
สนุกได้ทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไดโนเสาร์ และการขับรถเที่ยว 13 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับทริปครอบครัวในจังหวัดอิชิคาวะ
ถ้าอยากออกทริปครอบครัวแบบมีทั้งที่เดินเล่น ที่เรียนรู้ และธรรมชาติให้เปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อยๆ จังหวัดอิชิคาวะก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
ที่นี่มีทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโนโตะจิมะ สวนเค็นโรคุเอ็น และตลาดโอมิโจ อีกทั้งเมื่อออกจากเมืองคานาซาวะไป ก็ยังเจอทั้งทะเล ภูเขา และสถานที่ทำกิจกรรมที่มีเสน่ห์ต่างกันในแต่ละพื้นที่
ไม่ว่าจะสัมผัสยานพาหนะหรือขยับร่างกายท่ามกลางธรรมชาติ เวลาที่ใช้ร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูกก็หลากหลายขึ้นได้ ลองเพลิดเพลินไปกับการเดินทาง พร้อมสัมผัสประสบการณ์มากมายที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอิชิคาวะกันดู
3 จุดสำคัญเพื่อเที่ยวอิชิคาวะกับครอบครัวให้เต็มอิ่ม
แต่ละพื้นที่ของจังหวัดอิชิคาวะมีบรรยากาศไม่เหมือนกัน และแค่เปลี่ยนวิธีเดินทางหรือการจัดเส้นทาง ความรู้สึกของทริปก็เปลี่ยนไปได้มากทีเดียว
ถ้าคิดเรื่องจุดพักหลักและสมดุลของการเดินทางไว้ก่อน ก็จะวางแผนเที่ยวแบบที่ทั้งพ่อแม่และลูกสนุกได้โดยไม่เหนื่อยเกินไปง่ายขึ้น
มาดูจุดสำคัญที่จะช่วยให้เที่ยวจังหวัดอิชิคาวะได้คุ้มยิ่งขึ้นกัน
1. แบ่งโซนพื้นที่และกำหนดจุดพักหลัก
จังหวัดอิชิคาวะมีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น คานาซาวะ คางะ และโนโตะ
แทนที่จะพยายามเที่ยวให้ครบทั้งหมดในครั้งเดียว ลองเลือกเฉพาะพื้นที่ที่อยากไปและกำหนดจุดพักหลัก จะช่วยลดภาระการเดินทางและเที่ยวได้สบายยิ่งขึ้น

2. วางแผนให้เวลาการเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของทริป
การเดินทางระหว่างแต่ละพื้นที่ค่อนข้างมีระยะทาง จึงมองให้เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวไว้ตั้งแต่แรกก็ดี
เมื่อใส่การขับรถเที่ยวหรือการเดินทางด้วยยานพาหนะเข้าไปในแผน จังหวะทริปก็จะไม่เร่งเกินไป และยังได้เพลิดเพลินกับวิวที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตลอดทาง

3. จัดเวลาเพลิดเพลินกับอาหารให้เป็นแกนหลักของทริป
จังหวัดอิชิคาวะมีเสน่ห์ด้านอาหารแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทั้งอาหารทะเลและผักคางะ
หากแทรกตลาด ร้านอาหาร หรือสถานที่ทำกิจกรรมไว้ระหว่างทาง ก็จะเพิ่มความสนุกได้แม้ในช่วงพักจากการเดินทางหรือการเที่ยวชม

ถ้าจะพาลูกเที่ยวต้องที่นี่! 13 สถานที่ท่องเที่ยวในอิชิคาวะ
พอออกจากย่านในเมืองคานาซาวะมา บรรยากาศของจังหวัดอิชิคาวะก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทั้งทะเล ภูเขา และสถานที่ทำกิจกรรมหลากหลายรออยู่ตลอดทาง
อีกเสน่ห์หนึ่งคือแต่ละพื้นที่มีวิวและรูปแบบการใช้เวลาต่างกันไป ทำให้ทุกครั้งที่ย้ายจุดก็ได้เจอความสนุกคนละแบบ
ลองเชื่อมสถานที่ที่สนใจเข้าด้วยกัน แล้วพาครอบครัวออกตระเวนเที่ยวในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดอิชิคาวะกัน
1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโนโตะจิมะ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่แถวหน้าของฝั่งทะเลญี่ปุ่น ที่เลี้ยงและจัดแสดงสัตว์น้ำโดยเน้นปลาจากบริเวณใกล้คาบสมุทรโนโตะเป็นหลัก
ภายในมีนิทรรศการขนาดใหญ่ เช่น ตู้ปลาขนาดยักษ์ความจุ 1,600 ตันที่ฉลามวาฬแหวกว่ายอย่างสง่างาม และ “Noto Kaiyu Kairo” ที่ผสานโปรเจ็กชันแมปปิงเข้ากับตู้ปลาอย่างน่าตื่นตา
ส่วน “สวรรค์ของเหล่าโลมา” ซึ่งเป็นอุโมงค์ตู้ปลาขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ก็สามารถชมโลมาและเต่าทะเลว่ายไปมาได้อย่างใกล้ชิด ลองเพลิดเพลินกับโลกใต้ทะเลให้เต็มอิ่มไปพร้อมกับโชว์และกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ต่างๆ

2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาวะ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2004 และเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางการสื่อสารภาพลักษณ์ “คานาซาวะ = ศิลปะ”
ภายในแบ่งเป็นโซนแลกเปลี่ยนและโซนนิทรรศการ โดยบางส่วนเข้าชมได้ฟรี จึงเป็นพื้นที่ที่ใครก็แวะมาได้ง่าย
อาคารดีไซน์แปลกตาแห่งนี้ออกแบบโดยกลุ่มสถาปนิก SANAA ภายใต้แนวคิด “พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เปิดสู่เมืองราวกับสวนสาธารณะ” ลองเดินชมทั้งผลงานและสถาปัตยกรรมไปพร้อมกัน แล้วสัมผัสประสบการณ์ที่ปลุกประสาทสัมผัสของคุณ

3. สวนเค็นโรคุเอ็น
สวนแบบเดินชมรอบที่สร้างขึ้นโดยไดเมียวตระกูลมาเอดะแห่งแคว้นคางะต่อเนื่องยาวนานประมาณ 180 ปี และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามสวนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น
บนพื้นที่ประมาณ 34,600 สึโบะ มีทั้งสระน้ำ เนินดินจำลอง และโรงน้ำชากระจายอยู่ทั่วบริเวณ โดยจุดเด่นคือสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ระหว่างเดินตามเส้นทางภายในสวน
พื้นที่ภายในกว้างขวางและมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง หากต้องการเดินครบทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การมีแผนที่เดินเล่นจากจุดบริการข้อมูลติดมือไว้จะช่วยให้เที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ตลาดโอมิโจ
ตลาดเก่าแก่ที่เป็นครัวของชาวคานาซาวะมาอย่างยาวนานประมาณ 300 ปี และเป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “โอมิโจ” มีร้านค้าราว 170 ร้าน และร้านอาหารมากกว่า 40 ร้าน
ที่นี่สามารถลิ้มลองอาหารทะเลอย่างปลาโนโดะกุโระ กุ้งหวาน และปูซูไวได้ทันที อีกทั้งหลายร้านยังเปิดตั้งแต่ประมาณ 07:00 จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก
การเดินเลือกดูวัตถุดิบและเมนูต่างๆ ไปพร้อมกันก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกสำหรับครอบครัว

5. โคมัตสึโนะโมริ
ศูนย์กิจกรรมแบบครบวงจรที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กำเนิดของ “โคมัตสึ” ผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างและเหมืองแร่ระดับโลก
มีการจัดแสดงเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีเพียงคันเดียวในญี่ปุ่น เช่น รถดัมพ์สูง 7.3 เมตร และรถขุดไฮดรอลิกขนาดยักษ์
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ลองใช้งานจริงอย่างการขึ้นนั่งเครื่องจักร การบังคับมินิรถขุดไฟฟ้า และเครื่องจำลองการทำงานแบบสมจริง มาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเครื่องจักรเหล่านี้อย่างใกล้ชิดกัน

6. Ishikawa Aviation Plaza
พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านอากาศยานที่ตั้งอยู่ติดกับสนามบินโคมัตสึ ซึ่งเป็นประตูสู่ท้องฟ้าของจังหวัดอิชิคาวะ
มีการจัดแสดงเครื่องบินจริง 17 ลำ ให้ชมอย่างใกล้ชิด ทั้งเครื่องบินรบ F-104 และเครื่องฝึก T-2 อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ทดลองรวม 6 ประเภท รวมถึงเครื่องจำลอง YS-11 ที่เปิดโอกาสให้สัมผัสความรู้สึกของการบังคับเครื่องบิน
ภายในอาคารยังมีสนามเด็กเล่น “Boon Boon World” ที่มีเครื่องเล่นรูปเครื่องบินขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของประเทศ ให้เด็กๆ ได้สนุกพร้อมเรียนรู้โลกการบินไปด้วย

7. พิพิธภัณฑ์รถยนต์ญี่ปุ่น
พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านรถยนต์แห่งแรกของญี่ปุ่น ที่จัดแสดงรถยนต์ประจำการประมาณ 500 คันภายในอาคารพื้นที่ประมาณ 12,000 ตารางเมตร
คอลเลกชันมีตั้งแต่รถรุ่นต่างๆ ของ Crown และ Skyline ไปจนถึง Rolls-Royce และ Soraemon-go ที่หลากหลายอย่างมาก
ภายในอาคารอิฐแดงบรรยากาศคลาสสิกหนักแน่น แบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 ชั้น จัดแสดงรถหลากหลายประเภทตั้งแต่รถชื่อดัง รถยนต์สำหรับประชาชน ไปจนถึงรถเพื่อการพาณิชย์ การเดินชมพร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างของรถในแต่ละยุคก็เป็นอีกความเพลิดเพลินหนึ่ง

8. หมู่บ้านหัตถกรรมดั้งเดิมคางะ ยูโนะคุนิโนะโมริ
สถานที่ที่มีอาคารกิจกรรม 11 แห่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ และมีกิจกรรมให้ลองมากกว่า 50 แบบ เช่น การปิดทอง การทำกระดาษวาชิ และการเป่าแก้ว
อีกจุดเด่นคือสามารถสัมผัสหัตถกรรมดั้งเดิมหลากหลายของจังหวัดอิชิคาวะได้ในที่เดียว จึงเหมาะสำหรับเริ่มต้นทำความรู้จักวัฒนธรรมท้องถิ่น
นอกจากนี้ กิจกรรมอย่างการทำโซบะและขนมก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน สิ่งที่ทำเสร็จแล้วสามารถรับประทานได้ทันทีหรือซื้อเป็นของฝากก็ได้ ลองลงมือทำไปพร้อมกับซึมซับวัฒนธรรมของอิชิคาวะกัน

9. หมู่บ้านกระต่ายสึกิอุซางิ
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่มีลานปล่อยกระต่ายประมาณ 50 ตัวให้เดินเล่นอย่างอิสระ และสามารถเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดได้อย่างเป็นกันเอง
ภายในยังมีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้ามากกว่า 2,000 ชิ้น และกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำเข็มกลัดด้วยตัวเอง
กิจกรรมยอดนิยมคือการซื้ออาหารและขนมกระต่ายจากตู้จำหน่ายเพื่อให้อาหารด้วยตัวเอง ลองใช้เวลาสบายๆ พร้อมใกล้ชิดกับกระต่ายอย่างอบอุ่นกันดู

10. สวนคิบะงาตะ
ถ้าอยากแวะขยับร่างกายระหว่างทริป สวนธรรมชาติริมน้ำแห่งเดียวของจังหวัดอิชิคาวะแห่งนี้ก็น่าสนใจ พื้นที่กว้างประมาณ 49.1 เฮกตาร์ และมีทั้งวิวริมน้ำกับกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือกหลายแบบ ที่นี่มีทั้งสนามแข่งเรือแคนูขนาด 9 เลน ระยะ 1,000 เมตร เรือท่องเที่ยวแบบช้าๆ และสนามพาร์กกอล์ฟ
พื้นที่สวนทั้ง 4 โซนเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินรอบสวนระยะทาง 6.4 กิโลเมตร ทำให้สามารถเดินหรือปั่นจักรยานชมรอบทะเลสาบคิบะงาตะ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำกร่อยโบราณที่ก่อรูปขึ้นเมื่อประมาณ 5,300 ปีก่อนได้
ลองใช้เวลาสบายๆ ท่ามกลางวิวริมน้ำและภูมิทัศน์ชนบทเชิงเขา แล้วจะรู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย

11. ถนนขับรถเลียบหาดจิริฮามะ นางิสะ
ถนนหายากในญี่ปุ่นที่สามารถขับรถบนชายหาดได้ตลอดระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และจักรยานต่างก็สามารถวิ่งไปตามแนวคลื่นได้
พอถึงฤดูร้อน ที่นี่ก็จะคึกคักในฐานะชายหาดเล่นน้ำ โดยพื้นที่ชายหาดแบ่งเป็นโซนเล่นน้ำ โซนจอดรถ และโซนสัญจรจากฝั่งทะเลเข้ามา ตอนกลางคืนบางช่วงยังอาจได้เห็นแสงไฟจากเรือจับปลาหมึกเรียงรายเป็นภาพชวนฝัน ลองขับรถเที่ยวพร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาดู

12. ฮาคุซังไดโนเสาร์พาร์ก ชิราโอมิเนะ
ธีมพาร์กที่ให้สัมผัสโลกของไดโนเสาร์ โดยมี “อาคารไดโนเสาร์” รูปไข่กลมเป็นศูนย์กลาง
ภายในจัดแสดงโครงกระดูกจำลองของดิพลอโดคัสที่มีความยาวมากกว่า 20 เมตร รวมถึงไดโอรามาและฟอสซิลที่ค้นพบในเมืองฮาคุซัง
หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากคือประสบการณ์ค้นหาฟอสซิลที่ไม่ต้องจองล่วงหน้าและร่วมสนุกได้ทุกเพศทุกวัย การใช้ค้อนและแว่นตานิรภัยทุบหินเพื่อขุดค้นนั้นให้ความสนุกแบบได้ลุ้นเจอด้วยตัวเองทันที

13. ถนนสายภูเขาฮาคุซังชิราคาวาโกะ ไวต์โรด
เส้นทางขับรถชมวิวบนภูเขาที่เชื่อมระหว่างจังหวัดอิชิคาวะกับจังหวัดกิฟุ และมีจุดแวะชมมากมาย เช่น น้ำตกและจุดชมวิว โดยใช้เวลาเที่ยวประมาณ 1–2 ชั่วโมง
ถนนท่องเที่ยวภูเขาแห่งนี้เปิดให้ผ่านได้เฉพาะช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น และสามารถชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้จากสองข้างทาง
จุดเด่นที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ “น้ำตกฟุคุเบะโนะโอตากิ” ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของเส้นทาง “จุดชมวิวฮาคุซัง” ที่มองเห็นภูเขาฮาคุซัง หนึ่งในสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น และ “จุดชมวิวชิราคาวาโกะเด็ค” ที่มองเห็นแนวเขาของชิราคาวาโกะได้อย่างกว้างไกล
ลองผสมผสานการชมวิวจากรถกับการแวะพักตามจุดต่างๆ แล้วสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของทิวทัศน์แบบเส้นทางภูเขาอย่างเต็มที่

เหมาะเป็นฐานสำหรับทริปครอบครัว! 3 ที่พักแนะนำในอิชิคาวะ
เพราะสถานที่น่าสนใจของจังหวัดอิชิคาวะกระจายอยู่หลายพื้นที่ การเลือกที่พักให้สอดคล้องกับจุดหมายที่อยากไปจึงช่วยลดภาระการเดินทางได้มากพอสมควร
ลองเลือกจุดพักหลักให้เหมาะกับสไตล์การเดินทางของคุณ แล้วค่อยๆ เพลิดเพลินกับทริปครอบครัวแบบไม่ต้องรีบกัน
1. ยูโนะคุนิเท็นโช
เรียวกังออนเซ็นที่มีห้องอาบน้ำใหญ่ 3 แห่ง พร้อมบ่ออาบน้ำหลากหลายแบบ ให้เพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นในอาคารเดียวได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีห้องพักหลายประเภทตั้งแต่ห้องพร้อมอ่างกลางแจ้งไปจนถึงห้องสวีต เลือกได้ตามสไตล์การเข้าพัก
บ่ออาบน้ำในร่มที่ตกแต่งผนังด้วยจานภาพคุตานิยากิเพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์แบบคางะ ไปจนถึงบ่อหิน บ่อโกเอมอน และบ่อยาสมุนไพร รวมทั้งหมด 18 บ่อที่ให้บรรยากาศแตกต่างกัน
ยังมีกิจกรรมอย่างการทำไข่ออนเซ็นและบริการหลังแช่น้ำ ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับช่วงเวลาที่ใช้ภายในที่พัก

2. คานาซาวะฮาคุโจโร โฮเทลซันระคุ
โรงแรมทำเลดีที่อยู่ใกล้ทั้งสวนเค็นโรคุเอ็นและสวนปราสาทคานาซาวะ จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยวในเมือง
ภายในตกแต่งด้วยองค์ประกอบอย่างคุตานิยากิ คางะยูเซ็น และทองคำเปลวคานาซาวะ ทำให้สัมผัสวัฒนธรรมของคานาซาวะได้อย่างชัดเจน
อีกจุดเด่นคือมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติชิรโทริโระออนเซ็น ซึ่งสูบน้ำขึ้นมาจากใต้ดินลึก 807 เมตร นับเป็นออนเซ็นหายากในตัวเมืองคานาซาวะ ช่วยให้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าของการเดินทางได้อย่างเต็มที่
ท่ามกลางบรรยากาศสงบ การเข้าพักที่นี่ก็น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งความสุขของทริป

3. ชิราซางิยุ ทาวารายะ
เรียวกังออนเซ็นที่ตั้งอยู่ริมลำธารของหุบเขาคาคุเซ็นเค ทำให้สัมผัสธรรมชาติทั้ง 4 ฤดูได้อย่างใกล้ชิด ห้องพักมีให้เลือกหลากหลายทั้งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ห้องสไตล์ตะวันตก และห้องพร้อมอ่างกลางแจ้ง เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างเงียบสงบ
ทั้งห้องอาบน้ำใหญ่และอ่างกลางแจ้งในห้องพักใช้น้ำแร่จากต้นน้ำออนเซ็นยามานากะออนเซ็น 100% ซึ่งมีประวัติยาวนานถึง 1,300 ปี
ลองใช้เวลาสบายๆ ไปกับวิวหุบเขา แล้วเพลิดเพลินกับช่วงเวลาผ่อนคลายที่น่าประทับใจ

สนุกเต็มที่ทั้งทะเลและภูเขา ตัวอย่างทริปครอบครัว 2 วัน 1 คืนในจังหวัดอิชิคาวะ
วันแรกเดินเล่นในเมืองคานาซาวะให้เต็มที่ก่อน แล้ววันที่สองค่อยเช่ารถมุ่งหน้าไปทางโนโตะ
ระหว่างทางก็เชื่อมต่อทั้งประสบการณ์และทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปในแต่ละพื้นที่ พร้อมแวะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและชมวิวริมทะเล
- วันที่ 1
- สถานีคานาซาวะ → ตลาดโอมิโจ → สวนเค็นโรคุเอ็น → พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาวะ → พักค้างคืนในเมืองคานาซาวะ
- วันที่ 2
- เช่ารถบริเวณรอบสถานีคานาซาวะ → พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโนโตะจิมะ → ถนนขับรถเลียบหาดจิริฮามะ นางิสะ → คืนรถเช่าบริเวณรอบสถานีคานาซาวะและแยกย้าย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอิชิคาวะกับครอบครัว
Q
ถ้ามีเวลา 2 วัน 1 คืน ควรเลือกเที่ยวพื้นที่ไหนดี?
จุดสำคัญคือควรเลือกพื้นที่ที่จะไปให้ชัดเจนแล้วค่อยจัดตาราง โดยอาจใช้คานาซาวะเป็นฐาน แล้วต่อไปยังพื้นที่ที่สนใจอย่างโนโตะหรือคางะ ก็จะช่วยให้เที่ยวได้ในจังหวะที่สบายและไม่หนักเกินไป
Q
มีอะไรที่ควรระวังเมื่อต้องขับรถไปทางฝั่งโนโตะบ้าง?
จากคานาซาวะไปฝั่งโนโตะมีระยะทางค่อนข้างไกล จึงแนะนำให้วางแผนเผื่อเวลาการเดินทางไว้พอสมควร ระหว่างทางก็มีจุดแวะเที่ยวหลายแห่ง ดังนั้นการเดินทางแบบค่อยๆ ไปและพักเป็นระยะจะช่วยให้สบายใจกว่า
Q
ช่วงฤดูหนาวยังสามารถเที่ยวได้ไหม?
ฤดูหนาวอาจได้รับผลกระทบจากหิมะและสภาพอากาศได้ง่าย จึงควรเผื่อเวลาในแผนการเดินทางไว้ให้มากหน่อยจะอุ่นใจกว่า อีกทั้งยังสามารถสลับไปเที่ยวสถานที่ในร่มเพื่อให้ใช้เวลาได้อย่างไม่เร่งรีบ และยังเป็นช่วงที่ได้ลิ้มลองของอร่อยตามฤดูกาลอย่างปูและปลาฮามาจิฤดูหนาวด้วย
บทสรุป
จังหวัดอิชิคาวะมีวิธีเที่ยวได้หลายแบบ ตั้งแต่การเดินเล่นในเมืองคานาซาวะไปจนถึงการออกไปสัมผัสทะเล ภูเขา และสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ
พอค่อยๆ เชื่อมเสน่ห์ที่ต่างกันของแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน แม้แต่เวลาระหว่างทางก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกได้ ลองพาครอบครัวไปสัมผัสประสบการณ์หลากหลายของจังหวัดอิชิคาวะกัน