คู่มือเที่ยวขับรถในโอกินาวะ สนุกกับประสบการณ์ที่ทำได้เพราะมีรถเช่า

คู่มือเที่ยวขับรถในโอกินาวะ สนุกกับประสบการณ์ที่ทำได้เพราะมีรถเช่า

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

แค่ได้นึกถึงถนนที่ทอดยาวท่ามกลางทะเลสีคราม พระอาทิตย์ตกแสนโรแมนติก และชายหาดลับที่ชวนให้แวะ โอกินาวะก็เป็นจุดหมายที่เหมาะกับการขับรถเที่ยวไม่น้อย
หลายคนน่าจะอยากลองสัมผัสการขับรถชมวิวสวยตรงหน้าแบบสดชื่นสักครั้ง
บทความนี้จะพาไปรู้จักข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวขับรถในโอกินาวะด้วยรถเช่า พร้อมแนะนำเส้นทางตัวอย่าง
เราจะอธิบายทั้งข้อควรระวังในการขับรถในโอกินาวะ บริษัทเช่ารถที่แนะนำ และมิจิโนะเอกิที่สะดวกสบายจากหลายแง่มุม ลองอ่านให้จบแล้วนำไปวางแผนทริปกันได้เลย

ถ้าอยากเที่ยวโอกินาวะให้คุ้ม แม้ขนส่งสาธารณะจะไม่สะดวก รถเช่าคือสิ่งจำเป็น!

ถ้าคิดจะเที่ยวโอกินาวะแบบเก็บจุดต่าง ๆ ได้เต็มที่ เรื่องการเดินทางถือว่าสำคัญมาก
โอกินาวะไม่มีรถไฟให้บริการ โดยระบบขนส่งสาธารณะมีเพียงรถบัสหลายประเภทและโมโนเรลเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นคนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยว ต่างก็ใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลัก ดังนั้นหากต้องเดินทางไกล รถยนต์จึงแทบขาดไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ยอดนิยมอย่างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาวะชูราอุมิและเกาะโคริ ต่างกระจายอยู่หลายพื้นที่ หากอยากเที่ยวให้เต็มอิ่ม รถเช่าถือว่าเป็นตัวเลือกที่จำเป็นมาก
รถเช่าช่วยให้เที่ยวโอกินาวะได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางอย่างชัดเจน
ใช้เวลาอันมีค่าได้คุ้มขึ้น และยังเดินทางไปรอบเกาะหลักรวมถึงเกาะรอบ ๆ ได้แบบสบายใจกว่าเดิม
สำหรับคนที่มีสัมภาระเยอะหรือเดินทางพร้อมเด็กเล็ก การนั่งรถจากสนามบินไปที่พักได้โดยตรงก็เป็นข้อดีเช่นกัน
อีกเสน่ห์หนึ่งของการขับรถในโอกินาวะ คือการได้สัมผัสวิวสวยของทะเลสีฟ้าและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์อย่างใกล้ชิด
เพียงเปิดหน้าต่างรับลมทะเลแล้วขับไปเรื่อย ๆ คุณก็น่าจะได้สัมผัสความสดชื่นที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน
เพราะมีเส้นทางขับรถเที่ยวให้เลือกหลากหลาย ลองจัดแผนให้เหมาะกับวันเวลาและจุดหมาย แล้วเพลิดเพลินกับช่วงเวลาดี ๆ ให้เต็มที่

การขับรถชมทะเลสวย ๆ คือเสน่ห์สำคัญของการเที่ยวโอกินาวะ
การขับรถชมทะเลสวย ๆ คือเสน่ห์สำคัญของการเที่ยวโอกินาวะ

ถ้าจะเช่ารถ เลือกที่นี่! 6 บริษัทเช่ารถแนะนำในโอกินาวะ

ถ้ากำลังมองหารถเช่าในโอกินาวะ รายชื่อที่คัดมานี้น่าจะช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ในญี่ปุ่นมีบริษัทเช่ารถอยู่มากมาย ที่นี่เราจึงคัด 6 บริษัทที่แนะนำ โดยเว็บไซต์รองรับหลายภาษาและชาวต่างชาติก็สามารถเช่ารถได้
แต่ละแห่งมีผลงานที่น่าเชื่อถือทั้งในระดับประเทศหรือในจังหวัดโอกินาวะ และคาดหวังการดูแลช่วยเหลือได้ดี จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่คุ้นเคยด้วยเช่นกัน
โดยทั่วไป หากสมัครสมาชิกหรือจองผ่านอินเทอร์เน็ต มักจะได้ราคาแบบส่วนลด
หากยังตัดสินใจไม่ถูก ลองเลือกจากรายชื่อด้านล่างนี้ได้เลย

1. Times Car Rental

“ไทม์สคาร์เรนทัล” ใช้จุดแข็งจากเครือข่ายทั่วญี่ปุ่น เปิดสาขาจำนวนมากใกล้สนามบินและสถานีชินคันเซ็น
มีรถคุณภาพดีและสะอาดให้เลือก โดยส่วนใหญ่เป็นรถใหม่ถึงอายุไม่เกิน 3 ปี และยังได้รับคำชมเรื่องความสะอาดภายในรถด้วย
อีกจุดเด่นคือสามารถจองได้ล่วงหน้าจนถึง 30 นาทีก่อนเวลาใช้งาน จึงสะดวกทั้งสำหรับการเช่าหลังเดินทางมาถึงหรือเช่าระหว่างทริป
นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับบริษัทใหญ่รายอื่น ราคายังค่อนข้างประหยัด จึงเหมาะกับคนที่ต้องการทั้งความน่าเชื่อถือและความคุ้มค่า

พื้นที่ที่มีสาขา
เมืองนาฮะ
วิธีชำระเงิน
โดยหลักใช้บัตรเครดิต
ราคาเริ่มต้น
ไม่เกิน 6 ชั่วโมง: 5,313 เยน–
ไม่เกิน 12 ชั่วโมง: 6,451 เยน–
ไม่เกิน 24 ชั่วโมง: 7,590 เยน–
เพิ่มทุก 1 ชั่วโมง: 924 เยน–
※กรณีรถเคย์คาร์
ตัวเลือกหลัก
ประกันยกเว้นค่าเสียหาย・ประกัน NOC: 1,100 เยน–
คืนรถต่างสาขา: กรุณาตรวจสอบ
ระบบนำทางในรถ: ฟรี
ที่นั่งเด็ก: 1,100 เยน

2. ORIX Rent a Car

“โอริกซ์เรนทาคาร์” เป็นบริษัทเช่ารถที่มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น และมีจำนวนรถให้บริการมากเป็นอันดับ 2 ของอุตสาหกรรม
จุดเด่นคือมีรถให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รถเคย์คาร์ รถแวน ไปจนถึงรถหรูและรถนำเข้า จึงตอบโจทย์ความต้องการได้หลายรูปแบบ
อีกทั้งยังสามารถสะสมไมล์ของ JAL และ ANA ได้ด้วย (100 เยน = 1 ไมล์) ซึ่งถือเป็นข้อดีที่น่าสนใจ

สาขาในโอกินาวะ
เมืองโทมิกุสึกุ
เมืองนาฮะ
เมืองอุราโซเอะ
เขตนากากามิ
เขตคุนิงามิ
เมืองนาโกะ
เมืองมิยาโกจิมะ
เมืองอิชิงากิ
เขตชิมะจิริ
เขตยาเอยามะ
วิธีชำระเงิน
โดยหลักใช้บัตรเครดิต
ราคาเริ่มต้น
ไม่เกิน 6 ชั่วโมง: 6,160 เยน–
ไม่เกิน 12 ชั่วโมง: 6,160 เยน–
ไม่เกิน 24 ชั่วโมง: 8,250 เยน–
เพิ่มทุก 1 ชั่วโมง: 1,320 เยน–
※กรณีรถเคย์คาร์
ตัวเลือกหลัก
แพ็กเกจอุ่นใจ RAP: 660 เยน หรือ 1,320 เยน
คืนรถต่างสาขา: กรุณาตรวจสอบ
ระบบนำทางในรถ: ฟรี
ที่นั่งเด็ก: 1,100 เยน
บัตร ETC: 550 เยน (ตัวเครื่องติดรถมีให้ฟรี)

3. Toyota Rent a Car

“โตโยต้าเรนทาคาร์” มีจุดให้บริการ 1,100 แห่งทั่วประเทศ และเป็นบริการเช่ารถรายใหญ่ที่สุดในวงการ
มีรถโตโยต้าหลากหลายรุ่นให้เลือกครบครัน และยังมีจำนวนรถมากเป็นอันดับ 1 อีกด้วย
จึงน่าจะหารถที่ตรงกับความต้องการหรือรถรุ่นที่ถูกใจได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ รถโตโยต้ายังขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย ความทนทาน สมรรถนะดี และประหยัดน้ำมัน จึงช่วยให้ทริปขับรถสบายยิ่งขึ้น
อีกจุดเด่นคือมีการดูแลบำรุงรักษาอย่างดีด้วยอุปกรณ์ทันสมัยและวิศวกรมากประสบการณ์ ทำให้รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและสะอาดอยู่เสมอ
หากให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือทั้งในด้านรถและบริการ บริษัทนี้ก็น่าสนใจมาก

สาขาในโอกินาวะ
เมืองนาฮะ
เมืองโอกินาวะ
เมืองโทมิกุสึกุ
เมืองชาตัน เขตนากากามิ
วิธีชำระเงิน
โดยหลักใช้บัตรเครดิต
ราคาเริ่มต้น
ไม่เกิน 6 ชั่วโมง: 6,160 เยน–
ไม่เกิน 12 ชั่วโมง: 6,600 เยน–
ไม่เกิน 24 ชั่วโมง: 8,580 เยน–
เพิ่มทุก 1 ชั่วโมง: 1,320 เยน–
※กรณีรถยนต์นั่ง ไม่มีบริการรถเคย์คาร์
ตัวเลือกหลัก
ระบบประกันยกเว้นค่าเสียหาย: 1,100 เยน–
คืนรถต่างสาขา: กรุณาตรวจสอบ
ระบบนำทางในรถ: ฟรี
ที่นั่งเด็ก: 1,100 เยน/ครั้ง
บัตร ETC: 550 เยน (ตัวเครื่องติดรถฟรี ยกเว้นบางคัน)

4. OTS Rent a Car

“โอทีเอสเรนทาคาร์” เป็นบริการเช่ารถที่ดำเนินการโดย Okinawa Tourist Co., Ltd. และเป็นบริษัทท้องถิ่นที่มีฐานอยู่ในจังหวัดโอกินาวะ
จุดเด่นคือมีรถให้เลือกหลากหลาย โดยเน้นรถอายุไม่เกิน 3 ปีเป็นหลัก ตั้งแต่รถหรู รถไฮบริดยอดนิยม ไปจนถึงรถแคมป์ปิง
รถทุกคันได้รับการดูแลและทำความสะอาดอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังมีอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน เช่น รถปลอดบุหรี่ทุกคัน ระบบนำทาง และ Bluetooth
ยังมีบริการรับส่งฟรีใกล้สนามบินนาฮะและสนามบินอิชิงากิ พร้อมโบรชัวร์แหล่งท่องเที่ยวและตั๋วส่วนลดให้เลือกใช้ระหว่างทริป
แม้อาจไม่ได้มีชื่อเสียงทั่วประเทศมากนัก แต่สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นกับการเที่ยวโอกินาวะครั้งแรก ก็ถือเป็นอีกบริษัทที่น่าเลือกใช้

สาขาในโอกินาวะ
เมืองโทมิกุสึกุ
เมืองนาฮะ
เมืองอิชิงากิ
เมืองมิยาโกจิมะ
วิธีชำระเงิน
เงินสด・บัตรเครดิต・Edy
ราคาเริ่มต้น
ใช้งานวันเดียว: 8,250 เยน–
1 คืน 2 วัน (ภายใน 24 ชั่วโมง): 8,250 เยน–
2 คืน 3 วัน (ภายใน 48 ชั่วโมง): 15,400 เยน–
3 คืน 4 วัน (ภายใน 72 ชั่วโมง): 22,550 เยน–
※กรณีรถเคย์คาร์ รวมค่าประกันยกเว้นค่าเสียหายแล้ว
ตัวเลือกหลัก
แพ็กเกจอุ่นใจ (รวมประกัน ฯลฯ): 660 เยน/24 ชั่วโมง–
ระบบนำทางในรถ: ฟรี
ที่นั่งเด็ก: 1,100 เยน
คืนรถต่างสาขา: 2,750 เยน

5. JAPAN C.R.C.

“JAPAN C.R.C.” เป็นบริการเช่ารถแคมป์ปิงเฉพาะทางขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
มีรถแคมป์ปิงหลากหลายรุ่นให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นรุ่นออริจินัลของบริษัทอย่าง “Robinson 771” หรือรุ่นยอดนิยมอย่าง “Serengeti” ที่ดัดแปลงจาก Hiace

พื้นที่ที่มีสาขาในโอกินาวะ
เมืองนาฮะ
เขตชิมะจิริ
เมืองโอกินาวะ
เมืองโทมิกุสึกุ
วิธีชำระเงิน
บัตรเครดิต・โอนเงินผ่านธนาคาร・ชำระเงินหน้างาน
ราคาเริ่มต้น
ขึ้นอยู่กับขนาดรถ การตกแต่งภายใน และวันเวลาใช้งาน

6. TOCOO!

รายการสุดท้ายไม่ใช่บริษัทเช่ารถโดยตรง แต่เป็น “TOCOO!” บริการจองรถเช่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นแห่งแรกของญี่ปุ่น
เว็บไซต์ทางการรองรับภาษาอังกฤษ จีนตัวเต็ม เกาหลี และไทย พร้อมบริการลูกค้าสัมพันธ์โดยเจ้าของภาษาของแต่ละภาษาในการตอบคำถามและให้คำปรึกษา
มีร้านให้บริการประมาณ 3,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น โดยกระจายอยู่ใกล้สนามบินและสถานีหลักต่าง ๆ และในโอกินาวะก็มีทั้งบริเวณสนามบินนาฮะ ตัวเมืองนาฮะ และบนเกาะรอบ ๆ ด้วย
จำนวนรถที่ลงทะเบียนในระบบต่อวันมีประมาณ 100,000 คัน จึงช่วยให้หารถที่ตรงกับสไตล์หรือเงื่อนไขที่ต้องการได้ง่าย
ทุกการจองรถเช่ายังสามารถเช่าอุปกรณ์ Wi-Fi ในรถได้ฟรี และมีตัวเลือกอย่าง “TOCOO! Expressway Pass (TEP)” สำหรับใช้ทางด่วนได้ไม่จำกัดในช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึง “แผนจองล่วงหน้า” ที่ช่วยให้ได้ราคาคุ้มขึ้นเมื่อจองแต่เนิ่น ๆ
แม้คนญี่ปุ่นก็สามารถใช้บริการได้ แต่เป็นบริการจองรถเช่าที่อยากแนะนำเป็นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ลองพิจารณาใช้ “TOCOO!” ควบคู่ไปกับบริษัทเช่ารถอื่น ๆ ด้วยก็น่าสนใจ

※ข้อมูลข้างต้นทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 และอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ถ้าอยากรู้จักบริษัทเช่ารถและเว็บไซต์เช่ารถแนะนำให้มากขึ้น

สำหรับผู้ที่เช่ารถในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก การหาบริษัทที่เหมาะกับตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย
ในกรณีแบบนั้น แนะนำให้ใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบที่ช่วยค้นหาบริษัทเช่ารถหลายแห่งพร้อมกัน และคัดแผนที่ตรงกับเงื่อนไขที่ต้องการ เช่น วันเวลา ประเภทรถ หรือออปชันต่าง ๆ
รองรับหลายภาษา และบางครั้งก็มีราคาโปรโมชั่นที่คุ้มกว่าให้เลือกด้วย ลองใช้งานดูก็ได้
ถ้าอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์เปรียบเทียบ สามารถอ่านต่อได้จากบทความนี้

ลองใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบเพื่อหารถเช่าที่ตรงกับเงื่อนไขของคุณ
ลองใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบเพื่อหารถเช่าที่ตรงกับเงื่อนไขของคุณ

แนะนำการเช่ารถเปิดประทุนเพื่อสัมผัสธรรมชาติของโอกินาวะ

ถ้าอยากรับลมทะเลพร้อมชมท้องฟ้าสีฟ้าและบรรยากาศอบอุ่นของโอกินาวะแบบเต็มที่ รถเปิดประทุนก็เป็นตัวเลือกที่น่าลองมาก
ความโปร่งโล่งของรถประเภทนี้เมื่อรวมกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงาม จะทำให้การขับรถกลายเป็นประสบการณ์แบบรีสอร์ตไปในตัว
นอกจากรถเปิดประทุนแล้ว หากคุณใส่ใจเรื่องรถเป็นพิเศษ เช่น อยากได้รถต่างประเทศหรือรถสปอร์ต ลองพิจารณาบริษัทเช่ารถที่จะแนะนำต่อไปนี้ได้

1. H1Rentacar

“H1Rentacar” เป็นบริการเช่ารถที่มีทั้งรถยอดนิยมอย่าง Chevrolet Camaro และ Mustang รวมถึงรถคอมแพกต์สัญชาติญี่ปุ่นด้วย
รถทุกคันมีระบบนำทาง รองรับหลายช่องทางการชำระเงิน และมีบริการส่งรถฟรี สะท้อนถึงความใส่ใจต่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจอุ่นใจที่รวมประกันยกเว้นค่าเสียหายไว้แล้ว (ช่วงเวลาจำกัด) และยังพยายามทำราคาประหยัดที่สุดในโอกินาวะ ทำให้ในบางช่วงสามารถเช่าได้ในราคาคุ้มมาก
จึงเหมาะไม่เพียงสำหรับคนที่อยากขับรถต่างประเทศ แต่รวมถึงผู้ที่ต้องการประหยัดค่าเช่ารถด้วย

สาขาในโอกินาวะ
เมืองโทมิกุสึกุ
วิธีชำระเงิน
เงินสด・บัตรเครดิต・ชำระแบบไร้เงินสด・บัตร IC ขนส่งสาธารณะ
ราคาเริ่มต้น
Chevrolet Camaro: 17,500 เยน/1 คืน 2 วัน–
Mustang: 17,500 เยน/1 คืน 2 วัน–
Freed 6 ที่นั่ง: 6,600 เยน/1 คืน 2 วัน–
รถคอมแพกต์: 4,100 เยน/1 คืน 2 วัน–
ตัวเลือกหลัก
ประกันยกเว้นค่าเสียหาย: 2,138 เยน/1 วัน–
ระบบนำทางในรถ: ฟรี
ที่นั่งเด็ก: ฟรี

2. ACS Rent a Car

“ACS Rent a Car” เป็นบริการเช่ารถที่เน้นรถต่างประเทศโดยเฉพาะ ทั้งรถเปิดประทุน รถหรู และรถสปอร์ต
มีรถหลากหลายตั้งแต่ Mercedes-Benz และ VOLKSWAGEN ไปจนถึงรถวันบ็อกซ์และรถแวกอน โดยชูจุดเด่นเรื่องราคาประหยัดในโอกินาวะ ทำให้สัมผัสการขับรถระดับพรีเมียมได้ไม่ยาก
อีกทั้งยังมีบริการรับส่งฟรีจากสนามบิน ช่วยให้เริ่มใช้งานได้ทันทีหลังเดินทางมาถึง ซึ่งสะดวกมาก
ขั้นตอนดำเนินการใช้เวลาเร็วสุดประมาณ 20 นาที จึงช่วยประหยัดเวลาเที่ยวได้อย่างเต็มที่
รีวิวจากผู้ใช้ก็อยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดของรถและการบริการลูกค้าที่เป็นมิตร

สาขาในโอกินาวะ
เมืองนาฮะ
เมืองมิยาโกจิมะ
วิธีชำระเงิน
เงินสด・บัตรเครดิต
ราคาเริ่มต้น
ขึ้นอยู่กับสาขา ขนาดรถ และวันเวลาใช้งาน
ตัวเลือกหลัก
ยกเว้นค่าชดเชยประกัน: 2,000 เยน/วัน
ระบบนำทางในรถ: ฟรี
ที่นั่งเด็ก: ฟรี

※ข้อมูลข้างต้นทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 และอาจมีการเปลี่ยนแปลง

11 จุดสำคัญที่ควรรู้ก่อนขับรถเที่ยวในโอกินาวะ

ก่อนออกขับรถในโอกินาวะ มีเรื่องเฉพาะพื้นที่ที่ควรรู้ไว้พอสมควร ต่างจากโตเกียวหรือโอซาก้าอยู่ไม่น้อย
ที่นี่เราได้สรุป 11 ข้อสำคัญที่อยากให้จำไว้เป็นอย่างน้อย
หากไม่ทำความเข้าใจก่อนเดินทาง ก็อาจพูดได้ว่าการขับรถเที่ยวแบบสบายและราบรื่นจะเป็นเรื่องยาก
ไม่ใช่แค่ผู้ขับขี่เท่านั้น ผู้โดยสารร่วมทางก็ควรรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ด้วย เพื่อช่วยกันเดินทางอย่างปลอดภัย

1. หากมีพายุไต้ฝุ่นเข้าใกล้หรือขึ้นฝั่ง ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ

โอกินาวะเป็นพื้นที่ที่มีพายุไต้ฝุ่นบ่อย และควรจำไว้ว่าความรุนแรงเมื่อพายุเข้าใกล้หรือขึ้นฝั่งมักมากกว่าพื้นที่ฮนชู
โดยพื้นฐานแล้ว ถนนในโอกินาวะมักปูด้วยหินปูน ทำให้เมื่อเปียกจะลื่นได้ง่าย
ยิ่งหากต้องขับรถท่ามกลางพายุที่ทำให้ทัศนวิสัยแย่ลง ก็ยิ่งอันตรายมาก ทั้งมีโอกาสโดนลมพัดจนควบคุมพวงมาลัยยาก หรือเสี่ยงรถพลิกคว่ำ
ถนนน้ำท่วมก็พบได้ไม่ยาก และบางพื้นที่ยังต้องระวังถนนทรุดหรือดินถล่มด้วย
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ร่มหรือป้ายซึ่งถูกลมพัดปลิวมา จะทำให้รถเช่าเป็นรอยเสียหาย
หากโชคร้ายต้องเจอกับไต้ฝุ่น แนะนำให้งดขับรถเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และปรับแผนการเดินทางใหม่จะดีกว่า
โดยทั่วไป พายุไต้ฝุ่นจะ集中ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม

หากมีพายุไต้ฝุ่นเข้าใกล้หรือขึ้นฝั่ง ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือออกนอกที่พักโดยไม่จำเป็น
หากมีพายุไต้ฝุ่นเข้าใกล้หรือขึ้นฝั่ง ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือออกนอกที่พักโดยไม่จำเป็น

2. ระวังบัสเลนในช่วงเช้าและเย็น

สำหรับคนที่วางแผนขับรถในเมืองนาฮะ มีอีกเรื่องที่ควรจำไว้คือ “บัสเลน”
มาตรการนี้เป็นการควบคุมการจราจรเพื่อบรรเทารถติดในช่วงเช้าและเย็น โดยมีเป้าหมายให้ระบบขนส่งสาธารณะเดินรถได้อย่างราบรื่น
มาตรการนี้ใช้เป็นหลักบนถนนหมายเลข 58 และถนนโคคุไซโดริในเมืองนาฮะ โดยกำหนดเลนซ้ายสุดติดทางเท้าให้เป็นช่องทางสำหรับรถบัส และจำกัดการวิ่งของรถทั่วไป
เวลาบังคับใช้คือวันธรรมดา 07:30–09:00 และ 17:30–19:00 (ไม่รวมวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมถึงวันที่ 2 และ 3 เดือนมกราคม)
หากเผลอขับเข้าไปในบัสเลน อาจถูกตัดแต้มและปรับตามกฎหมายจราจรทางถนน
มีการบังคับใช้อย่างจริงจังทั้งกับผู้ขับมือใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงควรระวังให้มาก
แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางโดยละเอียดล่วงหน้าจากเว็บไซต์ตำรวจจังหวัดโอกินาวะ

เหนือบัสเลนจะมีป้ายบอกไว้ อย่าลืมสังเกตให้ชัดเจน
เหนือบัสเลนจะมีป้ายบอกไว้ อย่าลืมสังเกตให้ชัดเจน

3. เส้นกลางถนนในโอกินาวะเปลี่ยนตำแหน่งได้?

อีกมาตรการจราจรที่ควรรู้คือ “ช่วงเปลี่ยนตำแหน่งเส้นกลางถนน (ควบคุมตามเวลา)” ซึ่งเป็นถนนที่ตำแหน่งเส้นกลางเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา
เพื่อให้รถทั่วไปยังวิ่งได้คล่องแม้ในช่วงบังคับใช้บัสเลน บนถนนที่มีอย่างน้อย 3 ช่องจราจรขึ้นไป จะมีการเลื่อนตำแหน่งเส้นกลางถนนตามเวลา
ตำแหน่งเส้นกลางในช่วงเวลาที่มีข้อบังคับจะแสดงด้วยป้ายและหมุดไฟกระพริบบนถนน หากไม่ระวังอาจเผลอขับสวนเลนได้
นอกจากนี้ หากเช่ารถที่มีระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน ระบบอาจตรวจจับเส้นสีขาวที่ไม่ใช่เส้นกลางตามปกติ และทำให้พวงมาลัยขยับอัตโนมัติได้
เมื่อขับในช่วงเปลี่ยนตำแหน่งเส้นกลาง อย่าเชื่อระบบช่วยขับมากเกินไป และควรปฏิบัติตามป้ายไฟหรือป้ายจราจรอย่างเคร่งครัด หากยังไม่คุ้นเคย การใช้เลนซ้ายสุดจะอุ่นใจกว่า
ปัจจุบันถนนที่ใช้มาตรการนี้มี 2 แห่ง คือถนนหมายเลข 507 และถนนหมายเลข 330 (จากแยกไซโคคุบะถึงแยกอาซาฮิมาจิในเมืองนาฮะ / 07:30–09:00) และถนนจังหวัดหมายเลข 29 (จากแยกมัตสึกาวะฝั่งตะวันตกถึงแยกอาซาโตะในเมืองนาฮะ)
สำหรับถนนหมายเลข 29 ตำแหน่งเส้นกลางจะแตกต่างกันระหว่าง 06:00–17:30 และ 17:30–06:00 จึงต้องระวังเป็นพิเศษ

หากต้องขับบนถนนที่มีมาตรการจราจรพิเศษ อย่าลืมตรวจดูป้ายเส้นกลางถนนให้ดี
หากต้องขับบนถนนที่มีมาตรการจราจรพิเศษ อย่าลืมตรวจดูป้ายเส้นกลางถนนให้ดี

4. ความเร็วจำกัดบนทางด่วนในโอกินาวะคือ 80 กม./ชม.

ในญี่ปุ่น รถยนต์นั่งทั่วไปที่วิ่งบนทางด่วน ในช่วงที่ไม่มีการกำหนดความเร็วเฉพาะ จะใช้ความเร็วสูงสุดที่ 100 กม./ชม.
แต่ในโอกินาวะกำหนดไว้ที่ 80 กม./ชม. ต่างจากภูมิภาคอื่น ดังนั้นเมื่อขับบนทางด่วนจึงควรระวังไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนดอย่างมาก
นอกจากนี้ ด้วยอิทธิพลของลมทะเล พื้นถนนโดยรวมมักแห้งและลื่นง่าย จึงควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติและขับอย่างระมัดระวัง

เมื่อขับบนทางด่วน ควรใส่ใจทั้งความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากเป็นพิเศษ
เมื่อขับบนทางด่วน ควรใส่ใจทั้งความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากเป็นพิเศษ

5. ระวังกฎจราจรบนถนนโคคุไซโดริ

ถ้าจะขับรถผ่านถนนโคคุไซโดริ ควรเช็กกฎจราจรเฉพาะพื้นที่นี้ไว้ก่อน
บนถนนโคคุไซโดริมีทั้งมาตรการบัสเลนและการปิดถนนไม่ให้รถวิ่งผ่าน
ในช่วงเวลาที่กำหนด รถทั่วไป (ยกเว้นรถบางประเภทและรถจักรยานยนต์) จะไม่สามารถเข้าไปได้ จึงควรจำไว้เพื่อไม่ให้เผลอขับเข้าไป

ประเภทการควบคุม ช่วงถนน ช่วงเวลาควบคุม
ถนนโคคุไซโดริ
(ควบคุมบัสเลน)
แยกเค็นโจคิตะกุจิ (Palette Kumoji)–แยกอาซาโตะซันซาโระ 17:30–19:00
※ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่ 2–3 เดือนมกราคม
ถนนโคคุไซโดริ
(ควบคุมบัสเลน)
แยกอาซาโตะซันซาโระ–แยกเค็นโจคิตะกุจิ (Palette Kumoji) 07:30–09:00
※ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่ 2–3 เดือนมกราคม
Transit Mall
(ปิดถนนไม่ให้รถผ่าน)
แยกเค็นโจคิตะกุจิ (Palette Kumoji)–แยกไซอนบาชิ (สถานีโมโนเรลมากิชิ) ทุกวันอาทิตย์ 12:00–18:00
หากจะขับรถไปถนนโคคุไซโดริ อย่าลืมระวังกฎจราจรที่ใช้บังคับอยู่
หากจะขับรถไปถนนโคคุไซโดริ อย่าลืมระวังกฎจราจรที่ใช้บังคับอยู่

6. วางแผนเผื่อเวลาสำหรับรถติด

เรื่องรถติดก็เป็นอีกอย่างที่มองข้ามไม่ได้เมื่อขับรถในโอกินาวะ
แม้โอกินาวะจะเป็นสังคมที่ใช้รถยนต์เป็นหลัก แต่ถนนสายหลักมีจำนวนจำกัด จึงเกิดการจราจรติดขัดเป็นประจำ
ไม่เพียงช่วงเวลาไปทำงานหรือไปโรงเรียน รวมถึงวันหยุดเท่านั้น บางครั้งยังเกิดในพื้นที่หรือช่วงเวลาที่คาดเดาได้ยากอีกด้วย
หากเจอรถติดขึ้นมา อาจขยับแทบไม่ได้อยู่พักใหญ่ และมีโอกาสทำให้ทำตามแผนที่วางไว้ไม่ได้
สำหรับการขับรถเที่ยวในโอกินาวะด้วยรถเช่า แนะนำให้จัดตารางแบบมีเวลาเผื่อ หรือเลือกแผนที่หลีกเลี่ยงช่วงรถติดจะดีกว่า
โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นของสถานที่ต่อไปนี้ มักจะหนาแน่นมาก ควรจดจำไว้

จุดที่รถติดง่ายเป็นพิเศษ

  • ถนนหมายเลข 58 เส้นทางแนวเหนือ–ใต้ของเกาะหลักโอกินาวะ
  • ถนนหมายเลข 330 เชื่อมเมืองนาฮะกับเมืองโอกินาวะ
  • ถนนหมายเลข 331 จากเมืองนาฮะไปเมืองโอกินาวะผ่านฝั่งตอนใต้
  • ทางด่วนโอกินาวะ เส้นทางระหว่างเมืองนาโกะ–เมืองนาฮะ
  • Pipeline Road ในเมืองอุราโซเอะ
ควรวางแผนเที่ยวแบบมีเวลาเผื่อ เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนแผนระหว่างทาง
ควรวางแผนเที่ยวแบบมีเวลาเผื่อ เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนแผนระหว่างทาง

7. มีผู้ขับขี่หลากหลายประเภท จึงควรขับอย่างปลอดภัยอยู่เสมอ

โอกินาวะเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของญี่ปุ่น จึงมีผู้ขับขี่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นคนที่ปกติไม่ค่อยขับรถ หรือนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติที่ไม่คุ้นเส้นทาง
สำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญหรือมือใหม่ อาจมีโอกาสได้เจอกับสไตล์การขับที่ไม่ค่อยพบเห็นในชีวิตประจำวัน
ในบรรดานั้น ผู้ขับขี่ท้องถิ่นที่มีนิสัยการขับเฉพาะตัวก็เป็นเรื่องที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า
ลักษณะมีหลายแบบ เช่น ไม่เปิดไฟเลี้ยวตอนเลี้ยวขวาหรือซ้าย เปลี่ยนเลนหรือแซงบนเส้นเหลือง หรือขับช้ามากประมาณ 20 กม./ชม. ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตราย
แม้อาจทำให้รู้สึกสับสนหรือขับได้ยากขึ้น แต่เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุ ควรยึดการขับแบบมาตรฐานและคำนึงถึงความปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ

ควรขับแบบเผื่อไว้ก่อนว่า “อาจเกิดขึ้นได้” อยู่เสมอ
ควรขับแบบเผื่อไว้ก่อนว่า “อาจเกิดขึ้นได้” อยู่เสมอ

8. ควรระวังรถป้าย Y เป็นพิเศษ

เมื่อขับรถในโอกินาวะ คุณจะเห็นรถที่มีตัวอักษรอย่าง “A”, “K” หรือ “H” บนป้ายทะเบียนอยู่บ่อยครั้ง
ทั้งหมดนี้หมายถึงรถของผู้เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐในญี่ปุ่น โดยที่พบมากที่สุดคือ “ป้าย Y”
หากเกิดอุบัติเหตุหรือปัญหากับรถเหล่านี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะต้องให้ข้อมูลทั้งกับตำรวจญี่ปุ่นและตำรวจสหรัฐ
ขั้นตอนการติดต่อและการแก้ไขปัญหามักใช้เวลานาน ซับซ้อน และยุ่งยาก ซึ่งอาจทำให้ทริปหมดสนุกไปเลย จึงควรระวังให้มาก

รถ “ป้าย Y” ที่อาจพบเห็นได้ในโอกินาวะ
รถ “ป้าย Y” ที่อาจพบเห็นได้ในโอกินาวะ

9. ช่วงไฮซีซัน ควรหลีกเลี่ยงการเช่ารถแถวสนามบินนาฮะ

ถ้าเดินทางช่วงคนเยอะ การรับรถเช่ารอบสนามบินนาฮะอาจใช้เวลามากกว่าที่คิด
หากเช่ารถบริเวณรอบสนามบินนาฮะ โดยทั่วไปจะต้องขึ้นรถรับส่งที่แต่ละบริษัทจัดไว้จากสนามบินไปยังสาขาของตนเอง
เมื่อไปถึงสาขาและทำขั้นตอนรับรถเสร็จ จึงจะเริ่มใช้รถเช่าได้
แต่ในช่วงไฮซีซันที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก จำนวนผู้ใช้บริการก็เพิ่มตาม ทำให้ต้องรอรถรับส่งนาน และยังใช้เวลานานกว่าจะถึงสาขาเพราะรถติด
ในช่วงพีค การรอประมาณ 1–2 ชั่วโมงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แม้จะหลีกเลี่ยงความแออัดได้ยาก แต่หากเลือกเวลาหลังเปิดทำการทันทีหรือช่วงใกล้ปิดบริการ หรือจองสาขาที่อยู่ห่างจากสนามบินนาฮะออกไป ก็อาจเช่ารถได้ราบรื่นกว่า
หากปรับตารางได้ การเลื่อนช่วงเวลาเดินทางก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน

ลองวางแผนเวลาให้ดีเพื่อให้การเช่ารถเป็นไปอย่างราบรื่น
ลองวางแผนเวลาให้ดีเพื่อให้การเช่ารถเป็นไปอย่างราบรื่น

10. ควรจองรถเช่าล่วงหน้า

หากจะใช้รถเช่าในโอกินาวะ การจองล่วงหน้าแทบเป็นสิ่งจำเป็น และควรใส่ใจเรื่องช่วงเวลาด้วย
ในฤดูกาลท่องเที่ยว เช่น โกลเดนวีค (ปลายเดือนเมษายน–ต้นเดือนพฤษภาคม) หรือช่วงฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม–กันยายน) ความต้องการจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนอาจเกิดกรณีรถไม่พอและจองไม่ได้
ดังนั้นจึงแนะนำให้จองพร้อมกับตั๋วเครื่องบินและโรงแรมตั้งแต่เนิ่น ๆ
สำหรับคนที่ไม่อยากจัดการหลายอย่างเองหรือมักลืม การเลือกทัวร์หรือแพ็กเกจที่รวมรถเช่าไว้แล้วก็เป็นทางเลือกที่ดี

หากคิดจะใช้รถเช่า ควรจองให้เร็วเข้าไว้
หากคิดจะใช้รถเช่า ควรจองให้เร็วเข้าไว้

11. ห้ามขับรถหลังดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด

เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดแค่โอกินาวะ แต่การขับรถหลังดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ห้ามเด็ดขาด
แน่นอนว่าไม่ควรขับแม้จะเป็นกรณีที่ยังมีแอลกอฮอล์ตกค้างจากวันก่อน หรือดื่มเพียงเล็กน้อยในระดับชิมเท่านั้นก็ตาม
การขับรถขณะมึนเมาไม่เพียงมีบทลงโทษรุนแรง แต่ยังอาจคร่าชีวิตผู้อื่นได้ด้วย

การขับรถหลังดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ห้ามเด็ดขาด ไม่ใช่แค่ในโอกินาวะเท่านั้น
การขับรถหลังดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ห้ามเด็ดขาด ไม่ใช่แค่ในโอกินาวะเท่านั้น

เส้นทางยอดนิยมแนะนำสำหรับทริปแรกในโอกินาวะ

ถ้าเพิ่งมาโอกินาวะครั้งแรก การเริ่มจากเส้นทางยอดนิยมก็ช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้นพอสมควร
คุณจะได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรม วิวสวย และอาหารท้องถิ่นภายในเวลาสั้น ๆ พร้อมรับรู้เสน่ห์ของโอกินาวะได้อย่างเต็มที่
บทความนี้แนะนำตัวอย่างเส้นทาง 2 คืน 3 วัน ที่มีกิจกรรมหลากหลายให้ลอง
มีทั้งสถานที่ยอดฮิตอย่างปราสาทชูริและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาวะชูราอุมิ รวมถึงช้อปปิ้งและขับรถเที่ยวได้อย่างลงตัว
สามารถใช้เป็นแนวทางวางแผนทริปได้ ลองกดเข้าไปดูเพิ่มเติมกันได้เลย

ลองใช้แผนยอดนิยมที่รวมจุดท่องเที่ยวดังและการขับรถเที่ยวไว้ครบเป็น参考
ลองใช้แผนยอดนิยมที่รวมจุดท่องเที่ยวดังและการขับรถเที่ยวไว้ครบเป็น参考

ตัวอย่างทริป 2 คืน 3 วัน เที่ยวเกาะรอบโอกินาวะด้วยเรือและรถ

ถ้าอยากออกนอกเส้นทางเดิม ๆ ทริปเกาะรอบโอกินาวะก็น่าสนใจไม่น้อย
เราขอแนะนำตัวอย่างเส้นทาง 2 คืน 3 วัน สำหรับเที่ยว “เกาะอิชิงากิ” และ “เกาะอิริโอโมเตะ (Iriomotejima)” ซึ่งเป็นเกาะยอดนิยมติดอันดับต้น ๆ ของโอกินาวะอยู่เสมอ
แผนนี้รวบรวมเสน่ห์แบบโอกินาวะไว้ครบ ทั้งวิวสวยและอาหารขึ้นชื่อ
บนแต่ละเกาะก็มีบริษัทเช่ารถรายใหญ่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการได้ เช่น ORIX Rent a Car และ Toyota Rent a Car ที่กล่าวถึงข้างต้น จึงอุ่นใจได้
แม้การเช่ารถเป็นรายวันจะดูยุ่งยากอยู่บ้าง แต่เราเชื่อว่าประสบการณ์ที่ได้คุ้มค่ากับความพยายามแน่นอน
หากคุณมีแผนพักในโอกินาวะหลายวัน หรืออยากลองทริปที่แตกต่างออกไป ลองท้าทายตัวเองด้วยการขับรถเที่ยวเกาะต่าง ๆ ดูสักครั้ง

วันที่ 1: ขับรถตระเวนชมจุดชมวิวสวยบนเกาะอิชิงากิ

วันแรกของเส้นทางตัวอย่างนี้ จะพาไปขับรถชมจุดวิวสวยทางตอนเหนือของเกาะอิชิงากิ
เราเลือกสถานที่ที่ให้คุณได้เพลิดเพลินกับภาพของแนวปะการัง ดอกชบา และทะเลสีฟ้าใสในบรรยากาศแบบเมืองร้อน
หลังจากขับเที่ยวครบแล้ว ยังได้แวะย่านการค้าที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมโอกินาวะและพบปะผู้คนท้องถิ่นโดยตรง
อย่าลืมเผื่อเวลาลองชิมอาหารท้องถิ่นระหว่างทางด้วย

12:00 เริ่มต้นจากสนามบินชินอิชิงากิ

วันแรกเริ่มต้นที่สนามบินชินอิชิงากิ (ชื่อเล่น: สนามบินปายนุชิมะอิชิงากิ)
จากสนามบินนาฮะสามารถบินตรงมาถึงสนามบินชินอิชิงากิได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เดินทางสะดวกและมีเที่ยวบินหลายเที่ยว
เมื่อรับรถเช่าบริเวณสนามบินแล้ว ก็ได้เวลาเริ่มต้นการเดินทางอย่างแท้จริง
เพื่อไม่ให้เสียเวลา แนะนำให้จองรถล่วงหน้ากับบริษัทเช่ารถไว้ก่อน และดำเนินการรับรถให้เรียบร้อยอย่างราบรื่น

เริ่มต้นทริปที่สนามบินชินอิชิงากิ (ชื่อเล่น: สนามบินปายนุชิมะอิชิงากิ)
เริ่มต้นทริปที่สนามบินชินอิชิงากิ (ชื่อเล่น: สนามบินปายนุชิมะอิชิงากิ)

12:35 ชมวิวสุดตระการตาแบบเกาะทางใต้ที่ “จุดชมวิวทามาโทริซากิ”

“จุดชมวิวทามาโทริซากิ” ตั้งอยู่เชิงเขาคินบุดาเกะบนคาบสมุทรฮิราคุโบะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอิชิงากิ
จากสนามบินชินอิชิงากิ เพียงขับตรงขึ้นเหนือบนถนนหมายเลข 390 ก็จะถึง
จุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนเนินสูงประมาณ 30 เมตรแห่งนี้ เป็นจุดชมทิวทัศน์ชั้นนำของเกาะอิชิงากิ ที่สามารถชมธรรมชาติเขียวชอุ่มและแนวปะการังไปพร้อมกับรับลมสบาย ๆ
ตลอดทางเดินไปยังจุดชมวิวมีทั้งดอกชบาและดอกฟูรินบุสโซเงะบานสะพรั่ง ให้บรรยากาศแบบเมืองร้อนอย่างเต็มที่

วิวสวยจากจุดชมวิวทามาโทริซากิ
วิวสวยจากจุดชมวิวทามาโทริซากิ

12:55 ชิมอาหารท้องถิ่นของเกาะอิชิงากิที่ “ร้านอาหารอะคาชิ”

ขับขึ้นเหนือบนถนนหมายเลข 390 ต่อจากจุดชมวิวทามาโทริซากิอีกเล็กน้อย ก็จะถึง “ร้านอาหารอะคาชิ” ร้านดังที่ถูกแนะนำในหนังสือนำเที่ยวด้วย
ภายในร้านมีบรรยากาศสบาย ๆ แบบโอกินาวะ ทำให้เพลิดเพลินกับมื้ออาหารได้อย่างผ่อนคลาย
เมนูขึ้นชื่อคือ “โซกิโซบะ” และ “ยาเอยามะโซบะ” ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นยอดนิยม
โซกิที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มมีรสชาติเข้มข้น และเมื่อเข้ากับน้ำซุปก็ยิ่งเพิ่มความอร่อย
ส่วนยาเอยามะโซบะที่มีน้ำซุปสีขาวขุ่นจากปลาโอและกระดูกหมูก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
รสชาติออกเบา ๆ แฝงความหวานนิด ๆ และเป็นเมนูที่คนท้องถิ่นก็ชื่นชอบมาก

“ยาเอยามะโซบะ” ที่มีรสชาติแตกต่างจากโอกินาวะโซบะของเกาะหลัก
“ยาเอยามะโซบะ” ที่มีรสชาติแตกต่างจากโอกินาวะโซบะของเกาะหลัก
ที่อยู่
〒907-0332 จังหวัดโอกินาวะ เมืองอิชิงากิ อิบารุมะ 360
เวลาเปิด
10:30–15:00
วันหยุด
วันจันทร์・วันอังคาร・วันพุธ・วันอาทิตย์

13:45 เดินเล่นที่ “ฮิราคุโบะซากิ” จุดชมวิวทะเลและแนวปะการังอันงดงาม

ขับขึ้นเหนือบนถนนหมายเลข 206 จากร้านอาหารอารากากิ จะมาถึง “ฮิราคุโบะซากิ” จุดชมวิวสวยที่ตั้งอยู่เหนือสุดของเกาะอิชิงากิ
บริเวณโดยรอบไม่มีสิ่งบดบังสายตา ทำให้มองเห็นแนวปะการังและทะเลสวยได้กว้างเต็มตา
ภาพแสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำก็น่าประทับใจ แต่ช่วงพระอาทิตย์ตกก็มีเสน่ห์แตกต่างออกไปเช่นกัน
ไล่เฉดสีน้ำเงินสวยงามที่เกิดจากแนวปะการังและทะเลคือภาพที่ไม่ควรพลาด

วิวสวยของแนวปะการังและทะเลสีน้ำเงินเข้ม
วิวสวยของแนวปะการังและทะเลสีน้ำเงินเข้ม

14:55 ดื่มด่ำกับวิวสุดอลังการที่ “อ่าวคาบิระ” จุดไฮไลต์อันดับหนึ่งของเกาะอิชิงากิ

หลังชมวิวที่ฮิราคุโบะซากิแล้ว ให้ขับลงใต้ตามถนนหมายเลข 206 แล้วเข้าสู่ถนนหมายเลข 79 เลียบทะเลไปยัง “อ่าวคาบิระ”
อ่าวคาบิระเป็นจุดชมวิวทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะอิชิงากิ และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อยทิวทัศน์งดงามของญี่ปุ่น
ด้วยหาดทรายสีขาวและทะเลสี “คาบิระบลู” จึงเป็นจุดชมวิวอันดับหนึ่งของเกาะอิชิงากิ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงด้านการเพาะเลี้ยงไข่มุกดำด้วย
ไฮไลต์สำคัญคือผืนน้ำสวยงามและหมู่เกาะเขียวชอุ่มที่กระจายตัวอยู่กลางทะเล

จุดชมวิวอันดับหนึ่งของเกาะอิชิงากิ
จุดชมวิวอันดับหนึ่งของเกาะอิชิงากิ

15:45 สนุกกับการช้อปปิ้งที่ “Euglena Mall”

ขับเลียบทะเลลงใต้จากอ่าวคาบิระตามถนนหมายเลข 79 จะมาถึง “Euglena Mall” ซึ่งเป็นอาเขตมอลล์ที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น มีร้านค้ามากกว่า 100 ร้านเรียงรายอย่างคึกคัก
ที่นี่มีทั้งสินค้าพิเศษและงานหัตถกรรมพื้นบ้านของเกาะอิชิงากิ รวมถึงร้านค้าที่มีเอกลักษณ์มากมาย ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของโอกินาวะได้อย่างใกล้ชิด
ตั้งแต่ขนมชินสุโกะแบบคลาสสิกหลากรส ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ย้อมผ้าดีไซน์เฉพาะตัว จึงเหมาะมากสำหรับหาของฝาก
อยากให้ลองชิมเมนูดังอย่าง “ยาเอยามะโซบะ” และ “เทมปุระแบบโอกินาวะ” ด้วยเช่นกัน
เนื่องจากตัวสถานที่ไม่มีที่จอดรถ ควรนำรถเช่าไปจอดที่ลานจอดรถใกล้เคียง

แวะได้ง่าย เพราะอยู่ไม่ไกลจากท่าเรืออิชิงากิสำหรับเกาะรอบนอก
แวะได้ง่าย เพราะอยู่ไม่ไกลจากท่าเรืออิชิงากิสำหรับเกาะรอบนอก

18:30 พักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่ “ANA InterContinental Ishigaki Resort”

ขับรถจาก Euglena Mall ประมาณ 10 นาที ก็จะถึงลักชัวรีรีสอร์ตที่เปิดอาคารใหม่ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2020 และมีประเภทห้องพักโดดเด่นติดอันดับต้น ๆ ของรีสอร์ตบนเกาะ
ที่นี่มอบประสบการณ์พรีเมียมแบบเกาะอิชิงากิ พร้อมการบริการที่ใส่ใจเฉพาะบุคคล ให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างเต็มอิ่ม
ทะเลสีครามเข้มที่ทอดยาวอยู่ตรงหน้าช่างงดงามตระการตา ส่วน Club InterContinental ก็มีทั้งสระว่ายน้ำส่วนตัวบรรยากาศหรู ชายามบ่าย และอีฟนิงค็อกเทลให้เพลิดเพลิน

รับรองการเข้าพักรีสอร์ตที่เหนือระดับ
รับรองการเข้าพักรีสอร์ตที่เหนือระดับ

วันที่ 2: เที่ยวเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะยาเอยามะ

วันที่ 2 ของเส้นทางตัวอย่างนี้ เป็นแผนเที่ยวธรรมชาติของเกาะต่าง ๆ ในโอกินาวะ รวมถึงเกาะอิริโอโมเตะ
เพราะยังคงมีทั้งพืช สัตว์ และวัฒนธรรมที่พบได้เฉพาะที่นี่ จึงน่าจะเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามาก
การเดินทางไปแต่ละจุดในวันนี้จะไม่ได้ใช้รถเช่า แต่จะใช้ทั้งเรือครูซ รถเกวียนควาย และเรือประเภทต่าง ๆ ทำให้ได้ความตื่นเต้นที่ต่างจากวันแรก
จำนวนเรือในแต่ละวันไม่ได้มีมากนัก อย่าลืมตรวจสอบตารางเวลาและระวังอย่าตกเรือ

8:20 เริ่มต้นจากท่าเรืออิชิงากิสำหรับเกาะรอบนอก

วันที่ 2 ของเส้นทางตัวอย่าง เริ่มต้นจากท่าเรือโอฮาระบนเกาะอิริโอโมเตะ
เราได้สรุปวิธีเดินทางจาก ANA InterContinental Ishigaki Resort ไปยังท่าเรือโอฮาระไว้ในตารางด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม รถบัสมีเที่ยวไม่มากนัก ดังนั้นการนั่งแท็กซี่ หรือไปขึ้นรถที่ป้าย “หน้าอาคารที่ว่าการร่วมยาเอยามะแห่งจังหวัดโอกินาวะ” แล้วขึ้นรถบัสสาย 4 ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
หากอ่านแผนแล้วรู้สึกว่าจำเป็น เมื่อมาถึงท่าเรือโอฮาระแล้วค่อยเช่ารถก็ได้เช่นกัน

เส้นทาง
1. เดินจาก “ANA InterContinental Ishigaki Resort” ไปยังป้ายรถเมล์ “ANA InterContinental Ishigaki” (ประมาณ 2–3 นาที)
2. ขึ้นรถบัส To Unyu สาย 10 สนามบิน จาก “ANA InterContinental Ishigaki” และลงที่ “ท่าเรืออิชิงากิสำหรับเกาะรอบนอก”
3. จาก “ท่าเรืออิชิงากิสำหรับเกาะรอบนอก” ขึ้นเรือเฟอร์รี่ของ Anei Kanko หรือ Yaeyama Kanko ไปท่าเรือโอฮาระ เกาะอิริโอโมเตะ แล้วลงที่ “ท่าเรือโอฮาระ เกาะอิริโอโมเตะ”
※เรือเฟอร์รี่มีประมาณ 1 ลำต่อชั่วโมง กรุณาตรวจสอบตารางเวลา
ระยะเวลาเดินทาง
ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

9:40 เรียนรู้ระบบนิเวศของโอกินาวะกับ “ล่องเรือชมป่าชายเลนแม่น้ำนาคามะ”

เรือท่องเที่ยวที่แล่นไปตามแม่น้ำนาคามะ ซึ่งมีป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
พื้นที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติแห่งชาติถึง 3 รายการ รวมถึง “เขตอนุรักษ์ธรรมชาติแม่น้ำนาคามะ” จึงเป็นแหล่งระบบนิเวศเฉพาะตัวที่สำคัญ
เสน่ห์ของที่นี่คือสามารถค่อย ๆ ชมป่าชายเลนหลากหลายชนิด รวมถึงพืช สัตว์ และต้นไม้หายากเฉพาะถิ่นของเกาะอิริโอโมเตะได้จากบนเรือ
กัปตันเรือยังอธิบายข้อมูลต่าง ๆ อย่างสนุกและละเอียด ทำให้เพลิดเพลินได้ตลอดทาง
สูดอากาศบริสุทธิ์ แล้วดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นขุมทรัพย์ของธรรมชาติแห่งนี้ให้เต็มที่

เพลิดเพลินกับทิวทัศน์กึ่งร้อนชื้นอันเป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำนาคามะ
เพลิดเพลินกับทิวทัศน์กึ่งร้อนชื้นอันเป็นเอกลักษณ์ของแม่น้ำนาคามะ

12:20 สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของโอกินาวะที่ “เกาะยูบุ”

“เกาะยูบุ” ซึ่งอยู่ในหมู่เกาะยาเอยามะ เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีเส้นรอบเกาะเพียงประมาณ 2 กิโลเมตร จึงเดินเที่ยวได้สบาย
จากท่าเรือโอฮาระบนเกาะอิริโอโมเตะ จะข้ามไปยังเกาะนี้ด้วยพาหนะสัญลักษณ์ของที่นี่อย่างเกวียนควาย
ระหว่างทาง คนขับจะบรรเลงซันชินและร้องเพลงพื้นบ้าน เสียงดนตรีและลมสบายแบบเมืองร้อนช่วยเพิ่มอารมณ์การเดินทางได้อย่างดี
เกาะยูบุมีภูมิอากาศกึ่งร้อนชื้นที่เอื้ออำนวย จึงเป็นจุดที่สามารถชมพืชและสัตว์นานาชนิดที่หายากได้
ยังมีจุดน่าสนใจอีกมากทั้งสวนพฤกษศาสตร์ ชายหาด และคาเฟ่
ลองปล่อยใจให้ช้าลง และพักผ่อนจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันกันสักหน่อย

เพลิดเพลินกับช่วงเวลาเนิบช้าสไตล์เกาะยูบุให้เต็มที่
เพลิดเพลินกับช่วงเวลาเนิบช้าสไตล์เกาะยูบุให้เต็มที่

14:45 เดินเล่นชมย่านบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่ยังคงอยู่บน “เกาะทาเกโทมิ”

หลังเที่ยวเกาะยูบุเสร็จ ให้ขับรถกลับไปยังท่าเรือโอฮาระ แล้วนั่งเรือประมาณ 45 นาทีไปยังเกาะทาเกโทมิ
ที่นี่เป็นเกาะเล็ก ๆ มีเส้นรอบวงเพียงประมาณ 9.2 กิโลเมตร และ 3 ชุมชนบนเกาะ ได้แก่ ชุมชนตะวันตก ชุมชนตะวันออก และชุมชนนากาซูจิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่มีความสำคัญ
ลักษณะเด่นคือยังคงมีทิวทัศน์เมืองแบบดั้งเดิมของโอกินาวะ ที่บ้านหลังคากระเบื้องสีแดงล้อมด้วยกำแพงหินปะการัง เชื่อมถึงกันด้วยถนนทรายสีขาว
จุดเที่ยวดังที่อยากแนะนำคือ “หาดคอนโดอิ” ที่มีทะเลสวยและหาดทรายขาว รวมถึง “หาดไคจิ” ที่มีทรายรูปดาว

เกาะรีสอร์ตที่ยังคงย่านบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของโอกินาวะไว้
เกาะรีสอร์ตที่ยังคงย่านบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของโอกินาวะไว้

19:30 พักที่โรงแรมเดียวกับวันแรก

หลังเที่ยวเกาะทาเกโทมิแล้ว ให้นั่งเรือกลับมายังท่าเรืออิชิงากิสำหรับเกาะรอบนอก และกลับเข้าโรงแรมเดิมเหมือนวันแรกได้เลย
พักผ่อนร่างกายให้เต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันสุดท้าย

ANA InterContinental Ishigaki Resort ที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
ANA InterContinental Ishigaki Resort ที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

วันที่ 3: ขับรถเที่ยวจุดท่องเที่ยวยอดนิยมบนเกาะอิชิงากิ

วันสุดท้ายกลับมาเป็นวันของการขับรถเที่ยวบนเกาะอิชิงากิอีกครั้ง
เราออกแบบแผนให้คุณได้ใช้เวลาจนเกือบวินาทีสุดท้ายไปกับการชมธรรมชาติอันงดงามที่เกาะอิชิงากิภาคภูมิใจนำเสนอแบบไม่เสียดายทีหลัง
ขับอย่างปลอดภัยและไร้อุบัติเหตุจนจบทริป เพื่อปิดท้ายการเดินทางขับรถเที่ยวครั้งนี้ให้ดีที่สุด

8:50 เช่ารถในย่านตัวเมืองอิชิงากิ

เมื่อออกจากโรงแรมแล้ว ให้ไปเช่ารถในย่านตัวเมืองอิชิงากิ
เพราะแผนในวันนี้ต้องขึ้นเครื่องจากสนามบินช่วงบ่ายต้น ๆ ระยะเวลาเช่ารถจึงไม่จำเป็นต้องนานมาก

บรรยากาศย่านเมืองอิชิงากิ
บรรยากาศย่านเมืองอิชิงากิ

9:20 ชมวิวทรงพลังที่ “อุกันซากิ”

แหลมแห่งนี้ตั้งอยู่บน “คาบสมุทรยาราบุ” ทางตะวันตกสุดของเกาะอิชิงากิ และมีวิวสวยจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าลงมาเยือน”
จากบริเวณประภาคารสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนความสูงประมาณ 37 เมตร สามารถมองเห็นทะเลของเกาะอิชิงากิได้กว้างไกล
อย่าพลาดหน้าผาสูงชันอันน่าตื่นตาบริเวณปลายแหลมด้วย
ในฤดูใบไม้ผลิยังมีดอกลิลลีปืนใหญ่บานสะพรั่ง พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ให้เพลิดเพลิน

เพลิดเพลินกับคอนทราสต์ของท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม ทะเลสีเขียวมรกต และประภาคารสีขาว
เพลิดเพลินกับคอนทราสต์ของท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม ทะเลสีเขียวมรกต และประภาคารสีขาว

10:40 สำรวจ “ถ้ำหินงอกหินย้อยเกาะอิชิงากิ” ที่เต็มไปด้วยจุดน่าสนใจ

ขับลงใต้จากอุกันซากิตามถนนหมายเลข 79 จะมาถึงถ้ำหินงอกหินย้อยเพื่อการท่องเที่ยวที่เชื่อกันว่าอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น
ความงามทางธรรมชาติที่ก่อตัวขึ้นตลอดเวลากว่า 200,000 ปี มีความยาวรวมถึง 3.2 กิโลเมตร และถือเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะอิชิงากิ
บนเส้นทางที่เปิดให้เข้าชมระยะ 660 เมตร มีจุดไฮไลต์มากมาย เช่น “ป่าแห่งประติมากรรมของเหล่าทวยเทพ” ที่มีแท่งหินงอกนับไม่ถ้วนตั้งเรียงอยู่ในโถงขนาดใหญ่ “หินย้อยโทโทโร่” ที่โด่งดังเพราะคล้ายตัวละครโทโทโร่ และ “ไม่มีทางตกหรอก! (หินสอบเข้า)” ที่วางตัวอยู่บนหน้าผาอย่างสมดุลน่าทึ่ง

ถ้ำหินงอกหินย้อยที่ใหญ่ที่สุดของเกาะอิชิงากิ พาคุณเข้าสู่โลกสุดแฟนตาซี
ถ้ำหินงอกหินย้อยที่ใหญ่ที่สุดของเกาะอิชิงากิ พาคุณเข้าสู่โลกสุดแฟนตาซี

11:30 ลิ้มรสอาหารทะเลที่ “Uminchu Izakaya Gen Sohonten”

“Uminchu Izakaya Gen Sohonten” ในย่านใจกลางเมืองอิชิงากิ เป็นอิซากายะยอดนิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น โดยอยู่ห่างจากถ้ำหินงอกหินย้อยเกาะอิชิงากิประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์
“Uminchu Izakaya Gen” ซึ่งมีร้านอาหารอยู่ 8 แห่งบนเกาะอิชิงากิ เสิร์ฟเมนูจากอาหารทะเลสดที่จับได้จากเรือประมงของบริษัทเอง
นอกจากเมนูมาตรฐานอย่าง “ซาชิมิรวม” และ “นิกิริรวม” แล้ว ยังสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอย่าง “โกยะจัมปุรุ” และ “ปลาทะเลใกล้ฝั่งต้มเกลือ” ได้ด้วย ส่วน “นิกิริเนื้ออิชิงากิย่าง” ก็อร่อยไม่แพ้กัน

ประสบการณ์น่าเชื่อถือยาวนานกว่า 20 ปี! ภูมิใจนำเสนออาหารทะเลสดจากเกาะอิชิงากิ พร้อมเมนูโอกินาวะให้ลิ้มลอง
ประสบการณ์น่าเชื่อถือยาวนานกว่า 20 ปี! ภูมิใจนำเสนออาหารทะเลสดจากเกาะอิชิงากิ พร้อมเมนูโอกินาวะให้ลิ้มลอง

12:50 ชมปะการังสวยที่ “ชายฝั่งชิราโฮะ”

“ชายฝั่งชิราโฮะ” ตั้งอยู่ถัดจากตัวเมืองไปเล็กน้อยบนถนนหมายเลข 390
ชายหาดสวยที่ทอดยาวประมาณ 10 กิโลเมตรแห่งนี้ แทบไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำหรือฝักบัว จึงเหมาะกับการดื่มด่ำธรรมชาติที่ยังไม่ถูกแตะต้องในบรรยากาศเงียบสงบ
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งปะการังสีฟ้าขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของซีกโลกเหนือ และสามารถดำน้ำตื้นชมปะการังสวยงามได้
แม้จะพาเด็กเล็กมาด้วยหรือว่ายน้ำไม่เก่ง ก็ยังอุ่นใจได้เพราะสามารถชมโลกใต้ทะเลผ่าน “เรือท้องกระจก” ได้เช่นกัน

สวรรค์แห่งปะการังระดับโลกที่เต็มไปด้วยความงามตามธรรมชาติ
สวรรค์แห่งปะการังระดับโลกที่เต็มไปด้วยความงามตามธรรมชาติ

13:50 เดินทางถึงสนามบินชินอิชิงากิ

หลังเที่ยวชายฝั่งชิราโฮะเสร็จแล้ว ให้คืนรถเช่าและมุ่งหน้าไปยังสนามบินชินอิชิงากิ
เก็บความทรงจำดี ๆ จากทริปขับรถครั้งนี้ไว้ในใจ แล้วออกเดินทางกลับกัน

ปิดท้ายด้วยการมองวิวสวยของเกาะอิชิงากิจากบนฟ้าระหว่างเดินทางกลับ
ปิดท้ายด้วยการมองวิวสวยของเกาะอิชิงากิจากบนฟ้าระหว่างเดินทางกลับ

3 จุดขับรถเที่ยวที่ไม่ควรพลาดในโอกินาวะ

ถ้าพูดถึงเสน่ห์ของการขับรถในโอกินาวะ หลายคนน่าจะนึกถึงวิวที่เปิดกว้างและบรรยากาศสบาย ๆ ระหว่างทาง
แม้จะมีจุดชมวิวและสถานที่ใกล้ชิดธรรมชาติอยู่มากมาย แต่ที่นี่เราขอคัด 3 จุดขับรถเที่ยวชั้นนำของจังหวัดมาแนะนำ
ทุกแห่งล้วนเหมาะกับทริปขับรถเที่ยวและน่าจะช่วยสร้างความทรงจำดี ๆ ได้ หากกำลังวางแผนทริปอยู่ ลองเพิ่มเข้าไปในเส้นทางได้เลย
บริเวณรอบ ๆ ยังมีทั้งจุดท่องเที่ยวและชายหาด หากแวะระหว่างทางก็จะยิ่งทำให้ทริปสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

1. ถนนกลางทะเล

ถนนยาวประมาณ 5 กิโลเมตรที่เชื่อมจากคาบสมุทรโยคัตสึในเมืองอุรุมะ ไปยัง 4 เกาะ ได้แก่ เกาะเฮ็นซะ เกาะฮามาฮิกะ เกาะมิยางิ และเกาะอิเคอิ
ถนนสายนี้สร้างบนคันดินที่ถมขึ้นในบริเวณทะเลตื้น จุดเด่นที่สุดคือให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับกำลังขับรถอยู่เหนือทะเล
แม้จะเป็นถนนฟรีที่ใช้เป็นเส้นทางสัญจรในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยทิวทัศน์ที่งดงามจึงได้รับความนิยมสูงในฐานะจุดขับรถเที่ยวด้วย
นอกจากนี้ ตั้งแต่ประมาณ 18:00–00:00 สะพานไคจูโอโอฮาชิของเฮ็นซะจะมีการประดับไฟ ให้บรรยากาศต่างจากตอนกลางวันอย่างชัดเจน
สีของแสงจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและอีเวนต์ต่าง ๆ และมุมมองที่ต่างกันก็ทำให้ภาพที่เห็นเปลี่ยนไปด้วย
บรรยากาศแฟนตาซีนี้เหมาะกับการขับรถเที่ยวมาก และยังมีการแสดงพิเศษทุก 20 นาทีที่น่าลองชม
ระหว่างทางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น “Umi no Eki Ayahashikan” และ “HY Museum ทูตการท่องเที่ยวเมืองอุรุมะ!”

ลองขับรถเที่ยวชมวิวสวยพร้อมตระเวน 4 เกาะกันดู
ลองขับรถเที่ยวชมวิวสวยพร้อมตระเวน 4 เกาะกันดู

2. สะพานโคริโอฮาชิ

สะพานเชื่อมเกาะยาว 1,960 เมตร เปิดใช้ในปี ค.ศ. 2005 เชื่อมระหว่างเกาะยางาจิในเมืองนาโกะกับเกาะโคริ
ในบรรดาสะพานที่ขับผ่านได้ฟรี สะพานแห่งนี้ยาวเป็นอันดับ 2 ของโอกินาวะ และด้วยวิวทะเลสีเขียวมรกตสวยงามที่ทอดยาวทั้งสองฝั่ง จึงมีชื่อเสียงทั้งในฐานะเส้นทางขับรถยอดนิยมและจุดชมวิว
เมื่อข้ามไปถึงฝั่งเกาะโคริ ก็ยังมีสถานที่ให้แวะต่อ เช่น “หาดโคริ” และ “Kouri no Eki Sorahashi”

สะพานเชื่อมเกาะที่มอบวิวสวยระหว่างเกาะยางาจิกับเกาะโคริ
สะพานเชื่อมเกาะที่มอบวิวสวยระหว่างเกาะยางาจิกับเกาะโคริ

3. สะพานนิไรและสะพานคาไน

สะพานยาวประมาณ 660 เมตร สูง 80 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างทางลงจากถนนจังหวัดหมายเลข 86 ไปยังถนนหมายเลข 331 ในเมืองนันโจ
จุดเด่นคือรูปทรงโค้งใหญ่หันสู่ทะเล โดยฝั่งภูเขาชื่อ “สะพานนิไร” และฝั่งทะเลชื่อ “สะพานคาไน” เชื่อมต่อกันเป็นสองสะพานตามชื่อ
สำหรับคนที่สนใจชื่อเรียกนี้ คำว่า “นิไรคาไน” มีความหมายประมาณดินแดนอันไกลโพ้นหรือยูโทเปีย
วิวจากบนสะพานสวยงามมาก ราวกับภาพวาด
โดยเฉพาะภาพทะเลสีฟ้าและท้องฟ้าที่มองเห็นหลังพ้นอุโมงค์จากจุดสูงสุดของสะพาน เป็นทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ของโอกินาวะ
หากเปิดหน้าต่างรถขณะขับ ก็จะได้กลิ่นลมทะเลลอยมา ทำให้การขับรถยิ่งพิเศษขึ้น
นอกจากนี้ จากจุดชมวิวยังมองเห็นพาโนรามากว้างไกลรวมถึงแหลมจิเน็นและเกาะคุดากะ อีกทั้งมีทางเดินจัดไว้เรียบร้อย จึงน่าแวะเดินเล่นควบคู่กันไป

ถ้าอยากชมทะเลสวย ๆ แนะนำให้ไปช่วงเช้าที่ไม่มีแสงย้อน
ถ้าอยากชมทะเลสวย ๆ แนะนำให้ไปช่วงเช้าที่ไม่มีแสงย้อน

3 มิจิโนะเอกิในโอกินาวะที่อยากแนะนำให้แวะระหว่างขับรถเที่ยว

ระหว่างขับรถเที่ยวในโอกินาวะ ถ้ามีจุดแวะพักที่ใช้งานสะดวก ทริปก็สบายขึ้นเยอะ
มิจิโนะเอกิเป็นสถานที่ที่ผ่านเกณฑ์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นกำหนด โดยมีบทบาทหลักในการเผยแพร่เสน่ห์ของท้องถิ่น
โดยพื้นฐานแล้วเปิดให้ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีทั้งที่จอดรถขนาดใหญ่และห้องน้ำที่ใครก็ใช้ได้ รวมถึงร้านอาหารและมุมจำหน่ายของท้องถิ่น จึงมีความสะดวกสูงมาก
ใช้เป็นจุดพักระหว่างทางได้ และยังเช็กข้อมูลท่องเที่ยวกับข้อมูลถนนล่าสุดได้ด้วย จึงเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักเดินทางด้วยรถยนต์
จากมิจิโนะเอกิทั้งหมด 10 แห่งในโอกินาวะตอนนี้ เราขอเลือก 3 แห่งที่น่าสนใจมาแนะนำ
ลองใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทาง และแวะใช้บริการระหว่างทริปขับรถเที่ยวกันดูนะ

1. มิจิโนะเอกิ Yui Yui Kunigami

“มิจิโนะเอกิ Yui Yui Kunigami (คุนิงามิ)” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านคุนิงามิ ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือสุดของจังหวัดโอกินาวะ และอยู่ริมถนนหมายเลข 58
สถานที่แห่งนี้รายล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ โดยมีพื้นที่มรดกธรรมชาติโลก “ยัมบารุ” เป็นไฮไลต์ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายที่ช่วยถ่ายทอดเสน่ห์ของท้องถิ่น
มีทั้งมุมขายผัก ผลไม้ และอาหารปรุงสำเร็จสดใหม่จากท้องถิ่นตามฤดูกาล รวมถึงโซนจัดแสดงให้เรียนรู้วัฒนธรรม จึงมีจุดน่าแวะชมหลายอย่าง
ตัวอย่างเช่น งานหัตถกรรมจากไม้ หรือสินค้าลายนกยัมบารุคุอินะ เช่น พวงกุญแจและตุ๊กตา ซึ่งหลายชิ้นหาได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น
นอกจากนี้ อาหารที่ใช้หมูแบรนด์ “คุนจันตัน” ของหมู่บ้านคุนิงามิ และ “โดนัทคุนิงามิ” ที่คนท้องถิ่นชื่นชอบ ก็เป็นเมนูคุณภาพที่นักท่องเที่ยวให้คะแนนดีมาก
ทั้งกิน ช้อป และทำกิจกรรมได้ครบในที่เดียว จึงเหมาะมากสำหรับการสัมผัสวัฒนธรรมของโอกินาวะ

ด้านหน้าทางเข้ามีรูปปั้นนกยัมบารุคุอินะคอยต้อนรับ
ด้านหน้าทางเข้ามีรูปปั้นนกยัมบารุคุอินะคอยต้อนรับ

2. มิจิโนะเอกิ Kyoda

“มิจิโนะเอกิ Kyoda (เคียวดะ)” ตั้งอยู่ในเมืองนาโกะ และเป็นมิจิโนะเอกิแห่งแรกของจังหวัดโอกินาวะที่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1994
ในปี ค.ศ. 2020 ที่นี่ได้รับอันดับ 1 ในการจัดอันดับมิจิโนะเอกิทั่วประเทศ และเป็นจุดยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนประมาณ 1.5 ล้านคนต่อปี
จุดเด่นคือฟู้ดคอร์ตที่ครบครัน ซึ่งสามารถลิ้มลองโซลฟู้ดของโอกินาวะได้หลากหลาย เช่น ทาโกะไรซ์ อาซาโซบะ และโมสุกุโซบะ
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “Yambaru Bussan Center” ที่รวมผลไม้สด ขนมหวานแบบดั้งเดิม และสินค้าพิเศษจากท้องถิ่นไว้มากมาย
นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2021 ยังมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าเที่ยวมากยิ่งขึ้น
จากระเบียงชมวิวที่สร้างใหม่ หากอากาศดี ก็สามารถชมวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม
บรรยากาศเปิดโล่งมาก จึงเหมาะกับการซื้อเครื่องดื่มกลับออกมานั่งพักเบา ๆ หรือถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

มิจิโนะเอกิแห่งแรกของโอกินาวะที่คนท้องถิ่นก็รัก
มิจิโนะเอกิแห่งแรกของโอกินาวะที่คนท้องถิ่นก็รัก

3. มิจิโนะเอกิ Itoman

“มิจิโนะเอกิ Itoman” ขนาดใหญ่ที่สุดในโอกินาวะ ตั้งอยู่ในเมืองอิโตมัน และยังเป็นมิจิโนะเอกิที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่นด้วย
การเดินทางจากสนามบินนาฮะก็สะดวก จึงเหมาะทั้งสำหรับแวะระหว่างเที่ยวหรือใช้เวลาว่างก่อนมุ่งหน้าไปสนามบิน
ที่นี่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษจาก “ตลาด Umanchu” และ “ศูนย์ปลาสหกรณ์ประมงอิโตมัน” ที่รวบรวมวัตถุดิบท้องถิ่นไว้มากมาย ทำให้มีผู้คนแวะมาซื้อผักและอาหารทะเลกันคึกคักทุกวัน
นอกจากกล้วยเกาะและมะม่วงแล้ว ยังมีผักแบบโอกินาวะที่ไม่ค่อยพบในฮนชู เช่น ฟุจิบะ (โยโมงิ) และมูจิ (ขนมโมจิชนิดหนึ่ง) อีกมากมาย
เพียงเดินดูของในร้านก็สนุกและอาจได้พบสิ่งใหม่ ๆ ด้วย
อีกข้อดีคือสามารถซื้อของได้ในราคาย่อมเยา
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการมาเยือนคือช่วงเช้า เพราะเป็นเวลาที่วัตถุดิบสดใหม่เพิ่งถูกรวบรวมเข้ามา

ที่มิจิโนะเอกิขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของจังหวัด คุณจะได้สนุกกับการช้อปปิ้งสไตล์อิโตมัน
ที่มิจิโนะเอกิขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของจังหวัด คุณจะได้สนุกกับการช้อปปิ้งสไตล์อิโตมัน

“แท็กซี่ท่องเที่ยว” ทางเลือกที่น่าแนะนำสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการขับรถเอง

ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจกับการขับรถเอง ยังมีตัวเลือกที่ทำให้เที่ยวได้สะดวกเหมือนกัน
สำหรับผู้ที่ไม่มีใบขับขี่หรือไม่อยากขับรถในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย ขอแนะนำให้ลองใช้ “แท็กซี่ท่องเที่ยว”
แท็กซี่ท่องเที่ยวคือแท็กซี่แบบคิดค่าบริการเหมารายชั่วโมง โดยกำหนดราคาคงที่ตามพื้นที่และประเภทรถ (เช่น พื้นที่ตอนใต้ / 4 ชั่วโมง / รถขนาดปกติ: 20,000 เยน เป็นต้น)
ภาพลักษณ์ใกล้เคียงกับรถเช่าเหมาคัน และอาจกล่าวได้ว่าให้ประสบการณ์คล้ายกับทริปขับรถเที่ยวโดยเช่ารถเอง
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าโอกินาวะเป็นสังคมที่ใช้รถยนต์เป็นหลัก ดังนั้นแท็กซี่ท่องเที่ยวจึงเป็นวิธีเดินทางที่ทั้งมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย
คนขับมักรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างดี จึงช่วยลดความกังวลเรื่องภาษาและสภาพถนนได้
ไม่ต้องห่วงเรื่องสัมภาระหรือการจัดเวลา และยังช่วยให้ทริปของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วย
หากบอกสถานที่ที่อยากไป คนขับยังสามารถจัดลำดับเส้นทางที่เหมาะสมให้ได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่ง

แท็กซี่ท่องเที่ยวที่ช่วยให้แม้คนที่ขับรถเองไม่ได้ ก็ยังสนุกกับทริปขับรถเที่ยวได้
แท็กซี่ท่องเที่ยวที่ช่วยให้แม้คนที่ขับรถเองไม่ได้ ก็ยังสนุกกับทริปขับรถเที่ยวได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทริปขับรถเที่ยวในโอกินาวะ

Q

ถ้าขับรถรอบโอกินาวะหนึ่งรอบ ใช้เวลากี่ชั่วโมง?

A

ขึ้นอยู่กับเส้นทาง ความถี่ในการพัก และความเร็วในการขับ แต่โดยทั่วไปมักประเมินกันว่าใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมง

Q

ถ้าจะขับรถจากใต้สุดไปเหนือสุดของโอกินาวะ ใช้เวลาประมาณเท่าไร?

A

หากเดินทางด้วยรถยนต์ จะใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง

บทสรุป

เราได้แนะนำข้อมูลสำคัญอย่างครอบคลุมสำหรับการเที่ยวโอกินาวะด้วยรถเช่าไปแล้ว
หากอยากตระเวนเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดอย่างมีประสิทธิภาพ รถยนต์ก็ยังเป็นตัวช่วยสำคัญมาก
อีกทั้งการขับรถในโอกินาวะยังทำให้ได้สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นประสบการณ์พิเศษที่หาไม่ได้ง่ายจากที่อื่น
ลองวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ แล้วออกเดินทางในแบบที่เป็นสไตล์ของคุณเอง
แต่อย่าลืมใส่ใจสภาพถนนและกฎจราจรเฉพาะของโอกินาวะ พร้อมขับขี่อย่างปลอดภัยอยู่เสมอ