【คอร์สตัวอย่างเที่ยวเมืองนาโกย่า 2 วัน 1 คืน】สนุกกับอาหารนาโกย่าและเมืองประวัติศาสตร์! ทริปนาโกย่าสุดคึกคัก

【คอร์สตัวอย่างเที่ยวเมืองนาโกย่า 2 วัน 1 คืน】สนุกกับอาหารนาโกย่าและเมืองประวัติศาสตร์! ทริปนาโกย่าสุดคึกคัก

อัปเดต :
เขียนโดย:  mizutama_renga
ตรวจสอบโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากเที่ยวเมืองที่ทั้งคึกคัก เดินทางสะดวก และมีของอร่อยประจำถิ่นให้ตามชิม นาโกย่าก็เป็นอีกจุดหมายที่ชวนแวะมาใช้เวลา
ที่นี่เป็นเมืองอุตสาหกรรมการผลิตชั้นนำของญี่ปุ่นที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสน่ห์จากวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์และทิวทัศน์เมืองที่มีชีวิตชีวา ทั้งปราสาทนาโกย่าที่โด่งดังจากปลาชาจิโฮโกะสีทอง และศาลเจ้าอัตสึตะที่ประดิษฐานหนึ่งในสามสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น ก็ล้วนเป็นจุดเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายกระจายอยู่ทั่วเมือง เช่น พิพิธภัณฑ์รถไฟลิเนียร์และรถไฟที่ได้รับความนิยมในหมู่แฟนรถไฟ
คอร์สตัวอย่างนี้จะพาคุณลิ้มลองอาหารนาโกย่า เดินเล่นในย่านคึกคัก และในวันถัดไปเที่ยวชมปราสาทกับสวนเพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในทริป 2 วัน 1 คืน ยิ่งเดินก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ความเป็นนาโกย่าได้ชัดขึ้น ลองใช้เส้นทางนี้วางแผนเที่ยวกันดูได้เลย

Day1|1 วันเต็มกับอาหารนาโกย่าและย่านคึกคัก

เริ่มต้นทริปกันที่สถานี JR นาโกย่า แล้วค่อย ๆ เดินผ่านย่านหน้าสถานีที่เต็มไปด้วยตึกสูงเข้าสู่ตัวเมืองที่มีชีวิตชีวา
ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็จะถึง “ป่านอริตาเกะ (Noritake no Mori)” พื้นที่สีเขียวอุดมสมบูรณ์ที่แผ่กว้าง แม้อยู่ใจกลางเมืองก็ยังให้บรรยากาศผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

เดินเล่นที่ “ป่านอริตาเกะ” สัมผัสประวัติศาสตร์และปัจจุบันของงานการผลิตแห่งนาโกย่า

จุดหมายแรกคือ “ป่านอริตาเกะ (Noritake no Mori)” สถานที่ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งกำเนิดของแบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารตะวันตกระดับโลก ภายในพื้นที่มีทั้งร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ เป็นพื้นที่ที่ทำให้สัมผัสได้ทั้งประวัติศาสตร์และปัจจุบันของงานการผลิตในนาโกย่า

อาคารอิฐแดงที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1904 เป็นโรงงานแห่งแรกของบริษัทนิปปงโทกิ โกเมไกฉะ ซึ่งปัจจุบันคือบริษัท Noritake Company Limited และถือเป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้นการผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารตะวันตกในญี่ปุ่น ที่พิพิธภัณฑ์น อริตาเกะภายในคราฟต์เซ็นเตอร์ คุณสามารถชมผลงานล้ำค่าอย่าง “โอลด์นอริตาเกะ” รวมถึงดูขั้นตอนการผลิตโบนไชน่าและการเพนต์ลวดลายโดยช่างฝีมือ เพื่อสัมผัสทั้งอดีตและปัจจุบันของงานผลิตได้อย่างใกล้ชิด
หลังจากเดินเล่นแล้ว แวะเลือกซื้อชุดจานชาม ของใช้ในครัว หรือของจุกจิกเป็นรางวัลให้ตัวเองที่ร้านค้าก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ

อาคารโรงงานเก่าก่ออิฐแดงชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์
อาคารโรงงานเก่าก่ออิฐแดงชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์
“พิพิธภัณฑ์นอริตาเกะ” จัดแสดงผลงานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย
“พิพิธภัณฑ์นอริตาเกะ” จัดแสดงผลงานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย

มื้อกลางวันแบบคลาสสิกที่ “มารุยะฮงเท็น สาขาเมเอกิ 3 โจเมะ” กับฮิตสึมาบุชิเมนูขึ้นชื่อของนาโกย่า

หลังสัมผัสประวัติศาสตร์งานการผลิตของนาโกย่าแล้ว เดินต่อประมาณ 15 นาทีไปยัง “มารุยะฮงเท็น สาขาเมเอกิ 3 โจเมะ (Maruya Honten Meieki 3-chome)” ร้านเฉพาะทางฮิตสึมาบุชิที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีนาโกย่า เหมาะสำหรับแวะพักมื้อกลางวัน

เมนูเด่นของร้านคือฮิตสึมาบุชิที่ใช้อุนางิย่างหอมบนถ่านบินโจตัน และข้าวญี่ปุ่นในประเทศ 100% ซอสรสหวานที่ทำจากทามาริโชยุแบบดั้งเดิมช่วยขับรสชาติความอร่อยของปลาไหลได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งความสนุกคือการกินได้ 3 แบบ เริ่มจากชิมแบบดั้งเดิม ต่อด้วยใส่เครื่องเคียง และปิดท้ายด้วยการราดน้ำซุปแบบข้าวแช่ชา เพลิดเพลินกับอาหารขึ้นชื่อของนาโกย่าได้เต็มอิ่มในช่วงมื้อกลางวัน

เมนูซิกเนเจอร์ “โจฮิโตะมาบุชิ” เสิร์ฟพร้อมซุปและผักดอง
เมนูซิกเนเจอร์ “โจฮิโตะมาบุชิ” เสิร์ฟพร้อมซุปและผักดอง
มีทั้งโต๊ะที่นั่ง ห้องกึ่งส่วนตัว และที่นั่งเคาน์เตอร์ จึงเข้าได้สะดวกแม้มาคนเดียว
มีทั้งโต๊ะที่นั่ง ห้องกึ่งส่วนตัว และที่นั่งเคาน์เตอร์ จึงเข้าได้สะดวกแม้มาคนเดียว

สักการะ “โอสุคันนง” วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้า

หลังอิ่มทั้งท้องและใจจากอาหารขึ้นชื่อของนาโกย่าแล้ว นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีนาโกย่าไปยังสถานีโอสุคันนง เพื่อเยี่ยมชม “โอสุคันนง (Osu Kannon)” วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้า

ที่นี่เป็นวัดสำคัญของนิกายชินงงชิซัง และเป็นวัดประวัติศาสตร์ที่ย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันตามคำสั่งของโทกุงาวะ อิเอยาสุ องค์เจ้าแม่กวนอิมประจำวัดยังได้รับการนับรวมร่วมกับอาซากุสะคันนงแห่งโตเกียว และสึคันนงแห่งมิเอะ ว่าเป็นหนึ่งใน “สามคันนงใหญ่ของญี่ปุ่น”
ผ่านประตูนิโอมนที่มีรูปปั้นนิโอผู้ทรงพลังประดิษฐานอยู่ทั้งสองฝั่งเข้าสู่เขตวัด แล้วค่อย ๆ ยกมือไหว้ต่อหน้าเจ้าแม่กวนอิมในพระอุโบสถอย่างสงบใจ

วัดแห่งนี้มีต้นกำเนิดจากเมืองฮาชิมะ จังหวัดกิฟุ และมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “คิตาโนะซัง ชินปุกุจิ โฮโชอิน”
วัดแห่งนี้มีต้นกำเนิดจากเมืองฮาชิมะ จังหวัดกิฟุ และมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “คิตาโนะซัง ชินปุกุจิ โฮโชอิน”

เดินเล่น “ย่านการค้าโอสุ” พื้นที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของนาโกย่าที่เต็มไปด้วยร้านค้าสุดมีเอกลักษณ์

หลังสักการะเสร็จแล้ว เดินต่อไปยัง “ย่านการค้าโอสุ (Osu Shotengai)” ที่แผ่ขยายอยู่ทางฝั่งตะวันออกทันที ออกสำรวจย่านคึกคักที่เติบโตมาจากเมืองหน้าวัดแห่งนี้

ย่านการค้าโอสุเป็นย่านช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่สุดของนาโกย่า ครอบคลุมพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยถนนอย่างวากามิยะโอโดริและฟุชิมิโดริ มีร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกประมาณ 1,200 แห่ง ทั้งร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้ามือสอง ร้านของจุกจิก และร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า แค่เดินเล่นก็สัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวา
ที่นี่ผสมผสานทั้งร้านเก่าแก่และร้านใหม่ ๆ เข้าด้วยกัน เต็มไปด้วยวัยรุ่นที่มาเดินกินของอร่อยและนักช้อป คุณจึงสามารถลองชิมอาหารเทรนด์ใหม่หรือแวะดูร้านที่สนใจได้แบบสบาย ๆ ตามใจชอบ

ย่านการค้าขนาดใหญ่ที่สุดในนาโกย่าที่เติบโตมาจากเมืองหน้าวัดโอสุคันนง
ย่านการค้าขนาดใหญ่ที่สุดในนาโกย่าที่เติบโตมาจากเมืองหน้าวัดโอสุคันนง

พักเหนื่อยกับขนมญี่ปุ่นและของหวานที่ “โอสุโทกุงาวะอัน” ลิ้มลองรสชาติแบบนาโกย่า

หลังเดินเล่นในย่านการค้าแล้ว ลองแวะ “โอสุโทกุงาวะอัน (Osu Tokugawaan)” ร้านขนมหวานที่ตั้งอยู่ในโอสุ เมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลโทกุงาวะ และขึ้นชื่อเรื่องโมจิทำสด

โมจิของร้านทำตามออร์เดอร์ จึงได้เนื้อสัมผัสนุ่มและเหนียวหนึบ มีทั้งไส้ถั่วแดงบดหยาบและถั่วแดงบดละเอียดแบบจำกัดวันละ 10 ชุด รวมถึงเมนูอย่างโมจิย่างอิโซเบะและโมจิราดโชยุผสมหัวไชเท้าขูด เลือกจับคู่รสชาติที่ชอบ แล้วเพลิดเพลินกับโมจิทำสดระหว่างเดินเที่ยวกันได้เลย

เพิ่มท็อปปิ้งเพื่อสนุกกับรสชาติที่หลากหลายได้
เพิ่มท็อปปิ้งเพื่อสนุกกับรสชาติที่หลากหลายได้

สัมผัสความคึกคักของย่านซาคาเอะที่ “SUNSHINE SAKAE” ศูนย์รวมช้อปปิ้งและความบันเทิง

หลังเพลิดเพลินกับย่านการค้าใหญ่ที่สุดของนาโกย่าแล้ว กลับไปที่สถานีโอสุคันนงและนั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานีซาคาเอะ จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง “SUNSHINE SAKAE” ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีเพียงไม่กี่ก้าว

ที่นี่เป็นอาคารคอมเพล็กซ์ที่มีชิงช้าสวรรค์ “Sky-Boat” ติดอยู่บนผนังอาคารอย่างโดดเด่น และถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของย่านซาคาเอะ หากขึ้นกระเช้าแบบใส ก็สามารถชมวิวเมืองแบบพาโนรามาจากความสูงประมาณ 52 เมตรได้ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่มักมองเห็นการประดับไฟของ Chubu Electric Power MIRAI TOWER และ Oasis 21 ได้อย่างสวยงาม ให้บรรยากาศต่างจากตอนกลางวันอย่างชัดเจน หากมีเวลา แนะนำให้ลองแวะเช่นกัน
ภายในอาคารมีทั้งคาเฟ่ ร้านค้า และสถานบันเทิงต่าง ๆ บรรยากาศคึกคัก เหมาะสำหรับสนุกกับการช้อปปิ้งและความบันเทิง พร้อมสัมผัสพลังของย่านซาคาเอะไปพร้อมกัน

อาคารคอมเพล็กซ์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนนิชิกิโดริ ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนสายหลักของนาโกย่า
อาคารคอมเพล็กซ์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนนิชิกิโดริ ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนสายหลักของนาโกย่า

เดินเล่นที่สวนสาธารณะกลางเมือง “Hisaya-Odori Park” ใจกลางนาโกย่า

จุดหมายถัดไปคือ “Hisaya-Odori Park” ซึ่งอยู่ห่างจาก SUNSHINE SAKAE โดยเดินประมาณ 5 นาที เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองที่ใช้พื้นที่แนวกลางของถนนฮิซายะโอโดริ และทอดยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร

ภายในมีทั้งสนามหญ้าและทางเดินร่มรื่น เต็มไปด้วยบรรยากาศเปิดโล่งแม้อยู่กลางเมือง ในสวนยังมีร้านอาหารและร้านค้ากระจายอยู่เป็นระยะ เสน่ห์ของที่นี่คือสามารถเพลิดเพลินกับทั้งความคึกคักของเมืองและทิวทัศน์สีเขียวได้พร้อมกัน บริเวณเชิงของ Chubu Electric Power MIRAI TOWER ยังมีมุมที่เงาสะท้อนของหอคอยบนผืนน้ำดูสวยเหมาะแก่การถ่ายภาพ เดินเล่นเพลิน ๆ ก่อนมื้อเย็นก็เข้าทีไม่น้อย

สวนแห่งนี้แบ่งออกเป็น 4 โซนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน
สวนแห่งนี้แบ่งออกเป็น 4 โซนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน
ใน ZONE 1 ที่มีสนามหญ้า 2 แห่ง ยังมีผู้คนมาปิกนิกกันด้วย
ใน ZONE 1 ที่มีสนามหญ้า 2 แห่ง ยังมีผู้คนมาปิกนิกกันด้วย

ลิ้มรสปีกไก่ทอดเมนูดังของนาโกย่าที่ “Sekai no Yamachan สาขาใหญ่”

ถึงเวลามื้อเย็นที่หลายคนรอคอย จาก Hisaya-Odori Park เดินประมาณ 10 นาทีไปยัง “Sekai no Yamachan สาขาใหญ่ (Sekai no Yamachan Honten)”

เมนูขึ้นชื่อของร้านคือ “ปีกไก่ในตำนาน” ที่ทอดใหม่ ๆ แล้วคลุกด้วยซอสสูตรลับและพริกไทยรสจัดจ้าน กรอบนอกชุ่มฉ่ำข้างในจนหยุดกินแทบไม่ได้ แถมยังเข้ากันดีกับเบียร์อย่างมาก ภายในร้านบรรยากาศคึกคัก ทำให้ได้สนุกกับค่ำคืนแบบนาโกย่าอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีเมนูดังของท้องถิ่นอย่างโดะเตะนิและมิโซะคุชิคัตสึให้เลือก จึงเป็นอีกจุดที่ได้ชิมอาหารพื้นเมืองหลายอย่างในคราวเดียว เพลิดเพลินกับกูร์เมต์ประจำถิ่นของนาโกย่าได้อย่างจุใจ

เมนูดัง “ปีกไก่ในตำนาน” ที่ชวนให้ติดใจไม่รู้ลืม ในภาพคือ 100 ชิ้น หรือ 20 ที่
เมนูดัง “ปีกไก่ในตำนาน” ที่ชวนให้ติดใจไม่รู้ลืม ในภาพคือ 100 ชิ้น หรือ 20 ที่
มองหามาสคอตประจำร้าน “โทริโอะโตโกะ” ได้เลย
มองหามาสคอตประจำร้าน “โทริโอะโตโกะ” ได้เลย

ชมวิวกลางคืนของนาโกย่าจาก “Chubu Electric Power MIRAI TOWER” หอคอยสัญลักษณ์ของเมือง

หลังอิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นของนาโกย่าแล้ว ลองเดินเล่นยามค่ำต่ออีกสักหน่อย แล้วค่อยมุ่งหน้าไปยัง “Chubu Electric Power MIRAI TOWER” หอคอยสัญลักษณ์ของนาโกย่าที่เดิมสร้างขึ้นในชื่อหอส่งสัญญาณโทรทัศน์นาโกย่า

จากจุดชมวิวในร่ม “Sky Deck” ที่ความสูง 90 เมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองยามค่ำคืนที่ส่องประกายได้แบบพาโนรามา ภาพสะท้อนของแสงไฟบนกระจกทั้งเหนือศีรษะและใต้เท้าช่วยสร้างบรรยากาศชวนฝัน อีกทั้งที่จุดชมวิวกลางแจ้ง “Sky Balcony” บนความสูง 100 เมตร ยังเป็นประสบการณ์พิเศษที่ได้สัมผัสลมยามค่ำคืนโดยตรง ไม่ต้องมองผ่านกระจก ขณะชมแสงระยิบระยับของย่านซาคาเอะเบื้องล่าง ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่ทำให้ค่ำคืนในนาโกย่าน่าประทับใจยิ่งขึ้น

ภายในหอคอยได้รับการปรับปรุงใหม่หลังเสร็จสิ้นงานก่อสร้างขนาดใหญ่ในปี ค.ศ. 2020
ภายในหอคอยได้รับการปรับปรุงใหม่หลังเสร็จสิ้นงานก่อสร้างขนาดใหญ่ในปี ค.ศ. 2020
ชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนจากจุดชมวิวในร่ม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกทิวทัศน์ยามค่ำคืนของญี่ปุ่น”
ชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนจากจุดชมวิวในร่ม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกทิวทัศน์ยามค่ำคืนของญี่ปุ่น”

เช็กอินเข้าพักที่ “Dormy Inn PREMIUM Nagoya Sakae น้ำพุร้อนธรรมชาติ คินชาจิ no Yu”

ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนต่ออีกเล็กน้อย แล้วเดินประมาณ 12 นาทีไปเช็กอินยังที่พักของทริปนี้ “Dormy Inn PREMIUM Nagoya Sakae น้ำพุร้อนธรรมชาติ คินชาจิ no Yu (Tennen Onsen Kinshachi no Yu Dormy Inn PREMIUM Nagoya Sakae)”

ในบ่ออาบน้ำรวมของน้ำพุร้อนธรรมชาติ คุณสามารถแช่น้ำแร่ด่างอ่อน ๆ ที่ขนมาจากจังหวัดกิฟุได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งยังมีบ่อกลางแจ้งและซาวน่า ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินเที่ยวตลอดวันได้อย่างดี
อีกหนึ่งความเพลิดเพลินคือบุฟเฟต์อาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นและตะวันตกที่มีเมนูขึ้นชื่อของนาโกย่า เช่น ฮิตสึมาบุชิ โดะเตะนิใส่มิโซะแดง และคิชิเม็ง ปิดท้ายวันแรกของการเดินทางพร้อมความคาดหวังกับมื้อเช้าของวันพรุ่งนี้กันได้เลย

ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ขึ้นชื่อว่าช่วยบำรุงผิว
ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ขึ้นชื่อว่าช่วยบำรุงผิว
ห้องพักมีหลายประเภทและใช้เตียงของแบรนด์ Serta ซึ่งครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ในโรงแรมสหรัฐอเมริกา
ห้องพักมีหลายประเภทและใช้เตียงของแบรนด์ Serta ซึ่งครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ในโรงแรมสหรัฐอเมริกา

Day2|ตามรอยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของนาโกย่า

วันที่ 2 ของทริป เริ่มต้นด้วยการเติมพลังจากบุฟเฟต์อาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นและตะวันตกที่โรงแรม แล้วค่อยเช็กเอาต์ จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีฟุชิมิไปยังสถานีนาโกย่าโจ ก่อนเดินต่อประมาณ 5 นาทีไปยังจุดหมายแรกคือ “ปราสาทนาโกย่า”

เที่ยว “ปราสาทนาโกย่า” สัมผัสประวัติศาสตร์ของเมืองผ่านหอคอยปราสาทและพระราชวังฮมมารุ

“ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)” ปราสาทขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น สร้างขึ้นตามคำสั่งของโทกุงาวะ อิเอยาสุ บนยอดหอคอยปราสาทที่มีหลังคา 5 ชั้น ประดับด้วยปลาทองคินชาจิสองตัวเพศผู้และเพศเมีย เปล่งประกายโดดเด่นในฐานะสัญลักษณ์ของนาโกย่า

เดินเล่นภายในบริเวณปราสาทอันกว้างขวาง พร้อมจินตนาการถึงบรรยากาศในสมัยเอโดะ จากนั้นแวะชมพระราชวังฮมมารุที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1615 เพื่อใช้เป็นที่พำนักของเจ้าเมืองและสถานที่ว่าราชการ หลังถูกเพลิงสงครามเผาทำลายก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ด้วยโครงสร้างไม้ ปัจจุบันสามารถชมพื้นที่ภายในที่ประดับด้วยภาพบนผนังและฉากกั้นอย่างวิจิตรได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะห้องต่าง ๆ ที่เรียงรายด้วยภาพวาดอันหรูหราของสำนักคาโนะซึ่งน่าประทับใจอย่างยิ่ง

หนึ่งในปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะ
หนึ่งในปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะ
ที่พระราชวังฮมมารุซึ่งได้รับการบูรณะใหม่ สามารถเข้าชมห้องสำคัญอย่าง “โจราคุเด็น” ได้
ที่พระราชวังฮมมารุซึ่งได้รับการบูรณะใหม่ สามารถเข้าชมห้องสำคัญอย่าง “โจราคุเด็น” ได้

พักมื้อกลางวันเร็วสักหน่อยที่ “คินชาจิ โยโกโจ” ย่านที่จำลองบรรยากาศเมืองใต้ปราสาท

หลังชมปราสาทนาโกย่าแล้ว เดินต่อไปยัง “คินชาจิ โยโกโจ (Kinshachi Yokocho)” ที่อยู่บริเวณเชิงปราสาท เป็นจุดรวมร้านดังของอาหารนาโกย่า เหมาะสำหรับแวะมื้อกลางวันเร็วขึ้นเล็กน้อย

ย่านนี้แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ “โซนโยชินาโอะ” บริเวณหน้าประตูหลัก และ “โซนมุเนฮารุ” ใกล้ประตูตะวันออก เมนูดังประจำนาโกย่าอย่างมิโซะคัตสึ อุด้งมิโซะตุ๋น และฮิตสึมาบุชิ ส่วนใหญ่จะรวมอยู่ในโซนโยชินาโอะ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองใต้ปราสาทที่จำลองขึ้นมา ช่วงเวลาที่ได้เดินดูร้านต่าง ๆ แล้วเลือกร้านสำหรับมื้อกลางวันก็เป็นอีกความสนุกหนึ่ง และยังได้ลิ้มรสอาหารนาโกย่าอย่างเต็มที่อีกครั้ง

“โซนโยชินาโอะ” ที่เรียงรายด้วยร้านเก่าแก่ของอาหารนาโกย่ามากมาย
“โซนโยชินาโอะ” ที่เรียงรายด้วยร้านเก่าแก่ของอาหารนาโกย่ามากมาย

ใช้ช่วงเวลาเงียบสงบที่ “สวนโทกุงาวะ” พร้อมชื่นชมทิวทัศน์สี่ฤดู

หลังสนุกกับมื้อกลางวันที่คินชาจิ โยโกโจแล้ว นั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานีโอโซเนะ จากสถานีเดินต่อประมาณ 15 นาที เพื่อเยี่ยมชม “สวนโทกุงาวะ (Tokugawaen)” สวนญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโอวาริ โทกุงาวะ

ที่นี่เป็นสวนแบบไคยูชิกิที่มีสระน้ำเป็นศูนย์กลาง ตามรูปแบบสวนไดเมียวในสมัยเอโดะ คุณสามารถเดินชมภายในสวนพร้อมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละมุม ภาพของสายน้ำที่ไหลจากน้ำตกลงสู่สระเปรียบเสมือนการย่อธรรมชาติของญี่ปุ่นมาไว้ในพื้นที่เดียว อีกทั้งยังใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศที่มีระดับสูงต่ำแตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงเกิดเป็นทิวทัศน์ที่ดูมีพลังและหลากหลาย
ค่อย ๆ เดินเลียบสระน้ำ ชมปลาคาร์ปที่ว่ายอยู่บนผิวน้ำและดอกไม้ตามฤดูกาล แล้วใช้เวลาสงบ ๆ ที่แตกต่างจากความคึกคักของตัวเมืองอย่างชัดเจน

“คุโรมง” ประตูดำที่ยังคงรักษารูปลักษณ์เดิมตั้งแต่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1900
“คุโรมง” ประตูดำที่ยังคงรักษารูปลักษณ์เดิมตั้งแต่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1900
เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่หลากหลาย ทั้งน้ำตก สระน้ำ และลำธาร
เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่หลากหลาย ทั้งน้ำตก สระน้ำ และลำธาร

เลือกซื้อของฝากที่ “JR Central Towers” ศูนย์การค้าที่เชื่อมต่อกับสถานีโดยตรง

หลังเดินเล่นที่สวนโทกุงาวะแล้ว นั่งรถสายชูโอจากสถานี JR โอโซเนะไปยังสถานีนาโกย่า แล้วแวะเลือกซื้อของฝากที่ “JR Central Towers” ซึ่งเชื่อมกับสถานีโดยตรง

ภายในมีทั้งห้างสรรพสินค้า JR Nagoya Takashimaya โซนร้านอาหาร และร้านค้าหลากหลาย รวมถึงขนมขึ้นชื่อของภูมิภาคโทไกและขนมหวานยอดนิยมอีกมากมาย บริเวณชั้นใต้ดินยังมีของฝากท้องถิ่นให้เลือกครบ จึงแวะได้สะดวกก่อนขึ้นชินคันเซ็นขากลับ
หากยังมีเวลา ลองแวะพักที่คาเฟ่บนชั้นสูงเพื่อจิบเครื่องดื่มพร้อมชมวิวก็เป็นตัวเลือกที่ดี ปิดท้ายทริป 2 วันด้วยบรรยากาศคึกคักแบบนาโกย่าจนถึงช่วงสุดท้ายกันได้เลย

ทางซ้ายคือ “JR Central Towers” และอาคาร “JR Gate Tower” ที่อยู่ติดกันก็น่าแวะเช่นกัน
ทางซ้ายคือ “JR Central Towers” และอาคาร “JR Gate Tower” ที่อยู่ติดกันก็น่าแวะเช่นกัน
เหมาะสำหรับเลือกซื้อของฝาก เช่น โซนรวมขนมขึ้นชื่อจากภูมิภาคโทไก
เหมาะสำหรับเลือกซื้อของฝาก เช่น โซนรวมขนมขึ้นชื่อจากภูมิภาคโทไก

ตารางเที่ยวคอร์สตัวอย่างเมืองนาโกย่า 2 วัน 1 คืน

Day1

10:00
สถานีนาโกย่า
เดินประมาณ 15 นาที
10:30
ป่านอริตาเกะ
เดินประมาณ 15 นาที
12:00
มารุยะฮงเท็น สาขาเมเอกิ 3 โจเมะ
เดิน 5 นาที → รถไฟใต้ดินสถานีนาโกย่า → สายฮิกาชิยามะ เปลี่ยนไปสายสึรุไมที่สถานีฟุชิมิ ใช้เวลาประมาณ 12 นาที → สถานีโอสุคันนง → เดินถึงทันที
13:30
โอสุคันนง
14:00
ย่านการค้าโอสุ
โอสุโทกุงาวะอัน
รถไฟใต้ดินสถานีโอสุคันนง → เปลี่ยนสายที่สถานีฟุชิมิจากสายสึรุไม ใช้เวลาประมาณ 10 นาที → สถานีซาคาเอะ → เดินถึงทันที
16:30
SUNSHINE SAKAE
เดินประมาณ 5 นาที
17:40
Hisaya-Odori Park
เดินประมาณ 10 นาที
18:20
Sekai no Yamachan สาขาใหญ่
เดินประมาณ 10 นาที
20:00
Chubu Electric Power MIRAI TOWER
เดินประมาณ 12 นาที
21:00
Dormy Inn PREMIUM Nagoya Sakae น้ำพุร้อนธรรมชาติ คินชาจิ no Yu

Day2

9:00
ออกเดินทางจากที่พัก
รถไฟใต้ดินสถานีฟุชิมิ → สายฮิกาชิยามะ เปลี่ยนไปสายเมโจที่สถานีซาคาเอะ → สถานีนาโกย่าโจ → เดินประมาณ 5 นาที
9:30
ปราสาทนาโกย่า
เดิน
11:15
คินชาจิ โยโกโจ
เดินประมาณ 5 นาที → สถานีนาโกย่าโจ → รถไฟใต้ดินสายเมโจประมาณ 10 นาที → สถานีโอโซเนะ → เดินประมาณ 15 นาที
13:30
สวนโทกุงาวะ
เดินประมาณ 10 นาที → สถานี JR โอโซเนะ → สายชูโอ 14 นาที → สถานีนาโกย่า
15:30
JR Central Towers

แผนที่คอร์สตัวอย่าง 2 วัน 1 คืน

แผนที่คอร์สตัวอย่างเที่ยวนาโกย่า 2 วัน 1 คืน

บทสรุป

ทริป 2 วัน 1 คืนที่รวมทั้งการเดินเล่นในเมืองนาโกย่า ประวัติศาสตร์ และอาหารท้องถิ่น เป็นอย่างไรบ้าง?
วันแรก คุณจะได้เดินทางจากย่านการค้าโอสุไปยังย่านซาคาเอะ สนุกกับชิงช้าสวรรค์ วิวยามค่ำคืน และปีกไก่ทอดเมนูดังของนาโกย่า พร้อมสัมผัสอีกด้านหนึ่งของเมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคัก
ส่วนวันที่ 2 จะพาเที่ยวปราสาทนาโกย่า คินชาจิ โยโกโจ และสวนโทกุงาวะ ใช้เวลาสงบ ๆ เพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโอวาริ โทกุงาวะ
เสน่ห์ของนาโกย่าอยู่ที่การเดินทางภายในเมืองซึ่งสะดวกและกะทัดรัด แต่กลับสัมผัสได้อย่างสมดุลทั้งประวัติศาสตร์ อาหาร และทิวทัศน์ ทั่วเมืองยังมีจุดท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์อีกมาก เช่น ศาลเจ้าอัตสึตะ และย่านเมืองเก่าอาริมัตสึ หากกำลังวางแผนทริป ลองดูคู่มือท่องเที่ยวที่ช่วยให้คุณสนุกกับจังหวัดไอจิได้อย่างเต็มที่ เพราะเสน่ห์ของที่นี่ยังไม่ได้มีแค่นาโกย่าเท่านั้น

ผู้เขียน