
ถ้าเกิดแผ่นดินไหวระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นควรทำอย่างไร? ความรู้ด้านการป้องกันภัยที่ควรรู้
เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น เรื่องที่อยากให้เตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างหนึ่งก็คือความรู้ด้านการรับมือภัยพิบัติ
ในญี่ปุ่นมีภัยพิบัติที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ แผ่นดินไหว สึนามิ ดินถล่ม ไต้ฝุ่น และฝนตกหนัก
โดยเฉพาะแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยมาก และในปี 2021 หากรวมแผ่นดินไหวขนาดเล็กด้วย ก็เกิดขึ้นมากถึง 2,424 ครั้ง
ดังนั้นเพื่อให้เที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างปลอดภัย ควรรู้ทั้งความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติและวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุ
หากใช้บทความนี้เป็นแนวทาง คุณน่าจะได้ความรู้พื้นฐานด้านการป้องกันภัยที่จำเป็น
อย่ารอให้เกิดภัยพิบัติแล้วค่อยค้นหาข้อมูล แต่ขอแนะนำให้เตรียมความรู้ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้
เมื่อมีความรู้เบื้องต้นติดตัวไว้ ก็จะช่วยให้คุณรับมือในภาวะฉุกเฉินได้อย่างใจเย็นมากขึ้น
ความรู้ด้านการป้องกันภัยที่ควรรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว
ต่อจากนี้คือพฤติกรรมที่ควรทำและข้อมูลที่ควรรู้ หากเกิดแผ่นดินไหวระหว่างเดินทาง
ถ้าคุณกังวลอยู่บ้าง แนะนำให้บันทึกหน้านี้ไว้ในบุ๊กมาร์ก
พอเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริง จะได้กลับมาเปิดดูได้ง่าย
กลไกการเกิดแผ่นดินไหวและความเป็นไปได้ของภัยพิบัติที่ตามมา
เพื่อปกป้องตัวเองเมื่อเกิดเหตุ อยากให้เริ่มจากการทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผ่นดินไหวก่อน
ใต้พื้นโลกมีชั้นหินที่เรียกว่าแผ่นเปลือกโลก และแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวหรือเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกเหล่านี้
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่อาคารบ้านเรือนหรืออาคารสูงอาจพังถล่ม แต่ยังอาจเกิดภัยพิบัติรอง เช่น ดินถล่มหรือสึนามิได้อีกด้วย
อีกเรื่องที่ควรจำไว้คือ แผ่นดินไหวขนาดใหญ่มักมีคาบการสั่นยาว และทำให้เกิดการสั่นไหวช้าแต่รุนแรงได้ง่าย

แม้แรงสั่นหลักจะหยุดแล้ว ก็ยังต้องระวังอาฟเตอร์ช็อก
แผ่นดินไหวครั้งแรกเรียกว่าแรงสั่นหลัก และแรงสั่นที่ตามมาหลังจากนั้นเรียกว่าอาฟเตอร์ช็อก
อาฟเตอร์ช็อกไม่ได้สั่นต่อเนื่องตลอดเวลา แต่จะเกิดขึ้นเป็นระยะๆ
นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแรงสั่นรุนแรงใกล้เคียงกับครั้งหลัก จึงไม่ควรประมาท
ลักษณะของอาฟเตอร์ช็อกคือไม่ได้สั่นต่อเนื่องจากครั้งหลัก แต่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ
โดยทั่วไป หลังแรงสั่นหลักผ่านไปไม่นาน ความถี่ของอาฟเตอร์ช็อกจะสูง และจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
อย่างไรก็ตาม หากเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ อาฟเตอร์ช็อกอาจยาวนานตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงหลายสิบปีได้ อย่าคิดว่าพอแรงสั่นหลักหยุดแล้วจะปลอดภัย

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หากเกิดแผ่นดินไหว ให้รีบไปยังจุดที่ไม่มีป้าย กระจก กระเบื้องหลังคา หรือสิ่งของตกหล่นใส่ได้
เมื่อย้ายไปแล้ว ให้ปกป้องศีรษะและก้มตัวต่ำ รอจนกว่าแรงสั่นจะสงบ
หากเจอแผ่นดินไหวในที่พัก เช่น โรงแรมหรือเรียวกัง ให้ใช้หมอนหรือผ้าห่มป้องกันศีรษะเพื่อหลีกเลี่ยงเศษกระจกหน้าต่างหรือโคมไฟตกใส่
การหลบใต้โต๊ะเพื่อป้องกันศีรษะก็เป็นวิธีที่ได้ผลเช่นกัน
หากอยู่กลางเมือง ควรถอยห่างจากอาคารที่เสี่ยงพังถล่มหรือมีของตกหล่น และใช้กระเป๋าที่มีอยู่ป้องกันศีรษะ รวมถึงระวังป้ายตกด้วย
หากอยู่ในห้องน้ำหรือห้องอาบน้ำ ให้รีบออกมาเท่าที่ทำได้ แล้วไปยังจุดปลอดภัยเพื่อป้องกันตัวเอง
หากรีบวิ่งไปที่ทางออกฉุกเฉินด้วยความตื่นตระหนก อาจเกิดการเบียดเสียดจนขยับไม่ได้หรือหกล้มทับกัน เป็นอันตรายจากการแตกตื่นของฝูงชนได้
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้หนีไม่ทันหรือเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด ดังนั้นการตั้งสติและเคลื่อนไหวอย่างใจเย็นจึงสำคัญมาก
ด้านล่างนี้ได้สรุปสิ่งที่ควรทำตามแต่ละสถานการณ์ไว้ด้วย ลองอ่านและจดจำไว้จะช่วยได้มาก
- กรณีอยู่ในอาคารสูง
- ไปรอให้แรงสั่นสงบในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น โถงลิฟต์
- กรณีอยู่ในลิฟต์
-
・กดปุ่มทุกชั้น แล้วลงที่ชั้นที่ลิฟต์หยุด
・หากติดอยู่ภายใน ให้ใช้อินเตอร์คอมขอความช่วยเหลือ - กรณีอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า
- ระวังสินค้าร่วงกระจายหรือกระจกตู้โชว์แตก แล้วค่อยย้ายไปบริเวณชานพักบันไดหรือใกล้เสาเพื่อรอให้แรงสั่นสงบ
- กรณีอยู่ในโรงละครหรือสนามกีฬา
-
・การรีบวิ่งไปที่ทางออกฉุกเฉินหรือบันไดนั้นอันตราย
・ปกป้องศีรษะจากของตกหล่น แล้วอพยพตามเสียงประกาศภายในอาคารหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ - กรณีอยู่กลางเมือง
-
・ระวังของตกหล่นและอาคารพังถล่ม พร้อมย้ายไปยังจุดที่กว้างและปลอดภัยที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น สวนสาธารณะ
・ถ้าไม่มีสวนอยู่ใกล้ๆ ให้เข้าไปหลบในอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่ค่อนข้างใหม่ - กรณีอยู่ในย่านใต้ดิน
- อาจเกิดไฟดับและทำให้คนจำนวนมากตื่นตระหนก จนแห่กันไปที่ทางออกฉุกเฉินซึ่งเป็นอันตราย ดังนั้นควรรอให้แรงสั่นสงบก่อน
- กรณีอยู่บนรถไฟหรือรถบัส
-
・รถไฟและรถบัสจะหยุดฉุกเฉินเมื่อตรวจพบแรงสั่นรุนแรง
・อยู่กับที่พร้อมปกป้องศีรษะ และรอจนกว่าแรงสั่นจะสงบ

สิ่งที่ควรทำหลังแรงสั่นสงบ
หลังแรงสั่นหยุดลงแล้ว ยังมีสิ่งที่ควรทำต่ออีกหลายอย่าง
อาจมีเศษแก้วแตกกระจายอยู่ จึงไม่ควรเดินเท้าเปล่าหรือใส่เพียงรองเท้าแตะภายในห้อง แต่ควรใส่รองเท้าเพื่อป้องกันเท้าก่อนเป็นอันดับแรก
เนื่องจากอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อกได้ ควรเปิดประตูและเตรียมเส้นทางอพยพไว้ เพื่อให้สามารถหนีออกมาได้ทันทีหากจำเป็น
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงไฟไหม้หรือการระเบิด จึงไม่ควรกดสวิตช์ไฟหรือสวิตช์อุปกรณ์ไฟฟ้า
หากต้องการแสงสว่าง ให้ใช้สมาร์ตโฟนหรือไฟฉุกเฉินแทน
อาจมีแก๊สรั่วได้เช่นกัน จึงไม่ควรจุดไฟ
หากอยู่ภายในอาคารหรือสถานที่ใดๆ แล้วมีสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น ให้รีบอพยพทันที
แม้ลิฟต์จะยังใช้งานได้ ก็ไม่ควรขึ้น เพราะอาจหยุดกลางทางและทำให้ติดอยู่ข้างในได้
หากเจ้าหน้าที่ของสถานที่มีคำแนะนำ ควรปฏิบัติตามและอพยพตามคำสั่ง

หากอยู่ริมทะเลหรือริมแม่น้ำ ให้รีบอพยพทันที
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ อย่ามองแค่แรงสั่นตรงหน้า แต่ต้องระวังภัยพิบัติที่อาจตามมาด้วย
สิ่งที่อยากให้ระวังเป็นพิเศษคือสึนามิ
หากอยู่ริมทะเล เมื่อแรงสั่นสงบแล้ว ให้รีบไปยังที่สูงหรืออาคารสูงใกล้เคียงทันที
หากอยู่ริมแม่น้ำก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะสึนามิสามารถไหลย้อนจากปากแม่น้ำขึ้นไปยังต้นน้ำได้
ดังนั้นควรรีบอพยพในทิศทางตั้งฉากกับแนวการไหลของแม่น้ำ

หากต้องการความปลอดภัย ควรไปที่ไหน?
เมื่อแรงสั่นสงบแล้ว จุดหมายถัดไปที่ควรนึกถึงคือจุดอพยพที่อยู่ใกล้ที่สุด
สำหรับคนที่อยากแยกความหมายให้ชัด จุดอพยพคือสถานที่สำหรับหลีกหนีอันตรายจากภัยพิบัติ
คำเรียกอาจคล้ายกันจนสับสนได้ง่าย แต่ศูนย์พักพิงเป็นอีกอย่างหนึ่ง คือสถานที่ที่ผู้ไม่สามารถกลับบ้านได้ต้องอยู่ร่วมกันชั่วคราว
ศูนย์พักพิงมักเป็นพื้นที่ในอาคาร ขณะที่จุดอพยพโดยทั่วไปจะเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ยกเว้นในกรณีฝนตกหนักหรือสถานการณ์เฉพาะอื่นๆ
ตัวอย่างของจุดอพยพ ได้แก่ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ลานพื้นที่สีเขียว หรือสนามของมหาวิทยาลัยและโรงเรียน
เมื่อไปถึงจุดอพยพแล้ว ควรตรวจสอบความเสียหายและดูว่าสามารถเดินทางกลับประเทศได้หรือไม่ ก่อนตัดสินใจวางแผนต่อจากนั้น

อันตรายของสึนามิและข้อควรระวังขณะอพยพ
หลังแผ่นดินไหวผ่านไปแล้ว ภัยที่ต้องระวังอย่างมากอีกอย่างก็คือสึนามิ
อยากให้คุณทำความเข้าใจเรื่องสึนามิเพื่อปกป้องตัวเองให้ได้มากขึ้น
สึนามิเกิดจากพื้นทะเลเคลื่อนตัวเพราะแผ่นดินไหว ทำให้น้ำทะเลถูกดันขึ้นมา
สึนามิอาจพุ่งเข้าหาฝั่งราวกับกำแพงน้ำทั้งมวล และคลื่นหนึ่งลูกอาจยาวหลายร้อยกิโลเมตรได้
หากเป็นสึนามิขนาดใหญ่ บ้านและรถยนต์อาจถูกพัดกลืนได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเขื่อนกันคลื่นก็อาจถูกทำลาย
ยิ่งเข้าใกล้แผ่นดิน คลื่นสึนามิยิ่งสูงขึ้น ดังนั้นอย่าชะล่าใจเพียงเพราะยังไม่เห็นคลื่นสูงในทะเลลึก
สิ่งที่น่ากลัวของสึนามิไม่ใช่แค่พลังทำลายล้าง แต่รวมถึงความเร็วด้วย
แม้ความเร็วจะลดลงเมื่อระดับน้ำตื้นขึ้น แต่ที่ความลึก 10 เมตร ก็ยังเคลื่อนที่ได้ประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นี่ไม่ใช่ความเร็วที่วิ่งหนีได้ทัน และแม้จะหนีด้วยรถยนต์ หากติดการจราจรขึ้นมา ก็อาจถูกคลื่นตามทันอย่างรวดเร็ว
แม้พยายามหนีไปไกล สุดท้ายก็อาจถูกสึนามิตามทันได้ ดังนั้นแทนที่จะหนีให้ไกล ควรหนีขึ้นที่สูงจะดีกว่า
หากรอจนมองเห็นสึนามิแล้วค่อยหนี ส่วนใหญ่มักไม่ทัน
เมื่อแรงสั่นสงบแล้ว ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงทันที
สึนามิอาจเกิดได้แม้แรงสั่นจะไม่รุนแรงมาก และยังอาจมาเป็นระลอกซ้ำหลายครั้ง จึงไม่ควรประมาท

ไม่ใช่แค่สึนามิ แต่ต้องระวังภัยดินถล่มด้วย
หลังเกิดแผ่นดินไหว ภัยที่ต้องระวังไม่ได้มีแค่สึนามิเท่านั้น แต่รวมถึงดินถล่มด้วย
ภัยดินถล่มแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ กระแสดินโคลนถล่ม ดินไหล และหน้าผาพังถล่ม
กระแสดินโคลนถล่ม คือการที่ดิน หิน และทรายที่พังลงจากแผ่นดินไหวหรือฝนตกหนัก ผสมกับน้ำแล้วไหลบ่าลงมาอย่างรวดเร็ว
มีทั้งพลังทำลายสูงและความเร็วมาก จึงเสี่ยงก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง
ดินไหล คือปรากฏการณ์ที่ลาดเขาซึ่งอุ้มน้ำฝนหรือน้ำจากหิมะละลาย ค่อยๆ เลื่อนไถลลงเป็นบริเวณกว้าง
พื้นดินจะเคลื่อนตัวเป็นก้อนใหญ่ และอาจพาบ้านเรือนไหลไปพร้อมกันได้
โดยทั่วไปมักเคลื่อนตัวช้ามากจนแทบมองไม่เห็นและกินเวลาหลายปี แต่แผ่นดินไหวก็อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้เช่นกัน
หน้าผาพังถล่ม คือปรากฏการณ์ที่ลาดชันพังลงอย่างกะทันหัน
ลักษณะจะใกล้เคียงกับการพังทลายมากกว่าการไหลลงมา
มักเกิดจากน้ำฝนซึมเข้าไป แต่ก็อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจากแผ่นดินไหวได้เช่นกัน
เพื่อปกป้องตัวเองจากภัยดินถล่ม เมื่อแผ่นดินไหวสงบแล้ว ควรรีบไปยังจุดอพยพทันที
หากเกิดกระแสดินโคลนถล่มหรือหน้าผาพังถล่มใกล้ตัว ให้รีบออกห่างจากภูเขาหรือหน้าผาทันที
ในกรณีของกระแสดินโคลนถล่ม สิ่งสำคัญคือต้องหนีในทิศทางตั้งฉากกับแนวที่ดินไหลมา
ไม่ว่าอย่างไร หลังเกิดแผ่นดินไหวแล้ว อย่าเข้าใกล้ภูเขาหรือหน้าผาโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนัก
นอกจากแผ่นดินไหวแล้ว ระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นก็ควรระวังภัยจากไต้ฝุ่นและฝนตกหนักไว้ด้วย
ก่อนเดินทาง ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศอย่างละเอียด และหากมีโอกาสเกิดไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนัก สิ่งสำคัญคือไม่ฝืนออกเดินทางหรือเที่ยวชมสถานที่
หากเกิดไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนักระหว่างทริป ให้ตรวจสอบข้อมูลการอพยพผ่านแอปหรือข่าวสารต่างๆ
ประเภทของข้อมูลการอพยพสามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
แนะนำให้บันทึกไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อจะได้เปิดดูได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- การคุ้มครองความปลอดภัยฉุกเฉิน (ระดับเตือนภัย 5)
-
ภัยพิบัติเกิดขึ้นแล้ว หรืออยู่ในภาวะใกล้เกิดอันตรายอย่างยิ่ง
หากไม่สามารถย้ายไปยังจุดอพยพได้อย่างปลอดภัย ให้ย้ายไปยังชั้นสูงของโรงแรมหรืออาคารแข็งแรงใกล้เคียง - คำสั่งอพยพ (ระดับเตือนภัย 4)
-
เป็นสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติสูง
ต้องเริ่มอพยพทันที - การอพยพสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ (ระดับเตือนภัย 3)
-
เป็นสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติ
ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องใช้เวลาในการอพยพควรเริ่มอพยพ
ผู้ที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุก็ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารเช่นกัน
หากอยู่ในชั้นใต้ดินหรือกึ่งใต้ดิน มีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูงมาก
หากตรวจสอบข้อมูลการอพยพแล้วรู้สึกถึงความเสี่ยง ให้รีบอพยพไปยังจุดอพยพหรืออาคารที่มีอย่างน้อย 3 ชั้นทันที
อย่ารอจนเห็นน้ำท่วมแล้วค่อยหนี การตัดสินใจเร็วสำคัญที่สุด

ความรู้เล็กๆ ด้านการป้องกันภัยที่มีประโยชน์ยามฉุกเฉิน
นอกจากวิธีอพยพแล้ว ยังมีเกร็ดเล็กๆ ที่มีประโยชน์มากในช่วงเกิดภัยพิบัติระหว่างเดินทาง
ถ้าอยากเตรียมตัวเผื่อเหตุไม่คาดฝัน ลองเก็บไว้ใช้เป็นแนวทางได้เลย
1. ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าคลุมคอที่ใช้ได้หลากหลาย
ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ ผ้าคลุมคอ หรือผ้าคลุมไหล่ สามารถใช้แทนหน้ากากได้ และยังช่วยป้องกันการติดเชื้อหรือฝุ่นละอองได้ด้วย
หากเป็นผ้าคลุมคอหรือผ้าคลุมไหล่ ยังใช้แทนผ้าพันแผล บังแดด หรือผ้าห่มได้อีกด้วย จึงควรพกใส่กระเป๋าเดินทางไว้

2. เสื้อกันฝนที่ใช้ได้ทั้งกันฝนและกันหนาว
เสื้อกันฝนไม่ได้มีแค่คุณสมบัติกันน้ำ แต่ยังกันลมได้ดี จึงใช้ป้องกันความหนาวได้ด้วย
อีกอย่างคือยังช่วยกันสิ่งสกปรกได้ จึงเป็นของที่น่าพกใส่กระเป๋าไว้เช่นกัน

3. ถุงขยะและถุงพลาสติกเป็นไอเท็มสะดวกใช้ยามเกิดภัยพิบัติ
ถุงขยะขนาดใหญ่สามารถใช้ขนน้ำ ตัดก้นถุงเพื่อทำเสื้อกันฝนชั่วคราว หรือใช้เป็นห้องน้ำฉุกเฉินได้ เรียกว่ามีประโยชน์หลายแบบ
ส่วนถุงพลาสติกสามารถใช้แทนถุงมือได้
หากเพื่อนหรือคนในครอบครัวบาดเจ็บ การสัมผัสแผลด้วยมือเปล่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนั้นควรใช้ถุงพลาสติกแทนถุงมือก่อนทำการปฐมพยาบาล

4. ไฟฉายกับขวดน้ำพลาสติกสามารถทำโคมไฟแบบง่ายได้
หากติดอยู่ในที่พักและต้องรอความช่วยเหลือ ความมืดจากไฟดับอาจทำให้รู้สึกกังวล แม้มีไฟฉายก็อาจส่องได้ไม่ทั่วทั้งห้อง
ในกรณีนั้น ให้วางไฟฉายบนพื้นโดยให้แสงส่องขึ้นไปทางเพดาน แล้วนำขวดน้ำพลาสติกที่มีน้ำวางไว้ด้านบน
แสงจากไฟฉายจะสะท้อนผ่านน้ำในขวด ทำให้ห้องทั้งห้องสว่างขึ้นได้

5. พกเงินสดในกระเป๋าเงินให้มากกว่าปกติ
ระหว่างเดินทาง ควรพกเงินสดไว้ในกระเป๋าให้เพียงพอ
หลังเกิดภัยพิบัติ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ตโฟนหรือเครื่องอ่านชำระเงิน อาจใช้งานไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้
นอกจากนี้ร้านค้าอาจไม่มีเงินทอนเพียงพอ จึงควรพกเหรียญติดกระเป๋าไว้มากกว่าปกติด้วย

แอปที่ควรติดตั้งไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน “Safety tips”
ถ้าอยากเช็กข้อมูลฉุกเฉินได้รวดเร็ว แอป “Safety tips” ก็เป็นตัวช่วยที่ควรมีติดเครื่องไว้
แอปนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การการท่องเที่ยวญี่ปุ่น และใช้แจ้งเตือนแผ่นดินไหวแบบฉุกเฉิน ข้อมูลสึนามิ คำเตือนสภาพอากาศอื่นๆ รวมถึงข้อมูลการอพยพ
รองรับหลายภาษา เช่น ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาจีนตัวเต็ม ภาษาจีนตัวย่อ ภาษาสเปน ภาษาโปรตุเกส และภาษาไทย
เพื่อความอุ่นใจ แนะนำให้ติดตั้งไว้ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น

บริการและบัญชี SNS ที่รู้ไว้แล้วอุ่นใจกว่า
นอกจากแอปแล้ว ยังมีบริการและบัญชี SNS ที่ควรบันทึกหรือกดติดตามไว้ด้วย
แม้อาจไม่ได้รองรับหลายภาษา แต่หากมีคนรอบตัวช่วย ก็อาจนำไปใช้ประโยชน์ได้
“สายข้อความฝากแจ้งเหตุภัยพิบัติ” สำหรับตรวจสอบความปลอดภัยของคนใกล้ตัว
เมื่อเกิดภัยพิบัติ การสื่อสารในพื้นที่ประสบภัยจะเพิ่มขึ้น ทำให้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อได้ยาก
บริการที่อยากแนะนำให้ใช้ในเวลานั้นคือสายข้อความฝากแจ้งเหตุภัยพิบัติ
บริการนี้เป็นระบบที่ให้บันทึกและเปิดฟังข้อความเสียงเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่กำหนด และเปิดให้ใช้เฉพาะในช่วงที่เกิดภัยพิบัติเท่านั้น
“กระดานข้อความภัยพิบัติ” สำหรับลงทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัย
อีกบริการหนึ่งที่ใช้ตรวจสอบความปลอดภัยได้เช่นเดียวกับสายข้อความฝากแจ้งเหตุภัยพิบัติ คือกระดานข้อความภัยพิบัติ
บริการนี้ก็เปิดให้ใช้เฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่เท่านั้น
คุณสามารถลงทะเบียนข้อมูลความปลอดภัยของตนเองไว้ในกระดานข้อความภัยพิบัติ และเพื่อนหรือครอบครัวก็สามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ได้
เนื่องจากแต่ละเครือข่ายมือถือมีบริการของตนเอง จึงควรตรวจสอบล่วงหน้าว่าเครือข่ายที่คุณใช้อยู่สามารถใช้บริการใดได้บ้าง
เครือข่ายไร้สายสาธารณะที่เปิดใช้ฟรี “00000JAPAN”
ในช่วงที่การสื่อสารติดขัดหลังเกิดภัยพิบัติ “00000JAPAN” เป็นอีกบริการที่ควรรู้ไว้
บริการนี้คือเครือข่ายไร้สายสาธารณะที่เปิดให้ใช้ฟรีเมื่อเกิดภัยพิบัติ
หลังเกิดภัยพิบัติ การสื่อสารมักหนาแน่นจนเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ยาก ทำให้ติดต่อเพื่อยืนยันความปลอดภัยหรือรับข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติได้ลำบาก บริการนี้จึงมีประโยชน์มากในช่วงเวลาดังกล่าว
เว็บไซต์และบัญชี SNS ที่ให้ข้อมูลป้องกันภัยอย่างถูกต้อง
หลังเกิดภัยพิบัติ มักมีข้อมูลที่ไม่แน่นอนและชวนให้ตื่นตระหนกแพร่กระจายอยู่ไม่น้อย
ในช่วงเวลาแบบนั้น อยากให้ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์และบัญชี SNS ด้านล่างนี้
หากบันทึกหรือกดติดตามไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ก็จะอุ่นใจกว่าเมื่อจำเป็นต้องใช้จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภัยพิบัติในญี่ปุ่น
Q
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ควรระวังอะไรบ้าง?
ควรปกป้องศีรษะ และรออยู่ในที่ปลอดภัยจนกว่าแรงสั่นจะสงบ
Q
เมื่อแผ่นดินไหวสงบแล้ว ควรไปที่ไหน?
ควรย้ายไปยังจุดอพยพใกล้ที่สุด และหากเกิดสึนามิ การไปยังที่สูง เช่น เนินเขาหรืออาคารสูง เป็นสิ่งสำคัญมาก
Q
หลังเกิดแผ่นดินไหว จะมีอาฟเตอร์ช็อกสั่นต่อเนื่องตลอดเวลาหรือไม่?
อาฟเตอร์ช็อกไม่ได้สั่นต่อเนื่องตลอดเวลา แต่จะเกิดแรงสั่นเป็นระยะๆ
Q
อาคารสูงมีความทนทานต่อแผ่นดินไหวเพียงพอหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของอาคาร เช่น ระบบต้านทานแรงสั่นสะเทือนหรือระบบแยกแรงสั่น แต่ในบางกรณี แผ่นดินไหวอาจทำให้รู้สึกว่าอาคารสูงสั่นแรงกว่าได้
บทสรุป
บทความนี้ได้รวบรวมทั้งความรู้ที่จำเป็นและวิธีปฏิบัติตัว เมื่อเกิดภัยพิบัติที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงในญี่ปุ่น
โดยเฉพาะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก จนมักถูกเรียกว่าเป็นประเทศแห่งแผ่นดินไหว จึงอยากให้คุณมีความรู้เรื่องนี้ติดตัวไว้อย่างดี
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเหตุไม่คาดฝัน อย่าลืมบันทึกหน้านี้ไว้เพื่อกลับมาอ่านได้ทันที และติดตั้งแอป Safety tips ไว้ล่วงหน้าด้วย