
หมดปัญหาหลงทาง! คู่มือการเดินทางในเกียวโต เที่ยวได้คุ้มและมีประสิทธิภาพ
เวลาเที่ยวเกียวโต หลายคนอาจกังวลเรื่องการเดินทางอยู่ไม่น้อย เพราะในเมืองมีทั้งรถไฟ รถบัส และรถไฟใต้ดินให้เลือกใช้
เกียวโตเองก็เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น และได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จึงอาจรู้สึกซับซ้อนสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคย แต่หากจำเฉพาะจุดสำคัญไว้ ก็ไม่น่ามีปัญหาเรื่องการเดินทางในเกียวโต
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิธีการเดินทางและเคล็ดลับที่ควรรู้ เพื่อเที่ยวจุดท่องเที่ยวหลักในเมืองเกียวโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า
หากใช้ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทาง คุณน่าจะเที่ยวในเมืองเกียวโตได้อย่างราบรื่น อย่าลืมนำไปใช้ประกอบการวางแผนทริปของคุณ
วิธีการเดินทางหลักสำหรับเที่ยวเกียวโต
ถ้าจะเที่ยวเกียวโตให้คล่อง วิธีเดินทางหลักที่ควรรู้มีอยู่ 2 อย่าง คือ รถบัสและรถไฟใต้ดิน
เพียงใช้ 2 อย่างนี้ก็สามารถเที่ยวจุดท่องเที่ยวสำคัญได้แล้ว ดังนั้นบทความนี้จะเน้นแนะนำวิธีเดินทางโดยใช้ทั้งสองแบบเป็นหลัก
รถบัส 2 ประเภทที่ควรใช้เมื่อเที่ยวในเมืองเกียวโต
เวลาเที่ยวในเกียวโต รถบัสที่มักได้ใช้บ่อยเป็นพิเศษคือ “รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต” และ “รถบัสเกียวโต”
หากใช้รถบัส 2 ประเภทนี้ ก็สามารถเที่ยวจุดท่องเที่ยวชื่อดังได้ครบ จึงควรรู้จักไว้ให้ดีในฐานะตัวเลือกการเดินทางหลัก
รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต เที่ยวจุดท่องเที่ยวดังได้สะดวก
“รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต” เป็นรถบัสที่วิ่งครอบคลุมทั่วเมืองเกียวโต
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเกียวโต เช่น วัดคินคะคุจิ และวัดคิโยมิสึเดระ สามารถเดินทางไปได้ด้วย “รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต” เกือบทั้งหมด
อาจพูดได้ว่า หากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวดัง ๆ ส่วนมากมักเดินทางไปได้ด้วย “รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต” แต่เนื่องจากมีหลายสายวิ่งปะปนกัน จึงควรระวังขึ้นรถผิดสาย
ความถี่ในการให้บริการช่วงเช้าถึงเย็นค่อนข้างสม่ำเสมอ อยู่ที่ 4–6 คันต่อชั่วโมง หรือประมาณ 1 คันทุก 10–15 นาที และหลายสายมีรถเที่ยวสุดท้ายในช่วง 22:00–23:00 ทั้งนี้โปรดตรวจสอบตามแต่ละสาย
โครงสร้างค่าโดยสารมี 2 แบบ คือ “เขตราคาเดียว = 230 เยน (เด็ก 120 เยน)” และ “เขตปรับราคา = เปลี่ยนตามระยะทาง” แต่สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในเขตราคาเดียวประมาณ 230 เยน
จุดสังเกตของ “รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต” คือภายนอกโทนสีเขียวอ่อน ควรจำไว้ให้ดี

หากเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ลองพิจารณาใช้ “รถบัสท่องเที่ยวด่วนพิเศษ”
ถ้าเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ “รถบัสท่องเที่ยวด่วนพิเศษ” ก็เป็นตัวเลือกที่น่าลอง
รถบัสประเภทนี้จอดน้อยกว่ารถบัสประจำทางทั่วไป จึงเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมได้รวดเร็วกว่า
ระยะเวลาเดินทางจากสถานีเกียวโตมีดังนี้
- ป้ายโกโจซากะ ซึ่งอยู่ใกล้วัดคิโยมิสึเดระที่สุด ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
- หากไปป้ายกิอง ซึ่งอยู่ใกล้ย่านกิองที่สุด จะใช้เวลาประมาณ 17 นาที
- ส่วนป้ายกิงคะคุจิมาเอะ ซึ่งอยู่ใกล้วัดกิงคะคุจิที่สุด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
แม้จะช่วยให้เดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ควรทราบว่าให้บริการเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วงโอบ้ง และช่วงปีใหม่เท่านั้น
นอกจากนี้ วิธีขึ้นรถยังต่างจากรถบัสประจำทางทั่วไป โดยให้ขึ้นทางประตูหน้า และลงทางประตูหลัง พร้อมชำระค่าโดยสารล่วงหน้า
ค่าโดยสารต่อ 1 เที่ยว ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน สามารถชำระด้วยเงินสดหรือบัตร IC สำหรับการเดินทางได้
หากใช้ “ตั๋วรถไฟใต้ดินและรถบัส 1 วัน” จะสามารถใช้รถบัสท่องเที่ยวด่วนพิเศษและรถไฟใต้ดินได้ไม่จำกัดตลอด 1 วัน ดังนั้นหากวางแผนเที่ยวหลายจุด ก็น่าพิจารณาใช้ตั๋วแบบ 1 วัน

รถบัสเกียวโต ตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวใช้ค่อนข้างน้อย
เช่นเดียวกับ “รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต” “รถบัสเกียวโต” ก็วิ่งครอบคลุมทั่วเมืองเกียวโตเช่นกัน
แม้ชื่อจะคล้ายกันมาก แต่ทั้งสองเป็นบริการของคนละบริษัท จึงไม่ควรสับสนกัน
“รถบัสเกียวโต” สามารถพาไปยังจุดท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนอยากเที่ยวลึกขึ้นอีกหน่อย เช่น ซังเซ็นอินมอนไซกิ, ซุซุมุชิเดระ และเกียวโตโอฮาระจากโคอิน
อย่างไรก็ตาม หลายช่วงเส้นทางมีรถวิ่งเพียงประมาณ 1 คันทุก 30 นาที–1 ชั่วโมง และเที่ยวสุดท้ายก็ค่อนข้างเร็ว จึงควรตรวจสอบตารางเวลาไว้ล่วงหน้า
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักใช้ “รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต” ทำให้ “รถบัสเกียวโต” มักไม่แน่นมาก เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเที่ยวแบบสบาย ๆ
นอกจากนี้ยังมีหลายจุดท่องเที่ยวที่มีป้ายจอดของทั้งสองบริษัท หากสามารถปรับเวลาได้ การใช้ “รถบัสเกียวโต” ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
“รถบัสเกียวโต” มีจุดเด่นคือภายนอกสีขาวครีมคาดเส้นสีแดง ดังนั้นจะแยกจาก “รถบัสเทศบาลเมืองเกียวโต” สีเขียวด้วยสีก็ได้เช่นกัน

วิธีขึ้นรถบัสและการชำระค่าโดยสารที่ควรรู้
ก่อนขึ้นรถบัสในเกียวโต มีจุดพื้นฐานที่ควรจำไว้สักเล็กน้อย
โดยทั่วไป รถบัสในเกียวโตจะขึ้นจากประตูหลัง และลงจากประตูหน้า พร้อมชำระค่าโดยสารตอนลง ควรจำไว้ให้ดี
ค่าโดยสารจะแสดงบนจอด้านหน้า โดยหลายสายที่วิ่งในใจกลางเมืองเกียวโตใช้ระบบราคาเดียว ส่วนบางสายในเขตชานเมืองจะคิดตามระยะทาง
วิธีชำระเงินหลักคือเงินสดและบัตร IC แต่ไม่ว่าจะใช้แบบใดก็ต้องรับบัตรหมายเลขตอนขึ้นรถในกรณีเงินสด หรือแตะบัตร IC ที่จุดที่กำหนด จึงควรระวังไว้
หากชำระด้วยเงินสด สามารถแลกเหรียญบนรถได้ แต่เพื่อให้ลงรถได้อย่างราบรื่น แนะนำให้เตรียมเหรียญไว้ล่วงหน้า
หากกังวลเรื่องการคำนวณค่าโดยสาร แนะนำให้ใช้บัตร IC ที่ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ
หากใช้ “ตั๋วรถไฟใต้ดินและรถบัส 1 วัน” ในการขึ้นครั้งแรกให้นำตั๋วใส่ช่องรับตั๋ว และตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป เพียงแสดงด้านที่มีการพิมพ์ให้พนักงานขับรถดูก็เพียงพอ
ตอนลงรถ อย่าลืมกดปุ่มลงรถ มิฉะนั้นรถอาจวิ่งผ่านป้ายได้

ข้อควรระวังเมื่อใช้รถบัส
เรื่องหนึ่งที่ควรเผื่อใจไว้เมื่อใช้รถบัสในเกียวโต คือความหนาแน่นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
เกียวโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ดังนั้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รถบัสอาจแน่นมาก ควรเผื่อเวลาไว้
โดยเฉพาะช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและนักเรียนทัศนศึกษา ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน 11 ถึงต้นเดือน 12 ของทุกปี มักมีผู้ใช้บริการหนาแน่นมาก
หากการจราจรติดขัดหรือภายในรถบัสแน่นมาก เวลาเดินทางอาจนานกว่าที่คาดไว้ และบางกรณีรถไฟอาจเร็วกว่า
ดังนั้น หากสภาพความหนาแน่นไม่เอื้อ ก็ควรพิจารณาใช้รถไฟควบคู่กับรถบัส

รถไฟใต้ดิน 2 สายที่ควรใช้เมื่อเที่ยวเกียวโต
แม้เครือข่ายรถไฟใต้ดินของเกียวโตจะไม่ได้ครอบคลุมกว้างเท่าโตเกียวหรือโอซาก้า แต่ก็ยังเป็นตัวช่วยสำคัญเวลาเที่ยวในเมือง
เนื่องจากใต้ดินของเกียวโตมีโบราณสถานและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมจำนวนมาก เครือข่ายรถไฟใต้ดินจึงไม่ได้ครอบคลุมมากเท่ามหานครอย่างโตเกียวหรือโอซาก้า
ถึงอย่างนั้น หากใช้รถบัสร่วมกับรถไฟใต้ดิน ก็ยังสามารถเที่ยวจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ
สำหรับการท่องเที่ยว ควรจำไว้ว่าเส้นหลักที่ใช้บ่อยคือสายคาราสุมะ ซึ่งวิ่งแนวเหนือ–ใต้ และสายโทไซ ซึ่งเชื่อมฝั่งตะวันออก–ตะวันตก
สายคาราสุมะ
ถ้าจะเริ่มทำความคุ้นเคยกับรถไฟใต้ดินเกียวโต สายคาราสุมะเป็นหนึ่งในเส้นที่ควรจำไว้ก่อน
สายคาราสุมะเป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินที่เชื่อม 15 สถานี ตั้งแต่สถานีโคคุไซไคคังถึงสถานีทาเคดะ
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่สามารถเดินจากสถานีของสายคาราสุมะไปถึงได้ มีดังนี้
สำหรับคนที่อยากวางแผนเที่ยวให้กว้างขึ้น หากใช้สายคาราสุมะร่วมกับรถบัส ก็ยังเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้อีกมากมาย
1. ศาลเจ้าคามิงาโมะ
ศาลเจ้าคามิงาโมะ (Kamigamo Jinja) หรือศาลเจ้าคาโมะวาเคอิคาซึจิ เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของเกียวโต เชื่อกันว่ามีจุดเริ่มต้นเมื่อเทพเจ้าประจำศาลเจ้า คาโมะวาเคอิคาซึจิโอโอคามิ เสด็จลงมายังภูเขาโคยามะทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอาคารหลัก และในปี 678 ตระกูลคาโมะซึ่งเป็นตระกูลผู้มีอำนาจท้องถิ่นได้สร้างศาลเจ้าขึ้น
ในอดีตศาลเจ้าแห่งนี้มีสถานะสูงมาก รองจากศาลเจ้าอิเสะ ปัจจุบันยังคงเป็นที่ศรัทธาในฐานะศาลเจ้าแห่งการปัดเป่าสิ่งไม่ดี คุ้มครองทิศทาง คุ้มครองด้านไฟฟ้า และขอชัยชนะ
ภายในบริเวณกว้างใหญ่ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติมีอาคารศาลเจ้ามากกว่า 60 หลัง โดย 2 หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ และ 41 หลังเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
เป็นจุดท่องเที่ยวที่เดินจากสถานีคิตายามะของสายคาราสุมะประมาณ 25 นาที

2. ถนนช้อปปิ้งตลาดนิชิกิ
ตลาดนิชิกิตั้งอยู่บนถนนนิชิโคจิโดริ ทางเหนือของถนนชิโจ ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเกียวโต
จุดเริ่มต้นของตลาดแห่งนี้มาจากการที่ร้านขายปลาในพื้นที่นี้รุ่งเรือง และได้รับการรับรองจากรัฐบาลโชกุนเอโดะในปี 1615 จนนำไปสู่การเติบโตยิ่งขึ้น
ตลาดนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “ครัวของเกียวโต” มีวัตถุดิบเรียงรายมากมาย เช่น ผักเกียวโต ปลาน้ำจืดจากทะเลสาบบิวะ ปลาไพก์คองเกอร์ ปลากุจิ ปลาซาซะคาเรอิ ยูบะ นามะฟุ และผักดอง วัตถุดิบเฉพาะแบบเกียวโตแทบทั้งหมดหาซื้อได้ที่นี่
เดินจากสถานีชิโจของสายคาราสุมะประมาณ 3 นาที

3. พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเกียวโต
สถานที่ด้านวัฒนธรรมมังงะแบบครบวงจรแห่งแรกของญี่ปุ่น เปิดให้บริการในปี 2006
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดำเนินงานในฐานะสถานที่ที่มีทั้งบทบาทของพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม จัดเก็บ และเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับมังงะ ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากทั่วโลก รวมถึงศึกษาวิจัยด้านวัฒนธรรม และจัดนิทรรศการกับกิจกรรมต่าง ๆ บนพื้นฐานของข้อมูลเหล่านั้น
เดินจากสถานีคาราสุมะโออิเคะของสายคาราสุมะประมาณ 2 นาที

สายโทไซ
อีกสายที่ใช้เที่ยวได้สะดวกคือสายโทไซ โดยเฉพาะเมื่อจะเดินทางฝั่งตะวันออก–ตะวันตกของเมือง
สายโทไซเป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินที่เชื่อม 17 สถานี ตั้งแต่สถานีโรคุจิโซถึงสถานีอุซึมาสะเท็นจิงาวะ
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังตามแนวสายโทไซมีดังนี้
1. ปราสาทนิโจ
ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) สร้างเสร็จในปี 1603 โดยโทกุงาวะ อิเอยาสุ ผู้รวบรวมแผ่นดินสำเร็จหลังชนะศึกเซกิงาฮาระในปี 1600 เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นในเกียวโต
เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 410 ปี ในฐานะปราสาทใจกลางเมืองหลวงเก่า
ในปี 1994 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก ในฐานะหนึ่งใน “โบราณสถานทางวัฒนธรรมแห่งเกียวโตโบราณ”
เดินจากสถานีนิโจโจมาเอะของสายโทไซ 1 นาที

2. หมู่บ้านภาพยนตร์อุซึมาสะ
ธีมพาร์กภาพยนตร์ชื่อดังของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านอุซึมาสะของเกียวโต
มีชื่อเสียงจากการเปิดให้ชมฉากถ่ายทำละครย้อนยุค และหากเปลี่ยนชุดเป็นตัวละครจากละครย้อนยุคแล้วเดินเล่นในพาร์ก ก็จะยิ่งได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นในอดีตมากขึ้น
ความสนุกไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ภายในยังมีเครื่องเล่นและกิจกรรมอีกมาก เช่น บ้านนินจากลไก บ้านผีสิง และเขาวงกตสามมิติ รวมถึงเครื่องเล่นที่ให้คุณเข้าไปอยู่ในเอนทรีปลั๊กของเอวานเกเลียนหมายเลข 1 ได้ ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของโลก
เดินจากสถานีอุซึมาสะเท็นจิงาวะของสายโทไซ 12 นาที

3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองเกียวโต เคียวเซร่า
ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะเกียวโตเพื่อรำลึกพิธีไทเร” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะสาธารณะขนาดใหญ่แห่งที่ 2 ของญี่ปุ่น
ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองเกียวโต” และในฤดูใบไม้ผลิปี 2020 ได้รีโนเวตและเปิดใหม่โดยใช้ชื่อเรียกทั่วไปว่า “พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองเกียวโต เคียวเซร่า”
ที่นี่เก็บสะสมผลงานมากกว่า 3,800 ชิ้น โดยเน้นผลงานจากวงการจิตรกรรมเกียวโตสมัยใหม่ รวมถึงภาพวาดญี่ปุ่น จิตรกรรมตะวันตก ประติมากรรม ภาพพิมพ์ งานหัตถกรรม และงานคัดอักษร
เดินจากสถานีซันโจเคฮังของสายโทไซประมาณ 16 นาที

หากใช้ทั้งรถไฟใต้ดินและรถบัส แนะนำ “ตั๋วรถไฟใต้ดินและรถบัส 1 วัน”
ถ้าวางแผนสลับใช้ทั้งรถไฟใต้ดินและรถบัสในวันเดียว ตั๋ว “ตั๋วรถไฟใต้ดินและรถบัส 1 วัน” ถือว่าน่าใช้งานมาก
ใช้ขึ้นได้ไม่จำกัดตลอดวัน และขอบเขตการใช้งานครอบคลุม “รถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองเกียวโตและรถบัสทุกสาย” รวมถึง “รถบัสเกียวโต รถบัสเคฮัง และรถบัส JR ฝั่งตะวันตกบางส่วน” จึงครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมด
หากวางแผนใช้รถไฟใต้ดินและรถบัสร่วมกันอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยลดเวลาเดินทาง ทำให้เที่ยวได้ทั้งคุ้มและสบายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือสามารถรับส่วนลดและสิทธิพิเศษได้ที่สถานที่ต่าง ๆ ราว 50 แห่งในเมืองเกียวโต เช่น ศาลเจ้า วัด และร้านอาหาร
สามารถซื้อได้ที่ศูนย์ข้อมูลรถบัสหน้าสถานีเกียวโต โคโตชิกะเกียวโตในสถานีรถไฟใต้ดินเกียวโต ภายในสถานีคาราสุมะโออิเคะ เป็นต้น ราคา ผู้ใหญ่ 1,100 เยน และเด็ก 550 เยน

หากจะไปอาราชิยามะ แนะนำให้ใช้ JR
แม้หลายจุดในเกียวโตจะไปได้สะดวกด้วยรถไฟใต้ดินและรถบัส แต่ก็มีบางพื้นที่ที่ใช้ JR แล้วคล่องตัวกว่าชัดเจน
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ “อาราชิยามะ” โดยหากนั่งสาย JR ซากาโนะจากสถานีเกียวโต จะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ซึ่งราวครึ่งหนึ่งของเวลาที่ใช้เมื่อเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินและรถบัส
หากจะเที่ยว “อาราชิยามะ” แนะนำให้ใช้ JR

การเดินทางจากเกียวโตไปโอซาก้าและนารา
ถ้ามีแผนเที่ยวต่อไปโอซาก้าหรือนาราด้วย ลองดูเวลาเดินทางจาก “สถานี JR เกียวโต” แบบคร่าว ๆ ได้จากข้อมูลด้านล่าง
| จุดหมาย | ชื่อสาย | ระยะเวลาเดินทาง | ค่าโดยสาร (เที่ยวเดียว) |
|---|---|---|---|
| สถานีโอซาก้า | สาย JR เกียวโต รถด่วนพิเศษสายใหม่เร็วพิเศษ | ประมาณ 30 นาที | 580 เยน |
| สถานีชินโอซาก้า | รถไฟชินคันเซ็นสายโทไกโดของ JR | ประมาณ 15 นาที | 1,450 เยน |
| สถานีนารา | JR มิยาโคจิ Rapid | ประมาณ 45 นาที | 720 เยน |
ดังที่เห็นด้านบน ทุกเส้นทางสามารถเดินทางถึงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน และใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
นอกจากนี้ สถานีชินโอซาก้ายังสามารถเดินทางด้วยสายเกียวโต รถด่วนพิเศษสายใหม่เร็วพิเศษได้เช่นกัน โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที ค่าโดยสาร 580 เยน ดังนั้นควรเลือกตามเวลาและงบประมาณที่เหมาะกับคุณ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีการเดินทางในเกียวโต
Q
มีตั๋วเดินทางแบบคุ้มค่าที่ควรใช้เมื่อเที่ยวเกียวโตหรือไม่?
แนะนำ “ตั๋วรถไฟใต้ดินและรถบัส 1 วัน” ซึ่งสามารถใช้รถไฟใต้ดินและรถบัสในเกียวโตได้ไม่จำกัดตลอด 1 วัน
Q
เที่ยวเกียวโตโดยใช้แค่รถบัสอย่างเดียวได้ไหม?
แม้จะใช้เพียงรถบัสก็สามารถเที่ยวจุดท่องเที่ยวหลักได้ แต่หากใช้รถไฟใต้ดินร่วมด้วย จะช่วยให้เดินทางเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บทสรุป
มาถึงตรงนี้ คุณน่าจะพอเห็นภาพแล้วว่าการเดินทางในเกียวโตควรเริ่มดูจากอะไรบ้าง ทั้งวิธีเดินทางหลัก จุดสำคัญในการใช้งาน และตั๋วแบบคุ้มค่า
หากอ้างอิงข้อมูลและเคล็ดลับที่แนะนำในบทความนี้ แม้จะเป็นการมาเที่ยวเกียวโตครั้งแรก ก็น่าจะเดินทางได้อย่างราบรื่น
เพื่อให้ทริปเกียวโตของคุณสนุกยิ่งขึ้น อย่าลืมดูบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารดังที่รวบรวมไว้ด้านล่างนี้ด้วย
