
เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมดั้งเดิม! 17 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดกิฟุ
หากกำลังมองหาจุดหมายที่ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม จังหวัดกิฟุก็เป็นที่ที่ชวนให้แวะมาเยือนได้เสมอ
จังหวัดกิฟุตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของญี่ปุ่น แม้จะไม่ใช่สถานที่ที่เดินทางสะดวกนัก แต่ก็ยังมีเสน่ห์มากพอให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือนทุกปี
ที่นี่มีทั้งภูเขาน้อยใหญ่อย่างภูเขาโนริคุระ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่มีแม่น้ำคิโซะทั้งสามสายไหลผ่านอย่างสง่างาม
รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ทำให้สัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น มรดกโลก “ชิราคาวาโกะ”
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อาหารรสเลิศ และย่านช้อปปิ้งน่าสนใจของจังหวัดกิฟุ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น
จังหวัดกิฟุเป็นสถานที่แบบไหน?
จังหวัดกิฟุตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของญี่ปุ่น รายล้อมด้วยเทือกเขาฮิดะ และมีแม่น้ำคิโซะทั้งสามสายไหลผ่าน จึงเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ
แม้การเดินทางจะไม่ได้สะดวกมากนักเพราะมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ แต่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น ฮิดะทาคายามะ (Hida Takayama), ชิราคาวาโกะ (Shirakawago), โกคายามะ (Gokayama) แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม, ย่านเมืองเก่าที่ให้บรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และเกโระออนเซ็น (Gero Onsen) หนึ่งในสามบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือนทุกปี

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของจังหวัดกิฟุคือช่วงไหน?
จังหวัดกิฟุเหมาะสำหรับผู้ที่อยากดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ โดยช่วงที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วงซึ่งอากาศกำลังสบาย
ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน อย่าพลาดจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 33 จุดชมใบไม้แดงแห่งฮิดะและมิโนะ ซึ่งแต่งแต้มที่ราบสูงให้สวยงามน่าประทับใจ
ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาลในจังหวัดกิฟุ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม): เสื้อโค้ตหนา เสื้อเชิ้ตแขนยาว หรือสเวตเตอร์เนื้อบาง
- หน้าร้อน (เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบาย เสื้อแขนสั้น และคาร์ดิแกนเนื้อบาง
- พอเข้าฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือเสื้อโค้ต
- ช่วงฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์): เสื้อโค้ตหนา สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปจังหวัดกิฟุอย่างไร?
จากโตเกียว ใช้ชินคันเซ็นและรถไฟท้องถิ่นประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที ส่วนรถบัสด่วนหรือรถบัสกลางคืนใช้เวลาประมาณ 7–8 ชั่วโมง
จากโอซาก้า ใช้ชินคันเซ็นประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที และรถไฟท้องถิ่นประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
รถบัสด่วนใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 30 นาที แม้จะนานขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่อยากเพลินไปกับวิวระหว่างทาง
การเดินทางหลักสำหรับท่องเที่ยวในจังหวัดกิฟุ
ระบบขนส่งหลักในเมืองกิฟุคือรถบัสประจำทาง
หากใช้รถบัสประจำทาง ก็สามารถเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
ส่วนรถไฟมีให้บริการไปยังหลายพื้นที่ โดยมีสถานีเมเท็ตสึกิฟุเป็นศูนย์กลาง
อนึ่ง สามารถเดินจากสถานี เจอาร์กิฟุ ไปยังสถานีเมเท็ตสึกิฟุได้ในประมาณ 5 นาที
เยียวยาใจไปกับธรรมชาติยิ่งใหญ่และบ่อน้ำพุร้อนชื่อดัง! 17 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดกิฟุ
ถ้าพูดถึงจังหวัดกิฟุ หลายคนน่าจะนึกถึงทั้งธรรมชาติอันกว้างใหญ่ เมืองเก่าบรรยากาศดี และบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
จังหวัดกิฟุเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาคชูบุ โดยมีเมืองกิฟุที่ตั้งของปราสาทกิฟุ ซึ่งเคยเป็นฐานสำคัญของโอดะ โนบุนางะในการรวมแผ่นดิน เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว
จากนั้นยังเที่ยวต่อไปยังฮิดะทาคายามะ เกโระออนเซ็น มาโกเมะจูกุ และชิราคาวาโกะ เพื่อเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และบรรยากาศเมืองเก่าแสนคลาสสิกได้อีกด้วย
อีกทั้งยังมีเกโระออนเซ็น ซึ่งเป็นหนึ่งในสามบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น จึงเหมาะมากหากอยากแช่ออนเซ็นคลายความเหนื่อยล้าหลังเที่ยว
ต่อจากนี้ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิกของจังหวัดกิฟุที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เผื่อคุณจะเลือกเป็นไฮไลต์ในทริปครั้งต่อไป
1. มาโกเมะจูกุ
สำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์การเดินทางของญี่ปุ่น “นากาเซ็นโด” เป็นหนึ่งในห้าเส้นทางสายหลักที่ได้รับการพัฒนาในสมัยเอโดะ เพื่อเชื่อมเกียวโตกับเอโดะ
มาโกเมะจูกุ (Magome-juku) เป็นเมืองที่พักแรมลำดับที่ 43 บนเส้นทางนากาเซ็นโดแห่งนี้ เมืองพักแรมทอดยาวไปตามทางลาดปูด้วยหิน และยังคงบรรยากาศย้อนยุคของสมัยเอโดะไว้อย่างชัดเจน
สองข้างทางมีร้านขายโกเฮโมจิย่างสด โอยากิ และของกินท้องถิ่นอื่น ๆ เหมาะทั้งสำหรับเดินเล่นและชิมอาหารไปพร้อมกัน

2. สวนสาธารณะโยโร และน้ำตกโยโร
สวนสาธารณะโยโรตั้งอยู่เชิงเขาโยโรในเขตนิชมิโนะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดกิฟุ ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนหลากหลาย เช่น “โยโร เท็มเม ฮังเท็นจิ” และ “โคโดโมะโนะคุนิ”
ส่วนจุดไฮไลต์ด้านในสุดของสวนก็คือ “น้ำตกโยโร”
น้ำตกโยโรมีความสูงประมาณ 30 เมตร และกว้างประมาณ 4 เมตร ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น

3. ชิราคาวาโกะ (หมู่บ้านกัสโชสึคุริ)
ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เป็นพื้นที่สวยงามที่ยังคงทิวทัศน์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอาไว้จนถึงปัจจุบัน
ที่นี่เป็นพื้นที่ที่มีอาคารสไตล์กัสโชสึคุริหลงเหลืออยู่มากที่สุด ปัจจุบันมีมากกว่า 100 หลังเมื่อรวมทั้งขนาดเล็กและใหญ่ (ข้อมูลปี ค.ศ. 2016)
นับเป็นหมู่บ้านกัสโชที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการคัดเลือกเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญของประเทศ

4. ย่านเมืองเก่าฮิดะทาคายามะ
“ย่านเมืองเก่าฮิดะทาคายามะ” เป็นพื้นที่ที่ยังคงทัศนียภาพเมืองมาตั้งแต่สมัยเอโดะ มีทั้งบ้านพ่อค้าเก่าแก่ที่มีเสน่ห์และผ้าม่านโนเร็นของร้านเก่าแก่เรียงราย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่ยังเก็บภาพชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอาไว้ บ้านไม้ที่มีระแนงแบบเดะโกชิเรียงต่อกัน ช่วยให้สัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างเต็มที่

5. เอนะเคียว
ทะเลสาบเทียมที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 100 ปีก่อน จากการสร้างเขื่อนโออิขวางแม่น้ำคิโซะ สองฝั่งหุบเขาเรียงรายด้วยโขดหินและหินรูปร่างแปลกตา จนเกิดเป็นทิวทัศน์หุบเขาที่งดงามน่าตื่นตา
ฤดูใบไม้ผลิมีต้นซากุระประมาณ 200 ต้นบานสะพรั่งบริเวณซาซานามิฮิโรบะ ส่วนต้นฤดูร้อนมีความสดชื่นของแมกไม้เขียวขจี และในฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็แต่งแต้มผิวน้ำให้สดใสสวยงาม

6. ปราสาทกุโจฮาจิมัง
ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาฮาจิมังยามะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองกุโจฮาจิมัง
จุดเริ่มต้นของปราสาทย้อนกลับไปถึงปีเอโรกุที่ 2 หรือ ค.ศ. 1559 เมื่อเอ็นโด โมริคาสุ แม่ทัพในยุคเซ็นโกคุ ได้สร้างป้อมปราการขึ้นเพื่อใช้ในการศึก
หอคอยปราสาทที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ด้วยไม้ในปีโชวะที่ 8 หรือ ค.ศ. 1933 โดยอ้างอิงแบบจากปราสาทโอกากิ และนับเป็นปราสาทไม้ที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

7. ชินโฮทากะโรปเวย์
โรปเวย์ที่ตั้งอยู่ในชินโฮทากะออนเซ็น เขตโอคุฮิดะออนเซ็นเคียว บริเวณลึกเข้าไปของเมืองทาคายามะ
จากสถานีต้นทางชินโฮทากะออนเซ็นไปยังสถานีปลายทางนิชิโฮทากางุจิ สามารถเปลี่ยนต่อโรปเวย์สายที่ 1 และสายที่ 2 เพื่อเพลิดเพลินกับการเดินทางบนฟ้ายาวรวม 3,200 เมตร

8. บ่อน้ำไร้ชื่อ (หรือที่รู้จักกันว่า บ่อโมเนต์)
บ่อน้ำไร้ชื่อแห่งนี้ตั้งอยู่ข้างทางเดินไปศาลเจ้าเนมิจิ ในเขตอิตาโดริ เมืองเซกิ ภาพปลาคาร์ปหลากสีว่ายอย่างสง่างามท่ามกลางพืชน้ำในบ่อน้ำใสสะอาดนั้นงดงามจนผู้คนกล่าวว่าชวนให้นึกถึงชุดภาพ “ดอกบัวน้ำ” ของจิตรกรชาวฝรั่งเศส โคลด โมเนต์ และในเวลาต่อมาจึงถูกเรียกว่า “บ่อโมเนต์”

9. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำปลาน้ำจืดโลก อควา โทโตะ กิฟุ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้จัดแสดงปลาและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำรวมประมาณ 220 ชนิด มากกว่า 20,000 ตัว โดยมีธีมเกี่ยวกับแม่น้ำนาการะตั้งแต่ต้นน้ำถึงปากแม่น้ำ รวมถึงปลาน้ำจืดจากทั่วโลก
โดยเฉพาะในด้านความหลากหลายของปลาน้ำจืด ที่นี่ถือว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ระดับโลก

10. ปราสาทกิฟุ
สัญลักษณ์ของเมืองกิฟุที่ตั้งหอคอยอยู่บนยอดเขาคิงกะ สูง 329 เมตร ปราสาทชื่อดังแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากการที่ไซโต โดซังเคยใช้เป็นปราสาทประจำตัวในยุคเซ็นโกคุ ก่อนที่โอดะ โนบุนางะจะขึ้นเป็นเจ้าเมืองและใช้เป็นฐานสำคัญในการรวมแผ่นดิน

11. เกโระออนเซ็น
เกโระออนเซ็น (Gero Onsen) เป็นบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังที่มีประวัติยาวนาน โดยเชื่อกันว่ามีการค้นพบน้ำพุร้อนแห่งนี้มาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 901–923 หรืออาจเป็นช่วงปี ค.ศ. 947–957
มีบันทึกว่าโอดะ โนบุนางะชื่นชอบที่นี่มาก และมักเดินทางมาพักฟื้นด้วยการแช่ออนเซ็นอยู่เสมอ
ในสมัยเอโดะ นักปราชญ์ขงจื๊อ ฮายาชิ ราซัง ผู้รับใช้ตระกูลโทกูงาวะ ได้ยกย่องให้ที่นี่เป็น “หนึ่งในสามบ่อน้ำพุร้อนชั้นนำของญี่ปุ่น” ร่วมกับอาริมะออนเซ็นในจังหวัดเฮียวโงะ และคุซัตสึออนเซ็นในจังหวัดกุนมะ

12. ทาคายามะจินยะ
ทาคายามะจินยะเป็นที่ว่าการซึ่งข้าราชการอย่างไดคังและกุนไดใช้ปฏิบัติราชการในสมัยเอโดะ ประกอบด้วยอาคารที่ว่าการ ที่พักข้าราชการ และคลังเก็บของ
กล่าวกันว่าในช่วงปลายสมัยเอโดะ มีจินยะของรัฐบาลโชกุนอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 60 แห่ง แต่ที่ยังคงเหลืออาคารหลักในสภาพเดิมจากยุคนั้น มีเพียงทาคายามะจินยะแห่งนี้เท่านั้น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ

13. สวนสาธารณะโยโร และโยโร เท็มเม ฮังเท็นจิ
“โยโร เท็มเม ฮังเท็นจิ” ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะโยโรอันกว้างใหญ่ที่ได้รับการพัฒนาโดยมีน้ำตกโยโรเป็นจุดหลัก
นี่เป็นผลงานศิลปะที่สามารถสัมผัสประสบการณ์ได้ด้วยร่างกายโดยตรง ซึ่งสร้างขึ้นจากแนวคิดยาวนานกว่า 30 ปีของศิลปินชื่อดังระดับโลก อาราคาวะ ชูซากุ และคู่คิดของเขา กวีหญิง มาเดอลีน กินส์
ผลงานขนาดใหญ่นี้ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ พาวิลเลียนหลัก “บ้านของสิ่งที่คล้ายกันในขีดสุด” และ “สนามรูปวงรี”

14. ศาลเจ้าจิโยโบะอินาริ
ศาลเจ้าจิโยโบะอินาริ (Chiyobo Inari Jinja) หรือที่ผู้คนเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “โอโจโบะซัง” เป็นศาลเจ้าที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าอินาริสำคัญของญี่ปุ่น ร่วมกับฟูชิมิอินาริไทฉะในเกียวโต และโทโยคาวะอินาริในไอจิ มีประวัติยาวนานประมาณ 550 ปี เทพเจ้าที่ประดิษฐานคือ โอมิโอยะโนะโอกามิ อินาริโอคามิ และมิโอยะโนะคามิ เชื่อกันว่าให้พรด้านการค้าขายรุ่งเรืองและความปลอดภัยภายในครอบครัว

15. การตกปลาอุไกในแม่น้ำนาการะแห่งกิฟุ
สำหรับคนที่สนใจวิถีดั้งเดิมของญี่ปุ่น “อุไก” คือวิธีจับปลาแบบดั้งเดิมโดยใช้นกกาน้ำอย่างชำนาญ
การทำประมงบน “เรืออุบุเนะ” นี้ นายพรานนกกาน้ำจะควบคุมนกด้วยเชือกที่อาจมีได้มากถึง 12 เส้น
คุณสามารถล่องเรือชมทักษะอันช่ำชองที่เกิดจากสายสัมพันธ์ระหว่างนายพรานนกกาน้ำกับนกที่ได้รับการดูแลราวกับคนในครอบครัว
ปลาที่นกคาบขึ้นมาจะตายในทันที จึงเชื่อกันว่าไขมันยังไม่กระจายและคงความสดได้ดี ทำให้ปลาอะยุที่ได้จากการประมงอุไกถือเป็นของชั้นสูง

16. คิงกะซังโรปเวย์
จากสถานีขึ้นโรปเวย์ที่เชิงเขาคิงกะ บริเวณสวนกิฟุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทกิฟุ ใช้เวลาประมาณ 4 นาทีสู่ยอดเขาสูง 329 เมตร โดยปกติให้บริการทุก 15 นาทีต่อชั่วโมง และในช่วงคนหนาแน่นจะให้บริการทุก 10 นาทีต่อชั่วโมง มีความยาวรวม 599.43 เมตร และมีความต่างระดับ 255.43 เมตร อีกทั้งยังเป็นสถานที่แรกในญี่ปุ่นที่ติดตั้งพัดลมไร้ใบพัด

17. ปราสาทโอกากิ
ปราสาทโอกากิเป็นสัญลักษณ์ของเมืองปราสาทโอกากิที่ชาวเมืองรักและผูกพันกันมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1535 โดยมิยากาวะ ยาสุซาดะ แห่งตระกูลโทกิ ผู้สำเร็จราชการแห่งมิโนะ อีกทั้งยังเป็นปราสาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะในศึกเซกิงาฮาระเมื่อปี ค.ศ. 1600 อิชิดะ มิตสึนาริได้ใช้ที่นี่เป็นฐานบัญชาการหลัก

3 ร้านอาหารยอดนิยมในจังหวัดกิฟุ
มาเที่ยวกิฟุทั้งที เรื่องกินก็เป็นอีกอย่างที่ไม่อยากให้มองข้าม
จังหวัดกิฟุมีอาหารอร่อยมากมายที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ยังมีอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยวให้เพลิดเพลิน แต่ยังสนุกกับการกินได้เต็มที่
ครั้งนี้เราได้คัดร้านอาหารแนะนำที่อยากให้แวะเมื่อมาเที่ยวกิฟุมาให้แล้ว ลองเลือกไปชิมกันได้เลย
1. CENTER4 HAMBURGERS
ร้านแฮมเบอร์เกอร์เฉพาะทางที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ในย่าน “เมืองเก่า” ของฮิดะทาคายามะ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศ
ตัวร้านตั้งอยู่ลึกเข้าไปด้านในของบ้านญี่ปุ่นโบราณบนถนนที่แยกออกจากย่านเมืองเก่าเล็กน้อย ทำให้การเดินไปถึงหน้าร้านเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและน่าสนุก

2. ฮิดะ คตเตะอุชิ
ร้านซูชินิกิริเนื้อฮิดะแบบซื้อกลับเท่านั้น
เป็นร้านยอดนิยมที่มีคิวยาวอยู่เสมอจากผู้ที่มองหา “ของกินเดินชิมระดับพรีเมียม” ซึ่งสามารถลิ้มรสเนื้อฮิดะได้แบบคุ้มค่าและสบาย ๆ ระหว่างเดินเล่นในย่านเมืองเก่า
เมนูที่เสิร์ฟที่นี่คือซูชินิกิริเนื้อฮิดะที่พิถีพิถัน โดยใช้เนื้อส่วนหายากของเนื้อฮิดะระดับ 5 ซึ่งเป็นเกรดสูงสุด

3. เม็นยะ ชิราคาวะ
หนึ่งในอาหารท้องถิ่นที่อยากให้ลองเมื่อมาเยือนฮิดะทาคายามะก็คือ “ราเม็งทาคายามะ”
จุดเด่นของเมนูนี้คือซุปโชยุและเส้นเล็กหยักแบบเรียบง่าย ซึ่งชาวท้องถิ่นมักเรียกว่า “จูกะโซบะ”

รวมสินค้าขึ้นชื่อและของดีท้องถิ่น! 3 ย่านช้อปปิ้งยอดนิยมในจังหวัดกิฟุ
ถ้าเผื่อเวลาไว้สำหรับช้อปปิ้งด้วย ทริปกิฟุก็ยิ่งสนุกขึ้นอีกหน่อย
มิโนะยากิเป็นเครื่องปั้นดินเผาชื่อดังระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ส่วนสินค้าพื้นเมืองและของดีประจำถิ่นที่เกิดจากภูมิอากาศและวัฒนธรรมเฉพาะของจังหวัดกิฟุซึ่งอุดมไปด้วยธรรมชาติก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
เมื่อมาเยือนจังหวัดกิฟุที่เต็มไปด้วยย่านเมืองเก่าบรรยากาศคลาสสิก ก็อย่าลืมเผื่อเวลาไว้สนุกกับการช้อปปิ้งกันด้วย
1. โทคิ พรีเมียม เอาต์เล็ต
เอาต์เล็ตขนาดใหญ่ชั้นนำของภูมิภาคโทไค ตั้งอยู่ในทำเลเดินทางสะดวกมากใกล้ทางแยกต่างระดับโทคิมินามิทาจิมิ บนทางด่วนโทไคคันโจ ทำให้มีผู้คนจากทั้งในและนอกจังหวัดมาเยือนจำนวนมาก
อีกหนึ่งเสน่ห์คือทำเลที่รายล้อมด้วยธรรมชาติเขียวขจีและมีทิวเขาสวยงามเป็นฉากหลัง ภายในพื้นที่กว้างใหญ่มีร้านค้าประมาณ 180 ร้าน รวมทั้งแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ

2. ตลาดเช้ามิยากาวะ ฮิดะทาคายามะ
“ตลาดเช้ามิยากาวะ” จัดขึ้นบนถนนเลียบแม่น้ำมิยากาวะ ตั้งแต่สะพานคาจิบาชิถึงสะพานยาโยอิบาชิ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่าน “เมืองเก่า” ของฮิดะทาคายามะ
ตลาดเช้าแห่งนี้มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยเอโดะ และยังได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสามตลาดเช้าสำคัญของญี่ปุ่น ร่วมกับตลาดเช้าวาจิมะในจังหวัดอิชิคาวะ และตลาดเช้าคัตสึอุระในจังหวัดชิบะ

3. คัลเลอร์ฟูลทาวน์ กิฟุ
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในย่านยานะอิสึโจ เมืองกิฟุ ดำเนินงานโดยกลุ่มโตโยต้า
จุดเด่นที่สุดคือภายในอาคารที่มีร้านค้าเฉพาะทางประมาณ 130 ร้านและโรงภาพยนตร์ ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ของใช้ อาหาร และวัฒนธรรม ยังมี “ออโต้มอลล์” ที่รวมโชว์รูมรถใหม่ของโตโยต้าและไดฮัทสึจำนวน 5 ร้านไว้ในที่เดียว

ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้า! 3 ที่พักในจังหวัดกิฟุที่มีออนเซ็นให้เพลิดเพลิน
ถ้าอยากใช้เวลาพักแบบสบาย ๆ กิฟุก็เป็นอีกจังหวัดที่เหมาะมาก
จังหวัดกิฟุคือขุมทรัพย์แห่งออนเซ็น มีแหล่งน้ำพุร้อนมากมายที่ให้คุณเพลิดเพลินทั้งธรรมชาติและบรรยากาศเมืองสวย ๆ
ที่นี่มีทั้งเกโระออนเซ็นซึ่งเป็นหนึ่งในสามบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น รวมไปถึงฮิดะทาคายามะออนเซ็นและโอคุฮิดะออนเซ็นเคียวที่เหมาะกับการแช่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ลองใช้เวลาช้า ๆ เพื่อเยียวยาความเหนื่อยจากการเดินทางดูนะ
1. ยูโนะชิมะคัง
เรียวกังออนเซ็นเก่าแก่ที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931 และสืบทอดประวัติมาตั้งแต่ยุคที่เกโระออนเซ็นยังถูกเรียกว่า “ยูโนะชิมะ” สร้างอยู่บนไหล่เขานาคาเนะ ซึ่งเคยถูกเรียกว่า “ภูเขาฟูจิแห่งเกโระ” เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลาผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ
ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ผสานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบไม้เข้ากับสถาปัตยกรรมตะวันตกสมัยใหม่ ภายในจึงให้บรรยากาศเรโทรโมเดิร์น แม้จะเป็นที่พักเก่าแก่ก็ตาม

2. วัตต์ โฮเทล แอนด์ สปา ฮิดะทาคายามะ
โรงแรมธุรกิจดีไซน์ทันสมัยที่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2018 ตั้งอยู่ห่างจากสถานีทาคายามะของ เจอาร์ โดยเดินประมาณ 7 นาที
อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอย่าง “เมืองเก่า” จึงเป็นที่พักที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวฮิดะทาคายามะ
อีกหนึ่งจุดเด่นคืออ่างอาบน้ำรวมขนาดใหญ่แบบน้ำพุร้อนธรรมชาติบนชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด โดยใช้น้ำแร่จาก “ฮิดามาริโนะยุ” น้ำพุร้อนธรรมชาติทางตอนเหนือของเมืองทาคายามะ ส่งตรงมาให้ได้แช่ทั้งในอ่างกลางแจ้ง อ่างในร่ม และห้องอาบน้ำสำหรับครอบครัว 4 ห้อง (อ่างกลางแจ้งแบบส่วนตัวใช้บริการฟรี)

3. สปา โฮเทล อัลพินา ฮิดะทาคายามะ
โรงแรมรีสอร์ตสบาย ๆ ยอดนิยมที่อยู่ห่างจากสถานีทาคายามะของ เจอาร์ โดยเดินประมาณ 3 นาที อีกทั้งยังสามารถเดินไปแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของฮิดะทาคายามะอย่าง “เมืองเก่า” ได้สะดวก และยังมีบ่ออาบน้ำรวมขนาดใหญ่แบบน้ำพุร้อนธรรมชาติจากแหล่งน้ำของโรงแรมเอง 100%
บ่ออาบน้ำรวมตั้งอยู่บนชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด มีทั้งบ่อชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพเมืองทาคายามะได้กว้างไกล รวมถึงบ่อกลางแจ้ง บ่อทรงไห และบ่อนอนแช่

ถ้าจะซื้อของฝากจากกิฟุ ต้องนี่เลย! ของฝาก 2 อย่างแนะนำ
อีกความสนุกของการเดินทางก็คือการเลือกของฝากกลับบ้าน
จังหวัดกิฟุมีของฝากน่าสนใจมากมายที่สะท้อนเสน่ห์แบบท้องถิ่นได้อย่างดี และในบรรดานั้น เราขอหยิบของฝากยอดนิยมที่ได้รับความรักมายาวนานมาแนะนำให้คุณได้เลือกกัน
1. โกเฮโมจิ จากร้านฟุรุยะ
โกเฮโมจิของเมืองเอนะกลับมาเป็นที่นิยมอย่างมากจากละครโทรทัศน์ตอนเช้าของสถานีเอ็นเอชเคเรื่อง “Hanbun, Aoi.”
สินค้าที่ขอแนะนำนี้ได้รับคำชื่นชมว่า ทำให้สามารถลิ้มรสอาหารพื้นบ้านที่ชาวฮิงาชิมิโนะในจังหวัดกิฟุรักกันมานานได้อย่างง่ายดายที่บ้าน

2. “โนโบริอายุ” จากร้านทามาอิยะฮมโปะ
ทามาอิยะฮมโปะเป็นร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1908
“โนโบริอายุ” เป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำร้านมาตั้งแต่วันก่อตั้ง ขนมรสละมุนนี้ห่อแป้งคาสเตลลาด้วยกิวฮิ โดยใช้แป้งสาลีคุณภาพดีและไข่อย่างเต็มที่ รูปร่างเพรียวสวยได้รับแรงบันดาลใจจากปลาอะยุวัยอ่อนในแม่น้ำนาการะ

3 อีเวนต์ในกิฟุที่ไม่ควรพลาด
ถ้ามีโอกาสไปตรงช่วงจัดงานพอดี บรรยากาศการเที่ยวกิฟุก็จะต่างออกไปอีกแบบ
ขอแนะนำอีเวนต์และเทศกาลที่มีชื่อเสียงและมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษในกิฟุ
หากช่วงเวลาท่องเที่ยวของคุณตรงกับงานเหล่านี้ ก็อยากให้ลองไปร่วมสัมผัสบรรยากาศกันสักครั้ง
1. อีเวนต์ประดับไฟชิราคาวาโกะ
ชิราคาวาโกะมีชื่อเสียงจากหมู่บ้านกัสโชสึคุริที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก
การประดับไฟที่จัดขึ้นในวันที่กำหนดของเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ เป็นอีเวนต์ฤดูหนาวยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือนทุกปี
ภาพบ้านกัสโชสึคุริที่มีหลังคามุงจากทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ปกคลุมด้วยหิมะและส่องสว่างขึ้นมานั้น ให้บรรยากาศราวกับโลกในนิทานอย่างน่าประทับใจ

2. เทศกาลทาคายามะ
เทศกาลทาคายามะเป็นงานประเพณีที่สืบทอดกันอย่างทะนุถนอมในเมืองทาคายามะ จังหวัดกิฟุ มายาวนานกว่า 300 ปี
สำหรับชื่อ “เทศกาลทาคายามะ” นั้น เป็นชื่อเรียกรวมของ 2 เทศกาล ได้แก่ เทศกาลซันโน ซึ่งเป็นงานประจำปีของศาลเจ้าฮิเอะในเดือนเมษายน หรือที่เรียกว่าเทศกาลทาคายามะฤดูใบไม้ผลิ และเทศกาลฮาจิมัง ซึ่งเป็นงานประจำปีของศาลเจ้าซากุระยามะฮาจิมังกูในเดือนตุลาคม หรือที่เรียกว่าเทศกาลทาคายามะฤดูใบไม้ร่วง อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในสามเทศกาลที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น

3. เทศกาลอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมเมืองกิฟุ ~ เทศกาลกิฟุโนบุนางะ ~
“เทศกาลอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมเมืองกิฟุ ~ เทศกาลกิฟุโนบุนางะ ~” ซึ่งเป็นงานสำคัญประจำฤดูใบไม้ร่วงของเมืองกิฟุ จัดขึ้นเพื่อยกย่องผลงานของโอดะ โนบุนางะ ขุนศึกยุคเซ็นโกคุผู้ก้าวสู่เส้นทางการรวมแผ่นดิน โดยใช้ปราสาทกิฟุที่ไซโต โดซัง ผู้เป็นพ่อตาสร้างไว้เป็นฐานหลัก
ทุกปี งานจะจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ในวันเสาร์และอาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายน บริเวณรอบสถานีกิฟุซึ่งเป็นย่านใจกลางเมือง โดยมีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมสนุก

บทสรุป
ถ้าอยากหาทริปที่ได้พักผ่อนพร้อมสัมผัสญี่ปุ่นหลายมุมในครั้งเดียว กิฟุก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
จังหวัดกิฟุมีทั้งย่านเมืองเก่าของฮิดะทาคายามะ เกโระออนเซ็น และมรดกโลกชิราคาวาโกะ ที่ทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอย่างเต็มที่
หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นให้ลึกยิ่งขึ้น ลองนั่งรถด่วนพิเศษจากกิฟุไปถึงคานาซาวะ เมืองที่มีเสน่ห์ของย่านเก่าแก่ในบรรยากาศต่างออกไปจากกิฟุ
หรือถ้าอยากเปลี่ยนอารมณ์จากบรรยากาศดั้งเดิมไปสนุกกับเมืองใหญ่ ก็ลองแวะนาโกย่า หนึ่งในสามมหานครสำคัญของญี่ปุ่นได้เช่นกัน
ทั้งคานาซาวะและนาโกย่าอยู่ใกล้กิฟุ จึงเป็นระยะทางที่สามารถเที่ยวต่อได้สบาย ๆ ในทริปเดียว ลองเก็บไว้เป็นไอเดียสำหรับวางแผนการเดินทางกันได้เลย