【คู่มือเที่ยวฟุจู】เต็มอิ่มกับประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการแข่งม้า! สถานที่ยอดนิยม อาหาร และแพลนเที่ยว

【คู่มือเที่ยวฟุจู】เต็มอิ่มกับประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการแข่งม้า! สถานที่ยอดนิยม อาหาร และแพลนเที่ยว

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ฟุจู (Fuchu) ตั้งอยู่เกือบใจกลางกรุงโตเกียว เดินทางจากชินจูกุด้วยรถไฟสายเคโอได้ในเวลาประมาณ 20–30 นาที
แม้บริเวณหน้าสถานีจะเรียงรายด้วยศูนย์การค้าและขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ แต่เพียงเดินออกไปเล็กน้อยก็จะพบศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์ประมาณ 1,900 ปี ซากที่ตั้งศูนย์กลางการปกครองในสมัยโบราณ และแนวต้นเคยากิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งชาติ
เมืองนี้ยังมีสถานที่ให้คนทุกวัยได้เพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งม้าโตเกียวซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจูที่ชมดอกไม้ได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู พิพิธภัณฑ์ศิลปะ สวนสาธารณะ และทัวร์โรงงาน
เสน่ห์ของฟุจูคือการรวมประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ธรรมชาติแห่งมูซาชิโนะ ความคึกคักของการแข่งม้า และรสชาติที่ชาวท้องถิ่นรักไว้ในพื้นที่ซึ่งเดินทางจากใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก
บทความนี้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด อาหาร ของฝาก ที่พัก ตลอดจนแพลนเที่ยว 1 วันยอดนิยม สำหรับผู้ที่มาเยือนฟุจูเป็นครั้งแรก

ฟุจูเป็นสถานที่แบบไหน?

ฟุจูเป็นเมืองที่ตั้งอยู่เกือบใจกลางกรุงโตเกียว
สามารถนั่งรถไฟสายเคโอจากชินจูกุไปยังสถานีฟุจูได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน จึงเหมาะสำหรับการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากใจกลางเมือง
เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 8 เคยเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กรุงโตเกียว จังหวัดไซตามะ และบางส่วนของจังหวัดคานากาวะในปัจจุบัน
ฟุจูพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม อีกทั้งยังรุ่งเรืองในฐานะเมืองพักแรมบนเส้นทางโคชูไคโดในสมัยเอโดะ
แหล่งประวัติศาสตร์ที่กระจายอยู่รอบศาลเจ้าโอคูนิตามะ (Okunitama Shrine) ยังคงถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นมาจนถึงปัจจุบัน
ทั้งแนวต้นเคยากิบาบะไดมงที่ทอดจากสถานีฟุจูไปยังศาลเจ้า ซากศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิที่ช่วยให้เห็นขนาดของสถานที่ราชการในอดีต และลานโบราณสถานที่พักข้าหลวงกับตำหนักอิเอยาสุ ซึ่งจำลองที่พักและสำนักงานของข้าหลวงด้วยเสา ล้วนอยู่ในระยะเดินถึงกัน
เมื่อรู้ว่าถนนที่เดินผ่านอย่างไม่ทันสังเกตเคยเป็นศูนย์กลางของแคว้นมูซาชิเมื่อมากกว่า 1,000 ปีก่อน ภาพของเมืองคงดูแตกต่างออกไป
ฟุจูยังเป็นเมืองที่อุดมด้วยธรรมชาติและความบันเทิง
เลือกเพลิดเพลินได้หลากหลายตามฤดูกาลและจุดประสงค์ของทริป ไม่ว่าจะชมดอกบ๊วย ไฮเดรนเยีย พลับพลึงแดง และใบไม้เปลี่ยนสีที่พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู ชมดอกมูซาชิโนะคิสึเกะหายากที่สวนเซ็นเก็นยามะ หรือเยือนสนามแข่งม้าโตเกียวซึ่งมีทั้งพิพิธภัณฑ์และสวนญี่ปุ่น
ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งทริปตามรอยประวัติศาสตร์ วันหยุดสนุก ๆ กับครอบครัว และวันที่เต็มอิ่มกับการแข่งม้าและอาหาร
ความลุ่มลึกที่ทำให้อยากกลับมาเดินเที่ยวอีกครั้งในฤดูกาลถัดไปคือเสน่ห์ของฟุจู

ศาลเจ้าโอคูนิตามะ ซึ่งบูชาเทพผู้พิทักษ์แคว้นมูซาชิ
ศาลเจ้าโอคูนิตามะ ซึ่งบูชาเทพผู้พิทักษ์แคว้นมูซาชิ

การเดินทางไปฟุจูและเคล็ดลับการท่องเที่ยว

สามารถเดินทางจากชินจูกุไปยังสถานีฟุจูบนรถไฟสายเคโอ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเที่ยวฟุจูได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
ศาลเจ้าโอคูนิตามะ แนวต้นเคยากิบาบะไดมง ซากศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิ และร้านอาหารรอบสถานีฟุจูสามารถเดินเที่ยวได้สะดวก
สถานีฟุจูฮมมาจิบนรถไฟสาย JR มูซาชิโนะและสายนัมบุ เหมาะสำหรับเดินทางไปลานโบราณสถานที่พักข้าหลวงกับตำหนักอิเอยาสุ ศาลเจ้าโอคูนิตามะ และสนามแข่งม้าโตเกียว
ระหว่างสถานีฟุจูกับสถานีฟุจูฮมมาจิยังมีแหล่งประวัติศาสตร์และร้านอาหารกระจายอยู่ จึงเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเดินเชื่อมระหว่าง 2 สถานี
หากจะไปสวนฟุจูโนะโมริและพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเมืองฟุจู ให้ลงที่สถานีฮิงาชิฟุจูบนรถไฟสายเคโอ ส่วนพิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจูและโรงงานเบียร์ เดินทางด้วยรถบัสจากสถานีบูไบกาวาระได้สะดวก สำหรับสวนเซ็นเก็นยามะก็ควรใช้บริการรถบัสเช่นกัน
หากแบ่งเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น วันแรกเดินชมประวัติศาสตร์รอบสถานีฟุจูและสถานีฟุจูฮมมาจิ ส่วนอีกวันไปสนามแข่งม้าโตเกียว เคียวโดะโนะโมริ รวมถึงสวนและพิพิธภัณฑ์ศิลปะในฮิงาชิฟุจู ก็จะเที่ยวได้อย่างไม่เร่งรีบ

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฟุจู

ฟุจูมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายกระจายอยู่ทั่วเมือง ตั้งแต่แหล่งประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความเป็นมาของเมือง ไปจนถึงสถานที่สำหรับสัมผัสธรรมชาติ ศิลปะ และการแข่งม้า
ต่อไปนี้คือ 10 แห่งที่อยากแนะนำให้ไปเป็นอันดับแรกเมื่อมาเที่ยวฟุจูครั้งแรก

1. “ศาลเจ้าโอคูนิตามะ” ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีและประวัติศาสตร์ประมาณ 1,900 ปี

สถานที่สำคัญที่เป็นตัวแทนของฟุจูคือศาลเจ้าโอคูนิตามะ ซึ่งบูชาเทพผู้พิทักษ์แคว้นมูซาชิ
ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ประมาณ 1,900 ปี และเป็นที่ศรัทธาในเรื่องการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและการผูกสัมพันธ์
เมื่อเดินผ่านเสาโทริอิใหญ่ จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเงียบสงบจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใกล้ใจกลางเมือง
ภายในมีจุดน่าสนใจมากมาย ทั้งประตูชูจาคุมงสีแดง ประตูซุยจินมง และอาคารสักการะอันสง่างาม ตลอดจนศาลเจ้าในสังกัดหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้ามิยาโนะเมะที่ผู้คนนับถือในเรื่องการขอพรให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัย
ต้นแปะก๊วยขนาดใหญ่ด้านหลังวิหารหลักก็ไม่ควรพลาด
เชื่อกันว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี กิ่งก้านที่แผ่ออกอย่างสง่างามดูทรงพลัง และเป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้าโอคูนิตามะที่ผ่านกาลเวลายาวนาน
หอสมบัติซึ่งเก็บศาลเจ้าจำลองเคลื่อนที่และกลองใหญ่ เปิดให้เข้าชมในวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่มีพิธีเทศกาลของศาลเจ้า
ศาลเจ้าโอคูนิตามะจัดเทศกาลมากมายตลอดทั้งปี จึงแนะนำให้เลือกไปตามช่วงเวลาที่มีการจัดงาน

ศาลเจ้าที่บูชาเทพผู้พิทักษ์แคว้นมูซาชิและมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,900 ปี
ศาลเจ้าที่บูชาเทพผู้พิทักษ์แคว้นมูซาชิและมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,900 ปี

2. สัมผัสประวัติศาสตร์ฟุจูเพียงเดินผ่าน “แนวต้นเคยากิบาบะไดมง”

แนวต้นเคยากิบาบะไดมง (Baba Daimon Keyaki Avenue) ทอดยาวประมาณ 500 เมตร จากสถานีฟุจูบนรถไฟสายเคโอไปยังศาลเจ้าโอคูนิตามะ
ต้นเคยากิประมาณ 120 ต้นเรียงรายตลอดเส้นทาง และเป็นแนวต้นเคยากิแห่งเดียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งชาติ
มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของแนวต้นไม้นี้ว่า มินาโมโตะ โนะ โยริโยชิและโยชิอิเอะ สองพ่อลูก ได้ถวายต้นกล้าในสมัยเฮอัน หรืออาจได้รับการปรับปรุงเมื่อโทคุงาวะ อิเอยาสุมอบสนามม้าให้ในสมัยเอโดะ
ต้นเคยากิที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุประมาณ 400 ปี ตั้งอยู่ข้างเสาโทริอิใหญ่ของศาลเจ้าโอคูนิตามะ และยังคงเฝ้ามองผู้มาสักการะจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงใบไม้ผลิ สีเขียวสดจะปกคลุมเหนือศีรษะ ส่วนฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้หลากสีจะช่วยแต่งแต้มเมือง
เสน่ห์ของแนวต้นไม้นี้อยู่ที่การเป็นทั้งทางเข้าสู่ศาลเจ้าอันเก่าแก่และถนนในชีวิตประจำวันที่ผู้คนท้องถิ่นใช้สัญจร
เมื่อมาถึงสถานีฟุจู ลองเริ่มต้นด้วยการเดินช้า ๆ ใต้แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ มุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าโอคูนิตามะ

แนวต้นเคยากิเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งชาติ
แนวต้นเคยากิเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งชาติ

3. เยือนอดีตศูนย์กลางแคว้นมูซาชิที่ “ซากศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิ”

ซากศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิ (Musashi Kokufu Site) ช่วยถ่ายทอดให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า ฟุจูในปัจจุบันเคยเป็นศูนย์กลางของแคว้นมูซาชิ
ตั้งแต่ต้นสมัยนาระจนถึงกลางสมัยเฮอัน แต่ละแคว้นมีสำนักงานราชการที่ข้าหลวงใช้บริหารงาน ส่วนเมืองโดยรอบเรียกว่าโคคุฟุ
การขุดค้นที่กินเวลามากกว่า 30 ปีเผยให้เห็นว่า ภายในบริเวณศาลเจ้าโอคูนิตามะและพื้นที่ทางตะวันออกเคยเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการส่วนกลางของแคว้น
เสาสีแดงที่ตั้งอยู่ในแหล่งโบราณสถานแสดงตำแหน่งเสาอาคารซึ่งพบจากการขุดค้น
เมื่อมองพื้นที่ที่เสาเหล่านี้เรียงราย ก็อาจจินตนาการถึงช่วงเวลากว่า 1,000 ปีก่อนที่มีการบริหารราชการ รวมถึงผู้คนและสิ่งของสัญจรไปมา ณ ที่แห่งนี้
บนถนนยังมีสัญลักษณ์สีแดงแสดงร่องรอยเสา จึงลองสังเกตพื้นระหว่างเดินชมด้วย

สถานที่ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองและการปกครอง
สถานที่ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองและการปกครอง

4. “ลานโบราณสถานที่พักข้าหลวงกับตำหนักอิเอยาสุ” จุดบรรจบของประวัติศาสตร์สมัยโบราณและสมัยเอโดะ

ลานโบราณสถานที่พักข้าหลวงกับตำหนักอิเอยาสุ (Kokushinotachi and Ieyasu Palace Historic Site Plaza) อยู่ห่างจากสถานี JR ฟุจูฮมมาจิประมาณ 2 นาทีเมื่อเดินเท้า
ตั้งแต่ช่วงต้นสมัยอาซูกะและนาระจนถึงปลายสมัยเฮอัน สถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งที่พักและสำนักงานของข้าหลวงผู้ปกครองแคว้นมูซาชิ
ภายในลานมีเสาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร สูงประมาณ 2.4 เมตร ซึ่งจำลองอาคารในยุคนั้นตามขนาดจริง
แม้จะจินตนาการขอบเขตอาคารได้ยากจากซากราบบนพื้น แต่เมื่อเดินระหว่างเสาจะสัมผัสขนาดของสถานที่ได้ด้วยตัวเอง
เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ดที่ติดตั้งไว้ ยังสามารถรับชมภาพจำลองด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกได้
เชื่อกันว่าสถานที่นี้เคยมีตำหนักที่โทคุงาวะ อิเอยาสุใช้เข้าพักระหว่างออกล่าเหยี่ยวด้วย
เรื่องราวของข้าหลวงในสมัยโบราณและโทคุงาวะ อิเอยาสุแห่งสมัยเอโดะซ้อนทับกันในสถานที่เดียว เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฟุจู

ลานโบราณสถานที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิก
ลานโบราณสถานที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิก

5. เต็มอิ่มกับทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่ “พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู”

พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู (Fuchu City Kyodonomori Museum) รวบรวมประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตพื้นบ้าน และธรรมชาติของฟุจูไว้บนพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 140,000 ตารางเมตร
อาคารหลักมีนิทรรศการถาวรและท้องฟ้าจำลอง ส่วนกลางแจ้งมีบ้านชาวนาโบราณ บ้านร้านค้า และอาคารประวัติศาสตร์ที่ย้ายมาสร้างใหม่หรือบูรณะ
บริเวณที่มีที่ว่าการเมืองฟุจูเก่าและที่ทำการไปรษณีย์ฟุจูเก่าตั้งเรียงราย ให้ความรู้สึกราวกับเป็นเมืองฟุจูในอดีตฉบับย่อส่วน
เมื่อเดินชมภายในอาคาร จะสัมผัสชีวิตของผู้คนตั้งแต่สมัยเอโดะถึงต้นยุคโชวะได้อย่างใกล้ชิด
เมื่อเดินลึกเข้าไปจะพบภูมิทัศน์ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งโรงสีน้ำ น้ำตก ลานหญ้า และสระสำหรับเล่นน้ำ
ดอกบ๊วย ไฮเดรนเยีย พลับพลึงแดง เมเปิล และแปะก๊วยภายในสวนจะเปลี่ยนโฉมไปตามฤดูกาล ทำให้พบกับทิวทัศน์ใหม่ทุกครั้งที่มาเยือน
ในวันที่มีบริการชา ณ เรือนชาไบคโยอัน แนะนำให้ลิ้มรสมัทฉะพร้อมชมสวนญี่ปุ่น
นี่คือสถานที่สำคัญของการเที่ยวฟุจูที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ชมดอกไม้ และเดินเล่นอย่างสบาย ๆ

พิพิธภัณฑ์ที่เพลิดเพลินกับธรรมชาติของป่าได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู
พิพิธภัณฑ์ที่เพลิดเพลินกับธรรมชาติของป่าได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู

6. สนุกได้ทั้งวันแม้ไม่รู้จักการแข่งม้าที่ “สนามแข่งม้าโตเกียว”

สนามแข่งม้าโตเกียว (Tokyo Racecourse) เป็นเวทีของการแข่งขันระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น เช่น เจแปนดาร์บี เทนโนโชฤดูใบไม้ร่วง และเจแปนคัพ
นับตั้งแต่สร้างเสร็จในปี 1933 สนามแข่งม้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นแห่งนี้ได้สร้างตำนานม้าชั้นยอดและการแข่งขันอันน่าจดจำมากมาย
สนามกว้างใหญ่ที่มองจากอัฒจันทร์ฟูจิวิวและภาพม้าแข่งวิ่งทะยานพร้อมกันนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง
สัมผัสบรรยากาศต่างกันได้ตามจุดรับชม ทั้งลานพาเหรดที่เห็นม้าแข่งก่อนลงสนามอย่างใกล้ชิด จอภาพหลายจอขนาดใหญ่ระดับโลก และพื้นที่สนามหญ้า
เสน่ห์ไม่ได้มีเพียงการแข่งขัน
ภายในมีพิพิธภัณฑ์การแข่งม้า JRA ซึ่งให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และระบบของการแข่งม้า สวนญี่ปุ่นที่งดงามในฤดูซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี ตลอดจนสวนสำหรับเด็ก จึงเหมาะกับทั้งผู้เริ่มสนใจการแข่งม้าและครอบครัว
ร้านอาหารก็มีให้เลือกมากมาย พร้อมความสนุกจากการตามหาเมนูเสริมสิริมงคลที่เกี่ยวกับการแข่งม้า เช่น โดนัทโออานะและข้าวแกงกะหรี่หมูทอด
สัมผัสความงามของม้า ดื่มด่ำบรรยากาศเร้าใจของการแข่งขัน และเรียนรู้วัฒนธรรมการแข่งม้า
สนามแข่งม้าโตเกียวคุ้มค่าแก่การใช้เวลาตลอด 1 วันในฟุจู

สนามแข่งม้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
สนามแข่งม้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

7. ชมศิลปะท่ามกลางพื้นที่สีเขียวของสวนที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเมืองฟุจู”

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเมืองฟุจู (Fuchu Art Museum) ตั้งอยู่ในสวนฟุจูโนะโมริ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตและศิลปะ คือพิพิธภัณฑ์ที่ทบทวนวิถีชีวิตซึ่งเชื่อมโยงกับความงาม”
พิพิธภัณฑ์เก็บสะสมผลงานมากกว่า 2,200 ชิ้น โดยเน้นภาพวาดตั้งแต่ปลายสมัยเอโดะจนถึงปัจจุบัน
ชั้น 2 มีห้องนิทรรศการพิเศษ ห้องนิทรรศการถาวร และพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์โนริยูกิ อูชิจิมะ ซึ่งจัดแสดงผลงานที่คัดเลือกจากคอลเลกชัน
ชั้น 1 มีห้องสมุดศิลปะที่ใช้บริการได้ฟรี แกลเลอรีประชาชน ร้านค้าพิพิธภัณฑ์ และคาเฟ่ จึงแวะมาได้อย่างสบายแม้ไม่ได้ชมนิทรรศการ
ห้องสร้างสรรค์และห้องศิลปะสำหรับเด็กยังจัดเวิร์กช็อปสำหรับผู้คนหลากหลายวัย
หลังชมศิลปะแล้ว จะเดินเล่นท่ามกลางพื้นที่สีเขียวของสวนหรือนั่งซึมซับความประทับใจในคาเฟ่ก็ได้ ที่นี่ช่วยให้หลีกจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบและค่อย ๆ ผ่อนคลายประสาทสัมผัส

สัมผัสผลงานศิลปะที่คัดสรรมาอย่างดีในพิพิธภัณฑ์กลางสวนฟุจูโนะโมริ
สัมผัสผลงานศิลปะที่คัดสรรมาอย่างดีในพิพิธภัณฑ์กลางสวนฟุจูโนะโมริ

8. “สวนฟุจูโนะโมริ” พื้นที่กว้างขวางสำหรับพ่อแม่และเด็ก

สวนฟุจูโนะโมริ (Fuchunomori Park) มีทั้งป่าและเนินเขาที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ ลานริมน้ำ และสนามกีฬา
ภายในสวนมีเครื่องเล่นสีสันสดใส และในฤดูร้อนยังเล่นน้ำได้ จึงเหมาะสำหรับวันหยุดของครอบครัวที่มีเด็ก
สัญลักษณ์ของสวนคือแนวต้นซากุระซึ่งทอดไปสู่ทางเดินดอกไม้
เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะบานพร้อมกัน ทำให้ทั้งสวนอบอวลด้วยบรรยากาศสดใส
ภายในพื้นที่ยังมีประติมากรรมกระจายอยู่ การเดินตามหาผลงานศิลปะจึงเป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนุก
หากเที่ยวควบคู่กับพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเมืองฟุจู ก็จะได้เต็มอิ่มกับทั้งธรรมชาติและศิลปะ
สวนแห่งนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนของชาวเมือง เหมาะสำหรับวันที่อยากใช้เวลาสบาย ๆ ใต้ท้องฟ้ากว้าง

สวนกีฬาสำหรับครอบครัวที่มีทั้งป่า เนินเขา และริมน้ำ
สวนกีฬาสำหรับครอบครัวที่มีทั้งป่า เนินเขา และริมน้ำ

9. พบดอกไม้เฉพาะถิ่นฟุจูและวิวภูเขาไฟฟูจิที่ “สวนเซ็นเก็นยามะ”

สวนเซ็นเก็นยามะ (Sengenyama Park) มียอดเขา 3 แห่ง ได้แก่ โดซัง นากายามะ และมาเอยามะ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 80 เมตร
พื้นที่นี้เหลือรอดเป็นเนินสูงขณะที่ที่ราบสูงทามะถูกกัดเซาะ ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นสวนธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ซึ่งปกคลุมด้วยป่าไม้ผลัดใบ
ไฮไลต์สำคัญคือดอกมูซาชิโนะคิสึเกะ ซึ่งเข้าสู่ช่วงชมสวยในต้นเดือนพฤษภาคม
เป็นพืชหายากที่ขึ้นตามธรรมชาติเฉพาะสวนเซ็นเก็นยามะ ภาพดอกสีเหลืองสดพลิ้วไหวท่ามกลางป่าไม้ผลัดใบเขียวสดจึงพบเห็นได้เฉพาะที่นี่
ภายในสวนมีศาลเจ้าเซ็นเก็นและศาลเจ้าโอมิตาราชิ สามารถเดินชมพร้อมสังเกตนกป่าและพืชพรรณตามธรรมชาติ
ในวันที่อากาศแจ่มใส อาจมองเห็นภูเขาไฟฟูจิจากจุดชมวิวที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ทิวทัศน์ชมฟูจิแห่งภูมิภาคคันโต
จุดเด่นคือสามารถสัมผัสธรรมชาติแห่งมูซาชิโนะได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องเตรียมตัวสำหรับการปีนเขาครั้งใหญ่

สวนธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่มีภูเขาเซ็นเก็น ความสูง 80 เมตรเป็นศูนย์กลาง
สวนธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่มีภูเขาเซ็นเก็น ความสูง 80 เมตรเป็นศูนย์กลาง

10. พบความคึกคักและอาหารแบบตลาดที่ “ศูนย์ค้าส่งไดโตเกียวโซโก”

ศูนย์ค้าส่งไดโตเกียวโซโก (Dai Tokyo Sogo Wholesale Center) เปิดให้บริการในปี 1966 เป็นตลาดที่ทั้งมืออาชีพและลูกค้าทั่วไปสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างอิสระ
มีร้านเฉพาะทางมากกว่า 75 แห่ง จำหน่ายทั้งปลาสด เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ อาหารแห้ง วัตถุดิบเอเชีย และของใช้เบ็ดเตล็ด
โซนอาหารทะเลในตอนเช้ารวมร้านปลาสด ร้านเฉพาะทางด้านปลาทูน่า และร้านปลาแห้งไว้ด้วยกัน เต็มไปด้วยความคึกคักแบบตลาด
สินค้ายอดนิยมอาจหมดตั้งแต่เช้า หากตั้งใจมาซื้อของจึงควรมาในช่วงเช้า
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารทะเล แกงกะหรี่ อาหารเอเชีย และหมูทอด จึงไม่ต้องกังวลเรื่องมื้ออาหารหลังเดินตลาด
บางร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทำอาหาร ภาชนะ และมีดสำหรับมืออาชีพ การเลือกของใช้สไตล์ญี่ปุ่นเป็นของฝากก็น่าสนใจ

ตลาดที่สนับสนุนวัฒนธรรมอาหารของฟุจู พร้อมให้เพลิดเพลินทั้งการชอปปิงและมื้ออาหาร
ตลาดที่สนับสนุนวัฒนธรรมอาหารของฟุจู พร้อมให้เพลิดเพลินทั้งการชอปปิงและมื้ออาหาร

2 กิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจในฟุจู

เสน่ห์ของฟุจูไม่ได้มีเพียงการชมสถานที่สำคัญ แต่ยังรวมถึงกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ลงมือทำ ลิ้มรส และเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ต่อไปนี้คือประสบการณ์เฉพาะของฟุจูที่จะทำให้ความทรงจำจากการเดินทางชัดเจนยิ่งขึ้น

1. เรียนรู้การผลิตเบียร์ที่ “โรงงานเบียร์น้ำแร่ธรรมชาติซันโทรี่ โตเกียว・มูซาชิโนะ”

โรงงานเบียร์น้ำแร่ธรรมชาติซันโทรี่ โตเกียว・มูซาชิโนะ (Suntory Natural Water Beer Factory Tokyo Musashino) คือสถานที่ให้กำเนิดเดอะ พรีเมียม มอลต์ส
นี่คือโรงงานเบียร์แห่งแรกของซันโทรี่ในกรุงโตเกียว เปิดโอกาสให้สัมผัสกระบวนการผลิตที่ใส่ใจแม้กระทั่งน้ำแร่ธรรมชาติ และความมุ่งมั่นของผู้ผลิต
ภายในทัวร์จะได้ชมขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การต้ม การบ่ม ไปจนถึงการบรรจุ
ยังมีวิดีโอและประสบการณ์วีอาร์ ช่วยให้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ว่าเบียร์ที่ดื่มกันเป็นประจำผลิตขึ้นมาอย่างไร
หลังจบทัวร์จะได้ชิมเดอะ พรีเมียม มอลต์สที่เพิ่งรินสดใหม่และเบียร์ชนิดอื่น ๆ
เบียร์หนึ่งแก้วที่ลิ้มรสได้เฉพาะในโรงงานคงช่วยให้เข้าใจกระบวนการผลิตได้ลึกซึ้งขึ้น
ร้านค้าที่อยู่ติดกันจำหน่ายเบียร์ซึ่งผลิตในโรงงานและสินค้าดั้งเดิมด้วย

โรงงานที่พาไปค้นพบความอร่อยของแบรนด์เดอะ พรีเมียม มอลต์ส
โรงงานที่พาไปค้นพบความอร่อยของแบรนด์เดอะ พรีเมียม มอลต์ส

2. สัมผัสท่วงท่าซามูไรที่ “สำนักทาคาเสะ เกโดทาเทะฮาโตริว”

สำนักทาคาเสะ เกโดทาเทะฮาโตริว (Geido Tate Hatoryu Takase Dojo) ให้คำแนะนำด้านการต่อสู้ด้วยดาบและฉากแอ็กชันสำหรับภาพยนตร์ โทรทัศน์ และละครเวที
ที่นี่คือสำนักซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ด้วยดาบเพื่อการแสดงจากผู้ฝึกสอนมืออาชีพที่เคยร่วมงานกับผลงานชื่อดังมากมาย
ในเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมจะเปลี่ยนเป็นชุดฮากามะและกิโมโนแบบดั้งเดิม แล้วฝึกวิธีถือดาบ การตั้งท่า การฟัน และการแสดงท่าถูกฟัน
เมื่อเรียนรู้ท่าพื้นฐานแล้ว จะได้ลองแสดงฉากต่อสู้แบบด้นสดกับผู้เชี่ยวชาญ
ทำให้เข้าใจว่าฉากดวลดาบซึ่งดูรุนแรงนั้นเกิดจากจังหวะที่ประสานกับคู่แสดงและการเคลื่อนไหวอันละเอียดแม่นยำ
ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพที่ระลึกในชุดซามูไร
ช่วงเวลาพิเศษนี้ช่วยให้สัมผัสความลึกซึ้งของวัฒนธรรมดั้งเดิมญี่ปุ่นและการถ่ายทอดผ่านสื่อภาพเคลื่อนไหวไปพร้อมกับการออกแรง

เรียนรู้วิชาดาบญี่ปุ่นโบราณและก้าวเข้าสู่โลกของซามูไร
เรียนรู้วิชาดาบญี่ปุ่นโบราณและก้าวเข้าสู่โลกของซามูไร

จุดชมดอกไม้ในฟุจูที่เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ทั้ง 4 ฤดู

ฟุจูเป็นเมืองที่ชวนให้กลับมาเยือนหลายครั้งในฤดูกาลที่แตกต่างกัน
ทั่วทั้งเมืองสามารถสัมผัสการเปลี่ยนผ่านของ 4 ฤดู ตั้งแต่ดอกบ๊วยช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ไฮเดรนเยียต้นฤดูร้อน ไปจนถึงพลับพลึงแดงและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

ดอกบ๊วยแต่งแต้มปลายฤดูหนาวที่ “พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู”

พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจูขึ้นชื่อในฐานะจุดชมดอกบ๊วย
เมื่อเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิ ดอกบ๊วยหลากหลายสายพันธุ์จะทยอยบาน แต่งแต้มสวนด้วยสีขาว ชมพูอ่อน และแดงเข้ม
ภาพดอกบ๊วยเคียงคู่กับอาคารเก่าและทิวทัศน์ริมน้ำให้บรรยากาศฤดูใบไม้ผลิแบบญี่ปุ่นที่ชวนให้หวนคิดถึงอดีต

ดอกบ๊วยแสนงดงามที่แต่งแต้มภายในสวน
ดอกบ๊วยแสนงดงามที่แต่งแต้มภายในสวน

เดินชมซากุระทั่วฟุจูในฤดูใบไม้ผลิ

ศาลเจ้าโอคูนิตามะมีชื่อเสียงเรื่องต้นชิดาเระซากุระที่ยืนอยู่หน้าศาลาคางูระ
อาคารศาลเจ้าสีแดงและกิ่งซากุระที่ห้อยลงอย่างอ่อนช้อยช่วยเติมบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิอันสดใสให้บริเวณศาลเจ้า
สวนฟุจูและถนนซากุระก็เป็นจุดชมซากุระที่สำคัญของฟุจู
ตลอดถนนซากุระระยะทางประมาณ 1.1 กิโลเมตร มีต้นโซเมอิโยชิโนะเรียงราย เมื่อบานเต็มที่จะเกิดทิวทัศน์คล้ายอุโมงค์ซากุระ
ที่เส้นทางสายลมฟุจูทามากาวะริมแม่น้ำทามะ สามารถสัมผัสทั้งความโปร่งโล่งของริมแม่น้ำและชมซากุระไปพร้อมกัน

ซากุระบนเส้นทางสายลมฟุจูทามากาวะ
ซากุระบนเส้นทางสายลมฟุจูทามากาวะ

มูซาชิโนะคิสึเกะและไฮเดรนเยียที่บานในต้นฤดูร้อน

ในต้นเดือนพฤษภาคม ดอกมูซาชิโนะคิสึเกะที่ขึ้นตามธรรมชาติเฉพาะในสวนเซ็นเก็นยามะจะเข้าสู่ช่วงชมสวย
ดอกสีเหลืองซึ่งบานโดยมีป่าไม้ผลัดใบเขียวสดเป็นฉากหลัง คือทิวทัศน์พิเศษที่พบได้เฉพาะในฟุจู
ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงประมาณต้นเดือนกรกฎาคม ไฮเดรนเยียหลากสีจะผลิบานแต่งแต้มพิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู
ในวันฝนตก สีของดอกไม้จะยิ่งสดใส และการเดินเล่นใต้ร่มก็เต็มไปด้วยบรรยากาศอันงดงาม

ดอกมูซาชิโนะคิสึเกะที่พบได้เฉพาะสวนเซ็นเก็นยามะ
(เอื้อเฟื้อภาพโดย: Musashino Parks Partners) ดอกมูซาชิโนะคิสึเกะที่พบได้เฉพาะสวนเซ็นเก็นยามะ

ฤดูใบไม้ร่วงท่ามกลางพลับพลึงแดงและใบไม้เปลี่ยนสี

ในฤดูใบไม้ร่วง พลับพลึงแดงสีชาดจะย้อมทั่วพิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู
พลับพลึงสีขาวก็ผลิบานเช่นกัน ภาพดอกไม้สีแดงและขาวผสมผสานกันดูราวกับความฝัน
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิล แปะก๊วย และเคยากิจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง
โดยเฉพาะน้ำตกโมมิจิ ซึ่งมีต้นเมเปิลนับไม่ถ้วนล้อมรอบ เป็นจุดถ่ายภาพชั้นเยี่ยม
ที่แนวต้นเคยากิบาบะไดมงและสวนญี่ปุ่นในสนามแข่งม้าโตเกียวก็สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์เฉพาะของฤดูใบไม้ร่วงได้

พลับพลึงแดงที่พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู
พลับพลึงแดงที่พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู

5 เทศกาลในฟุจูที่เปิดโอกาสให้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ศาลเจ้าโอคูนิตามะจัดเทศกาลเกือบ 400 ครั้งต่อปี เมื่อนับรวมพิธีมิฮิกุไซที่จัดขึ้นทุกวัน
บางเทศกาลสืบทอดมายาวนานกว่า 1,000 ปี เปิดโอกาสให้สัมผัสประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และความคึกคักของเมืองญี่ปุ่นซึ่งแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล

1. “เทศกาลประจำปีศาลเจ้าโอวาชิ・ตลาดโทริโนะอิจิ” ที่เรียงรายด้วยคราดมงคลขนาดใหญ่

เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อขอพรให้ธุรกิจรุ่งเรืองและมีโชคลาภ ภายในศาลเจ้ามีร้านจำหน่ายคราดมงคลเรียงราย
เพียงชมคราดหลากหลายขนาดที่ตกแต่งอย่างงดงามก็เพลิดเพลิน และสัมผัสความคึกคักแบบปลายปีของญี่ปุ่นได้

คราดมงคล
คราดมงคล

2. “เทศกาลเซ็ตสึบุน” อันคึกคักด้วยพิธีโปรยถั่วครั้งใหญ่

เทศกาลเซ็ตสึบุนจัดขึ้นก่อนเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเรียกโชคลาภ
บริเวณศาลเจ้าที่จัดพิธีโปรยถั่วคึกคักด้วยผู้มาสักการะจำนวนมาก ทำให้สัมผัสประเพณีตามฤดูกาลอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้

โปรยถั่วและอธิษฐานให้โชคลาภมาเยือน
โปรยถั่วและอธิษฐานให้โชคลาภมาเยือน

3. “เทศกาลคุรายามิ” เทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศาลเจ้าโอคูนิตามะ

เทศกาลคุรายามิ (Kurayami Festival) มีต้นกำเนิดจากเทศกาลประจำศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิ และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี
มีไฮไลต์มากมาย ทั้งขบวนศาลเจ้าจำลองเคลื่อนที่ กลองใหญ่ และรถแห่ ทำให้ทั่วทั้งเมืองฟุจูอบอวลด้วยความคึกคัก
นี่คือเทศกาลตัวแทนของฟุจูซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ของกรุงโตเกียว

เทศกาลดั้งเดิมแห่งแคว้นมูซาชิ ซึ่งขบวนกลองใหญ่และศาลเจ้าจำลองเคลื่อนที่แห่ไปทั่วเมือง
เทศกาลดั้งเดิมแห่งแคว้นมูซาชิ ซึ่งขบวนกลองใหญ่และศาลเจ้าจำลองเคลื่อนที่แห่ไปทั่วเมือง

4. “เทศกาลซูโมโมะ” สัญลักษณ์ประจำฤดูร้อนของฟุจู

เทศกาลนี้จัดขึ้นทุกวันที่ 20 กรกฎาคม โดยมีร้านจำหน่ายลูกพลัมญี่ปุ่นเรียงรายภายในศาลเจ้า ชวนให้รู้สึกถึงการมาถึงของฤดูร้อน
เสน่ห์อีกอย่างคือสามารถลิ้มรสผลไม้ตามฤดูกาลควบคู่กับการสักการะ

บริเวณศาลเจ้าคึกคักด้วยแผงลอยจำนวนมาก
บริเวณศาลเจ้าคึกคักด้วยแผงลอยจำนวนมาก

5. “เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงคุริมัตสึริ” เทศกาลคางูระตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วง

เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงจัดขึ้นทุกวันที่ 27 และ 28 กันยายน มีการถวายการแสดงคางูระภายในศาลเจ้า และยามค่ำคืน แสงจากโคมอันดงจะสร้างบรรยากาศราวกับความฝัน
เทศกาลนี้เปิดโอกาสให้ชมอีกมุมหนึ่งของศาลเจ้าโอคูนิตามะซึ่งแตกต่างจากเวลากลางวัน พร้อมสัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง

โคมอันดง 250 ดวงเรียงรายภายในศาลเจ้า
โคมอันดง 250 ดวงเรียงรายภายในศาลเจ้า

7 ร้านอาหารยอดนิยมที่น่าลิ้มลองในฟุจู

หลังเดินชมแหล่งประวัติศาสตร์และสวนสาธารณะแล้ว ลองมาลิ้มรสรสชาติที่ชาวฟุจูรักมายาวนาน
ต่อไปนี้คือ 7 ร้านที่เลือกได้ตามสไตล์การเดินทาง ตั้งแต่ร้านอาหารญี่ปุ่นเก่าแก่และกาแฟคั่วเอง ไปจนถึงร้านยืนดื่มซึ่งเสิร์ฟวัตถุดิบท้องถิ่นกับสาเกญี่ปุ่น

1. ลิ้มรสซูชิฝีมือเชฟมากประสบการณ์ที่ “ร้านอาหารญี่ปุ่นมิทสึมัตสึ สาขาหลัก”

ร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศดั้งเดิมแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีฟุจูประมาณ 1 นาทีเมื่อเดินเท้า
ใช้วัตถุดิบทะเลที่รับมาจากตลาดโทโยสุทุกวัน ให้เชฟมากประสบการณ์ปรุงเป็นซูชิ ซาชิมิ และอาหารย่าง
มีทั้งที่นั่งเคาน์เตอร์ซึ่งชมเชฟปั้นซูชิตรงหน้า และห้องเสื่อทาทามิสำหรับนั่งพักผ่อน จึงเหมาะตั้งแต่ผู้เดินทางคนเดียวไปจนถึงครอบครัว
มื้อกลางวันมีตัวเลือกมากมาย ทั้งซูชิ อาหารชุด ข้าวหน้าต่าง ๆ และชุดอาหารไคเซกิ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับระหว่างเที่ยวฟุจู

ที่นั่งเคาน์เตอร์ซึ่งเชฟปั้นซูชิให้ชมตรงหน้า
ที่นั่งเคาน์เตอร์ซึ่งเชฟปั้นซูชิให้ชมตรงหน้า

2. ลิ้มรสข้าวหน้าปลาไหลพร้อมชมสวนญี่ปุ่นที่ “อูนางิ・อาหารญี่ปุ่นอูโอโมโตะ”

อูโอโมโตะ (Uomoto) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเก่าแก่ที่เปิดกิจการประมาณช่วงปลายสมัยเอโดะถึงต้นยุคเมจิ
แม้จะอยู่ในระยะเดินจากสถานีฟุจู แต่ร้านซึ่งหลบจากถนนสายหลักมีสวนญี่ปุ่นและบรรยากาศเงียบสงบราวกับสถานที่ลับ
เมนูเด่นคือข้าวหน้าปลาไหลซึ่งใช้ปลาไหลจากจังหวัดไอจิ
เมื่อเติมพริกซันโชหอมกรุ่นลงบนเนื้อปลาไหลนุ่ม ๆ ก็ยิ่งชูรสอูมามิให้อร่อยขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่อยากรับประทานอาหารอย่างสบาย ๆ ในพื้นที่เปี่ยมบรรยากาศ หลังเที่ยวชมประวัติศาสตร์ของฟุจู

ลิ้มรสข้าวหน้าปลาไหลจากจังหวัดไอจิพร้อมชมสวนญี่ปุ่น
ลิ้มรสข้าวหน้าปลาไหลจากจังหวัดไอจิพร้อมชมสวนญี่ปุ่น

3. พบวัตถุดิบทะเลตามฤดูกาลและปลาบ่มที่ “อาจิโดโกโระ ซาโต”

อาจิโดโกโระ ซาโต (Ajidokoro Sato) อยู่ห่างจากสถานีบูไบกาวาระบนรถไฟสายเคโอและสาย JR นัมบุประมาณ 3 นาทีเมื่อเดินเท้า
เจ้าของร้านผู้ผ่านการฝึกฝนด้านอาหารญี่ปุ่น ไคเซกิ และซูชิ เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นสร้างสรรค์จากวัตถุดิบตามฤดูกาล
เมนูยอดนิยมเป็นพิเศษคือซาชิมิและข้าวหน้าทะเลที่ใช้ปลาจากทั่วประเทศ
ปลาบ่มที่เจ้าของร้านใช้เวลาศึกษามานานมีรสอูมามิเข้มข้นจากการขจัดความชื้นส่วนเกิน และเข้ากันดีกับโชยุดาชิสูตรโฮมเมด
ร้านนี้ใช้บริการได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น เหมาะแก่การมาเยือนเพื่อชิมเมนูปลาโดยเฉพาะ

เต็มอิ่มกับอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับจากอาหารทะเลสดใหม่
เต็มอิ่มกับอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับจากอาหารทะเลสดใหม่

4. แวะ “ฟุจูซูนาบะ” ก่อนหรือหลังสักการะศาลเจ้าโอคูนิตามะ

ร้านโซบะแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานี JR ฟุจูฮมมาจิประมาณ 3 นาทีเมื่อเดินเท้า และอยู่ใกล้ศาลเจ้าโอคูนิตามะ
ภายในร้านคึกคักด้วยนักเรียนท้องถิ่น ครอบครัว และผู้มาสักการะ พร้อมให้ลิ้มรสเส้นโฮมเมดที่ไม่ใช้วัตถุเจือปนอาหาร
เมนูแนะนำคือซูนาบะโนะโมริอาเกะโซบะ โซบะเย็นซ้อน 2 ชั้นที่โปะหัวไชเท้าหั่นฝอยอย่างเต็มที่ เสิร์ฟพร้อมเทมปุระรากโกโบและปลาเมโกจิ
สัมผัสลื่นคอของโซบะเข้ากันได้ดีกับความกรุบของหัวไชเท้า ช่วยให้อิ่มท้องหลังเดินเที่ยว

ร้านโซบะเส้นโฮมเมดที่คึกคักด้วยผู้มาสักการะและลูกค้าท้องถิ่น
ร้านโซบะเส้นโฮมเมดที่คึกคักด้วยผู้มาสักการะและลูกค้าท้องถิ่น

5. “โมนามูร์ เซฟูโด สาขาหลัก” ร้านขนมตะวันตกและอาหารอิตาเลียนที่เปิดมากว่า 150 ปี

โมนามูร์ เซฟูโด สาขาหลัก (Monamour Seifudo Main Store) ก่อตั้งในปีแรกของยุคเมจิ เป็นร้านเก่าแก่ซึ่งอยู่ติดกับศาลเจ้าโอคูนิตามะ
ชั้น 1 เปิดเป็นร้านขนมฝรั่งเศส ส่วนชั้น 2 เป็นร้านอาหารอิตาเลียน
ตู้โชว์เรียงรายด้วยเค้กและขนมอบ รวมถึงโมนามูร์ เค้กคัสตาร์ดมูสกับสตรอว์เบอร์รีซึ่งตั้งชื่อตามร้าน
เหมาะทั้งสำหรับช่วงพักจิบกาแฟระหว่างเดินเที่ยว และมื้ออาหารอิตาเลียนต้นตำรับที่ใช้วัตถุดิบทะเล

มีเค้กจากผลไม้ตามฤดูกาลและวัตถุดิบอื่น ๆ มากกว่า 30 ชนิด
มีเค้กจากผลไม้ตามฤดูกาลและวัตถุดิบอื่น ๆ มากกว่า 30 ชนิด

6. สัมผัสเอกลักษณ์ของกาแฟแต่ละแก้วที่ “คอฟเฟีย เอ็กซ์ลิบริส เคตเทิล”

คอฟเฟีย เอ็กซ์ลิบริส เคตเทิล (Coffea Exlibris Kettle) เป็นร้านคั่วกาแฟพิเศษและคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยของฮิงาชิฟุจู
เมล็ดที่คัดสรรมาอย่างดีจะถูกคั่วอย่างพิถีพิถันภายในร้าน และชงด้วยเครื่องกดกาแฟเพื่อให้เพลิดเพลินกับกลิ่นหอมและรสชาติดั้งเดิมของเมล็ด
สามารถลิ้มรสกาแฟคู่กับขนมโฮมเมด และซื้อเมล็ดที่ถูกใจกลับไปได้
เมล็ดกาแฟมาพร้อมการ์ดภาพพิมพ์ลายฉลุซึ่งได้แรงบันดาลใจจากแหล่งผลิต จึงเหมาะเป็นของขวัญสำหรับผู้ชื่นชอบกาแฟ

ร้านในบ้านเดี่ยวเปี่ยมบรรยากาศ
ร้านในบ้านเดี่ยวเปี่ยมบรรยากาศ

7. เพลิดเพลินกับสาเกและอาหารจานเล็กจากผักฟุจูที่ “นาโอไรสแตนด์ มิยะ”

นาโอไรสแตนด์ มิยะ (Naorai Stand Miya) เป็นร้านสไตล์ยืนดื่มที่แวะได้ง่าย อยู่ติดกับศาลเจ้าโอคูนิตามะ
เพลิดเพลินกับสาเกญี่ปุ่นที่เปลี่ยนรายการทุกเดือน และอาหารจานเล็กซึ่งใช้ผักจากฟุจู
ในเมนูมีคำอธิบายลักษณะของสาเกอย่างละเอียด จึงเลือกได้ง่ายแม้ไม่คุ้นเคยกับยี่ห้อต่าง ๆ
อาหารที่เจ้าของร้านซึ่งเคยเป็นเชฟฝรั่งเศสปรุงมีทั้งแบบญี่ปุ่นและตะวันตก ตั้งแต่เทมปุระไปจนถึงริเยตต์
ลองปิดท้ายการสักการะและเดินเที่ยวเมืองด้วยการชิมอาหารกับสาเกทีละน้อย พร้อมนึกย้อนถึงเรื่องราวตลอดทริป

ร้านยืนดื่มที่ลิ้มรสสาเกคัดสรรและอาหารจานเล็กได้อย่างสบาย ๆ
ร้านยืนดื่มที่ลิ้มรสสาเกคัดสรรและอาหารจานเล็กได้อย่างสบาย ๆ

ของฝากยอดนิยมที่น่าซื้อในฟุจู

หากอยากนำความทรงจำจากฟุจูกลับบ้าน ลองเลือกขนมชื่อดังที่ผู้คนรักมายาวนาน สาเกท้องถิ่น หรือสินค้าที่อัดแน่นด้วยเสน่ห์ของพื้นที่

ขนมมูซาชิโนะจากร้านเก่าแก่ “อาโอกิยะ”

อาโอกิยะ (Aokiya) ก่อตั้งในปี 1893 เป็นร้านขนมเก่าแก่ที่เป็นตัวแทนของฟุจู
มูซาชิโนะนิกกิ ขนมขึ้นชื่อของร้าน เป็นบามคูเฮนขนาดเล็กสอดไส้ครีมช็อกโกแลตหรือครีมไวท์ช็อกโกแลต และเป็นขนมชื่อดังตัวแทนของมูซาชิโนะ
ฮิบิโคเระคุโรโดระ แป้งผสมน้ำตาลทรายแดงจากจังหวัดโอกินาวะ สอดไส้ถั่วแดงทำเองจากถั่วอาซูกิจังหวัดฮอกไกโดก็ได้รับความนิยม
ร้านฟุจูเคยากินามิกิโดริใกล้สถานีฟุจูแวะได้สะดวกระหว่างเที่ยว ส่วนร้านโรงงานเคียวโดะโนะโมริจำหน่ายทั้งสินค้าประจำฤดูกาลและสินค้ายอดนิยม รวมถึงขนมรูปร่างไม่สม่ำเสมอจากกระบวนการผลิตในราคาพิเศษ

ขนมญี่ปุ่นที่ทำอย่างพิถีพิถันเรียงรายภายในร้าน
ขนมญี่ปุ่นที่ทำอย่างพิถีพิถันเรียงรายภายในร้าน

“โคซูรุ” สาเกท้องถิ่นของฟุจู

ที่สาเกซะ นากาคิว สาขาหลัก (Shuza Nakakyu Main Store) ซึ่งเปิดกิจการบนถนนโคชูไคโดสายเก่ามาตั้งแต่ปี 1860 สามารถซื้อโคซูรุ สาเกท้องถิ่นของฟุจูได้
ภายในร้านมีทั้งสาเกญี่ปุ่น โชจู ไวน์ และวิสกี้ รวมถึงยี่ห้อที่มีเฉพาะในแต่ละช่วงเวลา
การลองชุดเปรียบเทียบรสชาติหลายชนิดเพื่อค้นหารสที่ชอบ ก่อนเลือก 1 ขวดเป็นของฝากก็สนุกไม่น้อย
คาเฟ่ในโกดังซึ่งอยู่ติดกันยังมีเครื่องดื่มและขนมหวานที่ใช้กากสาเก

ภายในร้านมีทั้งสาเกญี่ปุ่นและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากทั่วโลก
ภายในร้านมีทั้งสาเกญี่ปุ่นและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากทั่วโลก

“ศูนย์ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู” ที่รวมของขึ้นชื่อจากฟุจู

ศูนย์ผลิตภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ประตูหลักของพิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู
มีทั้งผักและไข่จากเมืองฟุจู ผลิตภัณฑ์แปรรูป และขนม ช่วยให้เปรียบเทียบรสชาติของท้องถิ่นได้ในที่เดียว
นอกจากแยมที่ใช้ผลไม้จากฟุจู ข้าวเกรียบ และลูกกวาดคมเปโตแล้ว FUCHU LUCKY HORSESHOE ซึ่งทำจากเกือกม้าที่ผ่านการใช้งานจริงแล้วนำมาล้างและขัดเงา ก็เป็นของฝากที่สะท้อนความเป็นฟุจู
เหมาะเลือกเป็นเครื่องรางนำโชคและของที่ระลึกจากการเดินทาง ซึ่งมีเฉพาะในเมืองที่เป็นที่ตั้งของสนามแข่งม้าโตเกียว

ศูนย์ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายและให้บริการวัตถุดิบกับอาหารรสเลิศซึ่งเติบโตในฟุจู
ศูนย์ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายและให้บริการวัตถุดิบกับอาหารรสเลิศซึ่งเติบโตในฟุจู

3 ที่พักแนะนำสำหรับเป็นฐานเที่ยวฟุจู

แม้ฟุจูจะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่หากต้องการไปทั้งสนามแข่งม้า ทัวร์โรงงาน และพื้นที่ทามะโดยรอบ แนะนำให้พัก 1 คืนเพื่อมีเวลาเที่ยวอย่างสบายขึ้น

1. “โรงแรมเคยากิเกต โตเกียวฟุจู” เชื่อมตรงกับสถานีฟุจูและสะดวกแม้ในวันฝนตก

โรงแรมเคยากิเกต โตเกียวฟุจู (Hotel Keyaki Gate Tokyo Fuchu) เชื่อมตรงกับสถานีฟุจูบนรถไฟสายเคโอด้วยทางเดินมีหลังคา ใช้เวลาเดินประมาณ 1 นาที
เดินทางได้สะดวกแม้ในวันฝนตก และเหมาะเป็นฐานท่องเที่ยวใจกลางฟุจู
ห้องพักมีตั้งแต่ห้องเดี่ยวถึงห้อง 3 เตียง เลือกได้ตามวัตถุประสงค์ ทั้งทริปคนเดียว ครอบครัว หรือกับเพื่อน
อาหารเช้าเป็นบุฟเฟต์ญี่ปุ่นและตะวันตก ช่วยเติมพลังอย่างเต็มที่สำหรับการเที่ยวในวันถัดไป

โรงแรมเชื่อมตรงกับสถานีฟุจูบนรถไฟสายเคโอ สะดวกสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว
โรงแรมเชื่อมตรงกับสถานีฟุจูบนรถไฟสายเคโอ สะดวกสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว

2. “โรงแรมคอนติเนนตัลฟุจู” ดื่มด่ำกับทั้งอาหารและความประทับใจจากการแข่งม้า

โรงแรมคอนติเนนตัลฟุจู (Hotel Continental Fuchu) อยู่ห่างจากสถานีฟุจูประมาณ 1 นาทีเมื่อเดินเท้า
ภายในโรงแรมมีร้านอาหาร 3 แห่ง ซึ่งเสิร์ฟเมนูจากผัก สมุนไพร และไข่ที่เลี้ยงในฟาร์มโทโฮคุของบริษัท
ร้านอาหารโคลต์ยังเสิร์ฟค็อกเทลแข่งม้าที่ได้แรงบันดาลใจจากม้าแข่งชื่อดัง
ช่วงท้ายของวันที่สนามแข่งม้าโตเกียว การจิบเครื่องดื่มพร้อมซึมซับความประทับใจจากการแข่งขันก็เป็นตัวเลือกที่ดี
ทุกห้องมีเตียงคุณภาพสูง ช่วยให้ร่างกายที่เหนื่อยจากการเดินได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ร้านอาหารภายในโรงแรมเสิร์ฟเมนูเปี่ยมเอกลักษณ์
ร้านอาหารภายในโรงแรมเสิร์ฟเมนูเปี่ยมเอกลักษณ์

3. พักสบายโดยใช้ฮิงาชิฟุจูเป็นฐานที่ “มารูดอินน์ โตเกียว”

มารูดอินน์ โตเกียว (Marroad Inn Tokyo) ตั้งอยู่หน้าสถานีฮิงาชิฟุจูบนรถไฟสายเคโอ เดินถึงได้ในเวลาประมาณ 1 นาที
แม้ทำเลสะดวกอยู่หน้าสถานี แต่โรงแรมตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบ จึงพักผ่อนได้อย่างสบาย
มีห้องพักบรรยากาศอบอุ่นและบาร์เครื่องใช้ในห้องพักให้เลือกหยิบเฉพาะสิ่งจำเป็น
ร้านอาหารจีนภายในโรงแรมเป็นที่คุ้นเคยของชาวท้องถิ่นในฐานะร้านซึ่งเพลิดเพลินกับอาหารต้นตำรับได้อย่างสบาย ๆ
เหมาะใช้เป็นฐานทั้งสำหรับทริปเที่ยวสวนฟุจูโนะโมริกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเมืองฟุจู และทริปที่เดินทางต่อไปยังพื้นที่ทามะ

ทำเลสะดวก ห่างจากสถานีฮิงาชิฟุจูบนรถไฟสายเคโอเพียง 1 นาทีเมื่อเดินเท้า
ทำเลสะดวก ห่างจากสถานีฮิงาชิฟุจูบนรถไฟสายเคโอเพียง 1 นาทีเมื่อเดินเท้า

แพลนเที่ยวฟุจู 1 วันยอดนิยมสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก

หากมาเยือนฟุจูเป็นครั้งแรก แนะนำเส้นทางที่เริ่มจากแหล่งประวัติศาสตร์รอบสถานีฟุจูและสถานีฟุจูฮมมาจิ แล้วเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู
เพลิดเพลินกับเสน่ห์ของฟุจูได้อย่างสมดุล ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ธรรมชาติแห่งมูซาชิโนะ อาหารท้องถิ่น ไปจนถึงการเลือกซื้อของฝาก

9:30|จากสถานีฟุจูไปยัง “แนวต้นเคยากิบาบะไดมง”

เมื่อมาถึงสถานีฟุจูบนรถไฟสายเคโอ ลองเดินตามแนวต้นเคยากิที่ทอดไปยังศาลเจ้าโอคูนิตามะ
ทางเดินใต้แนวต้นไม้ซึ่งมีแสงอ่อนยามเช้าส่องลอดลงมาให้ความรู้สึกสดชื่น และช่วยเพิ่มความตื่นเต้นก่อนเริ่มต้นการเดินทาง

10:00|เริ่มต้นทริปฟุจูที่ “ศาลเจ้าโอคูนิตามะ”

เดินผ่านเสาโทริอิใหญ่ไปยังอาคารสักการะ
หลังสักการะแล้ว เดินชมศาลเจ้าในสังกัด ต้นแปะก๊วยใหญ่ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ และหอสมบัติหากตรงกับวันที่เปิด
เมื่อได้สัมผัสประวัติศาสตร์ประมาณ 1,900 ปี จะเข้าใจถึงชั้นเวลาที่สั่งสมอยู่ในเมืองฟุจู

11:00|จินตนาการถึงฟุจูในสมัยโบราณที่ “ซากศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิ”

มุ่งหน้าไปยังซากศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิทางตะวันออกของศาลเจ้าโอคูนิตามะ
ลองนึกถึงยุคที่เหล่าข้าราชการผู้ปกครองแคว้นมูซาชิทำงานอยู่ ณ ที่แห่งนี้ พร้อมสังเกตขนาดอาคารจากเสาสีแดง

11:30|ชม “ลานโบราณสถานที่พักข้าหลวงกับตำหนักอิเอยาสุ”

เดินไปยังบริเวณใกล้สถานีฟุจูฮมมาจิ เพื่อชมลานโบราณสถานที่พักข้าหลวงกับตำหนักอิเอยาสุ
เมื่อเดินระหว่างเสาขนาดเท่าจริงและชมภาพจำลองผ่านสมาร์ตโฟน ก็จะสัมผัสภาพอาคารโบราณได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

12:15|มื้อกลางวันกับรสชาติจากร้านเก่าแก่

สำหรับมื้อกลางวัน เลือกฟุจูซูนาบะใกล้ศาลเจ้าโอคูนิตามะ หรือร้านอาหารญี่ปุ่นมิทสึมัตสึ สาขาหลักหน้าสถานีฟุจู
เลือกตามอารมณ์ของวันว่าจะลิ้มรสโซบะโฮมเมดแบบสบาย ๆ หรือเพลิดเพลินกับซูชิและอาหารญี่ปุ่นฝีมือเชฟมากประสบการณ์

13:30|เดินชม “พิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู” อย่างเต็มอิ่ม

ช่วงบ่ายนั่งรถบัสหรือพาหนะอื่นไปยังพิพิธภัณฑ์เคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจู
เดินชมอาคารหลัก อาคารที่บูรณะขึ้นใหม่ ดอกไม้ตามฤดูกาล และทิวทัศน์ริมน้ำ
หากต้องการชมท้องฟ้าจำลอง ควรวางแผนเผื่อเวลาให้เพียงพอ
หากมีบริการชา แนะนำให้ลิ้มรสมัทฉะที่เรือนชาไบคโยอัน
ช่วงเวลาท่ามกลางประวัติศาสตร์และธรรมชาติจะช่วยให้จังหวะการเดินทางผ่อนคลายลง

16:00|เลือกซื้อของฝากที่ศูนย์ผลิตภัณฑ์และ “อาโอกิยะ”

หลังเพลิดเพลินกับพิพิธภัณฑ์แล้ว ไปยังศูนย์ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเคียวโดะโนะโมริแห่งเมืองฟุจูใกล้ประตูหลัก
เลือกชมผลิตผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากฟุจู รวมถึง FUCHU LUCKY HORSESHOE
จากนั้นแวะร้านโรงงานเคียวโดะโนะโมริของอาโอกิยะที่อยู่ใกล้กัน เพื่อซื้อมูซาชิโนะนิกกิและฮิบิโคเระคุโรโดระ
หากลองชิมสักชิ้นด้วยตัวเอง ก็น่าจะเข้าใจว่าทำไมขนมเหล่านี้จึงเป็นที่รักของชาวฟุจูมายาวนาน

17:30|เลือกสาเกท้องถิ่นของฟุจูที่ “สาเกซะ นากาคิว สาขาหลัก”

กลับมายังบริเวณสถานีฟุจู และปิดท้ายทริปที่สาเกซะ นากาคิว สาขาหลัก
เพลิดเพลินกับการชิมสาเกเปรียบเทียบ แล้วเลือกโคซูรุ สาเกท้องถิ่นของฟุจูเป็นของฝาก
หากอยากสนุกกับค่ำคืนในฟุจูต่ออีกสักหน่อย การลิ้มรสสาเกและอาหารจานเล็กที่นาโอไรสแตนด์ มิยะใกล้ศาลเจ้าโอคูนิตามะก็เป็นตัวเลือกที่ดี
ปิดท้ายการเดินทางอย่างไม่เร่งรีบ พร้อมนึกย้อนถึง 1 วันที่ได้สัมผัสประวัติศาสตร์และธรรมชาติ

วันที่ไปสนามแข่งม้าโตเกียว แนะนำให้จัดแพลนเที่ยว 1 วันแยกต่างหาก

สนามแข่งม้าโตเกียวมีทั้งการชมการแข่งขัน อาหารภายในสนาม พิพิธภัณฑ์การแข่งม้า JRA สวนญี่ปุ่น และการเลือกซื้อของฝาก จึงใช้เวลาได้ตลอดทั้งวัน
หากไปในวันที่มีการแข่งขัน แนะนำให้สนามแข่งม้าโตเกียวเป็นจุดหมายหลักของทริป แล้วตั้งแต่ช่วงเย็นค่อยเพลิดเพลินกับมื้ออาหารและที่พักรอบสถานีฟุจู

สนามแข่งม้าโตเกียว
สนามแข่งม้าโตเกียว

บทสรุป

ฟุจูเคยรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางของแคว้นมูซาชิสมัยโบราณ และเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโอคูนิตามะซึ่งมีประวัติศาสตร์ประมาณ 1,900 ปี
ที่นี่ไม่ได้มีเพียงภาพลักษณ์ของเมืองประวัติศาสตร์ แต่ยังอัดแน่นด้วยเสน่ห์หลากหลาย ทั้งสนามแข่งม้าโตเกียวขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์ที่โอบล้อมด้วยดอกไม้ทั้ง 4 ฤดู ศิลปะ ทัวร์โรงงาน ประสบการณ์ต่อสู้ด้วยดาบ และอาหารจากร้านเก่าแก่
เดินตามแนวต้นเคยากิ สักการะศาลเจ้า และจินตนาการถึงเมืองโบราณจากเสาสีแดง
หยุดชมดอกไม้ตามฤดูกาล ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น และเลือกสาเกแห่งฟุจูในช่วงท้ายของการเดินทาง
การเดินทางอันเข้มข้นเช่นนี้รออยู่ในสถานที่ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานจากใจกลางเมือง
สำหรับครั้งแรก ลองเริ่มจากการเที่ยวชมประวัติศาสตร์ฟุจู 1 วัน โดยมีศาลเจ้าโอคูนิตามะและซากศูนย์กลางการปกครองแคว้นมูซาชิเป็นจุดหมายหลัก
ครั้งถัดไปอาจมาในฤดูซากุระ วันที่มีการแข่งขันม้า หรือช่วงดอกบ๊วยและใบไม้เปลี่ยนสี
ออกเดินทางไปยังฟุจู เมืองที่เผยโฉมใหม่ให้เห็นทุกครั้งที่มาเยือน