
【คู่มืออาหารฮอกไกโด】29 ร้านอาหารแนะนำตามประเภทอาหารท้องถิ่น
ถ้าพูดถึงปลายทางในญี่ปุ่นที่ทั้งเที่ยวสนุกและกินอร่อยแบบเต็มอิ่ม หลายคนน่าจะนึกถึง “ฮอกไกโด” ขึ้นมาก่อน
ดินแดนแห่งนี้กว้างใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและรายล้อมด้วยธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ไว้
มีเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างซัปโปโระ ฮาโกดาเตะ และอาซาฮิกาวะอย่างครบครัน อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย เช่น ชิเระโตโกะ (Shiretoko) มรดกโลก และทุ่งลาเวนเดอร์แห่งฟุราโนะ
ฮอกไกโดมีเสน่ห์มากมายที่หาไม่ได้จากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม ออนเซ็น หรือวิวสวยตระการตา ซึ่งล้วนมีความยิ่งใหญ่เป็นเอกลักษณ์
ในบรรดาเสน่ห์เหล่านั้น “อาหาร” ที่หลากหลายและอร่อย ทั้งอาหารทะเลสด ผักตามฤดูกาล และขนมหวานชั้นเยี่ยม ถือเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้
บทความนี้จะแบ่งอาหารท้องถิ่นตัวแทนของฮอกไกโดออกเป็น 10 หมวด พร้อมแนะนำร้านน่าไปในแต่ละประเภท
เราได้รวบรวมข้อมูลให้เข้าใจง่าย แม้คุณจะยังไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมอาหารของฮอกไกโดก็สามารถเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม
ลองใช้บทความนี้เป็นไกด์ แล้วออกไปตระเวนชิมฮอกไกโดกันได้เลย
ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นต้นกำเนิดจากซัปโปโระ! 3 ร้านซุปแกงกะหรี่ยอดนิยมในฮอกไกโด
ถ้าไปถึงซัปโปโระแล้วมีเมนูไหนที่อยากให้ลองสักครั้ง “ซุปแกงกะหรี่” ก็มักเป็นชื่อแรก ๆ ที่ถูกพูดถึง
เมนูนี้เป็นแกงกะหรี่ในรูปแบบซุปใสที่ไม่ข้นเหนียว
น้ำซุปทำจากดาชิที่อัดแน่นด้วยรสอูมามิ เช่น ไก่หรือมะเขือเทศ แล้วผสมเครื่องเทศหลายชนิด เช่น ขมิ้นและลูกจันทน์เทศ
วิธีปรุงแตกต่างจากแกงกะหรี่ทั่วไปค่อนข้างมาก จึงอาจอธิบายได้ง่ายกว่าว่าเป็นซุปที่มีกลิ่นอายของแกงกะหรี่
อีกทั้งข้าวและซุปจะเสิร์ฟแยกกัน โดยมีผักชิ้นใหญ่และเครื่องต่าง ๆ อยู่ในซุปเป็นเอกลักษณ์
เสน่ห์ของเมนูนี้คือการได้เพลิดเพลินกับซุปที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว พร้อมรสเผ็ดร้อนที่ช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมา
ซุปแกงกะหรี่เป็นอาหารท้องถิ่นของฮอกไกโดที่ถือกำเนิดขึ้นในซัปโปโระช่วงทศวรรษ 1970 และเริ่มแพร่หลายทั่วญี่ปุ่นจากกระแสนิยมในช่วงทศวรรษ 2000
ปัจจุบันในซัปโปโระยังมีร้านซุปแกงกะหรี่มากกว่า 200 ร้านแข่งขันกันอย่างคึกคัก จึงเกิดเมนูที่มีเอกลักษณ์และความหลากหลายใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ที่นี่เราได้คัดร้านดังมาก ๆ มาให้แล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากชวนให้แวะไปชิมเปรียบเทียบกัน
1. มาจิกกุสไปซ์ ซัปโปโระ สาขาใหญ่
ร้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ตั้งชื่อ “ซุปแกงกะหรี่” ก็คือ “มาจิกกุสไปซ์ (Magic Spice)”
ตัวร้านมีภายนอกสีสันโดดเด่นสะดุดตา เปิดประตูเข้าไปแล้วจะเจอทั้งอาหารและสินค้าจากอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นของเบ็ดเตล็ดหรือเสื้อผ้า
น้ำซุปแกงกะหรี่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูโซโตอายัมของอินโดนีเซีย โดยใช้เครื่องเทศประมาณ 30 ชนิด และเพิ่มรสหวาน เผ็ด และเปรี้ยว จนเกิดเป็นรสชาติที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน

2. ซุปแกงกะหรี่ GARAKU
“ซุปแกงกะหรี่ GARAKU” เป็นร้านดังที่มีคนต่อคิวทุกวัน และได้รับความนิยมถึงขั้นต้องแจกบัตรคิวระหว่างรอ
เป็นร้านซุปแกงกะหรี่เฉพาะทางที่คนท้องถิ่นรู้จักกันเป็นอย่างดี
จุดเด่นที่สุดคือซุป โดยว่ากันว่าความอร่อยที่เกิดจากการผสมผสานดาชิสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งเจ้าของร้านได้เรียนรู้จากร้านอุด้งที่เคยทำงานอยู่ กับเครื่องเทศอย่างสร้างสรรค์ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ร้านนี้โด่งดัง

3. Soup Curry TREASURE
“Soup Curry TREASURE” เป็นร้านในเครือของ GARAKU ร้านซุปแกงกะหรี่ยอดนิยมแห่งซัปโปโระ
ภายในร้านตกแต่งโดยใช้สีขาวเป็นหลัก ได้แรงบันดาลใจจากชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา และได้รับคำชมว่าเป็นพื้นที่บรรยากาศดีที่สามารถเพลิดเพลินกับซุปแกงกะหรี่ โซลฟู้ดของซัปโปโระได้
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือแฮมเบิร์กบนกระทะร้อน ทำจากเนื้อวัวฮอกไกโดและหมูแดงซาจิคุจากชิเระโตโกะ ปั้นด้วยมือ แล้วย่างบนกระทะร้อนก่อนใส่ลงในซุปแกงกะหรี่

ลองชิมโซลฟู้ดของคนท้องถิ่น! 3 ร้านจิงกิสข่านแนะนำในฮอกไกโด
เมนูที่คนมาเยือนฮอกไกโดมักอยากลอง และคนท้องถิ่นก็คุ้นเคยกันดี ก็คือ “จิงกิสข่าน”
อาหารท้องถิ่นจานนี้เป็นเมนูย่างเนื้อแกะ เช่น แลมหรือมัตตัน รับประทานพร้อมผัก
วิธีกินหลัก ๆ มี 2 แบบ คือหมักซอสไว้ล่วงหน้า หรือย่างเสร็จแล้วค่อยจิ้มซอส
อีกจุดเด่นคือการใช้กระทะเหล็กเฉพาะสำหรับจิงกิสข่านที่มีส่วนกลางนูนขึ้น เพื่อย่างเนื้อพร้อมให้ความชุ่มฉ่ำจากน้ำเนื้อซึมลงสู่ผัก
เสน่ห์สำคัญของจิงกิสข่านน่าจะอยู่ที่การได้กินแบบอร่อยและดีต่อสุขภาพ
เนื้อแกะมีโปรตีนสูง และอุดมด้วยกรดอะมิโนจำเป็นรวมถึงวิตามินต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ จึงดีทั้งต่อสุขภาพและความงาม
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับเนื้อวัวหรือเนื้อหมู ไขมันของเนื้อแกะละลายยากและย่อยช้ากว่า จึงแนะนำสำหรับคนที่ใส่ใจแคลอรีด้วย
เราคัด 3 ร้านจิงกิสข่านแนะนำในฮอกไกโดมาให้แล้ว หากมีโอกาสไปแถวนั้นก็ลองแวะชิมกันได้
1. ซัปโปโระเบียร์การ์เดน
“ซัปโปโระเบียร์การ์เดน” โดดเด่นด้วยปล่องอิฐที่มีสัญลักษณ์ดาวสีแดงอันน่าประทับใจ
ดาวสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการบุกเบิกฮอกไกโด ปัจจุบันก็ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนรักของซัปโปโระเบียร์การ์เดน ที่นี่คือสถานที่ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับเบียร์ได้ทั้งรสชาติและบรรยากาศในซัปโปโระ เมืองต้นกำเนิดเบียร์ญี่ปุ่น
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบเบียร์ฮอลล์สไตล์ฮอกไกโด พร้อมเบียร์สดและจิงกิสข่าน

2. ดารุมะ สาขาใหญ่
“ดารุมะ สาขาใหญ่” เปิดกิจการในปี 1954
ชื่อร้านใช้คำว่า “เซกิชิข่าน” ซึ่งเป็นอีกการเขียนหนึ่งของจิงกิสข่าน และจิงกิสข่านของดารุมะก็กลายเป็นของขึ้นชื่อแห่งย่านซูซูกิโนะไปแล้ว
จิงกิสข่านของที่นี่ใช้มัตตันสดใหม่ที่รับเข้าทุกวัน และให้ช่างฝีมือตัดเนื้อก่อนร้านเปิดไม่นาน
มัตตันมีรสอูมามิเฉพาะตัว และสิ่งที่ช่วยขับรสชาตินั้นให้เด่นยิ่งขึ้นคือซอสสูตรพิเศษที่แม่ครัวใหญ่เตรียมด้วยมือมาตั้งแต่ก่อตั้งร้าน

3. ร้านจิงกิสข่าน คนเลี้ยงแกะ “Itadakimasu.”
เป็นร้านที่จริงจังถึงขั้นเริ่มต้นจากการทำฟาร์มเพื่อเปิดร้านจิงกิสข่าน โดยดูแลครบวงจรตั้งแต่การผลิต แปรรูป บ่ม และจำหน่ายเนื้อแกะ
แกะที่เลี้ยงในฟาร์มมีเพียงสายพันธุ์ซัฟโฟล์ก ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งเนื้อ”
ในญี่ปุ่นที่พึ่งพาการนำเข้าเนื้อแกะถึง 99.5% นี่ถือเป็นสายพันธุ์คุณภาพสูงที่หาชิมได้ยาก
อีกจุดเด่นคือมีการเสิร์ฟเนื้อแกะหลากหลายส่วนแบบใช้ทั้งตัวอย่างคุ้มค่า

3 ร้านอาหารยอดนิยมที่ลิ้มรสราเม็ง 3 สไตล์ดังแห่งฮอกไกโดได้
ถ้าถามถึงเมนูยอดนิยมของฮอกไกโด “ราเม็ง” ก็มักเป็นหนึ่งในคำตอบแรก ๆ
ราเม็งของซัปโปโระ ฮาโกดาเตะ และอาซาฮิกาวะ ได้รับความนิยมมากจนถูกรวมเรียกว่า “ราเม็ง 3 ยักษ์ใหญ่แห่งฮอกไกโด”
เราได้สรุปลักษณะเด่นของแต่ละแบบไว้ในตารางด้านล่างแล้ว ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบได้
- ราเม็งซัปโปโระ
-
・เส้น: เส้นหยักขนาดกลางค่อนข้างใหญ่
・ซุป: เบสมิโซะ
・จุดเด่น: ราเม็งชื่อดังระดับประเทศที่มีรสชาติเข้มข้นจากมิโซะทาเระเคี่ยวกับซุปกระดูกหมู มักมีผักอย่างถั่วงอกและกะหล่ำปลีจำนวนมาก ให้สัมผัสกรุบกรอบ - ราเม็งฮาโกดาเตะ
-
・เส้น: เส้นตรงขนาดกลาง
・ซุป: เบสเกลือ
・จุดเด่น: ซุปใส รสเบาและดื่มง่าย สืบทอดสไตล์ที่รับมาจากจีนโดยตรง ร้านเฉพาะทางมีไม่มาก จึงมักพบได้ตามร้านอาหารจีน - ราเม็งอาซาฮิกาวะ
-
・เส้น: เส้นหยักขนาดกลางค่อนข้างเล็ก
・ซุป: เบสโชยุ
・จุดเด่น: โดยทั่วไปนิยมใช้น้ำซุปคู่จากอาหารทะเลและโครงไก่ มีการใส่น้ำมันหมูค่อนข้างมากบนผิวซุป และมีความหลากหลายของเมนูสูง
เครื่องพื้นฐานอาจไม่ต่างจากราเม็งทั่วไปมากนัก แต่บางร้านก็มีท็อปปิงพิเศษของฮอกไกโด เช่น ข้าวโพด เนย หรือหอยเชลล์
ต่อจากนี้เราจะแนะนำร้านที่สามารถลิ้มรสราเม็งทั้ง 3 สไตล์ได้ ลองเช็กดูว่ามีซุปแบบที่คุณชอบหรือไม่ด้วยนะ
1. เมนยะ ไซมิ
“เมนยะ ไซมิ” เปิดในปี 2000 โดยเจ้าของร้านที่ประทับใจในรสชาติของร้านดังแห่งซัปโปโระ “สุมิเระ” จนไปฝึกฝนอยู่ประมาณ 7 ปี
ที่นี่คุณจะได้ลิ้มลองราเม็งซัปโปโระที่พัฒนาต่อยอดจากรสชาติของสุมิเระ พร้อมใส่ความรู้สึกและเซนส์เฉพาะตัวของเจ้าของร้านลงไป
ซุปใช้กระดูกหมูเป็นหลัก พร้อมผักหอม เห็ดชิทาเกะ และสาหร่ายคอมบุ โดยต้มอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เวลา 05:00 ทุกเช้า จนได้ซุปใสแบบชินตันที่ใสรสลึกไม่มีความขุ่น

2. ฮาโกดาเตะ เม็งชูโบ อาจิไซ สาขาใหญ่
“ฮาโกดาเตะ เม็งชูโบ อาจิไซ” เป็นร้านดังของราเม็งเกลือที่เป็นตัวแทนของฮาโกดาเตะอย่างไม่ต้องสงสัย
ก่อตั้งในปี 1930 และแม้เวลาจะผ่านมากว่า 90 ปีแล้ว ก็ยังคงเป็นที่รักของผู้คนจำนวนมาก
เส้นที่ทำสั่งพิเศษให้เข้ากับซุปคือเส้นเวฟนุ่มขนาดกลางค่อนข้างเล็ก ได้รับคำชมว่าเข้ากันดีกับซุปที่อัดแน่นด้วยรสอูมามิ อีกทั้งยังมีฟุเป็นท็อปปิงซึ่งพบได้ไม่บ่อย ช่วยเพิ่มสีสันให้ราเม็งเกลือที่ดูเรียบง่าย พร้อมมอบสัมผัสเฉพาะตัวและรสซุปที่ซึมออกมาอย่างกลมกล่อม

3. หมู่บ้านราเม็งอาซาฮิกาวะ
“หมู่บ้านราเม็งอาซาฮิกาวะ” ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 เป็นศูนย์รวม 7 ร้านภายในเมือง เพื่อเผยแพร่เสน่ห์และวัฒนธรรมของราเม็งอาซาฮิกาวะให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
ภายในมีร้านยอดนิยมของอาซาฮิกาวะรวมตัวกันครบครัน รวมถึงอาโอบะ ร้านเก่าแก่ชื่อดังของเมือง โดยทั้ง 7 ร้านต่างแข่งขันและพัฒนารสชาติกันอย่างต่อเนื่อง
ที่นี่ยังมีศาลเจ้าหมู่บ้านราเม็งอาซาฮิกาวะอยู่ภายใน โดยใช้ธีม “ผูกเส้น” แทนการผูกดวงความรัก หวังให้ความสัมพันธ์ร้อนแรงดั่งซุป และยืนยาวดุจเส้นราเม็ง ว่ากันว่ามีพรด้านความรักด้วย

3 ร้านซังกิชื่อดังของฮอกไกโดที่คนท้องถิ่นก็รัก
สำหรับเมนูทอดที่คนฮอกไกโดคุ้นเคยกันดี “ซังกิ” ก็เป็นชื่อที่มักได้ยินอยู่เสมอ
คำนี้ใช้เรียกไก่ทอดในฮอกไกโด เป็นเมนูประจำบ้านและร้านอิซากายะที่ชาวฮอกไกโดทุกวัยชื่นชอบ
นอกจากนี้ ของทอดชุบแป้งอื่น ๆ เช่น “ทาโกะซังกิ” หรือปลาหมึกทอด ก็เรียกลงท้ายว่า “ซังกิ” เช่นกัน
ต่างจากคาราอาเกะทั่วไป ซังกิจะหมักรสให้เข้มข้นด้วยโชยุ กระเทียม และขิงก่อนนำไปทอด
ซังกิมีทั้งแบบติดกระดูกและไม่มีกระดูก แต่ในช่วงหลังแบบไม่มีกระดูกซึ่งกินง่ายกว่ากลายเป็นที่นิยมมากกว่า
จุดเด่นคือแป้งด้านนอกหอมกรอบ ด้านในชุ่มฉ่ำ ปรุงรสค่อนข้างเข้มข้น จึงกินได้สะใจและอิ่มเอม
เข้ากับหลายจังหวะของมื้ออาหาร จะกินกับข้าว อุด้ง หรือจับคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ลงตัว และยังอร่อยได้ทุกฤดูกาล
ที่นี่เราจะมาแนะนำร้านที่เสิร์ฟซังกิซึ่งได้รับคำชมจากคนท้องถิ่นด้วย ถ้ายังเลือกไม่ถูก ลองไปสักร้านรับรองไม่ผิดหวัง
1. ภัตตาคารจีน โฮเท สาขาใหญ่
ร้านสาขาใหญ่ของเชนท้องถิ่นที่มีหลายสาขาในเมืองซัปโปโระ
มีชื่อเสียงจาก “ซังกิ” เมนูดังของฮอกไกโด และอาหารจีนสไตล์เข้าถึงง่าย โดยซังกิคืออาหารที่คล้ายไก่ทอด จุดเด่นคือการหมักเนื้อไก่ในซอสหวานเค็มเบสโชยุก่อนทอด
ที่ร้านนี้ใช้ทอดด้วยน้ำมัน 3 ระดับอุณหภูมิที่แตกต่างกัน และทำซังกิทีละชิ้นด้วยมือ
อีกเมนูขึ้นชื่อไม่แพ้ซังกิคือ “มาโบเม็ง” ซึ่งเป็นมะโบโทฟุราดบนราเม็งโชยุที่มีน้ำซุปไม่มาก

2. KITCHEN Yarimizu Shoten
ร้านอิซากายะแนวเซ็ตอาหารใกล้สถานี “นิชิ 18 โจเมะ” ของรถไฟใต้ดินสายโทไซในซัปโปโระ
เป็นร้านยอดนิยมของคนท้องถิ่น เพราะคุ้มค่าทั้งปริมาณและราคา ไม่ว่าจะเป็นซังกิหรือเกี๊ยวซ่า
เมนูเด่นอย่างซังกิมีให้เลือก 3 รส ได้แก่ ออริจินัล เกลือ และซอส สั่งเป็นชุดอาหารก็ได้ หรือถ้าอยากลองเทียบรสก็มีเมนูเปรียบเทียบซังกิให้เลือกด้วย

3. ซังกิอุด้ง อิกคิว
ร้านอุด้งเฉพาะทางที่ทำเส้นเองจากแป้งสาลีคุณภาพดีของฮอกไกโด “คิตะโฮนามิ”
แม้แต่สาหร่ายคอมบุซึ่งเป็นหัวใจของดาชิ ก็ใช้รากคอมบุคุณภาพสูงจากฮิดากะในฮอกไกโด อุด้งที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้มากที่สุดนี้มีเส้นเหนียวนุ่มเด้งและลื่นคออย่างยอดเยี่ยม
อีกหนึ่งเมนูดังที่มักสั่งคู่กันคือซังกิทอดใหม่กรอบอร่อย
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “โอยาโกะบุกคาเกะ” ที่รวมซังกิทอดใหม่กับไข่ออนเซ็นเทมปุระแบบไข่แดงเยิ้ม

3 ร้านดังที่อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลชั้นเลิศของฮอกไกโดได้เต็มที่
พูดถึงอาหารฮอกไกโดเมื่อไร อาหารทะเลก็มักเป็นอย่างแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง
อาหารทะเลที่จับได้จากฮอกไกโด ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่และรายล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และทะเลนั้น มักมีไขมันแทรกกำลังดีและเนื้อแน่น
คุณภาพของปลาอันช่วยขับรสชาติวัตถุดิบให้อร่อยโดดเด่น น่าจะให้ความรู้สึกต่างจากที่กินกันอยู่เป็นประจำอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะข้าวหน้าทะเลที่โปะปู อูนิ และอาหารทะเลหลากชนิด เช่น ชูโทโระ แซลมอน และอิคุระ ลงบนข้าวสวยอย่างเต็มคำ ถือเป็นเมนูยอดนิยมมาก
รวมความหรูหราของของทะเลขึ้นชื่อจากฮอกไกโดไว้อย่างครบครัน แค่กินหนึ่งชามก็ทั้งอิ่มและตื่นเต้นไปพร้อมกัน
ที่นี่เราจะมาแนะนำร้านที่สามารถเพลิดเพลินกับเมนูปู ซึ่งเป็นหนึ่งในรสชาติขึ้นชื่อของฮอกไกโด
เสน่ห์ไม่ได้หยุดแค่ข้าวหน้าทะเล เพราะยังมีโอกาสได้ลิ้มรสปูหลายชนิดผ่านเมนูต่าง ๆ อีกด้วย
1. ซัปโปโระคานิยะ สาขาใหญ่
“ซัปโปโระคานิยะ สาขาใหญ่” เป็นร้านอาหารปูเฉพาะทางที่ครอบคลุมอาคารขนาดใหญ่ทั้งหลัง สูง 7 ชั้นเหนือดินและ 2 ชั้นใต้ดิน และมีจำนวนที่นั่งมากที่สุดระดับต้น ๆ ในฮอกไกโด
มีทั้งห้องส่วนตัวหลายขนาด และห้องโถงใหญ่ที่รองรับได้สูงสุด 120 คน จึงใช้งานได้หลากหลายโอกาส
คุณสามารถเพลิดเพลินกับเมนูปูหลากหลายชนิดอันหรูหรา ทั้งปูทาราบะ ปูซูไว และปูขน ซึ่งเชฟคัดสรรมาอย่างดีในแบบรสชาติแห่งฮอกไกโด

2. Kani Kuidokoro Kani Kosen สาขาตลาดนิโจ
ร้านอาหารปูเฉพาะทางที่อยู่ใกล้ตลาดนิโจเพียงไม่ไกล
ได้รับความนิยมจากเมนูปูสดใหม่ในราคาสมเหตุสมผล โดยอาศัยจุดแข็งจากการเป็นร้านในเครือโดยตรงของบริษัทแปรรูปอาหารทะเลเก่าแก่ที่ก่อตั้งมากว่า 55 ปีจากเนมุโระ และเชี่ยวชาญด้านปูเป็นหลัก
ปูทั้งหมดส่งตรงมาจากท่าเรือเนมุโระซึ่งมีปริมาณการยกขึ้นฝั่งมากเป็นอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น จึงสดมาก

3. ไคเซ็นโชคุโด คิตะโนะกูรุเมะเท
“คิตะโนะกูรุเมะเท” เป็นพื้นที่รับประทานอาหารภายในตลาดอาหารทะเล “คิตะโนะกูรุเมะ” ที่มีที่นั่งถึง 320 ที่
ที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินกับเมนูสดใหม่ที่ปรุงโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญวิธีอร่อยที่สุดของอาหารทะเล
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือข้าวหน้าทะเลที่รวมอาหารทะเล 15 ชนิด
วัตถุดิบตามฤดูกาลที่คัดสรรมาอย่างดีถูกจัดวางลงบนชามอย่างเต็มที่ สำหรับคนที่อยากกินเฉพาะของโปรดก็ยังมีเมนูดงบุริให้เลือกมากมาย เช่น ข้าวหน้าอิคุระ หรือข้าวหน้าปู 4 ชนิด

อิ่มเอมกับหน้าปลาสดใหม่! 3 ร้านซูชิสายพานยอดนิยมในฮอกไกโด
ในบรรดาเมนูทะเลมากมายของฮอกไกโด “ซูชิ” เป็นอีกอย่างที่หลายคนตั้งใจตามไปชิม
เพราะอย่างนั้น เราจึงขอแยกมาแนะนำร้านซูชิที่น่าสนใจโดยเฉพาะ
ครั้งนี้เราได้คัด 3 ร้านซูชิสายพานในฮอกไกโดที่เสิร์ฟวัตถุดิบจากอาหารทะเลสดใหม่ที่จับได้ในฮอกไกโด และเลือกใช้เฉพาะของที่ใส่ใจเรื่องความสดอย่างจริงจัง
ไม่ได้มีแค่หน้าปลาสดเท่านั้น รายละเอียดอย่างปริมาณข้าวซูชิ ความสวยงามของหน้าตา และขั้นตอนการปรุงก็ล้วนถูกใส่ใจเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยที่สุด
บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความคึกคักและรอยยิ้ม จึงไม่ต้องกังวลว่าจะรู้สึกเป็นทางการเกินไป
อีกจุดที่น่าสนใจคือการได้ชมฝีมือเชฟ ทั้งการใช้มีดและการปั้นซูชิด้วยความตั้งใจตรงหน้าเคาน์เตอร์
ถ้าอยากกิน “ซูชิ” ในฮอกไกโด ลองแวะสักร้านจากที่แนะนำนี้ได้เลย
1. Kaiten Zushi Toriton สาขามิวะ
ร้านสาขาแรกของแบรนด์ซูชิสายพานยอดนิยมที่ขยายไปถึงโตเกียวแล้ว
อาหารทะเลสดจากฮอกไกโดถูกปั้นอย่างประณีตทีละคำโดยช่างฝีมือมากประสบการณ์ อีกเสน่ห์หนึ่งคือบรรยากาศคึกคักภายในร้านที่มีออร์เดอร์ดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
พนักงานเฉพาะทางจะไปตลาดทุกเช้าเพื่อคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ก่อนส่งตรงถึงร้านและจัดการแล่เสิร์ฟในสภาพสดเยี่ยม

2. Machi no Sushiya Shiki Hanamaru สาขาซูซูกิโนะ
“ฮานามารุ” เป็นร้านที่เสิร์ฟปลาตามฤดูกาลจากเนมุโระที่คัดสรรมาอย่างดีในรูปแบบซูชิสายพาน
เป็นร้านยอดนิยมที่คงเสน่ห์ของซูชิสายพานไว้ทั้งความสนุกในการมองและการเลือก พร้อมใส่ใจเรื่องความสดของปลาอย่างจริงจัง
ส่วน “Machi no Sushiya” แห่งนี้เป็นอีกแบรนด์หนึ่งของฮานามารุ ไม่ได้มาในแบบสายพาน แต่เป็นระบบที่เชฟปั้นซูชิให้ตรงหน้าคุณ

3. Kaiten Zushi Nemuro Hanamaru สาขา JR Tower Stellar Place
เชนซูชิสายพานที่มีสาขาแรกอยู่ที่เนมุโระ ปลายตะวันออกสุดของฮอกไกโด โดยสาขานี้เป็นร้านยอดนิยมภายใน JR Tower Stellar Place ที่เชื่อมตรงกับสถานี “ซัปโปโระ” ของ JR
จุดแข็งอยู่ที่ความสดจากการมีเนมุโระ เมืองประมงที่อุดมด้วยอาหารทะเลเป็นฐานหลัก ผสานกับความหลากหลายของหน้าปลาแบบดั้งเดิมและความคุ้มค่าในสไตล์ซูชิสายพาน จึงทำให้ทุกสาขาได้รับความนิยมและมีผู้คนมาเยือนมากมาย
โดยเฉพาะสาขาที่เชื่อมตรงกับสถานี “ซัปโปโระ” ของ JR แห่งนี้ เดินทางสะดวกมาก จึงมีแถวยาวอยู่หน้าร้านแทบตลอดเวลา

2 ร้านอาหารยอดนิยมที่ลิ้มรสยากิโทริสไตล์ฮอกไกโดได้
แม้จะไม่ใช่เมนูที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ยากิโทริของฮอกไกโดก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ไม่น้อย
โดยเฉพาะ “บิไบยากิโทริ” ของเมืองบิไบ และ “มุโรรันยากิโทริ” ของเมืองมุโรรัน มีชื่อเสียงถึงขั้นติดอันดับยากิโทริ 7 แห่งดังของญี่ปุ่น
จุดเด่นของ “บิไบยากิโทริ” คือใช้ไก่ทั้งตัว และในหนึ่งไม้จะเสียบหลายส่วนรวมกัน เช่น เนื้อน่อง ตับ และหัวใจ
ส่วน “มุโรรันยากิโทริ” เป็นอาหารท้องถิ่นของเมืองมุโรรัน ที่ใช้หมูและหัวหอมแทนไก่กับต้นหอมญี่ปุ่น
คนท้องถิ่นนิยมกินโดยผสมมัสตาร์ดเหลืองที่เสิร์ฟมาพร้อมจานเข้ากับซอส ทำให้ได้รสชาติที่กินแล้วติดใจ
นอกจากนี้ “ชินโกะยากิ” โซลฟู้ดของเมืองอาซาฮิกาวะก็เป็นอีกเมนูที่แนะนำ
เป็นเมนูไก่อ่อนครึ่งตัวนำมาย่างแบบเรียบง่าย ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเนื้อไก่ชิ้นใหญ่ฉ่ำน้ำ
ที่นี่เราจะมาแนะนำร้านน่าลองที่สามารถกิน “ชินโกะยากิ” และ “มุโรรันยากิโทริ” ได้ หวังว่าจะช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้น
1. Ginneko ร้านยากิโทริเฉพาะทาง
ร้านยากิโทริเก่าแก่ที่คนท้องถิ่นรักมายาวนานกว่า 70 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1950
เมนูขึ้นชื่อคือ “ชินโกะยากิ” ซึ่งเป็นโซลฟู้ดชื่อดังของอาซาฮิกาวะ
ชินโกะยากิที่ย่างอย่างพิถีพิถันนาน 40 นาที มีความชุ่มฉ่ำ นุ่ม และให้ปริมาณเต็มอิ่ม โดยสามารถเลือกรสได้ทั้งแบบซอสหรือเกลือ

2. Yakitori no Ippei สาขาใหญ่
ร้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1950 และเสิร์ฟ “มุโรรันยากิโทริ” โซลฟู้ดของมุโรรัน
นำเสนอในแบบ “มุโรรันยากิโทริ” ที่ใช้หมู หัวหอม และมัสตาร์ดเหลือง เสียบไม้แล้วย่างด้วยถ่าน
แม้ในเมืองจะมีร้านยากิโทริเฉพาะทางอยู่มากมาย แต่ร้านนี้ก็ยังได้รับความนิยมสูงในฐานะร้านเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน
ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์แอนทีค พร้อมเปิดเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ให้บรรยากาศย้อนยุคแบบโรแมนติกสมัยไทโช และนั่งสบายมาก

มาลองปาร์เฟต์ยามค่ำคืนกัน! 3 ร้านดังที่กินขนมหวานยอดนิยมของฮอกไกโดได้
ถ้าเป็นสายของหวาน ฮอกไกโดก็มีอะไรให้ตามชิมอีกเยอะทีเดียว
ทั้งผลไม้สดจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และการทำปศุสัตว์นมที่แพร่หลาย ทำให้ที่นี่มีวัตถุดิบนมคุณภาพดีอยู่มาก ขนมหวานที่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้จึงได้รับความนิยมสูง
ไม่ว่าจะเป็นขนมอบอย่างคุกกี้และซาเบล ขนมสดอย่างนามะช็อกโกแลตและเราร์ชีสเค้ก พุดดิ้ง หรือไอศกรีม ก็มีให้เลือกหลากหลาย และยังเหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากด้วย
ถ้าอยากเพลิดเพลินกับขนมหวานในฮอกไกโด ขอแนะนำ “ปาร์เฟต์ยามค่ำคืน” ที่ถือกำเนิดในซัปโปโระ
สำหรับคนที่สนใจวัฒนธรรมการกินของท้องถิ่น “ปาร์เฟต์ยามค่ำคืน” หมายถึงการกินปาร์เฟต์ปิดท้ายหลังมื้ออาหารหรือหลังดื่ม และยังเรียกกันว่า “ชิเมะพาเฟต์” ด้วย
มีเมนูสวยเก๋ที่เข้ากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายแบบ จึงสนุกกับการได้พบปาร์เฟต์ในสัมผัสใหม่ ๆ
หน้าตาที่สวยงามด้วยไล่สีสดใสจนอยากยกกล้องมาถ่ายรูป น่าจะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
1. Yukijirushi Parlor ซัปโปโระ สาขาใหญ่
“Yukijirushi Parlor ซัปโปโระ สาขาใหญ่” ก่อตั้งในปี 1961 เป็นร้านขนมเก่าแก่ของซัปโปโระที่มีประวัติมากกว่า 50 ปี
ภายในร้าน คุณสามารถลิ้มลองไอศกรีมที่เคยทำถวายจักรพรรดิและจักรพรรดินี ปาร์เฟต์มากกว่า 30 ชนิด รวมถึงเมนูอาหารได้ อีกทั้งที่ร้านขายของบริเวณทางเข้า ยังสามารถซื้อของฝากและซอฟต์ครีมได้ด้วย

2. ร้านปาร์เฟต์ยามค่ำคืน Parfaiteria PaL
ร้านปาร์เฟต์ยามค่ำคืนเฉพาะทางที่กำลังขยายสาขาเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
และร้านต้นกำเนิดก็คือ “ร้านปาร์เฟต์ยามค่ำคืน Parfaiteria PaL” ในซัปโปโระแห่งนี้
ร้านตั้งใจสร้างปาร์เฟต์ที่เหมือนของหวานคอร์สจากร้านอาหารฝรั่งเศสหรู โดยใช้ซอร์เบต์และเจลาโตที่ทำจากผลไม้สดอย่างจุใจ และคำนวณให้มีความหวานน้อยกว่าปาร์เฟต์ทั่วไป เพื่อให้รู้สึกว่าอร่อยที่สุดยามกำลังมึนจากแอลกอฮอล์

3. Kitakaro ซัปโปโระ ฮงคัง
อาคารสไตล์เรโทรผสมโมเดิร์นที่ผสานสิ่งปลูกสร้างเก่าเข้ากับดีไซน์ใหม่โดย ทาดาโอะ อันโด สถาปนิกระดับโลก ทำให้ทั้งภายนอกและภายในชวนให้รู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
ที่ชั้น 1 มีจำหน่ายขนมญี่ปุ่นและตะวันตกหลากหลาย เช่น “Hokkaido Kaitaku Okaki” บามคูเฮนที่เป็นกระแสในสื่อ รวมถึงครีมพัฟหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีซอฟต์ครีมจำหน่าย สามารถซื้อแล้วไปนั่งกินที่ม้านั่งได้ด้วย โดยซอฟต์ครีมมีรสวนิลลาชัดเจนและกลิ่นหอมเข้มข้น

3 ร้านดังที่ลิ้มรสบูตะด้ง อาหารจานดังสไตล์พื้นบ้านต้นกำเนิดจากฮอกไกโดได้
ถ้าอยากลองเมนูข้าวที่เรียบง่ายแต่ชวนติดใจของฮอกไกโด “บูตะด้ง” ก็เป็นอีกจานที่ไม่ควรมองข้าม
เมนูนี้เป็นอาหารสไตล์พื้นบ้านแสนอร่อยที่นำเนื้อหมูย่างปรุงรสด้วยซอสหวานเค็มมาวางบนข้าวสวยร้อน ๆ
เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากเมืองโอบิฮิโระ ในภูมิภาคโทคาจิซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฮอกไกโด
โดยหลักแล้วจะย่างด้วยถ่าน พร้อมทาซอสซ้ำไปย่างไปหลายครั้ง ทำให้ได้รสชาติลุ่มลึกและลดความมันส่วนเกินออกไป
ทันทีที่เคี้ยวเนื้อหมู รสอูมามิจะค่อย ๆ กระจายในปาก และยังเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกับข้าวที่ซึมซับซอสไว้เต็มที่
อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมชวนกิน และแม้จะเป็นเมนูเรียบง่ายแต่ก็ดูอิ่มเอมชวนให้อยากลอง
หลายร้านสามารถเลือกจำนวนชิ้นเนื้อและปริมาณข้าวได้ จึงสบายใจได้แม้สำหรับคนที่ไม่ได้กินเยอะมาก
จากร้านบูตะด้งเฉพาะทางประมาณ 200 ร้านที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองโอบิฮิโระ เราจะพาคุณไปรู้จักร้านดังที่ได้รับความนิยมอย่างแท้จริง
1. บูตะด้ง โนะ ฮานะโทคาจิ
ร้านดังของ “บูตะด้ง” เมนูขึ้นชื่อแห่งโทคาจิ ที่นำเนื้อหมูปรุงรสซอสหวานเค็มมาวางบนข้าว
บูตะด้งของที่นี่ใช้เนื้อสันนอกหมูจากฮอกไกโดที่มีไขมันแทรกอย่างพอดี
ส่วนซอสทำเองในร้านโดยใช้น้ำสาเกญี่ปุ่นและน้ำผึ้งจำนวนมาก และไม่ใช้วัตถุเจือปนใด ๆ ซอสมีสัมผัสบางเบาแต่รสลึก เข้ากับเนื้อหมูอย่างยอดเยี่ยม

2. บูตะด้ง อิจิบัง โอบิฮิโระ สาขาใหญ่
ว่ากันว่าในเมืองโอบิฮิโระมีร้านบูตะด้งเฉพาะทางเกือบ 200 ร้าน และร้านนี้ก็คือหนึ่งในร้านดังที่คนท้องถิ่นต่างพากันมาอุดหนุน
เพราะเป็นร้านบูตะด้งที่บริหารโดยบริษัทแปรรูปและค้าส่งเนื้อสัตว์โดยตรง จึงมีจุดเด่นที่เสิร์ฟเนื้อสดคุณภาพสูง
ที่ “บูตะด้ง อิจิบัง” สามารถเลือกได้ทั้งเนื้อสันนอก เนื้อสามชั้น และสันใน อีกทั้งยังมีเมนูผสมสันนอกกับสามชั้นด้วย จึงเลือกบูตะด้งในแบบที่ชอบได้ตามอารมณ์ของวันนั้น

3. ต้นตำรับบูตะด้ง ปันโจ
ร้านบูตะด้งเฉพาะทางที่เปิดกิจการมากว่า 90 ปี
ความพิเศษอยู่ที่ลำดับเมนูซึ่งจัดเกรดอย่างมีเอกลักษณ์ ไล่จากสูงไปต่ำเป็น มัตสึ ทาเกะ อุเมะ และฮานะ
เนื้อสันนอกชั้นดีหั่นหนาจะเพิ่มจำนวนเป็น 4, 5, 6 และ 8 ชิ้นตามเกรด แต่ปริมาณข้าวเท่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นเมนูสำหรับคนที่อยากเพลิดเพลินกับเนื้อหมูอย่างเต็มที่จริง ๆ

2 ร้านอาหารที่ลิ้มรสอิชิคารินาเบะ อาหารท้องถิ่นของฮอกไกโดได้
ในบรรดาเมนูหม้อไฟของฮอกไกโด “อิชิคารินาเบะ” เป็นจานที่ชวนให้นึกถึงความอุ่นสบายของอาหารท้องถิ่น
เมนูนี้นำเนื้อปลาแซลมอนและส่วนหัวหรือก้างที่หั่นเป็นชิ้น ๆ มาต้มกับผัก เช่น หัวหอม กะหล่ำปลี และเต้าหู้ ในน้ำซุปคอมบุ
รสชาติแบบต้นตำรับคือปรับสมดุลด้วยมิโซะซึ่งเป็นตัวชูรสหลัก แล้วปิดท้ายด้วยการโรยพริกซันโชก่อนรับประทาน
เมนูนี้ดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใส่เนย นม หรืออาหารทะเลเพิ่มเติม แต่ละครอบครัวก็มีวิธีทำต่างกันไป
เสน่ห์ของเมนูนี้คือรสชาติกลมกล่อมที่ดึงจุดเด่นของปลาแซลมอน ผัก และดาชิคอมบุออกมาได้อย่างลงตัว ช่วยให้ร่างกายที่หนาวเย็นค่อย ๆ อบอุ่นขึ้นด้วย
นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีนจากปลาแซลมอน คอลลาเจนจากหนังปลา และวิตามินจากผัก จึงอาจช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ด้วย
ร้านที่จะแนะนำต่อจากนี้สามารถลิ้มรส “อิชิคารินาเบะ” แสนอร่อยได้ ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองแวะไปสั่งชิมกัน
1. อาหารท้องถิ่น โอกะ
ร้านยอดนิยมในย่านซูซูกิโนะ แหล่งบันเทิงที่คึกคักที่สุดของซัปโปโระและเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “ซาชิมิคินกิ” ที่ใช้ปลาคินกิจากอะบาชิริซึ่งตกด้วยเบ็ดทีละตัวและจัดการแบบสดในพื้นที่ เมื่อนำเนื้อปลาที่มีไขมันดีไปจิ้มพอนสึสูตรโฮมเมด จะได้รสอูมามิเข้มข้นที่แม้ดูเบาแต่แผ่เต็มปาก หลังจากกินซาชิมิแล้ว หม้อไฟผักที่ทำจากส่วนก้างและหัวปลาที่เหลือก็อร่อยมาก นอกจากนี้ ปูขนต้มทั้งเป็นหลังรับออร์เดอร์และซาชิมิปลาหมึกสดจากตอนใต้ของฮอกไกโดก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

2. Hakkou Dining Pompoko-tei
ร้านอาหารที่อยู่ในอาเขตทานุกิโคจิ 3 โจเมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่คึกคักที่สุดของซัปโปโระ เสิร์ฟเมนูที่ใช้ซุปและอาหารหมักดอง
หม้อไฟของที่นี่ใช้น้ำซุปสูตรลับที่สืบทอดมายาวนานกว่า 45 ปี ทำจากโครงไก่คัดพิเศษจากฮอกไกโดเคี่ยวอย่างช้า ๆ เป็นฐาน และมีให้เลือกมากกว่า 10 แบบ เช่น โชยุ เกลือ มิโซะ แกงกะหรี่ และชิเกะ จึงมาอีกกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ

ลิ้มรสสปาคัตสึ อาหารสไตล์พื้นบ้าน ที่ “Restaurant Izumiya Sohonten”
ถ้าแวะไปคุชิโระ เมนูสไตล์พื้นบ้านที่หลายคนอยากลองก็คือ “สปาคัตสึ”
ร้านอาหารตะวันตกในเมืองท่าคุชิโระ ทางตะวันออกของฮอกไกโด ก่อตั้งในปี 1959
แม้ “เทปปันนาโปลิตัน” จะขึ้นชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากนาโกย่า แต่ “เทปปันสปาเก็ตตี” ที่เสิร์ฟบนจานเหล็กร้อนฉ่าเหมือนสเต๊กนั้น ร้านนี้คือผู้ริเริ่มต้นตำรับ
ความแตกต่างอยู่ที่ความหลากหลายของรสชาติ เช่น รสเกลือหรือมีตซอส โดยเฉพาะ “สปาคัตสึ” ที่วางหมูทอดบนมีตซอส ได้รับความนิยมมากจนกลายเป็นโซลฟู้ดของคุชิโระ

ถ้าอยากอิ่มอร่อยกับอาหารฮอกไกโด ลองแวะ “ตลาด” ด้วย
ถ้าอยากทำความรู้จักอาหารฮอกไกโดให้มากขึ้น การแวะตลาดก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนุก
ในตลาดของฮอกไกโดจะเรียงรายไปด้วยอาหารทะเลสดที่จับได้ในวันนั้น และผลผลิตทางการเกษตรท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เก็บเกี่ยวในพื้นที่
คุณอาจได้เจอกับวัตถุดิบแปลกตาที่ไม่ค่อยเห็นในชีวิตประจำวันหรือไม่เคยพบมาก่อน และเพียงแค่เดินชมบรรยากาศคึกคักก็สนุกแล้ว
แต่ละตลาดและแต่ละฤดูกาลมีเอกลักษณ์ต่างกัน จึงเป็นจุดหมายที่ไปกี่ครั้งก็ยังเพลิดเพลินได้ ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่คนท้องถิ่นก็รักเช่นกัน
วัตถุดิบตามฤดูกาลมักมีให้ชิมอยู่บ่อย ๆ ถ้ามีอะไรที่สนใจ ลองชิมได้แบบไม่ต้องเกรงใจ
ในบทความนี้ เราได้คัด 3 ตลาดที่สามารถอิ่มอร่อยกับข้าวหน้าทะเลซึ่งได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษในบรรดาอาหารตลาดมาแนะนำ
หลายแห่งเปิดถึงช่วงเย็น แต่แนะนำให้ไปช่วง 07:00–09:00 ก่อนสินค้าจะขายหมดจะดีที่สุด
1. ตลาดนิโจ ซัปโปโระ
ที่ “ตลาดนิโจ ซัปโปโระ” มีร้านปลาสดเรียงรายอยู่ประมาณ 20 ร้าน สมกับเป็นขุมทรัพย์แห่งอาหารทะเล โดยมีปลาและอาหารทะเลสดใหม่ที่รับเข้ามาในวันนั้นวางขายหน้าร้าน
ภายในตลาดยังมีร้านอาหารจำนวนมาก จุดเด่นคือมีหลายร้านที่สามารถลิ้มรสอาหารทะเลได้ เช่น ซูชิ ข้าวหน้าทะเล และอาหารทะเลย่าง
สำหรับคนที่อยากชิมนิดหน่อย แนะนำมุมอีตอินที่อยู่ติดกับร้านปลาสดบางร้าน

2. ตลาดวาโช คุชิโระ
ถ้าพูดถึงครัวของคุชิโระทางตะวันออกของฮอกไกโด ตลาดนี้มักเป็นชื่อแรก ๆ ที่ถูกพูดถึง
ก่อตั้งในปี 1954 และเป็นตลาดเก่าแก่ที่สุดของคุชิโระ อีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน 3 ตลาดใหญ่ของฮอกไกโด
มีร้านค้าประมาณมากกว่า 40 ร้านรวมตัวกันอยู่ในตลาดแห่งนี้ โดยเน้นอาหารทะเลเป็นหลัก รวมถึงร้านเบ็ดเตล็ดและร้านผลไม้ด้วย
จุดเด่นของตลาดวาโชคือเมนูดัง “คัตเตะด้ง”
คุณสามารถเลือกอาหารทะเลตามชอบได้เองตรงนั้น แล้วให้จัดลงบนข้าว
สไตล์การทำข้าวหน้าทะเลแบบออริจินัลนี้ เป็นเสน่ห์เฉพาะของตลาดที่มีอาหารทะเลสดใหม่ให้เลือกมากมาย

3. ตลาดนอกอาคาร ตลาดค้าส่งกลางเมืองซัปโปโระ
“ตลาดนอกอาคารซัปโปโระ” เชื่อมต่อโดยตรงกับตลาดค้าส่งกลางเมืองซัปโปโระ
ภายในอาคารที่แบ่งเป็น 10 โซน มีร้านค้าประมาณ 60 ร้านเรียงรายแน่นขนัด เต็มไปด้วยวัตถุดิบอร่อยจากฮอกไกโด
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารจำนวนมาก โดยเมนูที่ขายภายใต้ชื่ออาหารตลาดนอกอาคารนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่อาหารทะเลแบบจัดเต็มไปจนถึงพอร์กแกงกะหรี่หรือราเม็ง ทำให้เลือกได้ตามอารมณ์ในวันนั้นอย่างน่าเพลิดเพลิน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารฮอกไกโด
Q
อาหารทะเลยอดนิยมในฮอกไกโดมีอะไรบ้าง?
เมนูยอดนิยม ได้แก่ “ข้าวหน้าทะเล” และ “ซูชิ” ที่ใช้วัตถุดิบทะเลสดใหม่ เช่น ปูและอูนิ
Q
อาหารท้องถิ่นยอดนิยมของฮอกไกโดมีอะไรบ้าง?
ตัวอย่างที่มักถูกพูดถึง ได้แก่ “ซุปแกงกะหรี่” “จิงกิสข่าน” “ซังกิ” และ “อิชิคารินาเบะ”
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักอาหารท้องถิ่นและอาหารพื้นบ้านยอดนิยมของฮอกไกโดแยกตามหมวดหมู่ พร้อมร้านแนะนำในแต่ละประเภท
ฮอกไกโดเป็นขุมทรัพย์แห่งความอร่อยที่มีของกินเด็ดมากมายจนเลือกแทบไม่ถูก และยังเป็นหนึ่งในภูมิภาคชั้นนำของญี่ปุ่นที่คุณจะได้สัมผัสคำว่า “อร่อย” อย่างเต็มที่
ลองใช้ข้อมูลจากบทความนี้เป็นตัวช่วย แล้วออกไปอิ่มอร่อยกับอาหารฮอกไกโดกันให้เต็มที่
นอกจากนี้ยังมีบทความที่รวบรวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และของฝาก เพื่อให้ทริปฮอกไกโดของคุณสนุกยิ่งขึ้น ลองเปิดอ่านต่อควบคู่กันได้เลย
