เมื่อก้าวเข้ามา จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสง่างามของคฤหาสน์ตระกูลไดเมียวในอดีต ที่นี่เคยเป็นคฤหาสน์หลักของตระกูลโมริ (Mōri) อดีตเจ้าแคว้นโจชู ผู้มีชื่อเสียงในฐานะไดเมียวแห่งยุคเซ็นโกกุที่ปกครองภูมิภาคชูโงกุ และได้รับบรรดาศักดิ์เป็นดยุกหลังการปฏิรูปเมจิ ตัวอาคารขนาดใหญ่สไตล์โชอินสึคุริและสวนแบบเดินชมรอบสระ ซึ่งออกแบบโดยมีสระน้ำขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลางและมีทางเดินวนรอบ แสดงถึงสุดยอดเทคนิคการจัดสวนในสมัยเมจิและไทโช จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ชมทัศนียภาพงดงามของประเทศ ในยุคนั้นยังนับว่าทันสมัยมากด้วย เพราะมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบประปา ห้องน้ำชักโครก และตู้เย็นที่ใช้น้ำบ่ออีกด้วย
ปัจจุบันส่วนหนึ่งของคฤหาสน์เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์โมริ (Mōri Museum) จัดเก็บโบราณเอกสาร ชุดเกราะ ดาบ อุปกรณ์พิธีชงชา เครื่องเขิน ตลอดจนงานศิลปหัตถกรรมและภาพเขียนมากมาย ภายในยังมีสมบัติล้ำค่ารวมถึงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญระดับชาติ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จังหวัดยามางุจิกำหนด เช่น ภาพวาด “ชิกิซันซุยซุ” และ “โคะคินวากะชู ม้วนที่ 8” ซึ่งเป็นสมบัติประจำชาติ
สวนแห่งนี้ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม โดยมักสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน และในช่วงเวลาเดียวกัน พิพิธภัณฑ์โมริจะจัดนิทรรศการพิเศษ “สมบัติประจำชาติ” ด้วย นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงมาเยือนเพื่อชมทั้งใบไม้เปลี่ยนสีที่ปกคลุมทั่วพื้นที่กว้างใหญ่และผลงานสมบัติประจำชาติไปพร้อมกัน
จุดเด่น
-
คฤหาสน์และสวนของตระกูลโมริได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของประเทศ
-
ส่วนหนึ่งของคฤหาสน์อันงดงามที่สร้างขึ้นในสมัยไทโช ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์โมริ และใช้จัดเก็บพร้อมจัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมจำนวนมาก
-
ภายในสวนมีดอกไม้นานาชนิดผลัดกันบานตามฤดูกาล และเป็นจุดยอดนิยมสำหรับชมซากุระกับใบไม้เปลี่ยนสี