![รู้ก่อนยิ่งซึ้งกว่าเดิม! คู่มือเที่ยวพระใหญ่คามาคุระ [จุดเด่น การเดินทาง และเส้นทางตัวอย่าง]](https://static.gltjp.com/glt/data/article/22000/21413/20260507_161551_61c5c76b_w1920.webp)
รู้ก่อนยิ่งซึ้งกว่าเดิม! คู่มือเที่ยวพระใหญ่คามาคุระ [จุดเด่น การเดินทาง และเส้นทางตัวอย่าง]
ถ้าเอ่ยถึงคามาคุระ ภาพที่หลายคนนึกถึงก็มักเป็น “พระใหญ่คามาคุระ” ที่ผู้คนมากมายทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
บทความนี้จะพาไปรู้จักข้อมูลพื้นฐานของพระใหญ่คามาคุระ โดยเน้นแนะนำส่วนประกอบสำคัญและจุดน่าสนใจต่างๆ
พร้อมกันนั้น ยังรวบรวมเส้นทางท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเพื่อให้เที่ยวคามาคุระได้อย่างเต็มอิ่มด้วย อย่าพลาดอ่านจนจบนะ
พระใหญ่คามาคุระคืออะไร?
เมื่อมาถึงคามาคุระ สถานที่ที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น (Kotokuin Kamakura Daibutsuden) ซึ่งเป็นวัดนิกายโจโดที่ตั้งอยู่ในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะ
ชื่ออย่างเป็นทางการคือ ไดอิซัง โคโตคุอิน โชโจเซ็นจิ (Daizan Kotokuin Seijo Senji) และเป็นที่ประดิษฐานพระประธานซึ่งเป็นสมบัติแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในเมือง คือ พระพุทธรูปนั่งอมิตาภะสำริด หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า พระใหญ่คามาคุระ
ที่นี่ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในพระใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่น ด้วยความสูงประมาณ 11.31 เมตร และน้ำหนักประมาณ 121 ตัน จึงโดดเด่นอย่างน่าเกรงขาม
ผิวสำริดสีเขียวจากการผุกร่อนก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่ง ที่บอกเล่ากาลเวลาอันยาวนานของสถานที่แห่งนี้ไว้
ตั้งแต่สมัยคามาคุระ ระหว่างปี ค.ศ. 1185–1392 จนถึงปัจจุบัน องค์พระได้ผ่านทั้งสงคราม แผ่นดินไหว และพายุไต้ฝุ่น แต่ยังคงตั้งอยู่เป็นสัญลักษณ์ของคามาคุระเสมอมา
พลังและความงามของที่นี่ถ่ายทอดได้ไม่หมดผ่านภาพถ่ายหรือวิดีโอ บรรยากาศสงบที่กลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบจะโอบล้อมผู้มาเยือนและมอบความประทับใจอย่างลึกซึ้ง หากมีโอกาสอยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ประวัติของพระใหญ่คามาคุระ
เชื่อกันว่าการสร้างพระใหญ่คามาคุระเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1252 แต่เนื่องจากเอกสารเกี่ยวกับการก่อสร้างในสมัยนั้นหลงเหลืออยู่น้อย จึงยังมีปริศนาหลายอย่าง
มีการเล่ากันว่าเงินบริจาคที่พระภิกษุโจโค (Joko) รวบรวมไว้นั้นถูกนำมาใช้ในการสร้าง แต่ยังไม่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างขึ้นเพื่ออะไร
เดิมทีองค์พระถูกปิดทองและประดิษฐานอยู่ภายในอาคารไดบุทสึเด็น แต่จากพายุไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหวหลายครั้งทำให้อาคารพังทลาย หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1498 จึงกลายเป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ต่อมาในปี ค.ศ. 1712 พระชั้นผู้ใหญ่ยูเท็นโชนิน (Yutenshonin) ได้ฟื้นฟูวัด และพัฒนาให้เป็นวัดนิกายโจโดอย่างเป็นรูปเป็นร่าง
หลังจากนั้นก็มีการบูรณะและเสริมความแข็งแรงต้านแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์พระยังคงรูปแบบใกล้เคียงกับช่วงแรกเริ่มสร้าง
ในปี ค.ศ. 1958 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ และในปี ค.ศ. 2004 พื้นที่บริเวณวัดทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในชื่อ “ซากไดบุทสึเด็นแห่งคามาคุระ” สะท้อนถึงบทบาทในฐานะสัญลักษณ์สำคัญของคามาคุระ

การเดินทางไปพระใหญ่คามาคุระ
หากวางแผนจะไปวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีฮาเสะของรถไฟเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ
ด้านล่างนี้สรุปเส้นทางโดยเริ่มจากสถานีโตเกียวและสถานีชินจูกุ ซึ่งเดินทางได้สะดวกจากใจกลางเมือง
ทั้งนี้ ที่นี่ไม่มีที่จอดรถสาธารณะ จึงไม่เหมาะกับการเช่ารถขับมาเอง จากสถานีคามาคุระสามารถเดินทางต่อด้วยรถไฟเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ หรือรถบัสเคฮินคิวโกะแล้วลงที่ป้ายไดบุทสึมาเอะ นอกจากนี้ยังเดินจากสถานีคามาคุระได้ด้วย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
| จุดเริ่มต้น | เส้นทาง | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| สถานีโตเกียว |
1. ขึ้นรถไฟ JR สายโยโกสุกะจากสถานีโตเกียว ลงที่สถานีคามาคุระ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ 2. จากสถานีคามาคุระ ขึ้นรถไฟเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ ลงที่สถานีฮาเสะ แล้วเดินต่อประมาณ 7 นาทีถึงที่หมาย |
ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที |
| สถานีชินจูกุ |
1. ขึ้นรถไฟ JR สายโชนันชินจูกุจากสถานีชินจูกุ ลงที่สถานีคามาคุระ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ 2. จากสถานีคามาคุระ ขึ้นรถไฟเอโนะชิมะเด็นเท็ตสึ ลงที่สถานีฮาเสะ แล้วเดินต่อประมาณ 7 นาทีถึงที่หมาย |
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที |
เวลาเข้าชมและค่าเข้าชมพระใหญ่คามาคุระ
ก่อนแวะไปชม ลองเช็กเวลาเข้าชมและค่าเข้าชมของวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็นไว้สักนิด ดังนี้
เวลาเปิดประตูจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล และค่าเข้าชมชำระได้ที่จุดจำหน่ายบัตร
โดยทั่วไปที่นี่ค่อนข้างคึกคัก แต่ในวันธรรมดาช่วง 08:00–10:00 หรือ 16:00 จนถึงเวลาปิด จะมีผู้คนน้อยกว่าช่วงอื่นเล็กน้อย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากเลี่ยงความแออัด
- เวลาเข้าชม
-
เดือนเมษายน–เดือนกันยายน: 08:00–17:30
เดือนตุลาคม–เดือนมีนาคม: 08:00–17:00
※เข้าชมได้ถึง 15 นาทีก่อนปิดประตู และเฉพาะวันที่ 1 เดือนมกราคม เปิดเวลา 00:00 - เข้าชมภายในองค์พระ
-
08:00–16:30 (ตลอดปี)
※เข้าชมภายในได้ถึง 10 นาทีก่อนปิด - ร้านขายของที่ระลึกของวัด
- 08:30–16:45 (ตลอดปี)
- จุดรับโกะชูอิน (สำนักงานวัด)
-
เขียนลงสมุดโกะชูอิน: 09:00–15:00
โกะชูอินแบบกระดาษพิมพ์: 08:00–16:30 - ค่าเข้าชม
-
บุคคลทั่วไป, นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย: 300 เยน
นักเรียนประถม: 150 เยน
เข้าชมภายในองค์พระ: 50 เยน
※เด็กเล็กเข้าฟรี
ช่วงเวลาเที่ยวที่แนะนำของพระใหญ่คามาคุระคือเมื่อไร?
วัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น มีบรรยากาศและจุดเด่นที่เปลี่ยนไปมากในแต่ละฤดูกาล จึงเที่ยวได้เพลิดเพลินไม่ว่าจะมาเมื่อไร
รอบองค์พระมีต้นไม้เรียงราย หากได้ชมพร้อมกับทิวทัศน์ตามฤดูกาลจากธรรมชาติ ก็จะยิ่งสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ได้มากขึ้น
โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่ให้บรรยากาศงดงามเป็นพิเศษ จึงเป็นช่วงที่หลายคนอยากแวะมาเยือน
ฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระและใบไม้เขียวสดสวยงาม
ในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระภายในวัดจะช่วยแต่งแต้มฉากหลังและรอบองค์พระใหญ่คามาคุระ ขณะที่ท้องฟ้าสีครามและใบไม้เขียวสดช่วยสร้างบรรยากาศอ่อนโยน
ความต่างระหว่างสีดอกไม้โทนอ่อนกับสีหน้าสงบนิ่งขององค์พระทำให้เกิดภาพที่น่าประทับใจและถ่ายรูปขึ้นมาก
โดยเฉพาะมุมเงยที่มององค์พระผ่านดอกซากุระ เป็นมุมยอดนิยมที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ผลิอย่างชัดเจน
อากาศก็สบาย เหมาะกับการเดินเล่นรอบๆ มาก หากไปครั้งแรก ฤดูนี้ถือว่าน่าแนะนำมาก

ปลายฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีโดดเด่น
ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ต่างๆ เช่น ใบเมเปิล แปะก๊วย และหอมหมื่นลี้ จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีทอง ทำให้บรรยากาศเมืองเก่าอันสงบของคามาคุระยิ่งลุ่มลึกขึ้น
อากาศที่ปลอดโปร่งช่วยให้มองเห็นเส้นสายขององค์พระได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และยิ่งขับเน้นความงามสง่าใต้ท้องฟ้าสูง
อีกหนึ่งจุดน่าชมคือรวงหญ้าซูซูกิที่พลิ้วไหวอย่างอ่อนช้อย ช่วยเติมเสน่ห์แบบญี่ปุ่นให้มากขึ้น
ทั้งนี้ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของคามาคุระจะมาช้ากว่าหลายพื้นที่ โดยมักพีคในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม หากมาในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงจะสัมผัสบรรยากาศฤดูกาลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ส่วนประกอบหลักและความหมายของพระใหญ่คามาคุระ
ถ้าอยากดูองค์พระให้ลึกขึ้น ลองเริ่มจากตารางด้านล่างที่สรุปส่วนประกอบหลักของพระใหญ่คามาคุระไว้ก่อน
แต่ละส่วนมีความหมายลึกซึ้ง และร่วมกันถ่ายทอดความเมตตาและปัญญาของพระอมิตาภะ
หากเข้าใจสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาเหล่านี้ คุณอาจมองเห็นเสน่ห์ขององค์พระได้มากกว่าความยิ่งใหญ่ภายนอกอีกเล็กน้อย
| ส่วนประกอบ | ความหมาย |
|---|---|
| เกลียวผม | ทรงผมที่เป็นลักษณะเกลียว สื่อถึงการตรัสรู้และปัญญาอันสูงส่งของพระพุทธเจ้า พระใหญ่คามาคุระมีเกลียวผมขนาดใหญ่และจำนวนรอบไม่มากนัก จุดเด่นคือเป็นเกลียวหมุนซ้ายซึ่งพบได้ไม่บ่อย และมีทั้งหมด 656 ชิ้น มากกว่าพระใหญ่แห่งนารา |
| ปุยขาวระหว่างคิ้ว | ขนสีขาวลักษณะเป็นเกลียวที่อยู่ระหว่างคิ้ว เป็นหนึ่งใน “ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ” ของพระพุทธเจ้า และเชื่อกันว่าแสงสว่างแผ่ออกมาจากจุดนี้เพื่อส่องโลก |
| ดวงตาสีน้ำเงินเข้ม | ดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ สีหน้าที่มองต่ำลงเล็กน้อยอย่างสงบเชื่อกันว่าเป็นสายตาที่มองเห็นทุกสิ่งอย่างทะลุปรุโปร่ง |
| มุทราสมาธิของพระอมิตาภะ | ท่าทางที่ใช้นิ้วทั้งสองมือทำเป็นวง สื่อถึงพระอมิตาภะที่กำลังอยู่ในสมาธิอันลึกซึ้ง |
| หู (ติ่งหู) | ยาว 190 เซนติเมตร สื่อถึงการรับฟังความทุกข์และคำอธิษฐานของผู้คนทุกหมู่เหล่า |

อยากชมให้เต็มอิ่ม! 5 จุดเด่นของพระใหญ่คามาคุระ
ต่อจากนี้จะพาไปดูจุดเด่นของวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็นทีละจุด
แต่ละจุดมีบทบาทต่างกันไป และเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดในการทำความเข้าใจศรัทธา ประวัติศาสตร์ และงานออกแบบที่ถ่ายทอดผ่านองค์พระใหญ่
หากมองไม่ใช่แค่ความงามภายนอก แต่รวมถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ด้วย คุณน่าจะยิ่งเพลิดเพลินกับการเที่ยวมากขึ้น ลองใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางได้เลย
1. พระพุทธรูปนั่งอมิตาภะสำริด (พระใหญ่คามาคุระ)
จุดเด่นสำคัญที่สุด แน่นอนว่าคือสมบัติแห่งชาติ “พระพุทธรูปนั่งอมิตาภะสำริด” หรือที่เรียกกันว่าพระใหญ่คามาคุระ
แม้องค์พระจะดูยิ่งใหญ่และทรงพลัง แต่บริเวณริมฝีปากกลับแฝงรอยยิ้มอ่อนโยน สีหน้าโดยรวมสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดใจ
ในศตวรรษที่ 16 นักเดินทางจากยุโรปเคยยกย่องความงามนี้ว่าเป็น “รอยยิ้มแบบตะวันออก” และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงช่วยปลอบใจผู้มาเยือนเช่นเดิม
เชื่อกันว่ารูปแบบขององค์พระผสมผสานลักษณะงานของสำนักเคย์กับอิทธิพลจากราชวงศ์ซ่ง และได้รับการสร้างอย่างประณีตในทุกรายละเอียด

เข้าชมภายในองค์พระ
พระใหญ่คามาคุระไม่ได้มีแค่ให้ชมจากภายนอกเท่านั้น หากชำระค่าเข้าชม 50 เยน ก็สามารถเข้าไปด้านในผ่านประตูด้านหลังได้
ภายในเป็นโครงสร้างกลวง อากาศเย็นสบายและมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามา ช่วยสร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา
ร่องรอยของเทคนิคการหล่อจากเมื่อกว่า 750 ปีก่อนยังคงหลงเหลืออยู่บนผนัง ทำให้สัมผัสได้ว่าช่างฝีมือในยุคนั้นสร้างพระพุทธรูปขนาดมหึมานี้ขึ้นมาอย่างไร
ภายในห้ามถ่ายภาพ ดังนั้นหากมาเยือนแล้ว แนะนำให้ลองเข้าชมภายในด้วยตัวเอง

2. ประตูนิโอ
เมื่อเดินไปตามทางเข้าสู่วัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ “ประตูนิโอ”
เป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าถูกย้ายมาจากสถานที่อื่นในช่วงต้นศตวรรษที่ 18
ด้านซ้ายและขวามีรูปปั้นนิโอที่ได้รับการซ่อมแซมในยุคเฮเซประดิษฐานอยู่ แสดงภาพผู้พิทักษ์ที่ทรงพลังคอยต้อนรับผู้มาเยือน
รูปปั้นนิโอคู่นี้ประกอบด้วยรูปปั้นอาเกียวที่อ้าปาก และรูปปั้นอุงเงียวที่ปิดปาก สื่อถึงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของจักรวาล

3. รองเท้าแตะฟาง
ทางด้านขวาขององค์พระมี “รองเท้าแตะฟาง” ขนาดใหญ่แขวนอยู่ ความยาว 1.8 เมตร และหนักถึง 45 กิโลกรัม
หลังสงครามไม่นาน ในปี ค.ศ. 1951 เด็กๆ จากจังหวัดอิบารากิเริ่มทำและถวายรองเท้านี้ขึ้น ด้วยความปรารถนาให้พระใหญ่ได้จาริกไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อนำความสุขมาสู่ผู้คนทุกหมู่เหล่า
ปัจจุบันก็ยังมีการทำใหม่และถวายทุกๆ 3 ปี อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สะท้อนการเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นด้วย
ภาพของพระใหญ่สมบัติแห่งชาติอันสง่างามคู่กับรองเท้าแตะฟางแบบเรียบง่ายนี้ เป็นมุมชวนยิ้มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น

4. กลีบบัวและฐานหิน
“กลีบบัว” และ “ฐานหิน” รอบองค์พระ เป็นจุดน่าสนใจที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ช่วยให้จินตนาการถึงกาลเวลาอันยาวนานที่พระใหญ่คามาคุระได้ผ่านพ้นมา
กลีบบัวเป็นส่วนตกแต่งของฐานที่องค์พระประทับอยู่ โดยลวดลายกลีบดอกบัวสื่อถึงความบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า
เดิมมีแผนจะสร้างทั้งหมด 32 แผ่น แต่สุดท้ายแล้วมีเพียง 4 แผ่นที่สร้างเสร็จและจัดวางไว้ด้านหลัง
ส่วนฐานหินคือร่องรอยของอาคารไดบุทสึเด็นที่เคยครอบองค์พระไว้ในอดีต
แม้อาคารจะสูญหายไปเพราะภัยพิบัติหลายครั้ง แต่สิ่งนี้ยังช่วยให้สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์จนมาสู่ภาพพระกลางแจ้งในปัจจุบันได้

5. แผ่นศิลาและศิลาจารึกบทกวี
ภายในวัดมีแผ่นศิลาและอนุสรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักเขียนชื่อดังและบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์หลงเหลืออยู่ประมาณ 20 แห่ง แต่ละแห่งสะท้อนความลุ่มลึกทางวัฒนธรรมของคามาคุระได้เป็นอย่างดี
เมื่อเทียบกับพลังอันยิ่งใหญ่ขององค์พระ แผ่นศิลาและศิลาจารึกเหล่านี้กลับยืนอยู่อย่างเงียบสงบ ราวกับค่อยๆ เล่าเรื่องการไหลผ่านของกาลเวลาให้ผู้มาเยือนฟัง
ในบรรดานี้ ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือศิลาจารึกบทกวีของกวีหญิงโยซาโนะ อากิโกะ (Yosano Akiko) ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังทางเดินรอบหลังองค์พระ

โกะชูอินของพระใหญ่คามาคุระ
สำหรับคนที่สนใจโกะชูอิน ที่วัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น สามารถรับได้ 2 แบบดังต่อไปนี้
บางช่วงยังมีโกะชูอินลิมิเต็ดตามฤดูกาล เช่น ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หรือไฮเดรนเยียในช่วงต้นฤดูร้อน
รับได้ที่สำนักงานวัดภายในบริเวณวัด โดยรองรับทั้งแบบเขียนสดลงสมุดและแบบกระดาษสำเร็จรูป แต่ควรระวังเพราะจุดรับอาจปิดก่อนเวลาเข้าชม 1–2 ชั่วโมง
- โกะชูอินพระอมิตาภะ
- โกะชูอินหลักที่มีอักษรพู่กันคำว่า “พระอมิตาภะ” อยู่กลางกระดาษ และประทับตราแดง “คามาคุระไดบุทสึเด็น” ที่มุมล่างซ้าย
- โกะชูอินนะมุโชคันเซอง
- โกะชูอินที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางแสวงบุญคามาคุระ 33 คันนง ลำดับที่ 23 โดยมีอักษรพู่กันคำว่า “นะมุโชคันเซอง” กลางกระดาษ มุมขวาบนมีข้อความระบุ “คามาคุระคันเซอง ลำดับที่ 23” และมุมล่างซ้ายประทับตราแดง “โคโตคุอิน”

เครื่องรางและของมอบจากพระใหญ่คามาคุระ
นอกจากการสักการะแล้ว ที่วัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น ยังมีเครื่องรางสำหรับพกพาเป็นสิริมงคลในชีวิตประจำวัน รวมถึงของมอบอย่างโปสต์การ์ดและเสื้อยืดออริจินัลให้เลือกมากมาย
หลายชิ้นมีดีไซน์เรียบง่ายแต่ดูดีในแบบวัดญี่ปุ่น จึงทั้งเหมาะเป็นที่ระลึกจากการสักการะและใช้งานได้จริง
ไอเท็มที่ออกแบบเป็นรูปพระใหญ่ เช่น “สายห้อยนำโชค” ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เหมาะซื้อเป็นของฝากไม่น้อย

3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบพระใหญ่คามาคุระ
ถ้ามีเวลาเที่ยวต่ออีกหน่อย รอบวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็นก็ยังมีสถานที่ยอดนิยมให้แวะอีกหลายแห่ง
แต่ละแห่งล้วนเป็นจุดหมายคลาสสิกของการเที่ยวคามาคุระ ที่ช่วยให้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองนี้ได้อย่างเต็มที่ในทริปเดียว
ระหว่างทางยังเพลิดเพลินได้ทั้งการเดินเล่น ชิมอาหาร และช้อปปิ้ง ควบคู่ไปกับการซึมซับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
หากเก็บสถานที่เหล่านี้ไว้ในแผนเที่ยว ก็น่าจะช่วยเพิ่มความประทับใจให้ทริปของคุณได้มากทีเดียว
1. วัดฮาเสะเดระ
วัดฮาเสะเดระเป็นสถานที่ชมวิวชื่อดังที่เป็นตัวแทนของคามาคุระ และเป็นที่คุ้นเคยในชื่อ “ฮาเสะคันนง” พระประธานคือพระโพธิสัตว์คันเซอง 11 พักตร์ มีความสูง 9.18 เมตร และนับเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ดอกไม้ภายในวัดฮาเสะเดระจะผลิบานสวยงามในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะไฮเดรนเยียที่บานในเดือนมิถุนายนซึ่งมีชื่อเสียงมาก ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงก็สวยไม่แพ้กัน และในช่วงกลางคืนยังมีการประดับไฟให้ชมอีกด้วย

2. ถนนโคมาจิ
จากทางออกฝั่งตะวันออกของสถานีคามาคุระ ไปตามถนนยาวประมาณ 360 เมตรที่มุ่งขึ้นเหนือโดยมีซุ้มประตูโทริอิสีแดงเป็นจุดเริ่มต้น จะพบร้านค้ากว่า 250 ร้านเรียงรายแน่นขนัด ทั้งร้านของคนท้องถิ่นในชีวิตประจำวัน ร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว และร้านขายของฝาก ถนนสายนี้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการเที่ยวคามาคุระและคึกคักตลอดทั้งปี แม้ถนนจะค่อนข้างแคบ แต่ยังให้ความรู้สึกโปร่งตา เนื่องจากการนำสายไฟลงดินเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2013

3. ศาลเจ้าสึรุงาโอกะฮาจิมังกู
ศาลเจ้าสึรุงาโอกะฮาจิมังกูตั้งอยู่ใจกลางคามาคุระ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ผู้คนคุ้นเคยมายาวนาน
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะศาลเจ้าที่เกี่ยวข้องกับมินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ โชกุนคนแรกของรัฐบาลโชกุนคามาคุระ จึงมีผู้มาสักการะจำนวนมาก อาคารหลักในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1828 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเรื่องทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม โดยที่สระเก็นเปจะมีดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และดอกบัวบานสะพรั่งในฤดูร้อน

3 ร้านอาหารแนะนำใกล้พระใหญ่คามาคุระ
หลังเดินเที่ยวมาแล้ว หากอยากหาที่นั่งพักสบายๆ รอบวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็นก็มีร้านอาหารยอดนิยมให้เลือกพอสมควร
ทุกร้านล้วนเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนและเพลิดเพลินกับอาหารอย่างตั้งใจในบรรยากาศสงบ
บางเมนูยังสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นและงานฝีมือผ่านการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า จึงเหมาะแวะพักระหว่างเดินเที่ยว
เราเลือกมาให้หลากหลายแนว ลองแวะร้านที่ถูกใจดูได้เลย
1. KANNON COFFEE kamakura
“KANNON COFFEE kamakura” คือร้านกาแฟสแตนด์ขนาดเล็กที่เน้นซื้อกลับเป็นหลัก
ด้วยคอนเซปต์ “แม้มีเวลาน้อยก็แวะได้ง่าย และดื่มกาแฟอร่อยได้เสมอ” ที่นี่จึงต้อนรับผู้มาเยือนด้วยกาแฟหอมกรุ่นและขนมโฮมเมด
ภายในเป็นพื้นที่สไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นที่ให้ความอบอุ่นจากไม้ มีทั้งโซนรับประทานในร้าน ที่นั่งแบบม้านั่ง และมุมถ่ายรูป จึงแวะได้สะดวกระหว่างเดินเล่น
แม้จะมีเมนูหลากหลาย แต่เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “เครปพระใหญ่” ที่มีบิสกิตรูปพระใหญ่วางอยู่ด้านบน
หน้าตาดูน่าถ่ายรูป ส่วนรสชาติก็ได้รับคำชมมากว่าอร่อยและไส้แน่น

2. Kamakura Donabe Gohan kaedena.
ร้านข้าวหม้อดินเฉพาะทาง “Kamakura Donabe Gohan kaedena.” ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารริมถนนที่มุ่งหน้าไปยังวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น
เสน่ห์สำคัญที่สุดคือข้าวโคชิฮิคาริจากเกษตรกรคู่สัญญาในทันบะซาซายามะ หุงด้วยน้ำซุปคมบุจนได้ข้าวเมล็ดฟูที่ซึมซับรสอูมามิในทุกเม็ด
เพราะหุงใหม่ตามออร์เดอร์ ทันทีที่เปิดฝาหม้อ ไอน้ำที่ลอยขึ้นมาจะช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร และประสบการณ์ตักข้าวใส่ชามด้วยตัวเองก็ทำให้มื้ออาหารยิ่งน่าจดจำ
ชุดอาหารมาพร้อมกับเครื่องเคียงสร้างสรรค์ 7 อย่างและซุปมิโซะ ให้ความรู้สึกหรูหราเหมือนรับประทานคอร์สอาหาร

3. Teishokuya Shamoji
“Teishokuya Shamoji” บนถนนฮาเสะคันนง เป็นร้านอาหารชุดยอดนิยมที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวชื่นชอบ
จุดเด่นที่สุดคือรสชาติแบบโฮมเมดจากปลาสดและผักออร์แกนิกปลอดสารที่เจ้าของร้านคัดสรรอย่างดีร่วมกับผู้ผลิต โดยปรุงด้วยน้ำซุปธรรมชาติและเครื่องปรุงอย่างพิถีพิถัน
เมนูชิราสึอันเป็นของขึ้นชื่อของคามาคุระได้รับความนิยมมาก โดยเมนูซิกเนเจอร์ “ชามข้าวชิราสึรวมทะเล” มาพร้อมปลาหมึกท้องถิ่น อินาดะ ซาวาระ และปลาทูน่าจากมิซากิทั้งส่วนชูโทโระและอะคามิ รวมถึงชิราสึลวก เป็นเมนูที่จัดเต็มมาก
บนโต๊ะยังมีโชยุพริกเขียวและน้ำส้มซูชิให้ปรับรสได้ตามชอบอีกด้วย

เส้นทางท่องเที่ยวตัวอย่างของพระใหญ่คามาคุระ
ถ้าอยากจัดทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ ด้านล่างนี้คือเส้นทางตัวอย่างในคามาคุระที่มีพระใหญ่คามาคุระเป็นจุดศูนย์กลาง
เพราะครอบคลุมสถานที่สำคัญหลักไว้แล้ว คุณสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางวางแผนทริปได้เลย
| เวลา (โดยประมาณ) | สถานที่ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| 10:00 | สถานีฮาเสะ | เดินไปยังวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น |
| 10:10 | ประตูนิโอ | ชมรูปปั้นนิโอและปรับอารมณ์ให้พร้อมเข้าสู่บริเวณวัด |
| 10:20 | พระใหญ่คามาคุระ | สักการะองค์พระจากด้านหน้า พร้อมชมความหมายของส่วนต่างๆ เช่น เกลียวผม ปุยขาวระหว่างคิ้ว และมุทราสมาธิ |
| 10:40 | เข้าชมภายในองค์พระ | เข้าไปด้านในองค์พระ เพื่อสัมผัสร่องรอยการหล่อและบรรยากาศลึกลับจากแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามา |
| 11:00 | เดินเล่นภายในวัด | ชมรองเท้าแตะฟาง ศิลาจารึกของโยซาโนะ อากิโกะ ฐานหิน และเลือกซื้อเครื่องรางหรือรับโกะชูอิน |
| 11:40 | วัดฮาเสะเดระ | เดินจากวัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น ไปวัดฮาเสะเดระ (ประมาณ 10 นาที) เพื่อชมดอกไม้ตามฤดูกาลและบรรยากาศเมืองคามาคุระ |
| 12:00 | อาหารกลางวัน | พักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านตามชอบ |
| 13:00 | ชายหาดยูอิงาฮามะ | เดินเล่นเลียบชายฝั่งแบบสบายๆ พร้อมรับลมทะเล |
| 13:30 | สถานีคามาคุระ | นั่งรถไฟเอโนะเด็นจากสถานีฮาเสะไปยังสถานีคามาคุระ |
| 13:40 | ถนนโคมาจิ | เพลิดเพลินกับการชิมของกินเล่นและมองหาของฝาก |
| 15:00 | ศาลเจ้าสึรุงาโอกะฮาจิมังกู | เดินชมเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ผสานประวัติศาสตร์กับธรรมชาติ และสัมผัสวัฒนธรรมคามาคุระ |
| 15:30 | สถานีคามาคุระ | เดินทางกลับ |

รีวิวพระใหญ่คามาคุระ
มีการแปลบางส่วนด้วย AI
-
ทั้งคามาคุระมีบรรยากาศสโลว์ไลฟ์มาก ออกเดินทางจากโยโกฮาม่าก็เที่ยวได้แบบไม่เร่งรีบ
-
ที่นี่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของคามาคุระ ครั้งก่อนที่มาเพราะเวลาค่อนข้างจำกัดเลยพลาดไป
รอบนี้กลับมาเที่ยวคามาคุระอีกครั้ง ก็เลยจัดที่นี่เป็นเป้าหมายแรก
ก่อนมาดูรีวิวไว้พอสมควร เลยพอเตรียมใจมาแล้วว่าพื้นที่ด้านในไม่ได้กว้างมาก ไฮไลต์หลักคือพระใหญ่ ใช้เวลาเดินชมประมาณ 15 นาทีก็ทั่วแล้ว สำหรับการมาครั้งแรกถือว่าคุ้มค่า แต่คงยังไม่ถึงกับอยากมาซ้ำรอบสอง -
มาเที่ยวคามาคุระทั้งที ต้องมาดูพระใหญ่ ภายในก็สามารถเข้าไปชมได้ และค่าเข้าก็ไม่แพง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพระใหญ่คามาคุระ
Q
ใช้เวลาเที่ยวพระใหญ่คามาคุระประมาณเท่าไร?
หากรวมการสักการะ ถ่ายภาพ และเดินชมรอบๆ แล้ว ควรเผื่อเวลาประมาณ 30 นาที-1 ชั่วโมง
Q
ใครเป็นผู้สร้างพระใหญ่คามาคุระ?
พระใหญ่คามาคุระยังมีหลายเรื่องที่เป็นปริศนา และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้างหรือสร้างขึ้นเพื่ออะไร อย่างไรก็ตาม ตามความเห็นที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป เชื่อว่ารัฐบาลโชกุนคามาคุระมีส่วนสนับสนุนการก่อสร้าง
Q
ท่าทางของพระใหญ่คามาคุระมีความหมายอย่างไร?
รูปมือทั้งสองเรียกว่า “มุทราสมาธิ” สื่อถึงสภาวะที่พระอมิตาภะกำลังอยู่ในสมาธิอันลึกซึ้งและภาวะแห่งการตรัสรู้
Q
พระใหญ่คามาคุระกับพระใหญ่แห่งนารา องค์ไหนใหญ่กว่า?
พระใหญ่แห่งนารา (สูงประมาณ 14.98 เมตร) มีขนาดใหญ่กว่าพระใหญ่คามาคุระ (สูงประมาณ 11.31 เมตร) และมีน้ำหนักมากกว่ามากกว่า 2 เท่าด้วย
บทสรุป
บทความนี้พาไปรู้จักภาพรวมและจุดน่าสนใจของ “พระใหญ่คามาคุระ (วัดโคโตคุอิน คามาคุระไดบุทสึเด็น)” เป็นหลัก
เพียงแค่ได้ไปชมก็สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ แต่หากรู้ประวัติและลักษณะเด่นมาก่อน ก็อาจยิ่งเที่ยวได้ลึกซึ้งกว่าเดิม
ก่อนเดินชมภายในวัด จึงแนะนำให้เตรียมข้อมูลที่จำเป็นไว้ล่วงหน้าเล็กน้อย
หากอยากวางแผนเที่ยวต่อ ลองอ่านบทความแนะนำข้อมูลพื้นฐานของคามาคุระ รวมถึงสถานที่ยอดนิยมและร้านอาหารแนะนำเพิ่มเติมได้เลย




