แค่ก้าวเข้ามาก็เหมือนถูกกลิ่นซุปหอมๆ ชวนให้หิวขึ้นมาทันที “อาซาฮิคาวะ ราเมงมุระ” (Asahikawa Ramen Mura) เปิดมาตั้งแต่ปี 1996 และเป็นศูนย์รวมร้านราเมง 7 ร้านในเมืองอาซาฮิคาวะ เพื่อให้ผู้คนได้รู้จักเสน่ห์และวัฒนธรรมราเมงของอาซาฮิคาวะอย่างกว้างขวาง ผนังด้านนอกมีภาพวาดโดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮอกไกโดโทไค วิทยาเขตอาซาฮิคาวะ เป็นภาพสัตว์จากสวนสัตว์อาซาฮิคาวะกำลังกินราเมงอย่างเอร็ดอร่อย
ภายในมีร้านดังของอาซาฮิคาวะมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง นำโดยร้านเก่าแก่ “อาโอบะ (Aoba)” รวมถึงร้านยอดนิยมอีกหลายแห่ง ได้แก่ “อาโอบะ” ที่เสิร์ฟรสชาติเดิมไม่เปลี่ยนตั้งแต่ก่อตั้ง ด้วยซุปที่ผสานวัตถุดิบจากทะเลและจากแผ่นดิน, “อิตเต็ตสึอัน (Ittetsu-an)” ที่ขึ้นชื่อเรื่องซุปเคี่ยวเต็มวันและหมูชาชูที่ใช้เวลาทำ 2 วัน, “อิชิดะ (Ishida)” ที่เด่นด้วยซุปจากกระดูกหน้าแข้งรสเลิศ, “เท็งคิน (Tenkin)” ที่ขายความอร่อยแบบดั้งเดิมชวนคิดถึง, “ซันโทคะ (Santoka)” ที่รสชาติกินได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยน, “ไซโจ (Saijo)” ที่ทำซุปใสแต่นุ่มลึกด้วยการเคี่ยวไก่ดำทั้งตัว และ “ไบโคเคน (Baikoken)” ที่มีซุปสูตรลับซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “ราเมงอาซาฮิคาวะแบบแท้ๆ” ทั้ง 7 ร้านต่างแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อพัฒนารสชาติให้ดียิ่งขึ้น
ข้างในยังมีศาลเจ้าอาซาฮิคาวะ ราเมงมุระด้วย โดยชูธีม “เม็งมุซุบิ” (การผูกดวงชะตาด้วยเส้นราเมง) แทนการขอพรเรื่องเนื้อคู่ ตามความเชื่อว่าความสัมพันธ์จะร้อนแรงเหมือนซุป และยืนยาวเหมือนเส้นราเมง ว่ากันว่าให้พรด้านความรักด้วยเช่นกัน ที่นี่ยังมีมุมพักผ่อนสุดแปลกตา เช่น แผ่นป้ายถ่ายรูปโผล่หน้าเป็นหน้าท่านเทพ และม้านั่งที่ทำจากตะเกียบไม้ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยราเมงในทุกอณูเลยทีเดียว
จุดเด่น
-
รวมร้านดังราเมงอาซาฮิคาวะ 7 ร้านไว้ในที่เดียว
-
อยากลิ้มลองราเมงอาซาฮิคาวะแบบไหน ก็เลือกได้ตามอารมณ์ของวันนั้น
-
บรรยากาศจัดเต็มธีมราเมง มีลูกเล่นสะดุดตาอย่างศาลเจ้าและม้านั่งสุดยูนีก เดินเล่นได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ