【ทริปตัวอย่างยามางาตะ 1 คืน 2 วัน】ค้นพบเสน่ห์ใหม่! เที่ยวกินซังออนเซ็นและเทนโด เมืองแห่งโชกิ

【ทริปตัวอย่างยามางาตะ 1 คืน 2 วัน】ค้นพบเสน่ห์ใหม่! เที่ยวกินซังออนเซ็นและเทนโด เมืองแห่งโชกิ

อัปเดต :
เขียนโดย:  mizutama_renga
ตรวจสอบโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกไปเจอบรรยากาศที่มีทั้งธรรมชาติสวย ๆ เมืองเก่า และเรื่องราวทางวัฒนธรรม จังหวัดยามางาตะก็น่าสนใจไม่น้อย ตั้งอยู่ฝั่งทะเลญี่ปุ่นของภูมิภาคโทโฮคุ มีแม่น้ำโมกามิไหลผ่านใจกลางจังหวัด และโอบล้อมด้วยเทือกเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาอันงดงามมากมาย ยามางาตะอุดมด้วยธรรมชาติทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำ อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวและวัดเก่าแก่หลายแห่ง เช่น สึรุโอกะ (Tsuruoka) ที่เหมาะกับการเดินเล่นในย่านเมืองปราสาท ซากาตะ (Sakata) เมืองท่าที่เคยรุ่งเรืองในสมัยเอโดะ และเดวะซันซัง (Dewa Sanzan) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิชูเก็นโด จึงเป็นจังหวัดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เสมอ
ครั้งนี้เราจะพาคุณไปเที่ยว 2 วันใน “กินซังออนเซ็น” (Ginzan Onsen) แหล่งออนเซ็นชื่อดังของยามางาตะ และ “เทนโด” (Tendo) เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องโชกิ

Day1|ดื่มด่ำบรรยากาศย่านออนเซ็นแสนโรแมนติกสไตล์ไทโช!

ทริปครั้งนี้เริ่มต้นกันที่ “กินซังออนเซ็น”
จากสถานีโออิชิดะ ขึ้นรถบัสเทศบาลเมืองโอบานาซาวะสายกินซังออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 36 นาที ก็จะถึงกินซังออนเซ็น

ย่านออนเซ็นบรรยากาศเรโทรโมเดิร์นที่เรียงรายด้วยอาคารไม้หลายชั้นสไตล์ตะวันตก
ย่านออนเซ็นบรรยากาศเรโทรโมเดิร์นที่เรียงรายด้วยอาคารไม้หลายชั้นสไตล์ตะวันตก

เดินเล่นที่ “กินซังออนเซ็น” ออนเซ็นลับลึกกลางหุบเขา

พอเข้ามาในย่านนี้ ก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่มีเรื่องราวอยู่รอบตัว กินซังออนเซ็นเคยรุ่งเรืองในสมัยเอโดะในฐานะแหล่งทำเหมืองเงิน และหลังปิดเหมืองก็กลับมาคึกคักอีกครั้งในฐานะแหล่งพักฟื้นด้วยน้ำพุร้อน
สองฝั่งของแม่น้ำกินซังกาวะเรียงรายด้วยอาคารไม้หลายชั้นสไตล์ตะวันตก เกิดเป็นทิวทัศน์เรโทรโมเดิร์นที่งดงามราวภาพวาด จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

บริเวณใจกลางย่านออนเซ็นยังมีบ่อแช่เท้าให้ใช้บริการ
บริเวณใจกลางย่านออนเซ็นยังมีบ่อแช่เท้าให้ใช้บริการ

พักกลางวันในคาเฟ่บรรยากาศดี “อิซุโนะฮานะ”

เมื่อมาถึงกินซังออนเซ็นแล้ว ลองเริ่มกันด้วยมื้อกลางวันแสนอร่อยก่อน จุดหมายของเราคือ “อิซุโนะฮานะ” คาเฟ่และร้านอาหารที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณอายุ 140 ปีริมแม่น้ำกินซังกาวะ
เมนูขึ้นชื่อคือโซบะที่ใช้แป้งโซบะ “โมกามิวาเซะ” จากเมืองโอบานาซาวะ จังหวัดยามางาตะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องโซบะ และยังคงใช้วิธีการทำสืบทอดมาตั้งแต่เปิดร้านในปี ค.ศ. 1957 มื้อกลางวันนี้ขอแนะนำ “โซบะมะเขือม่วงทอดราดไชเท้าขูด” ที่เสิร์ฟพร้อมชุดสุดคุ้มช่วงกลางวัน

ลิ้มลองโซบะเมนูดังกับจานแนะนำ “โซบะมะเขือม่วงทอดราดไชเท้าขูด”
ลิ้มลองโซบะเมนูดังกับจานแนะนำ “โซบะมะเขือม่วงทอดราดไชเท้าขูด”

เช็กอินเข้าที่พักของวันนี้ “โนโตยะเรียวกัง” เรียวกังขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม

อิ่มอร่อยกับโซบะชื่อดังของยามางาตะแล้ว ก็ได้เวลาไปยังที่พักของวันนี้ “โนโตยะเรียวกัง” โดยเดินจากอิซุโนะฮานะแบบสบาย ๆ ประมาณ 20 นาที
อาคารหลักไม้ 3 ชั้นที่ตั้งอยู่ริมลำธารออนเซ็นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ ภายในมีห้องพักเพียงประมาณ 15 ห้อง จึงเป็นที่พักที่ควรจองล่วงหน้า บรรยากาศภายในงดงามชวนให้นึกถึงยุคไทโช ส่วนห้องพักก็ให้ความรู้สึกสงบแบบดั้งเดิม เหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

หนึ่งในที่พักไม่กี่แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้
หนึ่งในที่พักไม่กี่แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้

พักผ่อนที่ที่พักสักครู่ แล้วไปต่อที่ “ชิโรงาเนะยุ” โรงอาบน้ำรวม

หลังพักผ่อนที่เรียวกังเล็กน้อย ก็ออกไปแช่ออนเซ็นต่อที่โรงอาบน้ำรวมแบบดั้งเดิมในย่านออนเซ็น จุดหมายคือ “ชิโรงาเนะยุ” ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักโดยเดินประมาณ 15 นาที อาคารเรโทรโมเดิร์นแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง คุมะ เค็งโกะ และกลมกลืนกับบรรยากาศของย่านออนเซ็นได้อย่างลงตัว
น้ำพุร้อนที่นี่เป็นประเภทโซเดียม-คลอไรด์และกำมะถันแบบไหลตรงจากต้นน้ำ ให้คุณแช่ได้อย่างเต็มอิ่ม ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นถึงแก่น

แช่น้ำพุร้อนคุณภาพดีแบบสบาย ๆ ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
แช่น้ำพุร้อนคุณภาพดีแบบสบาย ๆ ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

แปลงโฉมเป็นสไตล์ไฮคาระที่ “ไอราสุเกนะ”! แล้วออกเดินเล่นในย่านออนเซ็น

หลังแช่ออนเซ็นจนสดชื่นแล้ว ลองเปลี่ยนลุคกันที่ “ไอราสุเกนะ” ร้านเช่าชุดและคาเฟ่ที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว
ที่นี่มีชุด “สไตล์ไฮคาระซัง” ซึ่งเป็นการจับคู่กิโมโนกับฮากามะสไตล์ผู้หญิงที่เคยได้รับความนิยมในญี่ปุ่นสมัยไทโช สำหรับผู้ชายก็มีลุคนักเรียนสมัยไทโชที่จับคู่เสื้อเชิ้ตกับกิโมโนให้เลือกเช่นกัน เหมาะมากสำหรับใส่เดินเล่นในย่านออนเซ็นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติกยุคไทโช
ได้อารมณ์เหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคไทโช แล้วออกไปเดินเล่นกันได้เลย

ครั้งนี้เราเลือกใช้คอร์สแปลงโฉมแบบสบาย ๆ ระยะเวลา 60 นาที
ครั้งนี้เราเลือกใช้คอร์สแปลงโฉมแบบสบาย ๆ ระยะเวลา 60 นาที

แวะพักระหว่างเดินเล่นที่ “วาราคุอาชิยุ”

เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ลองแวะไปที่ “วาราคุอาชิยุ” บ่อแช่เท้าสาธารณะฟรีบริเวณทางเข้าย่านกินซังออนเซ็น
เหมาะสำหรับพักเหนื่อยระหว่างเดินเล่น แช่เท้าสบาย ๆ ใช้เวลาผ่อนคลายบนม้านั่งไม้ พร้อมชมแม่น้ำกินซังกาวะที่ไหลอยู่ตรงหน้าและทิวทัศน์อันมีเสน่ห์ของย่านออนเซ็นรอบด้าน เพียงเท่านี้ความเมื่อยล้าจากการเดินเที่ยวก็ดูเหมือนจะหายไปเลย

เปิดให้ใช้ถึง 22:00 น. ยกเว้นช่วงทำความสะอาด จึงแนะนำให้แวะมาได้ในช่วงเดินเล่นยามค่ำคืน
เปิดให้ใช้ถึง 22:00 น. ยกเว้นช่วงทำความสะอาด จึงแนะนำให้แวะมาได้ในช่วงเดินเล่นยามค่ำคืน

กลับที่พักและค้างคืนที่โนโตยะเรียวกัง

หลังจากเพลิดเพลินกับการเดินเล่นในย่านออนเซ็นแล้ว ก็คืนชุดที่ไอราสุเกนะและกลับที่พัก
มื้อเย็นเป็นอาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเต็มที่ รวมถึงเมนูอย่างชาบูชาบูเนื้อโอบานาซาวะ ซึ่งเป็นรสชาติที่หาทานได้เฉพาะที่นี่
ที่พักแห่งนี้ยังมีออนเซ็นให้แช่ต่อได้ ทั้งบ่ออาบน้ำรวมกลางแจ้ง 2 แห่งและบ่อถ้ำ ให้คุณดื่มด่ำกับการเข้าพักในเรียวกังออนเซ็นได้อย่างเต็มที่

ห้องพักบรรยากาศสงบแบบดั้งเดิม เหมาะกับการพักผ่อนอย่างสบาย ๆ
ห้องพักบรรยากาศสงบแบบดั้งเดิม เหมาะกับการพักผ่อนอย่างสบาย ๆ
แช่ออนเซ็นสีขาวขุ่นเล็กน้อย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน
แช่ออนเซ็นสีขาวขุ่นเล็กน้อย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน

Day2|ออกจากกินซังออนเซ็น มุ่งหน้าสู่เมืองเทนโด เมืองแห่งโชกิ

เช้าวันที่ 2 เราจะอำลากินซังออนเซ็น แล้วค่อย ๆ มุ่งหน้าไปยังเมืองเทนโดที่มีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งโชกิ

เดินเล่นยามเช้าไปยัง “ชิโรงาเนะโนะทากิ”

ก่อนออกเดินทางต่อ ลองใช้เวลาเดินเล่นยามเช้าไปยัง “ชิโรงาเนะโนะทากิ” โดยใช้เส้นทางเดินที่จัดไว้รอบย่านออนเซ็นแล้วค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปด้านใน
จุดหมายคือ “ชิโรงาเนะโนะทากิ” ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสวน “ชิโรงาเนะโคเอ็น” อันอุดมด้วยธรรมชาติ ที่นี่มีน้ำตก 2 สายขนาดต่างกัน ความสูง 22 เมตร และยังสามารถเดินเข้าไปใกล้แอ่งน้ำตกได้ด้วย ถ้ามีเวลาแนะนำให้แวะไปชม
หากอยากเห็นภาพรวมของน้ำตกแบบเต็มตา แนะนำให้ไปยังจุดชมวิวฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นมุมสวยราวภาพวาด เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกมากทีเดียว

น้ำตก 2 สายขนาดต่างกันที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในของกินซังออนเซ็น
น้ำตก 2 สายขนาดต่างกันที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในของกินซังออนเซ็น
สะพาน “เซโคอิบาชิ” สีแดงสดที่พาดผ่านใกล้ปากน้ำตก เป็นจุดถ่ายรูปยอดเยี่ยม
สะพาน “เซโคอิบาชิ” สีแดงสดที่พาดผ่านใกล้ปากน้ำตก เป็นจุดถ่ายรูปยอดเยี่ยม

อำลากินซังออนเซ็น แล้วเดินทางสู่เมืองเทนโด เมืองแห่งโชกิ

เมื่อเช็กเอาต์จากเรียวกังแล้ว ให้ขึ้นรถบัสเทศบาลเมืองโอบานาซาวะสายกินซังจากป้ายกินซังออนเซ็นไปยังสถานีโออิชิดะ จากนั้นต่อรถชินคันเซ็นยามางาตะ ใช้เวลาประมาณ 19 นาที ก็จะถึงสถานีเทนโด

บริเวณถนนหน้าสถานีมีประติมากรรม “โอโช” ขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่
บริเวณถนนหน้าสถานีมีประติมากรรม “โอโช” ขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่

เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ประวัติของโชกิที่ “พิพิธภัณฑ์โชกิเมืองเทนโด”

เมื่อมาถึงเมืองเทนโด จุดแรกที่น่าแวะคือ “พิพิธภัณฑ์โชกิเมืองเทนโด”
เมืองเทนโดเป็นแหล่งผลิตหมากโชกิมากกว่า 90% ของทั้งหมด จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของโชกิ ภายในพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของสถานีเทนโด มีนิทรรศการหลากหลายที่ช่วยให้เรียนรู้ประวัติและรากกำเนิดของโชกิได้อย่างน่าสนใจ
ยังมีมิวเซียมช็อปที่เต็มไปด้วยสินค้าดีไซน์เกี่ยวกับโชกิ ให้คุณสนุกกับการเลือกซื้อของฝากได้ตั้งแต่ต้นทริป

พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนชั้น 1 ของสถานีเทนโด
พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนชั้น 1 ของสถานีเทนโด
นิทรรศการหมากโชกิที่ทำโดยช่างฝีมือช่างน่าตื่นตาตื่นใจ
นิทรรศการหมากโชกิที่ทำโดยช่างฝีมือช่างน่าตื่นตาตื่นใจ

มื้อกลางวันลิ้มลองเมนูต้นตำรับของเทนโดที่ “เทอุจิ ซุยฉะ นามะโซบะ”

หลังเรียนรู้เรื่องโชกิอย่างเต็มที่แล้ว ก็ได้เวลาหาอะไรอร่อย ๆ เติมพลัง
ระหว่างเดินเล่นในเมืองเทนโด เราจะมุ่งหน้าไปยังร้านโซบะเก่าแก่ “เทอุจิ ซุยฉะ นามะโซบะ” เพื่อลองชิม “โทริจูกะ” เมนูขึ้นชื่อที่มีต้นกำเนิดจากเทนโด
ร้านนี้สังเกตได้จากกังหันน้ำขนาดใหญ่หน้าร้าน และเป็นร้านโซบะเก่าแก่ที่เปิดกิจการมายาวนานกว่า 160 ปี ได้รับคำชมว่าโซบะที่ทำด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมนั้นอร่อยยอดเยี่ยม
ครั้งนี้เราจะลองอีกหนึ่งเมนูดังของร้านอย่าง “โทริจูกะ” ราเม็งที่เดิมเป็นอาหารสำหรับพนักงาน แต่ด้วยความอร่อยจนกลายมาเป็นเมนูชื่อดังที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “โทริจูกะแห่งยามางาตะ”

ร้านโซบะเก่าแก่ใกล้สวนเทนโด สังเกตได้จากกังหันน้ำขนาดใหญ่
ร้านโซบะเก่าแก่ใกล้สวนเทนโด สังเกตได้จากกังหันน้ำขนาดใหญ่
“โทริจูกะ” ซุปสไตล์ญี่ปุ่นที่เพิ่มความหอมเผ็ดด้วยพริกไทย
“โทริจูกะ” ซุปสไตล์ญี่ปุ่นที่เพิ่มความหอมเผ็ดด้วยพริกไทย

หลังอาหารไปชมภาพอุกิโยะเอะที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิโรชิเงะ”

หลังอิ่มอร่อยกับโทริจูกะ เมนูท้องถิ่นของเทนโดแล้ว ก็ไปต่อที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิโรชิเงะ” ซึ่งอยู่ห่างจากเทอุจิ ซุยฉะ นามะโซบะเพียงเดินไม่ไกล เพื่อชมผลงานอุกิโยะเอะอย่างเพลิดเพลิน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงผลงานของอุทากาวะ ฮิโรชิเงะ ศิลปินภาพอุกิโยะเอะผู้มีชื่อเสียงจากผลงานอย่าง “53 สถานีแห่งโทไคโด” โดยมีทั้งภาพพิมพ์อุกิโยะเอะของฮิโรชิเงะตั้งแต่รุ่นแรกถึงรุ่นที่ 5 จัดแสดงตามธีมต่าง ๆ
ภายในมิวเซียมช็อปยังมีสินค้าธีมอุกิโยะเอะให้เลือกซื้ออีกมากมาย หลังชมงานศิลปะอย่างเต็มอิ่มแล้ว อย่าลืมเผื่อเวลาเลือกของฝากกันด้วย

มีห้องจัดแสดงที่สามารถชมผลงานได้อย่างใกล้ชิด
มีห้องจัดแสดงที่สามารถชมผลงานได้อย่างใกล้ชิด
มิวเซียมช็อปที่มีสินค้าต้นฉบับอย่างผ้าเทะนุงุยให้เลือกครบครัน
มิวเซียมช็อปที่มีสินค้าต้นฉบับอย่างผ้าเทะนุงุยให้เลือกครบครัน

สัมผัสเสน่ห์เมืองแห่งโชกิที่เทนโด! ลองเขียนตัวอักษรบนหมากโชกิที่ “เอชุนโด”

หลังออกจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิโรชิเงะ เราจะเดินต่อประมาณ 2 นาทีไปยัง “เอชุนโด” ร้านสาธิตและจำหน่ายหมากโชกิ
ภายในร้านสามารถชมการแกะสลักตัวอักษรบนหมากโชกิโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีสินค้าที่เกี่ยวกับหมากโชกิและของฝากจำหน่ายด้วย
กิจกรรมที่เราจะลองที่นี่คือการทำหมากโชกิด้วยตัวเอง โดยเขียนตัวอักษรหรือลวดลายลงบนหมากตกแต่งขนาดประมาณ 9 ซม. 1 ชิ้น เพื่อทำเป็นหมากโชกิแบบออริจินัลของตัวเอง กิจกรรมนี้ต้องจองล่วงหน้า อย่าลืมวางแผนกันไว้ก่อน

หมากโชกิแบบออริจินัลชิ้นเดียวในโลก เป็นความทรงจำจากทริปที่น่าประทับใจ
หมากโชกิแบบออริจินัลชิ้นเดียวในโลก เป็นความทรงจำจากทริปที่น่าประทับใจ

ปิดท้ายทริปด้วยพาร์เฟต์ผลไม้ที่ “ฟรุตเทีย”!

ที่จริงแล้วเมืองเทนโดยังมีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งผลไม้ด้วย ถ้ามาถึงที่นี่แล้วไม่ได้ชิมผลไม้ก็คงปิดทริปไม่สมบูรณ์ จากเอชุนโด เดินต่อประมาณ 15 นาที จะถึง “ฟรุตเทีย” ฟรุตซาลอนยอดนิยม
“ฟรุตเทีย” เป็นฟรุตซาลอนที่ดำเนินการโดยร้านผลไม้ พาร์เฟต์หน้าตาสวยเหมาะกับการถ่ายรูปที่เสิร์ฟในฟรุตบาร์ของร้านได้รับความนิยมมาก ปิดท้ายทริปนี้ด้วยพาร์เฟต์ผลไม้แสนอร่อย รับรองว่าอิ่มใจแน่นอน

“พาร์เฟต์เชอร์รี” ที่อัดแน่นด้วยเชอร์รีของดีประจำจังหวัดยามางาตะ
“พาร์เฟต์เชอร์รี” ที่อัดแน่นด้วยเชอร์รีของดีประจำจังหวัดยามางาตะ

ตารางทริปตัวอย่างยามางาตะ 1 คืน 2 วัน

Day1

12:35
สถานีโออิชิดะ
...
ขึ้นรถบัสเทศบาลเมืองโอบานาซาวะ สายกินซัง ไปกินซังออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 36 นาที
13:10
กินซังออนเซ็น
...
เดินถึงทันที
13:15
อิซุโนะฮานะ
...
เดินประมาณ 17 นาที
14:20
โนโตยะเรียวกัง
...
เดินประมาณ 14 นาที
15:15
ชิโรงาเนะยุ โรงอาบน้ำรวม
...
เดินประมาณ 1 นาที
16:00
ไอราสุเกนะ
...
เดินถึงทันที
16:30
วาราคุอาชิยุ
...
เปลี่ยนชุดที่ ไอราสุเกนะ แล้วกลับที่พัก
18:00
ค้างคืนที่โนโตยะเรียวกัง

Day2

9:00
ชิโรงาเนะโนะทากิ
...
เดินประมาณ 17 นาที → ขึ้นรถบัสเทศบาลเมืองโอบานาซาวะสายกินซังที่ป้าย “กินซังออนเซ็น” ไปสถานีโออิชิดะ → ขึ้นชินคันเซ็นยามางาตะขบวนไปโตเกียวที่ “สถานีโออิชิดะ” → ลงที่ “สถานีเทนโด” แล้วเดินถึงทันที
11:50
พิพิธภัณฑ์โชกิเมืองเทนโด
...
เดินประมาณ 14 นาที
12:50
เทอุจิ ซุยฉะ นามะโซบะ
...
เดินถึงทันที
13:40
พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิโรชิเงะ
...
เดินประมาณ 2 นาที
15:00
เอชุนโด
...
เดินประมาณ 15 นาที
16:00
ฟรุตเทีย

บทสรุป

ทริป 1 คืน 2 วันที่พาเที่ยวกินซังออนเซ็นและเมืองเทนโด เมืองแห่งโชกิ เป็นอย่างไรบ้าง?
จังหวัดยามางาตะยังมีสถานที่น่าสนใจให้แวะอีกมาก ก่อนออกเดินทาง ย่าลืมอ่าน คู่มือท่องเที่ยวยามางาตะที่ช่วยให้คุณสนุกกับวิวสวย อาหารอร่อย และประวัติศาสตร์ได้แบบเต็มอิ่ม กันไว้ด้วยนะ

mizutama_renga

ผู้เขียน

ท่องเที่ยว・นิตยสาร กองบรรณาธิการ

mizutama_renga

อาศัยอยู่ในคันไซ ชื่นชอบการไปเยี่ยมชมวัดและพิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็นหลักในแถบเคฮันชิน