เมื่อมาถึงคิวชู นอกจากราเม็งและเมนไทโกะแล้ว คาสเทลลานางาซากิของฟุคุซายะก็เป็นของฝากสุดคลาสสิกที่นักเดินทางไม่น้อยนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน แม้ดูเรียบง่าย แต่เมื่อได้ลิ้มลองกลับมีรายละเอียดที่ชวนให้หวนคิดถึงครั้งแล้วครั้งเล่า
    เมื่อเปิดห่อ กลิ่นน้ำผึ้งอ่อนๆ และกลิ่นไข่ก็ลอยมาแตะจมูกก่อน ตัวเค้กถูกตัดแบ่งเป็นสิบชิ้นอย่างเรียบร้อย พอหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น สัมผัสที่นุ่มและชุ่มชื้นเล็กน้อยก็ทำให้ตั้งตารอก่อนจะได้ชิมเสียอีก เมื่อกัดเบาๆ เนื้อเค้กเนียนละเอียดค่อยๆ ละลายบนปลายลิ้น กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งผสานกับกลิ่นไข่เข้มข้น มีความหวานชัดเจนแต่ไม่เลี่ยน เมื่อเคี้ยวช้าๆ ยังสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งของเนื้อเค้ก
    สิ่งที่น่าประหลาดใจจริงๆ คือคำสุดท้าย
    ด้านล่างของเค้กโรยน้ำตาลเม็ดหยาบ “ซาราเมะ” อันเป็นเอกลักษณ์ของคาสเทลลานางาซากิจากฟุคุซายะ ระหว่างเคี้ยว จู่ๆ ก็มีเสียง “กรุบ” เล็กๆ ดังขึ้นท่ามกลางเนื้อเค้กนุ่ม น้ำตาลบางครั้งร่วนเล็กน้อย บางครั้งให้สัมผัสเป็นเม็ดกรอบ ความหวานก็เด่นชัดขึ้นในจังหวะนี้ ทำให้สัมผัสตั้งแต่นุ่ม ชุ่มชื้น ไล่ไปจนถึงเสียงกรุบละเอียด เกิดเป็นความตัดกันที่มีมิติ ฟุคุซายะซ่อนความประหลาดใจนี้ไว้ในคำสุดท้ายของเค้ก
    เมื่อกินคู่กับชาร้อนหนึ่งถ้วย กลิ่นชาจะช่วยปรับสมดุลความหวานของเค้กได้เล็กน้อย ส่วนเมื่อกินกับกาแฟ กลิ่นขมจะช่วยขับความหวานหอมของน้ำผึ้งให้เด่นขึ้น ค่อยๆ กิน ค่อยๆ เคี้ยว แล้วจะพบว่านี่ไม่ใช่แค่ “เค้กน้ำผึ้ง” ธรรมดา แต่เป็นรสชาติอันประณีตแบบญี่ปุ่นที่ซ้อนทับกันด้วยสัมผัสนุ่ม ชุ่มชื้น หอมหวาน และกรุบเล็กน้อย
    บรรจุภัณฑ์มีหลายขนาดและมีกล่องของขวัญให้เลือก ทั้งรสดั้งเดิมและรสช็อกโกแลตต่างก็มีเอกลักษณ์ รสช็อกโกแลตไม่มีน้ำตาลเม็ดหยาบอยู่ด้านล่าง แต่ด้านบนโรยด้วยวอลนัตบดและลูกเกดอย่างแน่นเต็มหน้า เหมาะทั้งซื้อกินเองและเป็นของฝาก
    หากเตรียมนำกลับไต้หวัน ก็ไม่จำเป็นต้องหิ้วคาสเทลลานางาซากิตลอดทาง สามารถวางแผนไปซื้อที่สนามบินฟุกุโอกะเพื่อไม่ต้องลำบากพกติดตัวระหว่างเดินทาง สำหรับนักเดินทางแล้ว นี่ก็เป็นความสุขเล็กๆ ที่ใช้งานได้จริง--ของฝากแสนอร่อยค่อยซื้อในนาทีสุดท้ายก็ได้ ไม่ต้องแบกเดินทางไปด้วยตั้งแต่วันแรกของทริป

รีวิวอื่นๆ ของ 周黛西