
【คู่มือเที่ยวกลางคืนโตเกียวฉบับสมบูรณ์】ทริปยามค่ำคืนในเมืองที่ไม่เคยหลับใหล
พอฟ้าเริ่มมืดลง “โตเกียว” ก็เผยอีกบรรยากาศที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ตอนกลางวันเลย
ไม่ว่าจะเป็นวิวกลางคืนของตึกระฟ้าที่ส่องประกาย หรือไนต์สปอตที่มีเอกลักษณ์ ความคึกคักและพลังเฉพาะตัวของเมืองที่ไม่เคยหลับใหลล้วนดึงดูดใจผู้มาเยือน
อีกทั้งยังสะท้อนองค์ประกอบทางวัฒนธรรมอย่างศิลปะ แฟชั่น และอาหารอย่างชัดเจน เลยเลือกสนุกได้ตามความชอบ
บทความนี้จะพาไปรู้จักกิจกรรมเที่ยวกลางคืนในโตเกียว พร้อมย่านแนะนำและสถานที่ยอดนิยม
เพื่อให้คุณสนุกได้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเดินทางด้วยจุดประสงค์ใดหรือไปกับใคร เราได้รวบรวมไฮไลต์จากหลายมุมมองไว้ให้แล้ว
หากใช้บทความนี้เป็นแนวทาง คุณน่าจะได้ใช้ค่ำคืนสุดเร้าใจและยอดเยี่ยมในโตเกียวอย่างเต็มที่ อย่าลืมอ่านให้จบกันนะ
ในโตเกียวมีเที่ยวกลางคืนแบบไหนให้สนุกได้บ้าง?
ก่อนอื่น ลองมาดูวิธีสนุกกับค่ำคืนในโตเกียวแบบยอดนิยมกันก่อน
โตเกียวเต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจ ทั้งศูนย์ความบันเทิง ร้านอาหาร และคลับเลานจ์ ทำให้มีตัวเลือกความสนุกแทบไม่จำกัด
อีกหนึ่งเสน่ห์แบบโตเกียวคือสามารถปรับสถานที่และแผนเที่ยวได้ตามคนที่ไปด้วย อารมณ์ในวันนั้น และสถานการณ์
หากมีแบบไหนที่คุณสนใจจากข้อมูลต่อไปนี้ อยากชวนให้ลองไปสัมผัสดูสักครั้ง
1. ชมวิวกลางคืนแบบมหานครใหญ่
หากคุณจะเที่ยวโตเกียวยามค่ำคืน ควรใส่จุดชมวิวสวย ๆ ไว้ในแผนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นหอชมวิวหรือแลนด์มาร์กต่าง ๆ
คุณสามารถเพลิดเพลินกับวิวได้หลากหลายตามแต่ละย่าน ไม่ว่าจะเป็น โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) และโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) วิวเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกสูงส่องแสง หรือวิวโรแมนติกที่แสงไฟของเมืองสะท้อนบนผิวน้ำของแม่น้ำสุมิดะและอ่าวโตเกียว

2. ดื่มในอิซากายะหรือบาร์ที่เปิดถึงดึก
ย่านบันเทิงของโตเกียวมีร้านอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากที่เปิดถึงดึก
ยกตัวอย่างเช่น บริเวณชินจูกุและชิบูย่าที่คึกคัก เต็มไปด้วยทั้งบาร์สไตล์เก๋และร้านเหล้าบรรยากาศเป็นกันเองเรียงรายกันอยู่มากมาย
เสน่ห์อีกอย่างคือคุณเลือกสไตล์การใช้เวลาได้ตามใจ จะนั่งคุยกับเพื่อนหรือผ่อนคลายคนเดียวพร้อมจิบค็อกเทลก็ได้
หากอยากเปลี่ยนอารมณ์จากอิซากายะ ก็ยังมีโชว์เรสเตอรองต์และแจ๊สคลับให้เพลิดเพลินกับทั้งเครื่องดื่มและประสบการณ์หลากหลาย

3. ปิดท้ายค่ำคืนด้วยราเมง
สำหรับใครที่สงสัยว่า “ราเมงปิดท้าย” คืออะไร คำนี้ใช้เรียกการกินราเมงเพื่อจบมื้อหรือจบวงสังสรรค์
เป็นวัฒนธรรมเฉพาะของญี่ปุ่นที่นิยมกินเป็นการ “ปิดท้าย” หลังดื่มแอลกอฮอล์
หลังออกจากร้าน หลายคนมักมุ่งหน้าไปร้านราเมงกับเพื่อนต่อเป็นกิจกรรมยอดฮิต
ซุปร้อนกับเส้นราเมงช่วยให้รู้สึกสบายท้อง ลดความมึนเมาได้พอดี และให้ความอิ่มเอมแบบบอกไม่ถูกจนหลายคนติดใจ
โดยเฉพาะในโตเกียวมีร้านราเมงที่เปิดถึงดึกหรือถึงเช้าจำนวนมาก ทำให้เลือกได้ตามความชอบ ลองสนุกกับค่ำคืนในโตเกียวในสไตล์เดียวกับคนญี่ปุ่นดู

ย่านแนะนำในโตเกียวที่เหมาะกับการเที่ยวกลางคืนแบบจัดเต็ม
ถ้าอยากสนุกกับค่ำคืนแบบเต็มอิ่ม โตเกียวก็มีย่านให้เลือกอยู่มากมาย และที่นี่จะคัดมาแนะนำ 3 แห่ง ได้แก่ ชินจูกุ ชิบูย่า และรปปงงิ
ทั้งหมดล้วนเป็นย่านบันเทิงตัวแทนของโตเกียว ที่เต็มไปด้วยพลังและความคึกคักไม่เฉพาะตอนกลางคืนแต่ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืด
ยังมีไนต์คลับ บาร์ คาราโอเกะ และอิซากายะกระจุกตัวอยู่มาก จึงมอบประสบการณ์ที่หลากหลายและน่าตื่นเต้น
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจุดชมวิวและสถานที่ชมวิวกลางคืนกระจายอยู่ทั่ว สามารถเพลิดเพลินกับดนตรี เครื่องดื่ม และอาหาร พร้อมชมแสงสีของเมืองได้อีกด้วย
“ชินจูกุ” ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์เหนือความคาดหมาย
ชินจูกุยามค่ำคืนมอบทั้งการท่องเที่ยวและประสบการณ์แบบย่านบันเทิงที่เต็มไปด้วยแสงนีออน
โดยเฉพาะชินจูกุคาบุกิโจ (Shinjuku Kabukicho) ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองที่ไม่เคยหลับใหล” มีทั้งเลานจ์ คลับ และคอนเซ็ปต์คาเฟ่เรียงราย จนเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนชั้นนำของญี่ปุ่น
ยกตัวอย่างเช่น หากไปโฮสต์คลับ คุณจะได้พบกับหนุ่ม ๆ ที่แต่งตัวเนี้ยบและคอยให้บริการพร้อมบทสนทนาสนุกสนาน
ส่วนคาบะคุระ ก็มีสาวสวยบุคลิกโดดเด่นคอยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยรอยยิ้มและการพูดคุย
สถานที่เหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่การดื่ม แต่ยังเต็มไปด้วยความบันเทิงราวกับอยู่บนเวที ทำให้คุณดื่มด่ำกับโลกสุดพิเศษได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังมีโชว์เรสเตอรองต์อย่างซามูไรมิวเซียม (Samurai Museum) และสถานที่เฉพาะตัวอีกมากมายที่ให้บรรยากาศแบบชินจูกุอย่างแท้จริง

“ชิบูย่า” สำหรับเที่ยวกลางคืนแบบเปี่ยมพลัง
พอเข้าสู่ยามค่ำ ชิบูย่าก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยของผู้คนที่เดินผ่านไปมา และเสียงรถวิ่ง สะท้อนพลังแบบเมืองใหญ่อบอวลไปทั่วทั้งย่าน
และที่สัญลักษณ์สำคัญอย่าง “สี่แยกชิบุยะสแครมเบิล” ป้ายไฟนีออนและจอขนาดยักษ์ก็ส่องแสงเจิดจ้า
ที่จุดชมวิว SHIBUYA SKY ใกล้สี่แยก คุณสามารถชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนสุดงดงามจากความสูง 230 เมตร เหนือความวุ่นวายของชิบูย่า
อีกทั้งยังมีบาร์และไนต์คลับจำนวนมาก เหมาะสำหรับใช้เวลาไปกับดนตรีและการเต้นอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ คาราโอเกะและเกมเซ็นเตอร์ก็เปิดถึงดึก จึงเป็นย่านที่เหมาะมากหากอยากสนุกต่อจนถึงเช้า

“รปปงงิ” สำหรับช่วงเวลาเงียบสงบแบบผู้ใหญ่
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาหน่อย รปปงงิก็เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูมีระดับ เหมาะสำหรับเพลิดเพลินกับไนต์ไลฟ์หลากหลายรูปแบบ
จากจุดชมวิวบนตึกสูง “รปปงงิฮิลส์ โตเกียวซิตีวิว” คุณสามารถมองเห็นวิวกลางคืนของโตเกียวทาวเวอร์และย่านโอไดบะแบบพาโนรามา ช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้เป็นอย่างดี
พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรีหลายแห่งก็เปิดถึงค่ำ ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับงานศิลปะและวิวกลางคืนได้ในคืนเดียว
ยังมีไนต์คลับที่ได้สนุกกับการแสดงของดีเจชั้นนำ และโชว์คลับที่ชมการแสดงอันทรงพลังและเซ็กซี่ของนักแสดงหญิงได้ ทำให้หลายคนมาใช้ค่ำคืนอันครึกครื้นไปกับดนตรีและเครื่องดื่มที่นี่
ทั้งย่านอบอวลด้วยความหรูหราแบบเมืองใหญ่และบรรยากาศนานาชาติ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคืนที่อยากสัมผัสความพิเศษไม่เหมือนทุกวัน

ถ้าจะเริ่มเที่ยวกลางคืน ต้องเริ่มที่นี่! 5 จุดชมวิวกลางคืนยอดนิยมในโตเกียว
ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มตรงไหนดี ลองเริ่มจากจุดชมวิวกลางคืนตัวแทนของโตเกียวก่อนก็ได้ เพราะที่นี่คุณจะได้เห็นภาพเมืองสวยทันสมัยแบบเต็มตา
การชมวิวตึกสูงและแลนด์มาร์กที่ประดับไฟท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก คือหนึ่งในเสน่ห์ของการเที่ยวกลางคืนแบบโตเกียว
1. โตเกียวทาวเวอร์
โตเกียวทาวเวอร์ถือกำเนิดขึ้นในปี 1958 ตั้งอยู่ในเขตมินาโตะใจกลางโตเกียว จึงสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างกว้างไกลจากจุดชมวิว
วิวกลางคืนจากโตเกียวทาวเวอร์มีจุดเด่นตรงที่อยู่ใกล้ระดับพื้นเมืองมากกว่า และมีอาคารสูงใกล้เคียงอยู่ในระดับสายตา ทำให้มองเห็นตึกสูงที่ประดับไฟ ทางด่วน และสะพานได้อย่างชัดเจนจากชั้นชมวิว
นอกจากนี้ ตัวโตเกียวทาวเวอร์ที่ประดับไฟก็สวยงามไม่แพ้กัน

2. สวนสาธารณะริมทะเลโอไดบะ
สวนสาธารณะริมทะเลโอไดบะมีทั้งชายหาดเทียม “โอไดบะบีช” ยาวประมาณ 800 เมตรสำหรับเล่นน้ำ และ “โซนอิโซฮามะ” ที่สามารถตกปลาได้
ช่วงพระอาทิตย์ตกและวิวกลางคืนจากสวนแห่งนี้สวยงามมาก สามารถมองเห็นทิวทัศน์แบบโตเกียวอย่างสะพานเรนโบว์บริดจ์และกลุ่มตึกสูง จึงเป็นจุดเดทยอดนิยมด้วยบรรยากาศโรแมนติก

3. จุดชมวิวรปปงงิฮิลส์ โตเกียวซิตีวิว
จุดชมวิวในร่มแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 52 ของอาคารรปปงงิฮิลส์ โมริทาวเวอร์ ที่ระดับความสูง 250 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ภายในเป็นพื้นที่กระจกใสรอบด้าน เพดานสูง 11 เมตร ให้ชมทิวทัศน์ของโตเกียวได้แบบ 360 องศา
นอกจากนี้ “สกายเด็ค” บนดาดฟ้ายังอยู่ที่ระดับความสูง 270 เมตร เป็นจุดชมวิวแบบโอเพ่นแอร์ที่ให้สัมผัสความโล่งโปร่งของทิวทัศน์ได้เต็มที่
โดยเฉพาะวิวกลางคืนสุดน่าประทับใจของแลนด์มาร์กที่ประดับไฟ เช่น โตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวสกายทรี และเรนโบว์บริดจ์
ภาพพาโนรามาที่เกิดจากแสงไฟของเมืองนั้นงดงามจนแทบหยุดหายใจ และเป็นภาพที่เห็นครั้งเดียวก็ยากจะลืม

4. ดาดฟ้าชมวิวอาคารผู้โดยสาร 2 สนามบินฮาเนดะ
สนามบินฮาเนดะ เป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีชื่อทางการว่า “สนามบินนานาชาติโตเกียว”
มีอาคารผู้โดยสาร 3 แห่ง แต่ละแห่งมีทั้งดาดฟ้าชมวิวที่ชมเครื่องบินขึ้นลงได้อย่างใกล้ชิด แหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารหลากหลายประเภท
ที่ “เวทีดาวระยิบ” บนดาดฟ้าชมวิวฝั่งใต้ของอาคารผู้โดยสาร 2 เมื่อเข้าสู่ยามค่ำคืน จะมีไฟ LED ประมาณ 4,000 ดวงบนพื้นสว่างไสวขึ้น
ทั้งไฟของเครื่องบินขณะขึ้นลงและไฟนำทางบนรันเวย์ล้วนสร้างบรรยากาศโรแมนติกอย่างมาก

5. โตเกียวสกายทรี
ที่โตเกียวสกายทรีทาวน์ มี “โตเกียวสกายทรี” หอส่งสัญญาณและสถานที่ท่องเที่ยวสูง 634 เมตรเป็นศูนย์กลาง ภายในหอคอยมีจุดชมวิว 2 แห่ง คือ เท็มโบเด็คที่ความสูง 350 เมตร และเท็มโบแกลเลอเรียที่ความสูง 450 เมตร
แน่นอนว่าวิวตอนกลางวันสวยงามมาก แต่วิวกลางคืนที่ตึกสูงและโตเกียวทาวเวอร์ส่องประกายก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
และตัว “โตเกียวสกายทรี” ที่ประดับไฟก็เป็นภาพที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

หลัง 20:00 ก็ยังสนุกได้อีก! 5 สถานที่เที่ยวกลางคืนในโตเกียว
หลัง 20:00 ในโตเกียวยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ นอกจากเกมเซ็นเตอร์ ศูนย์ตีเบสบอล หรือคาราโอเกะที่หลายคนนึกถึงกันก่อน
ที่นี่เราคัด 5 สถานที่ยอดนิยมแนะนำจากบรรดาสถานที่น่าสนใจมากมาย โดยแต่ละแห่งมีเสน่ห์แตกต่างกัน
ทุกแห่งยังเปิดให้บริการหลัง 20:00 ดังนั้นหากยังลังเลว่าจะไปเที่ยวกลางคืนที่ไหน ลองแวะไปสักแห่งดูได้เลย
1. โคนิก้ามิโนลต้าแพลเนทาเรียม มันเท็น in ซันไชน์ซิตี้
“โคนิก้ามิโนลต้าแพลเนทาเรียม มันเท็น (อิเคะบุคุโระ)” เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคนทุกวัย ตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงคู่รัก ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับโลกของท้องฟ้าเต็มดาวได้แม้อยู่ใจกลางเมือง
ท้องฟ้าจำลองที่ฉายด้วยเครื่องฉายระบบออปติคอลรุ่นล่าสุดภายในโดมแนวนอนแบบไร้ระดับ ให้ภาพดาวที่คมชัด ลึก และสมจริงราวกับกำลังแหงนมองท้องฟ้าจริง
บริเวณแถวหน้าสุดของโดมมี “ที่นั่งสนามหญ้า” แบบฟูลแฟลต จำกัด 3 ชุด และ “ที่นั่งเมฆ” สีขาวนุ่มฟู จำกัด 5 ชุด ซึ่งสามารถเอนตัวนอนชมดาวได้อย่างสบาย

2. ยาคาตะบุเนะ มิกาวะยะ
เรือนำเที่ยวเก่าแก่ในชินากาวะที่มีประวัติมากกว่า 170 ปี และยังสามารถเพลิดเพลินกับเรือยาคาตะบุเนะที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยเอโดะได้ตลอดทั้งปี
เรือเช่าเหมาลำสำหรับกลุ่มตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป มีให้เลือกหลายคอร์สพร้อมเมนูอาหารที่แตกต่างกัน
ส่วนหลังคาของเรือถูกออกแบบเป็นดาดฟ้าสำหรับชมวิว ทำให้มองเห็นแลนด์มาร์กต่าง ๆ ของโตเกียว เช่น โตเกียวทาวเวอร์ และเรนโบว์บริดจ์ ได้อย่างเต็มตา

3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ
รปปงงิฮิลส์คือแลนด์มาร์กของรปปงงิ ย่านที่มีความหรูหราและบรรยากาศนานาชาติ
ที่ชั้น 53 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคารรปปงงิฮิลส์ โมริทาวเวอร์ คือที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ” แห่งนี้
ที่นี่จัดนิทรรศการพิเศษหลากหลายภายใต้มุมมองเฉพาะตัว ครอบคลุมศิลปะล้ำสมัย สถาปัตยกรรม และดีไซน์จากทั่วโลก พร้อมโปรแกรมอย่าง “MAM Collection” ที่นำเสนอผลงานสะสม และ “MAM Screen” สำหรับฉายผลงานวิดีโอควบคู่กันไป

4. โตเกียวโดมซิตี้
ศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ที่แผ่กว้างบนพื้นที่กว้างขวาง รวมถึงโตเกียวโดมอันโด่งดังในฐานะสนามเบสบอล
ภายในมีทั้งโตเกียวโดมขนาดใหญ่ สวนสนุก ร้านอาหาร ร้านค้า และโรงแรม รวมอยู่ในแห่งเดียว
สวนสนุกไม่มีค่าเข้าชม จึงสามารถจ่ายเฉพาะค่ากิจกรรมแล้วขึ้นเครื่องเล่นได้อย่างสะดวก ภายในลากัวยังมีแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสปาน้ำพุร้อนธรรมชาติด้วย
ตอนกลางคืน ทั้งย่านจะถูกประดับไฟอย่างสวยงาม

5. เทอร์มะยุ สาขาชินจูกุ
สถานที่ออนเซ็นที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีชินจูกุซันโจเมะโดยเดินประมาณ 2 นาที และจากสถานีชินจูกุ ทางออกตะวันออกของ JR โดยเดินประมาณ 9 นาที
เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน จุดเด่นคือสามารถแช่ออนเซ็นธรรมชาติได้ทุกเมื่อแม้อยู่ใจกลางเมือง
ไม่ว่าจะเป็น “จินไดโนะยุ” ที่ลำเลียงมาจากนากะอิซุ อ่างอาบน้ำผสมน้ำบำรุงผิวเฉพาะผู้หญิง หรืออ่างคาร์บอเนตเข้มข้น ต่างช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ
อีกจุดที่น่าประทับใจคือค่าเข้าได้รวมชุดสวมภายในและผ้าเช็ดตัวไว้แล้ว จึงไปตัวเปล่าได้สบาย
ภายในยังมีร้านอาหารที่เสิร์ฟทั้งอาหารญี่ปุ่นแบบจริงจังและอาหารเอเชีย เหมาะสำหรับแวะทานอาหารหรือดื่มต่อหลังแช่ออนเซ็น
นอกจากนี้ยังมีสปอร์ตบาร์และฟิตเนสบนดาดฟ้าที่ใช้ได้ฟรีรวมในค่าเข้า รวมถึงซาวน่า หินร้อนฮีลลิงเทอร์รา และอโรมาเอสเต้แบบมีค่าใช้จ่ายให้บริการครบครัน

สัมผัสมื้อค่ำสุดพิเศษ! 3 โชว์เรสเตอรองต์แนะนำในโตเกียว
ถ้าอยากให้มื้อเย็นพิเศษขึ้นอีกหน่อย โชว์เรสเตอรองต์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
โดยทั่วไปแล้ว โชว์เรสเตอรองต์หมายถึงร้านที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับความบันเทิงไปพร้อมกับมื้ออาหาร
ยังสามารถชมโชว์อย่างดนตรีสด การเต้น มายากล และละครเวทีได้ด้วย
เสน่ห์สำคัญคือได้ชมการแสดงเชิงศิลปะของมืออาชีพระดับท็อปอย่างใกล้ชิด และใช้ช่วงเวลาสุดพิเศษที่ต่างจากชีวิตประจำวัน
เราจะขอแนะนำโชว์เรสเตอรองต์ 3 แห่งในโตเกียว หากคุณอยากสัมผัสมื้อค่ำที่ไม่ธรรมดา ลองเลือกสักที่แล้วไปเยือนกันได้เลย
1. BLUE NOTE TOKYO
“BLUE NOTE TOKYO” เป็นแจ๊สคลับและไลฟ์เรสเตอรองต์ในย่านมินามิอาโอยามะ เขตมินาโตะ โตเกียว อยู่ห่างจากสถานีโอโมเตะซันโดโดยเดินประมาณ 8 นาที
เปิดให้บริการในปี 1988 ในฐานะสาขาน้องของแจ๊สคลับชื่อดัง “Blue Note” จากนิวยอร์ก
เสน่ห์ที่สุดคือการได้ชมการแสดงของศิลปินชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ภายในบรรยากาศคลาสสิก
ที่นี่มีการแสดงสดหลากหลายแนวหมุนเวียนทั้งรายวันและรายสัปดาห์ โดยมีแจ๊สเป็นหลัก รวมถึงโซลและ R&B ทำให้ได้สัมผัสการแสดงสดที่เต็มอารมณ์ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมสรรพ
อาหารและเครื่องดื่มก็มีให้เลือกมาก ทั้งของว่างและค็อกเทลสูตรเฉพาะที่เลือกได้ตามอารมณ์และโอกาส ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาสุดพิเศษ
โปรดทราบว่าโดยหลักแล้วที่นี่ใช้ระบบจองล่วงหน้า (หากวันนั้นมีที่ว่างสามารถเข้าได้โดยไม่จอง) และจำเป็นต้องลงทะเบียนสมาชิก

2. OSMAND เมจิกไดนิงบาร์
“OSMAND เมจิกไดนิงบาร์” เป็นโชว์เรสเตอรองต์ในย่านรปปงงิ เขตมินาโตะ โตเกียว อยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินรปปงงิโดยเดินประมาณ 2 นาที
จุดเด่นคือมีโรงละครสำหรับการแสดงมายากลโดยเฉพาะขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศ และสามารถชมมายากลกับโชว์ระดับมืออาชีพจากนักมายากลที่ทำงานในระดับโลกได้
นักแสดงและพนักงานทุกคนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นก็สนุกกับบรรยากาศสุดมหัศจรรย์ได้อย่างเต็มที่
เครื่องดื่มมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งค็อกเทลและไวน์ ส่วนอาหารเน้นอิตาเลียนสร้างสรรค์พร้อมเมนูหลายแบบ
ยังมีเมนูแปลกใหม่ที่ถ่ายทอดโลกแห่งเวทมนตร์ เช่น “ภาพลวงแห่งเวทมนตร์” และ “เบอร์รีบัตเตอร์เบียร์” อีกด้วย

3. KUJIRA ENTERTAINMENT
“KUJIRA ENTERTAINMENT” ในย่านชินจูกุ คาบุกิโจ เป็นโชว์เรสเตอรองต์รูปแบบใหม่ที่ให้สัมผัสโลกแบบไซเบอร์พังก์
จุดเด่นคือพื้นที่ล้ำอนาคตที่ส่องแสงนีออน และการแสดงที่ใช้จอภาพขนาดใหญ่
ที่นี่หยิบวัฒนธรรมญี่ปุ่นมานำเสนอเป็นประสบการณ์รูปแบบใหม่ และยังมีการแสดงกับกิจกรรมหลากหลาย เช่น แอ็กแทรกชันซอมบี้เดินเพ่นพ่าน และไอดอลโชว์
อาหารอยู่ภายใต้การดูแลของร้านดัง “อิน” จากไดคังยามะ พร้อมทั้งของหวานจากเชฟขนมประจำร้านและค็อกเทลคุณภาพจากบาร์เทนเดอร์
ชิช่าสูตรพิเศษโดยชิช่าโซมเมอลิเยร์ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่
เปิดให้บริการ 21:00–05:00 จึงเป็นจุดที่เหมาะสำหรับเพลิดเพลินกับค่ำคืนในโตเกียวแม้จะเริ่มเที่ยวดึก

3 บาร์แนะนำในโตเกียวที่ดื่มและพบปะสังสรรค์ได้ถึงดึก
ถ้าอยากหาที่นั่งต่อแบบสบาย ๆ เราจะขอแนะนำบาร์ในชินจูกุ ชิบูย่า และรปปงงิ อย่างละ 1 แห่ง
ทุกแห่งเปิดให้บริการถึงดึก และมีจุดเด่นที่สามารถเพลิดเพลินกับวิวสวย อาหาร และการชมกีฬาไปพร้อมกับเครื่องดื่ม
ยังเหมาะสำหรับแวะต่อหลังมื้อค่ำด้วย ถ้ามีร้านไหนถูกใจ ลองแวะไปกันได้เลย
1. THE ROOF SHIBUYA SKY
รูฟท็อปบาร์ที่ให้คุณใช้ช่วงเวลาสุดพิเศษพร้อมวิวสวยของกลุ่มตึกสูงตัวแทนโตเกียว ไม่ว่าจะเป็นโตเกียวทาวเวอร์และโตเกียวสกายทรี®
คุณสามารถค่อย ๆ ดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมของโตเกียวที่เปลี่ยนจากยามเย็นสู่ยามค่ำคืนเคียงข้างดนตรีและเครื่องดื่มอย่างสบาย ๆ
เมื่อซื้อบัตรผ่านเว็บไซต์ สามารถจองที่นั่งโซฟาล่วงหน้าได้
โต๊ะยืนที่ให้บรรยากาศเปิดโล่งและใช้บริการได้โดยไม่ต้องจองก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

2. RIGOLETTO BAR AND GRILL
ภายในพื้นที่กว้างขวางที่มีที่นั่ง 164 ที่นั่ง มีทั้งครัวเปิดที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา บาร์เคาน์เตอร์ยาว 13 เมตรสำหรับยืนดื่ม และห้องส่วนตัวที่มองเห็นโตเกียวทาวเวอร์
อาหารเป็นสไตล์สแปนิชและอิตาเลียน เช่น พาสต้าและทาปาส ผสานกลิ่นอายแบบอเมริกันไดเนอร์ อีกหนึ่งเสน่ห์คือมีไวน์ให้เลือกหลากหลาย
จุดที่น่ายินดีอีกอย่างคือในวันศุกร์ วันเสาร์ และวันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ ร้านเปิดถึง 02:00

3. HUB สาขาถนนที่ว่าการเขตชินจูกุ
HUB สาขาถนนที่ว่าการเขตชินจูกุ เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มวัย 20–30 ปี เพราะสามารถแวะมาดื่มได้สบาย ๆ ในราคาย่อมเยา
ภายในร้านมีจอมอนิเตอร์หลายจอ สามารถรับชมกีฬาหลากหลายประเภท โดยเฉพาะฟุตบอลและรักบี้
สไตล์ของ HUB คือการเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและการสื่อสารระหว่างกันไปพร้อมกับความสนุกจากการเชียร์กีฬา

สัมผัสวัฒนธรรมและการพบปะสไตล์ญี่ปุ่น! 3 โยโกโชที่ควรไปในโตเกียว
ถ้าอยากลองบรรยากาศดื่มกินแบบญี่ปุ่น โยโกโชก็เป็นอีกแบบที่ไม่ควรมองข้าม
คำว่าโยโกโช ใช้หมายถึงย่านร้านดื่มกินที่มีร้านอาหาร ร้านกับแกล้ม และบาร์เรียงรายอยู่ตามตรอกแคบ ๆ หรือใต้แนวรางรถไฟ
เสน่ห์คือสามารถเพลิดเพลินกับอาหารอร่อยและเครื่องดื่มในราคาค่อนข้างเป็นมิตร พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นและความอบอุ่นของคนท้องถิ่น
นอกจากนี้ โยโกโชแต่ละแห่งยังมีธีมและประวัติศาสตร์ของตัวเอง ทำให้แต่ละย่านมีบรรยากาศต่างกันอย่างน่าสนใจ
ต่อไปนี้คือ 3 โยโกโชแนะนำในโตเกียวที่อยากชวนให้คุณลองแวะไปสัมผัส
1. ชินจูกุโกลเด้นไก
ย่านร้านดื่มกินสไตล์เรโทรเก่าแก่ในชินจูกุคาบุกิโจ ที่มีร้านอาคารไม้แบบแถวเรียงรายประมาณ 300 ร้านคั่นด้วยตรอกแคบ ๆ ได้รับคำชมว่าสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด
ร้านส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมาก จนรองรับลูกค้าได้เพียงไม่กี่คนที่เคาน์เตอร์ จึงทำให้ระยะห่างระหว่างพนักงานกับลูกค้า รวมถึงลูกค้าด้วยกันใกล้ชิดมาก แม้จะไปดื่มคนเดียวก็มีแนวโน้มว่าจะสนุกกับบรรยากาศเป็นกันเองได้ไม่ยาก

2. Shinjuku Kabuki hall ~ Kabuki Yokocho
ฟู้ดฮอลล์สายเอนเตอร์เทนเมนต์ยุคใหม่ที่เปิดในเดือน 4 ปี 2023 ภายใต้ธีม “เทศกาล”
ตั้งอยู่ชั้น 2 ของอาคาร Tokyu Kabukicho Tower ในคาบุกิโจ เขตชินจูกุ เป็นสถานที่แบบมีส่วนร่วมที่ผสานอาหาร ดนตรี และภาพเข้าด้วยกัน
บรรยากาศโดยรวมคึกคักมาก การแสดงและอีเวนต์ที่จัดขึ้นทุกคืนช่วยสร้างความสนุกจนรู้สึกเหมือนได้มางานเทศกาลจริง ๆ
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการคอลแลบกับศิลปะการแสดงดั้งเดิม เช่น กลองวาไทโกะและการเต้นอาวะโอโดริ
บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร มีร้านอาหารรวมทั้งหมด 10 ร้าน ตั้งแต่อาหารท้องถิ่นจากฮอกไกโดถึงคิวชู โอกินาวะ ไปจนถึงโซลฟู้ดจากเกาหลี
คุณสามารถลิ้มลองอาหารหลากหลาย เช่น ยากิโทริ ข้าวหน้าเครื่องต่าง ๆ และคุชิคัตสึ อีกทั้งยังมีบีเกรดกูร์เมต์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคอย่างจุใจ
หลายร้านปิดเวลา 05:00 ของวันถัดไป จึงเที่ยวต่อได้จนถึงเวลาเริ่มเดินรถไฟเที่ยวแรก

3. ชิบูย่า นนเบเอะโยโกโช
บริเวณหนึ่งริมรางรถไฟใกล้สถานีชิบูย่า มีร้านอิซากายะขนาดเล็กแต่บรรยากาศอบอุ่นเรียงรายอยู่ไม่ถึง 40 ร้าน
มีทั้งร้านที่เสิร์ฟอาหารโฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่นและอาหารพื้นบ้าน ไปจนถึงไวน์บาร์และบิสโทร
เวลาเปิดทำการแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน แต่โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 18:00–24:00 บางร้านเปิดตั้งแต่ 16:00 และบางร้านเปิดเกิน 24:00

เสน่ห์ของ “สแน็ก” ที่ควรรู้ก่อนไปเที่ยวโยโกโช
หากจะเที่ยวกลางคืนในโตเกียว ลองสัมผัสอีกด้านที่ไม่ค่อยมีในไกด์บุ๊ก และมักเป็นโลกที่คนท้องถิ่นรู้จักกันดี อีกด้านนั้นสัมผัสได้ผ่านร้านสแน็กที่เรียงรายอยู่ตามโยโกโช
สำหรับคนที่ยังไม่คุ้น “สแน็ก” หมายถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เจ้าของร้านคอยดูแลลูกค้าจากหลังเคาน์เตอร์
เจ้าของร้านมักเป็นผู้หญิง และลูกค้ามักเรียกว่า “มามะ” หรือ “มามะซัง”
ลูกค้าหลายคนกลับมาใช้บริการซ้ำเพราะชื่นชอบบุคลิกของมามะ ทำให้เกิดชุมชนอบอุ่นราวกับครอบครัว
อย่างไรก็ตาม หากเป็นนักท่องเที่ยวที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้แล้วเดินเข้าไปแบบไม่ได้นัดหมาย ก็อาจมีโอกาสถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าได้ จึงควรระวังไว้
หากคุณสนใจอยากลองไปร้านสแน็ก แนะนำให้เข้าร่วมทัวร์สแน็กที่แนะนำไว้ในบทความด้านล่าง

3 ร้านราเมงแนะนำในโตเกียวที่เปิดถึงดึกและเช้ามืด
ถ้าอยากหาราเมงปิดท้ายในชินจูกุ ชิบูย่า หรือรปปงงิ ร้านที่จะแนะนำต่อไปนี้ก็น่าสนใจมาก
ทุกร้านเปิดถึงดึกหรือไปจนถึงเช้าวันถัดไป จึงสามารถอร่อยกับราเมงรสเยี่ยมได้แม้ในเวลาค่ำมากแล้ว
แน่นอนว่าทุกร้านเปิดกลางวันด้วยเช่นกัน จึงอยากชวนให้แวะไปได้ไม่เฉพาะตอนกลางคืน แต่รวมถึงมื้อกลางวันหรือเวลาหิวเบา ๆ ด้วย
1. อาบุริมิโสะราเมง เมนโช ชินบุซากิยะ สาขาชิบูย่า
“อาบุริมิโสะราเมง เมนโช ชินบุซากิยะ สาขาชิบูย่า” เป็นร้านราเมงที่ตั้งอยู่ริมถนนโดเก็นซากะในชิบูย่า
เมนูยอดนิยมคือ “อาบุริมิโสะราเมง” และ “อาบุริไข่ปรุงรสมิโสะราเมง” จุดเด่นคือได้ลิ้มรสมิโสะราเมงแบบดั้งเดิมของซัปโปโร ฮอกไกโด
ทางร้านใช้มิโสะสูตรลับที่เบลนด์จากวัตถุดิบ 13 ชนิด และนำผักกับกระเทียมไปย่างด้วยไฟแรงเพื่อดึงความหอมและรสลึกออกมา
รสชาติและกลิ่นชัดเจน เข้ากันดีกับเส้น จึงเหมาะมากสำหรับปิดท้ายหลังดื่ม
หากโรยการัมมาซาลาที่วางไว้บนโต๊ะระหว่างกิน ก็จะได้สนุกกับรสชาติที่เปลี่ยนไปอีกแบบ
เวลาเปิดทำการคือ วันจันทร์ 11:00–03:30 ของวันถัดไป, วันอังคาร–พฤหัสบดีและวันอาทิตย์ 11:00–04:30 ของวันถัดไป, วันศุกร์และวันเสาร์ 11:00–06:30 ของวันถัดไป

2. โดทงโบริคามุคุระ สาขาชินจูกุ
“โดทงโบริคามุคุระ” เป็นเชนร้านราเมงขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันไซ มีต้นกำเนิดจากโอซาก้า
สาขาชินจูกุในคาบุกิโจ เขตชินจูกุ อยู่ห่างจากสถานีชินจูกุของหลายสายเพียงไม่กี่นาที และเปิดทุกวัน 10:00–08:00 ของวันถัดไป
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “โออิชิอิราเมง” ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน
ซุปสูตรลับเบสโชยุที่ใส่ผักกาดขาวมาอย่างจุใจ ช่วยเพิ่มความหวานตามธรรมชาติ จนเกิดรสชาติเอกลักษณ์ที่หาทานที่อื่นได้ยาก
รสสัมผัสนุ่มนวล กินง่าย และแม้จะเรียบง่ายแต่ไม่เบื่อ ทำให้มีแฟนประจำจำนวนมาก
ด้วยความที่รสค่อนข้างเบาและสบายท้อง จึงเหมาะอย่างยิ่งหลังดื่ม อีกทั้งยังแนะนำสำหรับผู้หญิงหรือผู้ที่ทานไม่มากด้วย
บนโต๊ะมีทั้งกิมจิต้นหอมและกระเทียมบด รวมถึงท็อปปิงแบบมีค่าใช้จ่ายให้เลือกมากมาย เพื่อปรับรสตามสไตล์ที่ชอบ

3. ฮากาตะเมนโบ อากะโนะเระง สาขาหลักนิชิอาซาบุ
“ฮากาตะเมนโบ อากะโนะเระง สาขาหลักนิชิอาซาบุ” เป็นร้านราเมงเก่าแก่ที่เปิดมานานกว่า 40 ปี ตั้งอยู่บนถนนรปปงงิ เขตมินาโตะ โตเกียว
เสน่ห์คือสามารถทานทงคตสึราเมงสไตล์ฮากาตะ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ราเมงชื่อดังของญี่ปุ่น ได้ในโตเกียว
ภายในร้านอบอวลด้วยบรรยากาศสบาย ๆ แบบแผงลอยที่ชวนให้นึกถึงต้นตำรับ และคึกคักไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน
จุดเด่นของร้านคือการจับคู่กันอย่างลงตัวระหว่าง “ซุปทงคตสึขาวขุ่นปรุงด้วยโชยุ” ที่พิถีพิถันมาตั้งแต่ก่อตั้งร้าน กับ “เส้นแบนเล็กมาก”
ซุปที่เคี่ยวตลอดทั้งวันในหม้อโกเอมงขนาดใหญ่มีรสเข้มข้นแต่ทิ้งท้ายสดชื่น และเข้ากันกับเส้นได้อย่างยอดเยี่ยม
เมนูยอดนิยมคือ “ราเมง” แบบคลาสสิก และถ้ายังไหว การสั่งเส้นเพิ่มก็เป็นตัวเลือกที่น่าแนะนำ
เวลาเปิดทำการคือ วันจันทร์–เสาร์ 11:00–05:00 ของวันถัดไป ส่วนวันอาทิตย์ปิดทำการ

แม้ไม่ถนัดดื่มก็สนุกได้ถึงดึก! 3 ไนต์คาเฟ่ที่ควรไปในโตเกียว
สำหรับคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้หรือไม่ถนัด รวมถึงคนที่อยากนั่งดื่มเบา ๆ ในบรรยากาศสงบ “ไนต์คาเฟ่” ที่เปิดถึงดึกก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว
มาลองใช้เวลาช้า ๆ ในบรรยากาศเงียบสงบและมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าช่วงกลางวันกัน
1. อุดางาวะคาเฟ่
“อุดางาวะคาเฟ่” เป็นคาเฟ่เก่าแก่ของชิบูย่า อยู่ห่างจากทางออกฮาจิโกะของสถานีชิบูย่าโดยเดินประมาณ 5 นาที
ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2001 ก็มีชื่อเสียงในฐานะไนต์คาเฟ่ต้นตำรับ และเปิดทุกวัน 11:00–05:00 ของวันถัดไป โดยสั่งออเดอร์ได้ถึง 04:00
ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจในบรรยากาศมีสไตล์ แสงไฟโดยรวมค่อนข้างสลัว ช่วยสร้างอารมณ์ชวนให้นึกถึงวันวาน
ความน่านั่งที่ใช้ได้หลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะสังสรรค์กับเพื่อนผู้หญิง เดต อ่านหนังสือ หรือประชุมงาน คือเหตุผลที่ทำให้ร้านนี้ได้รับความนิยม
อีกหนึ่งเสน่ห์คือกาแฟดริปมือที่มีรสเข้มแต่ดื่มง่ายสดชื่น รวมถึงเมนูอาหารและขนมหวานที่หลากหลาย
โดยเฉพาะ “ชิบูย่าคีมะคาเร” และ “พอร์กจินเจอร์” สูตรโฮมเมดที่อร่อยจนมีลูกค้ากลับมาทานซ้ำจำนวนมาก

2. cafe AALIYA
cafe AALIYA เป็นคาเฟ่เก่าแก่ชื่อดังเรื่องเฟรนช์โทสต์ ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกชินจูกุซันโจเมะ ตรงข้ามเฉียงกับห้างอิเซตัน
วันศุกร์ร้านปิดเวลา 23:00 ส่วนวันธรรมดาปิดเวลา 22:30 และสามารถสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มได้ถึง 30 นาทีก่อนร้านปิด
สังเกตได้จากทางเข้าบันไดลงใต้ดินที่มีสีสัน ภายในร้านให้บรรยากาศสบาย ๆ แบบแคชชวลและสงบผ่อนคลาย
เฟรนช์โทสต์อันเป็นสัญลักษณ์ของร้าน มีชิ้นหนา ด้านนอกกรอบเล็กน้อย ด้านในนุ่ม และหวานไม่มาก

3. THE SUN & THE MOON Cafe
“THE SUN & THE MOON Cafe” เป็นมิวเซียมคาเฟ่ที่ตั้งอยู่บนชั้น 52 ของอาคารรปปงงิฮิลส์ โมริทาวเวอร์ เขตมินาโตะ โตเกียว
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นจุดพักหลังจากเที่ยว “พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ” หรือ “โตเกียวซิตีวิว” ภายในอาคารเดียวกัน
เสน่ห์คือได้ใช้เวลาอย่างสบาย ๆ พร้อมชมวิวสวยของโตเกียวทาวเวอร์และโตเกียวสกายทรีจากระดับความสูง 250 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ภายในร้านยังมีการจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยภายใต้ธีม “แสง” ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มไปพร้อมกับงานศิลป์และวิวกลางคืนได้ด้วย
เมนูอาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา แต่มีตัวเลือกหลากหลายทั้งของว่างอย่างแฮมเบอร์เกอร์และพาสต้า ไปจนถึงกาแฟ ชาพิเศษ และคราฟต์เบียร์
เวลาเปิดทำการคือ 11:00–22:00 โดยอาหารสั่งได้ถึง 21:00 และเครื่องดื่มสั่งได้ถึง 21:30 จึงแวะมาได้สะดวกแม้ในช่วงค่ำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวกลางคืนในโตเกียว
Q
ถ้าอยากเที่ยวดึก ๆ ควรไปที่ไหนในโตเกียว?
แนะนำชินจูกุ ชิบูย่า และรปปงงิ เพราะมีทั้งสถานที่เที่ยวและร้านอาหารเครื่องดื่มจำนวนมากที่เปิดถึงดึก
Q
ถ้าจะเที่ยวกลางคืนในโตเกียว ควรทำอะไรดี?
แนะนำให้ชมวิวกลางคืนสวย ๆ จากจุดชมวิว ใช้เวลาสุดพิเศษที่โชว์เรสเตอรองต์ หรือเพลิดเพลินกับราเมงปิดท้ายค่ำคืน
บทสรุป
บทความนี้พาไปทำความรู้จักเสน่ห์ของค่ำคืนในโตเกียว โดยรวมทั้งวิธีเที่ยวที่แนะนำ ย่านน่าไป และร้านอาหารเครื่องดื่มต่าง ๆ ไว้ให้แล้ว
โดยเฉพาะย่านบันเทิงอย่างชินจูกุ ชิบูย่า และรปปงงิ ที่มีทั้งไนต์คลับ บาร์ โชว์เรสเตอรองต์ และสถานบันเทิงเปิดถึงดึก ทำให้ใช้เวลาคุณภาพไปกับดนตรีและการพูดคุยได้อย่างเต็มที่ เพียงเดินเล่นไปรอบ ๆ เมืองที่ยังคึกคักอยู่ก็นับเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจแล้ว
ด้วยความที่เป็นเมืองปลอดภัยและเดินทางสะดวก การออกไปเที่ยวกลางคืนจึงทำได้ค่อนข้างสบายใจ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์เฉพาะของโตเกียว
หากคุณกำลังวางแผนเที่ยว อย่าลืมดูบทความนี้ด้วย ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ย่านช้อปปิ้ง และที่พักในโตเกียวไว้ครบถ้วน