
คู่มือท่องเที่ยวโทคุชิมะที่ควรอ่าน หากอยากรู้จักเสน่ห์ให้ลึกยิ่งขึ้น
ถ้าพูดถึง “โทคุชิมะ” หลายคนน่าจะนึกถึงน้ำวนในช่องแคบนารุโตะและการเต้นอาวะโอโดริก่อนเป็นอย่างแรก
แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่ชายฝั่งทะเลเซโตะใน ยังมีภูเขาจำนวนมากให้เห็นทิวทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลายด้วย
บางแห่งยังถูกเรียกว่าเป็นดินแดนลับ และมีวิวตระการตาที่พบได้เฉพาะในโทคุชิมะอยู่ไม่น้อย
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ ข้อมูลการเดินทาง และตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวที่ควรรู้ก่อนออกไปเที่ยวโทคุชิมะให้คุ้มที่สุด
ลองใช้ข้อมูลและตัวอย่างเส้นทางในบทความนี้เป็นแนวทาง แล้ววางแผนทริปโทคุชิมะในแบบของคุณกันได้เลย
“โทคุชิมะ” ที่คุณจะได้สัมผัสทั้งธรรมชาติหลากหลายและวัฒนธรรมดั้งเดิม
โทคุชิมะอยู่ทางตะวันออกของภูมิภาคชิโกกุ โดยมีคางาวะอยู่ทางเหนือ เอฮิเมะอยู่ทางตะวันตก และโคจิอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้
พื้นที่ประมาณ 80% เป็นภูเขา และยังมีภูเขาจำนวนไม่น้อยที่สูงมากกว่า 1,000 เมตร
มีแม่น้ำโยชิโนะกาวะ (Yoshinogawa) ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายใหญ่ของญี่ปุ่นไหลผ่าน และด้านตะวันออกยังหันสู่ทะเลเซโตะใน จึงสามารถเพลิดเพลินกับภูมิทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลายได้
โดยเฉพาะช่องแคบนารุโตะ (Naruto Kaikyo) ที่อยู่ระหว่างเมืองนารุโตะ (Naruto) กับเกาะอาวาจิ (Awajishima) และน้ำวนนารุโตะที่เกิดขึ้นในช่องแคบแห่งนี้ ถือเป็นวิวตระการตาอันโดดเด่นของโทคุชิมะ
นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นที่น่าสนใจ เช่น อาวะโอโดริ และอาวะนิงเงียวโจรุริ (Awa Ningyo Joruri) ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงหุ่นเชิดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญของประเทศ
ถ้าได้มาเห็นวิวสวยของที่นี่แล้ว ก็ลองแวะสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของโทคุชิมะกันด้วย จะยิ่งซึมซับเสน่ห์ของเมืองนี้ได้ลึกขึ้น

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในโทคุชิมะ
สภาพอากาศของโทคุชิมะแตกต่างกันพอสมควรระหว่างพื้นที่ตอนเหนือและตอนใต้
ตอนเหนือโดยทั่วไปอากาศอบอุ่นและฝนไม่มาก ขณะที่ตอนใต้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกของญี่ปุ่น
โทคุชิมะมีภูเขามาก ทำให้อุณหภูมิและสภาพอากาศในเขตภูเขาเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จึงควรใส่ใจเรื่องการปรับอุณหภูมิร่างกาย
อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของโทคุชิมะ
| - | มกราคม | กุมภาพันธ์ | มีนาคม | เมษายน | พฤษภาคม | มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | กันยายน | ตุลาคม | พฤศจิกายน | ธันวาคม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) | 6.3 | 6.8 | 9.9 | 15.0 | 19.6 | 24.0 | 26.8 | 28.1 | 24.8 | 19.3 | 13.8 | 8.7 |
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของโทคุชิมะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เลือกใส่แจ็กเก็ตบางหรือเสื้อไหมพรมบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อแขนสั้น หรือเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือเสื้อสเวตเตอร์กำลังพอดี
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเป็นเสื้อสเวตเตอร์หนา โค้ต หรือเสื้อดาวน์แจ็กเก็ต
การเดินทางไปโทคุชิมะ
การเดินทางไปโทคุชิมะทำได้ไม่ยาก เพราะมีสนามบินของจังหวัดเอง
จากโตเกียวสามารถนั่งเครื่องบินมาได้ภายในประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
จากโอซาก้าหากใช้รถไฟท้องถิ่นและรถบัสด่วน จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
จากทาคามัตสึในคางาวะ ซึ่งถือเป็นประตูสู่ชิโกกุ สามารถนั่งรถไฟท้องถิ่นสายเดียวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ สนามบินโทคุชิมะอาวะโอโดริไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ ดังนั้นหากเดินทางมาจากต่างประเทศ จำเป็นต้องต่อเครื่องผ่านสนามบินที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ เช่น โตเกียว คันไซ หรือฟุกุโอกะ

การเดินทางจากสนามบินโทคุชิมะอาวะโอโดริไปยังสถานีหลัก
ถ้ามาถึงโทคุชิมะด้วยเที่ยวบินภายในประเทศ จุดที่ควรรู้ไว้ก่อนก็คือวิธีเดินทางจากสนามบินโทคุชิมะอาวะโอโดริไปยังสถานีโทคุชิมะ
สถานีโทคุชิมะเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัด จึงควรทราบวิธีเดินทางจากสนามบินและระยะเวลาเดินทางไว้คร่าว ๆ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถบัสโทคุชิมะจากสนามบินโทคุชิมะอาวะโอโดริ แล้วลงที่ป้าย “หน้า สถานีโทคุชิมะ”
2. เดินต่อประมาณ 3 นาที จะถึงสถานีโทคุชิมะ - ระยะเวลา
- ประมาณ 30 นาที
ระบบขนส่งหลักในโทคุชิมะ
ในโทคุชิมะ การเดินทางหลักจะเป็นรถไฟและรถบัส
หากเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ส่วนใหญ่สามารถเที่ยวได้ด้วยขนส่งสาธารณะเพียงอย่างเดียว แต่บางพื้นที่หรือบางจุดอาจจำเป็นต้องใช้แท็กซี่หรือรถเช่า
บางเส้นทางมีเที่ยววิ่งไม่มากนัก หากอยากเที่ยวหลายจุดให้คุ้ม ควรตรวจสอบข้อมูลการเดินทางให้ละเอียดก่อนวางแผน

เสน่ห์ของ 3 พื้นที่ที่ควรรู้ก่อนเที่ยวโทคุชิมะ
ก่อนวางแผนเที่ยว ลองทำความรู้จัก 3 พื้นที่หลักของโทคุชิมะกันสักนิด เพราะแต่ละโซนมีเสน่ห์และจุดน่าสนใจต่างกันพอสมควร
เมื่อรู้ลักษณะเด่นและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของแต่ละพื้นที่แล้ว ก็จะช่วยให้จัดทริปโทคุชิมะได้ง่ายขึ้นมาก
“พื้นที่ตะวันออก” ชมน้ำวนช่องแคบนารุโตะ
พื้นที่ตะวันออกเป็นที่ตั้งของเมืองโทคุชิมะซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัด และเมืองนารุโตะที่มีชื่อเสียงจากช่องแคบนารุโตะ
จุดเด่นที่สุดของพื้นที่นี้แน่นอนว่าคือน้ำวนในช่องแคบนารุโตะ
ในช่วงน้ำใหญ่ของฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เส้นผ่านศูนย์กลางของน้ำวนอาจใหญ่ถึง 20–30 เมตร และว่ากันว่าเป็นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ในเมืองโทคุชิมะเองก็มีจุดท่องเที่ยวมากมาย และส่วนใหญ่เดินจากสถานีโทคุชิมะได้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากเที่ยวหลายจุดในเวลาจำกัด โดยสามารถเที่ยวควบคู่กับเมืองนารุโตะได้
นอกจากนี้ ยามะอินุดาเกะ (Yamainudake) ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,000 เมตร ก็เป็นอีกจุดที่มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม
ภาพของโขดหินปกคลุมมอสและต้นไม้นานาพันธุ์ให้บรรยากาศลึกลับและงดงามมาก



“พื้นที่ตอนใต้” เสน่ห์ของวิวทะเลและภูเขาอันยิ่งใหญ่
พื้นที่ตอนใต้มีชายฝั่งทะเลที่สวยงามทอดยาวไปตามมหาสมุทรแปซิฟิก
มีจุดชายหาดน่าสนใจหลายแห่ง โดยเฉพาะชายฝั่งโอเตะที่คึกคักไปด้วยนักโต้คลื่นในช่วงฤดูกาล
ยังมีจุดชมวิวสวยอย่างแหลมกาโมดะและหน้าผาเซ็มบะไคกังกระจายอยู่ด้วย
พื้นที่ด้านในเป็นเขตภูเขากว้างใหญ่ จึงได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่จากภูเขา แม่น้ำ และน้ำตก
แม้จะมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมไม่มากนัก แต่เพราะคนไม่พลุกพล่าน จึงเป็นพื้นที่นอกกระแสของโทคุชิมะที่เหมาะกับการชมทะเลและภูเขาอย่างสบาย ๆ


“พื้นที่ตะวันตก” ดื่มด่ำกับวิวอลังการขนาดใหญ่
ถ้าอยากเจอทิวทัศน์ขนาดใหญ่แบบเต็มตา พื้นที่ตะวันตกคือโซนที่น่าสนใจมาก
บริเวณนี้เต็มไปด้วยแนวภูเขาอันสง่างามและหุบเขาลึก จึงเหมาะกับการชมวิวที่ยิ่งใหญ่ตระการตา
ภูเขาสึรุงิ (Tsurugisan) ที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 ภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น เป็นจุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และเป็นหนึ่งในภูเขาที่ประกอบกันเป็นแนวเทือกเขาชิโกกุซึ่งอยู่ใจกลางภูมิภาคชิโกกุ
เส้นทางค่อนข้างเดินง่าย ยอดเขาบริเวณใกล้เคียงก็ลาดชันไม่มาก อีกทั้งบางฤดูกาลยังมีลิฟต์เปิดให้บริการ จึงเหมาะแม้สำหรับผู้เริ่มต้นเดินเขา
นอกจากนี้ “อิยะ” ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ครบทั้งวิวสวย กิจกรรมกลางแจ้ง และออนเซ็น ส่วน “ถนนเมืองอุดัตสึ” ก็ยังคงบรรยากาศของเมืองปราสาทในอดีตไว้อย่างชัดเจน



ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยวโทคุชิมะได้เต็มที่
ถ้าเที่ยวเฉพาะจุดยอดนิยมในพื้นที่ตะวันออก 1 วันก็พอสนุกได้ แต่ถ้าอยากเก็บพื้นที่ตอนใต้และตะวันตกให้เต็มที่ด้วย ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน พร้อมใช้รถเช่า
เนื่องจากพื้นที่ตอนใต้และตะวันตกมีหลายจุดที่เข้าถึงได้ยากหากใช้เพียงขนส่งสาธารณะ จึงควรตัดสินใจเรื่องพื้นที่ที่จะไปและจำนวนวันจากความสามารถในการใช้รถเช่าเป็นหลัก

ไม่มีรถและมีเวลาจำกัดก็เที่ยวได้! ตัวอย่างทริป 1 วันในโทคุชิมะ
ถ้าเช่ารถได้ยากและมีเวลาไม่มาก ทริปตัวอย่าง 1 วันนี้น่าจะช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้น
เส้นทางนี้เน้นเที่ยวเมืองโทคุชิมะและเมืองนารุโตะเป็นหลัก จึงเก็บได้หลายจุดในเวลาจำกัด และยังได้สัมผัสไฮไลต์อย่างน้ำวนอย่างเต็มที่
หากยังลังเลว่าจะจัดทริปโทคุชิมะอย่างไร ลองใช้เส้นทางตัวอย่างนี้เป็นแนวทางได้เลย
08:50 เริ่มต้นที่สถานี JR โทคุชิมะ
วันแรกของเส้นทางตัวอย่างเริ่มจากสถานี JR โทคุชิมะ
จากนั้นเดินประมาณ 10 นาทีไปยังสถานีกระเช้าด้านเชิงเขาของกระเช้าไฟฟ้าบิซัง
ระหว่างทางขึ้นกระเช้า อย่าลืมเพลิดเพลินกับวิว ก่อนมุ่งหน้าไปยังยอดเขาบิซัง

09:30 ดื่มด่ำกับวิวสวยบนยอด “บิซัง”
บิซัง (Bizan) ที่มีความสูง 290 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโทคุชิมะ และจากจุดชมวิวฟรีบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองโทคุชิมะ แม่น้ำโยชิโนะกาวะ ช่องแคบนารุโตะ และเกาะอาวาจิได้แบบพาโนรามา
ด้วยความสูงที่ไม่มากนัก จึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ทำให้มองเห็นทิวทัศน์เมืองเบื้องล่างได้ชัดเจน
ลองเดินเล่นตามทางเดินรอบจุดชมวิว เพื่อสัมผัสธรรมชาติของบิซังให้เต็มที่ด้วย

10:30 ชมศิลปะการแสดงดั้งเดิมกว่า 400 ปีที่ “อาวะโอโดริไคคัง”
เมื่อเที่ยวบนยอดเขาบิซังเต็มอิ่มแล้ว ให้นั่งกระเช้ากลับลงมา
จากนั้นไปยังอาวะโอโดริไคคังที่อยู่ใกล้ ๆ ทันทีหลังลงจากเขา
อาวะโอโดริไคคังเป็นสถานที่ที่สามารถชมการแสดง “อาวะโอโดริ” ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นการเต้นพื้นบ้านที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี และเป็นหนึ่งในสามเทศกาลบงโอโดริที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น
บริเวณทางเข้าฮอลล์ยังมีแผ่นป้ายสำหรับถ่ายรูปสอดหน้า อย่าลืมแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันด้วย

12:10 ลิ้มลองราเม็งโทคุชิมะที่ “ชูกะโซบะ อิโนะทานิ สาขาหลัก”
เมื่อชมเสน่ห์ของอาวะโอโดริจนเต็มอิ่มแล้ว มุ่งหน้าไปทานมื้อกลางวันกับเมนูขึ้นชื่ออย่าง “ราเม็งโทคุชิมะ” กัน
เดินจากอาวะโอโดริไคคังกลับไปยังสถานี JR โทคุชิมะ แล้วนั่งรถไฟไปยังสถานี JR ซาโกะ
จากสถานีเดินต่อประมาณ 11 นาที จะพบร้านดัง “ชูกะโซบะ อิโนะทานิ สาขาหลัก”
น้ำซุปกระดูกหมูผสมโชยุมีการเคี่ยวดาชิจากปลาตัวเล็กแห้งและวัตถุดิบอื่น ๆ จึงได้รสลึกกลมกล่อม ส่วนเส้นเป็นเส้นทำเองของร้าน มีความเหนียวนุ่มเคี้ยวอร่อย
ค่อย ๆ ลิ้มลองราเม็งโทคุชิมะพร้อมท็อปปิ้งหลากหลายให้เต็มอิ่ม

14:30 ชมน้ำวนสุดตื่นตาที่ “เรือชมกระแสน้ำวน”
เมื่ออิ่มอร่อยกับราเม็งโทคุชิมะแล้ว ให้เดินกลับไปสถานี JR ซาโกะ และนั่งรถไฟไปยังสถานี JR นารุโตะ
จากนั้นขึ้นรถบัสและลงที่ป้าย “ท่าเรือท่องเที่ยวนารุโตะ” ก็จะถึงเรือชมกระแสน้ำวน
เรือชมกระแสน้ำวนมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เรือขนาดใหญ่ “วันเดอร์นารุโตะ” ที่ขึ้นได้โดยไม่ต้องจอง และเรือชมใต้น้ำขนาดเล็ก “อควาเอดดี” ที่ต้องจองล่วงหน้า
ขึ้นเรือ “วันเดอร์นารุโตะ” แล้วไปชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ “น้ำวนนารุโตะ” ที่เกิดจากความต่างของระดับน้ำขึ้นลงระหว่างทะเลเซโตะในกับช่องแคบคิอิ
ลองไปชมหนึ่งในสามกระแสน้ำเชี่ยวที่ยิ่งใหญ่ของโลก และเป็นน้ำวนขนาดใหญ่ระดับโลกแบบใกล้ชิดกัน

16:30 ชมน้ำวนผ่านพื้นกระจกที่ “โออนารุโตะเคียว อุซุโนะมิจิ”
หลังจากชมทั้งความสวยงามและความอลังการของน้ำวนจากเรือแล้ว ให้เดินต่อประมาณ 8 นาทีไปยังจุดถัดไป
โออนารุโตะเคียว อุซุโนะมิจิ เป็นทางเดินเหนือทะเลยาวประมาณ 450 เมตรที่สร้างอยู่ใต้ถนนของสะพานโออนารุโตะ
ที่นี่คุณสามารถมองลงไปชมน้ำวนผ่านพื้นกระจกจากความสูงประมาณ 45 เมตร
มาลองสัมผัสมุมมองที่ต่างออกไปจากการชมบนเรือกัน

3 ดินแดนลับในโทคุชิมะที่ควรไป หากสามารถเช่ารถได้
ถ้าเช่ารถได้และมีเวลาสำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ก็อยากชวนให้ลองขยับออกไปเที่ยวดินแดนลับที่จะแนะนำต่อไปนี้ด้วย
แม้ต้องใช้ทั้งเวลาและแรงในการเดินทาง แต่เมื่อไปถึงแล้ว คุณน่าจะได้ทั้งความภูมิใจและความทรงจำดี ๆ กลับมาอย่างแน่นอน
1. โอโบเกะ・โคโบเกะ
“โอโบเกะ・โคโบเกะ” เป็นหุบเขาลึกยาวประมาณ 8 กิโลเมตรที่เกิดจากกระแสน้ำเชี่ยวของแม่น้ำโยชิโนะกาวะซึ่งไหลตัดผ่านเทือกเขาชิโกกุมาตลอดระยะเวลา 200 ล้านปี จนเกิดเป็นภูมิทัศน์งดงามราวประติมากรรมสูงชัน
จากลักษณะของหินที่มองเห็นได้ใกล้ ๆ และหุบเขารูปตัววี ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่สำคัญที่ช่วยให้เข้าใจการก่อกำเนิดของหมู่เกาะญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของประเทศ
มีคำกล่าวสืบต่อกันมาว่า “ไม่ว่าจะก้าวยาวหรือก้าวสั้น ก็อันตรายทั้งนั้น”

2. สะพานเถาวัลย์อิยะ
“สะพานเถาวัลย์อิยะ” ที่พาดข้ามแม่น้ำอิยะ เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโอโบเกะ
ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องได้ที่สำคัญของประเทศ และยังนับเป็นหนึ่งในสามสะพานพิสดารของญี่ปุ่น
สะพานเถาวัลย์อิยะมีรูปลักษณ์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่ก็กลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบอย่างสวยงาม โดยสร้างจากพืชเถาวัลย์ที่เรียกว่าชิราคุจิคาซูระ
ตลอดฤดูกาลต่าง ๆ วิวรอบสะพานจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และช่วงเวลา 19:00–21:00 ยังมีการเปิดไฟประดับให้ได้ชมบรรยากาศสุดโรแมนติกอีกด้วย
ทั้งช่องว่างใต้เท้าที่มองเห็นก้นหุบเขาและแรงสั่นไหวขณะเดินข้ามสะพาน น่าจะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

3. สะพานเถาวัลย์คู่โอคุอิยะ
ลึกเข้าไปจากสะพานเถาวัลย์อิยะในโอโบเกะอีกมาก บนพื้นที่สูงประมาณ 1,000 เมตร มีสะพานแขวน 2 แห่งที่สร้างจากเถาวัลย์จำพวกคุดสุ เช่น ชิราคุจิคาซูระ เรียกว่า “สะพานเถาวัลย์คู่โอคุอิยะ”
เนื่องจากมีสะพาน 2 แห่งคือสะพานผู้ชายและสะพานผู้หญิง จึงมีอีกชื่อว่า “สะพานคู่สามีภรรยา”
เมื่อเทียบกับสะพานเถาวัลย์อิยะแล้ว สะพานแขวนทั้งสองแห่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันลึกเข้าไปอีก จะยิ่งให้บรรยากาศแบบดินแดนลับได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

3 เมนูท้องถิ่นห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวโทคุชิมะ
ต่อจากนี้ขอคัดอาหารท้องถิ่นเด่น ๆ ของโทคุชิมะมาแนะนำ
ไม่ว่าจะเป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของโทคุชิมะ หรือราเม็งท้องถิ่นที่ชิมเปรียบเทียบได้หลายรสชาติ ก็ล้วนเป็นของอร่อยที่อยากให้ลองเมื่อมาเยือนที่นี่
1. ปลากะพงนารุโตะ
“ปลากะพงนารุโตะ” ที่อยู่ในฤดูกาลอร่อยช่วงมีนาคม–เมษายน เป็นปลามาไดที่มีเนื้อเด้งแน่น แต่ยังคงเคี้ยวง่าย พร้อมไขมันที่มีรสลึกและอูมามิชัดเจน
หากอยากชิมปลากะพงนารุโตะ แนะนำซาชิมิที่ให้สัมผัสทั้งเนื้อสัมผัสและความหวานของไขมันได้โดยตรง แต่ข้าวหุงปลากะพงก็เป็นอีกเมนูที่อยากให้ลอง เพราะได้ลิ้มรสความอร่อยเข้มข้นของปลาอย่างเต็มที่
ข้าวที่ซึมซับน้ำซุปจากปลากะพงนารุโตะนั้นอร่อยเป็นพิเศษ พร้อมรสชาติและกลิ่นหอมละมุนที่กระจายอยู่ในปาก

2. ราเม็งโทคุชิมะ
ราเม็งท้องถิ่นของโทคุชิมะอย่าง “ราเม็งโทคุชิมะ” มีอยู่ 3 สไตล์หลัก ซึ่งแต่ละแบบมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน
ลักษณะเด่นของแต่ละสไตล์มีดังนี้
- แบบสีน้ำตาล: น้ำซุปกระดูกหมูรสเข้ม ปรุงด้วยโชยุเข้มข้น
- แบบสีขาว: เป็นน้ำซุปกระดูกหมูเหมือนกัน แต่ใช้โชยุอ่อน จึงมีรสเบากว่า
- แบบสีเหลือง: จุดเด่นคือน้ำซุปใสเบสจากกระดูกไก่
อีกจุดเด่นของราเม็งโทคุชิมะคือการโปะหน้าด้วยเนื้อปรุงรสหวานเค็มและไข่ดิบ
ถ้าคุณเป็นคนชอบราเม็ง อยากให้ลองชิมให้ครบทั้ง 3 สไตล์เลย

3. ไก่อาวะโอะโดริ
ไก่อาวะโอะโดริเป็นสายพันธุ์ไก่ที่ผลิตในโทคุชิมะ หรือก็คือไก่ท้องถิ่นนั่นเอง
จุดเด่นคือมีไขมันต่ำ โปรตีนสูง และมีรสเข้มข้นอูมามิชัดเจน
แม้จะนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง แต่เมนูที่แนะนำคือยากิโทริ เพราะช่วยให้รับรู้รสอร่อยและความเข้มข้นของวัตถุดิบได้ง่าย
ยังเข้ากันได้ดีกับยูซุซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของโทคุชิมะเช่นกัน โดยความหอมสดชื่นของยูซุจะช่วยเสริมความอร่อยของไก่อาวะโอะโดริให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

จุดชมซากุระในโทคุชิมะที่ควรใส่ไว้ในแผนเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ
ถ้ามาเยือนโทคุชิมะในฤดูใบไม้ผลิ การแวะจุดชมซากุระก็น่าใส่ไว้ในแผนเที่ยวเหมือนกัน
จุดที่ไม่ควรพลาดคือยาโอยะโระซุโนะคามิโนะโกเท็น (Yaoyorozu no Kami no Goten) ที่มีซากุระบานสะพรั่งประมาณ 8,000 ต้น และทั้งภูเขาจะถูกย้อมเป็นสีชมพูเข้มอย่างงดงาม
ส่วนสวนบิซังที่อยู่บนยอดเขาบิซัง ซึ่งอยู่ในเส้นทางตัวอย่างที่แนะนำ ก็มีซากุระบานราว 1,500 ต้นในฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน
หากอยากเดินเล่นใต้แนวต้นซากุระ แนะนำสวนเซบุซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น
สำหรับวันดอกซากุระเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมโดยทั่วไปของโทคุชิมะ สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
ทั้งนี้ วันเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงชมสวยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้า
- วันเริ่มบาน
- 28 มีนาคม
- วันบานเต็มที่
- 4 เมษายน
- ช่วงชมซากุระสวยที่สุด
- 4 เมษายน–10 เมษายน
อ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น สถานะการบานของซากุระ
อ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น สถานะซากุระบานเต็มที่



ใบไม้เปลี่ยนสีในโทคุชิมะ ที่จะพาคุณพบวิวสวยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง
ถ้ามาในฤดูใบไม้ร่วง ก็อยากชวนให้ลองออกไปดูจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ ของโทคุชิมะ
หุบเขาอิยะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในดินแดนลับชั้นนำของญี่ปุ่น ก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน และคุณอาจได้พบกับวิวลึกลับน่าประทับใจ
สำหรับคนที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ภูเขาสึรุงิที่สามารถเพลิดเพลินกับการเดินเขาแบบสบาย ๆ พร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสี ก็เป็นอีกแห่งที่แนะนำ
ส่วนทากาโนะเสะเคียวที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีเข้มลึกทั่วแนวเขา ก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน
หลายแห่งจะมีช่วงสวยที่สุดในช่วงต้นเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนตุลาคม แต่ก็อาจคลาดเคลื่อนได้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโทคุชิมะ
Q
ฤดูกาลไหนเหมาะสำหรับการเที่ยวโทคุชิมะ?
หากอยากสัมผัสดินแดนลับ ฤดูใบไม้ร่วงที่ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีก็เป็นช่วงที่แนะนำ
Q
มีสถานที่ท่องเที่ยวในโทคุชิมะแห่งไหนที่เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัวบ้าง?
แนะนำเรือขนาดใหญ่ “วันเดอร์นารุโตะ” ที่พาไปชมความงดงามของน้ำวนช่องแคบนารุโตะ และอุซุโนะมิจิ
บทสรุป
บทความนี้พาไปรู้จักเสน่ห์และจุดน่าสนใจของแต่ละพื้นที่ในโทคุชิมะ รวมถึงข้อมูลการเดินทางและตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวที่ควรรู้ หากอยากเที่ยวที่นี่ให้เต็มอิ่ม
ถ้าเป็นไปได้ ลองค้างอย่างน้อย 1 คืน แล้วออกไปเที่ยวจุดที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนลับด้วย
หากคุณอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวในโทคุชิมะให้มากขึ้น ลองอ่านบทความนี้ต่อ ซึ่งรวบรวมทั้งจุดท่องเที่ยวยอดนิยมและของฝากไว้ให้แล้ว