
【บ้านพักชาวต่างชาติย่านมินาโตะกาวะ】คู่มือเที่ยวมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์|เพลิดเพลินกับบรรยากาศเมืองสไตล์อเมริกัน
มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ (Minatogawa Stateside Town) เป็นจุดเดินเล่นยอดนิยมในโอกินาว่าที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้
ภายในย่านเรียงรายไปด้วยร้านเก๋ๆ ซึ่งปรับปรุงมาจากบ้านพักชาวต่างชาติสไตล์เรโทร ให้คุณเพลิดเพลินกับทิวทัศน์เมืองที่อบอวลด้วยบรรยากาศต่างแดน
บทความนี้จะแนะนำภาพรวม ความเป็นมา และร้านยอดนิยมในมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
เรายังรวบรวมข้อควรรู้ต่างๆ ให้เข้าใจง่ายแม้มาเป็นครั้งแรก จึงอยากให้ติดตามจนจบ
มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์เป็นสถานที่แบบไหน?
มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อย่านบ้านพักชาวต่างชาติมินาโตะกาวะ ตั้งอยู่ในเมืองอุราโซเอะ จังหวัดโอกินาว่า และสร้างขึ้นเป็นย่านที่พักอาศัยสำหรับเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1950–1960
บ้านชั้นเดียวคอนกรีตสไตล์เรโทรในสมัยนั้นยังคงเรียงรายอยู่จนถึงปัจจุบัน และเก็บรักษาร่องรอยจากยุคที่สหรัฐฯ ปกครองโอกินาว่าไว้อย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน อาคารสีสันสดใสและทิวทัศน์ที่ประดับด้วยพรรณไม้โอกินาว่าก็ล้วนถ่ายรูปสวย
ตัวอย่างเช่น ถนนแต่ละสายในย่านมีป้ายตั้งชื่อตามรัฐต่างๆ อย่าง “NEVADA” และ “KANSAS” ก่อให้เกิดทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายต่างแดน
ปัจจุบันมีคาเฟ่และร้านค้ามากกว่า 30 แห่ง แต่พื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัดและมีป้ายแนะนำ จึงเดินเที่ยวได้สะดวกแม้มาเป็นครั้งแรก

ความเป็นมาของมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
จุดเริ่มต้นของมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ย้อนกลับไปถึงยุคหลังสงครามที่โอกินาว่าอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐฯ
ในช่วงทศวรรษ 1950–1960 มีการสร้างบ้านพักชาวต่างชาติจำนวนมากรอบฐานทัพ เพื่อเป็นที่พักอาศัยสำหรับเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ และครอบครัว
ย่านมินาโตะกาวะก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยในช่วงรุ่งเรืองที่สุดเคยมีบ้านพักชาวต่างชาติตั้งเรียงรายมากกว่า 300 หลัง
รูปลักษณ์ทรงกล่องเรียบง่ายที่อาจดูแข็งกระด้าง สวนขนาดกว้าง และพื้นที่จอดรถ ยังคงถ่ายทอดวิถีชีวิตแบบอเมริกันในสมัยนั้นมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากโอกินาว่ากลับคืนสู่การปกครองของญี่ปุ่น ที่นี่ถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของชาวโอกินาว่าด้วย ก่อนจะมีการปรับปรุงอาคารเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์มากขึ้นตามยุคสมัย
ประมาณปี 2000 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ดูแลพื้นที่ได้ตั้งชื่อย่านนี้ว่า “มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์” พร้อมติดตั้งป้ายแนะนำ
ย่านนี้เติบโตเป็นพื้นที่เปี่ยมเสน่ห์ที่รวมร้านอาหารและร้านขายของจิปาถะ โดยใช้ประโยชน์จากทิวทัศน์เมืองเก่าแก่ และปัจจุบันกลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของโอกินาว่า

การเดินทางไปมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
ป้ายรถบัสที่ใกล้มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ที่สุดคือป้าย “มินาโตะกาวะ”
หากขึ้นรถบัสประจำทางจากใจกลางเมืองนาฮะ เช่น ถนนโคคุไซโดริหรือบริเวณหน้าศาลาว่าการจังหวัด จะใช้เวลาประมาณ 40 นาที
ด้านล่างนี้คือวิธีเดินทางโดยเริ่มต้นจากสนามบินนาฮะ
การเดินทางด้วยรถเช่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ที่นี่อยู่ห่างจากสนามบินประมาณ 12 กิโลเมตร หากใช้เส้นทางมุ่งขึ้นเหนือบนทางหลวงหมายเลข 58 จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- เส้นทาง
- ขึ้นรถสาย 120 สายนาโกะนิชิแอร์พอร์ต หรือสายอื่นที่ให้บริการ จากป้ายหมายเลข 5 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สนามบินนาฮะ ลงที่ป้าย “มินาโตะกาวะ” แล้วเดินประมาณ 5 นาที
- ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 1 ชั่วโมง
แค่เดินก็สนุก! ทิวทัศน์และเสน่ห์ของมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
เพียงเดินชมมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ไปทั่วทั้งย่าน ก็สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างจากชีวิตประจำวันได้แล้ว
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือการออกแบบภายนอกและการใช้สีที่แต่ละร้านสร้างสรรค์แตกต่างกัน
ตั้งแต่สีชมพูสด สีฟ้าอ่อนสดชื่น ไปจนถึงสีน้ำเงินเข้ม แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยให้การเดินเที่ยวสนุกยิ่งขึ้น
ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินชมสตูดิโอถ่ายภาพกลางแจ้ง จึงเหมาะกับการถ่ายภาพแนวสตรีตเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ทิวทัศน์เก๋ๆ และตรอกแคบที่ทอดตัวระหว่างอาคารบรรยากาศเรโทรก็เป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจ
ที่นี่ไม่ค่อยแออัดเหมือนแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ คุณจึงใช้เวลาพิเศษได้อย่างอิสระตามจังหวะของตัวเอง

5 ร้านยอดนิยมในมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
ต่อไปนี้คือ 5 ร้านแนะนำในมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
แต่ละแห่งเป็นร้านยอดนิยมที่มีเอกลักษณ์ และสะท้อนความพิถีพิถันของเจ้าของได้อย่างโดดเด่น
เราแบ่งร้านตามประเภทเพื่อให้เลือกได้ตามความสนใจ จุดประสงค์ และผู้ร่วมเดินทาง ลองแวะร้านที่ถูกใจกันได้เลย
1. PORTRIVER MARKET
“PORTRIVER MARKET” เป็นร้านสินค้าคัดสรรซึ่งรวบรวมของที่คู่สามีภรรยาเจ้าของร้านเลือกด้วยรสนิยมอันเฉียบคม
มีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งเครื่องประดับ ของใช้แฟชั่น และอาหาร ภายใต้แนวคิดเรื่องเสื้อผ้า อาหาร และที่อยู่อาศัยอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่า
ทุกครั้งที่มาเยือนจะได้พบสิ่งใหม่ๆ และแม้เพียงเดินชมก็อาจได้รับไอเดียมาเติมสีสันให้ชีวิตประจำวัน
สินค้าที่โดดเด่นคือ “ชินสุโกสูตรออริจินัล” ซึ่งไม่ใช้วัตถุกันเสียและสีผสมอาหาร มีหลายรสชาติ เช่น รสดั้งเดิม น้ำตาลทรายแดง และส้มคาบูจิ เหมาะเลือกเป็นของฝาก
นอกจากนี้ยังแนะนำงานหัตถกรรมดั้งเดิมอย่าง “ยาจิมุน” หรือเครื่องปั้นดินเผาโอกินาว่า และ “แก้วริวกิว”

2. American Wave
“American Wave” เป็นร้านวินเทจแท้ที่ดำเนินงานโดยเจ้าของชาวอเมริกัน
ภายในร้านมีสินค้าหลากหลาย โดยเน้นเสื้อผ้าวินเทจอเมริกันสำหรับผู้หญิงและผู้ชายตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงประมาณทศวรรษ 1990 รวมถึงเครื่องประดับ อัญมณี และกระเป๋า
จุดเด่นที่สุดคือสามารถเลือกซื้อของแท้ที่เจ้าของร้านเดินทางไปจัดหาจากสหรัฐฯ โดยตรง
สินค้าที่คัดเลือกโดยเจ้าของผู้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมอเมริกัน อัดแน่นด้วยเสน่ห์ของงานฝีมือและดีไซน์เฉพาะยุคนั้น
เพลิดเพลินกับความตื่นเต้นในการค้นหาของล้ำค่า พร้อมพบกับของชิ้นเดียวที่หาไม่ได้จากที่อื่น
อาคารสีขาวสะอาดตาซึ่งโดดเด่นตัดกับท้องฟ้าสีครามในเขตร้อน และรูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศต่างแดนก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์

3. ร้านเสื้อผ้าฟูจิอิ
ร้านเสื้อผ้าฟูจิอิ (Fujii Iryoten) ตั้งอยู่ริมถนนเนวาดา เป็นร้านเครื่องแต่งกายที่จำหน่ายแบรนด์คัดสรร เช่น TIFRE BROCANTE และ MANASTASH
จุดเด่นคือสินค้าที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสไตล์เอาต์ดอร์และลำลองสำหรับผู้ใหญ่
นอกจากจะมีสินค้าสีสันและรูปทรงโดดเด่นมากมายแล้ว ยังมีภาชนะและของจิปาถะดีไซน์อบอุ่นแบบโอกินาว่า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากค้นหาของชิ้นโปรด
ไม่เพียงสินค้าเท่านั้น การจัดวางภายในร้านอันเป็นเอกลักษณ์ก็น่าสนใจเช่นกัน
โดยเฉพาะห้องลองเสื้อที่ดัดแปลงจากห้องน้ำเดิม ทำให้ทั้งพื้นที่ยังคงมีร่องรอยของอดีตหลงเหลืออยู่
ทั้งผู้ชื่นชอบแฟชั่นและผู้สนใจอาคารต่างก็เพลิดเพลินได้

4. RAiNBOW SOUL
“RAiNBOW SOUL” เป็นร้านเทียนที่ซ่อนตัวอยู่สุดตรอกในย่าน สังเกตได้จากประตูและกรอบหน้าต่างสีชมพู
ร้านจัดเวิร์กช็อปงานฝีมือสำหรับทุกเพศทุกวัยภายใต้แนวคิดการเล่นและความสนุก โดยแนะนำให้จองล่วงหน้า
เสน่ห์สำคัญคือเวิร์กช็อปหลากหลายประเภท ตั้งแต่ “เทียนชิซ่า” ที่มีเฉพาะสาขาโอกินาว่า ไปจนถึงขวดดอกไม้ในน้ำมันและเชิงเทียนพฤกษศาสตร์
ขั้นตอนไม่ซับซ้อนและมีพนักงานคอยให้คำแนะนำอย่างใส่ใจ เด็กเล็กจึงเข้าร่วมได้สะดวก
ผลงานที่ทำเสร็จสามารถนำกลับได้ภายในวันเดียวกัน เหมาะสำหรับเก็บเป็นความทรงจำจากการเดินทางหรือมอบเป็นของฝาก
ด้านนอกร้านยังมีผนังทั้งด้านจัดเป็นมุมถ่ายภาพสวยๆ ให้สนุกกับการถ่ายรูปควบคู่ไปกับกิจกรรม

5. CasaMachilda Toy&Friends
“Casa Machilda Toy&Friends” เป็นร้านของเล่นนำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยภายนอกสีส้มพาสเทลน่ารักสะดุดตา
ภายในร้านเรียงรายไปด้วยสินค้าจากต่างประเทศที่พบเห็นได้ยากในร้านของเล่นทั่วไปของญี่ปุ่น ทั้งบอร์ดเกม เกมการ์ด และของเล่นเสริมพัฒนาการ
เพียงชมบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างสวยงามก็น่าตื่นเต้นแล้ว
ของเล่นไม้คุณภาพดีที่คัดสรรจากทั่วโลกสามารถหยิบมาลองเล่นจริง เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของแต่ละชิ้นได้
นอกจากนี้ ร้านยังให้ถอดรองเท้าตรงทางเข้าก่อนเข้าไป จึงสามารถลองของเล่นได้อย่างผ่อนคลายราวกับอยู่บ้าน

3 ร้านอาหารแนะนำที่น่าแวะระหว่างเดินเที่ยว
มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ไม่ได้มีเพียงทิวทัศน์เมืองเรโทรเท่านั้น อาหารอร่อยที่รวมตัวอยู่ในย่านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความเพลิดเพลิน
อาหารและขนมหวานที่ได้ลิ้มลองภายในพื้นที่ซึ่งดัดแปลงจากบ้านพักชาวต่างชาติ จะช่วยเติมความพิเศษให้ความทรงจำระหว่างเดินทาง
ต่อไปนี้คือ 3 ร้านที่มีเอกลักษณ์และน่าแวะระหว่างเดินเที่ยว
1. โทริโซบะยะ อิชิกุฟู
โทริโซบะยะ อิชิกุฟู (Torisobaya Ishigufu) เปิดให้บริการในปี 2011 ในฐานะร้านเครือเดียวกับ “อิชิกุฟู” ร้านโอกินาว่าโซบะชื่อดัง
จุดเด่นคือใช้น่องไก่สมุนไพรยันบารุจากจังหวัดโอกินาว่าทำน้ำซุป จึงมีกลิ่นหอมนุ่มนวลและรสชาติเข้มข้น
น้ำซุปสีทองเข้ากันได้ดีกับเส้นแบนทำเองที่เหนียวนุ่ม แม้รสสัมผัสเบาแต่ยังรับรู้ถึงความอร่อยของไก่ได้อย่างชัดเจน
เมนูเด่นคือ “โทริโซบะสูตรพิเศษ” ที่ให้ลิ้มลองไก่ชาชู 2 ชนิด
สามารถเปรียบเทียบรสชาติระหว่าง “ไก่ย่างไฟ” จากเนื้อสะโพก ปรุงด้วยซอสรสหวานเค็มและเบิร์นด้วยไฟก่อนเสิร์ฟจนหอม กับ “ไก่เกลือ” จากเนื้ออกที่นุ่มชุ่มฉ่ำ
เกี๊ยวน้ำเมนูขึ้นชื่อซึ่งมีแป้งเหนียวนุ่มและน้ำเนื้อชุ่มฉ่ำก็เป็นอีกเมนูแนะนำ

2. Pizza House
“Pizza House” เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1958 และได้รับความนิยมในฐานะร้านชื่อดังซึ่งเป็นตัวแทนวัฒนธรรมอาหารอเมริกันของโอกินาว่า
เดิมร้านมีประวัติให้บริการอาหารตะวันตกและพิซซ่าแบบต้นตำรับแก่เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ก่อนจะปรับโฉมใหม่ในปี 2026 ภายใต้แนวคิดหวนคืนสู่จุดเริ่มต้น
เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน จะพบกับพื้นที่เงียบสงบที่มีดนตรีคลาสสิกบรรเลง
ร้านเหมาะกับหลากหลายโอกาส ทั้งวันครบรอบ ครอบครัว และคู่รัก พร้อมการบริการเป็นกันเองที่ช่วยให้ใช้เวลาพิเศษได้อย่างรื่นรมย์
เมนูยอดนิยมคือ “มาร์เกอริตา” ซึ่งใช้แป้งพิซซ่าจากอิตาลีและอบในเตาหินโดยเฉพาะ รวมถึง “ทาโก้เนื้อเม็กซิกัน” ที่เริ่มทำขึ้นตามคำขอของลูกค้า

3. คาเนเล่น้ำตาลทรายแดงโฮคิโบชิ
คาเนเล่น้ำตาลทรายแดงโฮคิโบชิ (Kokuto Canelé Houkiboshi) เป็นร้านคาเนเล่น้ำตาลทรายแดงโดยเฉพาะแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่า
จุดเด่นคือรูปลักษณ์ภายนอกน่ารักจนอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย สังเกตได้จากภาพวาดคาเนเล่บนผนังและม่านบังแดดตรงทางเข้า
ร้านพิถีพิถันเลือกใช้วัตถุดิบจากจังหวัดโอกินาว่า เช่น น้ำตาลทรายแดงจากเกาะทารามะ รังสรรค์เป็นรสชาติละมุนที่ถูกปากชาวญี่ปุ่น
ด้านนอกกรอบ ส่วนด้านในชุ่มฉ่ำและเหนียวนุ่ม ทั้งยังไม่ใช้วัตถุกันเสียหรือสีสังเคราะห์ และมีแคลอรีประมาณครึ่งหนึ่งของคาเนเล่ทั่วไป
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “รสดั้งเดิม” ซึ่งเรียบง่ายแต่ดื่มด่ำกับรสชาติของน้ำตาลทรายแดงได้เต็มที่
ขอแนะนำ “นมเกลือชาตัน” ซึ่งมีเฉพาะสาขาหลักมินาโตะกาวะ รวมถึงรสชาติแบบเมืองร้อนอย่าง “แก้วมังกร” และ “สับปะรด”
ขนาดพอดีคำทำให้ลองเปรียบเทียบหลายรสชาติได้ง่าย อีกทั้งหน้าตาสวยงาม เหมาะซื้อเป็นของฝาก

ข้อควรระวังเมื่อเที่ยวมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
แม้มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์จะเรียงรายไปด้วยร้านเก๋ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นย่านที่พักอาศัยซึ่งมีผู้คนใช้ชีวิตอยู่จริง
เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งบ้านพักและร้านค้าอยู่ร่วมกัน ผู้มาเยือนจึงควรคำนึงถึงชีวิตประจำวันของคนในชุมชนและรักษามารยาท เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้เวลาได้อย่างสบายใจ
ต่อไปนี้คือข้อสำคัญ 3 ประการที่ควรทราบ
อย่าลืมคำนึงถึงบ้านพักทั่วไป
ขอย้ำอีกครั้งว่ามินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์เป็นส่วนหนึ่งของย่านที่พักอาศัยซึ่งยังมีผู้คนอาศัยอยู่ในปัจจุบัน
ภายในพื้นที่มีทั้งร้านค้า คาเฟ่ และบ้านพักทั่วไปตั้งอยู่ปะปนกัน
ระหว่างเดินเที่ยวจึงต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด
ขณะถ่ายภาพควรระวังสิ่งที่ติดเข้ามาในภาพ โดยเฉพาะฉากหลัง และการไม่กีดขวางทางเข้าออกถือเป็นมารยาทขั้นพื้นฐาน
ในบางกรณี การเอ่ยขออนุญาตสักคำจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจและป้องกันปัญหาได้
นอกจากนี้ ควรงดพูดคุยเสียงดังและระวังเรื่องเสียงรบกวนในช่วงเช้าตรู่หรือกลางคืน เพื่อรักษาความสงบ

เวลาเปิดทำการและวันหยุดแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน
ร้านค้าแต่ละแห่งในมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์มีเวลาเปิดทำการแตกต่างกัน
แม้จะเดินชมทิวทัศน์เมืองได้อย่างอิสระ แต่ร้านส่วนใหญ่เป็นกิจการส่วนบุคคลหรือร้านขนาดเล็ก ซึ่งต่างมีรูปแบบการดำเนินงานของตัวเอง
ร้านมีแนวโน้มปิดค่อนข้างเร็ว และร้านอาหารบางแห่งเน้นให้บริการมื้อกลางวัน จึงอาจเข้าใช้บริการไม่ได้ในบางช่วงเวลา
วันหยุดก็ไม่ได้กำหนดเหมือนกันทั้งย่าน เช่น วันพุธ วันเสาร์แรกของเดือน หรือหยุดไม่แน่นอน และการปิดชั่วคราวเพื่อไปร่วมออกร้านตามกิจกรรมต่างๆ ก็พบได้ไม่น้อย
ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการหรือโซเชียลมีเดียล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจ
หากวางแผนแวะหลายร้าน การมาเยือนตั้งแต่ช่วงเช้าจะช่วยให้เพลิดเพลินกับการชอปปิงและตระเวนคาเฟ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พื้นที่จอดรถมีจำนวนจำกัด
หากเดินทางด้วยรถเช่า ควรระมัดระวังเรื่องสถานที่จอดรถ
ภายในย่านไม่มีลานจอดรถขนาดใหญ่สำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนที่จอดของแต่ละร้านก็รองรับได้เพียงไม่กี่คัน หรือบางร้านอาจไม่มีเลย
ยิ่งในช่วงที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และฤดูท่องเที่ยว ที่จอดรถมักเต็มได้ง่าย
จึงควรตรวจสอบตำแหน่งลานจอดรถแบบเสียค่าบริการในบริเวณใกล้เคียงไว้หลายแห่งล่วงหน้า และจัดตารางเวลาให้เผื่อเหลือเผื่อขาด
ห้ามจอดรถในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือหน้าบ้านพักโดยไม่ได้รับอนุญาต และควรงดใช้ที่จอดรถเฉพาะของร้าน หากตั้งใจไปยังร้านอื่นหรือเพียงเดินเที่ยว

3 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
สุดท้ายนี้ เราจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวรอบมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
ทุกแห่งเป็นสถานที่ยอดนิยมที่มีทั้งทิวทัศน์ บรรยากาศ และกิจกรรมน่าสนใจ ให้สัมผัสเสน่ห์ของโอกินาว่าได้ในหลากหลายรูปแบบ
หากแวะเที่ยวควบคู่กับมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ ทริปของคุณจะยิ่งเต็มอิ่มขึ้น
1. ซันเอ อุราโซเอะ เวสต์โคสต์ PARCO CITY
ซันเอ อุราโซเอะ เวสต์โคสต์ พาร์โกซิตี้ (San-A Urasoe West Coast PARCO CITY) บริหารร่วมกันโดยพาร์โก ผู้ดำเนินธุรกิจอาคารแฟชั่นทั่วญี่ปุ่น และซันเอ ผู้ดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในโอกินาว่า
อาคารสูง 6 ชั้น โดยชั้น 1–3 เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ มีพื้นที่จำหน่ายสินค้า 78,000 ตารางเมตร จัดเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของโอกินาว่า
แนวคิดของสถานที่คือ “แบ่งปันความสุข สู่อนาคตจากที่นี่”
มีร้านอาหารและร้านค้าหลากหลายประมาณ 250 แห่ง รวมถึงร้านจำนวนมากที่เปิดสาขาแรกในโอกินาว่าและพบได้เฉพาะที่นี่

2. มิฮามะ ทาวน์รีสอร์ต อเมริกันวิลเลจ
เมืองรีสอร์ตแห่งนี้อยู่ห่างจากสนามบินนาฮะในโอกินาว่าประมาณ 40 นาทีโดยรถยนต์
มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร น้ำพุร้อนธรรมชาติ สถานบันเทิง และชายหาดที่อยู่ติดกัน จึงคึกคักไปด้วยครอบครัว คู่รัก และนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ
อเมริกันวิลเลจสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสนามบินของฐานทัพสหรัฐฯ และตามถนนเรียงรายไปด้วยร้านที่ออกแบบให้คล้ายเมืองในอเมริกา
เสน่ห์อยู่ที่บรรยากาศต่างแดน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของศิลปินข้างถนนหรืออาหารที่เสิร์ฟมาในขนาดแบบอเมริกัน

3. สวนปราสาทชูริ
ปราสาทชูริ (Shurijo Castle) เป็นปราสาทสีแดงเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยสีแดงชาดสดใส และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของโอกินาว่า
ปราสาทชูริเคยตั้งตระหง่านเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง การทูต และวัฒนธรรมของอาณาจักรริวกิว ซึ่งดำรงอยู่เป็นเวลา 450 ปี ตั้งแต่ปี 1429 ถึง 1879
ปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองลงไปเห็นเมืองนาฮะ และล้อมรอบด้วยกำแพงปราสาทแนวโค้ง
รูปแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานวัฒนธรรมการสร้างปราสาทของจีนและญี่ปุ่น รวมถึงเทคนิคการก่อหิน มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์สูง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2000

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์
Q
ใช้เวลาเที่ยวมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์นานเท่าไร?
หากเพียงเดินชมร้านต่างๆ ควรเผื่อเวลา 1–2 ชั่วโมง แต่ถ้าจะแวะคาเฟ่หรือรับประทานอาหารกลางวันด้วย ควรเผื่อเวลา 2–4 ชั่วโมง
Q
มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์เปิดทำการเวลาใดและหยุดวันไหน?
เวลาเปิดทำการและวันหยุดแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน และอาจมีการปิดชั่วคราว จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดทางโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
Q
มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์มีร้านประเภทใดบ้าง?
มีร้านที่มีเอกลักษณ์รวมกันประมาณ 30–60 แห่ง เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของจิปาถะ ร้านเสื้อผ้ามือสอง และร้านเครื่องประดับ
Q
มีสถานที่ใกล้มินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ที่สามารถเที่ยวควบคู่กันได้ไหม?
ขอแนะนำแผนเที่ยวร่วมกับ “ปราสาทชูริ” สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโอกินาว่า “อเมริกันวิลเลจ” ซึ่งได้รับความนิยมจากทิวทัศน์เมืองสีสันสดใส และ “สวนสาธารณะอุราโซเอะไดโคเอ็น” ที่มองเห็นตัวเมืองนาฮะได้
บทสรุป
เราได้แนะนำข้อมูลพื้นฐาน ไฮไลต์ และร้านอาหารแนะนำของมินาโตะกาวะ สเตทไซด์ทาวน์ไปแล้ว
ที่นี่เป็นย่านหนึ่งเดียวซึ่งผสมผสานอาคารที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ยุคปกครองโดยสหรัฐฯ เข้ากับวัฒนธรรมคาเฟ่และร้านขายของจิปาถะแบบใหม่ที่เติบโตขึ้นภายในอาคารเหล่านั้น
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้ใช้เวลาตามแบบฉบับของตัวเอง ขณะเดินชมทิวทัศน์เมืองแบบลิตเติลอเมริกาที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไป
หากสนใจ ลองมาเยือนและสัมผัสบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยตัวเอง
อย่าลืมอ่านบทความนี้ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เพื่อให้เพลิดเพลินกับทริปโอกินาว่าด้วย