เที่ยวคุมาโมโตะอย่างสบายใจแม้ไปครั้งแรก! คู่มือท่องเที่ยวที่พาคุณสนุกกับเสน่ห์ของเมืองได้อย่างเต็มที่

เที่ยวคุมาโมโตะอย่างสบายใจแม้ไปครั้งแรก! คู่มือท่องเที่ยวที่พาคุณสนุกกับเสน่ห์ของเมืองได้อย่างเต็มที่

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกเดินทางไปเจอทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ น้ำใสสะอาด และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในทริปเดียว “คุมาโมโตะ” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมาก
ที่นี่ได้รับฉายาว่า “ดินแดนแห่งไฟ” จากทิวทัศน์งดงามที่เกิดจากภูเขาไฟมีพลัง และยังถูกเรียกว่า “ดินแดนแห่งน้ำ” เพราะอุดมไปด้วยแหล่งน้ำจากลำธารใสสะอาด
การเกษตรของคุมาโมโตะเจริญรุ่งเรือง และพื้นที่นี้ก็มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตผักและผลไม้ อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย นำโดย “ปราสาทคุมาโมโตะ” ทำให้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์รอบด้าน
บทความนี้จะแนะนำตั้งแต่วิธีเดินทางหลักในคุมาโมโตะ ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยากให้ไปเยือน และอาหารท้องถิ่นที่ควรลิ้มลอง
ยังมีคอร์สตัวอย่าง 1 คืน 2 วัน ที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนเที่ยวคุมาโมโตะด้วย อย่าลืมอ่านจนจบนะ

คุมาโมโตะ เมืองแห่งเสน่ห์จากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่หลากหลาย

จังหวัดคุมาโมโตะอยู่เกือบกึ่งกลางของภูมิภาคคิวชู โดยมีเทือกเขาคิวชูทางตะวันออก และทะเลทางตะวันตกอย่างทะเลจีนตะวันออกกับทะเลอาริอาเกะ
เสน่ห์ของคุมาโมโตะอยู่ที่ภูมิทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่หลากหลาย โดยมี “ภูเขาอาโสะ” ซึ่งมีแอ่งแคลดีราระดับโลกเป็นจุดเด่นสำคัญ
ดินอุดมสมบูรณ์ที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเกษตร และยังทำให้มีอาหารอร่อยมากมาย เช่น เมนูเนื้อม้า
นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ขาดไม่ได้อย่าง “ปราสาทคุมาโมโตะ” และคุมะมง ซึ่งเป็นตัวแทนเสน่ห์ด้านประวัติศาสตร์ของจังหวัด
ผู้คนในจังหวัดมีบุคลิกจริงจังและมีความยุติธรรมแรงกล้า จนเป็นที่รู้จักในชื่อ “ฮิโงะมกโกะสึ” และน่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีอันอบอุ่น

ออกเดินทางชมภูมิทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่หลากหลาย แล้วสัมผัสเสน่ห์ของคุมาโมโตะให้เต็มที่
ออกเดินทางชมภูมิทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่หลากหลาย แล้วสัมผัสเสน่ห์ของคุมาโมโตะให้เต็มที่

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในคุมาโมโตะ

คุมาโมโตะมีลักษณะภูมิอากาศค่อนข้างซับซ้อน โดยอุณหภูมิและปริมาณฝนแตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่
เขตที่ราบมีสภาพอากาศแบบภาคพื้นทวีป คือฤดูร้อนร้อนจัดและฤดูหนาวหนาวเย็น
ทางตอนใต้มีแอ่งกระทะ จึงมีทั้งฤดูร้อนที่ร้อนกว่าและฤดูหนาวที่หนาวกว่าพื้นที่ราบ

อุณหภูมิเฉลี่ยของคุมาโมโตะ

- มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) 6.0 7.4 10.4 15.8 20.5 23.7 27.5 28.4 25.2 19.6 13.5 8.0

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของคุมาโมโตะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาอย่างเสื้อแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือเสื้อโค้ต
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต

การเดินทางไปคุมาโมโตะ

คุมาโมโตะเดินทางมาได้สะดวก เพราะมีสนามบินรองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโอซาก้า
จากสนามบินฮาเนดะในโตเกียวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ส่วนจากสนามบินโอซาก้านานาชาติ (อิตามิ) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
จากฟุกุโอกะซึ่งเป็นประตูสู่คิวชู หากนั่งชินคันเซ็นจากสถานีฮากาตะ จะมาถึงได้ในเวลาประมาณ 40 นาที
สนามบินของคุมาโมโตะมีทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ จึงสามารถเดินทางตรงจากไต้หวัน เกาหลี และจีนได้

สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ ประตูทางอากาศของคุมาโมโตะที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย
สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ ประตูทางอากาศของคุมาโมโตะที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย

การเดินทางจากสนามบินอาโสะคุมาโมโตะไปยังสถานีหลัก

เมื่อมาถึง “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” แล้ว การต่อเข้าเมืองหรือไปอาโสะก็ทำได้ไม่ยากนัก
สนามบินแห่งนี้เปิดอาคารผู้โดยสารใหม่ในปี 2023 และเป็นสนามบินที่รวมเที่ยวบินภายในประเทศกับระหว่างประเทศไว้ในที่เดียว จึงใช้งานสะดวกมาก
ภายในสนามบินตกแต่งอย่างสวยงามด้วยไม้ และมีทั้ง “เกตเลานจ์สำหรับพักผ่อน” กับ “จุดชมวิว” ให้ใช้เวลาได้อย่างสบาย
ต่อไปขอแนะนำวิธีเดินทางจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไปยัง “สถานีคุมาโมโตะ” และ “สถานีอาโสะ” ซึ่งมักเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้งาน
ทั้งสองเส้นทางเป็นการเดินทางด้วยรถบัสแบบมาก่อนได้ก่อน หากอยากขึ้นรถได้อย่างราบรื่น แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้า

การเดินทางจากสนามบินอาโสะคุมาโมโตะไปสถานีคุมาโมโตะ

วิธีเดินทางจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไป “สถานีคุมาโมโตะ” มีดังนี้
ที่ป้ายขึ้นรถหมายเลข 4 มีหลายเส้นทางให้บริการ และบางคันมีปลายทางต่างกัน จึงควรตรวจสอบให้ดี
นอกจากนี้ หากนั่งแท็กซี่จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีสัมภาระมากหรืออยากเดินทางอย่างสะดวกสบาย

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสสนามบินหมายเลข 4”
2. ขึ้นรถบัสที่ “ป้ายรถบัสสนามบินหมายเลข 4” เช่น Kyushu Sanko Bus หรือรถบัสลิมูซีนสนามบิน แล้วลงที่ “หน้าสถานีคุมาโมโตะ”
3. เดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็ถึง
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

การเดินทางจากสนามบินอาโสะคุมาโมโตะไปสถานีอาโสะ

วิธีเดินทางจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไป “สถานีอาโสะ” มีดังนี้
จากป้ายขึ้นรถหมายเลข 3 มีรถบัสมุ่งหน้าไปอาโสะทั้งหมด 4 เส้นทาง แต่เส้นทางที่ไปถึงหน้าสถานีอาโสะได้โดยตรงและสั้นที่สุดมีเพียง “รถด่วนยามาบิโกะ” เท่านั้น
หากขึ้นสายอื่น อาจไม่จอดที่สถานีหรือใช้เวลานานกว่าและมีค่าโดยสารต่างกัน ดังนั้นควรระวังให้มาก
หากไม่แน่ใจ แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่ หรือเลือกเดินทางด้วยแท็กซี่ซึ่งใช้เวลาประมาณ 40 นาที

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสสนามบินหมายเลข 3”
2. ขึ้นรถที่ “ป้ายรถบัสสนามบินหมายเลข 3” เช่น Kyushu Sanko Bus, Oita Bus หรือรถด่วนยามาบิโกะ แล้วลงที่ “หน้าอาคารสถานีอาโสะ”
3. เดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็ถึง
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

วิธีเดินทางหลักในคุมาโมโตะ

การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวคุมาโมโตะมีอยู่ 3 แบบ คือรถไฟ JR สายท้องถิ่น รถบัสประจำทาง และรถรางในเมือง
เราได้สรุปข้อมูลคร่าว ๆ ไว้ในตารางด้านล่าง เพื่อให้คุณใช้ประกอบการเลือกเดินทางตามจุดหมายและช่วงเวลาได้สะดวก
นอกจากนี้ หากเที่ยวคิวชู การใช้เรือเฟอร์รี่ที่เชื่อมคุมาโมโตะกับเมืองชิมาบาระ จังหวัดนางาซากิ ก็สะดวกเช่นกัน

วิธีเดินทาง ช่วงเส้นทาง / พื้นที่ให้บริการ พื้นที่ที่ใช้เป็นหลัก
JR สายคาโงชิมะเมนไลน์ สถานีอาราโอะ–สถานียัตสึชิโระ ※ภายในจังหวัดคุมาโมโตะ ใช้หลัก ๆ เมื่อต้องการเที่ยวโซนตอนเหนือและตอนใต้ของจังหวัด
JR สายโฮฮิเมนไลน์ สถานีทาคิมิซุ–สถานีคุมาโมโตะ ※ภายในจังหวัดคุมาโมโตะ ใช้หลัก ๆ เมื่อต้องการเที่ยวเมืองคุมาโมโตะและพื้นที่อาโสะ
JR สายฮิซัตสึ สถานียัตสึชิโระ–สถานียาตาเกะ ※ภายในจังหวัดคุมาโมโตะ ใช้เมื่อต้องการเที่ยวพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด
JR สายมิสึมิ สถานีอุโตะ–สถานีมิสึมิ ใช้หลัก ๆ เมื่อต้องการเที่ยวพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดและอามาคุสะ
รถบัสประจำทาง ครอบคลุมพื้นที่กว้างภายในจังหวัดคุมาโมโตะ ใช้ในตัวเมืองคุมาโมโตะ และเมื่อต้องการเดินทางจากในเมืองไปยังจุดท่องเที่ยวนอกศูนย์กลางเมือง
รถราง สถานีคุมาโมโตะ / สถานีคามิคุมาโมโตะ–ย่านทาซากิบาชิ / เคงกุน ใช้เมื่อต้องการไปสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคุมาโมโตะ เช่น “ปราสาทคุมาโมโตะ”
บนบางเส้นทาง คุณอาจได้เพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของคุมาโมโตะจากหน้าต่างรถไฟด้วย
บนบางเส้นทาง คุณอาจได้เพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของคุมาโมโตะจากหน้าต่างรถไฟด้วย

ตั๋วโดยสารสุดคุ้มที่ควรใช้เมื่อเที่ยวคุมาโมโตะ

ถ้าอยากประหยัดค่าเดินทางและเที่ยวคุมาโมโตะได้เต็มอิ่ม ตั๋วโดยสารแบบคุ้มค่าก็เป็นสิ่งที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า
โดยเฉพาะวันที่วางแผนเที่ยวหลายจุดในวันเดียว มีโอกาสสูงทีเดียวว่าจะช่วยประหยัดได้ ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบได้เลย

Wakuwaku 1day Pass

“Wakuwaku 1day Pass” เป็นตั๋วกระดาษที่ใช้ขึ้นรถรางและรถบัสประจำทางในจังหวัดคุมาโมโตะได้ไม่จำกัดตลอด 1 วัน
มีจำหน่ายทั้งหมด 3 ประเภท โดยแบ่งตามขอบเขตการใช้งาน ตั้งแต่ในเมืองคุมาโมโตะไปจนถึงพื้นที่ต่าง ๆ ภายในจังหวัด
ในคุมาโมโตะ ค่าโดยสารรถรางและรถบัสประจำทางในใจกลางเมืองคุมาโมโตะคิดราคาเท่ากันที่ 200 เยน ดังนั้นหากนั่งอย่างน้อย 5 ครั้งในทริปเที่ยวเมือง ก็มีโอกาสคุ้มค่า
เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเที่ยวโดยเน้นรถบัสพร้อมชมวิวไปด้วย หรือผู้ที่อยากลดการเดินให้มากที่สุด
อีกข้อดีคือ เมื่อแสดงตั๋วที่สถานที่พันธมิตร เช่น “ปราสาทคุมาโมโตะ” ก็จะได้รับส่วนลดด้วย
อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าตั๋วแบบปกติใช้ได้ 1 วัน (00:00–25:00) และไม่รวมรถไฟ JR กับรถบัสลิมูซีนสนามบิน
แต่หากซื้อผ่านแอป จะนับเป็น 24 ชั่วโมงนับจากเวลาเริ่มใช้งาน จึงน่าจะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
รายละเอียดมีดังนี้

ระยะเวลาใช้งาน
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2027
สถานที่ซื้อ
รถรางแต่ละสาย รถบัส ช่องจำหน่ายตั๋ว (ยกเว้นบางแห่ง) ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดคุมาโมโตะ แอป my route เป็นต้น
ราคา
・แบบกำหนดเขต 1 พื้นที่ (ตั๋วสีเขียว): 850 เยน (ตั๋วดิจิทัล), 900 เยน (ตั๋วกระดาษ)
・แบบกำหนดเขต 2 พื้นที่ (ตั๋วสีน้ำเงิน): 1,100 เยน (ตั๋วดิจิทัล), 1,200 เยน (ตั๋วกระดาษ)
・แบบครอบคลุมทั้งจังหวัดคุมาโมโตะ (ตั๋วสีเหลือง): 2,300 เยน (ตั๋วดิจิทัล), 2,500 เยน (ตั๋วกระดาษ)
※หากเที่ยวรอบปราสาทคุมาโมโตะและสวนซุยเซ็นจิ ใช้แบบ 1 พื้นที่ก็เพียงพอ
สิทธิพิเศษ
ส่วนลดจากสถานที่พันธมิตร
หากอยากเที่ยวหลายจุดในวันเดียว ลองใช้ Wakuwaku 1day Pass ให้คุ้มค่า
หากอยากเที่ยวหลายจุดในวันเดียว ลองใช้ Wakuwaku 1day Pass ให้คุ้มค่า

6 พื้นที่ที่ควรรู้ก่อนวางแผนเที่ยวคุมาโมโตะ

ก่อนจัดทริป ลองทำความรู้จักคุมาโมโตะในภาพรวมกันสักหน่อย เพราะจังหวัดนี้แบ่งออกได้เป็น 6 พื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน
ได้แก่ “ตอนเหนือของจังหวัด” “อาโสะ” “เมืองคุมาโมโตะ” “ตอนกลางของจังหวัด” “อามาคุสะ” และ “ตอนใต้ของจังหวัด”
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้คุณนำไปใช้วางแผนทริปได้ง่ายขึ้น

เดินทางจากฟุกุโอกะสะดวก! “พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด” ที่เที่ยวได้หลากหลาย

“พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด” ซึ่งหมายถึงทางตอนเหนือของคุมาโมโตะ เป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ โดยด้านตะวันตกติดทะเลอาริอาเกะ และด้านตะวันออกมีแนวภูเขาทอดยาว
พื้นที่นี้ประกอบด้วย 3 เขตหลักคือ อาราโอะ–ทามานะ และยามากะ–คิคุจิ อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องการเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น ฟุกุโอกะ ได้สะดวก
เสน่ห์ของ “พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด” คือมีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหารอร่อยให้เที่ยวชมอย่างหลากหลาย
โดยเฉพาะจุดชมวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เช่น “หุบเขาคิคุจิ” ที่สะท้อนความงดงามของสี่ฤดู และ “พื้นที่ชุ่มน้ำอาราโอะ” ที่ขึ้นทะเบียนตามอนุสัญญาแรมซาร์ว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ
ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องแหล่งออนเซ็น เช่น “ยามากะออนเซ็น” และ “คิคุจิออนเซ็น” ซึ่งมอบความผ่อนคลายให้ผู้มาเยือน
สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมอย่าง “เหมืองมันดะ” มรดกโลก และ “โรงละครยาจิโยะซะ” ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในฐานะบ้านเกิดของคุณคานาคุริ ชิโซ ชาวญี่ปุ่นคนแรกที่เข้าร่วมโอลิมปิกและเป็นตัวเอกของละครย้อนยุคเรื่อง “Idaten” รวมถึง “ราเม็งทามานะ” ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของราเม็งคุมาโมโตะด้วย

หุบเขาคิคุจิ จุดชมวิวธรรมชาติยอดนิยมในพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด
หุบเขาคิคุจิ จุดชมวิวธรรมชาติยอดนิยมในพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด

“พื้นที่อาโสะ” อัดแน่นด้วยเสน่ห์รอบสัญลักษณ์สำคัญของคุมาโมโตะ

ถ้าอยากเห็นภาพจำของคุมาโมโตะแบบชัด ๆ พื้นที่ที่หลายคนนึกถึงก่อนก็มักเป็น “พื้นที่อาโสะ” ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด
บริเวณนี้ตั้งอยู่ใกล้แนวพรมแดนของจังหวัดโออิตะและมิยาซากิ และพื้นที่ส่วนใหญ่ของ “อุทยานแห่งชาติอาโสะคุจู” ที่คร่อมระหว่างคุมาโมโตะกับโออิตะก็อยู่ที่นี่ จึงเต็มไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ “ภูเขาอาโสะ” ซึ่งมีแคลดีราขนาดใหญ่ระดับโลก หรือแอ่งยุบตัวจากการปะทุของภูเขาไฟ
ไม่ว่าจะเป็น “ยอดเขาอาโสะทั้งห้า” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง หรือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่มองเห็นจากจุดชมวิว ล้วนเป็นภาพที่น่าประทับใจจนยากจะละสายตา
จึงไม่แปลกที่มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเยือนตลอดทั้งปี เพื่อสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ที่ผืนดินอาโสะมอบให้
ที่นี่ยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญ จึงมีทั้งผัก ผลไม้สดใหม่ และของขึ้นชื่อให้ชิมมากมาย
โดยเฉพาะ “วากิวแดงอากะอุชิ” ที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของอาโสะ ถือเป็นอาหารท้องถิ่นที่อยากแนะนำให้ลอง

ภูเขาอาโสะ สัญลักษณ์ของคุมาโมโตะและหนึ่งในภูเขาไฟมีพลังที่โดดเด่นของญี่ปุ่น
ภูเขาอาโสะ สัญลักษณ์ของคุมาโมโตะและหนึ่งในภูเขาไฟมีพลังที่โดดเด่นของญี่ปุ่น

“พื้นที่เมืองคุมาโมโตะ” ที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมไว้มากมาย

ถ้าเน้นเที่ยวแบบเดินทางง่ายและมีจุดดังอยู่รวมกัน “พื้นที่เมืองคุมาโมโตะ” ก็นับว่าเหมาะมาก
พื้นที่นี้อยู่ทางตอนใต้ของโซนเหนือของจังหวัด เป็นศูนย์กลางของคุมาโมโตะ และตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของคิวชู
มีจุดสำคัญรวมตัวกันอยู่มากมาย เช่น สัญลักษณ์ของเมืองอย่าง “ปราสาทคุมาโมโตะ” รวมถึง “สถานีคุมาโมโตะ” และ “สวนซุยเซ็นจิโจจูเอ็น (Suizenji Jojuen)”
หลังจากรถไฟชินคันเซ็นคิวชูเปิดให้บริการเต็มเส้นทางแล้ว ความสะดวกในการเดินทางก็ยิ่งเป็นจุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่ง
ภายในเมืองยังคงบรรยากาศเมืองปราสาทแบบดั้งเดิมไว้ เมื่อเดินเล่นจะได้สัมผัสทั้งเสน่ห์เก่าแก่และความอบอุ่นของผู้คน
โดยเฉพาะย่านฟุรุมาจิ ที่ยังคงผังเมืองเมื่อ 400 ปีก่อนไว้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดินชิมอาหารและช้อปปิ้ง
ย่านการค้า 3 แห่ง ได้แก่ คามิโทริ ชิโมโทริ และซันโรดชินชิงาอิ ที่คึกคักมีชีวิตชีวา ก็เป็นอีกไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
นอกจากนี้ เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ “นครแห่งน้ำ” และเป็นเมืองหายากที่ใช้น้ำใต้ดินเป็นแหล่งน้ำประปาทั้งหมด
แตงโมที่ปลูกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงราเม็งคุมาโมโตะและซาชิมิเนื้อม้า ก็ช่วยเติมเต็มทริปของคุณให้น่าประทับใจมากขึ้น

พื้นที่เมืองคุมาโมโตะที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของจังหวัดไว้มากมาย รวมถึงปราสาทคุมาโมโตะ
พื้นที่เมืองคุมาโมโตะที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของจังหวัดไว้มากมาย รวมถึงปราสาทคุมาโมโตะ

“พื้นที่ตอนกลางของจังหวัด” ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์

“พื้นที่ตอนกลางของจังหวัด” ที่อยู่ติดกับเมืองคุมาโมโตะ ประกอบด้วยเขตคามิมาชิกิและอุกิ
พื้นที่นี้รุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตในฐานะจุดยุทธศาสตร์ด้านคมนาคม และในปัจจุบันก็ยังเดินทางสะดวก เพราะมี “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ตั้งอยู่ในเขตคามิมาชิกิ
ในเขตคามิมาชิกิมีสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์มากมายที่ชวนให้นึกถึงเรื่องราวในอดีต เช่น “สะพานสึจุน” เมืองยามาโตะ และ “สะพานเรได” เมืองมิซาโตะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ รวมถึงสะพานหินอีกหลายแห่ง และบันไดหินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นจำนวน 3,333 ขั้น
หากอยากจินตนาการถึงยุคโบราณ การแวะ “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์” ที่เมืองมิฟุเนะ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการขุดค้นฟอสซิล ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ส่วนเมืองอุกิซึ่งเป็นจุดรวมของทางรถไฟและถนน ก็พัฒนาเป็นเมืองที่อยู่อาศัยรองรับเมืองคุมาโมโตะมาอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ริมทะเลอาริอาเกะก็มีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น “ท่าเรือมิสึมิตะวันตก” ที่เมืองอุกิ ซึ่งเป็นท่าเรือสมัยเมจิแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังคงสภาพอยู่ และ “ชายฝั่งโอโคชิกิ” ที่เมืองอุโตะ ซึ่งมีเส้นโค้งของแนวทรายสวยงามปรากฏให้เห็น
เสน่ห์ของ “พื้นที่ตอนกลางของจังหวัด” ก็คือการได้เพลิดเพลินกับเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นนั่นเอง

สะพานสึจุน ที่จะมีการปล่อยน้ำในฤดูใบไม้ผลิ
สะพานสึจุน ที่จะมีการปล่อยน้ำในฤดูใบไม้ผลิ
ชายฝั่งโอโคชิกิที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกอันงดงาม
ชายฝั่งโอโคชิกิที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกอันงดงาม

“พื้นที่อามาคุสะ” กับเสน่ห์ของวิวเกาะอันงดงามและวัฒนธรรมอันรุ่มรวย

“พื้นที่อามาคุสะ” ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคุมาโมโตะ เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะเล็กใหญ่กว่า 120 เกาะ
พื้นที่นี้เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่คิวชูด้วยสะพาน 5 แห่งที่เรียกรวมกันว่า “สะพานทั้งห้าแห่งอามาคุสะ” หรือเพิร์ลไลน์ จึงเป็นดินแดนที่เติบโตมาท่ามกลางธรรมชาติและวัฒนธรรม
โดยเฉพาะทะเลสีฟ้างดงามคือเสน่ห์สำคัญ และกิจกรรมดูปลาโลมาที่มีโอกาสพบสูงถึง 98% ตลอดทั้งปี ก็ถือเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยวที่นี่
จะเล่นน้ำทะเล ขุดหอย หรือแวะชิมอาหารทะเลสดใหม่จากร้านดังในพื้นที่ ก็เพลิดเพลินได้เต็มที่
ยังเพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายได้อีก เช่น ชมพระอาทิตย์ตกที่ “ชิโมดะออนเซ็น” หรือแวะชมเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้หินเซรามิกอามาคุสะ
นอกจากนี้ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและประเพณีหลากหลาย บรรยากาศทั้งเมืองจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายต่างแดน
โดยเฉพาะอิทธิพลของศาสนาคริสต์ที่เด่นชัด ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะถิ่นของคริสต์ศาสนิกชนลับ รวมถึงอามาคุสะ ชิโร่ ด้วย
“หมู่บ้านซากิสึ” ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2018 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่อยากให้ลองไปเยือน

เพิร์ลไลน์อามาคุสะ ที่สามารถชมทิวทัศน์อันงดงามได้
เพิร์ลไลน์อามาคุสะ ที่สามารถชมทิวทัศน์อันงดงามได้
หมู่บ้านซากิสึ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
หมู่บ้านซากิสึ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

“พื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด” ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศการเดินทางและความละมุนชวนคิดถึง

“พื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด” ซึ่งหมายถึงบริเวณตอนใต้ทั้งหมดของคุมาโมโตะ ตั้งอยู่ติดชายแดนจังหวัดคาโกชิมะ
ประกอบด้วยพื้นที่ยัตสึชิโระและอาชิคิตะที่หันหน้าออกสู่ทะเลชิรานุอิ รวมถึงเขตคุมะ เมืองฮิโตโยชิ และเมืองมินามาตะ จึงเป็นพื้นที่ที่กว้างขวางที่สุดในบรรดาทุกโซนที่แนะนำมา
พื้นที่นี้มีเสน่ห์จากทิวทัศน์เมืองที่ชวนให้หวนคิดถึง และยังเต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยวที่ปลุกอารมณ์การเดินทางได้เป็นอย่างดี
ตัวอย่างเช่น พื้นที่ฮิโตโยชิ–คุมะ ยังคงสืบทอดวัฒนธรรมเฉพาะตัวของแคว้นซาการะที่ดำรงอยู่ยาวนานประมาณ 700 ปี ตั้งแต่สมัยคามาคุระ ค.ศ.1185–1333 ต่อเนื่องมาจนหลังยุคเมจิ
ที่แม่น้ำคุมะ แนะนำให้ล่องเรือ “คุมะกาวะคุดาริ” ที่มีประวัติกว่า 100 ปี เพื่อชมธรรมชาติและทิวทัศน์ของฮิโตโยชิจากบนเรือ
ปลาอายุธรรมชาติจากแม่น้ำและเหล้าโชจูคุมะที่ทำจากข้าวก็อร่อยมาก และการแช่ออนเซ็นชื่อดังอย่าง “ฮิโตโยชิออนเซ็น” ก็น่าจะช่วยเติมเต็มทริปได้ดี
นอกจากนี้ ในพื้นที่ยัตสึชิโระยังมี “โกคะโนะโช” ที่มีชื่อเสียงจากตำนานเฮอิเกะ ส่วนในพื้นที่อาชิคิตะก็มี “สวนโอตาจิมิซากิ” ซึ่งมีชายหาดขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของจังหวัด ทำให้มีทั้งวัฒนธรรมและกิจกรรมพักผ่อนให้เลือกอย่างครบครัน

โกคะโนะโช ที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ชวนให้นึกถึงเสน่ห์แบบดั้งเดิม
โกคะโนะโช ที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ชวนให้นึกถึงเสน่ห์แบบดั้งเดิม
ชายหาดขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของจังหวัดในสวนโอตาจิมิซากิ
ชายหาดขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของจังหวัดในสวนโอตาจิมิซากิ

ควรมีเวลากี่วันจึงจะเที่ยวคุมาโมโตะได้เต็มอิ่ม

หากเที่ยวเฉพาะในเมืองคุมาโมโตะ 1 คืน 2 วัน ก็เพียงพอสำหรับเก็บบรรยากาศได้เต็มอิ่มพอสมควร
แต่ถ้าจะไปทั้ง “พื้นที่อาโสะ” และ “พื้นที่อามาคุสะ” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ก็ควรมีอย่างน้อย 2 คืน 3 วัน เพราะใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะ “พื้นที่อามาคุสะ” ไม่มีรถไฟให้บริการ และจำนวนรถบัสก็ไม่มากนัก จึงแนะนำให้ใช้รถเช่าหรือแท็กซี่

หากอยากชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของอาโสะ แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 คืน 3 วัน
หากอยากชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของอาโสะ แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 คืน 3 วัน

เที่ยวคุ้มในเวลาสั้น! ตัวอย่างคอร์ส 1 วันในคุมาโมโตะ

ถ้ามีเวลาไม่มาก แต่อยากเก็บจุดเด่นของเมืองคุมาโมโตะให้ได้พอสมควร คอร์สตัวอย่าง 1 วันนี้น่าจะช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้น
ในเมืองเดินทางสะดวกและเที่ยวได้ง่าย โดยคอร์สนี้วางแผนให้ไปเยือน 7 จุดตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเย็น
ลองนำไปปรับให้เข้ากับตารางเวลาและจุดประสงค์ของคุณ แล้วออกไปสนุกกับการเดินทางกันได้เลย

09:00 เริ่มต้นที่สถานี JR คุมาโมโตะ

คอร์สตัวอย่างนี้เริ่มต้นจากสถานี JR คุมาโมโตะ
ขึ้นรถรางแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดหมายแรก “ปราสาทคุมาโมโตะ” กันเลย

09:30 สำรวจ “ปราสาทคุมาโมโตะ” ปราสาทที่ยากต่อการตีแตก

“ปราสาทคุมาโมโตะ” เป็นหนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1607 โดยคาโตะ คิโยมาสะ ผู้มีชื่อเสียงด้านการสร้างปราสาท
ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะป้อมปราการที่ออกแบบกลไกต่าง ๆ ไว้เพื่อรับมือสงคราม และระบบป้องกันอันแข็งแกร่งก็สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
การเดินชมโครงสร้างเฉพาะตัว เช่น กำแพงหิน “ชิโนบิงาเอชิ” ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันศัตรู ก็เป็นอีกความสนุกของที่นี่
หอคอยปราสาทซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่กับประวัติศาสตร์ก็ไม่ควรพลาด
ตัวปราสาทสง่างามอยู่แล้ว และเมื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวชั้นบนสุด ก็ยังมองเห็นวิวเมืองคุมาโมโตะได้สวยงามมากเช่นกัน

สัญลักษณ์ของจังหวัดคุมาโมโตะ! ปราสาทชื่อดังที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี
สัญลักษณ์ของจังหวัดคุมาโมโตะ! ปราสาทชื่อดังที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี

11:00 แวะทานมื้อกลางวันเร็วหน่อยที่ “ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น”

หลังจากเที่ยว “ปราสาทคุมาโมโตะ” แล้ว ลองเดินลงไปยังเชิงเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังศูนย์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร “ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น”
ภายในอาคารที่จำลองบรรยากาศเมืองปราสาทสมัยเอโดะ มีทั้งร้านสินค้าท้องถิ่นที่ให้คุณพบกับของขึ้นชื่อ ร้านของฝากที่รวมของเด่นจากคุมาโมโตะ และพื้นที่ที่ให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมือง จึงมีจุดน่าสนใจมากมาย
ที่ “ซากุระโนะโคจิ” ซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและร้านค้ากว่า 20 ร้าน คุณจะได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอย่างซาชิมิเนื้อม้าและอิคินาริดังโงะ
ยังมีของว่างที่ถือกินระหว่างเดินได้อยู่มากมาย จึงเหมาะจะฝากท้องมื้อกลางวันแบบเร็วหน่อยที่นี่

ถนนจำลองเมืองปราสาท ที่คุณจะได้สนุกกับอาหารคุมาโมโตะและการช้อปปิ้ง
ถนนจำลองเมืองปราสาท ที่คุณจะได้สนุกกับอาหารคุมาโมโตะและการช้อปปิ้ง

12:10 สัมผัสวัฒนธรรมคุมาโมโตะที่ “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วากุวากุซะ”

หลังทานมื้อกลางวันแล้ว ลองแวะ “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วากุวากุซะ” ภายใน “ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น” เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของคุมาโมโตะและปราสาทคุมาโมโตะให้ลึกยิ่งขึ้น
ภายในมีคอนเทนต์หลากหลาย ทั้ง “Kumamoto Castle VR” ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของปราสาทอย่างสมจริง และ “โปรเจ็กชันแมปปิงการเสียหายและการฟื้นฟูปราสาทคุมาโมโตะ” ที่จำลองภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ
ยังมีกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม เช่น “ประสบการณ์แปลงกาย” ที่ให้สวมชุดนินจาหรือซามูไรเพื่อถ่ายภาพที่ระลึก จึงเป็นสถานที่ที่เรียนรู้ได้อย่างสนุกผ่านประสบการณ์น่าประทับใจ

13:40 สัมผัสบรรยากาศสมัยเอโดะที่สวนชื่อดัง “ซุยเซ็นจิโจจูเอ็น”

หลังเที่ยวรอบปราสาทคุมาโมโตะอย่างเต็มอิ่มแล้ว ให้เดินทางจาก “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วากุวากุซะ” ไปยัง “ซุยเซ็นจิโจจูเอ็น” ด้วยรถรางหรือรถบัส Kyushu Sanko Bus
สวนภูมิทัศน์แบบเดินชมรอบสระแห่งนี้มีประวัติยาวนาน เริ่มสร้างโดยโฮโซกาวะ ทาดาโทชิ เจ้าเมืองคุมาโมโตะคนแรก และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรุ่นที่ 3 คือสึนะโทชิ
เสน่ห์สำคัญที่สุดคือทิวทัศน์ที่เกิดจากสระน้ำซึ่งใช้น้ำใต้ดินใสสะอาดจากอาโสะ และเนินดินขนาดต่าง ๆ ที่จัดวางอย่างงดงาม
ที่นี่มีจุดให้ชมมากมาย เช่น โคคินเด็นจุโนะมะ และเนินดินที่จำลองภูเขาไฟฟูจิ จึงอยากชวนให้ค่อย ๆ เดินเล่นและซึมซับบรรยากาศสมัยเอโดะอย่างสบาย ๆ

สวนอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบตระกูลโฮโซกาวะแห่งฮิโงะ
สวนอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบตระกูลโฮโซกาวะแห่งฮิโงะ

15:00 พบกับตัวละครยอดนิยมของคุมาโมโตะที่ “คุมะมงสแควร์”

หลังจาก “ซุยเซ็นจิโจจูเอ็น” แล้ว ลองนั่งรถบัสไปยัง “คุมะมงสแควร์” ฐานกิจกรรมของ “คุมะมง” ตัวละครประชาสัมพันธ์ประจำจังหวัดคุมาโมโตะ
ที่นี่มีการแสดงบนเวที 360 องศาทุกวัน หากไปตรงเวลา คุณอาจได้เจอคุมะมงตัวจริงด้วย
ยังมีคอนเทนต์แบบมีส่วนร่วมมากมาย เช่น จุดถ่ายภาพสวย ๆ สำหรับโซเชียลและเกม AR
รวมถึง “BAZAAR” ที่จำหน่ายสินค้าลิมิเต็ดและสินค้าคอลแลบเฉพาะที่นี่ ทำให้เป็นจุดที่คุณจะได้สัมผัสโลกของคุมะมงอย่างเต็มที่

ฐานกิจกรรมของ “คุมะมง” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและผู้อำนวยการฝ่ายความสุขประจำจังหวัดคุมาโมโตะ
ฐานกิจกรรมของ “คุมะมง” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและผู้อำนวยการฝ่ายความสุขประจำจังหวัดคุมาโมโตะ

16:00 สัมผัสงานศิลปะร่วมสมัยที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองคุมาโมโตะ”

จาก “คุมะมงสแควร์” เดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง “พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองคุมาโมโตะ” ซึ่งก็น่าแวะไปด้วยเช่นกัน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นจุดน่าสนใจที่อยากแนะนำสำหรับผู้ที่อยากกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นผ่านงานศิลปะ
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้ใกล้ชิดกับศิลปะร่วมสมัย รวมถึงผลงานของศิลปินระดับนานาชาติอย่างยาโยอิ คุซามะ
ยังมีหนังสือหลากหลายแนวให้เปิดอ่าน ทั้งหนังสือศิลปะและการ์ตูน พร้อมมีการจัดกิจกรรมเป็นประจำ
นอกจากนิทรรศการพิเศษแล้ว โดยทั่วไปสามารถเข้าชมได้ฟรี จึงแวะชมได้อย่างสบายใจ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแบบเมือง ที่ผสานพื้นที่ศิลปะและมุมพักผ่อนไว้ด้วยกัน
พิพิธภัณฑ์ศิลปะแบบเมือง ที่ผสานพื้นที่ศิลปะและมุมพักผ่อนไว้ด้วยกัน

18:30 ทานมื้อเย็นที่ย่านการค้า “คามิโทริ”

ปิดท้ายทริปด้วยการเดินเล่นใน “คามิโทริ” หนึ่งในย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของคุมาโมโตะ
หากเดินขึ้นเหนือจาก “พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองคุมาโมโตะ” จะพบกับ “คามิโทริ” ที่มีความยาวรวม 586 เมตร และมีร้านค้าประมาณ 170 ร้านเรียงรายอยู่
ที่นี่ผสมผสานร้านเก่าแก่กับร้านสำหรับคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว จึงให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน
ก่อนจบทริป ลองแวะชิมอาหารท้องถิ่นที่ “คามิโทริ” เพื่อส่งท้ายวันอย่างอร่อยกันเถอะ

ลิ้มลองเมนูขึ้นชื่อของคุมาโมโตะ เช่น ซาชิมิเนื้อม้า ให้เต็มอิ่ม
ลิ้มลองเมนูขึ้นชื่อของคุมาโมโตะ เช่น ซาชิมิเนื้อม้า ให้เต็มอิ่ม

3 เมนูท้องถิ่นที่ต้องลองเมื่อมาเยือนคุมาโมโตะ

คุมาโมโตะมีของกินน่าสนใจอยู่มาก ทั้งอาหารพื้นเมือง ของหวาน เครื่องดื่ม และเมนูที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่
ในบรรดาทั้งหมด เราคัดมาแนะนำ 3 เมนูเด่น ๆ ให้รู้จักกัน
ทุกเมนูล้วนทั้งอร่อยและมีชื่อเสียงมากจนถ้ามาถึงคุมาโมโตะแต่ไม่ได้ลอง อาจเสียดายทีหลังได้เลย

1. อิคินาริดังโงะ

“อิคินาริดังโงะ” เป็นขนมของว่างยอดนิยมประจำคุมาโมโตะ และยังได้รับความนิยมในฐานะของฝากด้วย
แป้งเหนียวนุ่มเข้ากันอย่างลงตัวกับความหวานของมันหวานและถั่วกวน พร้อมรสเค็มอ่อน ๆ ที่ช่วยชูรส จนกินแล้วหยุดยาก
ยังมีหลากหลายแบบ เช่น อิคินาริดังโงะที่ผสมบราวน์ชูการ์หรือโยโมงิ รวมถึงแบบที่ใช้มันม่วง
อิคินาริดังโงะสำหรับซื้อเป็นของฝากมักแช่แข็งไว้ เมื่อนำไปอุ่นด้วยไมโครเวฟหรือซึ้งนึ่ง ก็จะได้รสชาติหอมอร่อยเหมือนทำใหม่ ๆ ที่บ้าน

“อิคินาริดังโงะ” ที่มีสมดุลลงตัวระหว่างเนื้อสัมผัส ความหวาน และรสเค็ม
“อิคินาริดังโงะ” ที่มีสมดุลลงตัวระหว่างเนื้อสัมผัส ความหวาน และรสเค็ม

2. ซาชิมิเนื้อม้า

“ซาชิมิเนื้อม้า” ที่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่น เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากคุมาโมโตะ
โดยทั่วไปจะเสิร์ฟเนื้อม้าดิบหั่นบาง รับประทานคู่กับหัวหอมซอย ขิงขูด กระเทียม และเครื่องเคียงอื่น ๆ พร้อมโชยุรสหวาน
รสอูมามิที่นุ่มละลายในปากตัดกับกลิ่นรสของเครื่องเคียงได้อย่างลงตัว เหมาะจะกินเป็นกับแกล้มด้วย
แต่ละส่วน เช่น เนื้อแดง ลายหินอ่อน แผงคอ และตับสด ให้ทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติแตกต่างกัน จึงอยากแนะนำให้ลองแบบรวมหลายส่วน
อีกข้อดีที่น่าประทับใจก็คือ เป็นเมนูแคลอรีต่ำแต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ซาชิมิเนื้อม้าแบบรวมหลายส่วน ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเนื้อสัมผัสและรสอร่อยหลากหลาย
ซาชิมิเนื้อม้าแบบรวมหลายส่วน ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเนื้อสัมผัสและรสอร่อยหลากหลาย

3. ราเม็งคุมาโมโตะ

“ราเม็งคุมาโมโตะ” เป็นหนึ่งในราเม็งทงคตสึตัวแทนของคิวชู โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของกระเทียมคั่วที่ชวนให้อยากอาหาร
ราเม็งชนิดนี้มีจุดเด่นที่น้ำซุปเข้มข้นครีมมี่ และเส้นตรงขนาดกลางที่ลื่นคอ
อีกเอกลักษณ์คือมีทั้งกระเทียมคั่วหรือทอดเป็นชิป น้ำมันกระเทียมดำที่เรียกว่า “มายุ” และเห็ดหูหนูเป็นเครื่องเคียง

ราเม็งคุมาโมโตะรสชาติครีมมี่เข้มข้น
ราเม็งคุมาโมโตะรสชาติครีมมี่เข้มข้น

จุดชมซากุระที่ควรไป หากเที่ยวคุมาโมโตะในฤดูใบไม้ผลิ

ถ้ามาเยือนคุมาโมโตะในฤดูใบไม้ผลิ การใส่จุดชมซากุระไว้ในแผนทริปก็น่าจะทำให้ทริปสมบูรณ์ขึ้นอีกมาก
“สวนจากาทานิ” ในเมืองทามานะที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ จะเต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่งมากถึง 1,500 ต้นในช่วงฤดูดอกไม้บาน เปลี่ยนทั้งสวนให้กลายเป็นสีชมพูสดใส
วิวทะเลอาริอาเกะและอุนเซ็นจากจุดชมวิว รวมถึงบรรยากาศยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟโคมไฟ ก็สวยงามชวนฝันอย่างมาก
ส่วน “สวนคิคุจิ” ในเมืองคิคุจิ มีซากุระประมาณ 3,000 ต้น ทั้งยามาซากุระและโซเมโยชิโนะ แผ่ขยายท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่จนสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
“ยูโนะโกะเชอร์รี่ไลน์” ในเมืองมินามาตะ ซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 สถานที่ชมซากุระที่ดีที่สุด ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน
ซากุระที่ชมได้จาก “เรือชมซากุระกลางทะเล” ซึ่งออกให้บริการในช่วงดอกบาน มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น
นอกจากนี้ ยังมีจุดชมซากุระอีกมากมาย เช่น บริเวณปราสาทคุมาโมโตะและแถบอามาคุสะ ลองเพลิดเพลินกับวิวสวยใกล้จุดหมายที่คุณไปเยือนกันได้เลย
ช่วงเวลาซากุระบานและวันเริ่มบานโดยทั่วไปของคุมาโมโตะมีดังนี้
อย่างไรก็ตาม วันที่จริงอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละจุด จึงควรตรวจสอบอีกครั้ง

วันเริ่มบาน
22 มีนาคม
วันบานเต็มที่
1 เมษายน
ช่วงชมซากุระสวยที่สุด
1 เมษายน–7 เมษายน
ทางเดินในสวนจากาทานิ ที่ให้ภาพราวกับกำลังเดินผ่านอุโมงค์ซากุระ
ทางเดินในสวนจากาทานิ ที่ให้ภาพราวกับกำลังเดินผ่านอุโมงค์ซากุระ
สวนคิคุจิ ที่ไม่ควรพลาดความงามของดอกนาโนฮานะและซากุระที่บานเคียงกัน
สวนคิคุจิ ที่ไม่ควรพลาดความงามของดอกนาโนฮานะและซากุระที่บานเคียงกัน
วิวฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานสะพรั่ง โดยมีทะเลและท้องฟ้าสีครามของยูโนะโกะเชอร์รี่ไลน์เป็นฉากหลัง
วิวฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานสะพรั่ง โดยมีทะเลและท้องฟ้าสีครามของยูโนะโกะเชอร์รี่ไลน์เป็นฉากหลัง

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มฤดูใบไม้ร่วงของคุมาโมโตะ

ถ้าเที่ยวคุมาโมโตะในฤดูใบไม้ร่วง ก็อยากให้เผื่อเวลาแวะชมจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีไว้ด้วย
“ต้นแปะก๊วยใหญ่ชิโมโจ” ที่มีอายุกว่า 1,000 ปีและถือเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัด มีความสูงประมาณ 25 เมตร และเส้นรอบลำต้นประมาณ 10 เมตร เป็นจุดยอดนิยมในแถบอาโสะ
ต้นไม้นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของประเทศ และเมื่อถึงฤดูกาล ใบสีทองที่เต็มกิ่งจะย้อมพื้นที่รอบข้างให้สว่างไสว
พรมสีทองที่เกิดจากใบไม้ร่วงก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าชม
ส่วน “โซโยเคียว” ในเมืองยามาโตะ ซึ่งมีฉายาว่าแกรนด์แคนยอนแห่งคิวชู ก็สามารถชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
ใบไม้เปลี่ยนสีแดงและเหลืองที่แต่งแต้มอยู่สองฝั่งของลำน้ำสีขาว เป็นภาพที่งดงามจนยากจะบรรยาย
“โกคะโนะโช” ที่แนะนำไปแล้วในพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัด ก็มีเสน่ห์จากความงามของหุบเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันสดใสเช่นกัน
ในคุมาโมโตะ หลายจุดจะเข้าสู่ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดโดยทั่วไปตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดอาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละพื้นที่ ดังนั้นควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า

ต้นแปะก๊วยใหญ่ชิโมโจอายุกว่า 1,000 ปีที่แต่งแต้มด้วยสีสันของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
ต้นแปะก๊วยใหญ่ชิโมโจอายุกว่า 1,000 ปีที่แต่งแต้มด้วยสีสันของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
โซโยเคียวที่มีทิวทัศน์กว้างใหญ่ตระการตา
โซโยเคียวที่มีทิวทัศน์กว้างใหญ่ตระการตา
โกคะโนะโชในฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น
โกคะโนะโชในฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวคุมาโมโตะ

Q

ฤดูไหนเหมาะสำหรับการเที่ยวคุมาโมโตะ?

A

ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤษภาคมที่ต้นไม้เขียวสดสวยงามในอาโสะ และช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวย ก็เป็นช่วงที่อากาศสบายและน่าจะเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม

Q

มีสถานที่ท่องเที่ยวในคุมาโมโตะที่เหมาะกับทริปพ่อแม่ลูกไหม?

A

แนะนำ “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วากุวากุซะ” ที่ให้สัมผัสเสน่ห์ของปราสาทคุมาโมโตะได้อย่างใกล้ชิด และ “สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์เมืองคุมาโมโตะ” ที่ทั้งครอบครัวสามารถเพลิดเพลินได้

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักทั้งเสน่ห์ของคุมาโมโตะทั้ง 6 พื้นที่ วิธีเดินทางหลัก และคอร์สตัวอย่างที่ใช้วางแผนทริปได้จริง
คุมาโมโตะมีครบทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ ออนเซ็น และอาหารอร่อย จึงเป็นเมืองที่น่าจะฝากความทรงจำดี ๆ ไว้ได้ไม่ยาก
อีกมุมที่อยากให้ได้ลองสัมผัสคือทิวทัศน์เมืองสีเขียวชอุ่ม ซึ่งนักเขียนชื่อดัง นัตสึเมะ โซเซกิ เคยเรียกว่า “นครแห่งพงไพร”
บทความนี้ที่คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักในคุมาโมโตะมาแนะนำอย่างพิถีพิถัน ก็น่าจะช่วยให้คุณวางแผนทริปได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่าลืมแวะดูต่อกันด้วยนะ