【คู่มือเที่ยวสะพานคินไตเคียว】ทิวทัศน์งดงามที่สะพานอันมีเอกลักษณ์ผสานกับธรรมชาติทั้งสี่ฤดูอย่างลงตัว

【คู่มือเที่ยวสะพานคินไตเคียว】ทิวทัศน์งดงามที่สะพานอันมีเอกลักษณ์ผสานกับธรรมชาติทั้งสี่ฤดูอย่างลงตัว

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

หากนึกถึงภาพสะพานญี่ปุ่นที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างสวยงาม สะพานคินไตเคียวก็มักเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงเสมอ
ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “สามสะพานชื่อดังของญี่ปุ่น” ร่วมกับสะพานนิฮงบาชิในโตเกียวและสะพานเมกาเนะบาชิในนางาซากิ และยังเป็น 1 ใน “สามสะพานมหัศจรรย์ของญี่ปุ่น” อีกด้วย
ซุ้มโค้งอันหนักแน่นของสะพานแห่งนี้แฝงด้วยความงามอันประณีต และโครงสร้างที่สร้างสรรค์ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
อีกจุดเด่นหนึ่งคือทิวทัศน์ที่สวยงามซึ่งกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบอย่างลงตัว
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ในแต่ละฤดูกาล จุดน่าสนใจ และสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ ที่ควรรู้เพื่อเที่ยวสะพานคินไตเคียวให้เต็มอิ่ม
หากใช้บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบ คุณน่าจะสนุกกับสะพานคินไตเคียวและพื้นที่โดยรอบได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

สะพานคินไตเคียวเป็นสถานที่แบบไหน?

สะพานคินไตเคียว (Kintaikyo) ทอดข้ามแม่น้ำนิชิกิในเมืองอิวาคุนิ จังหวัดยามากุจิ และสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1673 มีความยาวประมาณ 35 ม. และกว้างประมาณ 5 ม.
เป็นสะพานไม้โค้งที่หาได้ยากในระดับโลก และมีโครงสร้างที่แทบไม่เหมือนที่ใด
ที่นี่ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพงดงามของประเทศ และปัจจุบันกำลังมุ่งสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก
ส่วนสำคัญของสะพานคินไตเคียวสร้างขึ้นด้วยเทคนิคสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “การเข้าไม้”
สำหรับคนที่สนใจงานช่างแบบญี่ปุ่น การเข้าไม้เป็นเทคนิคการประกอบไม้ 2 ชิ้นขึ้นไปให้แนบสนิทโดยไม่มีช่องว่าง จึงโดดเด่นทั้งด้านความงามและความแข็งแรงสูง
หากลองมองใต้สะพาน คุณจะได้เห็นโครงสร้างเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์ของงานเข้าไม้ จึงอยากแนะนำให้ลองสังเกตเมื่อมาเยือน
เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า สะพานคินไตเคียวทั้งแห่งจะถูกประดับไฟตามโปรแกรมที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
แสงไฟที่ส่องสะท้อนลงบนผิวน้ำราวกระจก ทำให้สะพานคินไตเคียวเปล่งประกายอย่างน่าอัศจรรย์และงดงาม
เพราะบรรยากาศของที่นี่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา จึงอยากชวนให้แวะมาชมไม่ใช่แค่ตอนกลางวัน แต่รวมถึงตอนกลางคืนด้วย

สะพานคินไตเคียวที่สร้างด้วยเทคนิคสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น งดงามแม้มองจากด้านล่าง
สะพานคินไตเคียวที่สร้างด้วยเทคนิคสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น งดงามแม้มองจากด้านล่าง

การเดินทางไปสะพานคินไตเคียว

ถ้าจะเริ่มเดินทางจากสถานี JR ยามากุจิ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวของจังหวัดยามากุจิ สามารถไปสะพานคินไตเคียวได้ตามวิธีด้านล่างนี้
แม้จะสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องใช้ชินคันเซ็น แต่จะใช้เวลามากกว่า จึงควรเลือกรูทให้เหมาะกับงบประมาณการเดินทางของคุณ
ที่นี่เราจะแนะนำเส้นทางและระยะเวลาเดินทางในกรณีที่ใช้ชินคันเซ็น

เส้นทาง
1. ขึ้นรถไฟ JR สายยามากุจิที่สถานียามากุจิ และลงที่สถานีชินยามากุจิ
2. ต่อด้วย JR ซันโยชินคันเซ็นจากสถานีชินยามากุจิ แล้วลงที่สถานีชินอิวาคุนิ
3. จากนั้นขึ้นรถบัสที่ป้ายรถบัสสถานีชินอิวาคุนิ และลงที่ป้ายคินไตเคียว
ใช้เวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

ค่าเข้าชมสะพานคินไตเคียวและเวลาทำการ

หากต้องการเดินข้ามสะพานคินไตเคียว จำเป็นต้องซื้อตั๋วเข้าสะพานคินไตเคียวก่อน
ถ้าคุณวางแผนจะเที่ยวปราสาทอิวาคุนิซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานคินไตเคียวด้วย การซื้อตั๋วชุดสะพานคินไตเคียวและปราสาทอิวาคุนิจะคุ้มค่ากว่าเล็กน้อย
รายละเอียดตั๋วเข้าสะพานและเวลาทำการของจุดจำหน่ายตั๋วมีดังนี้

ตั๋วเข้าสะพานคินไตเคียว (ไป-กลับเท่านั้น)
・ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป): 310 เยน
・นักเรียนประถม: 150 เยน
เวลาทำการของจุดจำหน่ายตั๋ว
・ฤดูร้อน 8:00–18:00
・ฤดูหนาว 8:00–17:00

เสน่ห์และจุดน่าสนใจของสะพานคินไตเคียวในแต่ละฤดูกาล

จุดที่ทำให้สะพานคินไตเคียวน่าประทับใจเป็นพิเศษคือทิวทัศน์ที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ซึ่งผสานรูปลักษณ์ของสะพานที่สร้างด้วยเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับธรรมชาติในแต่ละฤดูกาลอย่างลงตัว
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจของแต่ละฤดู เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับวิวที่งดงามเฉพาะช่วงเวลานั้นอย่างเต็มที่

ซากุระที่แต่งแต้มสะพานอันสง่างามคือไฮไลต์! สะพานคินไตเคียวในฤดูใบไม้ผลิ

บริเวณรอบสะพานคินไตเคียวยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดัง และได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น” ร่วมกับสวนคิกโกะที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
เมื่อซากุระประมาณ 1,500 ต้นรอบสะพานคินไตเคียวบานสะพรั่ง กลีบดอกสีขาวและชมพูอ่อนจะช่วยแต่งแต้มสะพานให้ดูงดงามยิ่งขึ้น
หลังพระอาทิตย์ตกจะมีการประดับไฟ สร้างบรรยากาศชวนฝันที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน
ช่วงเวลาชมซากุระสวยที่สุดที่สะพานคินไตเคียวอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน
หากมีแผนมาเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิ แนะนำให้ลองจัดทริปให้ตรงกับช่วงนี้

สะพานคินไตเคียวที่โอบล้อมด้วยซากุระ งดงามเป็นพิเศษ
สะพานคินไตเคียวที่โอบล้อมด้วยซากุระ งดงามเป็นพิเศษ

ชมวิธีจับปลาแบบดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ! สะพานคินไตเคียวในฤดูร้อน

ที่สะพานคินไตเคียว คุณสามารถชมอุไค ซึ่งเป็นภาพประจำฤดูร้อนของที่นี่ได้
สำหรับคำว่าอุไค หมายถึงวิธีจับปลาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นและจีน โดยใช้กาน้ำที่ผ่านการฝึกในการจับปลาอย่างปลาอายุ
กิจกรรมนี้จัดขึ้นที่เชิงสะพานคินไตเคียวในคืนฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงเปิดฤดูจับปลาอายุ ภาพเรือลำเล็กที่จุดคบไฟและกาน้ำที่ไล่ต้อนปลานั้นดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก
ตัวสะพานคินไตเคียวเองก็มีการประดับไฟด้วย ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความลึกลับน่าหลงใหล
หากอยากเห็นทิวทัศน์ฤดูร้อนที่หาได้ยากจากที่อื่น ลองแวะมาชมกัน

ประสบการณ์ฤดูร้อนเท่านั้น ชมการจับปลาอุไคแบบดั้งเดิมจากบนเรือ
ประสบการณ์ฤดูร้อนเท่านั้น ชมการจับปลาอุไคแบบดั้งเดิมจากบนเรือ

เสน่ห์ของวิวทิวทัศน์งดงามเปี่ยมบรรยากาศที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี! สะพานคินไตเคียวในฤดูใบไม้ร่วง

เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ต้นไม้โดยรอบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีส้มสดใส เพิ่มสีสันให้สะพานคินไตเคียวที่ดูสง่างามยิ่งขึ้น
ภาพที่ได้งดงามราวกับโปสการ์ด และให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่
ห่างจากสะพานคินไตเคียวโดยเดินประมาณ 10 นาที มีสวนโมมิจิดานิ ซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “100 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของญี่ปุ่น”
ภายในสวนมีต้นเมเปิลประมาณ 1,000 ต้น ให้คุณเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ถ้ามีเวลา อยากแนะนำให้ลองเดินเล่นที่สวนโมมิจิดานิด้วย

สีสันอันอุดมช่วยขับเสน่ห์ของสะพานคินไตเคียวให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
สีสันอันอุดมช่วยขับเสน่ห์ของสะพานคินไตเคียวให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ลองแวะไปสวนโมมิจิดานิ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสมชื่อด้วย
ลองแวะไปสวนโมมิจิดานิ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสมชื่อด้วย

สะพานคินไตเคียวในฤดูหนาว ชมทิวทัศน์งดงามได้อย่างสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ

ในจังหวัดยามากุจิ ช่วงฤดูหนาวอาจมีหิมะตกทับถมได้
สะพานคินไตเคียวที่ปกคลุมด้วยหิมะและตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ ให้ความรู้สึกถึงความงามอันประณีตได้อย่างชัดเจน
เมื่อหิมะตก ผู้คนจะสัญจรน้อยลง จึงเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการเดินชมสะพานคินไตเคียวอย่างผ่อนคลายและไม่เร่งรีบ

เพลิดเพลินกับทิวทัศน์แสนงดงามอันประณีตในบรรยากาศเงียบสงบ
เพลิดเพลินกับทิวทัศน์แสนงดงามอันประณีตในบรรยากาศเงียบสงบ

5 สถานที่ท่องเที่ยวรอบสะพานคินไตเคียว

รอบสะพานคินไตเคียวมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่หลายแห่ง ทั้งปราสาท ศาลเจ้า และจุดแวะชมอื่น ๆ
ระหว่างเที่ยวในย่านนี้ คุณจะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศแบบญี่ปุ่นและธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
หลังจากเที่ยวสะพานคินไตเคียวแล้ว ลองแวะสถานที่แนะนำเหล่านี้ต่อ เพื่อให้ทริปของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

1. ปราสาทอิวาคุนิ

ปราสาทบนภูเขาที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1608 โดยคิกคาวะ ฮิโรอิเอะ หลานของโมริ โมโตนาริ และเป็นเจ้าเมืองอิวาคุนิรุ่นแรก
ตั้งอยู่บนภูเขาชิโรยามะที่ระดับความสูงประมาณ 200 ม. โดยมีแม่น้ำนิชิกิที่ไหลอยู่เบื้องล่างทำหน้าที่เสมือนคูน้ำชั้นนอก
ตัวปราสาทเป็นสถาปัตยกรรมแบบโมโมยามะสไตล์นันบัน 3 ชั้น 4 ระดับ มีลักษณะพิเศษคือชั้นบนสร้างให้ใหญ่กว่าชั้นล่าง
ภายในหอคอยปราสาทมีมุมจัดแสดงที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านแบบจำลองและภาพถ่ายของสะพานคินไตเคียว รวมถึงอาวุธและชุดเกราะ อีกทั้งยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสวนคิกโกะ เมืองเก่า สะพานคินไตเคียว ตลอดจนหมู่เกาะในทะเลเซโตะในได้อย่างงดงาม

จากหอคอยปราสาทสามารถชมวิวเมืองได้แบบพาโนรามา
จากหอคอยปราสาทสามารถชมวิวเมืองได้แบบพาโนรามา

2. ศาลเจ้าคิกโกะ

ศาลเจ้าที่อุทิศให้บรรพบุรุษของตระกูลคิกคาวะ อดีตเจ้าแคว้นอิวาคุนิ
เดิมมีอยู่ 3 ศาลเจ้า ก่อนจะถูกรวมเข้าด้วยกันในปี เมจิที่ 18 (ค.ศ. 1885) และสร้างขึ้น ณ ที่ตั้งปัจจุบันซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของคฤหาสน์เก่า
สถาปัตยกรรมศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาดวงวิญญาณบรรพชนเช่นนี้ถือว่าหาชมได้ยากทั่วประเทศ และยังโดดเด่นด้วยการจัดวางตั้งแต่เสาโทริอิ ประตูศาลเจ้า อาคารสักการะ อาคารเฮเด็น ไปจนถึงอาคารหลัก เรียงเป็นเส้นตรงจากทิศใต้ไปทิศเหนือ

ศาลเจ้าที่อุทิศให้บรรพบุรุษของตระกูลคิกคาวะ อดีตเจ้าแคว้นอิวาคุนิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ศาลเจ้าที่อุทิศให้บรรพบุรุษของตระกูลคิกคาวะ อดีตเจ้าแคว้นอิวาคุนิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

3. ศูนย์แลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวเมืองอิวาคุนิ “ฮงเกะ มัตสึกาเนะ”

สถานที่ท่องเที่ยวและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ท่ามกลางย่านเมืองเก่าอิวาคุนิซึ่งยังคงกลิ่นอายของสมัยเอโดะ
อาคารที่โดดเด่นด้วยคานขนาดใหญ่แห่งนี้ สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 1850 โดยดัดแปลงจากบ้านพ่อค้า “มัตสึกาเนะยะ” ซึ่งเคยมั่งคั่งจากการผลิตและจำหน่ายน้ำมันใส่ผมในสมัยนั้น
บรรยากาศหนักแน่นที่ชวนให้นึกถึงวิถีชีวิตของพ่อค้าผู้มั่งคั่งในยุคเอโดะยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน และในปี ค.ศ. 2000 ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทอาคารในชื่อ “บ้านพักตระกูลคุนิยาสุ”

สถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและสาเกชื่อดังของอิวาคุนิ
สถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและสาเกชื่อดังของอิวาคุนิ

4. สวนคิกโกะ

สวนสาธารณะที่ปรับปรุงจากพื้นที่คฤหาสน์เดิมของตระกูลคิกคาวะ อดีตเจ้าแคว้นอิวาคุนิ ภายในสวนกว้างขวางมีมรดกทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่หลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าคิกโกะ คิงอุงคาคุที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของเมืองอิวาคุนิ และซากที่พักซามูไรจากสมัยเอโดะ อีกทั้งยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “100 สวนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น”
ทั่วทั้งสวนมีทั้งแปลงดอกไม้ สวนญี่ปุ่น คูน้ำชั้นในรอบบริเวณคฤหาสน์เดิมของตระกูลคิกคาวะ รวมถึงสวนดอกไอริส “คิกคาวะ ฮานะโชบุเอ็น” และ “ชิโรยามะ ฮานะโชบุเอ็น” ที่เข้าชมได้ฟรี ให้เพลิดเพลินกับพืชพรรณในแต่ละฤดูกาล
โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อซากุระประมาณ 1,500 ต้นบานสะพรั่งริมแม่น้ำนิชิกิอันใสสะอาดที่มีสะพานคินไตเคียวทอดข้ามอยู่ ถือเป็นช่วงที่ไม่ควรพลาด

สวนที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “100 สวนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น” และขึ้นชื่อเรื่องซากุระกับใบไม้เปลี่ยนสี
สวนที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “100 สวนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น” และขึ้นชื่อเรื่องซากุระกับใบไม้เปลี่ยนสี

5. ประตูนางายะมงตระกูลคางาวะ

ประตูหน้าคฤหาสน์ของตระกูลคางาวะ ซึ่งดำรงตำแหน่งขุนนางอาวุโสของแคว้นอิวาคุนิมาหลายรุ่นในสมัยเอโดะ
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในช่วงสมัยเก็นโรกุ ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 17 และยังคงรักษารูปลักษณ์ดั้งเดิมตั้งแต่สมัยก่อสร้างไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
นับเป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองอิวาคุนิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทอาคารของจังหวัดยามากุจิในปี ค.ศ. 1966

สิ่งปลูกสร้างล้ำค่าที่ถ่ายทอดภาพของเมื่อประมาณ 350 ปีก่อนมาจนถึงปัจจุบัน
สิ่งปลูกสร้างล้ำค่าที่ถ่ายทอดภาพของเมื่อประมาณ 350 ปีก่อนมาจนถึงปัจจุบัน

3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบสะพานคินไตเคียว

บริเวณรอบสะพานคินไตเคียวมีร้านอาหารให้เลือกอยู่หลายแบบ
บางร้านเหมาะสำหรับแวะพักจากการเดินเล่นพร้อมชมวิวสวย ๆ ขณะที่บางร้านก็เด่นเรื่องเมนูท้องถิ่นอย่างคาวาระโซบะ
ต่อไปนี้คือร้านน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

1. คาเฟ่อิตสึสึบาชิ

คาเฟ่อิตสึสึบาชิ (Cafe Itsutsubashi) โดดเด่นด้วยทำเลเยี่ยมที่ให้คุณเพลิดเพลินกับมื้ออาหารพร้อมชมสะพานคินไตเคียวที่ทอดอยู่ตรงหน้า
ร้านตั้งอยู่บนชั้น 2 ของศูนย์รถบัสคินไตเคียวริมแม่น้ำนิชิกิ จึงเดินทางสะดวกมากและเหมาะใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเดินเที่ยวรอบ ๆ
หลังจากเดินเล่นเสร็จ ที่นี่ยังเหมาะสำหรับแวะพักระหว่างรอรถบัสอีกด้วย

คาเฟ่วิวเด่นที่สามารถมองเห็นบริเวณรอบสะพานคินไตเคียวได้จากมุมที่ยอดเยี่ยม
คาเฟ่วิวเด่นที่สามารถมองเห็นบริเวณรอบสะพานคินไตเคียวได้จากมุมที่ยอดเยี่ยม

2. โชชูยะ สาขาคินไตเคียว

ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดข้ามสะพานคินไตเคียวฝั่งสวนคิกโกะ
เป็นร้านยอดนิยมที่คุณสามารถลิ้มลอง “คาวาระโซบะ” อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของยามากุจิที่เสิร์ฟบนกระเบื้องร้อน
สำหรับคาวาระโซบะ เป็นชาโซบะที่วางหน้าด้วยเนื้อวัว ไข่ฝอย เลมอน และโมมิจิโอโรชิ แล้วนำไปจิ้มกับน้ำซอสก่อนรับประทาน
ส่วนซูชิกดแบบอิวาคุนิ “อิวาคุนิซูชิ” และไก่ทอดเกลือก็เป็นเมนูยอดนิยม หลายคนมักสั่งมาทานคู่กับคาวาระโซบะ

ร้านอาหารใกล้สะพานคินไตเคียวที่ให้คุณลิ้มลองเมนูท้องถิ่นของยามากุจิ เช่น คาวาระโซบะและอิวาคุนิซูชิ
ร้านอาหารใกล้สะพานคินไตเคียวที่ให้คุณลิ้มลองเมนูท้องถิ่นของยามากุจิ เช่น คาวาระโซบะและอิวาคุนิซูชิ

3. แพนเธอร์

ร้านที่สามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นของอิวาคุนิและของว่างได้ทั้งแบบซื้อกลับและรับประทานที่ร้าน
ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามลานจอดรถชิโมกาวาระริมแม่น้ำนิชิกิ และเป็นร้านยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสะพานคินไตเคียว
“อิวาคุนิซูชิ” ที่กล่าวกันว่าในอดีตทำขึ้นเพื่อถวายหรือใช้ในโอกาสเฉลิมฉลอง เป็นซูชิกดที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบอย่างรากบัว กุ้ง และไข่ฝอย ดูสวยงามน่ารับประทาน
ส่วนซูชิปลาซาบะย่าง เมนูขึ้นชื่อของยามากุจิ ก็มีรสชาติกลมกล่อมลงตัวระหว่างความอร่อยของปลาซาบะย่างกับความเปรี้ยวของข้าวซูชิและขิง

นั่งทานที่ร้านหรือซื้อกลับก็ได้ ร้านใกล้สะพานคินไตเคียวที่ลิ้มลองอิวาคุนิซูชิและของว่างได้
นั่งทานที่ร้านหรือซื้อกลับก็ได้ ร้านใกล้สะพานคินไตเคียวที่ลิ้มลองอิวาคุนิซูชิและของว่างได้

2 ที่พักยอดนิยมรอบสะพานคินไตเคียว

ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักที่พักรอบสะพานคินไตเคียว
ระหว่างเข้าพัก คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านออนเซ็นและอาหารท้องถิ่น พร้อมชมวิวสวย ๆ รวมถึงสะพานคินไตเคียวจากที่พักได้ด้วย
หากอยากดื่มด่ำกับเสน่ห์ของสะพานคินไตเคียวให้มากขึ้น ลองเลือกพักในที่พักที่เราแนะนำกันดู

1. คินไตเคียวออนเซ็น โรงแรมอิวาคุนิ โคคุไซ คันโค

ที่พักที่สามารถมองเห็นสะพานคินไตเคียวได้จากหลายจุดภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง ห้องพัก หรือห้องอาหาร
อ่างอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ “หมู่บ้านอิตสึสึบาชิ” ที่ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติ แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ “อาซากิริโนะยุ” ที่มีอ่างหินพร้อมวิวสะพานคินไตเคียวเบื้องล่าง และ “ยูกิริโนะยุ” ที่มีอ่างฮิโนกิพร้อมวิวปราสาทอิวาคุนิ
เนื่องจากมีการสลับโซนสำหรับชายและหญิงระหว่างช่วงเช้าและกลางคืน คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับวิวได้ทั้งสองแบบ

โรงแรมวิวสวยที่โดดเด่นด้วยอ่างอาบน้ำกลางแจ้งพร้อมวิวสะพานคินไตเคียวและปราสาทอิวาคุนิ
โรงแรมวิวสวยที่โดดเด่นด้วยอ่างอาบน้ำกลางแจ้งพร้อมวิวสะพานคินไตเคียวและปราสาทอิวาคุนิ

2. เรียวกังคัปโป ชิราเมะเรียวกัง

เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นที่อยู่ห่างจากสะพานคินไตเคียวประมาณ 20 ม. จึงนับว่าเป็นหนึ่งในที่พักในอิวาคุนิที่อยู่ใกล้สะพานมากที่สุด ก่อตั้งขึ้นในปี โฮเอที่ 1 (ค.ศ. 1704) และตัวอาคารซึ่งสร้างขึ้นในปี เมจิที่ 18 (ค.ศ. 1885) ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
เมื่อเปิดหน้าต่างห้องพัก คุณจะได้ชมทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเมืองปราสาท ทั้งสะพานคินไตเคียวที่ทอดข้ามแม่น้ำนิชิกิและปราสาทอิวาคุนิ

เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นที่เชิงสะพานคินไตเคียว โดดเด่นด้วยอาหารคัปโปจากวัตถุดิบตามฤดูกาลของท้องถิ่น
เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นที่เชิงสะพานคินไตเคียว โดดเด่นด้วยอาหารคัปโปจากวัตถุดิบตามฤดูกาลของท้องถิ่น

รีวิวของสะพานคินไตเคียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสะพานคินไตเคียว

Q

เดินข้ามสะพานคินไตเคียวต้องเสียค่าใช้จ่ายไหม?

A

มีค่าใช้จ่าย 310 เยนสำหรับผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) และ 150 เยนสำหรับนักเรียนประถม

Q

ช่วงชมซากุระสวยที่สุดรอบสะพานคินไตเคียวคือเมื่อไร?

A

ช่วงที่ดีที่สุดคือปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน

Q

จากปราสาทอิวาคุนิไปสะพานคินไตเคียวใช้เวลาประมาณเท่าไร?

A

ระยะทางประมาณ 1 กม. หากเดินจะใช้เวลาราว 15 นาที

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักลักษณะเด่นของสะพานคินไตเคียว รวมถึงเสน่ห์และจุดน่าสนใจในแต่ละฤดูกาล ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ
เสน่ห์ของสะพานคินไตเคียวอยู่ที่โครงสร้างซุ้มโค้ง 5 ช่วงอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และทิวทัศน์ที่ผสานกับธรรมชาติอันงดงามในแต่ละฤดูอย่างลงตัว
ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมเฉพาะของญี่ปุ่น เช่น อุไค ซึ่งเป็นภาพประจำฤดูร้อนของสะพานคินไตเคียว หากมีโอกาสก็อยากชวนให้ลองมาเที่ยวด้วยตัวเองสักครั้ง
จังหวัดยามากุจิเองก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมาก หากกำลังวางแผนทริป ลองดูบทความด้านล่างที่คัดสรรแหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ มาให้แล้ว