คู่มือเที่ยวเกาะมิยาเกะ เกาะภูเขาไฟใกล้โตเกียวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์

คู่มือเที่ยวเกาะมิยาเกะ เกาะภูเขาไฟใกล้โตเกียวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์

อัปเดต :
เขียนโดย:  Oyamada Hiroaki
ตรวจสอบโดย:  GOOD LUCK TRIP

เกาะมิยาเกะ (Miyakejima) เป็นเกาะทางตอนใต้ของหมู่เกาะอิซุในกรุงโตเกียว และเคยเกิดการปะทุหลายครั้ง
แม้เดินทางจากโตเกียวได้สะดวก แต่เกาะแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเปิดโอกาสให้เห็นพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
มาทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวและเคล็ดลับการเดินทางบนเกาะภูเขาไฟแห่งนี้ ซึ่งสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้

เกาะมิยาเกะเป็นสถานที่แบบไหน?

เกาะมิยาเกะอยู่ห่างจากโตเกียวไปทางใต้ประมาณ 180 กิโลเมตร มีทั้งเรือและเครื่องบินให้บริการทุกวัน
เกาะมีรูปทรงเกือบกลมและยาวในแนวเหนือ–ใต้เล็กน้อย ถนนเลียบชายฝั่งรอบเกาะยาวประมาณ 30 กิโลเมตร หากขับรถจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงต่อรอบ

ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของเกาะมิยาเกะ

เมื่อรวมส่วนที่อยู่ใต้ทะเล ภูเขาไฟแห่งนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25 กิโลเมตร ส่วนเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 8 กิโลเมตร และสูง 1,200 เมตร โดยเคยเกิดการปะทุตามรอยแยกบริเวณไหล่เขาหลายครั้ง

ใจกลางเกาะมีภูเขาโอยามะ (Oyama) สูง 775 เมตรตั้งตระหง่าน
ใจกลางเกาะมีภูเขาโอยามะ (Oyama) สูง 775 เมตรตั้งตระหง่าน

ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา เกาะมิยาเกะเกิดการปะทุครั้งใหญ่ 4 ครั้ง การปะทุในปี 1983 ทำให้ย่านอาโกะ (Ako) ถูกลาวาฝังกลบ ส่วนการปะทุในปี 2000 ปล่อยก๊าซภูเขาไฟออกมาปริมาณมหาศาล
การปะทุในปี 2000 เริ่มขึ้นช่วงปลายเดือนมิถุนายนและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการปล่อยก๊าซภูเขาไฟที่เป็นพิษอย่างต่อเนื่อง จึงมีการอพยพประชาชนออกจากทั้งเกาะในเดือนกันยายน
การอพยพทั้งเกาะดำเนินนานถึง 4 ปี 5 เดือน ก่อนจะยกเลิกคำสั่งอพยพในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2005 และภายในปีถัดมา ชาวเกาะที่อพยพไปประมาณ 70% ได้เดินทางกลับมา

ชายฝั่งส่วนใหญ่ของเกาะเป็นหน้าผาที่เกิดจากลาวา
ชายฝั่งส่วนใหญ่ของเกาะเป็นหน้าผาที่เกิดจากลาวา

ก๊าซภูเขาไฟและเถ้าภูเขาไฟส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อต้นไม้บนเกาะ ป่าที่ประกอบด้วยทั้งป่าปลูกและป่าธรรมชาติประมาณ 60% แห้งตาย ขณะที่จำนวนนกก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
แม้การปะทุจะสร้างความเสียหายอย่างหนัก แต่พืชพรรณบนเกาะก็ฟื้นตัวได้ทุกครั้ง และต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปียังคงยืนต้นอยู่
การอนุรักษ์นกอาคาโคกโกะซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ก็กำลังคืบหน้า โดยมีความพยายามเพิ่มจำนวนประชากรด้วยการขยายถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ

บนทางลาดลงสู่สระไทโรเคยมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่
บนทางลาดลงสู่สระไทโรเคยมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่

สภาพอากาศและช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวเกาะมิยาเกะ

เกาะได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นคุโรชิโอะ (Kuroshio) ที่ไหลผ่านบริเวณใกล้เคียง จึงมีภูมิอากาศแบบมหาสมุทรและฝนตกมาก
อากาศอบอุ่น แต่ฤดูร้อนไม่ร้อนจัดนัก แม้วันที่อุณหภูมิสูงสุดบนเกาะฮอนชูมากกว่า 35 องศาเซลเซียส อุณหภูมิบนเกาะมิยาเกะมักอยู่ที่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส
ในฤดูหนาว อุณหภูมิต่ำสุดแทบไม่ลดลงต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนมกราคมซึ่งหนาวที่สุดก็ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสเพียงเล็กน้อย
แม้อุณหภูมิจะสบายตลอดปี แต่เกาะมักได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นและหย่อมความกดอากาศต่ำในฤดูหนาว หากพยากรณ์อากาศในช่วงที่จะเดินทางไม่ดี ควรตรวจสอบสถานะการให้บริการของเรือและเครื่องบินเป็นระยะ

หากอยากดูนก ควรมาเดือนเมษายน–มิถุนายน

เกาะมิยาเกะเหมาะสำหรับการดูนกมากจนได้รับฉายาว่า “เกาะแห่งนก” โดยฤดูใบไม้ผลิที่นกอพยพเดินทางมาถึง โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม คือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด
นกจะออกหากินตั้งแต่เช้าตรู่ หากตั้งใจมาดูนก แนะนำให้ใช้เรือโดยสารขนาดใหญ่ของโทไคคิเซ็นซึ่งเดินทางถึงเกาะมิยาเกะช่วงเช้ามืด

อาคาโคกโกะเป็นนกใกล้สูญพันธุ์ที่อาศัยอยู่เฉพาะบนเกาะมิยาเกะและพื้นที่จำกัดเพียงไม่กี่แห่ง
อาคาโคกโกะเป็นนกใกล้สูญพันธุ์ที่อาศัยอยู่เฉพาะบนเกาะมิยาเกะและพื้นที่จำกัดเพียงไม่กี่แห่ง

หากอยากเพลิดเพลินกับทะเล ควรมาเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม

ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นน้ำทะเลคือเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันหยุดฤดูร้อนของโรงเรียน ชายหาดบางแห่งมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำการตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม
เดือนกรกฎาคม–สิงหาคมเป็นช่วงที่เกาะคึกคักที่สุดของปี และที่พักจะคิดราคาในช่วงไฮซีซัน
ควรจองทั้งเรือ เครื่องบิน และที่พักแต่เนิ่นๆ

ที่ซาบิงาฮามะใกล้ท่าเรือโดยสารขนาดใหญ่ก็มีชายหาดสำหรับเล่นน้ำ
ที่ซาบิงาฮามะใกล้ท่าเรือโดยสารขนาดใหญ่ก็มีชายหาดสำหรับเล่นน้ำ

วิธีเดินทางจากโตเกียวไปเกาะมิยาเกะ

สามารถเดินทางจากโตเกียวไปเกาะมิยาเกะได้ทั้งทางเรือและเครื่องบิน
ทั้งสองเส้นทางให้บริการทุกวัน จึงสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แม้ตารางจะค่อนข้างเร่งรีบ

เดินทางด้วยเรือโดยสารขนาดใหญ่ของโทไคคิเซ็น

เรือโดยสารขนาดใหญ่ของโทไคคิเซ็น (Tokai Kisen) ออกจากท่าเรือทาเคชิบะในโตเกียว ซึ่งเดินประมาณ 10 นาทีจากสถานี JR ฮามามัตสึโจ ใช้เวลาเดินทางถึงเกาะมิยาเกะ 6 ชั่วโมง 30 นาที
เที่ยวขาไปออกจากโตเกียวเวลา 22:30 และถึงเกาะมิยาเกะเวลา 5:00 ของวันถัดไป ส่วนขากลับ เรือจากเกาะฮาจิโจเข้าเทียบท่าเวลา 13:35 ออกจากเกาะมิยาเกะเวลา 13:45 และถึงโตเกียวเวลา 19:50 ในวันเดียวกัน
เรือจะออกจากเกาะมิยาเกะไปยังเกาะมิคุระแล้วต่อไปยังเกาะฮาจิโจ ก่อนเดินทางย้อนกลับผ่านเกาะมิคุระ แวะเกาะมิยาเกะ และกลับสู่โตเกียว

ตารางเวลาเรือโดยสารขนาดใหญ่ ตัวอย่างเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2026

โตเกียว เกาะมิยาเกะ เกาะมิคุระ เกาะฮาจิโจ
ออก 22:30 ของวันก่อนหน้า ถึง 5:00/ออก 5:15 ถึง 6:00/ออก 6:05 ถึง 8:55
ถึง 19:50 ถึง 13:35/ออก 13:45 ถึง 12:35/ออก 12:40 ออก 9:40
เรือโดยสารขนาดใหญ่ไปเกาะมิยาเกะออกจากท่าเรือทาเคชิบะในโตเกียวช่วงกลางคืน
เรือโดยสารขนาดใหญ่ไปเกาะมิยาเกะออกจากท่าเรือทาเคชิบะในโตเกียวช่วงกลางคืน

การเดินเรือจะพิจารณาจากสภาพทะเลและท่าเรือปลายทาง หากคาดว่าสภาพอากาศจะเลวร้ายก็จะยกเลิกเที่ยวเรือ
เกาะมิยาเกะใช้ท่าเรือ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือมิอิเกะ (Miike) ทางตะวันออก ท่าเรืออิงายะ (Igaya) ทางตะวันตก และท่าเรือซาบิงาฮามะ (Sabigahama) ทางตะวันตกเฉียงใต้
ท่าเรือที่จะเข้าเทียบจะตัดสินจากสภาพท่าเรือเมื่อเรือมาถึงเกาะมิยาเกะ จึงไม่สามารถทราบได้จนถึงวันเดินทางว่าจะใช้ท่าใด
ขาไปจะประกาศท่าเรือช่วงดึก ส่วนขากลับจะตัดสินเวลา 11:00 และบางครั้งท่าเรือที่มาถึงในตอนเช้าอาจต่างจากท่าเรือที่ออกในตอนบ่าย

เรือทาจิบานะมารุเดินทางจากเกาะฮาจิโจมาถึงท่าเรือซาบิงาฮามะ ก่อนมุ่งหน้าสู่โตเกียว
เรือทาจิบานะมารุเดินทางจากเกาะฮาจิโจมาถึงท่าเรือซาบิงาฮามะ ก่อนมุ่งหน้าสู่โตเกียว

แม้จะมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรือไปโตเกียวจะออกจากท่าเรือใด
หากสมัครแพ็กเกจพักผ่อนพร้อมรถรับส่งสำหรับผู้ที่เดินทางถึงเช้าตรู่ รถของที่พักจะมารับถึงท่าเรือที่เรือเข้าเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องติดต่อเอง
รถบัสของหมู่บ้านยังให้บริการทั้งเส้นทางวนซ้ายและวนขวาอย่างละ 1 เที่ยว ให้สอดคล้องกับเรือโดยสารขนาดใหญ่จากโตเกียวที่มาถึงช่วงเช้ามืด

สามารถจองเรือไปเกาะมิยาเกะผ่านเว็บไซต์ของโทไคคิเซ็นได้ แต่ต้องสมัครสมาชิกฟรีล่วงหน้า
การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองไม่สามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้ ต้องติดต่อทางโทรศัพท์หรืออีเมล

ห้องอาหารบนเรือทาจิบานะมารุ
ห้องอาหารบนเรือทาจิบานะมารุ

บนเรือมีที่พักหลายประเภท ตั้งแต่ห้องชั้นพิเศษที่คล้ายห้องพักโรงแรม ห้องเตียงสองชั้น ไปจนถึงห้องรวมที่สามารถนอนราบได้ อีกทั้งยังมีห้องอาหารและห้องอาบน้ำ จึงพักค้างคืนบนเรือได้อย่างสะดวกสบาย

ห้องโดยสารชั้น 2 แบบห้องรวมซึ่งมีค่าโดยสารถูกที่สุด พร้อมตู้ล็อกเกอร์ที่มีกุญแจ
ห้องโดยสารชั้น 2 แบบห้องรวมซึ่งมีค่าโดยสารถูกที่สุด พร้อมตู้ล็อกเกอร์ที่มีกุญแจ

ในฤดูไต้ฝุ่นระหว่างเดือนมิถุนายน–ตุลาคม รวมถึงฤดูหนาวที่ทะเลมีคลื่นลมแรง ควรตรวจสอบสถานะการเดินเรือของโทไคคิเซ็นจนถึงก่อนออกเดินทาง
หากประเมินว่าเดินเรือได้ตามปกติ รายการสถานะจะแสดง “○ ให้บริการ” แต่หากยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าเทียบท่าที่ปลายทางได้หรือไม่ จะแสดงเครื่องหมาย “★”
ในกรณีนี้ แม้เรือจะเดินทางเข้าใกล้เกาะมิยาเกะแล้ว แต่อาจไม่สามารถเทียบท่าและต้องเดินทางต่อไปยังเกาะมิคุระและเกาะฮาจิโจ ก่อนกลับโตเกียว
บางครั้งเส้นทางหลังเกาะมิยาเกะอาจถูกยกเลิกด้วย เช่น วันที่ 5 สิงหาคม 2026 เรือได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่น จึงเดินทางกลับจากเกาะมิยาเกะและเลื่อนเวลาออกเรือให้เร็วขึ้นเป็น 6:00

แม้เดินทางถึงเกาะมิยาเกะ แต่เรือต้องเดินทางกลับทันที
แม้เดินทางถึงเกาะมิยาเกะ แต่เรือต้องเดินทางกลับทันที
เที่ยวเรือไปเกาะฮาจิโจถูกยกเลิก
เที่ยวเรือไปเกาะฮาจิโจถูกยกเลิก

หากวางแผนมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ก็มีโอกาสที่เรือจะไม่สามารถขึ้นฝั่งได้และต้องเดินทางกลับโตเกียวทันที
หากเดินทางในช่วงที่อาจกระทบต่อการเดินเรือ เช่น ฤดูไต้ฝุ่นหรือฤดูหนาว ควรเผื่อใจไว้ว่าเที่ยวเรืออาจถูกยกเลิก

เดินทางทางอากาศจากสนามบินโชฟุ

เครื่องบินขนาดเล็กของนิวเซ็นทรัลแอร์เซอร์วิสบินจากสนามบินโชฟุไปเกาะมิยาเกะ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
โดยปกติมีเที่ยวบินไป–กลับช่วงเช้า ช่วงใกล้เที่ยง และช่วงบ่ายอย่างละ 1 เที่ยว บางช่วงมีวันละ 2 เที่ยว จึงสามารถเที่ยวเกาะมิยาเกะแบบไปเช้าเย็นกลับได้

เครื่องบินใบพัดขนาดเล็กเชื่อมต่อโชฟุกับเกาะมิยาเกะ
เครื่องบินใบพัดขนาดเล็กเชื่อมต่อโชฟุกับเกาะมิยาเกะ

สนามบินโชฟุ (Chofu Airport) ตั้งอยู่ในเมืองโชฟุทางตะวันตกของโตเกียว แต่ห่างจากสถานีรถไฟ หากเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสประจำทาง แม้ออกจากชินจูกุก็ใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง
รถบัสที่ไปถึงสนามบินโชฟุมีรถบัสโอดะคิวจากทางออกทิศเหนือของสถานีโชฟุบนสายเคโอ และรถบัสโอดะคิวจากมิตากะ แต่รถจากมิตากะมีเที่ยวให้บริการน้อยและเชื่อมต่อได้เฉพาะเที่ยวบินที่ 3 ช่วงบ่ายไปเกาะมิยาเกะ
หากต้องการประหยัดเวลาและลดขั้นตอน แนะนำให้นั่งแท็กซี่จากสถานี JR มิตากะหรือสถานีโชฟุบนสายเคโอ

เครื่องบินบินผ่านน่านฟ้าจังหวัดคานากาวะ จึงเพลิดเพลินกับวิวจากบนฟ้าได้
เครื่องบินบินผ่านน่านฟ้าจังหวัดคานากาวะ จึงเพลิดเพลินกับวิวจากบนฟ้าได้

ระบบขนส่งและวิธีเดินทางบนเกาะมิยาเกะ

พาหนะหลักที่นักท่องเที่ยวใช้ได้คือรถบัสของหมู่บ้านซึ่งวิ่งรอบเกาะ
มีทั้งเส้นทางวนขวาตามเข็มนาฬิกาและวนซ้ายทวนเข็มนาฬิกาอย่างละ 5 เที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดที่แนะนำในบทความนี้สามารถเดินทางด้วยรถบัสภายในทริป 2 วัน 1 คืนได้
นอกจากนี้ยังมีแท็กซี่ หากจะเที่ยวทางตอนเหนือของเกาะควรใช้แท็กซี่ควบคู่กันไป
รถเช่าส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ขนาดเล็กประเภทเคคาร์ และหากจะนำไปตกปลา ต้องแจ้งวัตถุประสงค์การใช้งานล่วงหน้า

ป้ายรถบัสที่มีศาลาพักคอยมีไม่มาก โดยจะมีป้ายลักษณะเดียวกับด้านหน้าซ้ายของอาคารติดตั้งไว้
ป้ายรถบัสที่มีศาลาพักคอยมีไม่มาก โดยจะมีป้ายลักษณะเดียวกับด้านหน้าซ้ายของอาคารติดตั้งไว้

หากจำกัดพื้นที่เที่ยว การเช่าจักรยานก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
อาคารผู้โดยสารเรือที่ท่าเรือซาบิงาฮามะหรือท่าเรือประมงอาโกะ ภายในโคโคพอร์ต มีบริการเช่าจักรยานไฟฟ้าแบบครึ่งวัน
พื้นที่ตั้งแต่เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟถึงสระไทโรมีความต่างระดับไม่มากนัก จึงใช้จักรยานเดินทางได้โดยไม่เหนื่อยเกินไป
ต้องจองล่วงหน้า และหากมารับจักรยานช้ากว่าเวลาเริ่มเช่า ต้องติดต่อเพื่อรักษาสิทธิ์การจอง

ธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะมิยาเกะมีอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือนเกาะเพื่อสนุกกับการตกปลาและดำน้ำ
เนื่องจากเกาะมิยาเกะเกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟ จึงมีภูมิประเทศน่าสนใจหลายแห่ง และยังเหมาะสำหรับสังเกตต้นไม้ใหญ่กับนกนานาชนิด
แม้จะสัมผัสธรรมชาติคล้ายกันได้ในพื้นที่อื่นๆ ของญี่ปุ่น แต่เพียงพักอยู่บนเกาะมิยาเกะก็สามารถสัมผัสประสบการณ์หลากหลายได้ในที่เดียว

ทิวทัศน์งดงามที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ

จุดชมวิวสวยงามกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่งตั้งแต่ตะวันออกเฉียงใต้ถึงตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ
ภูเขานิปปานชินซังใกล้สระไทโรก่อตัวขึ้นภายในเวลาเพียง 1 วันจากการระเบิดของไอน้ำ
แม้การปะทุในปี 1983 และ 2000 จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธรรมชาติบนเกาะ แต่ป่าที่เคยแห้งตายก็กลับมาเขียวขจี และพืชพรรณกำลังเริ่มหยั่งรากบนภูเขาที่เกิดจากการทับถมของวัสดุภูเขาไฟ

ที่เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ สามารถชมความรุนแรงของธารลาวาได้อย่างใกล้ชิด
ที่เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ สามารถชมความรุนแรงของธารลาวาได้อย่างใกล้ชิด

สังเกตนกป่าหลากหลายชนิด รวมถึงสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์

นกที่เป็นตัวแทนของเกาะมิยาเกะคือ “อาคาโคกโกะ” นกในวงศ์นกเดินดงซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นของญี่ปุ่น และอาศัยประจำอยู่เฉพาะในหมู่เกาะอิซุกับหมู่เกาะโทการะในคิวชู
นกที่พบได้บนเกาะมิยาเกะและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งชาติเช่นเดียวกับอาคาโคกโกะ ได้แก่ นกพิราบดำญี่ปุ่น นกกระจิบอีจิมะ นกติ๊ดออสตัน และนกอ็อกเล็ตหงอนญี่ปุ่น

ทางเหนือของสระไทโรซึ่งพบนกจำนวนมาก มีป้ายอธิบายนกที่พบได้ในบริเวณนี้
ทางเหนือของสระไทโรซึ่งพบนกจำนวนมาก มีป้ายอธิบายนกที่พบได้ในบริเวณนี้

9 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำบนเกาะมิยาเกะ

แม้สถานที่ท่องเที่ยวจะกระจายอยู่ทั่วเกาะ แต่ต่อไปนี้คือจุดแนะนำที่สามารถเที่ยวได้แบบไปเช้าเย็นกลับหรือภายใน 2 วัน 1 คืน

ศูนย์สัมผัสธรรมชาติเกาะมิยาเกะ・อาคารอาคาโคกโกะ

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติแห่งนี้ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของเกาะมิยาเกะ และมีเจ้าหน้าที่เรนเจอร์จากสมาคมนกป่าแห่งญี่ปุ่นประจำอยู่
หากสนใจอาคาโคกโกะ ควรมาที่นี่เป็นแห่งแรกเพื่อเรียนรู้ระบบนิเวศของนกชนิดนี้
ห้องจัดแสดงยังมีมุมสังเกตนกป่า ซึ่งสามารถมองดูนกที่ลงมาบนพื้นได้ในระดับสายตาเดียวกัน

สถานที่สำหรับเรียนรู้ทั้งเรื่องนกและธรรมชาติทุกด้านของเกาะมิยาเกะ
สถานที่สำหรับเรียนรู้ทั้งเรื่องนกและธรรมชาติทุกด้านของเกาะมิยาเกะ

สระไทโร

สระไทโร (Tairoike) เป็นทะเลสาบน้ำจืดหรือทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะอิซุ เชื่อว่าเกิดจากการปะทุเมื่อ 2,500 ปีก่อน และใช้เป็นแหล่งน้ำของชาวเกาะ
ป่ารอบสระเป็นถิ่นอาศัยของนกจำนวนมาก ช่วงเช้าตรู่จึงเต็มไปด้วยเสียงนกร้องจนได้รับสมญาว่า “เส้นทางเสียงนกที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น”
ด้านเหนือของสระมีพื้นที่พักผ่อนพร้อมม้านั่งและห้องน้ำ เหมาะกับการใช้เวลาอย่างสบายๆ

สระไทโรมีเส้นรอบวง 2.1 กิโลเมตร และมีทางเดินเลียบฝั่ง
สระไทโรมีเส้นรอบวง 2.1 กิโลเมตร และมีทางเดินเลียบฝั่ง

ไมโกจี

ไมโกจี (Maigoji) คือต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปี ตั้งอยู่ริมถนนทางตะวันตกของสระไทโร และเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะมิยาเกะ
ชื่อนี้มาจากเรื่องเล่าว่า แม้หลงทางในป่าลึก หากมุ่งหน้ามายังต้นไม้ต้นนี้ก็จะหาทางออกจากป่าได้

ต้นไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดีมาตั้งแต่อดีต เพราะเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพผู้ควบคุมการปะทุ
ต้นไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดีมาตั้งแต่อดีต เพราะเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพผู้ควบคุมการปะทุ

นิปปานชินซัง

นิปปานชินซัง (Nippana Shinzan) คือภูเขาที่ก่อตัวขึ้นภายในเวลาเพียง 1 วันระหว่างการปะทุในปี 1983 ก่อนถูกกัดเซาะจนกลายเป็นรูปร่างในปัจจุบัน
เมื่อมองจากฝั่งทะเลจะเห็นชัดว่ามีรูปร่างคล้ายจมูกมนุษย์
เนินแห่งนี้เป็นกรวยสกอเรียที่เกิดจากการทับถมของวัสดุภูเขาไฟ มอบทิวทัศน์ราวกับอยู่บนดาวดวงอื่น
พื้นขรุขระและลมแรง จึงควรระวังไม่เข้าใกล้ริมหน้าผา

ภูเขาที่เกิดจากการปะทุถูกกัดเซาะ จึงเหมาะสำหรับสังเกตชั้นหินด้วย
ภูเขาที่เกิดจากการปะทุถูกกัดเซาะ จึงเหมาะสำหรับสังเกตชั้นหินด้วย

สระโชทาโร

สระโชทาโร (Chotaroike) เป็นแอ่งน้ำทะเลตามธรรมชาติที่เกิดจากลาวาไหลลงสู่ทะเล
ช่วงน้ำลง เด็กๆ สามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย และยังดำน้ำตื้นเพื่อชมปลาหลากหลายชนิดได้
ในช่วงวันหยุดฤดูร้อนยังมีกิจกรรมดำน้ำตื้นร่วมกับเจ้าหน้าที่เรนเจอร์

ควรตรวจสอบเวลาน้ำลงก่อนมา เนื่องจากไม่มีร่มเงา จึงต้องระวังโรคลมแดด
ควรตรวจสอบเวลาน้ำลงก่อนมา เนื่องจากไม่มีร่มเงา จึงต้องระวังโรคลมแดด

เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ

ธารลาวาจากการปะทุในปี 1983 ปกคลุมย่านอาโกะทางตะวันตกของเกาะ ซึ่งเคยเป็นแหล่งน้ำพุร้อน
ที่เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ สามารถเดินบนทางไม้เหนือลาวาและสัมผัสความรุนแรงของการปะทุในครั้งนั้นได้
บ้านเรือนเกือบ 400 หลังถูกลาวาหนาประมาณ 2 เมตรกลืนหายไป แต่เนื่องจากมีการซ้อมอพยพในเดือนสิงหาคมก่อนการปะทุ 2 เดือน ประชาชนเกือบ 1,300 คนจึงไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

มีป้ายอธิบายการปะทุและการอพยพในเวลานั้น รวมถึงทิวทัศน์ที่ลาวาสร้างขึ้น
มีป้ายอธิบายการปะทุและการอพยพในเวลานั้น รวมถึงทิวทัศน์ที่ลาวาสร้างขึ้น

ซากโรงเรียนประถมและมัธยมต้นอาโกะ

โรงเรียนประถมและมัธยมต้นอาโกะสร้างอยู่ใกล้ชายฝั่ง ธารลาวาที่ไหลมาถึงบริเวณนี้ปกคลุมอาคารเรียนสูงถึงชั้น 2 ก่อนหยุดลง
บนชั้น 3 มีห้องดนตรีและห้องสมุด โดยมีรายงานว่าแกรนด์เปียโนและหนังสือยังคงอยู่ในสภาพปลอดภัย

แม้เป็นอาคารคอนกรีตแข็งแรง แต่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากธารลาวา
แม้เป็นอาคารคอนกรีตแข็งแรง แต่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากธารลาวา

หินเมกาเนะอิวะ

ซุ้มหินแห่งนี้อยู่ที่ชายฝั่งอิมาซากิ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ
เดิมด้านขวามีซุ้มหินอีกแห่งจึงได้ชื่อว่าเมกาเนะอิวะ (Meganeiwa) หรือหินแว่นตา แต่ปัจจุบันส่วนโค้งดังกล่าวพังลงแล้ว
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งดำน้ำ โดยเปิดให้ดำน้ำเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ในเดือนมิถุนายนกับตุลาคม
จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมและต้องมีทักษะในระดับหนึ่ง แต่จะได้ชมซุ้มหินใต้น้ำและฝูงปลาหนาแน่น

สถานที่ยอดนิยมสำหรับชมทิวทัศน์ยามเย็น
สถานที่ยอดนิยมสำหรับชมทิวทัศน์ยามเย็น

ประภาคารอิซุมิซากิ

ประภาคารอิซุมิซากิ (Izumisaki Lighthouse) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่มองเห็นได้กว้าง จึงชมได้ทั้งทิวทัศน์บนบกและทะเล
ที่นี่เป็นที่ตั้งของประภาคารเก่าแก่ที่สุดในหมู่เกาะอิซุ แม้จะอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น แต่ทิวทัศน์สวยงามและเป็นจุดยอดนิยมสำหรับชมพระอาทิตย์ตกกับดวงดาว
มีม้านั่งที่มองเห็นทะเล จึงเหมาะสำหรับปิกนิกมื้อกลางวัน

เดินลงเนินประมาณ 10 นาทีจากป้ายรถบัสใกล้ที่สุด “ทางเข้าประภาคารอิซุมิซากิ”
เดินลงเนินประมาณ 10 นาทีจากป้ายรถบัสใกล้ที่สุด “ทางเข้าประภาคารอิซุมิซากิ”

ตัวอย่างแผนเที่ยวเกาะมิยาเกะด้วยเรือเฟอร์รี

เกาะมิยาเกะมีขนาดที่ขับรถรอบเกาะได้ภายใน 1 ชั่วโมง แต่เต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจจากธรรมชาติและประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์
ต่อไปนี้คือตัวอย่างแผนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับและ 2 วัน 1 คืน แต่หากเป็นไปได้ควรเพิ่มวันพักเพื่อค่อยๆ สัมผัสเสน่ห์ของเกาะ
เมื่อจัดเกาะมิยาเกะไว้ในแผนเดินทาง ควรเว้นวันถัดจากวันที่จะกลับออกจากเกาะไว้โดยไม่มีกำหนดการ
เพราะหากเที่ยวเรือถูกยกเลิก อาจไม่สามารถเดินทางจากเกาะมิยาเกะกลับโตเกียวได้ตามวันที่วางแผนไว้

แผนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ

แม้เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่การไปยังจุดต่างๆ ด้วยรถบัสของหมู่บ้านเพียงอย่างเดียวค่อนข้างยาก
แผนนี้ใช้เรือทั้งขาไปและขากลับจากโตเกียว พร้อมใช้แท็กซี่และจักรยานเช่าบนเกาะ

  • 5:00 เดินทางถึงเกาะมิยาเกะด้วยเรือโดยสารขนาดใหญ่
  • 5:15 นั่งรถบัสรอบเช้าตรู่ซึ่งออกหลังเรือถึง 15 นาทีไปยังสระไทโร
  • จากท่าเรืออิงายะ นั่งรถบัสวนซ้ายประมาณ 30 นาที จากท่าเรือซาบิงาฮามะนั่งวนซ้ายประมาณ 10 นาที และจากท่าเรือมิอิเกะนั่งวนขวาประมาณ 15 นาที
  • 5:30 เที่ยวสระไทโร ไมโกจี และดูนก ใช้เวลา 120 นาที
  • 8:00 นั่งแท็กซี่ที่จองไว้จากสระไทโรไปประภาคารอิซุมิซากิ
  • 8:40 ประภาคารอิซุมิซากิ ใช้เวลา 120 นาที
  • นั่งแท็กซี่คันเดิมที่รออยู่ไปท่าเรือซาบิงาฮามะ
  • 9:30 รับจักรยานเช่าที่ท่าเรือซาบิงาฮามะหรือท่าเรือประมงอาโกะ
  • 9:45 เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ ซากโรงเรียนประถมและมัธยมต้นอาโกะ และหินเมกาเนะอิวะ ใช้เวลา 75 นาที
  • ปั่นจักรยานจากหินเมกาเนะอิวะไปนิปปานชินซัง ใช้เวลา 20 นาที
  • 11:30 นิปปานชินซัง ใช้เวลา 120 นาที ※เดินจากถนนถึงนิปปานชินซังประมาณ 10 นาทีต่อเที่ยว
  • ปั่นจักรยานจากนิปปานชินซังไปท่าเรือซาบิงาฮามะ ใช้เวลา 15 นาที
  • 12:30 คืนจักรยานเช่าที่ท่าเรือซาบิงาฮามะ
  • นั่งแท็กซี่หรือเดินไปท่าเรือ ใช้เวลา 3–20 นาที
  • 13:45 ออกจากเกาะมิยาเกะ
ที่เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ สามารถชมความงามของรูปทรงธรรมชาติที่เกิดจากลาวาได้
ที่เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ สามารถชมความงามของรูปทรงธรรมชาติที่เกิดจากลาวาได้

แผนเที่ยว 2 วัน 1 คืน

แผนตัวอย่างนี้ใช้เรือโดยสารขนาดใหญ่ทั้งขาไปและขากลับ และเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ บนเกาะด้วยรถบัสของหมู่บ้านเป็นหลัก
ตารางถูกจัดให้เที่ยวสถานที่สำคัญเกือบทั้งหมดได้ในวันแรก
หากใช้รถเช่า การเดินทางจะสะดวกยิ่งขึ้นและสามารถเพิ่มเวลาอยู่ในสถานที่ที่ชอบได้

วันที่ 1

  • 5:00 เดินทางถึงเกาะมิยาเกะด้วยเรือโดยสารขนาดใหญ่
  • 5:30 พักผ่อนที่ที่พักซึ่งให้บริการช่วงเช้าตรู่
  • ช่วง 7:00 นั่งรถบัสวนซ้ายจากที่พักไปสระไทโร
  • 8:12 ถึงป้ายรถบัสใกล้สระไทโร
  • 8:30 สระไทโรและไมโกจี
  • ใช้เวลา 75 นาที
  • 9:45 ศูนย์สัมผัสธรรมชาติอาคาโคกโกะ
  • ใช้เวลา 30 นาที
  • 10:23 นั่งรถบัสวนขวาจากสระไทโรไปทางเข้าประภาคารอิซุมิซากิ
  • 11:01 ถึงป้ายรถบัสทางเข้าประภาคารอิซุมิซากิ
  • เดินจากป้ายรถบัสทางเข้าประภาคารอิซุมิซากิไปยังประภาคารอิซุมิซากิ ใช้เวลา 10 นาที
    11:15 40 นาที ประภาคารอิซุมิซากิ
  • เดินจากประภาคารอิซุมิซากิกลับไปยังป้ายรถบัสทางเข้าประภาคารอิซุมิซากิ ใช้เวลา 15 นาที
  • 12:21 ขึ้นรถบัสวนซ้ายจากทางเข้าประภาคารอิซุมิซากิ
  • 12:36 ลงที่ป้ายรถบัส “ทางเข้าท่าเรือซาบิงาฮามะ”
  • รับประทานอาหารกลางวันบริเวณท่าเรือซาบิงาฮามะ
  • 13:30 รับจักรยานเช่าที่ท่าเรือซาบิงาฮามะหรือท่าเรือประมงอาโกะ
  • 13:50 ปั่นจักรยานจากท่าเรือซาบิงาฮามะไปนิปปานชินซัง
  • 13:50 นิปปานชินซัง ใช้เวลา 40 นาที ※เดินจากถนนถึงนิปปานชินซังประมาณ 10 นาทีต่อเที่ยว
  • 14:50 ปั่นจักรยานจากนิปปานชินซังไปเส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ
  • 15:15 เส้นทางเดินสัมผัสภูเขาไฟ ซากโรงเรียนประถมและมัธยมต้นอาโกะ และหินเมกาเนะอิวะ ใช้เวลา 75 นาที
  • 16:45 คืนจักรยานเช่าที่ท่าเรือซาบิงาฮามะ
  • นั่งแท็กซี่หรือเดินไปยังที่พัก
บริเวณรอบประภาคารอิซุมิซากิมีชั้นหินโผล่ให้เห็น จึงเหมาะสำหรับศึกษาภูมิประเทศ
บริเวณรอบประภาคารอิซุมิซากิมีชั้นหินโผล่ให้เห็น จึงเหมาะสำหรับศึกษาภูมิประเทศ

วันที่ 2

  • 5:00 ดูนกบริเวณรอบสระไทโร ใช้เวลา 120 นาที
  • 8:00 กลับที่พักและรับประทานอาหารเช้า
  • นั่งแท็กซี่จากที่พักไปสระโชทาโร
  • 10:00 สระโชทาโร
  • 11:10 เดินจากสระโชทาโรไปป้ายรถบัสใกล้ที่สุด “หน้าโรงเรียนมัธยมปลาย” ใช้เวลา 15 นาที
  • 11:30 นั่งรถบัสจาก “หน้าโรงเรียนมัธยมปลาย” ไปท่าเรือซาบิงาฮามะ
  • 11:54 รับประทานอาหารกลางวันบริเวณท่าเรือซาบิงาฮามะ หรือซื้อข้าวกล่อง
  • นั่งแท็กซี่หรือเดินไปท่าเรือ ใช้เวลา 3–20 นาที
  • 13:45 ออกจากเกาะมิยาเกะ
สามารถชมนกได้ที่สระไทโรตลอดทั้งปี
สามารถชมนกได้ที่สระไทโรตลอดทั้งปี

ที่พักและร้านอาหารบนเกาะมิยาเกะ

เกาะมิยาเกะไม่มีที่พักหรือร้านอาหารขนาดใหญ่ ทุกแห่งล้วนมีขนาดเล็ก
ที่พักส่วนใหญ่เป็นมินชูกุหรือเรียวกังที่ใช้ห้องน้ำและห้องอาบน้ำร่วมกัน และเกือบทั้งหมดรับจองทางโทรศัพท์เท่านั้น
เมื่อค้นหาคำว่า “เกาะมิยาเกะ” บนเว็บไซต์ข้อมูลที่จองโรงแรมได้ บางครั้งอาจแสดงผลเกือบ 10 แห่ง แต่ควรระวังเพราะอาจรวมที่พักบนเกาะอื่นในหมู่เกาะอิซุ เช่น เกาะโอชิมะและเกาะโคซุ

“โรงแรมไคราคุ” ซึ่งอยู่หน้าท่าเรือซาบิงาฮามะก็เป็นที่พักแบบเรียวกัง
“โรงแรมไคราคุ” ซึ่งอยู่หน้าท่าเรือซาบิงาฮามะก็เป็นที่พักแบบเรียวกัง

ที่พักบนเกาะมิยาเกะที่รองรับการจองออนไลน์ ได้แก่ “CS RESORT” ในย่านคามิตสึกิ ซึ่งจองได้จากเว็บไซต์ของที่พัก และ “เพนชัน & เรสเตอรองต์ ฮานามิซึกิ” ซึ่งจองได้ผ่านเว็บไซต์หลายแห่ง

ที่พักบางแห่งมีแบบฟอร์มจองหรือสอบถามบนเว็บไซต์ เช่น “ซันโตโม” และ “เกสต์เฮาส์สึนางุ” ในย่านอาโกะ แต่ล้วนเป็นแบบฟอร์มส่งคำขอ และที่พักจะติดต่อกลับภายหลังเพื่อยืนยันว่าจองสำเร็จหรือไม่

บริการที่พักซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกาะมิยาเกะคือการเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกหรือเช็กอินตั้งแต่เช้าตรู่
ที่พักจะจัดรถรับจากท่าเรือตามเวลาเรือเที่ยวเช้าของโทไคคิเซ็น พร้อมบริการอาหารเช้าและพื้นที่งีบพัก หรือให้แขกที่จะเข้าพักเช็กอินก่อนเวลา
ควรเตรียมงบประมาณ 5,000–6,000 เยน รวมอาหารเช้า

สามารถเลือกเพียงรับประทานอาหารเช้าโดยไม่ใช้พื้นที่พักผ่อนได้
สามารถเลือกเพียงรับประทานอาหารเช้าโดยไม่ใช้พื้นที่พักผ่อนได้

ที่พักส่วนใหญ่มีแพ็กเกจ 2 มื้อสำหรับการเข้าพัก 1 คืน
สามารถเลือกแพ็กเกจเฉพาะอาหารเช้าแล้วออกไปรับประทานอาหารเย็นข้างนอกได้ แต่ร้านอาหารอาจอยู่ห่างจากที่พัก หากไม่มีความต้องการเป็นพิเศษ แนะนำให้เลือกแพ็กเกจที่รวมอาหารเย็น

สิ่งที่ต้องระวังเรื่องอาหารบนเกาะมิยาเกะคือการจัดเตรียมมื้อกลางวัน
แม้มีร้านที่เปิดตั้งแต่ช่วงเย็น แต่ร้านที่เปิดในช่วงกลางวันกลับมีน้อยกว่าที่คาด
บนเกาะไม่มีร้านสะดวกซื้อ จึงไม่สามารถซื้อข้าวปั้นหรือข้าวกล่องได้ตลอดเวลา
ซูเปอร์มาร์เก็ต “ฮาเซกาวะ” และ “สึจิยะโชคุฮิน” ในย่านอาโกะมีข้าวกล่องจำหน่าย แต่บางครั้งก็ขายหมดในช่วงบ่าย

“แกลเลอรีคาเฟ่ คานง” ใกล้ประภาคารอิซุมิซากิเป็นร้านยอดนิยมที่มีเมนูของหวานให้เลือกมากมาย
“แกลเลอรีคาเฟ่ คานง” ใกล้ประภาคารอิซุมิซากิเป็นร้านยอดนิยมที่มีเมนูของหวานให้เลือกมากมาย

บนเกาะมีคาเฟ่ยอดนิยมหลายแห่ง แต่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ จึงควรตรวจสอบเวลาเปิดให้บริการก่อนเดินทางไป
หากวางแผนรับประทานอาหารกลางวันบนเกาะ อย่าคิดว่าค่อยไปหาร้านเมื่อถึงที่นั่น แต่ควรค้นหาร้านที่เปิดในวันเดินทางไว้ล่วงหน้า

ที่เพนชันโคโคนัตการ์เดน สามารถรับประทานอาหารจีนเป็นมื้อกลางวันได้
ที่เพนชันโคโคนัตการ์เดน สามารถรับประทานอาหารจีนเป็นมื้อกลางวันได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเกาะมิยาเกะ

Q

ควรเดินทางด้วยเรือหรือเครื่องบิน?

A

หากเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ แนะนำให้ใช้เครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ แต่หากตั้งใจมาดูนก ควรเดินทางขาไปด้วยเรือเพื่อเริ่มกิจกรรมได้ตั้งแต่เช้าตรู่

Q

จองพาหนะและที่พักสำหรับเที่ยวเกาะมิยาเกะทางออนไลน์ได้หรือไม่?

A

เรือเฟอร์รีและเครื่องบินสามารถตรวจสอบที่นั่งว่างและจองที่นั่งผ่านระบบออนไลน์ได้ทั้งหมด
ส่วนที่พักมีเพียงไม่กี่แห่งที่จองออนไลน์ได้ โดยทั่วไปต้องโทรศัพท์สอบถามที่พักโดยตรง

Q

ยังมีผลกระทบจากการปะทุหลงเหลืออยู่หรือไม่?

A

แม้ยังมีพื้นที่ห้ามเข้า แต่แทบไม่ต้องกังวลเรื่องก๊าซพิษแล้ว จึงสามารถท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์พิเศษ

Q

ใช้บัตรเครดิตหรือแอปชำระเงินบนสมาร์ตโฟนได้หรือไม่?

A

ที่พักบางแห่งรับบัตรเครดิต แต่เตรียมเงินสดไว้จะอุ่นใจกว่า แอปชำระเงินใช้ได้แพร่หลายกว่าบัตรเครดิต แต่บางสถานที่ที่แวะไปก็อาจไม่รองรับ

Q

สามารถเที่ยวพร้อมกับเกาะฮาจิโจได้หรือไม่?

A

ไม่สามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่หากพักบนเกาะฮาจิโจและเกาะมิยาเกะอย่างน้อยเกาะละ 1 คืน ก็สามารถเที่ยวทั้งสองเกาะได้
เส้นทางที่มีประสิทธิภาพคือบินไปเกาะฮาจิโจ เดินทางจากเกาะฮาจิโจไปเกาะมิยาเกะด้วยเรือ และกลับโตเกียวด้วยเรือหรือเครื่องบิน

Q

สามารถเดินป่าขึ้นเขาได้หรือไม่?

A

แม้จะมีภูเขาโอยามะสูง 775 เมตร แต่พื้นที่ตั้งแต่กลางเขาถึงยอดเขายังคงเป็นเขตห้ามเข้า
ในแต่ละปีจะมีบางวันที่สามารถขึ้นเขาพร้อมไกด์ได้ หากต้องการเดินป่าขึ้นเขาควรติดตามข้อมูลข่าวสาร

บทสรุป

แม้ญี่ปุ่นจะมีเกาะมากมาย แต่เกาะมิยาเกะก็โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ที่นี่เป็นสถานที่ล้ำค่าสำหรับชมธรรมชาติที่เกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟ และสามารถเห็นได้อย่างใกล้ชิดว่าธรรมชาติกำลังฟื้นตัวจากความเสียหายของการปะทุในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอย่างไร
อีกหนึ่งเสน่ห์ของเกาะคือกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการดูนก ดำน้ำ หรือตกปลา
เกาะมีขนาดกำลังพอดี หากเช่ารถก็สามารถเที่ยวสถานที่สำคัญได้หลายแห่งภายใน 2 วัน 1 คืน
แทนที่จะแวะมาสั้นๆ จากโตเกียว ลองมาในช่วงที่มีเวลาเหลือเฟือเพื่อสัมผัสความงดงามของเกาะให้เต็มที่

Oyamada Hiroaki

ผู้เขียน

ช่างภาพ・นักเขียน

Oyamada Hiroaki

ช่างภาพและนักเขียนที่รักธรรมชาติ และอยากถ่ายทอดความประทับใจจากการเดินทาง