
19 สถานที่ท่องเที่ยวคัดสรรในคานาซาวะ เมืองที่ยังคงอบอวลด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิม
หากกำลังมองหาเมืองที่ยังคงกลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ได้อย่างชัดเจน คานาซาวะเป็นจุดหมายที่ชวนให้ค่อย ๆ เดินทำความรู้จัก เมืองนี้รุ่งเรืองในฐานะเมืองแห่งวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยเอโดะ และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนคางะล้านโคคุ คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นในย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่จากท่าเรือคานาซาวะ หรือแวะชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงทั้งงานหัตถกรรมดั้งเดิมอันงดงามและศิลปะร่วมสมัยได้อย่างเต็มที่
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในคานาซาวะ พร้อมแหล่งช้อปปิ้ง อาหาร และที่พัก เพื่อให้คุณวางแผนเที่ยวเมืองที่ยังคงมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโดดเด่นแห่งนี้ได้อย่างเพลิดเพลิน
คานาซาวะเป็นสถานที่แบบไหน?
คานาซาวะตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของจังหวัดอิชิคาวะ ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นของภูมิภาคตอนกลางเกาะฮอนชู
ในสมัยเอโดะ พื้นที่นี้เป็นที่รู้จักในชื่อแคว้นคางะ โดยตระกูลมาเอดะปกครองต่อเนื่องยาวนาน 14 รุ่น จนกลายเป็นแคว้นขนาดใหญ่ที่มั่งคั่งระดับล้านโคคุ
ด้วยพลังทางเศรษฐกิจอันมั่งคั่ง จึงได้สร้างเมืองปราสาทอันงดงามและพัฒนาเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม
คานาซาวะรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งใหญ่และความเสียหายจากสงคราม ทำให้ยังคงมีซากโบราณและอาคารประวัติศาสตร์จากสมัยเอโดะหลงเหลืออยู่มากมาย และสามารถสัมผัสบรรยากาศของยุคเอโดะได้ทั่วทั้งเมือง
ในเรื่องอาหารเองก็เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้กัน จึงเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งความอร่อยอีกด้วย

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับคานาซาวะคือช่วงไหน?
หากอยากเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของคานาซาวะ ฤดูหนาวคือช่วงที่แนะนำ
สวนเค็นโรคุเอ็นและย่านนางามาจิซึ่งปกคลุมด้วยหิมะเป็นภาพที่ไม่ควรพลาด
แต่ถ้าอยากอิ่มอร่อยกับอาหารอย่างเต็มที่ แนะนำให้มาในฤดูใบไม้ร่วง
คุณจะได้ลิ้มลองอาหารทะเลตามฤดูกาล เช่น ปู กุ้ง หอยนางรม และชิรโกะปลาค็อด
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของคานาซาวะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบา หรือเสื้อแขนสั้นก็สบาย
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): ช่วงนี้มักหยิบแจ็กเก็ตบางหรือเสื้อโค้ตมาใช้
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตหนา
เดินทางไปคานาซาวะอย่างไร?
จากโตเกียวสามารถนั่งโฮคุริคุชินคันเซ็น ส่วนจากนาโกย่าและโอซาก้าสามารถนั่งรถด่วนพิเศษ JR ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จึงเดินทางได้สะดวกมาก
หากเดินทางโดยเครื่องบิน ใช้เวลาจากสนามบินฮาเนดะไปยังสนามบินโคมัตสึในจังหวัดอิชิคาวะประมาณ 1 ชั่วโมง
จากสนามบินโคมัตสึ หากต่อรถบัสด่วนจะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึงคานาซาวะ
วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวคานาซาวะ
สถานที่ท่องเที่ยวหลักส่วนใหญ่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตรจากปราสาทคานาซาวะ จึงเที่ยวได้ด้วยการเดินและรถบัส
ลองใช้ “รถบัสวนรอบเมืองปราสาทคานาซาวะ” หรือรถบัสประจำทาง เพื่อเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
สัมผัสประวัติศาสตร์สมัยเอโดะและศิลปะร่วมสมัย! 19 สถานที่ท่องเที่ยวคัดสรรในคานาซาวะ
เมื่อเดินอยู่ในคานาซาวะ คุณจะรู้สึกได้ไม่ยากว่าประวัติศาสตร์กับชีวิตร่วมสมัยยังวางอยู่เคียงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เมืองเก่าแห่งโฮคุริคุแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองวัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุ่นที่ยังคงมีร่องรอยประวัติศาสตร์คางะล้านโคคุหลงเหลืออยู่ในทัศนียภาพเมืองจนถึงปัจจุบัน
ย่านโรงน้ำชาและอดีตคฤหาสน์ซามูไรช่วยถ่ายทอดบรรยากาศของสมัยเอโดะ ขณะที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 แห่งคานาซาวะก็ทำให้เมืองนี้เป็นที่จับตามองในฐานะแหล่งศิลปะร่วมสมัยจากทั่วโลก เราขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวคัดสรรที่ไม่ควรพลาดในคานาซาวะ เมืองที่มีทั้งประวัติศาสตร์และศิลปะอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว
1. สวนปราสาทคานาซาวะ
สวนขนาดใหญ่ที่พัฒนาบนพื้นที่ซากปราสาท ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของตระกูลมาเอดะแห่งแคว้นคางะตั้งแต่เมื่อมาเอดะ โทชิอิเอะเข้าครอบครองปราสาทในปี 1583 จนถึงต้นสมัยเมจิ
นอกจากประตูอิชิคาวะและอาคารซันจูคเคนนากายะที่ยังคงสภาพมาตั้งแต่สมัยเอโดะแล้ว ยังมีการบูรณะประตูคาโฮคุมง คูน้ำอิโมริ และสวนเกียวเซ็นอินมารุอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพของอดีตค่อย ๆ ฟื้นกลับมาอีกครั้ง อีกจุดที่น่าสนใจคือกำแพงหินซึ่งสะท้อนอิทธิพลแนวคิดหยินหยางและธาตุทั้งห้า เช่น การป้องกันทิศอัปมงคลและลวดลายหินทรงกระดองเต่า

2. เค็นโรคุเอ็น
สวนภูมิทัศน์แบบเดินชมที่สร้างขึ้นโดยเจ้าแคว้นตระกูลมาเอดะแห่งคางะรุ่นแล้วรุ่นเล่าตลอดระยะเวลายาวนานประมาณ 180 ปี และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “สามสวนที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น”
ภายในพื้นที่กว้างประมาณ 34,600 สึโบะ มีทั้งสระน้ำ ลำธารคดเคี้ยว และเนินจำลองกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ออกแบบให้ผู้มาเยือนได้แวะชมแต่ละจุดไปพร้อมกับเพลิดเพลินกับภาพรวมของสวน

3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 แห่งคานาซาวะ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีแนวคิด “พิพิธภัณฑ์ที่เปิดกว้าง” และได้รับความสนใจจากวิธีจัดแสดงที่พลิกภาพจำเดิม ๆ ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ จนกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของภาพลักษณ์ “คานาซาวะ = ศิลปะ” และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมระดับต้น ๆ ของประเทศ
ที่นี่มีผลงานศิลปะร่วมสมัยมากมายซึ่งนำเสนอคุณค่าใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานที่จับแสงซึ่งส่องผ่านช่องบนเพดาน หรือผลงานที่ดูเหมือนสระน้ำในสวน แต่แท้จริงแล้วเป็นแผ่นกระจกใสที่มีน้ำอยู่ด้านบน ทำให้มองขึ้นไปจากภายในได้อย่างน่าทึ่ง

4. ย่านฮิงาชิชายะ
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตัวแทนของคานาซาวะ ด้วยทิวทัศน์ถนนที่มีระแนงไม้สวยงามและทางปูหินต่อเนื่องกัน จนได้รับเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญของประเทศ
ปัจจุบันยังคงมีอาคารแบบดั้งเดิมจากสมัยเอโดะเรียงรายอยู่ และภายในอาคารเหล่านั้นมีทั้งคาเฟ่และร้านค้าที่จำหน่ายขนมญี่ปุ่น งานหัตถกรรมดั้งเดิม และของใช้จุกจิก ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศแสนมีเสน่ห์

5. ตลาดโอมิโจ
ตลาดสดคู่ครัวของชาวคานาซาวะที่เป็นที่รักในชื่อเล่นว่า “โอมิโจ” มายาวนานประมาณ 300 ปี
ในตรอกแคบ ๆ มีร้านค้าประมาณ 170 ร้านเรียงราย จำหน่ายอาหารทะเลตามฤดูกาล ผัก อาหารพร้อมทาน และของฝากอย่างคึกคัก อีกทั้งยังมีร้านที่ปรุงอาหารให้สด ๆ ตรงหน้าและร้านที่มีที่นั่งแบบอีทอิน ให้คุณลิ้มรสของอร่อยประจำฤดูกาลได้ทันที

6. ย่านนางามาจิบุเกะยาชิกิ
พื้นที่ที่ยังคงมีร่องรอยคฤหาสน์ของซามูไรระดับกลางแห่งแคว้นคางะหลงเหลืออยู่
ตรอกหินที่ขนาบด้วยกำแพงดินทำให้รู้สึกราวกับย้อนเวลากลับไปสู่สมัยเอโดะ บริเวณรอบ ๆ ยังมีร้านขายงานหัตถกรรมดั้งเดิมและร้านอาหารมากมาย เหมาะสำหรับเดินเล่นอย่างเพลิดเพลิน

7. ประตูสึสึมิมง และโดมโมเตะนาชิ (สถานีคานาซาวะ)
สถานีคานาซาวะคือประตูสู่จังหวัดอิชิคาวะ และยังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการท่องเที่ยวในภูมิภาคโฮคุริคุ
ภายในสถานีมีการนำทองคำเปลวมาตกแต่งบริเวณชานชาลาชินคันเซ็น ส่วนทางเดินและเสาใช้กระดาษวาชิและผ้าไหมย้อมคางะยูเซ็น อีกทั้งผนังห้องพักคอยยังประดับงานหัตถกรรมมากกว่า 200 ชิ้น เช่น เครื่องเขินวาจิมะและเครื่องเคลือบคุทานิ ทำให้ทั้งสถานีกลายเป็นจุดแนะนำงานหัตถกรรมดั้งเดิมของคานาซาวะได้อย่างน่าสนใจ

8. เมียวริวจิ
วัดนิกายนิจิเร็นที่เจ้าแคว้นคางะรุ่นที่ 3 มาเอดะ โทชิสึเนะ ได้ย้ายสถานที่สวดมนต์ใกล้ปราสาทคานาซาวะมาสร้างขึ้นใหม่ในปี 1643
เนื่องจากยังมีบทบาทเป็นป้อมสำรองในยามฉุกเฉิน ตัวอาคารจึงมีโครงสร้างซับซ้อน พร้อมกลไกหลอกศัตรูมากมายทั่วทั้งวัด เช่น บันไดลับ ห้องลับ และหลุมพราง

9. ย่านคาซุเอะมาจิชายะ
หนึ่งในสามย่านโรงน้ำชาของคานาซาวะ ร่วมกับย่านฮิงาชิชายะและนิชิชายะ
พื้นที่บรรยากาศสงบริมแม่น้ำอาซาโนะ ที่มีตรอกแคบและรั้วไม้แบบเซ็มบงโคชิต่อเนื่องกัน และได้รับเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ยังปรากฏอยู่บ่อยครั้งในผลงานของนักเขียนชื่อดัง อิซุมิ เคียวกะ

10. ย่านนิชิชายะ
ย่านนิชิชายะเป็นหนึ่งในย่านบันเทิงที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากแคว้นคางะในปี 1820
ชื่อของย่านนี้มาจากตำแหน่งที่อยู่ทางทิศตะวันตกเมื่อมองจากปราสาทคานาซาวะ
อาคารโรงน้ำชาสองชั้นที่มีระแนงไม้งดงามเรียงรายอยู่ตลอดทาง ทำให้การเดินเล่นพร้อมแวะคาเฟ่และร้านค้าต่าง ๆ เป็นเรื่องน่ารื่นรมย์
ที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่สัมผัสบรรยากาศเมืองแห่งศิลปะการแสดงของคานาซาวะได้ชัดเจนที่สุดในบรรดาย่านโรงน้ำชาทั้งหมด และเมื่อยามเย็นมาเยือน คุณอาจได้พบเหล่าเกอิชาที่แต่งกายงดงามเดินผ่านก็เป็นได้

11. ศาลเจ้าโอยามะ
ศาลเจ้าที่อดีตซามูไรแห่งแคว้นคางะร่วมกันสร้างขึ้นในปี 1873 เพื่ออุทิศแด่ท่านมาเอดะ โทชิอิเอะ ผู้ก่อตั้งแคว้นคางะ และภรรยาเอกของท่าน โอมัตสึ
มีชื่อเสียงจากประตูศาลเจ้าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น จีน และตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ชั้นบนสุดเป็นโครงสร้างหายากที่ฝังกระจกไว้ และแสงจากโคมศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องออกมาจากจุดนั้น เคยใช้ส่องสว่างเมืองคานาซาวะและเป็นสัญลักษณ์นำทางให้เรือที่แล่นอยู่ในทะเลญี่ปุ่นอีกด้วย

12. พิพิธภัณฑ์ดี.ที. ซูซูกิ
พิพิธภัณฑ์ที่แนะนำแนวคิด ความรู้สึก และชีวิตของซูซูกิ ไดเซ็ตสึ (Daisetz Suzuki) หรือที่ทั่วโลกรู้จักในชื่อ “D. T. Suzuki” นักปรัชญาพุทธผู้มีชื่อเสียงซึ่งเกิดที่คานาซาวะ โดยเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2011 ซึ่งตรงกับวันเกิดของเขา ด้วยความตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เกี่ยวกับไดเซ็ตสึพร้อมกับใช้เวลาครุ่นคิดด้วยตนเอง
แม้ตั้งอยู่ในตัวเมือง แต่ภายในพิพิธภัณฑ์กลับเต็มไปด้วยความเงียบสงบลึกซึ้ง จนทำให้คุณอาจลืมเวลาไปได้เลย

13. อดีตคฤหาสน์ซามูไร ตระกูลโนมูระ
ในย่านนางามาจิที่มีร่องรอยคฤหาสน์ของซามูไรระดับกลางและระดับสูงแห่งแคว้นคางะอยู่มากมาย ที่นี่เป็นเพียงแห่งเดียวที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม
อาคารปัจจุบันประกอบด้วยส่วนที่ยังคงเหลือจากในอดีต เช่น กำแพงดินและลำธารคดเคี้ยว รวมถึงห้องรับรองชั้นสูงและห้องเข้าเฝ้าที่ถูกย้ายมาจากคฤหาสน์ของพ่อค้ามั่งคั่งแห่งแคว้นคางะซึ่งเคยใช้ต้อนรับเจ้าแคว้น ภายในห้องชั้นบนที่สร้างด้วยไม้ฮิโนกิทั้งหมด คุณจะได้ชมภาพวาดบนบานเลื่อนฝีมือจิตรกรประจำแคว้น และบานประตูโชจิที่ฝังกระจกแบบกิยามังเพื่อให้มองเห็นสวนได้อย่างสวยงาม

14. ชิมะ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
โรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ในย่านฮิงาชิชายะ สร้างขึ้นในปี 1820 และได้รับการอนุรักษ์อาคารไว้ในสภาพดั้งเดิมก่อนเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม
วัฒนธรรมโรงน้ำชาของคานาซาวะมีธรรมเนียม “ไม่รับลูกค้าที่ไม่เคยมีคนแนะนำ” และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเข้าใช้บริการได้หากไม่มีผู้แนะนำ จึงทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ล้ำค่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมโรงน้ำชา

15. สวนอุทัตสึยามะ
สวนสาธารณะที่แผ่กว้างอยู่บนภูเขาอุทัตสึยามะ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวเมืองคานาซาวะได้แบบพาโนรามา อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องดอกไม้ โดยเฉพาะดอกไอริสและไฮเดรนเยียที่บานสวยตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
ภายในสวนมีจุดชมวิวหลายแห่ง เช่น “มิปปาราได” ที่มองเห็นทั้งภูเขาอิโอยามะ ภูเขาโทมุโระ และที่ราบคานาซาวะ, “โบโกะได” ที่มองเห็นตัวเมืองและทะเลญี่ปุ่น, “โยโกโซระได” ที่มองเห็นเทือกเขาทาเตยามะและพระอาทิตย์ขึ้นอย่างงดงาม และ “เนินชมวิว” ที่มองไปทางสถานีคานาซาวะและทะเลสาบคาฮกุกาตะ แต่ละจุดมีเสน่ห์แตกต่างกันไป และเมื่อพระอาทิตย์ตก ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวกลางคืนยอดนิยมอีกด้วย

16. ห้องสมุดอุมิมิไร เมืองคานาซาวะ
อาคารที่โดดเด่นด้วยหน้าต่างทรงกลม ออกแบบโดยกลุ่มสถาปนิก Coelacanth K&H ภายใต้คอนเซปต์ “กล่องเค้ก” ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม ทำให้เคยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “25 ห้องสมุดสาธารณะที่สวยที่สุดในโลก”
หน้าต่างกลมราวกับฟองอากาศลอยอยู่เหนือทะเลมีประมาณ 6,000 บาน ถูกจัดวางผ่านการทดลองซ้ำ ๆ เพื่อให้แสงที่เหมาะกับการอ่านส่องเข้ามาภายใน ขนาดของหน้าต่างมี 3 แบบคือ 20 ซม. 25 ซม. และ 30 ซม. และยังสลับใช้กระจก 4 ชนิดตามตำแหน่ง เช่น กระจกเสริมลวดและกระจกดูดซับความร้อน

17. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโนห์คานาซาวะ
คานาซาวะเคยได้รับการกล่าวขานว่า “เสียงขับร้องโนห์ราวกับลอยลงมาจากฟ้า” เพราะตระกูลมาเอดะแห่งแคว้นคางะนิยมศิลปะการแสดงโนห์และเผยแพร่การขับร้องให้แพร่หลายในหมู่ประชาชน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นที่ฮิโรซากะ อันเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโรงละครโนห์คานาซาวะ เพื่อสืบทอดศิลปะการแสดงดั้งเดิมและผลงานศิลป์เหล่านั้นสู่ยุคปัจจุบัน
นิทรรศการหลักจัดแสดงเอกสารและงานศิลปะเกี่ยวกับโนห์ที่เรียกว่า “คางะโฮโช” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของเมืองคานาซาวะในปี 1950 ให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะโนห์ไปพร้อมกับเพลิดเพลินกับการชมงานแสดงต่าง ๆ

18. ล็อบบี้ชมวิวชั้น 19 ศาลาว่าการจังหวัดอิชิคาวะ
พื้นที่ชมวิวที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของศาลาว่าการจังหวัดอิชิคาวะ ตัวชั้นเป็นกระจกใสรอบด้านทั้งทิศตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือ ทำให้สามารถชมทิวทัศน์เมืองคานาซาวะพร้อมทะเลและภูเขาได้จากระดับความสูงประมาณ 80 เมตรเหนือพื้นดิน
ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นไปไกลถึงภูเขาฮาคุซังและเทือกเขาทาเตยามะ และยังเข้าชมได้ถึงเวลา 20:00 น. (วันธรรมดาช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม ถึง 19:00 น.) จึงเหมาะสำหรับชมวิวกลางคืนด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่คาเฟ่ จะแวะมาทานมื้อกลางวันหรือจิบกาแฟก็น่าสนใจไม่น้อย

19. อาคารผู้โดยสารเรือสำราญท่าเรือคานาซาวะ
อาคารผู้โดยสารเรือสำราญที่คอยต้อนรับผู้คนจำนวนมากในแต่ละวันในฐานะประตูสู่ทะเลของท่าเรือคานาซาวะ
ภายในมีทั้งระเบียงชมวิวที่รู้จักกันในชื่อเล่น “เฮียคุมังโกกุ มารีน เทอร์เรซ” และร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมี “ห้องเรียนรู้ประสบการณ์ท่าเรือคานาซาวะ” ที่ติดตั้งทั้งเครื่องจำลองการบังคับเรือและโมเดลจำลองท่าเรือคานาซาวะ ให้ผู้ปกครองและเด็ก ๆ ได้สนุกพร้อมเรียนรู้เรื่องท่าเรือไปด้วย อีกทั้งฝั่งที่หันออกสู่ทะเลของอาคารยังเป็นกระจกใสทั้งหมด ทำให้มองเห็นทะเลญี่ปุ่นกว้างไกลได้อย่างเต็มตา

คนท้องถิ่นยังยกนิ้วให้! 5 เมนูเด็ดที่ต้องกินเมื่อมาเยือนคานาซาวะ
คานาซาวะไม่ได้มีดีแค่ประวัติศาสตร์หรือศิลปะเท่านั้น เรื่องกินก็เป็นอีกเหตุผลที่หลายคนอยากกลับมาเยือน เมืองนี้เต็มไปด้วยทั้งอาหารท้องถิ่นที่เติบโตจากวัฒนธรรมการกินของคางะ และอาหารทะเลจากทะเลญี่ปุ่นที่ช่วยเติมสีสันให้การเดินทางน่าจดจำมากขึ้น เราขอพาคุณไปรู้จักร้านที่ไม่ควรพลาด หากอยากสัมผัสรสชาติของคานาซาวะอย่างเต็มที่
1. อิคิอิคิเท โอมิโจเต็น
ร้านซูชิที่เปิดตั้งแต่เวลา 07:00 น. ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้ามุซาชิกุจิของตลาดโอมิโจ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาก ภายในร้านมีเพียง 10 ที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ ทำให้บรรยากาศเป็นกันเองและใกล้ชิดกับพนักงาน
หน้าซูชิมีให้เลือกหลากหลายและเสิร์ฟแยกจากข้าวซูชิ ทำให้ได้ลิ้มรสวัตถุดิบแต่ละชนิดอย่างเต็มที่ เมนูยอดนิยม “อิคิอิคิเทเวิลด์” คือจานหรูที่อัดแน่นด้วยหน้าปลายอดนิยม เช่น ปลาโนโดกุโระจากท้องถิ่นและปลาทูน่าจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

2. คานาซาวะ ไมมอนซูชิ สาขาใหญ่
ร้านซูชิสายพานชื่อดังที่เป็นตัวแทนของภูมิภาคโฮคุริคุ นอกจากอาหารทะเลที่ส่งมาจากท่าเรือคานาซาวะแล้ว ยังมีปลาสดส่งตรงจากอ่าวนาโอะในจังหวัดนี้วันละประมาณ 2–3 รอบอีกด้วย
ในเมนูมีหน้าท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยมทั้งสด ใหม่ และรสชาติดี เช่น โนโดกุโระ กุ้งขาว นาเมระ และกาสุเอบิ สำหรับใครที่อยากลองซูชิแท้ ๆ จากวัตถุดิบแห่งท้องทะเลโฮคุริคุแบบสบาย ๆ ร้านนี้ถือเป็นร้านในฝันเลยทีเดียว

3. นิคุโช Jade คานาซาวะ
“นิคุโช Jade คานาซาวะ” เป็นร้านยากินิคุในเมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิคาวะ ที่บริหารโดย JA Zen-Noh Ishikawa ให้คุณได้ลิ้มลองเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนของเนื้อวัวโนโตะและหมูโนโตะ
เมนูเด่นของร้านคือ “ชุดรวมพิเศษ 3 ชนิด” ที่รวมเนื้อวัวโนโตะส่วนหายาก 3 แบบไว้ในจานเดียว อีกหนึ่งเสน่ห์คือภาชนะที่ใช้เป็นเครื่องเคลือบคุทานิแบบออริจินัลซึ่งสร้างสรรค์โดยศิลปินเซรามิก

4. ร้านอาหารคางะ ไดเมียวชายะ
“ร้านอาหารคางะ ไดเมียวชายะ” ก่อตั้งในปี 1962 เป็นร้านคัปโปเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีคานาซาวะโดยเดินประมาณ 5 นาที
ที่นี่คุณสามารถลิ้มลองชุดไคเซกิคางะที่ใช้ทั้งอาหารทะเลจากทะเลญี่ปุ่นและผักคางะในราคาสบายกระเป๋า ร้านยังได้รับความไว้วางใจจากเรียวกังระดับหรูในท้องถิ่น และมักมีรายการอาหารมาถ่ายทำอยู่เสมอ จึงเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในร้านอาหารคางะชั้นนำของเมืองคานาซาวะ

5. คุโระยูริ
“คุโระยูริ” ก่อตั้งในปี 1953 เป็นร้านที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับโอเด้งคานาซาวะ อาหารท้องถิ่นคางะ และสาเกท้องถิ่นได้ในที่เดียว
เมนูขึ้นชื่อคือ “โอเด้งคานาซาวะ” ที่ใช้น้ำซุปจากปลาโอแห้ง 2 ชนิด ผสมกับปลาตัวเล็กแห้งและสาหร่ายคอมบุ มีรสหวานละมุนและดื่มง่าย วัตถุดิบยอดนิยม ได้แก่ “หอยอุเมะไก” ที่จับได้แถบคานาซาวะและซันอิน รวมถึง “คุรุมะฟุ” ซึ่งเป็นฟุดิบสดพันรอบไม้แล้วนำไปย่าง

ตั้งแต่งานหัตถกรรมดั้งเดิมไปจนถึงของฝาก! 5 แหล่งช้อปปิ้งน่าแวะในคานาซาวะ
การเดินช้อปในคานาซาวะมีเสน่ห์ตรงที่ไม่ได้จบแค่การซื้อของ แต่ยังเหมือนได้ทำความรู้จักวัฒนธรรมของเมืองไปพร้อมกันด้วย คุณจะได้พบทั้งงานหัตถกรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนานและวัตถุดิบท้องถิ่นที่ชวนให้ตื่นเต้น ไม่ว่าจะมองหาของฝากหรืออยากเลือกซื้องานหัตถกรรมดั้งเดิมแบบจริงจัง เราได้คัดสรรแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมมาแนะนำไว้ให้แล้ว
1. คานาซาวะ เฮียคุบังไก
ศูนย์การค้าที่เชื่อมตรงกับสถานี JR คานาซาวะ ประกอบด้วย 3 โซน ได้แก่ “Anto” ที่รวมของฝากและอาหารขึ้นชื่อของคานาซาวะ, “Rinto” ที่รวมร้านหลากหลายทั้งแฟชั่น ของใช้ และคาเฟ่ และ “Anto Nishi” โซนไลฟ์สไตล์ประจำวันซึ่งมีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตอาหารสดและคลินิก

2. ไดวะ สาขาโครินโบ
“ไดวะ สาขาโครินโบ” คือห้างสรรพสินค้าที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี และมียอดขายสูงที่สุดในภูมิภาคโฮคุริคุ ตั้งอยู่ในย่านโครินโบ ซึ่งเป็นทั้งย่านบันเทิงและย่านช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของคานาซาวะ จึงมีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก
ภายในห้างซึ่งมีทั้งหมด 9 ชั้น ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 8 บนดิน รวบรวมร้านชื่อดังหลากหลายประเภท โดยเน้นแฟชั่น เครื่องสำอาง ของแต่งบ้าน และอื่น ๆ อีกมากมาย หากอยากหาของฝากจากคานาซาวะ แนะนำชั้นอาหารที่รวมทั้งของขึ้นชื่อและขนมดังท้องถิ่นไว้ครบครัน

3. คานาซาวะ ฟอรัส
ศูนย์การค้าที่บริหารโดย OPA ตั้งอยู่ในทำเลเยี่ยม ห่างจากสถานี JR คานาซาวะเพียงเดิน 1 นาที
ในอาคาร 8 ชั้นมีร้านค้าหลากหลายประมาณ 190 ร้าน ตั้งแต่แฟชั่น ของแต่งบ้าน สินค้าไลฟ์สไตล์ เครื่องสำอาง ไปจนถึงเครื่องประดับ

4. คานาซาวะ เอ็มซ่า
ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่เปิดให้บริการในปี 1973 และเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบัน “คานาซาวะ เอ็มซ่า” ในปี 2021
ภายในตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 8 บนดิน รวมร้านค้าหลากหลายตั้งแต่แฟชั่น ของใช้ อาหาร ไปจนถึงงานหัตถกรรมดั้งเดิมของอิชิคาวะ ตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้ในชีวิตประจำวันและการเลือกซื้อของฝาก

5. ฮาคุอิจิ สาขาฮิงาชิยามะ
ร้านค้าที่บริหารโดยฮาคุอิจิ สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของโรงอาบน้ำสาธารณะ “ฮิงาชิยุ” ซึ่งเคยเป็นที่คุ้นเคยของผู้คนในย่านฮิงาชิชายะ
ภายในร้านยังคงเก็บโถงเพดานสูงจากสมัยเป็นโรงอาบน้ำไว้เหมือนเดิม ทำให้บรรยากาศโปร่งสบายและเดินเลือกซื้อของได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมีสินค้าให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ของฝากสำหรับการเดินทางไปจนถึงของพิเศษที่เหมาะจะมอบเป็นของขวัญในโอกาสสำคัญ
“ซอฟต์ครีมประกายทองคำเปลว” เองก็เริ่มต้นจากการเป็นสินค้าลิมิเต็ดฉลองการเปิดใช้โฮคุริคุชินคันเซ็น และเป็นเมนูที่หลายคนอยากลองเช่นกัน
-
ร้านของฝากที่มีสินค้าใช้ทองคำเปลวอย่างเต็มที่ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่งานหัตถกรรมไปจนถึงอาหาร
-
ซอฟต์ครีมประกายทองคำเปลว
เหมาะเป็นฐานเที่ยวคานาซาวะ! 5 ที่พักแนะนำคัดสรร
ถ้าอยากใช้เวลากับคานาซาวะให้เต็มขึ้นอีกนิด การเลือกที่พักให้เข้ากับสไตล์ทริปก็สำคัญไม่น้อย ที่นี่มีตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่ซิตี้โฮเทลขนาดใหญ่ที่เดินทางสะดวก โรงแรมมาจิยะสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นที่อบอวลด้วยกลิ่นอายคางะ ไปจนถึงเรียวกังน้ำพุร้อนในย่านยุวาคุออนเซ็นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบดั้งเดิม เราขอแนะนำที่พักคัดสรรในคานาซาวะที่สามารถเลือกได้ตามรูปแบบการเดินทางและจุดประสงค์ของคุณ
1. โรงแรมนิกโกะ คานาซาวะ
โรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ตรงหน้าสถานี JR คานาซาวะ โดดเด่นด้วยอาคารสูง 30 ชั้น ซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดระดับแนวหน้าของภูมิภาคโฮคุริคุ เดินจากทางออกเค็นโรคุเอ็นซึ่งมีประตูสึสึมิมงอันเป็นเอกลักษณ์เพียง 3 นาที และยังเชื่อมต่อโดยตรงผ่านทางใต้ดิน จึงสะดวกแม้ในวันที่ฝนตกหรือหิมะตกหนัก
ห้องพักทุกห้องสำหรับช่วงเวลาแสนพิเศษตั้งอยู่ตั้งแต่ชั้น 17 ขึ้นไป และคุณยังสามารถเลือกชั้นที่ตรงกับความชอบของตัวเองได้จากดีไซน์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกัน

2. โรงแรม ทอริฟีต คานาซาวะ
โรงแรมบรรยากาศมีสไตล์ ตั้งอยู่ห่างจากสถานีคานาซาวะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพียงเดิน 4 นาที
ภายในเลานจ์มีการจัดแสดงงานหัตถกรรมดั้งเดิมและงานศิลปะ ทำให้คุณสามารถสัมผัสศิลปะได้อย่างเป็นกันเอง
ที่ชั้น 2 และชั้น 3 มีห้องอาบน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ชื่อ “คตโตรีโนะยุ” ประดับโคมลายคางะยูเซ็น ให้คุณแช่น้ำและพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางพร้อมชมโคมไฟไปด้วย
อีกหนึ่งจุดเด่นคือบริเวณอ่างล้างหน้าของห้องอาบน้ำหญิงมีเครื่องสำอางแบบคาร์บอเนตและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

3. อุอัน คานาซาวะ
คานาซาวะเป็นเมืองที่มีฝนตกบ่อย จนมีคำกล่าวว่า “ลืมเบนโตะยังพอได้ แต่อย่าลืมร่ม”
โรงแรมแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “อุอัน” ด้วยความตั้งใจให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินทั้งวันฟ้าใสและวันฝนตก จนรู้สึกว่า “ฝนตกก็ดีเหมือนกัน” ที่เลานจ์ชั้น 1 “ฮาเระโนะมะ” มีทั้งหนังสือและงานศิลปะเกี่ยวกับคานาซาวะ รวมถึงบริการฟรีชาคางะโบและโซบะ ให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมของคานาซาวะอย่างสบาย ๆ

4. ยูโนะเดะ
ยุวาคุออนเซ็นตั้งอยู่ในย่านสงบลึกของคานาซาวะ ห่างจากความวุ่นวายของตัวเมือง และขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนไร้สีใสที่อ่อนโยนต่อผิว “ยูโนะเดะ เรียวกัง” โอบล้อมด้วยสวนกลางแจ้งสีเขียวและห้องชงชาสไตล์ดั้งเดิม มอบบรรยากาศญี่ปุ่นแสนสงบพร้อมการต้อนรับอย่างใส่ใจ จนทำให้รู้สึกผ่อนคลายราวกับอยู่บ้าน
ห้องพักแบบสุกิยะสไตล์ดั้งเดิมซึ่งเคยเป็นที่รักของนักชงชาและผู้คนในแวดวงวัฒนธรรม มีทั้งหมด 10 ห้อง แต่ละห้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

5. ยามาโนะโอะ
เรียวกังเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1890
เจ้าของรุ่นแรกเป็นผู้มีรสนิยมด้านศิลปะและวัฒนธรรมจนคิตะโอจิ โรซันจินยกย่องว่าเป็น “บุรุษชื่อดังอันดับหนึ่งแห่งโฮคุริคุ แขกคนสำคัญของคานาซาวะ และผู้ทรงคุณวุฒิแห่งงานชงชา” ทำให้ดึงดูดนักชิมและผู้รักพิธีชงชาจากหลายพื้นที่
ปัจจุบันยังคงสืบทอดจิตวิญญาณการต้อนรับแบบ “หนึ่งแขกหนึ่งเรือน” มาตั้งแต่วันก่อตั้ง พร้อมเสิร์ฟอาหารอันประณีตในแบบฉบับร้านอาหารชั้นสูงอย่างเต็มที่

5 ของฝากจากคานาซาวะ แหล่งขนมขึ้นชื่อระดับญี่ปุ่น
คานาซาวะเป็นเมืองที่มีเรื่องของขนมและวัฒนธรรมการดื่มชาผูกพันกันอย่างลึกซึ้งมาตั้งแต่อดีต อิทธิพลจากการส่งเสริมของแคว้นคางะในสมัยเอโดะทำให้วัฒนธรรมพิธีชงชาแพร่หลายอย่างกว้างขวาง และขนมญี่ปุ่นที่รับประทานคู่กับชาก็หยั่งรากลึกในชีวิตประจำวันของผู้คนมาโดยตลอด คานาซาวะยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามแหล่งขนมชื่อดังของญี่ปุ่นเคียงคู่กับเกียวโตและมัตสึเอะ ทำให้ขนมญี่ปุ่นตามฤดูกาลแสนงดงามก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน
ครั้งนี้เราได้คัดสรรร้านเด่น ๆ จากบรรดาร้านดังมากมายมาแนะนำให้คุณแล้ว
1. อุเคอัง “อุโคคเคริ คาสึเทระ”
สินค้าขึ้นชื่อของอุเคอัง (Ukokkei-an) ผู้ดำเนินศูนย์ฟาร์มเฉพาะทางเพื่อเลี้ยงไก่อุโคคเคในพื้นที่ภูเขาอันอุดมไปด้วยต้นไม้ของคานาซาวะ จังหวัดอิชิคาวะ ตามชื่อของขนมนี้ จุดเด่นคือใช้ไข่สดจากไก่อุโคคเคเป็นวัตถุดิบหลักอย่างเต็มที่ และตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมส่วนผสมไปจนถึงการอบ ช่างฝีมือจะอบอย่างประณีตทีละชิ้น
นอกจากรสดั้งเดิมแล้ว ยังมีรสมัตฉะ รสน้ำตาลทรายดำ และรุ่นพรีเมียมที่เคลือบผิวด้วยทองคำเปลว เหมาะทั้งซื้อเป็นของฝากและมอบเป็นของขวัญให้คนสำคัญ ถือเป็นของฝากคานาซาวะแบบหรูที่ได้รับความนิยมเสมอ
-
เข้มข้นและลุ่มลึกต่างระดับ! ใช้ไข่ไก่อุโคคเคอันหายากอย่างเต็มที่
-
เวอร์ชันพรีเมียมที่เคลือบผิวด้วยทองคำเปลว
2. เลอ โกตันแตง คานาซาวะ “คินสึบะ บิสกี”
ขนมสไตล์ใหม่ที่ผสาน “คินสึบะ” ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เป็นที่รักของชาวคานาซาวะมายาวนาน เข้ากับเนยทำมือเนื้อครีมมี่กลิ่นหอม โดยเลือกใช้เนยหมักจากแคว้นนอร์ม็องดีของฝรั่งเศส ซึ่งขึ้นชื่อด้านการทำปศุสัตว์เป็นพิเศษ รสลึกและกลิ่นหอมของเนยเข้ากันได้อย่างลงตัวกับไส้ถั่วหวานรสนุ่มนวลที่มีกลิ่นรัมจาง ๆ เนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำของคินสึบะยิ่งเข้ากันดีกับแป้งสไตล์บิสกิตที่นุ่มร่วนอย่างยอดเยี่ยม
มีให้เลือก 2 รสชาติ ได้แก่ รสดั้งเดิมที่ให้คุณเพลิดเพลินกับการจับคู่สุดลงตัวของไส้ถั่วหวานรสละมุนและเนยเข้มข้นอย่างเรียบง่าย และรสมัตฉะที่มีความขมนิด ๆ ทิ้งท้ายอย่างมีเสน่ห์
-
ขนมลูกผสมสไตล์ใหม่ที่เชื่อมความเป็นตะวันตกและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน
-
รสมัตฉะที่มีกลิ่นขมนิด ๆ อย่างพอดีก็เป็นที่นิยมเช่นกัน
3. อิชิคาวะยะ ฮมโปะ “ไคจิน”
ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่ก่อตั้งในช่วงปี 1830–1844 และมีประวัติยาวนานกว่า 170 ปี จำหน่ายทั้งไคจินซึ่งเป็นของฝากยอดนิยม รวมถึงขนมสดแบบโจนามางาชิและขนมอบที่ทำด้วยมือโดยช่างฝีมือ
ไคจินที่เปล่งประกายราวอัญมณีคือขนมโคฮากุโตที่ทำจากวุ้นพิเศษและน้ำตาลนำไปตากแห้งตามธรรมชาติ ว่ากันว่าชื่อและสีสันหลากหลายของขนมนี้มาจากการที่คนคานาซาวะในอดีตเรียกลูกแก้วเล่นว่า “ไคจิน” เมื่อกัดเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงผิวด้านนอกที่กรุบเบา ๆ และด้านในที่นุ่มเด้งคล้ายเยลลี่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของขนมชนิดนี้
-
ของฝากคลาสสิกแสนระยิบระยับราวอัญมณีจากร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่
-
ยังมี “ไคจิน เนโกะ” ที่จำนวน รูปทรง และสีภายในจะแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง
4. คานาซาวะ อุราตะ “คางะฮาจิมัง โอกิอาการิ โมนากะ”
“คางะฮาจิมัง โอกิอาการิ โมนากะ” ผลิตโดย “คานาซาวะ อุราตะ” ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ของคานาซาวะที่เปิดกิจการมายาวนานกว่า 80 ปี
เป็นของฝากยอดนิยมรูปทรงน่ารัก ที่ได้แรงบันดาลใจจากของเล่นพื้นบ้าน “คางะฮาจิมัง โอกิอาการิ” ซึ่งทำเป็นตุ๊กตาจำลองภาพตอนคางะฮาจิมังซามะ ผู้ที่จะเติบโตขึ้นเป็นจักรพรรดิโอจินในภายหลัง เพิ่งถือกำเนิดและโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่อตัวสีแดงแห่งการเฉลิมฉลอง
-
ขนมโมนากะทรงกลมมนขนาดพอดีมือ
-
ของฝากยอดนิยมแสนน่ารักที่ได้แรงบันดาลใจจากของเล่นพื้นบ้านอันเป็นมงคล
5. ทาวาระยะ อาเมะ “ทาวารักโกะ” “อาเม็งโกะ”
ร้านลูกอมเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1830 และมีประวัติยาวนานกว่า 190 ปี
ลูกอมที่ทำจากข้าวญี่ปุ่น ข้าวบาร์เลย์ และน้ำเท่านั้น มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเป็นที่นิยมมาตั้งแต่อดีตในฐานะอาหารธรรมชาติที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วยและส่งเสริมสุขภาพ
ในบรรดาสินค้าที่เหมาะเป็นของฝากเป็นพิเศษ ได้แก่ “ทาวารักโกะ” ซึ่งทำโดยนำ “โอโกชิอาเมะ” ที่ได้จากการเคี่ยวน้ำเชื่อม “จิโระอาเมะ” สินค้าซิกเนเจอร์ของร้านให้ความชื้นระเหยออก แล้วปั้นเป็นเม็ดแข็งให้ทานง่าย และ “อาเม็งโกะ” ที่นำมานวดแล้วปั้นเป็นเม็ดเช่นกัน
-
อาเม็งโกะได้แรงบันดาลใจจากอาคารร้านหลัก
-
“ทาวารักโกะ” มีอายุการเก็บรักษา 360 วัน จึงเก็บได้นานและสะดวก
แผนที่ท่องเที่ยวคานาซาวะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเที่ยวคานาซาวะ
Q
เที่ยวคานาซาวะควรพักกี่คืนดี?
หากอยากเที่ยวจุดหลักอย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำ 1 คืน 2 วัน แต่ถ้าอยากใช้เวลาค่อย ๆ เพลิดเพลินกับอาหารและการช้อปปิ้งด้วย แนะนำ 2 คืน 3 วัน หากตั้งใจจะเที่ยวพื้นที่อื่นในจังหวัดอิชิคาวะร่วมด้วย เช่น คาบสมุทรโนโตะ หรือย่านคางะออนเซ็นเคียว การพักอย่างน้อย 3 คืนจะช่วยให้เที่ยวได้สบายยิ่งขึ้น
Q
เดินทางไปคานาซาวะอย่างไร?
จากโตเกียวสามารถเดินทางด้วยโฮคุริคุชินคันเซ็น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนจากโอซาก้าและนาโกย่าสามารถเดินทางได้ทั้งรถด่วนพิเศษและรถบัสด่วน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 ที่โฮคุริคุชินคันเซ็นขยายเส้นทางไปถึงสึรุกะ การเดินทางจากฝั่งคันไซก็ยิ่งสะดวกมากขึ้น
Q
ของฝากแนะนำจากคานาซาวะมีอะไรบ้าง?
ของฝากยอดนิยม ได้แก่ ขนมและของใช้ที่ทำจากทองคำเปลว ชาคางะโบ และขนมญี่ปุ่น ที่คานาซาวะ เฮียคุบังไกซึ่งเชื่อมตรงกับสถานีคานาซาวะ มีของฝากแทบทุกอย่างครบครัน จึงสะดวกมากหากอยากซื้อรวบเดียวก่อนขึ้นชินคันเซ็นขากลับ
นอกจากนี้ ที่ย่านฮิงาชิชายะยังสามารถหาซื้องานหัตถกรรมดั้งเดิมแท้ ๆ เช่น คางะยูเซ็นและเครื่องเคลือบคุทานิได้อีกด้วย
บทสรุป
คานาซาวะเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ลุ่มลึกเกินกว่าจะทำความรู้จักได้จากการมาเยือนเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมย่านประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ สัมผัสศิลปะร่วมสมัยระดับโลก ลิ้มรสความอุดมสมบูรณ์จากทะเลญี่ปุ่น หรือเพลิดเพลินกับการพบเจองานหัตถกรรมดั้งเดิม ทุกอย่างถูกรวมไว้อย่างแน่นแฟ้นในเมืองปราสาทขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ และนั่นเองก็เป็นเสน่ห์สำคัญของคานาซาวะ สวนเค็นโรคุเอ็นที่เผยโฉมต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล หรือย่านโรงน้ำชาที่ให้บรรยากาศอีกแบบเมื่อยามค่ำคืน ล้วนทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนได้พบสิ่งใหม่เสมอ
เมื่อได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของคานาซาวะแล้ว ลองขยับสายตาออกไปยังจังหวัดอิชิคาวะทั้งจังหวัดต่ออีกสักนิดก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของคาบสมุทรโนโตะ หรือออนเซ็นแสนผ่อนคลายของคางะออนเซ็นเคียว ที่นี่ยังมีสถานที่น่าประทับใจอีกมากมาย ร่วมออกเดินทางต่อจากคานาซาวะ แล้วค้นหาเสน่ห์อันลึกซึ้งของอิชิคาวะให้มากยิ่งขึ้นกันเถอะ
