ไม่ได้มีแค่ศาลเจ้าและวัด! 21 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับทริปครอบครัวพ่อแม่ลูกในเกียวโต

ไม่ได้มีแค่ศาลเจ้าและวัด! 21 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับทริปครอบครัวพ่อแม่ลูกในเกียวโต

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้ากำลังมองหาทริปครอบครัวที่ได้ทั้งบรรยากาศญี่ปุ่นและเที่ยวได้สบาย เกียวโตก็เป็นอีกเมืองที่น่าสนใจมาก
เมืองนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และกลิ่นอายแบบญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีสถานที่มากมายที่เหมาะสำหรับการออกไปเที่ยวกับครอบครัวพ่อแม่ลูก
บทความนี้จะแนะนำจุดสำคัญของการเที่ยวเกียวโตแบบครอบครัว รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม สำหรับผู้ที่วางแผนมาเกียวโตพร้อมเด็กๆ
ถ้าจัดแผนเที่ยวให้ผสมผสานทั้งศาลเจ้าและวัดเก่าแก่กับจุดท่องเที่ยวที่เด็กๆ สนุกได้อย่างลงตัว ทั้งครอบครัวก็จะเพลิดเพลินกับเกียวโตได้เต็มอิ่ม

3 เคล็ดลับเที่ยวเกียวโตกับลูกให้สนุกเต็มที่

ถ้าอยากเที่ยวเกียวโตพร้อมเด็กๆ ได้สบายขึ้น มี 3 จุดสำคัญที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า
รู้เคล็ดลับต่อจากนี้เอาไว้ ก็จะช่วยให้ทั้งพ่อแม่และลูกลดความเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทาง และวางแผนเที่ยวเกียวโตได้คุ้มค่ามากขึ้น

1. สถานที่ที่มีทางชันหรือบันไดเยอะ ควรไปในช่วงเช้า

ศาลเจ้า วัด และพื้นที่รอบๆ ในเกียวโตหลายแห่งมีทางชันและบันไดจำนวนมาก อีกทั้งยังมีหลายช่วงที่ต้องเดินไกลพอสมควร
เช่น หากไปเที่ยววัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizudera), ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริไทฉะ (Fushimi Inari Taisha) หรือศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Jinja) ก็จำเป็นต้องเดินขึ้นทางชันหรือบันไดยาว
ดังนั้น ควรตรวจสอบทั้งวิธีการเดินทางไปยังจุดหมาย และเช็กด้วยว่าภายในบริเวณกับพื้นที่รอบๆ มีทางชันหรือบันไดมากน้อยเพียงใด
หากเที่ยวพร้อมเด็ก แนะนำให้เลือกเที่ยวศาลเจ้าหรือวัดที่มีบันไดและทางชันมากในช่วงเช้า แล้วช่วงบ่ายค่อยไปสถานที่ที่เดินน้อยและเที่ยวได้สบายกว่า

ศาลเจ้าและวัดหลายแห่งมีบันไดยาวอยู่ภายในบริเวณ
ศาลเจ้าและวัดหลายแห่งมีบันไดยาวอยู่ภายในบริเวณ

2. หลีกเลี่ยงรถบัสที่แออัด และใช้รถไฟใต้ดินร่วมด้วย

แม้การเดินทางหลักในตัวเมืองเกียวโตจะเป็นรถบัสเพราะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย แต่ก็มักจะแออัดอยู่เสมอ
โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นช่วงท่องเที่ยวยอดนิยม มักมีคนแน่นไม่ว่าเวลาใด
ดังนั้น หากเที่ยวพร้อมเด็กเล็ก ลองพิจารณาใช้รถไฟใต้ดินร่วมด้วย
เมื่อผสมผสานรถไฟใต้ดินกับรถบัสหรือแท็กซี่ แม้อาจใช้เวลามากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็น่าจะเดินทางได้สบายกว่า

รถบัสในเมืองเกียวโตมักแออัด จึงควรเผื่อทางเลือกในการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินไว้ด้วย
รถบัสในเมืองเกียวโตมักแออัด จึงควรเผื่อทางเลือกในการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินไว้ด้วย

3. ใส่เวิร์กช็อปสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกียวโตไว้ในแผนเที่ยว

ถ้ามาเที่ยวเกียวโต ลองใส่เวิร์กช็อปที่ให้พ่อแม่ลูกได้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้ในแผนด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการทำขนมญี่ปุ่น ชงมัทฉะ หรือทอผ้า ก็มีเวิร์กช็อปจำนวนมากที่สามารถเข้าร่วมพร้อมเด็กเล็กได้
อีกหนึ่งเสน่ห์คือ บางกิจกรรมสามารถนำผลงานที่ทำกลับบ้านเป็นของฝากได้เลย

ลองสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมไปพร้อมกับเด็กๆ กันดู
ลองสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมไปพร้อมกับเด็กๆ กันดู

พาลูกเที่ยวต้องที่นี่! 21 สถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโตที่สนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่คัดมาแล้วว่าเที่ยวพร้อมเด็กๆ ได้เพลิน ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ ธีมพาร์ก และสวนสาธารณะ
ถ้าจัดทริปให้แวะควบคู่กับศาลเจ้าและวัดชื่อดังของเกียวโต ทั้งครอบครัวก็จะยิ่งสนุกกับการเที่ยวเมืองนี้ได้มากขึ้น

1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเกียวโต

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่แบบอินแลนด์ที่เปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2012 ภายในสวนอุเมะโคจิ ใกล้สถานีเกียวโต
ภายในแบ่งเป็น 10 โซน จัดแสดงและเลี้ยงสัตว์น้ำราว 250 ชนิด รวมประมาณ 15,000 ตัว เช่น ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ญี่ปุ่นซึ่งเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษของชาติที่อาศัยในแม่น้ำคาโมงาวะ เพนกวินเคป แมวน้ำลายจุด ปลา และแมงกะพรุน
แผนผังความสัมพันธ์ของเพนกวินที่จัดแสดงอยู่ในปัจจุบันในชื่อ “แผนผังความสัมพันธ์เพนกวินเกียวโต” ก็เป็นอีกไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจ เพราะความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเพนกวินดูคล้ายมนุษย์มาก

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่แบบอินแลนด์ที่ได้ทั้งดู สัมผัส เรียนรู้ และสนุกไปพร้อมกัน
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่แบบอินแลนด์ที่ได้ทั้งดู สัมผัส เรียนรู้ และสนุกไปพร้อมกัน

2. นินเทนโดมิวเซียม

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของนินเทนโดที่เปิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2024 รีโนเวตจากโรงงานอุจิโอกุระเดิมของนินเทนโด และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เส้นทางของบริษัทและความใส่ใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ่านนิทรรศการหลากหลายรูปแบบ
จุดแรกที่ได้ชมคือชั้นจัดแสดงผลิตภัณฑ์มากมายที่นินเทนโดเคยวางจำหน่าย ตั้งแต่เครื่องแฟมิคอมไปจนถึง Nintendo Switch รุ่นล่าสุด ภาพของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จากทุกยุคที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าชวนตื่นตาตื่นใจอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีของเล่นและของใช้ในชีวิตประจำวันให้ชมด้วย
ชั้นนิทรรศการเชิงประสบการณ์ยังนำความบันเทิงหลากหลายรูปแบบที่นินเทนโดเคยสร้างสรรค์ขึ้น เช่น ไพ่เฮียะกุนินอิชชุและเครื่องเกมภายในบ้าน มาถ่ายทอดใหม่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ให้ผู้เข้าชมได้ค้นพบความสนุกอีกครั้ง

พิพิธภัณฑ์ที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของนินเทนโดผ่านนิทรรศการและกิจกรรม
พิพิธภัณฑ์ที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของนินเทนโดผ่านนิทรรศการและกิจกรรม

3. พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต

พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโตเปิดในปี 2016 หลังการปรับปรุงจากพิพิธภัณฑ์รถจักรไอน้ำอุเมะโคจิ ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1972 และเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมรถจักรไอน้ำชื่อดัง
ภายใต้แนวคิด “ศูนย์กลางวัฒนธรรมรถไฟที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน” ที่นี่เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์รถไฟขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่ให้ผู้เข้าชมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีของรถไฟผ่านประสบการณ์จริงอันน่าตื่นเต้นและประทับใจ
ชั้น 1 ของอาคารจัดแสดงรถไฟรวม 53 คัน รวมถึงรถจักรไอน้ำที่สืบทอดมาจากพิพิธภัณฑ์รถจักรไอน้ำอุเมะโคจิ
ยังมีรถไฟทรงคุณค่าจำนวนมากที่บันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์รถไฟญี่ปุ่น เช่น รถจักรไอน้ำรุ่น C62 ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่ระดับแนวหน้าของยุครถไฟแห่งชาติญี่ปุ่นที่ใช้ลากขบวนรถด่วนหลังสงคราม ชินคันเซ็นรุ่น 0 รุ่นแรก และชินคันเซ็นรุ่น 500 ที่เคยบันทึกสถิติกินเนสส์จากการเดินรถเชิงพาณิชย์ที่ความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เต็มอิ่มกับไฮไลต์หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงรถไฟ 53 คันตั้งแต่รถจักรไอน้ำถึงชินคันเซ็น พร้อมกิจกรรมให้ชม สัมผัส และทดลอง
เต็มอิ่มกับไฮไลต์หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงรถไฟ 53 คันตั้งแต่รถจักรไอน้ำถึงชินคันเซ็น พร้อมกิจกรรมให้ชม สัมผัส และทดลอง

4. อาราชิยามะ มังกี้พาร์ค อิวาตะยามะ

อาราชิยามะ มังกี้พาร์ค อิวาตะยามะ ตั้งอยู่ใกล้สะพานโทเก็ตสึเคียว แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอาราชิยามะ โดยเดินเลียบแม่น้ำขึ้นไปทางต้นน้ำประมาณ 20 เมตร จะพบทางเข้าสวนภายในบริเวณศาลเจ้าอิชิดานิมุนากาตะ
ปัจจุบันมีลิงญี่ปุ่นอาศัยอยู่ตามธรรมชาติประมาณ 120 ตัว และสามารถชมบรรยากาศที่แตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาลได้ตลอดปี
จากทางเข้าสวนไปยังภูเขาลิงต้องเดินขึ้นเขาประมาณ 20 นาที โดยเริ่มจากบันได 120 ขั้น ก่อนจะเป็นทางลาดขึ้นแบบไม่ชันมาก
เส้นทางได้รับการดูแลอย่างดี จึงเดินได้อย่างสบายแม้มากับเด็กเล็ก

มังกี้พาร์คบนยอดเขาที่มีลิงญี่ปุ่นราว 120 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ
มังกี้พาร์คบนยอดเขาที่มีลิงญี่ปุ่นราว 120 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ

5. อุซุมาสะ เอกะมุระ

ธีมพาร์กภาพยนตร์ชั้นนำของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในย่านอุซุมาสะของเกียวโต มีชื่อเสียงจากฉากถ่ายทำละครย้อนยุคที่เปิดให้เข้าชม และหากลองเปลี่ยนเป็นชุดตัวละครจากละครย้อนยุคแล้วเดินเล่นในพาร์ก ก็จะยิ่งได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นสมัยก่อนอย่างเต็มที่
ภายในยังมีความสนุกให้ต่อเนื่องกับเครื่องเล่นมากมาย เช่น บ้านนินจากลไก บ้านผีสิง และเขาวงกตสามมิติ รวมถึงเครื่องเล่นที่สามารถเข้าไปอยู่บนฝ่ามือและในเอนทรีปลั๊กของเอวาเกเลียนหมายเลข 1 ซึ่งเป็นแห่งแรกของโลก อีกทั้งนิทรรศการฮีโร่โทคุซัตสึและตัวละครแอนิเมชันของโทเอก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

ครบทั้งฉากละครย้อนยุค เครื่องเล่น และอีเวนต์มากมาย! ธีมพาร์กภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นภาคภูมิใจ
ครบทั้งฉากละครย้อนยุค เครื่องเล่น และอีเวนต์มากมาย! ธีมพาร์กภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นภาคภูมิใจ

6. พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเกียวโต

สถานที่ด้านวัฒนธรรมมังงะแบบครบวงจรแห่งแรกของญี่ปุ่น เปิดในปี 2006 จากความร่วมมือระหว่างนครเกียวโตและมหาวิทยาลัยเกียวโตเซกะ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในญี่ปุ่นที่เปิดคณะมังงะ
ที่นี่ดำเนินงานในฐานะสถานที่ที่รวมบทบาทของพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดไว้ด้วยกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวม เก็บรักษา และเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับมังงะ ศึกษาวิจัยด้านวัฒนธรรม และจัดนิทรรศการกับกิจกรรมต่างๆ จากพื้นฐานเหล่านี้ เกี่ยวกับมังงะที่ปัจจุบันได้รับความสนใจจากทั่วโลก
มีเอกสารเกี่ยวกับมังงะในคลังมากกว่า 300,000 ชิ้น ตั้งแต่ภาพล้อและภาพพิมพ์อุคิโยะเอะสมัยเอโดะ นิตยสารในยุคเมจิ ไทโช และต้นโชวะ หนังสือเช่าอ่านหลังสงคราม ผลงานยอดนิยมในปัจจุบัน ไปจนถึงผลงานจากต่างประเทศ

สถานที่ด้านวัฒนธรรมมังงะแบบครบวงจรแห่งแรกของญี่ปุ่น ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษา
สถานที่ด้านวัฒนธรรมมังงะแบบครบวงจรแห่งแรกของญี่ปุ่น ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษา

7. สวนสัตว์นครเกียวโต

สวนสัตว์นครเกียวโตตั้งอยู่มุมหนึ่งของสวนโอกาซากิ เปิดมาตั้งแต่ปี 1903 จึงมีประวัติยาวนาน และเป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจากสวนสัตว์อุเอโนะ
มีการรีโนเวตและเปิดใหม่ในปี 2015 และในปี 2023 ก็ครบรอบ 120 ปีของการเปิดสวน ยังคงเป็นสถานที่พักผ่อนที่ชาวเกียวโตรักและนิยมกันในทุกเพศทุกวัย
ภายในมีนิทรรศการที่เปิดโอกาสให้สัตว์เลือกพฤติกรรมของตนเองได้อย่างหลากหลาย เช่น “ทุ่งหญ้าแอฟริกา” ที่จัดแสดงยีราฟและม้าลายร่วมกันราวกับอยู่ในสะวันนา และ “บ้านกอริลลา” ที่ใช้เสาและเชือกจำลองเป็นต้นไม้ในป่าฝนเขตร้อน ทำให้กอริลลาแสดงพฤติกรรมใกล้เคียงธรรมชาติ

เปิดมานาน 120 ปี! สวนสัตว์สำหรับพักผ่อนของชาวเมืองที่มีประวัติยาวนานเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น
เปิดมานาน 120 ปี! สวนสัตว์สำหรับพักผ่อนของชาวเมืองที่มีประวัติยาวนานเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น

8. ศูนย์วิทยาศาสตร์เยาวชนนครเกียวโต

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แบบลงมือสัมผัสที่ให้เรียนรู้ผ่านการดู จับ และลองด้วยตัวเอง สิ่งแรกที่ต้อนรับผู้มาเยือนคือโมเดลไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ที่ขยับได้ ทั้งไทรันโนซอรัสและทาร์โบซอรัส
นิทรรศการไดโนเสาร์อันทรงพลังนี้ไม่เพียงดึงดูดเด็กๆ แต่ยังปลุกความอยากรู้อยากเห็นของผู้ใหญ่ได้ด้วย
ในห้องจัดแสดงมีประสบการณ์ให้ลองมากมายตามหัวข้อต่างๆ เช่น แสง เสียง อากาศ และไฟฟ้า
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมินิทอร์นาโดหรือทดลองบังคับโดรน ก็มีนิทรรศการที่ช่วยให้เข้าใจกลไกทางวิทยาศาสตร์ไปพร้อมกับความสนุกอย่างครบครัน

มีครบทั้งไดโนเสาร์ ท้องฟ้าจำลอง และกิจกรรมทดลอง! พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แบบอินเทอร์แอกทีฟที่เรียนรู้ได้อย่างตื่นเต้น
มีครบทั้งไดโนเสาร์ ท้องฟ้าจำลอง และกิจกรรมทดลอง! พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แบบอินเทอร์แอกทีฟที่เรียนรู้ได้อย่างตื่นเต้น

9. รถไฟซากาโนะ ทร็อกโกะ

รถไฟทร็อกโกะของรถไฟท่องเที่ยวซากาโนะที่นำส่วนหนึ่งของเส้นทางเก่าสายซันอินกลับมาเปิดเดินรถอีกครั้ง ใช้หัวรถจักรดีเซลลากตู้โดยสารสไตล์คลาสสิกแบบอาร์ตเดโค วิ่งเที่ยวเดียวระยะ 7.3 กิโลเมตรจากสถานีทร็อกโกะซากะ ซึ่งอยู่ติดกับสถานี JR ซากะอาราชิยามะ ไปยังสถานีทร็อกโกะคาเมโอกะ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
รถไฟวิ่งเลียบหุบเขาริมแม่น้ำโฮสึกาวะ ทำให้ผู้โดยสารได้ชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และความงามของหุบเขาจากหน้าต่างรถไฟ
ไม่ว่าจะเป็นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เขียวสดในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือบางครั้งก็มีหิมะในฤดูหนาว ความงามอันเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลของหุบเขาแห่งนี้ชวนตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง

รถไฟทร็อกโกะที่วิ่งผ่านธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำโฮสึกาวะ
รถไฟทร็อกโกะที่วิ่งผ่านธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำโฮสึกาวะ

10. สวนกีฬาครบวงจรยามาชิโระประจำจังหวัดเกียวโต ไทโยงะโอกะ

จุดพักผ่อนขนาดใหญ่ที่ผสานธรรมชาติกับกีฬาอย่างลงตัว ตั้งอยู่บนเนินเขาในอุจิ เกียวโต มีพื้นที่รวมประมาณ 108 เฮกตาร์
ภายในแบ่งเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติตามธีมต่างๆ เช่น “ป่าแห่งการผจญภัย” “ป่าแห่งการเล่น” และ “ป่าแห่งการพบปะ” มีเครื่องเล่นแอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่และอุปกรณ์สนามกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง
ในฤดูร้อน จุดยอดนิยมคือสระว่ายน้ำสำหรับครอบครัวที่มีทั้งสไลเดอร์และโซนลำธาร เด็กเล็กก็สนุกได้อย่างสบายใจ

สวนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของเกียวโต ที่เชื่อมธรรมชาติเข้ากับการเล่นอย่างลงตัว
สวนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของเกียวโต ที่เชื่อมธรรมชาติเข้ากับการเล่นอย่างลงตัว

11. อามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์

จุดชมวิวบนยอดเขามอนจูยามะที่สามารถมองเห็นอามาโนะฮาชิดาเตะ หนึ่งในสามวิวทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น จากด้านทิศใต้ได้แบบพาโนรามา
เมื่อก้มมองลอดหว่างขาจากที่นี่ อามาโนะฮาชิดาเตะจะดูคล้ายมังกรที่กำลังโผขึ้นสู่ท้องฟ้า จึงถูกเรียกว่า “ฮิริวคัง” ภายในสวนมีจุดสำหรับก้มมองลอดหว่างขาจำนวน 7 จุดให้ลองใช้กัน
นอกจากนี้ยังมีทางเดินลอยฟ้า “ฮิริวคังไคโร” ยาวประมาณ 250 เมตร สูงสุดประมาณ 8.5 เมตร ที่ให้ชมวิวพาโนรามา 360 องศา มองเห็นทั้งอ่าวมิยาซึและอามาโนะฮาชิดาเตะอยู่เบื้องล่าง

สถานที่ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกได้ พร้อมเครื่องเล่นหลากหลายและวิวอามาโนะฮาชิดาเตะแบบเต็มตา
สถานที่ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกได้ พร้อมเครื่องเล่นหลากหลายและวิวอามาโนะฮาชิดาเตะแบบเต็มตา

12. สวนพฤกษศาสตร์ประจำจังหวัดเกียวโต

สวนพฤกษศาสตร์สาธารณะแบบครบวงจรที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดมาตั้งแต่ปี 1924 ในชื่อ “สวนพฤกษศาสตร์เกียวโตที่ระลึกไทเท็น” และมีประวัติยาวนานประมาณ 100 ปี
บนพื้นที่กว้างประมาณ 24 เฮกตาร์ มีการปลูกและจัดแสดงพืชราว 12,000 ชนิด เต็มไปด้วยจุดน่าสนใจมากมาย เช่น แปลงดอกไม้หน้าประตูหลักที่ผลิบานตามฤดูกาล แนวต้นการบูรยาว 200 เมตร สวนกุหลาบ ดงซากุระ สวนระบบนิเวศพืช และเรือนกระจกสำหรับเข้าชม
โดยเฉพาะเรือนกระจกสำหรับเข้าชมที่มีขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น จัดแสดงพืชประมาณ 4,500 ชนิด รวมถึงพืชหายากจำนวนมากที่จัดแสดงหรือออกดอกเป็นครั้งแรกในประเทศ

สวนพฤกษศาสตร์สาธารณะแบบครบวงจรที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมประวัติยาวนานราว 100 ปี
สวนพฤกษศาสตร์สาธารณะแบบครบวงจรที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมประวัติยาวนานราว 100 ปี

13. ไดโอรามา เกียวโต JAPAN

ธีมพาร์กไดโอรามารถไฟขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของฝั่งตะวันตกญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเขตอุเคียวของนครเกียวโต ติดกับสถานีทร็อกโกะซากะและสถานี JR ซากะอาราชิยามะ
เปิดในปี 2011 เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีการเปิดให้บริการของรถไฟท่องเที่ยวซากาโนะ โดยจำลองวัดและศาลเจ้ารวมถึงทิวทัศน์เมืองเกียวโตอย่างประณีต เช่น วัดคิโยมิซุเดระ วัดคินคะคุจิ และเจดีย์ห้าชั้นของวัดโทจิ แล้วให้รถไฟจำลองวิ่งผ่านภายในฉากเหล่านั้น
รถไฟจำลองอย่างชินคันเซ็นและรถด่วนที่วิ่งบนราง สามารถควบคุมได้ด้วยมาสเตอร์คอนโทรลเลอร์แบบเดียวกับห้องขับจริง

เมืองจำลองเสมือนจริงที่มีรถไฟหลากหลายขบวนวิ่งผ่านอย่างมีชีวิตชีวา!
เมืองจำลองเสมือนจริงที่มีรถไฟหลากหลายขบวนวิ่งผ่านอย่างมีชีวิตชีวา!

14. สวนอุเมะโคจิ

สวนสาธารณะกลางเมืองที่แม้อยู่ในระยะเดินจากสถานี JR เกียวโต แต่ก็เต็มไปด้วยสนามหญ้าและต้นไม้ ให้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด
บริเวณ “ลานซูซากุยูเมะ” ใจกลางสวน มีทั้งสไลเดอร์ลูกกลิ้งสูง 14 เมตรและจังเกิลยิมขนาดใหญ่ ช่วยกระตุ้นจินตนาการในการเล่นของเด็กๆ
ส่วนสนามหญ้ากว้างก็เหมาะกับการปิกนิก และเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวต่างๆ มาใช้เวลาในแบบของตัวเองอย่างผ่อนคลาย

พื้นที่สถานีขนส่งสินค้าเดิมที่เปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะผสมผสานธรรมชาติและการเล่น
พื้นที่สถานีขนส่งสินค้าเดิมที่เปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะผสมผสานธรรมชาติและการเล่น

15. ตลาดนิชิกิ

ตลาดนิชิกิตั้งอยู่บนถนนนิชิโคจิโดริ ทางเหนือของถนนสายหลักชิโจโดริของเกียวโต จุดเริ่มต้นของตลาดแห่งนี้มาจากการที่ร้านปลาที่นี่รุ่งเรือง และในปี 1615 ได้รับการรับรองจากรัฐบาลโชกุนเอโดะ จนนำไปสู่การพัฒนาที่มากยิ่งขึ้น
ถนนอาเขตยาวประมาณ 390 เมตรแห่งนี้มีร้านค้าราว 130 ร้านเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง ภายในมีอาหารเกียวโตให้เลือกชิมมากมายจนเลือกแทบไม่ถูก เช่น โดนัทนมถั่วเหลือง มันจูฟุนามะ เทมปุระคามาโบโกะ และครีมโคร็อกเกะยูบะ

รวมวัตถุดิบสไตล์เกียวโตไว้อย่างครบถ้วน! ตลาดที่สนับสนุนอาหารเกียวโตมายาวนานกว่า 400 ปี
รวมวัตถุดิบสไตล์เกียวโตไว้อย่างครบถ้วน! ตลาดที่สนับสนุนอาหารเกียวโตมายาวนานกว่า 400 ปี

16. นีเด็ค เกียวโตทาวเวอร์

หอคอยที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าทันทีเมื่อออกจากประตูตรวจตั๋วของสถานีเกียวโต สร้างขึ้นโดยมีภาพลักษณ์เป็นประภาคารที่ส่องแสงให้เมืองเกียวโต และมีความสูง 131 เมตร เป็นอาคารที่สูงที่สุดในเขตเมืองเกียวโต
นับตั้งแต่เปิดในปี 1964 มีผู้มาเยือนมากกว่า 32 ล้านคน
จากห้องชมวิวที่ความสูง 100 เมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเกียวโตได้โดยรอบ และในวันที่อากาศดี ยังสามารถมองเห็นโอซาก้าได้ผ่านกล้องส่องทางไกลที่ให้ใช้ฟรี

แลนด์มาร์กของเกียวโตที่รวบรวมเสน่ห์ของเมืองนี้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม
แลนด์มาร์กของเกียวโตที่รวบรวมเสน่ห์ของเมืองนี้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม

17. แม่น้ำคาโมงาวะ

สำหรับคนที่สงสัยว่าแม้จะเขียนชื่อด้วยอักษรต่างรูปกัน ก็ยังหมายถึงแม่น้ำสายเดียวกันอยู่ นั่นคือแม่น้ำคาโมงาวะ ซึ่งมีต้นน้ำบริเวณใกล้ภูเขาซาจิกิงาดาเกะ ไหลผ่านกลางเมืองเกียวโตในแนวเหนือจรดใต้ ก่อนจะไปรวมกับแม่น้ำคัตสึระที่โทบะ
บริเวณใกล้ชิโจทางฝั่งตะวันออกคือกิอง ส่วนฝั่งตะวันตกคือคาวารามาจิ ซึ่งเป็นย่านคึกคักและศูนย์กลางการค้าของเกียวโต ทำให้ทิวทัศน์แถบนี้กลายเป็นภาพแทนของเมืองเกียวโต
ริมตลิ่งเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของผู้คน และสมกับชื่อคาโมงาวะที่สามารถพบเป็ดป่าหลายชนิด เช่น เป็ดมัลลาร์ด เป็ดคารุกาโมะ และเป็ดหางแหลม รวมถึงนกป่าอื่นๆ อย่างนกกระสาและนกกาน้ำ

ทิวทัศน์เมืองที่แผ่ขยายอยู่สองฝั่งแม่น้ำ คือภาพแทนของเกียวโต
ทิวทัศน์เมืองที่แผ่ขยายอยู่สองฝั่งแม่น้ำ คือภาพแทนของเกียวโต

18. สวนพฤกษศาสตร์เมืองอุจิ

สวนพฤกษศาสตร์ขนาดประมาณ 10 เฮกตาร์ที่แผ่กว้างอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอุจิ “ผืนพรมดอกไม้และสายน้ำ” ที่จัดไว้ด้านหน้าโถงทางเข้าเป็นแปลงดอกไม้สามมิติขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีความกว้าง 62 เมตร สูง 18 เมตร และเรียงรายด้วยกระถางปลูกรวม 3,675 ใบ
แปลงดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดลวดลายอันเกี่ยวข้องกับเมืองอุจิด้วยพืชตามฤดูกาลในสไตล์ภาพนิชิกิเอะนั้น ทั้งโดดเด่นและงดงามอย่างมาก

พักผ่อนท่ามกลางพืชพรรณกับแปลงดอกไม้สามมิติที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเรือนกระจกบรรยากาศแปลกตา
พักผ่อนท่ามกลางพืชพรรณกับแปลงดอกไม้สามมิติที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเรือนกระจกบรรยากาศแปลกตา

19. พิพิธภัณฑ์คันจิ

พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของญี่ปุ่นที่ให้เรียนรู้เรื่อง “คันจิ” ซึ่งรับเข้ามาจากจีนและพัฒนาต่อจนกลายเป็นวัฒนธรรมตัวอักษรเฉพาะของญี่ปุ่น ได้อย่างสนุกสนาน
ชั้น 2 มีมุมกิจกรรมให้ลองหลายแบบ เช่น เติมตัวคันจิให้ครบเป็นสำนวนสี่ตัวอักษร หรือแก้ปริศนาเกี่ยวกับชื่อปลาที่ใช้เป็นหน้าในซูชิ รวมแล้วมีลูกเล่นให้เรียนรู้คันจิผ่านการเล่นมากกว่า 20 จุด
ถ้วยชาขนาดยักษ์ที่ล้อมรอบด้วยตัวคันจิหมวดปลาเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม เพราะสามารถเข้าไปถ่ายภาพด้านในได้

พิพิธภัณฑ์ที่ให้เรียนรู้เรื่องคันจิอย่างสนุกสนาน
พิพิธภัณฑ์ที่ให้เรียนรู้เรื่องคันจิอย่างสนุกสนาน

20. สวนประวัติศาสตร์เมืองชาและอุจิ

สถานที่ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของชาอุจิ รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอุจิ เมืองที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งชาชั้นดี
ใน “โซน交流” จุดหลักคือ “ชะสึนะ” ซึ่งรวมพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร และร้านค้าเอาไว้ เพื่อบอกเล่าเสน่ห์ของชาอุจิและประวัติศาสตร์ของเมืองอุจิ
ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับชาให้ร่วมทุกวันอย่างหลากหลาย เช่น ประสบการณ์ทำมัทฉะด้วยการบดใบชาด้วยโม่หินด้วยตนเอง และเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างมัทฉะบดสดกับมัทฉะที่วางขายทั่วไป รวมถึงเวิร์กช็อปงานฝีมืออื่นๆ

จุดท่องเที่ยวที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของชาอุจิ
จุดท่องเที่ยวที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของชาอุจิ

21. ล่องเรือโฮสึกาวะ

ล่องเรือท้องแบนขนาดเล็กไปตามลำน้ำเชี่ยวของแม่น้ำโฮสึกาวะ ระยะประมาณ 16 กิโลเมตร จากคาเมโอกะถึงซากะอาราชิยามะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แม่น้ำสายนี้ไหลมาจากที่ราบสูงทัมบะ
เรือแต่ละลำมีนายท้ายผู้ชำนาญ 3 คนช่วยกันบังคับทิศทาง พาลอดผ่านช่องว่างระหว่างโขดหินและลงตามกระแสน้ำเชี่ยว เป็นการเดินทางทางเรือที่ทั้งสนุกและเร้าใจ
เดิมทีเส้นทางน้ำนี้ถูกเปิดขึ้นในช่วงต้นยุคเอโดะเพื่อขนส่งไม้ ฟืนถ่าน และผลิตผลจากแคว้นทัมบะเข้าสู่เกียวโต โดยระหว่างทางยังมีจุดที่กระแสน้ำแรงจนสาดกระเซ็นขึ้นสูงอีกด้วย

ล่องเรือสุดตื่นเต้นผ่านสายน้ำเชี่ยวของหุบเขาโฮสึเคียว
ล่องเรือสุดตื่นเต้นผ่านสายน้ำเชี่ยวของหุบเขาโฮสึเคียว

เดินทางพร้อมเด็กก็สะดวก พร้อมบริการครบครัน! 5 ที่พักแนะนำในเกียวโต

เราเลือกที่พักที่เหมาะจะใช้เป็นฐานสำหรับเที่ยวเกียวโตมาให้ โดยมีทั้งทำเลสะดวกและบริการที่เหมาะสำหรับผู้เดินทางพร้อมเด็ก
ทริปครอบครัวพ่อแม่ลูกมักมีหลายช่วงที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ การเลือกที่พักที่สบายและเหมาะกับการพักผ่อนจึงช่วยให้การเดินทางสนุกยิ่งขึ้น

1. เดอะ เวสทิน มิยาโกะ โฮเทล เกียวโต

โรงแรมหรูเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินสูงในย่านฮิงาชิยามะของเกียวโต นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1890 ก็เป็นโรงแรมที่เต็มไปด้วยเกียรติภูมิและประเพณีอันยาวนาน เคยต้อนรับบุคคลสำคัญจากหลายประเทศ เช่น ไอน์สไตน์ และเฮเลน เคลเลอร์
ในเดือนเมษายน ปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงครบรอบ 130 ปีของการก่อตั้ง โรงแรมได้เสร็จสิ้นการรีโนเวตครั้งใหญ่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE QUEEN OF ELEGANCE” และกลับมาในบรรยากาศหรูหรายิ่งกว่าเดิม
ห้องพักถูกลดจำนวนลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของก่อนปรับปรุง และขยายขนาดห้องเฉลี่ยจากประมาณ 35 ตารางเมตรเป็นประมาณ 50 ตารางเมตร การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของฮิงาชิยามะ และนอกหน้าต่างยังมีวิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล

หนึ่งในโรงแรมหรูชั้นนำของเกียวโตที่มีประวัติยาวนานเกิน 135 ปี
หนึ่งในโรงแรมหรูชั้นนำของเกียวโตที่มีประวัติยาวนานเกิน 135 ปี

2. วิลลาจ เกียวโต

โรงแรมที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีฮังคิวโอมิยะและสถานีเคฟุกุชิโจโอมิยะเพียงเดิน 2 นาที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวอาราชิยามะและเที่ยวในเมือง
ห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ห้องสไตล์ญี่ปุ่นดีไซน์กะทัดรัดไปจนถึงห้องสไตล์ญี่ปุ่น-ตะวันตกที่พักได้สูงสุด 6 คน ตอบโจทย์ความต้องการได้หลายรูปแบบ อีกหนึ่งจุดเด่นคือมีห้องอาบน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้ยืดขาได้อย่างสบาย
ภายในโรงแรมยังมอบประสบการณ์และบริการที่ให้สัมผัสความเป็นเกียวโตได้ แม้อยู่ในโรงแรม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สนุกกับเกียวโตผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า”

ที่พักต้อนรับอบอุ่นภายใต้คอนเซ็ปต์ “สนุกกับเกียวโตผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า”
ที่พักต้อนรับอบอุ่นภายใต้คอนเซ็ปต์ “สนุกกับเกียวโตผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า”

3. ครอส โฮเทล เกียวโต

โรงแรมที่ตั้งอยู่บนถนนเรียวมะโดริ โดยถอยเข้าไปจากย่านคาวารามาจิซันโจเพียงหนึ่งถนน
โรงแรมมอบบริการที่น่าพึงพอใจภายใต้คอนเซ็ปต์ “Casual Luxury” และยังเดินไปแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้งอย่างคาวารามาจิและกิอง รวมถึงสถานีรถไฟได้อย่างสะดวก จึงเหมาะกับการเดินทางในเกียวโตอย่างมาก
ห้องพักมีให้เลือก 4 ประเภท ตั้งแต่มาตรฐานจนถึงสวีต ทุกห้องมีห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ และพื้นที่ล้างหน้าแบบแยกเป็นสัดส่วน
ภายในใช้วัสดุที่ให้ภาพลักษณ์แบบญี่ปุ่น เช่น ไม้และกระดาษวาชิ ทำให้พื้นที่ดูใช้งานสะดวกแต่ยังอบอุ่นและสงบผ่อนคลาย

โรงแรมสไตล์ “Casual Luxury” ที่ทั้งใช้งานสะดวกและให้บรรยากาศสงบผ่อนคลาย
โรงแรมสไตล์ “Casual Luxury” ที่ทั้งใช้งานสะดวกและให้บรรยากาศสงบผ่อนคลาย

4. โรงแรมเกียวโตทาวเวอร์

โรงแรมภายในอาคารเกียวโตทาวเวอร์บิลดิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ใต้หอคอย “นีเด็ค เกียวโตทาวเวอร์” ที่ยืนเด่นอยู่ตรงหน้าสถานี JR เกียวโต รอต้อนรับผู้มาเยือนที่ประตูสู่เมืองเกียวโต
ไม่เพียงเชื่อมตรงกับสถานีเกียวโตผ่านทางใต้ดินเท่านั้น แต่ยังเดินไปสถานีขนส่งรถบัสได้ในเวลาอันสั้น อีกทั้งวัดฮิงาชิฮงกันจิและนิชิฮงกันจิก็อยู่ในระยะเดินถึง จึงเหมาะมากสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวเกียวโต
ห้องพักมีหลายแบบให้เลือกตามจำนวนผู้เข้าพักและวัตถุประสงค์ เช่น ห้องซิงเกิลสำหรับเดินทางคนเดียวหรือทริปธุรกิจ ห้องคอร์เนอร์ทวินที่มองเห็นสถานีเกียวโต และห้องดีลักซ์แฟมิลีที่รองรับได้สูงสุด 8 คน

โรงแรมที่ให้คุณพักอยู่ใต้แลนด์มาร์กของเกียวโตอย่าง “นีเด็ค เกียวโตทาวเวอร์”
โรงแรมที่ให้คุณพักอยู่ใต้แลนด์มาร์กของเกียวโตอย่าง “นีเด็ค เกียวโตทาวเวอร์”

5. GOOD NATURE HOTEL KYOTO

ตั้งอยู่ห่างจากสถานีเกียวโตคาวารามาจิเพียงเดิน 2 นาที เป็นทำเลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวเกียวโต
โรงแรมยึดคอนเซ็ปต์ “เพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ดีต่อกายและใจ พร้อมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” และใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ทั่วทั้งอาคาร
ตัวอาคารผ่านมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ส่วนห้องพักก็เป็นพื้นที่สะอาดและปลอดภัยด้วยการเคลือบป้องกันแบคทีเรียและไวรัส
เมื่อก้าวเข้ามาในโรงแรม บริเวณล็อบบีก็มี “กำแพงสีเขียวขนาดใหญ่” ที่จำลองพืชพรรณของเกียวโต ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ทันที

การพักผ่อนที่สบายทั้งกายและใจ พร้อมใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมของโลก
การพักผ่อนที่สบายทั้งกายและใจ พร้อมใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมของโลก

ตัวอย่างคอร์สเที่ยว 3 วันในเกียวโตสำหรับครอบครัวพ่อแม่ลูก

ถ้ายังนึกภาพแผนเที่ยวไม่ออก ลองดูคอร์สตัวอย่าง 3 วันนี้เป็นแนวทางก่อนได้ โดยเน้นสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้ ทั้งในเมืองเกียวโต อาราชิยามะ และเมืองอุจิ ซึ่งเป็นย่านยอดนิยม
แผนนี้เที่ยววันละ 2 แห่ง โดยเลือกเฉพาะจุดที่เดินทางได้ด้วยรถไฟและการเดิน จึงมีเวลาค่อนข้างสบายและน่าจะช่วยลดความเหนื่อยจากการเดินทางได้
หากคุณวางแผนเที่ยวเกียวโตกับครอบครัว ลองใช้คอร์สนี้เป็นแนวทางดูได้เลย

วันที่ 1
สถานีเกียวโต→รถไฟซากาโนะ ทร็อกโกะ→สะพานโทเก็ตสึเคียว→อาราชิยามะ มังกี้พาร์ค อิวาตะยามะ→วิลลาจ เกียวโต
วันที่ 2
วิลลาจ เกียวโต→นินเทนโดมิวเซียม→พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเกียวโต→โรงแรมเกียวโตทาวเวอร์
วันที่ 3
โรงแรมเกียวโตทาวเวอร์→พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต→ตลาดนิชิกิ→สถานีเกียวโต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเกียวโตกับครอบครัวพ่อแม่ลูก

Q

ที่เกียวโตมีสถานที่ที่เด็กๆ ก็สนุกได้ไหม?

A

มีทั้งสถานที่พักผ่อนและธีมพาร์ก จึงสามารถเที่ยวกับเด็กๆ ได้อย่างสนุกสบาย

Q

ฤดูกาลไหนเหมาะสำหรับเที่ยวเกียวโตแบบพ่อแม่ลูก?

A

แนะนำฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามพอดี อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างสบายเมื่อเทียบกับฤดูกาลอื่นด้วย

บทสรุป

ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวเกียวโตแบบพ่อแม่ลูก บทความนี้ก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น โดยรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่ทั้งครอบครัวสนุกได้ไว้ด้วยกัน
ลองนำคอร์สตัวอย่างที่แนะนำไปปรับรวมกับศาลเจ้าหรือวัดที่อยากแวะ ก็จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับการออกเที่ยวในเกียวโตได้อย่างเต็มที่
ถ้าอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโตให้มากขึ้น ลองอ่านบทความด้านล่างต่อได้เลย