
【มือใหม่ก็เที่ยวได้สบายใจ】คู่มือเที่ยวตลาดคิซุ|การเดินทาง จุดน่าสนใจ และเคล็ดลับการเที่ยว
ตลาดคิซุ ตั้งอยู่ในเขตนานิวะ เมืองโอซาก้า เป็นหนึ่งในตลาดค้าส่งชั้นนำของโอซาก้า ที่รวบรวมวัตถุดิบหลากหลายทั้งอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผัก และของแห้ง
ตลาดแห่งนี้มีประวัติยาวนานมากกว่า 300 ปี และคอยสนับสนุนอาหารการกินของโอซาก้ามาอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นคือบุคคลทั่วไปก็สามารถมาซื้อของได้อย่างสบาย ๆ พร้อมสัมผัสบรรยากาศจริงจังแบบตลาดที่เชฟมืออาชีพมาเลือกซื้อวัตถุดิบ
บทความนี้จะแนะนำภาพรวมของตลาดคิซุ รวมถึงจุดน่าสนใจและตัวอย่างคอร์สเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเป็นหลัก
เราได้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ไว้ด้วย เพื่อให้คนที่มาเป็นครั้งแรกก็เที่ยวได้อย่างสนุก อ่านให้จบกันได้เลย
ตลาดคิซุเป็นสถานที่แบบไหน?
ตลาดคิซุ (Kizu Market) หรือชื่อทางการว่า ตลาดค้าส่งโอซาก้าคิซุ ตั้งอยู่ในเขตนานิวะ เมืองโอซาก้า เป็นหนึ่งในตลาดค้าส่งเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีประวัติยาวนานมากกว่า 300 ปี
ภายในมีร้านค้าประมาณ 150 ร้านเรียงราย ทั้งร้านปลาสด ร้านเนื้อ ร้านผักผลไม้ และร้านของแห้ง สามารถหาซื้อวัตถุดิบสไตล์โอซาก้าได้ในราคาย่อมเยา
แม้จะเป็นแหล่งเลือกซื้อวัตถุดิบจริงจังที่เชฟมืออาชีพมาใช้บริการ แต่บุคคลทั่วไปก็สามารถเดินซื้อของได้อย่างอิสระ จึงได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
เสน่ห์ที่ใหญ่ที่สุดคือการได้สัมผัส “ครัวของโอซาก้าในชีวิตจริง” ที่หยั่งรากอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน
ตั้งแต่เช้าตรู่ เสียงเรียกลูกค้าอย่างกระฉับกระเฉงจะดังไปทั่ว ทำให้ได้รู้สึกถึงบรรยากาศตลาดที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาอย่างใกล้ชิด
ภายในตลาดยังมีศูนย์วัตถุดิบและโซนร้านอาหารเรียงราย สามารถลิ้มลองเมนูที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่เพิ่งเข้าตลาดได้ทันที
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ “ตลาดเช้าคิซุ” ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ประสบการณ์ประมูล ชิมอาหาร และจับสลาก

ความเป็นมาของตลาดคิซุ
ต้นกำเนิดของตลาดคิซุย้อนกลับไปได้ถึงราวปี 1710
ในเวลานั้น ผู้คนจะนำสินค้ามารวมกันเพื่อซื้อขายแบบแผงลอยกลางแจ้ง ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นรูปแบบของตลาด
ในปี 1810 ตลาดได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลโชกุนเอโดะ และกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกระจายสินค้าที่สำคัญซึ่งสนับสนุนวัฒนธรรมอาหารของโอซาก้า เมืองที่ได้ชื่อว่า “ครัวของประเทศ”
เมื่อเข้าสู่ยุคไทโช (ปี 1912–1926) ตลาดปลาและตลาดผักถูกรวมเข้าด้วยกัน พื้นที่โดยรอบจึงพัฒนาเป็นตลาดขนาดใหญ่
แม้จะย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันในปี 1938 แต่ก็ถูกเผาทำลายทั้งหมดจากการโจมตีทางอากาศในปี 1945
อย่างไรก็ตาม ในปี 1950 ผู้เกี่ยวข้องกับตลาดเดิมได้ร่วมกันเปิดตลาดขึ้นใหม่ และในปี 1973 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ตลาดค้าส่งท้องถิ่นโอซาก้าคิซุ”
ตลาดแห่งนี้ดำเนินงานอย่างยืดหยุ่นในฐานะตลาดเอกชน ซึ่งพบได้ไม่มากนักในญี่ปุ่น และหลังจากเข้าสู่ทศวรรษ 2000 ก็ผ่านการพัฒนาพื้นที่ใหม่ 3 ระยะ จนกลายเป็นตลาดในปัจจุบัน

ต่างจากตลาดคุโรมงอย่างไร
ตลาดคุโรมง (Kuromon Market) เป็นอีกหนึ่งตลาดชื่อดังที่เป็นตัวแทนของโอซาก้า เช่นเดียวกับตลาดคิซุ
ทั้งสองแห่งมีเสน่ห์แตกต่างกัน จึงขึ้นอยู่กับจุดประสงค์และความชอบว่าแบบไหนเหมาะกว่า
ถ้าจะสรุปสั้น ๆ ตลาดคิซุคือ “สถานที่ที่ได้สัมผัสชีวิตประจำวันของตลาดโอซาก้า” ส่วนตลาดคุโรมงคือ “สถานที่ที่เดินกินอาหารโอซาก้าได้อย่างสบาย ๆ”
เราได้สรุปความแตกต่างของทั้งสองแห่งไว้ในตารางด้านล่าง ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบได้
| หัวข้อ | ตลาดคิซุ | ตลาดคุโรมง |
|---|---|---|
| ลักษณะเด่น | ตลาดค้าส่งที่เชฟ ผู้ประกอบการร้านอาหาร และลูกค้าท้องถิ่นมาใช้บริการจำนวนมาก ※นักท่องเที่ยวก็ใช้บริการได้ | สถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักเดินทางทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศมาเยือนจำนวนมาก |
| บรรยากาศ | ตลาดคึกคักที่หยั่งรากอยู่ในท้องถิ่น | ย่านช้อปปิ้งสีสันสดใสที่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยว |
| ช่วงราคา | ค่อนข้างย่อมเยาในราคาแบบค้าส่ง | ค่อนข้างสูงตามราคาย่านท่องเที่ยว |
| เวลาทำการ | เช้าตรู่–ช่วงสาย | ช่วงสาย–เย็น |
| ทำเล | เดินประมาณ 3 นาทีจากสถานีไดโคกุโจ | เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีนิปปงบาชิ |
| วิธีสนุก |
・ซื้อวัตถุดิบสดใหม่ ・กินมื้อเช้าที่โรงอาหารในตลาด |
・อิ่มอร่อยกับอาหารโอซาก้าหลากหลายชนิด ・เดินกินเมนูหน้าตาถ่ายรูปสวย |
| เหมาะกับ |
・คนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมตลาดของโอซาก้า ・คนที่อยากลิ้มรสบรรยากาศแบบท้องถิ่น |
・คนที่อยากชิมของขึ้นชื่อโอซาก้าแบบง่าย ๆ ・คนที่มาเที่ยวโอซาก้าครั้งแรก |

การเดินทางไปตลาดคิซุ
สถานีที่ใกล้ตลาดคิซุที่สุดคือ “สถานีไดโคกุโจ” บนสายโอซาก้าเมโทรมิโดสุจิและสายโยตสึบาชิ หรือ “สถานีอิมามิยะเอบิสึ” บนสายนังไกเด็นเท็ตสึ/สายโคยะ
จากทั้งสองสถานี เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึงตลาด
ด้านล่างนี้เป็นเส้นทางโดยเริ่มจากสถานีหลักของโอซาก้าอย่าง “สถานีอุเมดะ” และ “สถานีชินโอซาก้า”
นอกจากนี้ จาก “สถานีนัมบะ” สายนังไกก็เดินมาง่ายโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และภายในตลาดมีลานจอดรถประมาณ 350 คัน จึงสามารถเดินทางมาด้วยรถเช่าได้เช่นกัน
| จุดเริ่มต้น | เส้นทาง | เวลาที่ใช้ |
|---|---|---|
| สถานีอุเมดะ | ขึ้นรถไฟใต้ดินสายโอซาก้าเมโทรมิโดสุจิจาก “สถานีอุเมดะ” ลงที่ “สถานีไดโคกุโจ” แล้วเดินจากทางออก 1 ประมาณ 3 นาทีถึงตลาด | ประมาณ 15 นาที |
| สถานีชินโอซาก้า | ขึ้นรถไฟใต้ดินสายโอซาก้าเมโทรมิโดสุจิจาก “สถานีชินโอซาก้า” ลงที่ “สถานีไดโคกุโจ” แล้วเดินจากทางออก 1 ประมาณ 3 นาทีถึงตลาด | ประมาณ 20 นาที |
เวลาทำการและวันหยุดของตลาดคิซุ
เวลาทำการของตลาดคิซุแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน แต่โดยทั่วไปจะเริ่มเปิดตั้งแต่ 06:00 (ร้านอาหารเปิดราว 04:00–05:00) และปิดประมาณ 11:00
ช่วงเช้าตรู่จะมีผู้ประกอบการจำนวนมาก ส่วนช่วง 08:30–10:30 จะคึกคักด้วยลูกค้าทั่วไปและนักท่องเที่ยว
หลัง 11:00 ร้านส่วนใหญ่จะปิดแล้ว จึงแนะนำให้ไปถึงอย่างช้าที่สุดภายใน 10:00
หากต้องการเดินชมตลาดให้ทั่วและเพลิดเพลินกับมื้ออาหาร ควรเผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
วันหยุดคือวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมถึงวันพุธที่กำหนดตามปฏิทินตลาด (ไม่ประจำ) วันหยุดชั่วคราว ช่วงโอบง และช่วงปีใหม่
กรุณาตรวจสอบวันเปิดทำการจากปฏิทินทางการที่นี่
เสน่ห์และจุดน่าสนใจของตลาดคิซุ
จากนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจของตลาดคิซุ
จุดเด่นใหญ่คือไม่ได้มีแค่การซื้อของ แต่ยังได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารของโอซาก้าและบรรยากาศของตลาดเก่าแก่ได้อย่างใกล้ตัว
ด้วยเหตุนี้ ที่นี่จึงมีความสนุกแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป และน่าจะกลายเป็นประสบการณ์ที่อยู่ในความทรงจำของทริปได้
1. ลิ้มลองอาหารตลาดสดใหม่หลากหลายเมนู
หนึ่งในเสน่ห์ของตลาดคิซุคือประสบการณ์การได้ลิ้มลองอาหารจากตลาดที่สดใหม่หลากหลายชนิด
ในตลาดที่คึกคักมีทั้งปลาสด เนื้อสัตว์ และผักผลไม้เรียงรายหน้าร้าน และสามารถอร่อยกับเมนูที่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้ได้ที่โรงอาหารภายในตลาด
ตั้งแต่ข้าวหน้าทูน่า เซ็ตอาหารทะเลที่ดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้ชัดเจน ไปจนถึงอุด้งน้ำซุปหอมกลมกล่อม มีตัวเลือกมากมายให้ได้เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยมื้อพิเศษ
ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้น ที่นี่ยังเป็นที่คุ้นเคยของคนทำงานในตลาดและลูกค้าประจำท้องถิ่นมายาวนาน จึงเห็นได้ถึงความนิยมของตลาดแห่งนี้
อีกความสนุกคือการได้สัมผัสความมีชีวิตชีวาเฉพาะตัวของตลาด ซึ่งแตกต่างจากการเดินกินตามร้านริมทาง

2. พบวัตถุดิบที่เชฟมืออาชีพเลือกใช้
ตลาดคิซุแตกต่างจากตลาดท่องเที่ยวทั่วไป เพราะปัจจุบันยังเป็นตลาดที่เชฟและผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมากเดินทางมาซื้อวัตถุดิบจริง
ร้านค้าคนกลางและร้านเฉพาะทางที่ได้รับความไว้วางใจจากเชฟมายาวนานตั้งเรียงราย พร้อมวัตถุดิบคุณภาพดีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน
เจ้าของร้านหลายคนเชี่ยวชาญเรื่องการดูแลวัตถุดิบ หากลองปรึกษา บางร้านก็จะบอกข้อมูลแบบมืออาชีพอย่างเป็นกันเอง เช่น วัตถุดิบตามฤดูกาลหรือวิธีกินที่แนะนำ
การได้พูดคุยอย่างอบอุ่นและสัมผัสสถานที่ที่ผู้เชี่ยวชาญคัดเลือกวัตถุดิบ คือเสน่ห์เฉพาะของตลาดคิซุ
บางครั้งยังอาจได้เจอปลาหายากที่ไม่ค่อยเห็นในซูเปอร์มาร์เก็ต คนรักการทำอาหารจึงน่าจะสนุกเหมือนได้ออกตามหาสมบัติ
บางร้านสามารถซื้อได้ตั้งแต่ 1 ตัวหรือปริมาณเล็กน้อย และยังได้ในราคาค่อนข้างย่อมเยา ซึ่งเป็นอีกจุดที่น่าดีใจ

3. สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารของโอซาก้าได้อย่างใกล้ชิด
ตลาดคิซุเป็นสถานที่ที่มีการจัดฉากแบบแหล่งท่องเที่ยวน้อย ทำให้สัมผัสวิถีชีวิตของโอซาก้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ในฐานะตลาดเก่าแก่ที่คอยสนับสนุนอาหารของโอซาก้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่นี่สืบทอดประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 300 ปีมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ตลาด จะได้ยินเสียงเรียกลูกค้าอย่างแข็งขันของเจ้าของร้านตั้งแต่เช้าตรู่ พร้อมเห็นเชฟและลูกค้าประจำเดินสวนกันไปมาเพื่อหาวัตถุดิบสำหรับแต่ละวัน
บรรยากาศจริงในมุมมองของคนใช้ชีวิตแผ่ซ่านอยู่ทั่ว และสามารถสัมผัสบรรยากาศตลาดที่หยั่งรากในชุมชนได้อย่างตรงไปตรงมา
เมื่อได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารที่เมืองโอซาก้าทะนุถนอมมา และการพูดคุยอบอุ่นระหว่างผู้คน ก็คงกลายเป็นความทรงจำที่มากกว่าการซื้อของหรือกินอาหาร

ควรรู้ไว้ก่อน! เคล็ดลับการเที่ยวตลาดคิซุให้สนุก
เพียงเตรียมตัวเล็กน้อย ก็จะช่วยให้ความพึงพอใจในการเที่ยวตลาดคิซุเพิ่มขึ้นมาก
โดยเฉพาะคนที่มาเป็นครั้งแรก ลองดูポイントที่สรุปไว้ด้านล่างเพื่อเที่ยวให้สนุกยิ่งขึ้น
- ไปช่วงเช้า
- จะมีวัตถุดิบสดจัดวางเรียงราย และตลาดจะคึกคักด้วยการซื้อของของมืออาชีพ สินค้ายอดนิยมอาจขายหมดอย่างรวดเร็ว จึงแนะนำช่วง 06:00–09:00
- แต่งตัวให้เดินสะดวก
- ช่วงเช้ามีการขนของเข้าตลาดจำนวนมาก จึงแนะนำเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก หากมีสัมภาระขนาดใหญ่ ฝากไว้ที่ล็อกเกอร์หยอดเหรียญของสถานีหรือโรงแรมจะเดินได้สบายกว่า
- เดินสำรวจทั้งตลาด
- ไม่ใช่แค่กินและซื้อของ ลองเดินดูร้านหลากหลายประเภท จะรู้สึกถึงเสน่ห์แบบตลาดคิซุได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- อร่อยกับอาหารตลาด
- ภายในตลาดมีร้านอาหารหลายแห่งที่ให้เพลิดเพลินกับมื้อเช้า (หรือมื้อกลางวัน) เช่น ข้าวหน้าอาหารทะเลและอุด้ง การได้ชิมเมนูที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่งของการเดินทาง
- ลองคุยกับเจ้าของร้าน
- หากถามเจ้าของร้านซึ่งเป็นมืออาชีพเกี่ยวกับของตามฤดูกาลหรือวิธีปรุง ก็อาจได้คำแนะนำในการเลือกวัตถุดิบและไอเดียทำอาหาร การพูดคุยแบบตลาดก็สนุกเช่นกัน (※ควรเกรงใจในช่วงเวลาที่ร้านยุ่ง และบางร้านอาจไม่สะดวกตอบ)
- เตรียมกระเป๋าเก็บความเย็น
- หากวางแผนซื้อปลาสดหรือเนื้อสัตว์ มีกระเป๋าเก็บความเย็นไว้จะช่วยให้นำกลับได้สบายใจ ระหว่างเดินทางก็รักษาความสดได้ง่ายขึ้น

ประสบการณ์พิเศษที่มีเฉพาะตลาดคิซุ
จุดน่าสนใจของตลาดคิซุไม่ได้มีแค่อาหารเท่านั้น
ความพิเศษคือในพื้นที่เดียวกันสามารถเพลิดเพลินได้ทั้งการซื้อของ มื้ออาหาร และการแช่น้ำร้อน ทำให้สัมผัสเสน่ห์ของตลาดได้จากหลายมุม
ต่อไปนี้คือ 3 ประสบการณ์พิเศษที่อยากให้ลองทำจริง
“ตลาดเช้าคิซุ” ที่จัดเดือนละ 2 ครั้ง
หากจัดตารางได้ แนะนำให้ไปให้ตรงกับ “ตลาดเช้าคิซุ” ซึ่งจัดทุกวันเสาร์ที่ 2 และวันเสาร์สุดท้ายของทุกเดือน
นอกจากการเปิดตามปกติแล้ว ยังมีกิจกรรมสำหรับบุคคลทั่วไป จึงคึกคักไปด้วยลูกค้าท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น การจับสลากและการขายสินค้าราคาพิเศษ ไม่เพียงผู้ใหญ่ เด็กเล็กก็สนุกได้
ทั้งตลาดจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวามากขึ้น และยังได้สัมผัสบรรยากาศที่ต่างจากวันปกติ
โดยเฉพาะกิจกรรมขึ้นชื่อ “ประสบการณ์ประมูล (ทัวร์ประมูล)” ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 100 เยน ได้รับความนิยมมาก
เสียงขานราคาอย่าง “300 เยน” “500 เยน” ดังขึ้นต่อเนื่อง ให้ได้สัมผัสบรรยากาศการประมูลจริงอย่างใกล้ชิด
ลีลาการพูดของเจ้าของร้านที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ยินในชีวิตประจำวันก็เป็นอีกจุดที่น่าจับตา

ตามหาของดีที่ “ศูนย์วัตถุดิบ ODA”
ภายในตลาดคิซุไม่ได้มีแค่ตลาดค้าส่งเท่านั้น แต่ยังมี “ศูนย์วัตถุดิบ ODA (ซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับธุรกิจ)” อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
เนื่องจากเน้นวัตถุดิบสำหรับมืออาชีพ จึงมีสินค้าขนาดและประเภทที่ไม่ค่อยเห็นในร้านทั่วไป รวมถึงของหายาก แค่เดินดูก็ตื่นเต้นแล้ว
บนชั้นวางมีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่อาหารทะเลแช่แข็ง เครื่องปรุงขนาดใหญ่ ไปจนถึงอุปกรณ์ทำอาหาร เสน่ห์คืออาจได้เจอของดีที่คาดไม่ถึง
การเดินหาของดีพร้อมเลือกของฝากที่มีเอกลักษณ์ ก็เป็นวิธีสนุกที่แนะนำ
เวลาทำการเปิดยาวถึง 18:00 และโดยหลักแล้ววันหยุดมีเฉพาะช่วงโอบงและปีใหม่ จึงสะดวกที่จะไปตามเวลาของตัวเอง
นอกจากนี้ บางสินค้าอาจซื้อได้ในราคาย่อมเยากว่าร้านค้าปลีก เหมาะสำหรับคนที่อยากซื้อจำนวนมากด้วย

สถานอาบน้ำร้อนที่อยู่คู่กับตลาด “ยูเก็นเคียว ไทเฮโนะยุ”
หลังจากเพลิดเพลินกับตลาดคิซุแล้ว ลองใช้เวลาสบาย ๆ ที่สถานอาบน้ำร้อน “ยูเก็นเคียว ไทเฮโนะยุ” (Yugenkyo Taihei no Yu) ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่ตลาด
เป็นการผสมผสานระหว่างตลาดกับสถานอาบน้ำร้อนที่พบได้ไม่บ่อยแม้ในระดับประเทศ เสน่ห์คือสามารถล้างเหงื่อหลังช้อปปิ้งและกินอาหารได้
ภายในอาคารมีธีม “โอเอซิสชั้นเลิศที่ทำให้ลืมความเป็นเมือง” พร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ อ่างกลางแจ้ง บ่อน้ำคาร์บอเนตเข้มข้น และบ่ออาบน้ำที่เปลี่ยนไปตามวัน มีบ่อหลายแบบช่วยผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้า
ยังมีซาวน่าแห้งอินฟราเรดไกลแบบมาตรฐาน และห้องหินร้อนที่ใส่ใจเรื่องความงามและสุขภาพ เป็นจุดเด่นของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
ภายในยังมีร้านอาหารที่รับวัตถุดิบส่งตรงจากตลาด จึงสามารถจับคู่กับมื้อกลางวัน (หรือมื้อเย็น) หลังอาบน้ำได้ด้วย
โดยทั่วไปเปิดทุกวัน ยกเว้นช่วงโอบงและปีใหม่ ส่วนห้องอาบน้ำเปิด 08:00–01:00 และร้านอาหารเปิดถึง 09:00–22:00

3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบตลาดคิซุ
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบตลาดคิซุ
ทุกแห่งอยู่ในระยะที่เดินถึงได้ และสามารถเพลิดเพลินกับเสน่ห์หลากหลายแบบโอซาก้า ตั้งแต่บรรยากาศเมืองเก่า วัฒนธรรมการค้าขายรุ่งเรือง ไปจนถึงการช้อปปิ้ง
บรรยากาศเฉพาะตัวทำให้ทริปน่าพอใจยิ่งขึ้น จึงแนะนำให้แวะพร้อมกับตลาดคิซุ
1. หอคอยสึเท็นคาคุ
หอคอยสึเท็นคาคุ (Tsutenkaku) เป็นหอคอยที่ประกอบด้วยจุดชมวิวพิเศษกลางแจ้ง รวมถึงตัวอาคารสูง 5 ชั้นเหนือพื้นดินและ 1 ชั้นใต้ดิน โดยชั้น 5 ที่อยู่สูงจากพื้นดิน 87.5 ม. มี “จุดชมวิวทองคำ” ที่ตกแต่งด้วยสีทอง และมีเทพเจ้า “บิลลิเคนซัง” ซึ่งเชื่อกันว่าหากลูบฝ่าเท้าจะนำโชคมาให้ ประดิษฐานอยู่ บิลลิเคนซังองค์นี้เป็นรุ่นที่ 3 และมีเอกลักษณ์คือผมสีทอง
บริเวณส่วนบนสุดที่สูงจากพื้นดิน 94.5 ม. มีจุดชมวิวกลางแจ้งพิเศษ “เท็นโบพาราไดซ์” ซึ่งมีทางเดินชมวิวเส้นผ่านศูนย์กลาง 8.5 ม. และยังมีจุดชมวิวแบบยื่นออกไป “TIP THE TSUTENKAKU” ที่ปลายทางเป็นพื้นใสซีทรูด้วย

2. ศาลเจ้าอิมามิยะเอบิสึ
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติและความเป็นมาอันทรงคุณค่า เล่ากันว่าจุดเริ่มต้นคือในปี ค.ศ. 600 สมัยจักรพรรดินีซุอิโกะ เมื่อเจ้าชายโชโตกุสร้างวัดชิเทนโนจิ และอัญเชิญเทพมาประดิษฐานไว้เป็นเทพผู้พิทักษ์ทางทิศตะวันตกของวัด ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับศรัทธาอย่างกว้างขวางในฐานะเทพแห่งความรุ่งเรืองทางธุรกิจและความสมบูรณ์พูนสุข เทศกาล “โทกะเอบิสึ” ที่จัดทุกเดือนมกราคม หรือที่เรียกว่า “เอบเบสซัง” มีผู้คนจำนวนมากมาไหว้ขอพรเพื่อความโชคดี
ในศาลเจ้าหลัก ประดิษฐานเทพอามาเทราสุโอมิคามิ เทพโคโตชิโรนุชิโนะมิโคโตะที่คุ้นเคยกันในนามเอบิสึ เทพสุซาโนะโอโนะมิโคโตะ เทพสึกุโยมิโนะมิโคโตะ และเทพวากาฮิรุเมะโนะมิโคโตะ ส่วนที่ศาลเจ้าไดโคคุ ประดิษฐานเทพโอคุนินุชิโนะมิโคโตะ และเทพ 8 องค์ คือเทพชาย 5 องค์และเทพหญิง 3 องค์

3. นัมบะพาร์คส์
นัมบะพาร์คส์ (Namba Parks) เป็นศูนย์การค้าแบบคอมเพล็กซ์สูง 9 ชั้นเหนือพื้นดิน เชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีนัมบะของรถไฟนังไก มีร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน ทั้งแฟชั่น ของใช้ อาหาร และโรงภาพยนตร์
จุดเด่นที่สุดคือ “พาร์คส์การ์เดน” ที่ผสานต้นไม้ ดอกไม้ และลานกว้างเข้าด้วยกัน จากทางเข้าชั้น 2 สามารถมองขึ้นไปเห็นสวนแบบขั้นบันไดที่ต่อเนื่องถึงชั้น 9 ได้ ใน “พาร์คส์การ์เดน” ซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณหลากหลายและสามารถเพลิดเพลินกับนกและแมลงตามฤดูกาล มีนักจัดสวนประจำคอยดูแลพืชพรรณ จึงได้สัมผัสธรรมชาติในแต่ละฤดูกาลแม้อยู่กลางเมือง

ตัวอย่างคอร์สเที่ยวตลาดคิซุแบบไปเช้าเย็นกลับ
จากข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านมา เราได้สรุปตัวอย่างคอร์สเที่ยวตลาดคิซุแบบไปเช้าเย็นกลับไว้ด้านล่าง
เนื่องจากร้านค้าหลายแห่งจะปิดทำการประมาณ 11:00 จึงควรเริ่มแต่เช้า
หากวันที่ไปตรงกับวันเสาร์ที่ 2 หรือวันเสาร์สุดท้ายของเดือน แนะนำให้เข้าร่วม “ตลาดเช้าคิซุ”
ช่วงบ่ายลองเดินไปยังย่านโอซาก้ามินามิที่อยู่ในระยะเดินถึงได้ จะช่วยให้ทริปเต็มอิ่มยิ่งขึ้น
| เวลา (โดยประมาณ) | สถานที่ | ภาพรวม |
|---|---|---|
| 07:00 | สถานีไดโคกุโจ (สถานีอิมามิยะเอบิสึ / สถานีนัมบะ) | มุ่งหน้าไปตลาดคิซุจากสถานีใกล้เคียงที่เดินทางสะดวก |
| 07:15 | ตลาดคิซุ | หลังถึงแล้ว เดินชมภายในตลาดและเพลิดเพลินกับบรรยากาศ |
| 07:45 | มื้อเช้า | ชิมอาหารตลาดเป็นมื้อเช้า เช่น อาหารทะเลสด ซูชิ และเมนูย่าง |
| 08:45 | ศูนย์วัตถุดิบ ODA | แวะศูนย์วัตถุดิบ ODA เพื่อหาวัตถุดิบราคาดีและของฝาก |
| 09:15 | สถานอาบน้ำร้อน “ยูเก็นเคียว ไทเฮโนะยุ” | พักผ่อนในอ่างอาบน้ำใหญ่ อ่างกลางแจ้ง หรือห้องหินร้อน (จะกินมื้อกลางวันเร็วหน่อยก็ได้) |
| 11:30 | ศาลเจ้าอิมามิยะเอบิสึ | เดินเล่นรอบ ๆ พร้อมไปไหว้ศาลเจ้าอิมามิยะเอบิสึที่อยู่ในระยะเดินถึง และซื้อเครื่องรางขอพรให้ค้าขายรุ่งเรือง |
| 12:10 | หอคอยสึเท็นคาคุ | ใช้เวลาตามใจที่หอคอยสึเท็นคาคุ เช่น ชมวิวสวยจากจุดชมวิว ถ่ายรูปกับบิลลิเคนซัง หรือกินมื้อกลางวัน |
| 14:00 | ย่านชินเซไก | อร่อยกับอาหารท้องถิ่นอย่างคุชิคัตสึในย่านชินเซไก |
| 15:30 | นัมบะพาร์คส์ | เดินเล่นพาร์คส์การ์เดน และเพลิดเพลินกับร้านค้าและคาเฟ่ต่าง ๆ |
| 18:00 | สถานีนัมบะ | เดินทางกลับจากสถานีนัมบะของรถไฟแต่ละสาย |

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดคิซุ
Q
บุคคลทั่วไปและนักท่องเที่ยวเข้าไปในตลาดได้ไหม?
เข้าได้ เสน่ห์ของตลาดคิซุคือบุคคลทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถซื้อของในพื้นที่เดียวกับผู้ประกอบการได้
Q
ตลาดเช้าคิซุต้องจองล่วงหน้าไหม?
ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า ใครก็สามารถเข้าร่วมได้อย่างสบาย ๆ
Q
มีที่กินอาหารไหม?
นอกจากร้านอาหาร 15 ร้านแล้ว บริเวณถนนมินามิโอโดริยังมีโต๊ะจัดเตรียมไว้ จึงสามารถกินสินค้าที่ซื้อภายในตลาดได้
Q
ใช้บัตรเครดิตได้ไหม?
แตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน แต่หลายร้านรับเฉพาะเงินสด โดยทั่วไปควรคิดไว้ก่อนว่าไม่สามารถใช้บัตรเครดิตหรือเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้
Q
มีที่จอดรถใกล้ ๆ ไหม?
มีลานจอดรถประมาณ 350 คันที่ชั้น 2 ของตลาดและชั้น 1 ฝั่งตะวันตกของตลาด หากซื้อของในตลาด จะได้รับบริการจอดฟรี 1 ชั่วโมง 30 นาที
บทสรุป
ที่ผ่านมาเราได้แนะนำภาพรวม ประวัติ และวิธีเที่ยว “ตลาดคิซุ” เป็นหลัก
ตลาดคิซุเป็นสถานที่น่าสนใจที่ซ่อนตัวอยู่ในโอซาก้า ซึ่งเชฟมืออาชีพจำนวนมากมาเยือนเพื่อหาวัตถุดิบคุณภาพดี
ที่นี่แตกต่างจากตลาดที่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยว เพราะสามารถสัมผัสภาพจริงที่หยั่งรากอยู่ในวิถีชีวิตได้อย่างใกล้ชิด
ทำเลสะดวกมากเพราะอยู่ในระยะเดินจากย่านนัมบะ และยังเที่ยวร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นได้ง่าย ลองหาโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเอง
บทความด้านล่างนี้รวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับวางแผนเที่ยว ทั้งร้านอาหารยอดนิยมในโอซาก้า ของฝาก และข้อมูลอื่น ๆ อย่าลืมอ่านควบคู่กันไป