
เที่ยวคุมาโมโตะอย่างสบายใจแม้ไปครั้งแรก! คู่มือท่องเที่ยวที่พาคุณสนุกกับเสน่ห์ของเมืองได้อย่างเต็มที่
ถ้าอยากออกเดินทางไปเจอทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ น้ำใสสะอาด และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในทริปเดียว “คุมาโมโตะ” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมาก
ที่นี่ได้รับฉายาว่า “ดินแดนแห่งไฟ” จากทิวทัศน์งดงามที่เกิดจากภูเขาไฟมีพลัง และยังถูกเรียกว่า “ดินแดนแห่งน้ำ” เพราะอุดมไปด้วยแหล่งน้ำจากลำธารใสสะอาด
การเกษตรของคุมาโมโตะเจริญรุ่งเรือง และพื้นที่นี้ก็มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตผักและผลไม้ อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย นำโดย “ปราสาทคุมาโมโตะ” ทำให้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์รอบด้าน
บทความนี้จะแนะนำตั้งแต่วิธีเดินทางหลักในคุมาโมโตะ ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยากให้ไปเยือน และอาหารท้องถิ่นที่ควรลิ้มลอง
ยังมีคอร์สตัวอย่าง 1 คืน 2 วัน ที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนเที่ยวคุมาโมโตะด้วย อย่าลืมอ่านจนจบนะ
คุมาโมโตะ เมืองแห่งเสน่ห์จากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่หลากหลาย
จังหวัดคุมาโมโตะอยู่เกือบกึ่งกลางของภูมิภาคคิวชู โดยมีเทือกเขาคิวชูทางตะวันออก และทะเลทางตะวันตกอย่างทะเลจีนตะวันออกกับทะเลอาริอาเกะ
เสน่ห์ของคุมาโมโตะอยู่ที่ภูมิทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่หลากหลาย โดยมี “ภูเขาอาโสะ” ซึ่งมีแอ่งแคลดีราระดับโลกเป็นจุดเด่นสำคัญ
ดินอุดมสมบูรณ์ที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเกษตร และยังทำให้มีอาหารอร่อยมากมาย เช่น เมนูเนื้อม้า
นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ขาดไม่ได้อย่าง “ปราสาทคุมาโมโตะ” และคุมะมง ซึ่งเป็นตัวแทนเสน่ห์ด้านประวัติศาสตร์ของจังหวัด
ผู้คนในจังหวัดมีบุคลิกจริงจังและมีความยุติธรรมแรงกล้า จนเป็นที่รู้จักในชื่อ “ฮิโงะมกโกะสึ” และน่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีอันอบอุ่น

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในคุมาโมโตะ
คุมาโมโตะมีลักษณะภูมิอากาศค่อนข้างซับซ้อน โดยอุณหภูมิและปริมาณฝนแตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่
เขตที่ราบมีสภาพอากาศแบบภาคพื้นทวีป คือฤดูร้อนร้อนจัดและฤดูหนาวหนาวเย็น
ทางตอนใต้มีแอ่งกระทะ จึงมีทั้งฤดูร้อนที่ร้อนกว่าและฤดูหนาวที่หนาวกว่าพื้นที่ราบ
อุณหภูมิเฉลี่ยของคุมาโมโตะ
| - | มกราคม | กุมภาพันธ์ | มีนาคม | เมษายน | พฤษภาคม | มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | กันยายน | ตุลาคม | พฤศจิกายน | ธันวาคม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) | 6.0 | 7.4 | 10.4 | 15.8 | 20.5 | 23.7 | 27.5 | 28.4 | 25.2 | 19.6 | 13.5 | 8.0 |
ที่มา: สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของคุมาโมโตะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาอย่างเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือเสื้อโค้ต
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
การเดินทางไปคุมาโมโตะ
คุมาโมโตะเดินทางมาได้สะดวก เพราะมีสนามบินรองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโอซาก้า
จากสนามบินฮาเนดะในโตเกียวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ส่วนจากสนามบินโอซาก้านานาชาติ (อิตามิ) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
จากฟุกุโอกะซึ่งเป็นประตูสู่คิวชู หากนั่งชินคันเซ็นจากสถานีฮากาตะ จะมาถึงได้ในเวลาประมาณ 40 นาที
สนามบินของคุมาโมโตะมีทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ จึงสามารถเดินทางตรงจากไต้หวัน เกาหลี และจีนได้

การเดินทางจากสนามบินอาโสะคุมาโมโตะไปยังสถานีหลัก
เมื่อมาถึง “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” แล้ว การต่อเข้าเมืองหรือไปอาโสะก็ทำได้ไม่ยากนัก
สนามบินแห่งนี้เปิดอาคารผู้โดยสารใหม่ในปี 2023 และเป็นสนามบินที่รวมเที่ยวบินภายในประเทศกับระหว่างประเทศไว้ในที่เดียว จึงใช้งานสะดวกมาก
ภายในสนามบินตกแต่งอย่างสวยงามด้วยไม้ และมีทั้ง “เกตเลานจ์สำหรับพักผ่อน” กับ “จุดชมวิว” ให้ใช้เวลาได้อย่างสบาย
ต่อไปขอแนะนำวิธีเดินทางจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไปยัง “สถานีคุมาโมโตะ” และ “สถานีอาโสะ” ซึ่งมักเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้งาน
ทั้งสองเส้นทางเป็นการเดินทางด้วยรถบัสแบบมาก่อนได้ก่อน หากอยากขึ้นรถได้อย่างราบรื่น แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้า
การเดินทางจากสนามบินอาโสะคุมาโมโตะไปสถานีคุมาโมโตะ
วิธีเดินทางจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไป “สถานีคุมาโมโตะ” มีดังนี้
ที่ป้ายขึ้นรถหมายเลข 4 มีหลายเส้นทางให้บริการ และบางคันมีปลายทางต่างกัน จึงควรตรวจสอบให้ดี
นอกจากนี้ หากนั่งแท็กซี่จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีสัมภาระมากหรืออยากเดินทางอย่างสะดวกสบาย
- เส้นทาง
-
1. เดินจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสสนามบินหมายเลข 4”
2. ขึ้นรถบัสที่ “ป้ายรถบัสสนามบินหมายเลข 4” เช่น Kyushu Sanko Bus หรือรถบัสลิมูซีนสนามบิน แล้วลงที่ “หน้าสถานีคุมาโมโตะ”
3. เดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็ถึง - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
การเดินทางจากสนามบินอาโสะคุมาโมโตะไปสถานีอาโสะ
วิธีเดินทางจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไป “สถานีอาโสะ” มีดังนี้
จากป้ายขึ้นรถหมายเลข 3 มีรถบัสมุ่งหน้าไปอาโสะทั้งหมด 4 เส้นทาง แต่เส้นทางที่ไปถึงหน้าสถานีอาโสะได้โดยตรงและสั้นที่สุดมีเพียง “รถด่วนยามาบิโกะ” เท่านั้น
หากขึ้นสายอื่น อาจไม่จอดที่สถานีหรือใช้เวลานานกว่าและมีค่าโดยสารต่างกัน ดังนั้นควรระวังให้มาก
หากไม่แน่ใจ แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่ หรือเลือกเดินทางด้วยแท็กซี่ซึ่งใช้เวลาประมาณ 40 นาที
- เส้นทาง
-
1. เดินจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสสนามบินหมายเลข 3”
2. ขึ้นรถที่ “ป้ายรถบัสสนามบินหมายเลข 3” เช่น Kyushu Sanko Bus, Oita Bus หรือรถด่วนยามาบิโกะ แล้วลงที่ “หน้าอาคารสถานีอาโสะ”
3. เดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็ถึง - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
วิธีเดินทางหลักในคุมาโมโตะ
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวคุมาโมโตะมีอยู่ 3 แบบ คือรถไฟ JR สายท้องถิ่น รถบัสประจำทาง และรถรางในเมือง
เราได้สรุปข้อมูลคร่าว ๆ ไว้ในตารางด้านล่าง เพื่อให้คุณใช้ประกอบการเลือกเดินทางตามจุดหมายและช่วงเวลาได้สะดวก
นอกจากนี้ หากเที่ยวคิวชู การใช้เรือเฟอร์รี่ที่เชื่อมคุมาโมโตะกับเมืองชิมาบาระ จังหวัดนางาซากิ ก็สะดวกเช่นกัน
| วิธีเดินทาง | ช่วงเส้นทาง / พื้นที่ให้บริการ | พื้นที่ที่ใช้เป็นหลัก |
|---|---|---|
| JR สายคาโงชิมะเมนไลน์ | สถานีอาราโอะ–สถานียัตสึชิโระ ※ภายในจังหวัดคุมาโมโตะ | ใช้หลัก ๆ เมื่อต้องการเที่ยวโซนตอนเหนือและตอนใต้ของจังหวัด |
| JR สายโฮฮิเมนไลน์ | สถานีทาคิมิซุ–สถานีคุมาโมโตะ ※ภายในจังหวัดคุมาโมโตะ | ใช้หลัก ๆ เมื่อต้องการเที่ยวเมืองคุมาโมโตะและพื้นที่อาโสะ |
| JR สายฮิซัตสึ | สถานียัตสึชิโระ–สถานียาตาเกะ ※ภายในจังหวัดคุมาโมโตะ | ใช้เมื่อต้องการเที่ยวพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด |
| JR สายมิสึมิ | สถานีอุโตะ–สถานีมิสึมิ | ใช้หลัก ๆ เมื่อต้องการเที่ยวพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดและอามาคุสะ |
| รถบัสประจำทาง | ครอบคลุมพื้นที่กว้างภายในจังหวัดคุมาโมโตะ | ใช้ในตัวเมืองคุมาโมโตะ และเมื่อต้องการเดินทางจากในเมืองไปยังจุดท่องเที่ยวนอกศูนย์กลางเมือง |
| รถราง | สถานีคุมาโมโตะ / สถานีคามิคุมาโมโตะ–ย่านทาซากิบาชิ / เคงกุน | ใช้เมื่อต้องการไปสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคุมาโมโตะ เช่น “ปราสาทคุมาโมโตะ” |

ตั๋วโดยสารสุดคุ้มที่ควรใช้เมื่อเที่ยวคุมาโมโตะ
ถ้าอยากประหยัดค่าเดินทางและเที่ยวคุมาโมโตะได้เต็มอิ่ม ตั๋วโดยสารแบบคุ้มค่าก็เป็นสิ่งที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า
โดยเฉพาะวันที่วางแผนเที่ยวหลายจุดในวันเดียว มีโอกาสสูงทีเดียวว่าจะช่วยประหยัดได้ ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบได้เลย
Wakuwaku 1day Pass
“Wakuwaku 1day Pass” เป็นตั๋วกระดาษที่ใช้ขึ้นรถรางและรถบัสประจำทางในจังหวัดคุมาโมโตะได้ไม่จำกัดตลอด 1 วัน
มีจำหน่ายทั้งหมด 3 ประเภท โดยแบ่งตามขอบเขตการใช้งาน ตั้งแต่ในเมืองคุมาโมโตะไปจนถึงพื้นที่ต่าง ๆ ภายในจังหวัด
ในคุมาโมโตะ ค่าโดยสารรถรางและรถบัสประจำทางในใจกลางเมืองคุมาโมโตะคิดราคาเท่ากันที่ 200 เยน ดังนั้นหากนั่งอย่างน้อย 5 ครั้งในทริปเที่ยวเมือง ก็มีโอกาสคุ้มค่า
เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเที่ยวโดยเน้นรถบัสพร้อมชมวิวไปด้วย หรือผู้ที่อยากลดการเดินให้มากที่สุด
อีกข้อดีคือ เมื่อแสดงตั๋วที่สถานที่พันธมิตร เช่น “ปราสาทคุมาโมโตะ” ก็จะได้รับส่วนลดด้วย
อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าตั๋วแบบปกติใช้ได้ 1 วัน (00:00–25:00) และไม่รวมรถไฟ JR กับรถบัสลิมูซีนสนามบิน
แต่หากซื้อผ่านแอป จะนับเป็น 24 ชั่วโมงนับจากเวลาเริ่มใช้งาน จึงน่าจะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
รายละเอียดมีดังนี้
- ระยะเวลาใช้งาน
- ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2027
- สถานที่ซื้อ
- รถรางแต่ละสาย รถบัส ช่องจำหน่ายตั๋ว (ยกเว้นบางแห่ง) ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดคุมาโมโตะ แอป my route เป็นต้น
- ราคา
-
・แบบกำหนดเขต 1 พื้นที่ (ตั๋วสีเขียว): 850 เยน (ตั๋วดิจิทัล), 900 เยน (ตั๋วกระดาษ)
・แบบกำหนดเขต 2 พื้นที่ (ตั๋วสีน้ำเงิน): 1,100 เยน (ตั๋วดิจิทัล), 1,200 เยน (ตั๋วกระดาษ)
・แบบครอบคลุมทั้งจังหวัดคุมาโมโตะ (ตั๋วสีเหลือง): 2,300 เยน (ตั๋วดิจิทัล), 2,500 เยน (ตั๋วกระดาษ)
※หากเที่ยวรอบปราสาทคุมาโมโตะและสวนซุยเซ็นจิ ใช้แบบ 1 พื้นที่ก็เพียงพอ - สิทธิพิเศษ
- ส่วนลดจากสถานที่พันธมิตร

6 พื้นที่ที่ควรรู้ก่อนวางแผนเที่ยวคุมาโมโตะ
ก่อนจัดทริป ลองทำความรู้จักคุมาโมโตะในภาพรวมกันสักหน่อย เพราะจังหวัดนี้แบ่งออกได้เป็น 6 พื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน
ได้แก่ “ตอนเหนือของจังหวัด” “อาโสะ” “เมืองคุมาโมโตะ” “ตอนกลางของจังหวัด” “อามาคุสะ” และ “ตอนใต้ของจังหวัด”
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้คุณนำไปใช้วางแผนทริปได้ง่ายขึ้น
เดินทางจากฟุกุโอกะสะดวก! “พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด” ที่เที่ยวได้หลากหลาย
“พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด” ซึ่งหมายถึงทางตอนเหนือของคุมาโมโตะ เป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ โดยด้านตะวันตกติดทะเลอาริอาเกะ และด้านตะวันออกมีแนวภูเขาทอดยาว
พื้นที่นี้ประกอบด้วย 3 เขตหลักคือ อาราโอะ–ทามานะ และยามากะ–คิคุจิ อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องการเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น ฟุกุโอกะ ได้สะดวก
เสน่ห์ของ “พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด” คือมีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหารอร่อยให้เที่ยวชมอย่างหลากหลาย
โดยเฉพาะจุดชมวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เช่น “หุบเขาคิคุจิ” ที่สะท้อนความงดงามของสี่ฤดู และ “พื้นที่ชุ่มน้ำอาราโอะ” ที่ขึ้นทะเบียนตามอนุสัญญาแรมซาร์ว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ
ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องแหล่งออนเซ็น เช่น “ยามากะออนเซ็น” และ “คิคุจิออนเซ็น” ซึ่งมอบความผ่อนคลายให้ผู้มาเยือน
สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมอย่าง “เหมืองมันดะ” มรดกโลก และ “โรงละครยาจิโยะซะ” ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในฐานะบ้านเกิดของคุณคานาคุริ ชิโซ ชาวญี่ปุ่นคนแรกที่เข้าร่วมโอลิมปิกและเป็นตัวเอกของละครย้อนยุคเรื่อง “Idaten” รวมถึง “ราเม็งทามานะ” ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของราเม็งคุมาโมโตะด้วย

“พื้นที่อาโสะ” อัดแน่นด้วยเสน่ห์รอบสัญลักษณ์สำคัญของคุมาโมโตะ
ถ้าอยากเห็นภาพจำของคุมาโมโตะแบบชัด ๆ พื้นที่ที่หลายคนนึกถึงก่อนก็มักเป็น “พื้นที่อาโสะ” ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด
บริเวณนี้ตั้งอยู่ใกล้แนวพรมแดนของจังหวัดโออิตะและมิยาซากิ และพื้นที่ส่วนใหญ่ของ “อุทยานแห่งชาติอาโสะคุจู” ที่คร่อมระหว่างคุมาโมโตะกับโออิตะก็อยู่ที่นี่ จึงเต็มไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ “ภูเขาอาโสะ” ซึ่งมีแคลดีราขนาดใหญ่ระดับโลก หรือแอ่งยุบตัวจากการปะทุของภูเขาไฟ
ไม่ว่าจะเป็น “ยอดเขาอาโสะทั้งห้า” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง หรือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่มองเห็นจากจุดชมวิว ล้วนเป็นภาพที่น่าประทับใจจนยากจะละสายตา
จึงไม่แปลกที่มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเยือนตลอดทั้งปี เพื่อสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ที่ผืนดินอาโสะมอบให้
ที่นี่ยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญ จึงมีทั้งผัก ผลไม้สดใหม่ และของขึ้นชื่อให้ชิมมากมาย
โดยเฉพาะ “วากิวแดงอากะอุชิ” ที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของอาโสะ ถือเป็นอาหารท้องถิ่นที่อยากแนะนำให้ลอง

“พื้นที่เมืองคุมาโมโตะ” ที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมไว้มากมาย
ถ้าเน้นเที่ยวแบบเดินทางง่ายและมีจุดดังอยู่รวมกัน “พื้นที่เมืองคุมาโมโตะ” ก็นับว่าเหมาะมาก
พื้นที่นี้อยู่ทางตอนใต้ของโซนเหนือของจังหวัด เป็นศูนย์กลางของคุมาโมโตะ และตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของคิวชู
มีจุดสำคัญรวมตัวกันอยู่มากมาย เช่น สัญลักษณ์ของเมืองอย่าง “ปราสาทคุมาโมโตะ” รวมถึง “สถานีคุมาโมโตะ” และ “สวนซุยเซ็นจิโจจูเอ็น (Suizenji Jojuen)”
หลังจากรถไฟชินคันเซ็นคิวชูเปิดให้บริการเต็มเส้นทางแล้ว ความสะดวกในการเดินทางก็ยิ่งเป็นจุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่ง
ภายในเมืองยังคงบรรยากาศเมืองปราสาทแบบดั้งเดิมไว้ เมื่อเดินเล่นจะได้สัมผัสทั้งเสน่ห์เก่าแก่และความอบอุ่นของผู้คน
โดยเฉพาะย่านฟุรุมาจิ ที่ยังคงผังเมืองเมื่อ 400 ปีก่อนไว้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดินชิมอาหารและช้อปปิ้ง
ย่านการค้า 3 แห่ง ได้แก่ คามิโทริ ชิโมโทริ และซันโรดชินชิงาอิ ที่คึกคักมีชีวิตชีวา ก็เป็นอีกไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
นอกจากนี้ เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ “นครแห่งน้ำ” และเป็นเมืองหายากที่ใช้น้ำใต้ดินเป็นแหล่งน้ำประปาทั้งหมด
แตงโมที่ปลูกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงราเม็งคุมาโมโตะและซาชิมิเนื้อม้า ก็ช่วยเติมเต็มทริปของคุณให้น่าประทับใจมากขึ้น

“พื้นที่ตอนกลางของจังหวัด” ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์
“พื้นที่ตอนกลางของจังหวัด” ที่อยู่ติดกับเมืองคุมาโมโตะ ประกอบด้วยเขตคามิมาชิกิและอุกิ
พื้นที่นี้รุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตในฐานะจุดยุทธศาสตร์ด้านคมนาคม และในปัจจุบันก็ยังเดินทางสะดวก เพราะมี “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ตั้งอยู่ในเขตคามิมาชิกิ
ในเขตคามิมาชิกิมีสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์มากมายที่ชวนให้นึกถึงเรื่องราวในอดีต เช่น “สะพานสึจุน” เมืองยามาโตะ และ “สะพานเรได” เมืองมิซาโตะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ รวมถึงสะพานหินอีกหลายแห่ง และบันไดหินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นจำนวน 3,333 ขั้น
หากอยากจินตนาการถึงยุคโบราณ การแวะ “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์” ที่เมืองมิฟุเนะ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการขุดค้นฟอสซิล ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ส่วนเมืองอุกิซึ่งเป็นจุดรวมของทางรถไฟและถนน ก็พัฒนาเป็นเมืองที่อยู่อาศัยรองรับเมืองคุมาโมโตะมาอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ริมทะเลอาริอาเกะก็มีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น “ท่าเรือมิสึมิตะวันตก” ที่เมืองอุกิ ซึ่งเป็นท่าเรือสมัยเมจิแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังคงสภาพอยู่ และ “ชายฝั่งโอโคชิกิ” ที่เมืองอุโตะ ซึ่งมีเส้นโค้งของแนวทรายสวยงามปรากฏให้เห็น
เสน่ห์ของ “พื้นที่ตอนกลางของจังหวัด” ก็คือการได้เพลิดเพลินกับเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นนั่นเอง


“พื้นที่อามาคุสะ” กับเสน่ห์ของวิวเกาะอันงดงามและวัฒนธรรมอันรุ่มรวย
“พื้นที่อามาคุสะ” ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคุมาโมโตะ เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะเล็กใหญ่กว่า 120 เกาะ
พื้นที่นี้เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่คิวชูด้วยสะพาน 5 แห่งที่เรียกรวมกันว่า “สะพานทั้งห้าแห่งอามาคุสะ” หรือเพิร์ลไลน์ จึงเป็นดินแดนที่เติบโตมาท่ามกลางธรรมชาติและวัฒนธรรม
โดยเฉพาะทะเลสีฟ้างดงามคือเสน่ห์สำคัญ และกิจกรรมดูปลาโลมาที่มีโอกาสพบสูงถึง 98% ตลอดทั้งปี ก็ถือเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยวที่นี่
จะเล่นน้ำทะเล ขุดหอย หรือแวะชิมอาหารทะเลสดใหม่จากร้านดังในพื้นที่ ก็เพลิดเพลินได้เต็มที่
ยังเพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายได้อีก เช่น ชมพระอาทิตย์ตกที่ “ชิโมดะออนเซ็น” หรือแวะชมเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้หินเซรามิกอามาคุสะ
นอกจากนี้ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและประเพณีหลากหลาย บรรยากาศทั้งเมืองจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายต่างแดน
โดยเฉพาะอิทธิพลของศาสนาคริสต์ที่เด่นชัด ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะถิ่นของคริสต์ศาสนิกชนลับ รวมถึงอามาคุสะ ชิโร่ ด้วย
“หมู่บ้านซากิสึ” ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2018 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่อยากให้ลองไปเยือน


“พื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด” ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศการเดินทางและความละมุนชวนคิดถึง
“พื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด” ซึ่งหมายถึงบริเวณตอนใต้ทั้งหมดของคุมาโมโตะ ตั้งอยู่ติดชายแดนจังหวัดคาโกชิมะ
ประกอบด้วยพื้นที่ยัตสึชิโระและอาชิคิตะที่หันหน้าออกสู่ทะเลชิรานุอิ รวมถึงเขตคุมะ เมืองฮิโตโยชิ และเมืองมินามาตะ จึงเป็นพื้นที่ที่กว้างขวางที่สุดในบรรดาทุกโซนที่แนะนำมา
พื้นที่นี้มีเสน่ห์จากทิวทัศน์เมืองที่ชวนให้หวนคิดถึง และยังเต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยวที่ปลุกอารมณ์การเดินทางได้เป็นอย่างดี
ตัวอย่างเช่น พื้นที่ฮิโตโยชิ–คุมะ ยังคงสืบทอดวัฒนธรรมเฉพาะตัวของแคว้นซาการะที่ดำรงอยู่ยาวนานประมาณ 700 ปี ตั้งแต่สมัยคามาคุระ ค.ศ.1185–1333 ต่อเนื่องมาจนหลังยุคเมจิ
ที่แม่น้ำคุมะ แนะนำให้ล่องเรือ “คุมะกาวะคุดาริ” ที่มีประวัติกว่า 100 ปี เพื่อชมธรรมชาติและทิวทัศน์ของฮิโตโยชิจากบนเรือ
ปลาอายุธรรมชาติจากแม่น้ำและเหล้าโชจูคุมะที่ทำจากข้าวก็อร่อยมาก และการแช่ออนเซ็นชื่อดังอย่าง “ฮิโตโยชิออนเซ็น” ก็น่าจะช่วยเติมเต็มทริปได้ดี
นอกจากนี้ ในพื้นที่ยัตสึชิโระยังมี “โกคะโนะโช” ที่มีชื่อเสียงจากตำนานเฮอิเกะ ส่วนในพื้นที่อาชิคิตะก็มี “สวนโอตาจิมิซากิ” ซึ่งมีชายหาดขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของจังหวัด ทำให้มีทั้งวัฒนธรรมและกิจกรรมพักผ่อนให้เลือกอย่างครบครัน


ควรมีเวลากี่วันจึงจะเที่ยวคุมาโมโตะได้เต็มอิ่ม
หากเที่ยวเฉพาะในเมืองคุมาโมโตะ 1 คืน 2 วัน ก็เพียงพอสำหรับเก็บบรรยากาศได้เต็มอิ่มพอสมควร
แต่ถ้าจะไปทั้ง “พื้นที่อาโสะ” และ “พื้นที่อามาคุสะ” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ก็ควรมีอย่างน้อย 2 คืน 3 วัน เพราะใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะ “พื้นที่อามาคุสะ” ไม่มีรถไฟให้บริการ และจำนวนรถบัสก็ไม่มากนัก จึงแนะนำให้ใช้รถเช่าหรือแท็กซี่

เที่ยวคุ้มในเวลาสั้น! ตัวอย่างคอร์ส 1 วันในคุมาโมโตะ
ถ้ามีเวลาไม่มาก แต่อยากเก็บจุดเด่นของเมืองคุมาโมโตะให้ได้พอสมควร คอร์สตัวอย่าง 1 วันนี้น่าจะช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้น
ในเมืองเดินทางสะดวกและเที่ยวได้ง่าย โดยคอร์สนี้วางแผนให้ไปเยือน 7 จุดตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเย็น
ลองนำไปปรับให้เข้ากับตารางเวลาและจุดประสงค์ของคุณ แล้วออกไปสนุกกับการเดินทางกันได้เลย
09:00 เริ่มต้นที่สถานี JR คุมาโมโตะ
คอร์สตัวอย่างนี้เริ่มต้นจากสถานี JR คุมาโมโตะ
ขึ้นรถรางแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดหมายแรก “ปราสาทคุมาโมโตะ” กันเลย
09:30 สำรวจ “ปราสาทคุมาโมโตะ” ปราสาทที่ยากต่อการตีแตก
“ปราสาทคุมาโมโตะ” เป็นหนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1607 โดยคาโตะ คิโยมาสะ ผู้มีชื่อเสียงด้านการสร้างปราสาท
ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะป้อมปราการที่ออกแบบกลไกต่าง ๆ ไว้เพื่อรับมือสงคราม และระบบป้องกันอันแข็งแกร่งก็สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
การเดินชมโครงสร้างเฉพาะตัว เช่น กำแพงหิน “ชิโนบิงาเอชิ” ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันศัตรู ก็เป็นอีกความสนุกของที่นี่
หอคอยปราสาทซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่กับประวัติศาสตร์ก็ไม่ควรพลาด
ตัวปราสาทสง่างามอยู่แล้ว และเมื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวชั้นบนสุด ก็ยังมองเห็นวิวเมืองคุมาโมโตะได้สวยงามมากเช่นกัน

11:00 แวะทานมื้อกลางวันเร็วหน่อยที่ “ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น”
หลังจากเที่ยว “ปราสาทคุมาโมโตะ” แล้ว ลองเดินลงไปยังเชิงเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังศูนย์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร “ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น”
ภายในอาคารที่จำลองบรรยากาศเมืองปราสาทสมัยเอโดะ มีทั้งร้านสินค้าท้องถิ่นที่ให้คุณพบกับของขึ้นชื่อ ร้านของฝากที่รวมของเด่นจากคุมาโมโตะ และพื้นที่ที่ให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมือง จึงมีจุดน่าสนใจมากมาย
ที่ “ซากุระโนะโคจิ” ซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและร้านค้ากว่า 20 ร้าน คุณจะได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอย่างซาชิมิเนื้อม้าและอิคินาริดังโงะ
ยังมีของว่างที่ถือกินระหว่างเดินได้อยู่มากมาย จึงเหมาะจะฝากท้องมื้อกลางวันแบบเร็วหน่อยที่นี่

12:10 สัมผัสวัฒนธรรมคุมาโมโตะที่ “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วากุวากุซะ”
หลังทานมื้อกลางวันแล้ว ลองแวะ “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วากุวากุซะ” ภายใน “ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น” เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของคุมาโมโตะและปราสาทคุมาโมโตะให้ลึกยิ่งขึ้น
ภายในมีคอนเทนต์หลากหลาย ทั้ง “Kumamoto Castle VR” ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของปราสาทอย่างสมจริง และ “โปรเจ็กชันแมปปิงการเสียหายและการฟื้นฟูปราสาทคุมาโมโตะ” ที่จำลองภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ
ยังมีกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม เช่น “ประสบการณ์แปลงกาย” ที่ให้สวมชุดนินจาหรือซามูไรเพื่อถ่ายภาพที่ระลึก จึงเป็นสถานที่ที่เรียนรู้ได้อย่างสนุกผ่านประสบการณ์น่าประทับใจ
13:40 สัมผัสบรรยากาศสมัยเอโดะที่สวนชื่อดัง “ซุยเซ็นจิโจจูเอ็น”
หลังเที่ยวรอบปราสาทคุมาโมโตะอย่างเต็มอิ่มแล้ว ให้เดินทางจาก “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วากุวากุซะ” ไปยัง “ซุยเซ็นจิโจจูเอ็น” ด้วยรถรางหรือรถบัส Kyushu Sanko Bus
สวนภูมิทัศน์แบบเดินชมรอบสระแห่งนี้มีประวัติยาวนาน เริ่มสร้างโดยโฮโซกาวะ ทาดาโทชิ เจ้าเมืองคุมาโมโตะคนแรก และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรุ่นที่ 3 คือสึนะโทชิ
เสน่ห์สำคัญที่สุดคือทิวทัศน์ที่เกิดจากสระน้ำซึ่งใช้น้ำใต้ดินใสสะอาดจากอาโสะ และเนินดินขนาดต่าง ๆ ที่จัดวางอย่างงดงาม
ที่นี่มีจุดให้ชมมากมาย เช่น โคคินเด็นจุโนะมะ และเนินดินที่จำลองภูเขาไฟฟูจิ จึงอยากชวนให้ค่อย ๆ เดินเล่นและซึมซับบรรยากาศสมัยเอโดะอย่างสบาย ๆ

15:00 พบกับตัวละครยอดนิยมของคุมาโมโตะที่ “คุมะมงสแควร์”
หลังจาก “ซุยเซ็นจิโจจูเอ็น” แล้ว ลองนั่งรถบัสไปยัง “คุมะมงสแควร์” ฐานกิจกรรมของ “คุมะมง” ตัวละครประชาสัมพันธ์ประจำจังหวัดคุมาโมโตะ
ที่นี่มีการแสดงบนเวที 360 องศาทุกวัน หากไปตรงเวลา คุณอาจได้เจอคุมะมงตัวจริงด้วย
ยังมีคอนเทนต์แบบมีส่วนร่วมมากมาย เช่น จุดถ่ายภาพสวย ๆ สำหรับโซเชียลและเกม AR
รวมถึง “BAZAAR” ที่จำหน่ายสินค้าลิมิเต็ดและสินค้าคอลแลบเฉพาะที่นี่ ทำให้เป็นจุดที่คุณจะได้สัมผัสโลกของคุมะมงอย่างเต็มที่

16:00 สัมผัสงานศิลปะร่วมสมัยที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองคุมาโมโตะ”
จาก “คุมะมงสแควร์” เดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง “พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองคุมาโมโตะ” ซึ่งก็น่าแวะไปด้วยเช่นกัน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นจุดน่าสนใจที่อยากแนะนำสำหรับผู้ที่อยากกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นผ่านงานศิลปะ
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้ใกล้ชิดกับศิลปะร่วมสมัย รวมถึงผลงานของศิลปินระดับนานาชาติอย่างยาโยอิ คุซามะ
ยังมีหนังสือหลากหลายแนวให้เปิดอ่าน ทั้งหนังสือศิลปะและการ์ตูน พร้อมมีการจัดกิจกรรมเป็นประจำ
นอกจากนิทรรศการพิเศษแล้ว โดยทั่วไปสามารถเข้าชมได้ฟรี จึงแวะชมได้อย่างสบายใจ

18:30 ทานมื้อเย็นที่ย่านการค้า “คามิโทริ”
ปิดท้ายทริปด้วยการเดินเล่นใน “คามิโทริ” หนึ่งในย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของคุมาโมโตะ
หากเดินขึ้นเหนือจาก “พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองคุมาโมโตะ” จะพบกับ “คามิโทริ” ที่มีความยาวรวม 586 เมตร และมีร้านค้าประมาณ 170 ร้านเรียงรายอยู่
ที่นี่ผสมผสานร้านเก่าแก่กับร้านสำหรับคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว จึงให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน
ก่อนจบทริป ลองแวะชิมอาหารท้องถิ่นที่ “คามิโทริ” เพื่อส่งท้ายวันอย่างอร่อยกันเถอะ

3 เมนูท้องถิ่นที่ต้องลองเมื่อมาเยือนคุมาโมโตะ
คุมาโมโตะมีของกินน่าสนใจอยู่มาก ทั้งอาหารพื้นเมือง ของหวาน เครื่องดื่ม และเมนูที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่
ในบรรดาทั้งหมด เราคัดมาแนะนำ 3 เมนูเด่น ๆ ให้รู้จักกัน
ทุกเมนูล้วนทั้งอร่อยและมีชื่อเสียงมากจนถ้ามาถึงคุมาโมโตะแต่ไม่ได้ลอง อาจเสียดายทีหลังได้เลย
1. อิคินาริดังโงะ
“อิคินาริดังโงะ” เป็นขนมของว่างยอดนิยมประจำคุมาโมโตะ และยังได้รับความนิยมในฐานะของฝากด้วย
แป้งเหนียวนุ่มเข้ากันอย่างลงตัวกับความหวานของมันหวานและถั่วกวน พร้อมรสเค็มอ่อน ๆ ที่ช่วยชูรส จนกินแล้วหยุดยาก
ยังมีหลากหลายแบบ เช่น อิคินาริดังโงะที่ผสมบราวน์ชูการ์หรือโยโมงิ รวมถึงแบบที่ใช้มันม่วง
อิคินาริดังโงะสำหรับซื้อเป็นของฝากมักแช่แข็งไว้ เมื่อนำไปอุ่นด้วยไมโครเวฟหรือซึ้งนึ่ง ก็จะได้รสชาติหอมอร่อยเหมือนทำใหม่ ๆ ที่บ้าน

2. ซาชิมิเนื้อม้า
“ซาชิมิเนื้อม้า” ที่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่น เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากคุมาโมโตะ
โดยทั่วไปจะเสิร์ฟเนื้อม้าดิบหั่นบาง รับประทานคู่กับหัวหอมซอย ขิงขูด กระเทียม และเครื่องเคียงอื่น ๆ พร้อมโชยุรสหวาน
รสอูมามิที่นุ่มละลายในปากตัดกับกลิ่นรสของเครื่องเคียงได้อย่างลงตัว เหมาะจะกินเป็นกับแกล้มด้วย
แต่ละส่วน เช่น เนื้อแดง ลายหินอ่อน แผงคอ และตับสด ให้ทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติแตกต่างกัน จึงอยากแนะนำให้ลองแบบรวมหลายส่วน
อีกข้อดีที่น่าประทับใจก็คือ เป็นเมนูแคลอรีต่ำแต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

3. ราเม็งคุมาโมโตะ
“ราเม็งคุมาโมโตะ” เป็นหนึ่งในราเม็งทงคตสึตัวแทนของคิวชู โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของกระเทียมคั่วที่ชวนให้อยากอาหาร
ราเม็งชนิดนี้มีจุดเด่นที่น้ำซุปเข้มข้นครีมมี่ และเส้นตรงขนาดกลางที่ลื่นคอ
อีกเอกลักษณ์คือมีทั้งกระเทียมคั่วหรือทอดเป็นชิป น้ำมันกระเทียมดำที่เรียกว่า “มายุ” และเห็ดหูหนูเป็นเครื่องเคียง

จุดชมซากุระที่ควรไป หากเที่ยวคุมาโมโตะในฤดูใบไม้ผลิ
ถ้ามาเยือนคุมาโมโตะในฤดูใบไม้ผลิ การใส่จุดชมซากุระไว้ในแผนทริปก็น่าจะทำให้ทริปสมบูรณ์ขึ้นอีกมาก
“สวนจากาทานิ” ในเมืองทามานะที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ จะเต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่งมากถึง 1,500 ต้นในช่วงฤดูดอกไม้บาน เปลี่ยนทั้งสวนให้กลายเป็นสีชมพูสดใส
วิวทะเลอาริอาเกะและอุนเซ็นจากจุดชมวิว รวมถึงบรรยากาศยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟโคมไฟ ก็สวยงามชวนฝันอย่างมาก
ส่วน “สวนคิคุจิ” ในเมืองคิคุจิ มีซากุระประมาณ 3,000 ต้น ทั้งยามาซากุระและโซเมโยชิโนะ แผ่ขยายท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่จนสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
“ยูโนะโกะเชอร์รี่ไลน์” ในเมืองมินามาตะ ซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ชมซากุระที่ดีที่สุด ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน
ซากุระที่ชมได้จาก “เรือชมซากุระกลางทะเล” ซึ่งออกให้บริการในช่วงดอกบาน มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น
นอกจากนี้ ยังมีจุดชมซากุระอีกมากมาย เช่น บริเวณปราสาทคุมาโมโตะและแถบอามาคุสะ ลองเพลิดเพลินกับวิวสวยใกล้จุดหมายที่คุณไปเยือนกันได้เลย
ช่วงเวลาซากุระบานและวันเริ่มบานโดยทั่วไปของคุมาโมโตะมีดังนี้
อย่างไรก็ตาม วันที่จริงอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละจุด จึงควรตรวจสอบอีกครั้ง
- วันเริ่มบาน
- 22 มีนาคม
- วันบานเต็มที่
- 1 เมษายน
- ช่วงชมซากุระสวยที่สุด
- 1 เมษายน–7 เมษายน
ข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น สถานะการบานของซากุระ
ข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น สถานะซากุระบานเต็มที่



จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มฤดูใบไม้ร่วงของคุมาโมโตะ
ถ้าเที่ยวคุมาโมโตะในฤดูใบไม้ร่วง ก็อยากให้เผื่อเวลาแวะชมจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีไว้ด้วย
“ต้นแปะก๊วยใหญ่ชิโมโจ” ที่มีอายุกว่า 1,000 ปีและถือเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัด มีความสูงประมาณ 25 เมตร และเส้นรอบลำต้นประมาณ 10 เมตร เป็นจุดยอดนิยมในแถบอาโสะ
ต้นไม้นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของประเทศ และเมื่อถึงฤดูกาล ใบสีทองที่เต็มกิ่งจะย้อมพื้นที่รอบข้างให้สว่างไสว
พรมสีทองที่เกิดจากใบไม้ร่วงก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าชม
ส่วน “โซโยเคียว” ในเมืองยามาโตะ ซึ่งมีฉายาว่าแกรนด์แคนยอนแห่งคิวชู ก็สามารถชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
ใบไม้เปลี่ยนสีแดงและเหลืองที่แต่งแต้มอยู่สองฝั่งของลำน้ำสีขาว เป็นภาพที่งดงามจนยากจะบรรยาย
“โกคะโนะโช” ที่แนะนำไปแล้วในพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด ก็มีเสน่ห์จากความงามของหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันสดใสเช่นกัน
ในคุมาโมโตะ หลายจุดจะเข้าสู่ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดโดยทั่วไปตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดอาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละพื้นที่ ดังนั้นควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวคุมาโมโตะ
Q
ฤดูไหนเหมาะสำหรับการเที่ยวคุมาโมโตะ?
ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤษภาคมที่ต้นไม้เขียวสดสวยงามในอาโสะ และช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวย ก็เป็นช่วงที่อากาศสบายและน่าจะเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม
Q
มีสถานที่ท่องเที่ยวในคุมาโมโตะที่เหมาะกับทริปพ่อแม่ลูกไหม?
แนะนำ “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วากุวากุซะ” ที่ให้สัมผัสเสน่ห์ของปราสาทคุมาโมโตะได้อย่างใกล้ชิด และ “สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์เมืองคุมาโมโตะ” ที่ทั้งครอบครัวสามารถเพลิดเพลินได้
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักทั้งเสน่ห์ของคุมาโมโตะทั้ง 6 พื้นที่ วิธีเดินทางหลัก และคอร์สตัวอย่างที่ใช้วางแผนทริปได้จริง
คุมาโมโตะมีครบทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ ออนเซ็น และอาหารอร่อย จึงเป็นเมืองที่น่าจะฝากความทรงจำดี ๆ ไว้ได้ไม่ยาก
อีกมุมที่อยากให้ได้ลองสัมผัสคือทิวทัศน์เมืองสีเขียวชอุ่ม ซึ่งนักเขียนชื่อดัง นัตสึเมะ โซเซกิ เคยเรียกว่า “นครแห่งพงไพร”
บทความนี้ที่คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักในคุมาโมโตะมาแนะนำอย่างพิถีพิถัน ก็น่าจะช่วยให้คุณวางแผนทริปได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่าลืมแวะดูต่อกันด้วยนะ