
เที่ยว ชม เรียนรู้ ช้อป และกิน! คู่มือท่องเที่ยวเขตโคโต กรุงโตเกียว!
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากภาพจำของโตเกียวแบบเดิมๆ ลองมองมาที่เขตโคโตกันดู ย่านนี้เดินทางสะดวกมาก และมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่หลากหลาย ตั้งแต่จุดเช็กอินสุดทันสมัย ไปจนถึงวัด ศาลเจ้า และถนนช้อปปิ้งที่ให้บรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ คุณจะได้สัมผัสทั้งเสน่ห์ของเมืองใหญ่และญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไปพร้อมกัน ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักไฮไลต์ของเขตโคโตที่คัดมาแล้วว่าไปตามนี้ยังไงก็เที่ยวสนุก

เขตโคโตเป็นสถานที่แบบไหน?
เขตโคโตอยู่ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว คั่นอยู่ระหว่างแม่น้ำสุมิดะและแม่น้ำอาราคาวะ มีประชากรประมาณ 530,000 คน แม้อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง แต่ด้วยความที่รายล้อมด้วยแม่น้ำและติดทะเล พื้นที่นี้จึงให้ความรู้สึกใกล้น้ำและมีพื้นที่สีเขียวอยู่พอสมควบคู่กับบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์ ในเขตฟุคางาวะและโจโตซึ่งอยู่ฝั่งแผ่นดินด้านในของเขตโคโต คุณจะได้พบกับ “ประเพณี” ที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ขณะที่พื้นที่ริมอ่าวกลับเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างและสถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศล้ำสมัย ให้คุณเพลิดเพลินกับอีกด้านของญี่ปุ่นยุคใหม่ได้อย่างเต็มที่

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของเขตโคโตคือช่วงไหน?
เขตโคโตในกรุงโตเกียวตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของญี่ปุ่น จึงมีความเปลี่ยนแปลงของทั้ง 4 ฤดูอย่างชัดเจน ช่วงฤดูร้อนอากาศร้อนชื้น ควรระวังโรคลมแดดและดูแลสุขภาพให้พร้อมก่อนออกเที่ยว ส่วนฤดูหนาว บางวันอาจรู้สึกหนาวกว่าที่คิด หากเตรียมโค้ตหนาๆ หรือเสื้อแจ็กเก็ตขนเป็ดไว้ก็จะอุ่นใจกว่า
การแต่งกายในแต่ละฤดูของเขตโคโต
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เสื้อแจ็กเก็ตหรือสเวตเตอร์เนื้อบาง
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อยืดแขนสั้น เป็นต้น
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): เสื้อแจ็กเก็ตหรือโค้ตแบบบาง
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต เสื้อแจ็กเก็ตขนเป็ด สเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตเนื้อหนา
เดินทางไปเขตโคโตอย่างไร?
เขตโคโตมีทั้งรถไฟ JR รถไฟใต้ดิน และรถบัสของโตเกียวให้บริการอย่างครอบคลุม จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เดินทางสะดวกมาก จากบริเวณรอบสถานีโตเกียว สามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ควรปักหมุดในโตเกียว เช่น อาซากุสะ สวนชินจูกุเกียวเอ็น โตเกียวสกายทรี รวมถึงโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ต ได้ภายในประมาณ 30 นาที–1 ชั่วโมง ทำให้เหมาะมากสำหรับแวะเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของทริปโตเกียวของคุณ
12 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในเขตโคโต
1. พิพิธภัณฑ์ฟุคางาวะเอโดะ เขตโคโต
พิพิธภัณฑ์ที่จำลองทิวทัศน์เมืองและวิถีชีวิตของย่านฟุคางาวะซางะโจในโตเกียวช่วงคริสต์ศตวรรษ 1800 แบบขนาดเท่าจริง ทั้งร้านค้า อาคารบ้านแถว และองค์ประกอบต่างๆ
ภายในห้องจัดแสดงที่เป็นพื้นที่เปิดโล่งจากชั้นใต้ดิน 1 ชั้นถึงชั้น 2 ได้มีการจำลองบรรยากาศเมืองฟุคางาวะซางะโจในช่วงปี 1831–1845 แบบสมจริงเท่าขนาดจริง บนถนนสายหลักมีทั้งร้านขายปุ๋ย โรงพักเรือสำหรับรับส่งลูกค้าที่เดินทางทางน้ำ และโกดังผนังปูนสีขาว ใต้หอเฝ้าระวังไฟยังมี “มิซุจายะ” ซึ่งเปรียบได้กับร้านน้ำชาสมัยใหม่ รวมถึงแผงขายเทมปุระและโซบะที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ฟาสต์ฟู้ดแห่งยุคเอโดะ” เมื่อเดินเข้าไปในตรอกจะพบกับทิวแถวของ “นางายะ” หรือบ้านแถวที่มีหลายครัวเรือนอาศัยอยู่ โดยมีการกำหนดรายละเอียดอย่างพิถีพิถันทั้งโครงสร้างครอบครัว อาชีพ และอายุของผู้อยู่อาศัย พร้อมจัดแสดงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับแต่ละครัวเรือน

2. พิพิธภัณฑ์บาโช เขตโคโต
มัตสึโอะ บาโช เป็นกวีไฮไกผู้มีชื่อเสียงในคริสต์ศตวรรษ 1600 เขาเคยพำนักอยู่ที่อาศรมในย่านฟุคางาวะ เขตโคโต และงานเขียนบันทึกการเดินทางชื่อดัง “โอคุโนะโฮโซมิจิ” ที่บันทึกการเดินทางผ่านโทโฮคุและโฮคุริคุก็เริ่มต้นจากฟุคางาวะแห่งนี้ นอกจากนี้ วิวจากสวนชมทัศนียภาพโบราณสถานบาโชอันก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ และเมื่อมาเยือนแล้ว อยากให้ลองชมจุดบรรจบของแม่น้ำสุมิดะกับแม่น้ำโอนางิกาวะ ซึ่งว่ากันว่าบาโชเองก็เคยชื่นชมทิวทัศน์นี้เช่นกัน

3. พิพิธภัณฑ์นะกางาวะฟุนะบังโช เขตโคโต
พิพิธภัณฑ์ที่จำลอง “นะกางาวะบังโช” จุดสำคัญของระบบขนส่งทางน้ำที่ค้ำจุนเมืองเอโดะ ผ่านไดโอรามา เสียง และแสงอย่างสมจริง นิทรรศการหลักคือไดโอรามาของนะกางาวะบังโชที่สร้างขึ้นจากเอกสารในช่วงปลายสมัยเอโดะราวคริสต์ศตวรรษ 1800 สำหรับคำว่า “บังโช” นั้น หมายถึงด่านตรวจหนึ่งในทั้งหมด 53 แห่งทั่วญี่ปุ่นในยุคเอโดะ

4. คาเมอิโดะอุเมะยาชิกิ
ในอดีตย่านคาเมอิโดะเคยมีบ้านพักตากอากาศชื่อ “เซโคอัง” ของพ่อค้าผ้ากิโมโน อิเซยะ ฮิโกเอมง ภายในสวนมีต้นบ๊วยต้นหนึ่งที่กิ่งทอดเลื้อยจากใต้ดินขึ้นเหนือดินยาวประมาณ 150 เมตรราวกับมังกร จนเป็นที่รู้จักและรักใคร่ของผู้คนในชื่อ “คาเมอิโดะอุเมะยาชิกิ”
สถานที่แห่งนี้ยังมีชื่อเสียงจากการที่อุทากาวะ ฮิโรชิเงะ วาดภาพ “100 ทิวทัศน์แห่งเอโดะ: คาเมอิโดะอุเมะยาชิกิ” โดยใช้คฤหาสน์แห่งนี้เป็นแบบในปี 1857 และวินเซนต์ แวนโก๊ะก็นำไปคัดลอกอีกด้วย ปัจจุบันอาคารที่ใช้ชื่อนี้เป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่ ภายในมีทั้งจุดให้ข้อมูลสถานที่น่าสนใจในคาเมอิโดะ ร้านจำหน่ายของขึ้นชื่อ และร้านที่จำหน่าย “เอโดะคิริโกะ” งานแก้วหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นซึ่งเป็นอุตสาหกรรมท้องถิ่นของเขตโคโตด้วย

5. ตลาดโทโยสุ
“ตลาดสึกิจิ” ที่เคยเป็นครัวของชาวโตเกียวได้ย้ายมายังโทโยสุในปี 2018 เนื่องจากอาคารเดิมทรุดโทรมตามกาลเวลา
ปัจจุบันมีการจัดเส้นทางเข้าชมไว้อย่างเป็นระเบียบ ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมได้สะดวก ภายในแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ที่อาคารค้าส่งอาหารทะเลสามารถชมการประมูลปลาทูน่าได้ ส่วนอาคารผักผลไม้มีเส้นทางชมที่แบ่งสีตามฤดูกาลของผลผลิต ขณะที่อาคารค้าส่งย่อยอาหารทะเลมีทั้งแกลเลอรีชมงานและร้านค้า และจากดาดฟ้ายังมองเห็นโตเกียวทาวเวอร์ได้อีกด้วย

6. MORI Building DIGITAL ART MUSEUM: Epson teamLab Borderless
“พิพิธภัณฑ์ไร้แผนที่” ที่สร้างสรรค์ด้วยผลงานศิลปะไร้พรมแดนของกลุ่มศิลปิน teamLab พื้นที่โลกสามมิติอันซับซ้อนขนาด 10000㎡ แห่งนี้ไร้เส้นแบ่งระหว่างผลงาน ทำให้ผู้ชมสามารถดื่มด่ำเข้าไปในงานศิลปะได้ทั้งร่างกายในพื้นที่ที่ไม่เหมือนใคร พิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 5 แนวคิดหลัก และในผลงานที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล คุณจะได้สัมผัสความรู้สึกของ 4 ฤดูแบบญี่ปุ่นเหมือนโลกจริง เช่น ดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

7. ศาลเจ้าโทมิโอกะฮาจิมังกู
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1627 ตามคำพยากรณ์จากเทพเจ้า นับเป็นศาลเจ้าฮาจิมันที่ใหญ่ที่สุดในเอโดะ และยังเป็นที่รักของผู้คนมาจนถึงปัจจุบันในชื่อ “ฮาจิมังแห่งฟุคางาวะ” ภายในบริเวณมีศาลย่อย 17 แห่ง เชื่อกันว่าให้พรด้านโชคลาภ การแข่งขัน และความรัก เทศกาลฟุคางาวะฮาจิมังที่จัดขึ้นทุกวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปีมีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่แห่งเอโดะ ที่นี่ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก ทั้งศิลาจารึกเกี่ยวกับซูโม่และมิโคชิทองคำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

8. ศาลเจ้าคาเมอิโดะเท็นจิน
หนึ่งในสิบศาลเจ้าสำคัญของโตเกียว เป็นศาลเจ้าที่อุทิศให้กับสุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ ผู้เป็นที่รู้จักในฐานะเทพแห่งการศึกษา สะพาน 3 แห่งที่ทอดผ่านสระชินจิ ได้แก่ สะพานโอโตโกะบาชิ สะพานฮิระบาชิ และสะพานอนนะบาชิ เปรียบแทนอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยเชื่อกันว่าเมื่อข้ามแต่ละสะพาน จิตใจก็จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ ภายในบริเวณมีต้นบ๊วยมากกว่า 300 ต้น ซึ่งว่ากันว่าเป็นไม้โปรดของมิจิซาเนะ จึงมีการจัดเทศกาลดอกบ๊วยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม และเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนเมษายน ดอกวิสทีเรียจะบานพร้อมกันเต็มที่ ทิวทัศน์จากสะพานโค้งที่มองเห็นซุ้มดอกไม้จึงได้รับความนิยมอย่างมาก

9. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งอนาคต มิไรคัง
ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งอนาคต มิไรคัง หุ่นยนต์มนุษย์ “ASIMO” และแอนดรอยด์ “Alter” กับ “Otonaroid” เป็นนิทรรศการยอดนิยม โดย “ASIMO” ช่วยให้ผู้ชมจินตนาการถึงสังคมอนาคตที่มนุษย์และหุ่นยนต์อยู่ร่วมกันผ่านการสาธิตจริง ส่วน “Alter” ที่ถ่ายทอดความมีชีวิตผ่านการเคลื่อนไหวอันซับซ้อน และ “Otonaroid” ที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์อย่างน่าทึ่ง เป็นผลงานวิจัยล้ำสมัยที่ชวนตั้งคำถามว่า “ชีวิตคืออะไร?” และ “มนุษย์คืออะไร?” ถือเป็นนิทรรศการที่หาได้ยากแม้ในระดับโลก ที่นี่รวบรวมทั้งเทคโนโลยีล่าสุด คำถามพื้นฐานของชีวิต สิ่งแวดล้อมโลก การสำรวจอวกาศ และความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตไว้อย่างครบถ้วน

10. สวนคิโยสึมิ
สวนคิโยสึมิเป็นสวนภูมิทัศน์แบบเดินชมรอบที่มีบ่อน้ำ เนินดิน และสวนหินแห้งเป็นองค์ประกอบหลัก ในปี 1878 นักธุรกิจอิวาซากิ ยาทาโร ได้ซื้อพื้นที่คฤหาสน์เก่าที่ทรุดโทรมและวางแผนสร้างสวนแห่งนี้ ต่อมาในเดือนมีนาคม ปี 1979 สวนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่งดงามของกรุงโตเกียว และในปี 1977 ยังมีการเปิดพื้นที่ด้านตะวันตกที่อยู่ติดกันเป็นสวนสาธารณะเพิ่มเติม จนกลายมาเป็นรูปแบบอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ทางฝั่งตะวันตกมีทั้งลานสนามหญ้า เพอร์โกลา และต้นซากุระประมาณ 20 ต้น ทำให้เป็นจุดชมดอกซากุระยอดนิยมในฤดูใบไม้ผลิ ภายในสวนยังมีจุด “อิโซวาตาริ” ซึ่งเป็นทางเดินข้ามหินกลางน้ำ 3 แห่งด้วย แต่ละแห่งมีบรรยากาศต่างกัน ให้คุณเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปทุกย่างก้าว

11. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียว
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยโตเกียวเปิดทำการในปี 1995 โดยสืบทอดผลงานสะสมจำนวน 3000 ชิ้นจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะโตเกียวฟุที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1926 และได้รีโนเวตเปิดใหม่อีกครั้งในปี 2019 ปัจจุบันมีผลงานในครอบครองประมาณ 5500 ชิ้น มีการจัดนิทรรศการพิเศษเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยปีละ 6–8 ครั้ง ส่วน “MOT Collection” ซึ่งเป็นนิทรรศการจากผลงานสะสมของพิพิธภัณฑ์ (ขณะนี้ปิดชั่วคราว) ก็แบ่งจัดแสดงปีละ 4 ช่วง โดยนำเสนอผ่านมุมมองที่แตกต่างกันในแต่ละรอบ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์อันหลากหลายของศิลปะร่วมสมัย

12. คิดซาเนีย โตเกียว
สถานที่เรียนรู้เรื่องอาชีพและสังคมที่รวบรวมพาวิลเลียนของบริษัทจริงประมาณ 60 แห่ง ให้เด็กอายุ 3–15 ปีได้ลองทำกิจกรรมเกี่ยวกับงานและบริการมากถึงประมาณ 100 แบบ ภายในอาคารถูกออกแบบเป็นเมืองขนาดประมาณ 2/3 ของโลกจริง มีทั้งลานกลาง โรงละคร และรถท่องเที่ยวหรือรถดับเพลิงวิ่งไปมาตามท้องถนน เด็กๆ จะได้รับสกุลเงิน “คิดโซ” ที่ใช้หมุนเวียนภายในคิดซาเนียเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมทำงาน ซึ่งสามารถนำไปใช้เรียนพิเศษ ช้อปปิ้ง หรือฝากธนาคารแล้วถอนผ่าน ATM ได้ หลังจบกิจกรรม โดยทั่วไปสามารถนำผลงานกลับบ้านได้ ยกเว้นอาหารบางประเภท จึงเป็นความทรงจำดีๆ ที่หลายคนประทับใจ

3 แหล่งช้อปปิ้งแนะนำในเขตโคโตที่ควรแวะให้ได้
ถ้าอยากแวะช้อประหว่างเที่ยว เขตโคโตก็มีตัวเลือกหลากหลายทีเดียว ตั้งแต่ศูนย์การค้าที่รวมไอเท็มทันสมัยสไตล์ใจกลางเมือง ไปจนถึงถนนช้อปปิ้งที่ให้บรรยากาศเรโทรแบบยุคโชวะ ที่นี่เราคัดสถานที่ที่อยากแนะนำให้แวะมาฝากกัน
1. ถนนช้อปปิ้งซูนามาจิกินซะ
ถนนแห่งนี้ได้รับชื่อว่า “ซูนามาจิกินซะ” ในปี 1932 โดยตั้งตามถนนกินซะโดริช้อปปิ้งสตรีท ซึ่งในเวลานั้นถูกยกให้เป็นถนนช้อปปิ้งอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น และยังนับเป็นหนึ่งใน 3 ถนนกินซะชื่อดัง ร่วมกับถนนช้อปปิ้งโทโกชิกินซะและจูโจกิงซะ
ตลอดทางยาวประมาณ 670 เมตร มีร้านค้าราว 130 ร้านเรียงรายแน่นขนัด ความสนุกที่สุดคือการเดินกินเหมือนไล่ชิมอาหารตามซุ้มงานเทศกาล เพราะมีให้เลือกหลากหลายทั้งยากิโทริ โอเด้ง ชูไม โครเกต์ และผลไม้ รับรองว่าต้องเจอเมนูที่ถูกใจแน่นอน

2. Urban Dock LaLaport Toyosu
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของย่านอ่าวโตเกียว ตั้งอยู่ในทำเลเยี่ยมติดกับสถานีโทโยสุโดยตรง ภายในรวมแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำมากมาย พร้อมคาเฟ่และร้านอาหารให้เลือกครบครัน ส่วนฟู้ดคอร์ตบรรยากาศเปิดโล่ง Marina Kitchen ก็มีร้านหลากหลายตั้งแต่ของหวานไปจนถึงมื้อกลางวันและมื้อค่ำ อีกหนึ่งเสน่ห์คือช่วงเย็นคุณสามารถชมวิวกลางคืนของแลนด์มาร์กอย่างโตเกียวสกายทรี โตเกียวทาวเวอร์ และเรนโบว์บริดจ์ได้ด้วย

3. อาริอาเกะการ์เดน
คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของย่านอ่าวโตเกียวที่รวมทั้งช้อปปิ้ง ออนเซ็น โรงละคร และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไว้ครบ ที่ใจกลางโครงการคือ “Sumitomo Fudosan Shopping City Ariake Garden” ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน หนึ่งในไฮไลต์คือ “MUJI Tokyo Ariake” สาขาขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของคันโต และ Aeon Style ที่นำระบบ “Regi Go” มาใช้ให้ช้อปได้สะดวกโดยไม่ต้องต่อคิวแคชเชียร์ ส่วนชั้น 5 เป็นโซนไดนิงสตรีทและฟู้ดคอร์ต รวมร้านอาหารประมาณ 30 ร้าน

4 คาเฟ่แนะนำในย่านคิโยสึมิชิราคาวะ เขตโคโต
คิโยสึมิชิราคาวะเป็นย่านคาเฟ่ที่ยังคงเสน่ห์บรรยากาศดั้งเดิมไว้ และกำลังได้รับความสนใจในฐานะ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคอกาแฟ” รอบนี้เราได้คัดคาเฟ่น่าสนใจมาแนะนำแบบเน้นๆ เผื่อใครอยากลองออกเดินสายคาเฟ่ในคิโยสึมิชิราคาวะดูสักวัน
1. iki ESPRESSO
คาเฟ่ที่บริหารโดยคุณฮาราเสะ ผู้เชี่ยวชาญด้านคาเฟ่และกาแฟที่มีประสบการณ์มากกว่า 25 ปี และเคยทำงานเป็นบาริสต้าและผู้จัดการในคาเฟ่ท้องถิ่นของนิวซีแลนด์ ตัวร้านตกแต่งอย่างมีสไตล์ด้วยโทนสีขาว โดยรีโนเวตมาจากโกดังเก่า อินทีเรียเรียบง่ายและการจัดวางที่นั่งอย่างโปร่งสบายช่วยสร้างบรรยากาศน่านั่ง กาแฟคั่วเองของทางร้านคัดสรรเมล็ดอย่างพิถีพิถันจากนิวซีแลนด์และแหล่งต่างๆ ทั่วโลก

2. Blue Bottle Coffee Kiyosumi Shirakawa Flagship Cafe
ร้านกาแฟยอดนิยมที่ถือกำเนิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้เปิดสาขาแรกในญี่ปุ่นในชื่อ “คิโยสึมิชิราคาวะ แฟลกชิปคาเฟ่” ทางร้านคัดซื้อเมล็ดกาแฟตามฤดูกาลจากทั่วโลก และเน้นเสิร์ฟแบบซิงเกิลออริจินโดยไม่เบลนด์ เพื่อให้ได้ลิ้มรสเอกลักษณ์ของเมล็ดแต่ละชนิดอย่างแท้จริง ส่วนวิธีชงก็เลือกได้ตามชอบ ทั้งแฮนด์ดริป เอสเปรสโซ ไซฟอน และเนลดริป

3. Allpress Espresso Tokyo Roastery & Cafe
“Allpress Espresso Tokyo Roastery & Cafe” เป็นร้านที่ให้คุณเพลิดเพลินกับกาแฟสไตล์โอเชียเนีย ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบของคิโยสึมิชิราคาวะ สำหรับ “Allpress Espresso” นั้น เป็นบริษัทคั่วเมล็ดกาแฟจากนิวซีแลนด์ สาขา Tokyo Roastery & Cafe แห่งนี้รวมทั้งสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น โรงคั่ว และคาเฟ่ไว้ในที่เดียว ความพิเศษของร้านคั่วคือคุณสามารถจิบกาแฟไปพร้อมกับชมขั้นตอนการคั่วเมล็ดได้อย่างใกล้ชิด

4. fukadaso CAFE
“fukadaso” เป็นคอมเพล็กซ์ที่เกิดจากการรีโนเวตอพาร์ตเมนต์และโกดังอายุ 50 ปีที่เกือบถูกรื้อถอน ซึ่งเดิมชื่อ “ฟุคาดะโซ” ส่วนคาเฟ่บรรยากาศชวนคิดถึงที่อยู่ชั้น 1 ของอาคารภายนอกสังกะสีเก่าซึ่งดูโดดเด่นนั้นก็คือ fukadaso CAFE ภายในร้านมีทั้งของแอนทีคและเฟอร์นิเจอร์ทำมือโดยเจ้าของ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและนั่งสบายมาก อีกทั้งยังเว้นระยะระหว่างโต๊ะอย่างกว้างขวาง จึงนั่งพักผ่อนได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลคนรอบข้าง

ร้านแนะนำสำหรับชิม “ฟุคางาวะเมชิ” ในเขตโคโต
ถ้ามาเที่ยวแถวนี้แล้วอยากลองอาหารท้องถิ่นของโตเกียว “ฟุคางาวะเมชิ” ก็เป็นเมนูที่น่าสนใจมาก และยังนับเป็นหนึ่งใน 5 เมนูข้าวชื่อดังของญี่ปุ่นด้วย โดยมี 2 แบบหลัก ได้แก่ ข้าวราดหอยอาซาริต้มในน้ำซุปมิโสะ และข้าวหุงพร้อมหอยอาซาริ ครั้งนี้เราจะมาแนะนำร้านที่คุณสามารถลิ้มลองได้ทั้งสองแบบ
ฟุคางาวะจูกุ สาขาโทมิโอกะฮาจิมัง
หอยอาซาริของฟุคางาวะจูกุคัดเลือกจากวัตถุดิบในประเทศ โดยเน้นจากอ่าวโตเกียว เมนูข้าวราด “ฟุคางาวะเมชิ” ของร้านโดดเด่นด้วยมิโสะสูตรลับที่ผสมมิโสะแบบคันโตและชินชูเข้าด้วยกันอย่างเป็นเอกลักษณ์ ความกลมกล่อมของน้ำซุปหอยอาซาริที่เข้มข้นกับมิโสะที่เคี่ยวจนซึมซาบเข้ากันอย่างลงตัวชวนให้อยากกินต่อไม่หยุด ส่วนข้าวหุงรสโชยุ “สไตล์ฮามามัตสึ” มีรสชาติละมุน ช่วยขับเน้นความอร่อยของหอยอาซาริได้เป็นอย่างดี ถ้าอยากชิมทั้งสองแบบในครั้งเดียว แนะนำให้สั่งเมนู “ทัตสึมิโกโนมิ”

บทสรุป
เขตโคโตเป็นย่านที่เที่ยวได้เพลินและเดินทางสะดวกมาก บรรยากาศก็ผสมทั้งความล้ำสมัยของเมืองและกลิ่นอายประวัติศาสตร์ไว้ในแบบที่ลงตัว จะตั้งใจมาเที่ยวเขตโคโตโดยตรง หรือแวะรวมกับแพลนเที่ยวจุดอื่นในโตเกียวก็สนุกได้ทั้งนั้น
ลองเลือกสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในเขตโคโตจากบทความนี้ไปใส่ในแผนการเดินทางของคุณดู
หากอยากรู้จักแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในโตเกียวเพิ่มเติม บทความนี้ก็น่าจะช่วยวางแผนได้มากขึ้น
