นี่คือการเดินทางด้วยรถไฟขบวนพิเศษ จากคุมาโมโตะไปยังอาโสะโดยรถไฟ Aso Boy! ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกสนานแบบเด็ก ๆ ทิวทัศน์นอกหน้าต่างค่อย ๆ เปลี่ยนจากเขตเมืองเป็นภูเขาและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เมื่อถึงสถานีอาโสะแล้วต่อรถบัส ก็จะได้ไปเยือนศาลเจ้าอาโสะซึ่งมีประวัติยาวนานกว่าพันปีแห่งนี้
แม้ศาลเจ้าจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะในปี 2016 และยังคงอยู่ระหว่างการบูรณะอันยาวนานและพิถีพิถัน แต่ความศักดิ์สิทธิ์และสง่างามไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย เมื่อยืนอยู่ในบริเวณศาลเจ้าอันเปิดโล่ง เงยหน้ามองเสาคานที่ฟื้นคืนขึ้นมาใหม่และอาคารศาลเจ้าเก่าแก่เรียบขรึมอย่างเงียบ ๆ ก็สัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงพลังของผืนดินและความแข็งแกร่งของศรัทธา
หลังสักการะเสร็จแล้วจึงเดินเล่นไปยังย่านร้านค้ามงเซ็นมาจิที่อยู่ข้าง ๆ ที่จริงลึกเข้าไปตามถนนมีสถานที่ลับซึ่งเปี่ยมด้วยบรรยากาศศิลปะซ่อนอยู่ นั่นคือบริเวณโรงเรียนสตรีเก่า กลุ่มอาคารไม้เก่าอันเงียบสงบแห่งนี้ไม่ค่อยมีกรุ๊ปทัวร์ และมีร้านต่าง ๆ เข้ามาเปิด เช่น “Kitakaze Shoten” ซึ่งจำหน่ายของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีเสน่ห์ ระหว่างพูดคุย เจ้าของร้านบอกอย่างน่าเอ็นดูว่าอีกไม่นานจะไปออกงานที่ไต้หวันด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านขายของเก่าและเครื่องใช้โบราณที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา รวมถึงคาเฟ่เล็ก ๆ ในท้องถิ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของขนมอบ เป็นมุมล้ำค่าที่นักเดินทางผู้ชื่นชอบการสำรวจชีวิตประจำวันอันเรียบง่ายของญี่ปุ่นไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
เมื่อนึกย้อนถึงทริปอาโสะเมื่อสองปีก่อน ขาไปได้นั่ง Aso Boy! ส่วนขากลับก็โชคดีได้นั่งรถไฟท่องเที่ยว “Kawasemi Yamasemi” ที่สุขุมและสง่างาม ความเขียวขจีนอกหน้าต่างผสานกับการตกแต่งภายในด้วยไม้ ก่อให้เกิดประสบการณ์การเดินทางอันยอดเยี่ยม การได้พบกับรถไฟขบวนพิเศษทั้งสองอย่างราวกับความฝัน รวมถึงน้ำใจอันเรียบง่ายของผู้คนในอาโสะ ยังคงฝังลึกอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้ หวังอย่างยิ่งว่าผืนแผ่นดินอันงดงามแห่งนี้จะผ่านพ้นบททดสอบจากภัยธรรมชาติ และกลับมารุ่งเรืองคึกคักดังเช่นวันวานได้โดยเร็ว