังโงะแป้งข้าวเหนียวลงในซุปถั่วแดงรสหวาน

3. โอเระโนะโซซากุราเม็ง คิวคิยะ สาขาอุเอโนะฮิโรโคจิ
ภายในร้านตกแต่งอย่างมีสไตล์ด้วยโทนสีดำและเปิดเพลงแจ๊ส มีที่นั่งค่อนข้างมากจึงเข้าใช้บริการได้สะดวก
จุดเด่นคือซุปเข้มข้นแต่ประณีต ซึ่งผสานรสอูมามิและความหวานจากวัตถุดิบธรรมชาติอย่างหมู ไก่ เนื้อวัว อาหารทะเล และผักไว้อย่างสมดุล
หากเลือกไม่ถูก ลองสั่ง “ราเม็งซุปกุ้งพิเศษ” เมนูยอดนิยมที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นกุ้ง

เพลิดเพลินกับบรรยากาศย่านเมืองเก่า! 5 แหล่งช้อปปิ้งในอุเอโนะ
เมื่อพูดถึงแหล่งช้อปปิ้งในอุเอโนะ สิ่งแรกที่นึกถึงคือถนนช้อปปิ้งเก่าแก่อันคึกคัก
ลองสัมผัสบรรยากาศย่านเมืองเก่าที่ให้ทั้งกลิ่นอายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น พร้อมความอบอุ่นและไมตรีจิตของผู้คน
ที่นี่ยังมีศูนย์การค้าแบบครบวงจร จึงตอบโจทย์ผู้ที่อยากแวะช้อปแบบรวดเร็วเช่นกัน
1. เอคิวต์อุเอโนะ
เอคิวต์อุเอโนะ (ecute Ueno) ตั้งอยู่ภายในประตูกั้นตั๋วของสถานี JR อุเอโนะ เป็นศูนย์การค้าที่สะดวกสบาย มีร้านค้าประจำมากกว่า 60 ร้าน ครบตั้งแต่อาหาร แฟชั่น ไปจนถึงของใช้เบ็ดเตล็ด เนื่องจากสถานีอุเอโนะเป็นสถานีศูนย์กลางที่มีรถไฟหลายสายให้บริการ จึงเหมาะสำหรับแวะพักระหว่างเดินทางหรือปรับแผนท่องเที่ยวในวันฝนตก

2. PARCO_ya อุเอโนะ
ภายใต้แนวคิด “พาร์โกสำหรับผู้ใหญ่ที่เหนือขึ้นไปอีกนิด” ที่นี่รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่เครื่องสำอาง แฟชั่น ของใช้เบ็ดเตล็ด ไปจนถึงชั้นร้านอาหาร “โคฟุคุไคโร”
จุดเด่นคือการเป็นพื้นที่นัดพบอันมีสไตล์และผ่อนคลายสำหรับผู้ใหญ่ ที่ชวนให้อยากมาใช้เวลากับเพื่อน
ภายในอาคารเดียวกันยังมีโรงภาพยนตร์ TOHO Cinemas และคาเฟ่ จึงเป็นสถานที่ที่ผู้คนหลากหลายวัยเพลิดเพลินได้ ไม่จำกัดเฉพาะวัยผู้ใหญ่

3. ถนนช้อปปิ้งจอยฟูลมิโนวะ
รถรางค่อย ๆ แล่นผ่านเมืองอย่างเนิบช้า ส่วนถนนช้อปปิ้งมิโนวะกินซ่าทอดขนานกับรางรถไฟ ตั้งแต่บริเวณใกล้สถานีต้นทางไปจนเกือบถึงสถานีปลายทาง
นับตั้งแต่เปิดในยุคไทโช ที่นี่เป็นพื้นที่อันคึกคักและเป็นที่รู้จักในชื่อ “จอยฟูลมิโนวะ”
ถนนยาวประมาณ 400 เมตร มีร้านค้าหลากหลายประมาณ 90 ร้านเรียงรายอยู่สองฝั่ง ทั้งร้านเนื้อ ร้านผักผลไม้ ร้านปลาแห้ง ร้านขนมปัง ร้านมิโสะ ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องเขียน คาเฟ่ และร้านอาหารจีนยอดนิยม

4. ร้านชิมูระ
อาเมยะโยโกโจหรือที่เรียกกันว่า “อาเมะโยโกะ” เป็นถนนยาวประมาณ 500 เมตร เชื่อมระหว่างสถานี JR อุเอโนะกับสถานีโอคาจิมาจิ และมีร้านค้าเฉพาะทางมากกว่า 400 ร้านเรียงราย
ร้านชิมูระเปิดกิจการอยู่ในมุมหนึ่งของถนนอันคึกคักซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้ามีเอกลักษณ์มาเป็นเวลา 40 ปี และเป็นร้านยอดนิยมที่มีการเร่ขายช็อกโกแลตแบบลดกระหน่ำเป็นเอกลักษณ์

5. นิกิโนะคาชิ สาขาไดอิจิและอาคารบิ๊ก
ร้านขนมเฉพาะทางในอาเมะโยโกะที่รู้จักกันจากคำโฆษณาว่า “นิกิโนะคาชิ มีสินค้าดีครบทุกอย่างในราคาถูก”
ที่อุเอโนะอาเมะโยโกะมี 2 สาขา ได้แก่ สาขาไดอิจิและอาคารบิ๊ก ซึ่งเปิดอยู่คนละฝั่งถนน
สาขาไดอิจิแบ่งเป็นชั้น 1 และชั้น 2 มีสินค้าเน้นขนมเป็นหลัก ทั้งขนมพร้อมของเล่น ขนมย้อนยุค ลูกอม หมากฝรั่ง ช็อกโกแลต ขนมขบเคี้ยว ขนมถั่ว ขนมข้าว ของกินเล่น และขนมนำเข้า

สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นและไมตรีจิตของผู้คน! 3 ที่พักในอุเอโนะ
อุเอโนะเดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และมีที่พักให้เลือกหลากหลาย
ต่อไปนี้คือที่พักที่คัดสรรมาแล้ว ซึ่งให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นและความอบอุ่นของผู้คน เช่นเดียวกับแหล่งช้อปปิ้งในพื้นที่
1. เกสต์เฮาส์บ้านญี่ปุ่นโบราณ “toco.”
ท่ามกลางอาคารสูงและโรงแรมสมัยใหม่จำนวนมากใจกลางโตเกียว toco. มีทั้งสวนและระเบียงไม้ ซึ่งพบเห็นได้ยากขึ้นในใจกลางเมือง จึงได้สัมผัสความอบอุ่นของบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
บริเวณทางเข้ามีบาร์อยู่ด้วย และผู้ที่ไม่ได้เข้าพักก็สามารถใช้บริการได้

2. “Nui.” HOSTEL & BAR LOUNGE
คาเฟ่และบาร์เลานจ์บนชั้น 1 เปิดให้ผู้ที่ไม่ได้เข้าพักใช้บริการได้
เสน่ห์อยู่ที่พื้นที่โปร่งโล่ง ตกแต่งอย่างมีสไตล์และทันสมัย สถานที่แห่งนี้ดัดแปลงมาจากโกดังของบริษัทของเล่นในย่านคุรามาเอะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะย่านแห่งงานฝีมือมาตั้งแต่อดีต

3. Sato san's Rest
เกสต์เฮาส์แห่งนี้บริหารโดยครอบครัว และได้รับความนิยมจากบริการอันอบอุ่นที่แตกต่างจากเกสต์เฮาส์หรือโรงแรมขนาดใหญ่
Sato san’s Rest ตั้งอยู่ภายในถนนช้อปปิ้งจอยฟูลมิโนวะ จึงได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์เมืองที่ยังคงบรรยากาศญี่ปุ่นอันงดงามในอดีต ถนนช้อปปิ้งแห่งนี้ยาวประมาณ 450 เมตรและมีร้านค้ามากมายเรียงราย

แผนที่เที่ยวอุเอโนะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอุเอโนะ
Q
หากมีเวลาน้อยและอยากเที่ยวอุเอโนะให้เต็มอิ่ม ควรไปที่ไหน?
หากเดินเล่นในสวนอุเอโนะแล้วไปช้อปปิ้งที่ถนนช้อปปิ้งอาเมะโยโกะ ก็จะได้เพลิดเพลินกับพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของอุเอโนะอย่างครบถ้วน
Q
ชมซากุระในอุเอโนะได้หรือไม่?
สวนอุเอโนะเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระชื่อดังของโตเกียว ผู้คนจำนวนมากจะปูเสื่อปิกนิกแล้วชมดอกไม้ไปพร้อมกับดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือรับประทานอาหารกล่อง
Q
สวนสัตว์อุเอโนะอยู่ที่ไหน?
อยู่ภายในสวนอุเอโนะ เมื่อออกจากสถานีอุเอโนะทาง “ทางออกสวนสาธารณะ” แล้วเข้าสวนอุเอโนะ จากนั้นเดินตรงไปประมาณ 5 นาทีจะถึงสวนสัตว์อุเอโนะ
บทสรุป
หากเที่ยวตามสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้ จะได้เติมเต็มหัวใจด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม พร้อมสัมผัสความอบอุ่นจากสถานที่ซึ่งยังคงบรรยากาศแบบดั้งเดิม
อุเอโนะเป็นพื้นที่ที่เที่ยวได้สะดวก เพราะสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งกระจุกตัวอยู่รอบสถานี
หากเริ่มเบื่อแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างชินจูกุ ชิบูย่า และฮาราจูกุ ลองมาเที่ยวอุเอโนะดูบ้าง
ผู้ที่อยากเที่ยวโตเกียวให้เต็มอิ่ม สามารถอ่านบทความนี้ควบคู่กันไป ซึ่งรวบรวมสถานที่ที่ควรแวะในการเที่ยวโตเกียวไว้แล้ว

