หนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น! คู่มือเที่ยวปราสาทคุมาโมโตะที่ครบทั้งความงามและระบบป้องกัน

หนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น! คู่มือเที่ยวปราสาทคุมาโมโตะที่ครบทั้งความงามและระบบป้องกัน

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ใจกลางเมืองคุมาโมโตะมีสถานที่หนึ่งที่ผู้คนมากมายต่างนึกถึงเสมอเมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์ของเมืองนี้
“ปราสาทคุมาโมโตะ” จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ของคุมาโมโตะและความภาคภูมิใจของชาวเมือง พร้อมประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี
ด้วยการออกแบบอันชาญฉลาดและทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งผ่านอุปสรรคมานับครั้งไม่ถ้วน ที่นี่จึงสร้างความประทับใจให้ผู้คนมากมาย
แม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะปี 2016 แต่ปัจจุบันก็ยังคงมีการบูรณะอย่างต่อเนื่อง
ในบทความนี้ เราจะพาไปชมจุดเด่นที่น่าสนใจของ “ปราสาทคุมาโมโตะ” พร้อมแนะนำประวัติความเป็นมาและสถานะการฟื้นฟูจนถึงปัจจุบัน
รอบ ๆ ปราสาทยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมให้แวะต่อได้ด้วย เพื่อให้แม้แต่ผู้ที่มาเยือนคุมาโมโตะเป็นครั้งแรกก็เที่ยวได้อย่างสนุก อย่าลืมอ่านจนจบนะ

ปราสาทคุมาโมโตะเป็นสถานที่แบบไหน?

ใจกลางเมืองคุมาโมโตะมีแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่ผู้คนรู้จักกันดีอยู่แห่งหนึ่ง นั่นคือ “ปราสาทคุมาโมโตะ” ในจังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น
จุดเด่นคือความสง่างามและโครงสร้างอันแข็งแกร่งที่สร้างโดยคาโต คิโยมาสะ (Kato Kiyomasa) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างปราสาท
ไม่ว่าจะเป็นกำแพงหินที่ซ้อนขึ้นเป็นชั้น ๆ หรือทางเดินที่คดเคี้ยวซับซ้อน ทุกองค์ประกอบล้วนออกแบบเพื่อรับมือสงคราม ทำให้มีระบบป้องกันแน่นหนาสมกับคำว่า “ตีได้ยาก”
ที่นี่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง โดยมีสิ่งปลูกสร้างรวม 13 แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ศัตรูอาจเข้าถึงได้ยาก แต่สำหรับผู้มาเยือน เสน่ห์อีกอย่างคือทิวทัศน์อันงดงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
ตั้งแต่หอคอยปราสาทอันเป็นสัญลักษณ์ ที่โดดเด่นด้วยความตัดกันอย่างงดงามระหว่างผนังเคลือบสีดำกับปูนฉาบสีขาว ไปจนถึงมุมถ่ายรูปสวย ๆ ทั่วทั้งบริเวณ
แม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะในปี 2016 แต่หอคอยปราสาทได้รับการบูรณะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2021 และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในการฟื้นฟู

ปราสาทชื่อดังที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดคุมาโมโตะ
ปราสาทชื่อดังที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดคุมาโมโตะ

ประวัติของปราสาทคุมาโมโตะ

“ปราสาทคุมาโมโตะ” ถูกสร้างขึ้นโดยคาโต คิโยมาสะ (Kato Kiyomasa) ขุนนางรับใช้ของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) บริเวณเนินเขาชาอุสึยามะ (Chausuyama)
เมื่อคาโต คิโยมาสะได้เป็นเจ้าเมืองฮิโกะ ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดคุมาโมโตะ ในปี 1588 เขาก็เริ่มโครงการก่อสร้างปราสาทที่มีการป้องกันยอดเยี่ยม โดยทุ่มทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยและแรงงานจำนวนมาก
หอคอยหลักสร้างเสร็จในปี 1601 ตัวปราสาทเสร็จในปี 1606 และในปี 1607 ก็เปลี่ยนชื่อจากคุมาโมโตะเดิมมาเป็นชื่อที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันว่า “ปราสาทคุมาโมโตะ”
หลังการเสียชีวิตของคิโยมาสะ ตระกูลคาโตถูกริบที่ดินโดยรัฐบาลโชกุนเอโดะ และในปี 1632 โฮโซคาวะ ทาดาโทชิ (Hosokawa Tadatoshi) ได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทน
หลังจากนั้นปราสาทก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้การปกครองของตระกูลโฮโซคาวะจนถึงปลายยุคบาคุมัตสึ และรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางของแคว้นคุมาโมโตะ
อย่างไรก็ตาม ในสงครามเซนันปี 1877 ปราสาทถูกกองทัพซัตสึมะที่นำโดยไซโก ทากาโมริ (Saigo Takamori) ปิดล้อม ทำให้สิ่งปลูกสร้างจำนวนมากรวมถึงหอคอยและพระราชวังฮมมารุถูกไฟไหม้เสียหาย
ในปี 1955 ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานพิเศษของชาติ และในปี 1960 หอคอยปราสาทก็ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ ทำให้สัญลักษณ์ของคุมาโมโตะกลับคืนมาอีกครั้ง

ปราสาทชื่อดังที่เป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์และการฟื้นฟู
ปราสาทชื่อดังที่เป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์และการฟื้นฟู

การเดินทางไปปราสาทคุมาโมโตะ

ถ้าวางแผนจะไป “ปราสาทคุมาโมโตะ” จุดเริ่มต้นหลักมักเป็น “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ซึ่งเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวคุมาโมโตะ หรือ “สถานีคุมาโมโตะ” ซึ่งเป็นฐานหลักสำหรับการเที่ยวในเมือง
ทั้งนี้ รถบัสประจำทาง รถราง และรถไฟเอกชนภายในจังหวัดคุมาโมโตะ ไม่สามารถใช้บัตร IC ขนส่งสาธารณะร่วมระดับประเทศ เช่น Suica หรือ PASMO ได้แล้ว
การชำระเงินจึงจำกัดเฉพาะเงินสดหรือบัตร IC ของคุมะมงเท่านั้น ควรเตรียมตัวไว้ก่อนออกเที่ยว

การเดินทางจากสนามบินอาโสะคุมาโมโตะ

หากออกเดินทางจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไปยัง “สถานีคุมาโมโตะ” สามารถไปตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้
โปรดระวังเรื่องขึ้นรถผิดสาย เพราะที่ชานชาลาหมายเลข 4 มีหลายเส้นทางให้บริการ

เส้นทาง
1. เดินจาก “สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสสนามบิน หมายเลข 4”
2. ขึ้นรถบัสลิมูซีนสนามบินของคิวชูซังโกบัสที่ “ป้ายรถบัสสนามบิน หมายเลข 4” แล้วลงที่ “คุมาโมโตะซากุระมาจิ บัสเทอร์มินัล”
3. เดินต่อประมาณ 10 นาทีจาก “คุมาโมโตะซากุระมาจิ บัสเทอร์มินัล” ก็จะถึง “ปราสาทคุมาโมโตะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง

การเดินทางจากสถานีคุมาโมโตะ

จากสถานีคุมาโมโตะ สามารถเดินทางไป “ปราสาทคุมาโมโตะ” ได้ 3 วิธี
ทุกวิธีมีค่าโดยสาร 180 เยนเท่ากัน หากอยากไปใกล้ที่สุดแนะนำรถบัสวนเที่ยว หากอยากได้บรรยากาศท่องเที่ยวแนะนำรถราง และถ้าอยากไปถึงเร็วก็เหมาะกับรถบัสประจำทาง

เส้นทางรถบัสวนเที่ยว

เส้นทาง
1. เดินจาก “ทางออกชิราคาวะ สถานีคุมาโมโตะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสหน้าสถานีคุมาโมโตะ หมายเลข 2”
2. ขึ้นรถบัสวนเที่ยวปราสาทคุมาโมโตะ “ชิโรเมงุริน” จาก “ป้ายรถบัสหน้าสถานีคุมาโมโตะ หมายเลข 2” แล้วลงที่ “ปราสาทคุมาโมโตะ・ลานจอดรถนิโนะมารุ” ก็ถึงจุดหมาย
ระยะเวลา
ประมาณ 30 นาที

เส้นทางรถราง

เส้นทาง
1. เดินจาก “ทางออกชิราคาวะ สถานีคุมาโมโตะ” ไปยังป้ายรถราง “คุมาโมโตะเอกิมาเอะ”
2. ขึ้นรถรางเมืองคุมาโมโตะ สาย A มุ่งหน้าเค็งกุนมาจิ จาก “คุมาโมโตะเอกิมาเอะ” แล้วลงที่ “ปราสาทคุมาโมโตะ・หน้าศาลาว่าการเมือง”
3. เดินต่อประมาณ 10 นาทีจาก “ปราสาทคุมาโมโตะ・หน้าศาลาว่าการเมือง” ก็จะถึง “ปราสาทคุมาโมโตะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 27 นาที

เส้นทางรถบัสประจำทาง

เส้นทาง
1. เดินจาก “ทางออกชิราคาวะ สถานีคุมาโมโตะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสหน้าสถานีคุมาโมโตะ หมายเลข 2”
2. ขึ้นรถคิวชูซังโกบัสสายมุ่งหน้ามิยาโอะได หรือสายอื่นที่เกี่ยวข้อง จาก “ป้ายรถบัสหน้าสถานีคุมาโมโตะ หมายเลข 2” แล้วลงที่ “ซากุระมาจิ บัสเทอร์มินัล”
3. เดินต่อประมาณ 10 นาทีจาก “ซากุระมาจิ บัสเทอร์มินัล” ก็จะถึง “ปราสาทคุมาโมโตะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 20 นาที

ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการของปราสาทคุมาโมโตะ

เรื่องค่าเข้าชม วันปิดทำการ และเวลาเปิดทำการของปราสาทคุมาโมโตะ สรุปไว้ในตารางด้านล่าง

เวลาเปิดทำการ
9:00–17:00
วันปิดทำการ
29 ธันวาคม
ค่าเข้าชม
นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป: 800 เยน
นักเรียนประถมและมัธยมต้น: 300 เยน
เด็กก่อนวัยเรียน: ฟรี

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของปราสาทคุมาโมโตะคือช่วงไหน?

ถ้าถามว่าช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวปราสาทคุมาโมโตะมากที่สุด หลายคนมักนึกถึงฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง
หากเป็นไปได้ แนะนำให้ลองจัดทริปให้ตรงกับช่วงใดช่วงหนึ่งของสองฤดูกาลนี้
ด้านล่างนี้เราจะพาไปดูเสน่ห์ของแต่ละช่วง เพื่อช่วยให้คุณเลือกได้ว่าชอบบรรยากาศแบบไหนมากกว่า

ปราสาทคุมาโมโตะในฤดูใบไม้ผลิที่แต่งแต้มด้วยซากุระแสนงาม

พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ “ปราสาทคุมาโมโตะ” ก็กลายเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระชื่อดังของคุมาโมโตะ โดยมีซากุระประมาณ 800 ต้นบานพร้อมกันอย่างงดงาม
พื้นที่ทั่วทั้งปราสาทจะถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนเป็นหลักจากพันธุ์โซเมโยชิโนะ ทำให้ความตัดกันระหว่างสีดำและสีขาวของหอคอยเด่นชัดและสวยยิ่งกว่าปกติ
ช่วงพีคของการชมมักอยู่ราวปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน และภาพของซากุระบานสะพรั่งเคียงคู่ “ปราสาทคุมาโมโตะ” ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูนั้นน่าชมมาก
ทิวทัศน์ที่เห็นได้เฉพาะในฤดูใบไม้ผลินี้ น่าจะกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจของการเดินทาง
บริเวณรอบ ๆ ยังมีจุดชมดอกไม้สวย ๆ หลายแห่ง บรรยากาศคึกคักของผู้คนและอากาศอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก
ยามค่ำคืนยังมีการประดับไฟซากุระ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความงามยามคืนที่ชวนฝันแตกต่างจากตอนกลางวัน

วิวกลางคืนสุดตระการตาที่ผสานปราสาทชื่อดังกับซากุระอย่างงดงาม
วิวกลางคืนสุดตระการตาที่ผสานปราสาทชื่อดังกับซากุระอย่างงดงาม

ปราสาทคุมาโมโตะในฤดูใบไม้ร่วง ที่ทำให้สัมผัสที่มาของฉายา “ปราสาทแปะก๊วย”

เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ปราสาทคุมาโมโตะจะถูกโอบล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีสดใส เกิดเป็นทิวทัศน์อันงดงามที่กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว
เนื่องจากมีการปลูกต้นแปะก๊วยจำนวนมากมาตั้งแต่สมัยสร้างปราสาทโดยคาโต คิโยมาสะ ปราสาทคุมาโมโตะจึงมีอีกชื่อว่า “ปราสาทแปะก๊วย”
ต้นไม้นานาชนิดภายในปราสาทมักเข้าสู่ช่วงสวยที่สุดราวกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี
เมเปิล แปะก๊วย และโมมิจิที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง ช่วยขับให้หอคอยปราสาทดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก
ใบไม้เปลี่ยนสีที่อยู่เคียงกำแพงหินและป้อมต่าง ๆ ชวนให้รู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในฉากประวัติศาสตร์
อีกทั้งใบไม้ที่ร่วงบนทางหินยังช่วยเติมบรรยากาศสงบงามของฤดูใบไม้ร่วง และสีสันของใบไม้ที่ไหวตามลมยามค่ำคืนก็สร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ

บรรยากาศสง่างามเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่ตราตรึงอยู่ในใจผู้มาเยือน
บรรยากาศสง่างามเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่ตราตรึงอยู่ในใจผู้มาเยือน

สถานะการบูรณะของปราสาทคุมาโมโตะ

หลังแผ่นดินไหวคุมาโมโตะระดับความรุนแรง 7 ในเดือนเมษายน ปี 2016 “ปราสาทคุมาโมโตะ” ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ตั้งแต่การพังถล่มของสิ่งปลูกสร้างทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญทั้ง 13 หลัง ไปจนถึงกระเบื้องชั้นบนสุดของหอคอยที่ร่วงหล่นเกือบทั้งหมด และกำแพงหินประมาณ 30% ของทั้งหมดพังถล่มลงมา
การบูรณะเริ่มต้นทันทีหลังปี 2016 และในปี 2021 การซ่อมแซมหอคอยก็เสร็จสมบูรณ์ พร้อมต้อนรับผู้คนมากมายในฐานะสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟู
อย่างไรก็ตาม งานซ่อมแซมขนาดใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป และคาดว่าการบูรณะทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2052 (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025)
ผู้มาเยือนยังสามารถชมสภาพความเสียหายและกระบวนการบูรณะบางส่วนได้ จึงอยากชวนให้คุณมาสัมผัสภาพของ “ปราสาทคุมาโมโตะ” ในช่วงเวลาที่เห็นได้เฉพาะตอนนี้ และเก็บภาพช่วงเวลาสำคัญของการฟื้นคืนสู่สายตาตัวเอง
สถานะการบูรณะในแต่ละจุดเป็นดังต่อไปนี้

หอคอยปราสาท
บูรณะเสร็จสมบูรณ์
ป้อมเค็มมตสึยางุระ
บูรณะเสร็จสมบูรณ์
กำแพงยาว
บูรณะเสร็จสมบูรณ์
คฤหาสน์เก่าโฮโซคาวะเคียวบุเท
อยู่ระหว่างบูรณะ
ป้อมอินุอิยางุระ
อยู่ระหว่างบูรณะ
ประตูนิชิโอเตะมง
อยู่ระหว่างบูรณะ
ประตูมินามิโอเตะมง
อยู่ระหว่างบูรณะ
ป้อมอุโตะยางุระ
อยู่ระหว่างบูรณะ
ป้อมฮิรายางุระ
อยู่ระหว่างบูรณะ
ห้องโถงใหญ่พระราชวังฮมมารุ
อยู่ระหว่างบูรณะ
ป้อมห้าชั้นอีดามารุ
อยู่ระหว่างบูรณะ
ป้อมบากุยางุระ
อยู่ระหว่างบูรณะ
ป้อมคิตะจูฮักเค็นยางุระ, ฮิกาชิจูฮักเค็นยางุระ, โกเค็นยางุระ
อยู่ระหว่างบูรณะ
ป้อมทาโกะยางุระ, ชิจิเค็นยางุระ, จูโยนเค็นยางุระ, ยงเค็นยางุระ, เก็นโนะชินยางุระ
อยู่ระหว่างบูรณะ

*สถานะการบูรณะ ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025

5 จุดไฮไลต์ของปราสาทคุมาโมโตะที่ห้ามพลาด

พื้นที่ของ “ปราสาทคุมาโมโตะ” กว้างใหญ่ไม่น้อย โดยมีพื้นที่รวมประมาณ 980,000 ตร.ม. และมีความยาวโดยรอบประมาณ 5.3 กม.
ภายในมีจุดน่าสนใจมากมาย เดินชมแบบทั่วไปก็ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง และหากอยากเก็บให้ครบแบบเต็มอิ่มก็น่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม
ดังนั้นเราจึงคัด 5 จุดเด่นของ “ปราสาทคุมาโมโตะ” ที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำให้รู้จัก
ทุกจุดล้วนทำให้สัมผัสได้ทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความงามด้านสถาปัตยกรรม จึงอยากแนะนำให้เก็บให้ครบอย่างน้อยตามนี้

1. หอคอยปราสาท

ถ้าพูดถึงจุดที่หลายคนนึกถึงก่อนใน “ปราสาทคุมาโมโตะ” ก็คงหนีไม่พ้นหอคอยปราสาท สัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างแข็งแกร่งและดีไซน์งดงามจากฝีมือคาโต คิโยมาสะ
ภายนอกเป็นหอคอยแบบสามชั้น ประกอบด้วยหอใหญ่ที่ภายในมี 6 ชั้นและชั้นใต้ดิน 1 ชั้น กับหอเล็กสูง 5 ชั้นในรูปแบบหอคอยรวม ความตัดกันของผนังไม้เคลือบสีดำกับผนังปูนสีขาวดูสวยสง่าและทรงพลังจนสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ จัดแสดงเอกสารเกี่ยวกับปราสาทคุมาโมโตะและคาโต คิโยมาสะ รวมถึงอาวุธยุคเซ็งโงกุ ระหว่างปี 1467–1573 และแบบจำลองปราสาท
ภายในยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก เช่น โครงสร้างต้านแผ่นดินไหวที่จงใจเปิดให้มองเห็นหลังการบูรณะเสร็จสิ้น
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือวิวพาโนรามาของตัวเมืองคุมาโมโตะจากจุดชมวิวชั้นบนสุด
คุณจะได้สัมผัสการผสานกันของทิวทัศน์ประวัติศาสตร์กับเมืองสมัยใหม่ และหากอากาศดีอาจมองเห็นไปไกลถึงเทือกเขาอาโสะ

หอคอยอันสง่างามที่ได้รับการบูรณะ พร้อมกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์
หอคอยอันสง่างามที่ได้รับการบูรณะ พร้อมกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์

2. พระราชวังฮมมารุ

“พระราชวังฮมมารุ” ถูกสร้างขึ้นในช่วงก่อสร้างปราสาทคุมาโมโตะเพื่อใช้เป็นที่พำนักของเจ้าแคว้นและสถานที่ว่าราชการ แต่ถูกไฟไหม้เสียหายในสงครามเซนันปี 1877
ในปี 2008 ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างซื่อสัตย์ตามรูปแบบเดิม ด้วยเทคนิคดั้งเดิมและฝีมือช่าง จนกลับมามีภาพลักษณ์ดังในอดีตอีกครั้ง
จุดเด่นที่ควรจับตาคือความหรูหราอลังการและความงามในรายละเอียด
ภายในมีห้องโถงใหญ่ปูเสื่อทาทามิ พร้อมการตกแต่งที่สะท้อนศักดิ์ศรีของชนชั้นซามูไร ทำให้สัมผัสบรรยากาศในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะห้อง “โชคุนโนะมะ” ซึ่งใช้สำหรับต้อนรับแขกสำคัญของเจ้าแคว้น โดดเด่นด้วยภาพวาดบนบานเลื่อนปิดทองและภาพบนเพดานที่ประณีตงดงามเป็นพิเศษ
อีกหนึ่งจุดน่าสนใจคือ “ทางเดินคุรางาริ” ทางลับด้านหลังที่ออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวสูง
เมื่อได้เห็นรายละเอียดเหล่านี้ ก็จะยิ่งรู้สึกถึงแนวคิดของคาโต คิโยมาสะ ที่ให้ความสำคัญทั้งการป้องกันและการใช้งานของปราสาท

*ไม่สามารถเข้าชมภายในได้ (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025)

ห้องโชคุนโนะมะที่สะท้อนทั้งความหรูหราและเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์
ห้องโชคุนโนะมะที่สะท้อนทั้งความหรูหราและเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์

3. ป้อมอุโตะยางุระ

“ป้อมอุโตะยางุระ” เป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญไม่กี่แห่งของปราสาทคุมาโมโตะที่ยังคงหลงเหลืออยู่
เป็นอาคารล้ำค่าที่คงอยู่มาตั้งแต่การสร้างครั้งแรกในปี 1607
ป้อมนี้มีโครงสร้าง 3 ชั้น 5 ระดับ ขนาดและรูปแบบใกล้เคียงกับหอคอยปราสาท โครงสร้างที่แข็งแรงและภาพลักษณ์อันสง่างามทำให้ได้รับฉายาว่า “หอคอยที่สาม”
จุดน่าสนใจคือความงามทางสถาปัตยกรรมที่ยังคงถ่ายทอดรูปลักษณ์แทบจะดั้งเดิมตั้งแต่ยุคก่อสร้างปราสาท
ภายนอกดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ส่วนภายในเผยให้เห็นโครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ เช่น คานและเสา ที่แสดงถึงความหนักแน่นและการยืนหยัดผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนานของปราสาทคุมาโมโตะ
น่าเสียดายที่ป้อมแห่งนี้ได้รับความเสียหายรุนแรงจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ จึงเริ่มถูกรื้อถอนทั้งหมดตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2024
ปัจจุบันเหลือเพียงโครงสร้างหลัก แต่ยังสามารถชมร่องรอยการซ่อมแซมในอดีตและความเสียหายจากแผ่นดินไหวจากภายนอกได้
การรื้อถอนมีกำหนดถึงปลายปี 2025 และคาดว่าจะบูรณะเสร็จในปี 2032

*ช่วงเปิดให้ชม: ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน เริ่มตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ 2025 เวลา 9:00–17:00 ทั้งนี้อาจงดจัดตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง

ป้อมที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างหนักแน่นและทิวทัศน์อันงดงาม
ป้อมที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างหนักแน่นและทิวทัศน์อันงดงาม

4. กลุ่มกำแพงหิน

กลุ่มกำแพงหินของปราสาทคุมาโมโตะเป็นหนึ่งในจุดที่สะท้อนภาพของ “ปราสาทแข็งแกร่งที่ตีได้ยาก” ซึ่งคาโต คิโยมาสะสร้างขึ้นได้อย่างชัดเจน และยังมีชื่อเสียงในญี่ปุ่นทั้งด้านขนาดกับเทคนิคการก่อสร้าง
กำแพงหินที่รองรับหอคอยปราสาทถูกสร้างให้มีความลาดชันสูง ดูเหมือนปีนได้ง่ายแต่ในความเป็นจริงกลับยากมาก
การออกแบบอันประณีตที่ผสานทั้งความยากต่อการโจมตีและความงามไว้ด้วยกัน สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทั้งในความอลังการและความละเอียดอ่อน
ด้วยพลังในการป้องกันศัตรูนี้ จึงมีอีกชื่อว่า “มุชะกาเอชิ”
หินที่ใช้ยังมีสีสันและพื้นผิวเฉพาะตัว ช่วยสร้างความเป็นเอกภาพให้กับภาพรวม และเมื่อมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งน่าสนใจ
แม้ตอนนี้จะยังอยู่ระหว่างการบูรณะ แต่กำแพงหินรอบ “ป้อมอินุอิยางุระ” และ “ป้อมห้าชั้นอีดามารุ” เป็นต้น ก็มีเอกลักษณ์ต่างกัน ลองสังเกตเปรียบเทียบกันดูได้

กำแพงหินอันแข็งแกร่งซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปราสาท
กำแพงหินอันแข็งแกร่งซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปราสาท

5. กำแพงยาว

“กำแพงยาว” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ เป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อการป้องกันที่มีความยาวประมาณ 242 เมตร
เป็นที่รู้จักว่าเป็นหนึ่งในกำแพงที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และมีการออกแบบหลายจุดเพื่อป้องกันการบุกรุกของศัตรู
ทั้งความยิ่งใหญ่ของสเกล ความงามของสถาปัตยกรรมไม้ที่ได้สัดส่วน และความกลมกลืนกับทิวทัศน์โดยรอบ ล้วนทำให้ที่นี่เป็นจุดที่น่าเดินชมอย่างช้า ๆ เพื่อสัมผัสความยาวอันน่าทึ่งของมัน
บริเวณนี้ยังมีม้านั่งหลายจุด จะหยุดพักรับลมสบาย ๆ ระหว่างทางก็ได้เช่นกัน
จากนั้นถ้าอยากมองภาพรวมของ “กำแพงยาว” ให้ชัดขึ้น วิวจากลานนิโนะมารุก็เป็นอีกมุมที่แนะนำ
ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ภายในปราสาทจะถูกแต่งแต้มด้วยซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี เกิดเป็นภาพธรรมชาติที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์

กำแพงยาวที่ช่วยขับเน้นความสง่างามของปราสาทคุมาโมโตะ
กำแพงยาวที่ช่วยขับเน้นความสง่างามของปราสาทคุมาโมโตะ

จุดน่าสนใจของทางเดินชมพิเศษที่สามารถสังเกตกระบวนการบูรณะได้

ถ้าอยากเห็นกระบวนการบูรณะอย่างใกล้ชิด ทางเดินชมพิเศษถือเป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นเส้นทางชมความยาว 350 เมตรที่เปิดโอกาสให้เห็นการฟื้นฟูปราสาทซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะปี 2016
เส้นทางนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งกำแพงหินที่พังถล่มและงานซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างต่อหน้าต่อตา พร้อมสัมผัสความคืบหน้าของโครงการฟื้นฟูแบบเรียลไทม์
ภาพของกำแพงหินที่มีการตรวจสอบหินทีละก้อนอย่างละเอียดแล้วนำกลับไปยังตำแหน่งเดิม ทำให้เห็นการผสานกันของเทคนิคการสร้างปราสาทในอดีตกับเทคโนโลยีการบูรณะสมัยใหม่
อีกทั้งยังมีจุดที่สามารถเงยหน้ามองหอคอยปราสาทได้อย่างใกล้ชิด ให้เห็นทั้งความสง่างามและความงามของรูปลักษณ์ที่ได้รับการฟื้นฟู ซึ่งเป็นช่วงเวลาล้ำค่าที่สัมผัสได้ในตอนนี้เท่านั้น
ระหว่างเดินชม คุณจะได้สัมผัสถึงความพยายามและความทุ่มเทของผู้คนจำนวนมากที่ช่วยกันประคับประคองปราสาทคุมาโมโตะในช่วงฟื้นฟู และรับรู้การก้าวเดินที่เชื่อมอดีตกับอนาคตได้ด้วยตัวเอง

เส้นทางชมที่ให้เห็นปราสาทระหว่างการบูรณะอย่างใกล้ชิด
เส้นทางชมที่ให้เห็นปราสาทระหว่างการบูรณะอย่างใกล้ชิด

3 สถานที่ท่องเที่ยวรอบปราสาทคุมาโมโตะ

ถ้ามีเวลาเที่ยวต่อ รอบปราสาทคุมาโมโตะก็ยังมีสถานที่น่าแวะอีกหลายแห่ง และด้านล่างนี้คือ 3 จุดที่อยากแนะนำ
ทุกแห่งเป็นสถานที่ยอดนิยมที่คุณจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิมของคุมาโมโตะ พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและการช้อปปิ้ง
หากแวะเที่ยวต่อหลังชม “ปราสาทคุมาโมโตะ” ก็จะทำให้ทริปสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ลองวางแผนไปด้วยกันได้เลย

1. พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมดั้งเดิมจังหวัดคุมาโมโตะ

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของปราสาทคุมาโมโตะ และเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับงานหัตถกรรมดั้งเดิมของจังหวัดคุมาโมโตะ เปิดทำการในปี 1982 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมโยงชีวิตประจำวันเข้ากับงานหัตถกรรมดั้งเดิม ผ่านการจัดแสดง การจำหน่าย และกิจกรรมเวิร์กช็อปต่าง ๆ
ห้องจัดแสดงถาวรบนชั้น 2 รวบรวมงานหัตถกรรมดั้งเดิมหลากหลายประเภทจากพื้นที่ต่าง ๆ ของคุมาโมโตะ ภายในจังหวัดมีงานหัตถกรรมดั้งเดิมราว 90 ประเภท รวมถึงงานที่ได้รับการรับรองระดับชาติ เช่น ฮิโกะโซกัน โชไดยากิ เครื่องปั้นดินเผาอามาคุสะ และโคมไฟยามากะ

เรียนรู้และเลือกซื้องานหัตถกรรมดั้งเดิมของคุมาโมโตะได้ในที่เดียว
เรียนรู้และเลือกซื้องานหัตถกรรมดั้งเดิมของคุมาโมโตะได้ในที่เดียว

2. ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น

เชิงปราสาทคุมาโมโตะมีศูนย์ท่องเที่ยวและแลกเปลี่ยนกลางแจ้งแห่งนี้ ซึ่งจำลองบรรยากาศเมืองใต้ปราสาทในสมัยเอโดะขึ้นมาใหม่
ภายในมีทั้งร้านอาหารที่ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นคุมาโมโตะ ร้านค้าที่พบกับสินค้าพิเศษของจังหวัด และพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์คุมาโมโตะแบบสนุก ๆ
บริเวณ “ซากุระโนะโคจิ” ซึ่งเรียงรายด้วยร้านอาหารและร้านค้ากว่า 20 ร้าน คุณจะได้อิ่มอร่อยกับของขึ้นชื่อของคุมาโมโตะ เช่น เนื้อม้าดิบ วัวแดงอาโสะ และอาหารทะเลจากอามาคุสะ

ถนนจำลองเมืองใต้ปราสาท ที่พร้อมทั้งอาหารคุมาโมโตะและการช้อปปิ้ง
ถนนจำลองเมืองใต้ปราสาท ที่พร้อมทั้งอาหารคุมาโมโตะและการช้อปปิ้ง

3. สวนซุยเซ็นจิ โจจูเอ็น

สวนภูมิทัศน์แบบเดินชมรอบที่ใช้ประโยชน์จากน้ำพุธรรมชาติ มีที่มาจากการที่โฮโซคาวะ ทาดาโทชิ เจ้าแคว้นรุ่นแรกของตระกูลโฮโซคาวะ สร้างโรงน้ำชาขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ซึ่งมีน้ำใต้ดินจากอาโสะผุดขึ้นมา
ต่อมาในสมัยของโฮโซคาวะ สึนะโทชิ เจ้าแคว้นรุ่นที่ 3 ได้มีการปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ และสวนแห่งนี้ก็ได้รับชื่อว่า “โจจูเอ็น” จากบทกวีของเถาหยวนหมิง
ภายในสวนมีทั้งศาลเจ้าอิซุมิที่อุทิศให้ตระกูลโฮโซคาวะ โรงละครโน และอาคารโคคินเด็นจุโนะมะที่ย้ายมาจากพระราชวังหลวงเกียวโต รวมถึงต้นไม้ประดับ สระน้ำ หินลอยน้ำ และเนินดินที่จำลองเป็นภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งยังคงถ่ายทอดบรรยากาศแบบสมัยเอโดะมาจนถึงปัจจุบัน

สวนอันเปี่ยมเสน่ห์ของตระกูลฮิโกะโฮโซคาวะ
สวนอันเปี่ยมเสน่ห์ของตระกูลฮิโกะโฮโซคาวะ

3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบปราสาทคุมาโมโตะ

หลังเดินชมปราสาทคุมาโมโตะแล้ว บริเวณรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารที่ให้คุณได้ลิ้มลองอาหารคุมาโมโตะท่ามกลางบรรยากาศชวนให้นึกถึงเมืองใต้ปราสาท
ต่อไปนี้คือร้านยอดนิยมที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ

1. ซุงะโนะยะ สาขากินซะโดริ ร้านอาหารเนื้อม้าคุมาโมโตะต้นตำรับ

ร้านอาหารเฉพาะทางด้านเนื้อม้า ที่ใช้เนื้อม้าจากฟาร์มของตนเองขนาดกว้างใหญ่ประมาณ 900,000 สึโบะ ท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของคุมาโมโตะและอาโสะ โดยเลี้ยงดูอย่างพิถีพิถันเป็นเวลานาน ม้าที่เลี้ยงด้วยหญ้าอาหารสัตว์คุณภาพดี น้ำสะอาด และปุ๋ยทำเองที่ใส่ใจเป็นพิเศษ ให้เนื้อสัมผัสนุ่มและรสชาติเข้มข้น
ด้วยแนวคิดแห่งความขอบคุณที่ต้องการ “ใช้ทุกส่วนอย่างคุ้มค่า” จากม้าล้ำค่าที่ออกลูกได้เพียงปีละ 1 ตัว ทางร้านจึงนำเสนอเกือบทุกส่วนของม้า รวมถึงชิ้นส่วนหายากด้วย

ลิ้มลองสุดยอดเมนูเนื้อม้าต้นตำรับในถิ่นคุมาโมโตะ
ลิ้มลองสุดยอดเมนูเนื้อม้าต้นตำรับในถิ่นคุมาโมโตะ

2. โคมุระซากิ สาขาคามิโทริชูโอ

“โคมุระซากิ” ในจังหวัดคุมาโมโตะ เป็นร้านราเม็งเก่าแก่ที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงราเม็งคุมาโมโตะ
นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1954 ร้านดังแห่งนี้ได้มัดใจทั้งคนท้องถิ่นและแฟนราเม็งจากทั่วประเทศ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นต้นตำรับของราเม็งคุมาโมโตะ
เมนูมีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง “โอซามะราเม็ง” เมนูมาตรฐาน “โทคุเซชาชูเม็ง” ที่อิ่มจุใจ รวมถึงเมนูแปลกใหม่อย่าง “พิซซ่าราเม็ง” และ “นัตโตะราเม็ง”
ยังสามารถเพิ่มท็อปปิ้งเพื่อปรับรสชาติในแบบที่ชอบได้อีกด้วย

สัมผัสร้านต้นตำรับราเม็งคุมาโมโตะ แล้วหลงรักซุปเข้มข้นเนื้อเนียน
สัมผัสร้านต้นตำรับราเม็งคุมาโมโตะ แล้วหลงรักซุปเข้มข้นเนื้อเนียน

3. โครันเท สาขาหลักชิโมโทริ

“โครันเท สาขาหลักชิโมโทริ” ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งชิโมโทริซึ่งเป็นย่านสำคัญใจกลางเมืองคุมาโมโตะ เป็นร้านอาหารจีนเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1934
ร้านยอดนิยมแห่งนี้เป็นที่รักทั้งของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว และเมนูขึ้นชื่อของคุมาโมโตะอย่าง “ไทเปี้ยน” ก็ถือเป็นจานที่ไม่ควรพลาด
ซุปสีขาวขุ่นที่ทำจากโครงไก่และกระดูกหมู เสิร์ฟพร้อมวุ้นเส้นจากถั่วเขียว 100% และเครื่องทะเลกับผักหลากชนิดแบบจัดเต็ม

เมนูคุมาโมโตะที่ต้องลอง “ไทเปี้ยน” ในร้านอาหารจีนเก่าแก่
เมนูคุมาโมโตะที่ต้องลอง “ไทเปี้ยน” ในร้านอาหารจีนเก่าแก่

รีวิวของปราสาทคุมาโมโตะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปราสาทคุมาโมโตะ

Q

การซ่อมแซมปราสาทคุมาโมโตะเสร็จแล้วหรือยัง?

A

ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 การบูรณะคืบหน้าไปประมาณ 20% ขณะนี้ล่าช้ากว่ากำหนดเดิม และคาดว่าจะบูรณะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2052

Q

ใครเป็นผู้สร้างปราสาทคุมาโมโตะ และสร้างเมื่อไร?

A

คาโต คิโยมาสะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างปราสาท ได้ใช้เวลาประมาณ 15 ปีสร้างขึ้นบริเวณเนินเขาชาอุสึยามะ และสร้างเสร็จในปี 1607

Q

เสน่ห์ของปราสาทคุมาโมโตะคืออะไร?

A

เสน่ห์อยู่ที่การผสานกันอย่างลงตัวระหว่างคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในฐานะหนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น กับความงามของโครงสร้างอันแข็งแกร่ง อีกทั้งทิวทัศน์ในแต่ละฤดูกาลยังช่วยเติมสีสันให้ภายในปราสาทอีกด้วย

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้พาคุณไปรู้จักเสน่ห์และจุดเด่นของ “ปราสาทคุมาโมโตะ” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น รวมถึงสถานะการบูรณะของสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ
แม้เวลาจะผ่านมาประมาณ 8 ปีหลังเหตุแผ่นดินไหว แต่ในหลายจุดก็ยังคงเห็นซากกำแพงที่พังทลายและกำแพงหินที่ถล่มลงมา ซึ่งชวนให้รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ปราสาทคุมาโมโตะกำลังก้าวข้ามความเสียหาย พร้อมปกป้องประวัติศาสตร์และสร้างอนาคตใหม่ จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของผู้คนจำนวนมาก
หากมีโอกาส อยากชวนให้ไปเยือนด้วยตัวเอง และเก็บภาพช่วงเวลาอันล้ำค่าที่เห็นได้ในตอนนี้ไว้ให้เต็มตา
ถ้าอยากวางแผนเที่ยวคุมาโมโตะต่อให้ครบขึ้น ลองเปิดอ่านบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารดังของท้องถิ่นเพิ่มเติมได้เลย