【คอร์สตัวอย่างเที่ยวกิฟุ 2 วัน 1 คืน】ตามรอยความฝันของขุนศึกยุคเซ็นโกคุ กับทริปกิฟุสุดโรแมนติก

【คอร์สตัวอย่างเที่ยวกิฟุ 2 วัน 1 คืน】ตามรอยความฝันของขุนศึกยุคเซ็นโกคุ กับทริปกิฟุสุดโรแมนติก

อัปเดต :
เขียนโดย:  mizutama_renga
ตรวจสอบโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกเดินทางท่ามกลางบรรยากาศที่มีทั้งเรื่องราวในอดีต ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยังคงสืบทอดอยู่ จังหวัดกิฟุก็เป็นจุดหมายที่ชวนให้แวะมาสัมผัสสักครั้ง
ที่นี่มีเสน่ห์หลากหลาย ตั้งแต่ชิราคาวาโกะ มรดกโลกที่มีชื่อเสียงจากบ้านสไตล์กัชโชสึคุริ ไปจนถึงฮิดะทาคายามะและเกโระออนเซ็น
ทริปกิฟุที่เราจะพาไปรู้จักในครั้งนี้มาในธีม “โรแมนติกทางประวัติศาสตร์” ที่ชวนให้นึกถึงยุคเซ็นโกคุ
วันที่ 1 จะพาไปเยือนกุโจฮาจิมัง เมืองปราสาทที่ได้ชื่อว่าเป็น “นครแห่งสายน้ำ” ส่วนวันที่ 2 จะพาไปชมปราสาทกิฟุ ซึ่งโอดะ โนบุนางะใช้เป็นฐานเพื่อรวมแผ่นดิน และเซกิงาฮาระที่เป็นที่รู้จักจาก “ศึกตัดสินแผ่นดิน”
ถ้าอยากสัมผัสเวทีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ พร้อมเพลิดเพลินกับวิวสวยและอาหารท้องถิ่น คอร์สตัวอย่างเที่ยว 2 วัน 1 คืนนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

Day1|วันแรกเดินเล่นในย่านเมืองปราสาทของกุโจฮาจิมัง

วันแรกจะเริ่มกันที่กุโจฮาจิมัง เมืองแห่งสายน้ำที่อบอวลด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ แล้วค่อย ๆ เดินชมย่านเมืองปราสาทอันมีเสน่ห์

เดินเล่นที่ “ยานากะ มินะ โนะ โคมิจิ” จุดชมวิวสวยถ่ายรูปขึ้นกล้อง

จุดเริ่มต้นของทริปคือสถานีกุโจฮาจิมัง จากสถานีเดินไปป้ายรถบัส “กุโจฮาจิมัง เอกิมาเอะ” แล้วขึ้นรถบัส Mame Bus สายสีแดง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
ลงที่ป้าย “โจกะมาจิ พลาซ่า” แล้วเดินต่อ 1 นาที ก็จะถึงจุดหมายแรก “ยานากะ มินะ โนะ โคมิจิ”
“ยานากะ มินะ โนะ โคมิจิ” เป็นทางเดินเลียบลำรางน้ำที่มีบรรยากาศงดงาม โดดเด่นด้วยตรอกที่ปูด้วยหินกลมและเสียงน้ำไหลชวนสดชื่น ถือเป็นหนึ่งในจุดสัญลักษณ์ของกุโจฮาจิมัง
ถนนสายนี้กลมกลืนกับบ้านมาจิยะโดยรอบ และมีจุดใช้น้ำกระจายอยู่ตามลำราง ระหว่างเดินเล่นแบบสบาย ๆ คุณจะได้สัมผัสภาพวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำของกุโจฮาจิมังอย่างใกล้ชิด

ถนนที่มีเอกลักษณ์ด้วยแนวต้นหลิวและทางปูหินกรวด
ถนนที่มีเอกลักษณ์ด้วยแนวต้นหลิวและทางปูหินกรวด

ลิ้มรสปลาไหลชั้นเลิศที่ “ซูมิบิยากิอุนางิ อุโอะโทระ”

หลังจากเพลิดเพลินกับบรรยากาศเมืองริมลำรางน้ำแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารกลางวันที่ร้านเก่าแก่ “ซูมิบิยากิอุนางิ อุโอะโทระ” ในกุโจฮาจิมัง
ร้านดังที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1930 แห่งนี้ ใช้น้ำจากบ่อน้ำของกุโจซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 แหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น มาเลี้ยงปลาไหลไว้นาน 2 วัน ก่อนนำไปย่างด้วยถ่านบินโชตันจนหอมกรุ่น
เนื้อปลาไหลนุ่มฟู หนังย่างกรอบกำลังดี และยังมีซอสสูตรลับที่สืบทอดมาตั้งแต่ก่อตั้งร้าน รสชาติยอดเยี่ยม
เป็นมื้อที่ให้คุณได้ลิ้มรสความอุดมสมบูรณ์จากธรรมชาติของกุโจฮาจิมัง และเติมความประทับใจให้ทริปยิ่งขึ้น

หน้าร้านบรรยากาศดี เข้ากับทิวทัศน์เมืองกุโจฮาจิมังอย่างลงตัว
หน้าร้านบรรยากาศดี เข้ากับทิวทัศน์เมืองกุโจฮาจิมังอย่างลงตัว
เมนู “โจดง” ที่ใช้ปลาไหลทั้งตัวก็เป็นไฮไลต์ ส่วนใครอยากลองอย่างอื่นก็มีให้เลือกอีกหลายแบบ เช่น ฮิตสึมาบุชิ
เมนู “โจดง” ที่ใช้ปลาไหลทั้งตัวก็เป็นไฮไลต์ ส่วนใครอยากลองอย่างอื่นก็มีให้เลือกอีกหลายแบบ เช่น ฮิตสึมาบุชิ

ชมปราสาทปลายยุคเซ็นโกคุ “ปราสาทกุโจฮาจิมัง” ปราสาทไม้ที่สร้างขึ้นใหม่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

หลังมื้อกลางวัน มุ่งหน้าไปยัง “ปราสาทกุโจฮาจิมัง” แม้จะต้องเดินขึ้นเขาประมาณ 25 นาที แต่ระหว่างทางก็ได้เพลิดเพลินกับการเดินชมเมืองปราสาทอย่างสบาย ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของการเดินทาง
ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาฮาจิมังยามะ มีจุดเริ่มต้นจากการสร้างเป็นป้อมในปีเอโรคุที่ 2 (ค.ศ. 1559)
หอคอยปราสาทในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในปีโชวะที่ 8 (ค.ศ. 1933)
และยังได้ชื่อว่าเป็นปราสาทไม้ที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น จากชั้นชมวิวบนสุดสามารถมองเห็นเมืองปราสาทและแนวภูเขาโอคุมิโนะได้อย่างกว้างไกล
อย่าลืมแวะซื้อโกะโจอินที่ทำจากกระดาษมิโนะวาชิทำมือเป็นที่ระลึกจากทริปนี้ด้วย

แวะชมสถาปัตยกรรมย้อนยุค! เลือกซื้อของฝากที่ “กุโจฮาจิมัง คิวโชฉะ คิเน็นคัง”

จุดหมายถัดไปคือศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว “กุโจฮาจิมัง คิวโชฉะ คิเน็นคัง” ซึ่งใช้ตัวอาคารที่ว่าการเก่า สร้างขึ้นในปีโชวะที่ 11 (ค.ศ. 1936) โดยอยู่ห่างจากปราสาทกุโจฮาจิมังประมาณ 15 นาทีเมื่อเดินเท้า
อาคารสไตล์ตะวันตกบรรยากาศย้อนยุคแห่งนี้ถ่ายรูปสวย และยังเป็นอาคารล้ำค่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของประเทศ
ภายในมี “คิวโชฉะ โชคุโด” ที่สามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่น รวมถึงร้านขายของฝากครบครัน เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างเดินเที่ยว
ใช้เวลารอรถบัสเลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับกันได้เลย

ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวครบวงจรที่ใช้อาคารซึ่งเคยเป็นที่ว่าการเมืองฮาจิมังจนถึงปี ค.ศ. 1994
ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวครบวงจรที่ใช้อาคารซึ่งเคยเป็นที่ว่าการเมืองฮาจิมังจนถึงปี ค.ศ. 1994

ออกจากกุโจฮาจิมังเข้าสู่ตัวเมืองกิฟุ เช็กอินที่ “คอมฟอร์ต โฮเทล กิฟุ” ใกล้สถานี

หลังได้ของฝากแล้ว นั่งรถบัสกลับไปยังสถานีกุโจฮาจิมัง จากนั้นนั่งรถไฟนางาระกาวะประมาณ 80 นาที แล้วต่อ JR ที่สถานีมิโนะโอตะ เพื่อเดินทางสู่สถานีกิฟุ เป็นทริปรถไฟที่ได้ชมวิวชนบทอันเงียบสงบจากหน้าต่างอย่างเพลิดเพลิน
เมื่อถึงสถานีกิฟุแล้ว ให้เช็กอินที่ “คอมฟอร์ต โฮเทล กิฟุ” ซึ่งอยู่ห่างออกไปโดยเดินประมาณ 2 นาที
เก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว แวะพักผ่อนที่ “คอมฟอร์ต ไลบรารี คาเฟ่” พื้นที่เปิดโล่งกว้างขวางของโรงแรม
หลังได้ผ่อนคลายในบรรยากาศสบาย ๆ และคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ก็ได้เวลาออกไปสัมผัสค่ำคืนของกิฟุกันต่อ

ดื่มด่ำวัฒนธรรมอิซากายะที่ “ทามามิยะ” ย่านบันเทิงบรรยากาศโชวะย้อนยุค

ช่วงค่ำมุ่งหน้าไปยัง “ทามามิยะ” ย่านบันเทิงทางตอนเหนือของสถานีกิฟุ พื้นที่นี้มีเสน่ห์ด้วยบรรยากาศโชวะย้อนยุค และอัดแน่นด้วยร้านมากกว่า 400 ร้าน ทั้งอิซากายะและอาหารนานาชาติ จึงคึกคักไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
มาแล้วทั้งที แนะนำให้ลองร้านที่มีสาเกท้องถิ่นของกิฟุหรือเมนูเนื้อฮิดะให้ชิม
หากเลือกไม่ถูก ลองมองหาร้านที่ร่วมรายการ “บัตรท่องเที่ยวทามามิยะ” ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
ออกไปสนุกกับยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และสัมผัสวัฒนธรรมอิซากายะแบบญี่ปุ่นให้เต็มอิ่มกันได้เลย

หนึ่งในย่านบันเทิงชั้นนำของเมืองกิฟุ ที่อบอวลด้วยบรรยากาศโชวะย้อนยุค
หนึ่งในย่านบันเทิงชั้นนำของเมืองกิฟุ ที่อบอวลด้วยบรรยากาศโชวะย้อนยุค

Day2|ตื่นเช้าในวันที่ 2 แล้วมุ่งหน้าไปยังปราสาทกิฟุ อดีตปราสาทที่ประทับของโอดะ โนบุนางะ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคเซ็นโกคุ!

วันที่ 2 จะค่อย ๆ เที่ยวต่อจากปราสาทกิฟุไปยังเซกิงาฮาระ ตามรอยสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโนบุนางะและสนามรบแห่งศึกตัดสินแผ่นดิน

นั่ง “กระเช้าลอยฟ้าคินคะซัง” ชมวิวเหนือเมืองกิฟุสู่ยอดเขาคินคะซัง

จากหน้าสถานีกิฟุนั่งรถบัสประมาณ 15 นาที ลงที่ป้าย “หน้าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สวนกิฟุ” แล้วเดินต่อ 3 นาทีไปยังจุดขึ้นกระเช้าลอยฟ้าคินคะซัง จากที่นี่จะมุ่งหน้าสู่ยอดเขาคินคะซังที่มีความสูง 329 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
การนั่ง “กระเช้าลอยฟ้าคินคะซัง” ใช้เวลาประมาณ 4 นาที เป็นช่วงเวลาสุดสดชื่นที่สามารถมองเห็นตัวเมืองกิฟุและแม่น้ำนางาระได้เบื้องล่าง กระเช้าแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 และปัจจุบันใช้งานกอนโดลารุ่นที่ 6
บริเวณรอบสถานียอดเขายังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านขายของ จุดชมวิว และร้านอาหาร “Le Pont de Ciel”
เมื่อชมวิวจากจุดชมวิวเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาไปเยือนปราสาทกิฟุที่เกี่ยวข้องกับโนบุนางะกันต่อ

โดยปกติออกทุก 15 นาทีต่อชั่วโมง และในช่วงคนหนาแน่นจะออกทุก 10 นาทีต่อชั่วโมง
โดยปกติออกทุก 15 นาทีต่อชั่วโมง และในช่วงคนหนาแน่นจะออกทุก 10 นาทีต่อชั่วโมง

ชม “ปราสาทกิฟุ” ฐานที่มั่นซึ่งโอดะ โนบุนางะใช้เป็นก้าวสำคัญสู่การรวมแผ่นดิน

เดินจากสถานียอดเขาของกระเช้าลอยฟ้าคินคะซังประมาณ 8 นาที ก็จะถึงปราสาทกิฟุที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคินคะซัง
ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของไซโต โดซัง และยังเป็นที่รู้จักในฐานะปราสาทที่โอดะ โนบุนางะใช้เป็นฐานเพื่อมุ่งสู่การรวมแผ่นดิน
หอคอยปราสาทในปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปีโชวะที่ 31 (ค.ศ. 1956) ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับโนบุนางะและประวัติของปราสาทกิฟุอย่างครบถ้วน
หากขึ้นไปยังจุดชมวิวชั้นบนสุด จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศาได้อย่างเต็มตา
ต่อหน้าทิวทัศน์ที่เชื่อกันว่าโนบุนางะเองก็เคยทอดสายตามอง คุณจะได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์แห่งยุคเซ็นโกคุอย่างเต็มที่

ปราสาทโครงสร้าง 3 ชั้น 4 ระดับ ที่ตั้งสงบอยู่บนยอดเขาคินคะซัง
ปราสาทโครงสร้าง 3 ชั้น 4 ระดับ ที่ตั้งสงบอยู่บนยอดเขาคินคะซัง

พักทานมื้อกลางวันเร็วหน่อยที่ “Le Pont de Ciel” พร้อมชมวิวสวยตระการตา

หลังชมปราสาทกิฟุแล้ว แวะทานมื้อกลางวันเร็วขึ้นเล็กน้อยที่ร้านอาหาร “Le Pont de Ciel” ใกล้สถานียอดเขา
จากที่นั่งริมหน้าต่างและโซนเปิดโล่ง “Nobunaga Terrace” สามารถมองเห็นตัวเมืองกิฟุได้แบบเต็มตา ทำเลที่โปร่งสบายก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเมนูจริงจังที่ใช้วัตถุดิบจากจังหวัดกิฟุอย่างเต็มที่ และยังมีเมนูที่ตั้งชื่อตามไดเมียวแห่งยุคเซ็นโกคุที่เกี่ยวข้องกับกิฟุ เช่น “ข้าวหน้าโดเตะ โนบุนางะ” ที่เคี่ยวด้วยมิโสะท้องถิ่น จึงเหมาะมากสำหรับมื้ออาหารหลังซึมซับบรรยากาศประวัติศาสตร์มาเต็มอิ่ม
ยังมีเมนูของหวานให้เลือกครบครัน เช่น วาฟเฟิลสตรอว์เบอร์รีจากกิฟุและชุดชาดำญี่ปุ่น
เป็นมื้อกลางวันที่ให้คุณเพลิดเพลินได้ทั้งรสชาติและวิวสวยในเวลาเดียวกัน

“ข้าวหน้าโดเตะ โนบุนางะ” เคยคว้ารางวัลกรังด์ปรีซ์ในเทศกาลอาหารของเมืองกิฟุด้วย
“ข้าวหน้าโดเตะ โนบุนางะ” เคยคว้ารางวัลกรังด์ปรีซ์ในเทศกาลอาหารของเมืองกิฟุด้วย

สัมผัสจุดเปลี่ยนของยุคสมัย! มุ่งหน้าไปที่ “พิพิธภัณฑ์สนามรบโบราณกิฟุเซกิงาฮาระ”!

เมื่อลงจากเขาด้วยกระเช้าลอยฟ้าคินคะซังแล้ว ให้นั่งรถบัสและรถไฟต่อกันไปยังเซกิงาฮาระ
จากสถานีกิฟุนั่ง JR สายโทไคโดหลักมุ่งหน้าไปทางโอกากิและไมบาระ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็จะถึงสถานีเซกิงาฮาระ
จากสถานีเดินประมาณ 10 นาที จุดหมายคือ “พิพิธภัณฑ์สนามรบโบราณกิฟุเซกิงาฮาระ” สถานที่ที่คุณสามารถเรียนรู้และสัมผัสศึกตัดสินแผ่นดิน ซึ่งโทกุงาวะ อิเอยาสุ และอิชิดะ มิตสึนาริ เผชิญหน้ากัน ผ่านภาพและนิทรรศการต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นจอพื้น “Ground Vision” หรือ “Theater” ที่จำลองฉากสงครามอย่างสมจริง ก็ให้ความรู้สึกราวกับได้เข้าไปอยู่ท่ามกลางยุคเซ็นโกคุจริง ๆ
ในห้องจัดแสดงยังสามารถเรียนรู้เบื้องหลังของสงครามผ่านอาวุธและเอกสารโบราณ และจากห้องชมวิวชั้นบนสุดก็สามารถมองเห็นตำแหน่งค่ายทัพของเหล่าขุนศึกได้อีกด้วย ที่นี่จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะมากสำหรับการย้อนสัมผัสจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า

ห้องชมวิวกระจกรอบทิศ 360 องศา ที่มองเห็นทิวทัศน์เซกิงาฮาระในปัจจุบันได้อย่างทั่วถึง
ห้องชมวิวกระจกรอบทิศ 360 องศา ที่มองเห็นทิวทัศน์เซกิงาฮาระในปัจจุบันได้อย่างทั่วถึง

แปลงโฉมเป็นขุนศึกด้วยชุดเกราะ! ถ่ายภาพที่ระลึกที่ “ศูนย์交流ซาซาโอะยามะ เซกิงาฮาระ”

หลังจากชมพิพิธภัณฑ์สนามรบโบราณกิฟุเซกิงาฮาระเสร็จแล้ว เดินต่อประมาณ 2 นาทีไปยัง “ศูนย์交流ซาซาโอะยามะ เซกิงาฮาระ”
ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดตั้งทัพของอิชิดะ มิตสึนาริ ฝ่ายตะวันตก และถือเป็นหนึ่งในโลเคชันสำคัญของสนามรบเซกิงาฮาระ
ไฮไลต์อยู่ที่บริการสวมชุดเกราะแบบมีค่าใช้จ่าย ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ลุคขุนศึกยุคเซ็นโกคุไปจนถึงสไตล์ทหารเดินเท้า พร้อมให้เช่าชุดครบเซ็ตทั้งรองเท้าฟางและดาบ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ช่วยแต่งตัว จึงเหมาะแม้กับผู้ที่ลองครั้งแรก
เมื่อสวมครบชุดแล้ว บรรยากาศของยุคเซ็นโกคุก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นทันที
และแน่นอนว่าขั้นตอนปิดท้ายคือการถ่ายภาพที่ระลึก หากมีเวลา แนะนำให้ออกไปเดินชมโบราณสถานในชุดเกราะต่อได้เช่นกัน
ปิดท้ายทริปด้วยประสบการณ์แปลงโฉมที่เก็บเป็นภาพความทรงจำ แล้วพกเรื่องราวของเซกิงาฮาระกลับบ้านไปอย่างน่าประทับใจ

ตารางทริปตัวอย่างกิฟุ 2 วัน 1 คืน

Day1

11:00
สถานี JR กุโจฮาจิมัง
...
ป้ายรถบัสหน้าสถานีกุโจฮาจิมัง → รถบัส Mame Bus สายสีแดง ประมาณ 10 นาที → ป้ายรถบัสโจกะมาจิ พลาซ่า → เดิน 1 นาที
11:00
ยานากะ มินะ โนะ โคมิจิ
...
เดินเท้า
12:00
ซูมิบิยากิอุนางิ อุโอะโทระ
...
เดินประมาณ 25 นาที
13:30
ปราสาทกุโจฮาจิมัง
...
เดินประมาณ 15 นาที
14:50
กุโจฮาจิมัง คิวโชฉะ คิเน็นคัง
...
ป้ายรถบัสหน้าคิวโชฉะ คิเน็นคัง → รถบัส Mame Bus สายสีน้ำเงิน ประมาณ 10 นาที → ป้ายรถบัสหน้าสถานีกุโจฮาจิมัง → สถานีกุโจฮาจิมัง → รถไฟนางาระกาวะไปมิโนะโอตะประมาณ 85 นาที → เปลี่ยนเป็น JR สายทาคายามะไปกิฟุที่สถานีมิโนะโอตะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที → สถานีกิฟุ
18:15
คอมฟอร์ต โฮเทล กิฟุ
...
เดินเท้า
19:00
ทามามิยะ

Day2

9:15
กระเช้าลอยฟ้าคินคะซัง
...
กระเช้าลอยฟ้าคินคะซัง 4 นาที
9:30
ปราสาทกิฟุ
...
เดินเท้า
11:00
Le Pont de Ciel
...
กระเช้าลอยฟ้าคินคะซัง 4 นาที → เดิน 3 นาที → ป้ายรถบัสหน้าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สวนกิฟุ → รถบัสกิฟุประมาณ 15 นาที → ลงป้ายรถบัสกิฟุ → สถานีกิฟุ → JR สายโทไคโดหลักไปโอกากิประมาณ 15 นาที → เปลี่ยนรถที่สถานีโอกากิประมาณ 15 นาที → สถานีเซกิงาฮาระ → เดินประมาณ 10 นาที
13:40
พิพิธภัณฑ์สนามรบโบราณกิฟุเซกิงาฮาระ
...
เดิน 2 นาที
15:00
ศูนย์交流ซาซาโอะยามะ เซกิงาฮาระ

บทสรุป

ทริปกิฟุที่ชวนตามรอยความโรแมนติกของขุนศึกยุคเซ็นโกคุเป็นอย่างไรกันบ้าง
ครั้งนี้เราได้แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่เริ่มจากกุโจฮาจิมัง “เมืองแห่งสายน้ำ” ต่อไปยังปราสาทกิฟุที่เกี่ยวข้องกับโอดะ โนบุนางะ และปิดท้ายที่เซกิงาฮาระ สมรภูมิแห่งศึกตัดสินแผ่นดิน เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่พาคุณตะลุยข้ามจังหวัดกิฟุในทริปเดียว
ตลอดเส้นทางมีทั้งทิวทัศน์เมืองอันงดงาม วิวจากกระเช้าลอยฟ้า ประสบการณ์นิทรรศการที่เต็มไปด้วยความสมจริง และการถ่ายภาพที่ระลึกในชุดเกราะ จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากดื่มด่ำกับเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์อย่างเต็มอิ่ม
ในกิฟุยังมีสถานที่เปี่ยมเสน่ห์อีกมากมาย เช่น ฮิดะทาคายามะ ชิราคาวาโกะ และมากาเมะจูกุ
หากกำลังวางแผนเที่ยวกิฟุ ลองดูบทความด้านล่างที่รวบรวมไฮไลต์น่าสนใจของพื้นที่กิฟุไว้ แล้วค่อยเลือกจุดหมายที่ถูกใจสำหรับทริปครั้งต่อไปได้เลย

ผู้เขียน