เสน่ห์ของความงามแห่งหมู่เกาะและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์! 13 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอามาคุสะ

เสน่ห์ของความงามแห่งหมู่เกาะและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์! 13 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอามาคุสะ

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกไปเจอทะเลสีเขียวมรกตกับวิวหมู่เกาะสวยๆ แบบเต็มตา “อามาคุสะ” คือจุดหมายที่ชวนให้แวะมาไม่น้อย
พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดคุมาโมโตะแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์งดงาม
เมื่อเดินทางไปเรื่อยๆ ก็จะได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมคริสต์ กิจกรรมทางทะเล และอาหารอร่อย ทำให้เที่ยวได้หลากหลายสไตล์
บทความนี้จะพาไปแนะนำเสน่ห์ของอามาคุสะ พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารที่น่าสนใจ
เรารวบรวมข้อมูลให้เข้าใจง่าย แม้เป็นการมาเยือนครั้งแรกก็เที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางในการวางแผนทริปได้เลย

อามาคุสะเป็นสถานที่แบบไหน?

เมื่อมองจากแผนที่ อามาคุสะอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดคุมาโมโตะ และเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะมากกว่า 120 เกาะทั้งขนาดใหญ่และเล็ก
ที่นี่มีภูมิประเทศแบบคูเอสตา ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของประเทศ และธรณีวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์นี้ได้สร้างทิวทัศน์เฉพาะตัวขึ้นมา
อามาคุสะเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่คิวชูด้วยสะพาน 5 แห่งที่เรียกรวมกันว่า “สะพานอามาคุสะทั้งห้า” หรือ “เพิร์ลไลน์” จึงเดินทางมาได้ทั้งทางอากาศและทางบก
แม้จะได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น แต่มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปี 16–18℃ จึงมีอากาศอบอุ่นและเที่ยวได้สบายในทุกฤดูกาล
เสน่ห์ของที่นี่คือความสมดุลระหว่างธรรมชาติ กิจกรรม และประวัติศาสตร์
ทะเลใสรอบอ่าวเว้าแบบเรียสและแนวปะการัง เหมาะสำหรับกิจกรรมทางทะเลอย่างดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก และล่องเรือชมโลมาป่า
การขับรถชมวิวชายฝั่งสวย พระอาทิตย์ตก และโขดหินรูปร่างแปลกตาก็เป็นอีกกิจกรรมยอดนิยม
ด้านอาหารก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมนูท้องถิ่นอย่างอามาคุสะจัมปงและข้าวปลาหมึกที่อยากแนะนำให้ลอง
นอกจากนี้ยังคงหลงเหลือร่องรอยของวัฒนธรรมนัมบังและประวัติศาสตร์คริสต์ลับอย่างชัดเจน การเที่ยวชมมรดกทางวัฒนธรรมจึงช่วยให้ได้สัมผัสประวัติศาสตร์ศาสนาอย่างลึกซึ้ง

อามาคุสะประกอบด้วยเกาะหลากหลายขนาด
อามาคุสะประกอบด้วยเกาะหลากหลายขนาด

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของอามาคุสะคือช่วงไหน?

อามาคุสะมีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล จึงไม่มีช่วงที่ดีที่สุดแบบตายตัว แนะนำให้เลือกมาเที่ยวตามจุดประสงค์และสไตล์ที่ชอบ
ตัวอย่างเช่น ฤดูใบไม้ผลิมีทั้งซากุระและต้นไม้เขียวขจี เหมาะกับการขับรถเล่น เที่ยวรอบเกาะ และเดินเล่นแบบสบายๆ
หากเน้นกิจกรรมทางทะเลเป็นหลัก ช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมจะได้รับความนิยมมากที่สุด
ชายหาดหลายแห่งเปิดให้เล่นน้ำ และสามารถเพลิดเพลินกับดำน้ำตื้นหรือพายเรือคายักในทะเลใสได้อย่างเต็มที่
หากยังตัดสินใจไม่ถูก เลือกเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนก็ถือว่าเหมาะมาก

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของอามาคุสะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาหรือเสื้อแขนสั้นกำลังสบาย
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อโค้ตก็เหมาะ
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต

เดินทางไปอามาคุสะอย่างไร?

หากจะเริ่มต้นเที่ยวอามาคุสะ หลายคนมักใช้ “เขตฮอนโดะ” เป็นจุดตั้งต้น โดยบริเวณนี้เป็นจุดคมนาคมสำคัญที่เชื่อมเกาะคามิชิมะและชิโมชิมะ และมีศูนย์รถบัสฮอนโดะเป็นศูนย์กลาง
ด้านล่างนี้สรุปเส้นทางการเดินทางยอดนิยมที่เริ่มต้นจากจังหวัดคุมาโมโตะหรือจังหวัดฟุกุโอกะไว้ในตาราง
หากเดินทางด้วยรถเช่า จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงโดยไม่รวมเวลาพัก

การเดินทางจากจังหวัดคุมาโมโตะไปศูนย์รถบัสฮอนโดะ

วิธีเดินทาง เส้นทาง ระยะเวลา หมายเหตุ
เครื่องบิน + รถบัส 1. ขึ้นเที่ยวบินอามาคุสะแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 202 จากสนามบินอาโซะคุมาโมโตะ ไปยังสนามบินอามาคุสะ
2. ขึ้นรถบัสรับส่งสนามบินอามาคุสะจากป้ายรถบัสสนามบินอามาคุสะ และลงที่ศูนย์รถบัสฮอนโดะ
ประมาณ 55 นาที ・เที่ยวบินมีเพียงวันละ 1 เที่ยว ออกเวลา 14:15
・ควรระวังเพราะช่วงเวลาจากเครื่องลงจนถึงรถบัสออกค่อนข้างสั้น
รถบัส ขึ้นรถบัสด่วนคิวชูซังโก สายไปซังโกโชโกะมาเอะ จากป้ายรถบัสหน้าสถานีคุมาโมโตะ ชานชาลาหมายเลข 5 และลงที่ศูนย์รถบัสฮอนโดะ ประมาณ 2 ชั่วโมง 35 นาที ให้บริการวันละ 10 เที่ยว ตั้งแต่ช่วง 06:00–19:00

การเดินทางจากจังหวัดฟุกุโอกะไปศูนย์รถบัสฮอนโดะ

วิธีเดินทาง เส้นทาง ระยะเวลา หมายเหตุ
เครื่องบิน + รถบัส 1. ขึ้นเที่ยวบินอามาคุสะแอร์ไลน์จากสนามบินฟุกุโอกะ ไปยังสนามบินอามาคุสะ
2. ขึ้นรถบัสรับส่งสนามบินอามาคุสะจากป้ายรถบัสสนามบินอามาคุสะ และลงที่ศูนย์รถบัสฮอนโดะ
ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที ・มีวันละ 3 เที่ยว ออกเวลา 08:50, 16:55 และ 19:10
・ควรระวังเพราะช่วงเวลาจากเครื่องลงจนถึงรถบัสออกค่อนข้างสั้น
ชินคันเซ็น + รถบัส 1. ขึ้นรถไฟชินคันเซ็น JR จากสถานีฮากาตะ ไปลงที่สถานีคุมาโมโตะ แล้วเดินไปยังป้ายรถบัสหน้าสถานี
2. ขึ้นรถบัสด่วนคิวชูซังโก สายไปซังโกโชโกะมาเอะ จากป้ายรถบัสหน้าสถานีคุมาโมโตะ ชานชาลาหมายเลข 5 และลงที่ศูนย์รถบัสฮอนโดะ
ประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที -

พาหนะหลักสำหรับเที่ยวอามาคุสะ

พาหนะหลักสำหรับท่องเที่ยวอามาคุสะคือรถเช่า
สถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง จึงสะดวกที่สุดหากต้องการเดินทางได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพ
ข้อดีอีกอย่างคือสามารถไปยังจุดลับตาและจุดชมวิวที่เข้าถึงยากด้วยขนส่งสาธารณะได้ พร้อมทั้งบรรทุกสัมภาระชิ้นใหญ่ได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีเส้นทางขับรถชมวิวสวยๆ มากมาย แค่ขับรถไปเรื่อยๆ ก็เพลิดเพลินได้แล้ว
หากไม่มีใบขับขี่หรือไม่มั่นใจในการขับรถ แนะนำทัวร์รถบัสแบบจองล่วงหน้า “รถบัสท่องเที่ยวรอบอามาคุสะ” ที่พาเที่ยวจุดเด่นคัดสรรมาอย่างคุ้มค่า โดยรายละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละปี

13 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สัมผัสเสน่ห์ของอามาคุสะได้อย่างเต็มที่

ถ้าอยากเริ่มเที่ยวให้เห็นเสน่ห์ของอามาคุสะชัดๆ ลองดูสถานที่ยอดนิยมต่อไปนี้ได้เลย
ทุกแห่งล้วนผสมผสานความงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมของภูมิภาคอามาคุสะไว้ได้อย่างลงตัว ทำให้สัมผัสเสน่ห์ของพื้นที่นี้ได้อย่างเต็มที่
โดยเฉพาะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับมรดกโลกทางวัฒนธรรม “แหล่งมรดกที่เกี่ยวข้องกับคริสต์ลับในภูมิภาคนางาซากิและอามาคุสะ” จะทำให้รู้สึกถึงน้ำหนักของประวัติศาสตร์และมิติทางจิตวิญญาณ
ยังมีจุดท่องเที่ยวอีกมากที่ให้ชมทิวทัศน์แตกต่างจากที่อื่น จึงอยากชวนให้ลองแวะหลายๆ แห่งตามความสนใจ

1. โบสถ์ซากิสึ

ปัจจุบันที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบ แต่ในอดีตชุมชนซากิสึ (Sakitsu) เคยเป็นหมู่บ้านของชาวคริสต์ลับที่ต้องฝ่าฟันยุคสมัยอันปั่นป่วนมาได้ โบสถ์ซากิสึตั้งตระหง่านอยู่กลางชุมชน โดยมีหอคอยสไตล์กอทิกโดดเด่น
อาคารแห่งนี้สร้างโดยเท็ตสึกาวะ โยสุเกะ ช่างไม้เอกแห่งนางาซากิ และด้วยทำเลที่หันหน้าออกสู่ท่าเรือ จึงได้รับฉายาว่า “มหาวิหารแห่งท้องทะเล”
ภายในโบสถ์มีหน้าต่างกระจกสีสวยงาม และพื้นปูเสื่อทาทามิแทนการใช้เก้าอี้นั่ง ซึ่งถือว่าไม่ค่อยพบเห็น การเข้าชมภายในต้องจองล่วงหน้า และจะไม่เปิดให้เข้าชมในช่วงที่มีพิธีทางศาสนา

โบสถ์ริมทะเลที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงผู้เปี่ยมศรัทธา
โบสถ์ริมทะเลที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงผู้เปี่ยมศรัทธา

2. พิพิธภัณฑ์คริสต์อามาคุสะ

พิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอประวัติศาสตร์คริสต์ในดินแดนแห่งนี้ โดยเน้นเรื่องกบฏชิมาบาระเป็นหลัก และได้เปิดปรับปรุงใหม่ในปี 2010 ในชื่อพิพิธภัณฑ์คริสต์อามาคุสะเทศบาลเมืองอามาคุสะ
นิทรรศการแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ “ประวัติศาสตร์คริสต์ในอามาคุสะ” “การเข้ามาของวัฒนธรรมนัมบังและอามาคุสะ” “กบฏชิมาบาระและอามาคุสะ” และ “การฟื้นฟูอามาคุสะหลังการกบฏและความศรัทธาคริสต์” โดยจัดแสดงเอกสารและวัตถุทรงคุณค่าประมาณ 200 ชิ้น เช่น แผ่นภาพเหยียบที่ใช้ในการปราบปรามชาวคริสต์ และรูปพระแม่มารีคันนงที่ชาวคริสต์ลับปกป้องรักษาไว้

เรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาวคริสต์ในอามาคุสะ
เรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาวคริสต์ในอามาคุสะ

3. สะพานอามาคุสะทั้งห้า (เพิร์ลไลน์)

“สะพานอามาคุสะทั้งห้า” เปิดใช้ในปี 1966 มีความยาวรวม 12 กิโลเมตร
ประกอบด้วยสะพาน 5 แห่ง ได้แก่ สะพานเท็นมงที่เชื่อมมิสุมิกับเกาะโอยาโนะ สะพานโอยาโนะที่เชื่อมเกาะโอยาโนะกับเกาะนางาอุระ สะพานนากะโนะที่เชื่อมเกาะนางาอุระกับเกาะโออิเกะ สะพานมาเอะชิมะที่เชื่อมเกาะโออิเกะกับเกาะมาเอะชิมะ และสะพานมัตสึชิมะที่เชื่อมเกาะมาเอะชิมะกับเกาะคามิชิมะ ทำให้สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ระหว่างแผ่นดินใหญ่คิวชูกับหมู่เกาะอามาคุสะได้
หมู่เกาะอามาคุสะที่มีสะพานเหล่านี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอุนเซ็น-อามาคุสะ จึงเป็นเส้นทางขับรถยอดนิยมสำหรับผู้ที่อยากชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ไปพร้อมกับการเดินทาง

เส้นทางขับรถยอดนิยมที่เชื่อมแผ่นดินใหญ่กับหมู่เกาะอามาคุสะด้วยสะพาน 5 แห่ง
เส้นทางขับรถยอดนิยมที่เชื่อมแผ่นดินใหญ่กับหมู่เกาะอามาคุสะด้วยสะพาน 5 แห่ง

4. โบสถ์โอเอะ

“โบสถ์โอเอะ” เป็นโบสถ์คาทอลิกสไตล์โรมาเนสก์ที่สร้างขึ้นในปี 1933 ซึ่งเป็นช่วงแรกที่สุดในอามาคุสะหลังการยกเลิกข้อห้ามศาสนาคริสต์
ภายนอกสีขาวโดดเด่น ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา จนได้รับฉายาว่า “มหาวิหารแห่งขุนเขา” และเป็นสถานที่ที่ผู้คนจำนวนมากคุ้นเคยในฐานะพื้นที่แห่งการสวดภาวนาในบรรยากาศเงียบสงบ
ภายในมีทั้งกระจกสีและภาพศักดิ์สิทธิ์ที่งดงาม อีกทั้งยังมีรูปปั้นบาทหลวงการ์นิเยร์และพระแม่มารีแห่งลูร์ดหลงเหลืออยู่ในบริเวณโบสถ์ ทำให้สัมผัสถึงความลึกซึ้งทางศาสนาได้อย่างชัดเจน
ที่นี่ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการฟื้นฟูคริสต์ในอามาคุสะ และเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงในการสืบทอดวัฒนธรรมความศรัทธาของพื้นที่

โบสถ์คาทอลิกที่โดดเด่นด้วยภายนอกสีขาวงดงาม
โบสถ์คาทอลิกที่โดดเด่นด้วยภายนอกสีขาวงดงาม

5. ชายฝั่งตะวันตกอามาคุสะ

“ชายฝั่งตะวันตกอามาคุสะ” ที่ทอดยาวทางฝั่งตะวันตกของเกาะชิโมชิมะในเมืองอามาคุสะ เป็นพื้นที่ทิวทัศน์งดงามที่เต็มไปด้วยชายฝั่งแบบเรียสและหน้าผาสูงชันอย่างน่าตื่นตา
ตลอดแนวชายฝั่งที่หันสู่ทะเลอามาคุสะ มีจุดชมวิวสวยกระจายอยู่มากมาย ทั้งโขดหินรูปร่างแปลกขนาดต่างๆ ที่เกิดจากหินปูนและลาวา รวมถึงทะเลใสที่แนวปะการังช่วยหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ
ถนนเลียบชายฝั่งด้านนี้ยังถูกเรียกว่า “เส้นทางชมพระอาทิตย์ตกชายฝั่งตะวันตกอามาคุสะ” และเป็นเส้นทางขับรถยอดนิยมมาก
โดยเฉพาะพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลจีนตะวันออกที่มองเห็นจากสวนจูซังบุสึและจุดชมวิวโอนิกาอุระ งดงามจนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 จุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดของประเทศ

ทิวทัศน์ชวนฝันของรูปปั้นพระแม่มารีบนแหลมกับแสงอาทิตย์ยามเย็น
ทิวทัศน์ชวนฝันของรูปปั้นพระแม่มารีบนแหลมกับแสงอาทิตย์ยามเย็น

6. สะพานอุชิบุกะไฮยะ

“สะพานอุชิบุกะไฮยะ” ที่ทอดข้ามท่าเรืออุชิบุกะในเมืองอามาคุสะ เป็นสะพานชมวิวความยาว 883 เมตร ซึ่งยาวที่สุดในจังหวัด
ออกแบบโดยเรนโซ เปียโน สถาปนิกระดับโลกผู้เคยมีผลงานที่สนามบินนานาชาติคันไซ โดยสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “เส้นสายหนึ่งเดียวที่ลอยอยู่เหนือทะเล” จึงมีรูปทรงเรียบง่ายแต่สวยงาม
สะพานสีขาวที่วาดเส้นโค้งอย่างสง่างามเหนือผืนน้ำสีครามของอ่าวอุชิบุกะ เข้ากันอย่างลงตัวกับทิวทัศน์ของท่าเรือและพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ช่วงกลางคืนที่มีการเปิดไฟประดับ ภาพเงาของสะพานกับวิวทะเลยิ่งดูโดดเด่นและสวยงามแบบมีเสน่ห์
ด้วยการออกแบบให้ทางรถและทางเดินแยกระดับกัน จึงเพลิดเพลินได้ทั้งการขับรถและการเดินเล่น

สะพานสวยที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 ทิวทัศน์ใหม่ของคุมาโมโตะ
สะพานสวยที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 ทิวทัศน์ใหม่ของคุมาโมโตะ

7. ศูนย์รับจองทัวร์ชมโลมา

ทัวร์ชมโลมาในทะเลของโกะวะ อามาคุสะ ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของโลมาปากขวดอินโด-แปซิฟิกประมาณ 150 ตัว
เมื่อลงเรือจากท่าไปประมาณ 15 นาที แล้วได้พบโลมาว่ายน้ำอย่างอิสระนอกชายฝั่ง บอกได้เลยว่าน่าประทับใจมาก แม้จะเป็นโลมาป่า แต่ก็มักกระโดดอยู่ข้างเรือหรือว่ายเคียงไปกับเรืออย่างเป็นมิตรและน่ารัก ราวกับอยู่ร่วมกับผู้คนได้อย่างกลมกลืน มาร่วมชมช่วงเวลาน่ามหัศจรรย์ในสวรรค์ของโลมากลางทะเลสีครามของอามาคุสะกัน
บนเรือยังได้ชมทิวทัศน์อันงดงามของทะเลไปพร้อมกันด้วย ซึ่งเป็นอีกเสน่ห์ของทัวร์นี้

ช่วงเวลามหัศจรรย์กับโลมาในทะเลอามาคุสะ
ช่วงเวลามหัศจรรย์กับโลมาในทะเลอามาคุสะ

8. ชายหาดโมกุชิ

“ชายหาดโมกุชิ” เป็นชายหาดยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความใสติดอันดับต้นๆ ของคิวชู
ชายหาดทรายขาวน้ำตื้นยาวประมาณ 400 เมตรตัดกับทะเลสีโคบอลต์บลูอย่างสวยงาม และด้วยบรรยากาศคล้ายเมืองร้อนจึงได้รับฉายาว่า “โอกินาวะแห่งคุมาโมโตะ”
ที่นี่แทบไม่มีการปรับแต่งเชิง人工มากนัก จึงยังคงสภาพธรรมชาติเอาไว้ได้เป็นอย่างดี และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
โดยเฉพาะกิจกรรมดำน้ำตื้นที่ได้รับความนิยม สามารถสังเกตฝูงปลาหลากชนิด เช่น คิบินาโกะและปลาเดมเซลได้ อีกทั้งในช่วงฤดูวางไข่ราวเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน ก็มีโอกาสได้เห็นเต่าทะเลด้วย

ความตัดกันอย่างงดงามระหว่างทะเลสีเขียวมรกตกับหาดทรายขาว
ความตัดกันอย่างงดงามระหว่างทะเลสีเขียวมรกตกับหาดทรายขาว

9. พิพิธภัณฑ์โรซาริโออามาคุสะ

“พิพิธภัณฑ์โรซาริโออามาคุสะ” เป็นพิพิธภัณฑ์เอกสารที่นำเสนอประวัติศาสตร์คริสต์ลับอย่างเป็นระบบ
มีการจัดแสดงของล้ำค่าจำนวน 500 ชิ้น แบ่งเป็น 4 โซน ถ่ายทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวคริสต์อามาคุสะที่ยังคงยึดมั่นในศรัทธาตลอดยุคการกดขี่คริสต์ศาสนาซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 1587
ภายในยังมีการจำลอง “ห้องลับ” ที่เคยใช้ประกอบพิธีสักการะอย่างเงียบๆ รวมถึงห้องฉายภาพที่บันทึกเสียงบทสวดของผู้ศรัทธา ทำให้เรียนรู้ได้ง่ายและน่าสนใจ
อีกจุดเด่นคือการจัดลำดับเนื้อหาให้ติดตามประวัติศาสตร์ได้แม้ไม่มีความรู้เฉพาะทาง จึงช่วยให้สัมผัสถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของผู้คนในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน

พิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวคริสต์อามาคุสะ
พิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวคริสต์อามาคุสะ

10. เมียวเคนอุระ

“เมียวเคนอุระ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทั้งแหล่งทัศนียภาพงดงามและอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ เป็นจุดชมวิวตัวแทนของชายฝั่งตะวันตกอามาคุสะ
หน้าผาสูง 20–80 เมตรที่ถูกกัดเซาะโดยคลื่นทะเลเรียงต่อเนื่องกัน พร้อมเกาะหินขนาดต่างๆ และโขดหินรูปร่างแปลกตา ก่อให้เกิดประติมากรรมทางธรรมชาติที่งดงามราวกับงานแกะสลักแห่งท้องทะเล
ไฮไลต์คือ “หินอะนะโนะคุจิ” หรือหินรูปช้าง และ “ประตูหินเมียวเคน” ขนาดใหญ่ที่มีความกว้าง 8.5–20 เมตร สูงประมาณ 20 เมตร และยาวประมาณ 50 เมตร
สามารถนั่งเรือขนาดเล็กลอดผ่านประตูหินนี้ได้ และยังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์หินงอกหินย้อยและชั้นหินแตกตัวซับซ้อนซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของทะเลอีกด้วย

วิวสวยตระการตาจากทะเล โขดหินแปลกตา และหมู่เกาะที่ประสานกันอย่างลงตัว
วิวสวยตระการตาจากทะเล โขดหินแปลกตา และหมู่เกาะที่ประสานกันอย่างลงตัว

11. เกาะยูชิมะ

เกาะห่างฝั่งในทะเลอาริอาเกะที่มีเส้นรอบเกาะประมาณ 4 กิโลเมตร และถูกเรียกว่า “เกาะแมว” เพราะมีแมวอยู่พอๆ กับจำนวนชาวเกาะ คือประมาณ 200 ตัว
แมวที่นี่ได้รับการดูแลอย่างดีและคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว เป็นจุดหมายที่อบอุ่นซึ่งทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตเนิบช้าราวกับเวลาหยุดนิ่งของทั้งแมวและผู้คนบนเกาะ
บนเกาะยังคงมีซากทางประวัติศาสตร์ให้ชม เช่น อ่างน้ำตีเหล็กที่ใช้ในการผลิตอาวุธ และหลุมศพของมิชชันนารีคริสต์รูปทรงคล้ายคามาโบโกะ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของเกาะแห่งนี้

เกาะสวรรค์ของเหล่าแมว ที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณไฟจราจร
เกาะสวรรค์ของเหล่าแมว ที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณไฟจราจร

12. ศาลเจ้าคุระดาเกะ

ภูเขาคุระดาเกะ ซึ่งตั้งตระหง่านทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะคามิชิมะในอามาคุสะ เป็นยอดเขาสูงที่สุดของหมู่เกาะอามาคุสะ โดยมีความสูง 682 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และบนยอดเขามีศาลเจ้าที่สร้างขึ้นในปี 713 เพื่อขอพรให้การทำประมงปลอดภัย
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมวิวชั้นยอดของอามาคุสะ จากด้านบนสามารถมองเห็นเกาะต่างๆ และหมู่บ้านชาวประมงที่ลอยอยู่บนทะเลอันสงบ เป็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกถึงความงามของอามาคุสะได้อย่างแท้จริง
อีกทั้งภาพถ่ายมุมที่มองทะเลและท้องฟ้าผ่านเสาโทริอิ จนดูเหมือนเสาโทริอิลอยอยู่กลางอากาศ ก็กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย

ศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของอามาคุสะ
ศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของอามาคุสะ

13. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกลางทะเลซีโดนัท

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำรูปโดนัทที่ลอยอยู่เหนือทะเลอย่างมีเอกลักษณ์ ภายในแบ่งเป็น 5 โซนจัดแสดง ใช้เวลาชมประมาณ 1–1 ชั่วโมง 30 นาที
ที่นี่มีทั้งสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเลอามาคุสะ แมงกะพรุน ปลาทะเลเขตร้อนที่ดูแล้วผ่อนคลายใจ รวมถึงปลาน้ำจืดจากทั่วโลกให้ชมด้วย
ไฮไลต์ยอดนิยมเป็นพิเศษคือโปรแกรมสัมผัสใกล้ชิดกับโลมาที่จัดใน “ทะเลแห่งการพบปะ (สระโลมา)”
มีทั้งกิจกรรมทดลองเป็นครูฝึกโลมา และโปรแกรมลงทะเลเพื่อสัมผัสโลมาจริงๆ จึงเหมาะทั้งสำหรับครอบครัวและคู่รักที่อยากมาใช้เวลาร่วมกัน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำรูปทรงแปลกตาที่ตั้งอยู่กลางทะเล
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำรูปทรงแปลกตาที่ตั้งอยู่กลางทะเล

3 ร้านอาหารยอดนิยมในอามาคุสะที่ลิ้มลองอาหารทะเลท้องถิ่นได้อย่างเต็มอิ่ม

นอกจากที่เที่ยวแล้ว เรื่องของกินในอามาคุสะก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ทุกร้านล้วนเสิร์ฟเมนูที่ใช้วัตถุดิบทะเลสดใหม่จากท้องถิ่น ทำให้สัมผัสรสชาติแห่งธรรมชาติของอามาคุสะได้อย่างเต็มที่ และเป็นร้านยอดนิยมที่คนจำนวนมากเลือกแวะมา
ยังโดดเด่นด้วยการมีวัตถุดิบมูลค่าสูงให้ลิ้มลองได้ตลอดทั้งปี พร้อมบรรยากาศร้านที่กว้างขวางนั่งสบาย เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยว
หากมีร้านไหนถูกใจ อย่าลืมแวะไปชิมความอร่อยกันให้เต็มที่

1. อามาคุสะไคเซ็นคุระ

“อามาคุสะไคเซ็นคุระ” ในย่านอิสึวะ เมืองอามาคุสะ เป็นศูนย์ท่องเที่ยวที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งการชมโลมาและอาหารทะเลสดของอามาคุสะ
มาถึงแล้วจะได้ทั้งนั่งรับประทานอาหารพร้อมชมวิวทะเล และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเลหรือของฝากจากร้านกลับไปด้วย จึงเหมาะกับทั้งครอบครัวและกรุ๊ปทัวร์
โซนอาหารเสิร์ฟเมนูที่ใช้วัตถุดิบทะเลจากท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ทั้งปริมาณและหน้าตาชวนประทับใจ
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “ข้าวหน้าทะเลรวมล้นชาม” ที่จัดปลาท้องถิ่นตามฤดูกาล 6–7 ชนิดมาแบบแน่นเต็มคำอย่างหรูหรา

มีทั้งร้านอาหารและร้านบาร์บีคิวที่ให้ลิ้มลองอาหารทะเลของอามาคุสะ
มีทั้งร้านอาหารและร้านบาร์บีคิวที่ให้ลิ้มลองอาหารทะเลของอามาคุสะ

2. เอบิโนะมิยางาวะ สาขาคาเมกาวะ

“เอบิโนะมิยางาวะ สาขาคาเมกาวะ” เป็นร้านเฉพาะทางที่สามารถลิ้มลองกุ้งคุรุมะเอบิซึ่งเพาะเลี้ยงเองในทะเลใกล้อามาคุสะได้ตลอดทั้งปี
ด้วยจุดเด่นที่เชื่อมตรงจากฟาร์มเลี้ยง จึงได้สัมผัสเนื้อกุ้งเด้งหวานอย่างสดใหม่ในราคาสมเหตุสมผล
ในบรรดาเมนูต่างๆ ขอแนะนำ “ชุดไคเซกิกุ้ง” ที่สามารถลิ้มลองกุ้งได้หลายรูปแบบการปรุง
เป็นคอร์สสำหรับคนรักกุ้งโดยเฉพาะ มีทั้งหมด 9 รายการ เช่น เครื่องเคียง กุ้งเต้น กุ้งย่างเกลือ และของหวาน
ภายในร้านเป็นบรรยากาศอบอุ่นจากงานไม้ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และยังมองเห็นสะพานอามาคุสะเซโตะโอฮาชิอยู่ตรงหน้าอีกด้วย

ลิ้มลองความหวานของกุ้งคุรุมะเอบิได้อย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบการนำเสนอ)
ลิ้มลองความหวานของกุ้งคุรุมะเอบิได้อย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบการนำเสนอ)

3. มารุเค็นซุยซัง ร้านอามาคุสะนามะอุนิ

“มารุเค็นซุยซัง ร้านอามาคุสะนามะอุนิ” ที่โดดเด่นด้วยภายนอกสีส้ม เป็นร้านอาหารทะเลเก่าแก่ที่จำหน่ายอุนิสดคุณภาพเยี่ยมจากทะเลอามาคุสะโดยตรง
หากนับรวมกิจการเดิมก่อนหน้า ร้านนี้มีประวัติย้อนกลับไปถึงปี 1890 และดำเนินงานด้านแปรรูปและจำหน่ายอาหารทะเลมาอย่างยาวนาน
ด้วยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวประมงและพ่อค้าคนกลาง ร้านจึงมีจุดแข็งในการจัดการและเสิร์ฟอาหารทะเลได้อย่างรวดเร็วหลังจับขึ้นมาไม่นาน
เมนูยอดนิยมอย่าง “ข้าวหน้าอุนิสด” ที่ใช้ทั้งมุราซากิอุนิและอากะอุนิ จะทำให้ได้ลิ้มรสความเข้มข้นและความหวานตามธรรมชาติของอุนิแบบตรงไปตรงมา

ข้าวหน้าอุนิสดที่ได้ลิ้มลองทั้งมุราซากิอุนิและอากะอุนิ (ภาพใช้เพื่อประกอบการนำเสนอ)
ข้าวหน้าอุนิสดที่ได้ลิ้มลองทั้งมุราซากิอุนิและอากะอุนิ (ภาพใช้เพื่อประกอบการนำเสนอ)

สัมผัสบรรยากาศพิเศษจากโลเคชันวิวสวย! 3 ที่พักแนะนำในอามาคุสะ

ถ้าอยากค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศของอามาคุสะ การเลือกที่พักดีๆ ก็ช่วยให้ทริปสมบูรณ์ขึ้นมาก
โรงแรมยอดนิยมเหล่านี้ตั้งอยู่ในทำเลที่มองเห็นธรรมชาติอันสวยงาม และสามารถเพลิดเพลินกับวิวกว้างไกลได้ทั้งจากห้องพักและออนเซ็น
แม้แต่ละแห่งจะมีเอกลักษณ์ต่างกัน แต่ล้วนมีประเภทห้องพักหลากหลาย อาหารทะเลรสเลิศ และบริการภายในที่ครบครัน
หากอยากพักผ่อนอย่างสบาย ลองเลือกเข้าพักสักแห่งตามสไตล์ที่ชอบได้เลย

1. โรงแรมริวกู

“โรงแรมริวกู” ตั้งอยู่ในย่านมัตสึชิมะโจ อะอิสึ เมืองอามาคุสะ ห่างจากสถานี JR คุมาโมโตะประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นรีสอร์ตโฮเทลที่รายล้อมด้วยทะเลและธรรมชาติอันงดงามของอามาคุสะ
เสน่ห์อยู่ที่ทำเลซึ่งเกือบทุกห้องพักมองเห็นวิวทะเล และมีออนเซ็นธรรมชาติให้แช่พร้อมชมวิวได้อย่างเต็มอิ่ม
โดยเฉพาะอ่างอาบน้ำชมวิวที่เปิดรับทัศนียภาพสวยกว้างไกล และอ่างอาบน้ำกลางแจ้งแบบส่วนตัวที่ได้รับความนิยม เหมาะสำหรับการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
อีกจุดเด่นที่น่าสนใจคือคอร์สอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น กุ้งคุรุมะเอบิ หอยเป๋าฮื้อ และอามาคุสะไดโอ ไก่พื้นเมืองหายาก

รีสอร์ตโฮเทลที่ให้คุณดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามของอามาคุสะ (ภาพใช้เพื่อประกอบการนำเสนอ)
รีสอร์ตโฮเทลที่ให้คุณดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามของอามาคุสะ (ภาพใช้เพื่อประกอบการนำเสนอ)

2. เท็งคูโนะฟุเนะ

“เท็งคูโนะฟุเนะ” เป็นรีสอร์ตโฮเทลระดับไฮเอนด์ที่โดดเด่นด้วยภายนอกซึ่งออกแบบให้เหมือนเรือสำราญหรูที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
ที่พักตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือมัตสึชิมะ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากท่าเรือมิสุมิโดยสายอามาคุสะทาคาราจิมะไลน์ และอยู่ในทำเลเยี่ยมที่สามารถมองเห็นสะพานอามาคุสะทั้งห้าได้
จุดเด่นคือการออกแบบที่ให้สัมผัสประสบการณ์เหนือความธรรมดา ตั้งแต่ภายในอาคารที่ตกแต่งด้วยอินทีเรียร์สมัยใหม่
ห้องพักทุกห้องเป็นวิวทะเล พร้อมระเบียงกว้างและอ่างอาบน้ำกลางแจ้งในห้อง ทำให้เพลิดเพลินกับวิวมัตสึชิมะได้แบบเป็นส่วนตัว
ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านอาหารบรรยากาศโปร่งสบาย สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และเลานจ์สำหรับผู้เข้าพักเท่านั้น

จากระเบียงและสระว่ายน้ำของโรงแรมก็มองเห็นวิวสวยของอามาคุสะได้กว้างไกล
จากระเบียงและสระว่ายน้ำของโรงแรมก็มองเห็นวิวสวยของอามาคุสะได้กว้างไกล

3. อาเลเกรียการ์เดนส์อามาคุสะ

“อาเลเกรียการ์เดนส์อามาคุสะ” เป็นรีสอร์ตโฮเทลที่ตั้งอยู่ในย่านฮอนโดะมาจิ ฮิโรเสะ เมืองอามาคุสะ
เดินทางจากสนามบินอามาคุสะด้วยรถรับส่งประมาณ 15 นาที หรือจากคุมาโมโตะซากุระมาจิบัสเทอร์มินัลด้วยรถบัสซังโกประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
เสน่ห์ของโรงแรมนี้คือสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นธรรมชาติ “เพอร์ล่าโนะยุบุเนะ” ซึ่งมีน้ำแร่ด่างอ่อนโยนต่อผิว
สามารถสลับแช่ออนเซ็น 2 แบบตามวัน ได้แก่ “ยามะและโมริโนะยุ” ที่ให้บรรยากาศเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และ “อุมิโนะยุ” ที่มองเห็นพาโนรามาทะเลอาริอาเกะอันกว้างใหญ่
นอกจากนี้ยังมีบ่ออาบน้ำอีก 5 แบบที่มีบรรยากาศต่างกัน รวมถึงฮีลลิงซาวน่าและบริการนวดน้ำมันระบบน้ำเหลืองแบบมีค่าใช้จ่าย

รีสอร์ตโฮเทลที่ให้เพลิดเพลินกับวิวทะเลอาริอาเกะอันเงียบสงบและออนเซ็นธรรมชาติ (ภาพใช้เพื่อประกอบการนำเสนอ)
รีสอร์ตโฮเทลที่ให้เพลิดเพลินกับวิวทะเลอาริอาเกะอันเงียบสงบและออนเซ็นธรรมชาติ (ภาพใช้เพื่อประกอบการนำเสนอ)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอามาคุสะ

Q

หากมีเวลาไม่นาน แต่อยากเที่ยวอามาคุสะให้คุ้ม ควรไปที่ไหนบ้าง?

A

หากเลือกเที่ยว “พิพิธภัณฑ์คริสต์อามาคุสะ” “ชมโลมา” “ชายฝั่งตะวันตกอามาคุสะ” และ “โบสถ์ซากิสึ” ซึ่งกระจายอยู่ตามเส้นทางเดินทางหลัก ก็จะสามารถสัมผัสเสน่ห์ของอามาคุสะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q

เส้นทางขับรถเที่ยวที่แนะนำในอามาคุสะคือที่ไหน?

A

ขอแนะนำเส้นทางขับรถที่ข้าม “สะพานอามาคุสะทั้งห้า” ซึ่งเชื่อมแผ่นดินใหญ่คิวชูกับหมู่เกาะอามาคุสะ พร้อมเพลิดเพลินกับทะเลสีฟ้าสดใสและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้อย่างเต็มอารมณ์

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักเสน่ห์ของอามาคุสะ โดยเน้นแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะมากกว่า 120 เกาะทั้งเล็กและใหญ่
อามาคุสะเป็นดินแดนที่มีทั้งวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติหล่อเลี้ยงอยู่ร่วมกันอย่างมีชีวิตชีวา จึงมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากที่อื่นได้ไม่น้อย
ไม่ว่าจะสนใจวัฒนธรรมคริสต์ กิจกรรมทางทะเล หรือการใกล้ชิดกับสัตว์ป่า ก็สามารถใช้เวลาได้ในแบบที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง
หากกำลังวางแผนเที่ยว ลองอ่านบทความนี้ควบคู่กับบทความรวมข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหาร และข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการจัดทริปในคุมาโมโตะเพิ่มเติมด้วย