คู่มือเที่ยวฮอกไกโดฤดูใบไม้ร่วง: ขับรถชมใบไม้เปลี่ยนสีและทิวทัศน์อันงดงาม

คู่มือเที่ยวฮอกไกโดฤดูใบไม้ร่วง: ขับรถชมใบไม้เปลี่ยนสีและทิวทัศน์อันงดงาม

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

การเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) ในฤดูใบไม้ร่วงเต็มไปด้วยประสบการณ์หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขาไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan) ที่แต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ทิวทัศน์เนินเขาของบิเอ (Biei) และฟุราโนะ (Furano) ไปจนถึงอาหารฮอกไกโดในซัปโปโร (Sapporo) และอาซาฮิคาวะ (Asahikawa)
เดินเล่นริมทะเลสาบชิโคสึ (Lake Shikotsu) แวะบ่อน้ำสีฟ้าชิโรงาเนะ (Shirogane Blue Pond) และน้ำตกชิราฮิเงะ (Shirahige Falls) ก่อนเข้าสู่ทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่มาเยือนเร็วกว่าที่อื่นบนภูเขาอาซาฮิดาเกะ (Mount Asahidake)
การขับรถเชื่อมต่อแต่ละพื้นที่ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของฤดูใบไม้ร่วงแบบฮอกไกโด
ออกเดินทางผ่านดินแดนทางเหนือที่ฤดูกาลค่อยๆ เปลี่ยนผ่าน พร้อมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วง อาหาร และออนเซ็น

เพลิดเพลินกับฤดูใบไม้ร่วงของฮอกไกโดท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

ฮอกไกโดมีธรรมชาติกว้างใหญ่ ทั้งทะเลสาบ เนินเขา และเทือกเขาไดเซ็ตสึซัง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน แต่ละพื้นที่จึงเผยทิวทัศน์ที่แตกต่างกันออกไป
ชมความตัดกันอันโดดเด่นระหว่างผืนน้ำสีฟ้ากับใบไม้เปลี่ยนสีที่ทะเลสาบชิโคสึและบ่อน้ำสีฟ้าชิโรงาเนะ ขับรถผ่านทิวทัศน์เนินเขาของบิเอและฟุราโนะ หรือชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ปกคลุมทั่วภูเขาอาซาฮิดาเกะ อีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าเพิ่มไว้ในทริปคือการเดินชมพืชพรรณตามฤดูกาลที่อุเอโนะฟาร์ม (Ueno Farm)
ไม่ว่าจะเดินเล่นริมทะเลสาบ เที่ยวชมสวน หรือขับรถผ่านทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ ก็มีวิธีสัมผัสฤดูใบไม้ร่วงให้เลือกหลากหลาย ตามชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปทุกครั้งเมื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ใหม่ พร้อมสัมผัสความยิ่งใหญ่ในแบบฉบับฮอกไกโด

ทะเลสาบชิโคสึในฤดูใบไม้ร่วง ผืนน้ำสีฟ้าใสล้อมรอบด้วยภูเขาที่แต่งแต้มด้วยสีแดงและเหลือง
ทะเลสาบชิโคสึในฤดูใบไม้ร่วง ผืนน้ำสีฟ้าใสล้อมรอบด้วยภูเขาที่แต่งแต้มด้วยสีแดงและเหลือง

7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฮอกไกโดที่เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วง

ฮอกไกโดเต็มไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติขนาดใหญ่ ทั้งทะเลสาบ ภูเขา และเนินเขา เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง สีสันของใบไม้ที่เพิ่มเข้ามาทำให้การขับรถและเดินเล่นมีบรรยากาศต่างจากฤดูร้อน
การขับรถตามชมความเปลี่ยนแปลงของทิวทัศน์ตั้งแต่ทะเลสาบชิโคสึ ผ่านบิเอ ฟุราโนะ และอาซาฮิคาวะ ไปจนถึงไดเซ็ตสึซัง เป็นประสบการณ์ที่เหมาะกับฤดูกาลนี้โดยเฉพาะ มาทำความรู้จัก 7 จุดหมายที่น่าเพิ่มไว้ในทริปฮอกไกโดฤดูใบไม้ร่วงกัน

1. ทะเลสาบชิโคสึ (เมืองชิโตเสะ)

ทะเลสาบชิโคสึเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่มีเส้นรอบวงประมาณ 40 กม. โดดเด่นด้วยน้ำใสระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ซึ่งรายล้อมด้วยภูเขาเอวะ ภูเขาฟุปปุชิ และภูเขาทารูมาเอะ ผิวน้ำที่เปล่งประกายเป็นสีฟ้าตามแสงได้รับการขนานนามว่า “ชิโคสึโกะบลู”
ในฤดูใบไม้ร่วง ป่าดั้งเดิมรอบทะเลสาบจะเปลี่ยนสี เกิดเป็นภาพตัดกันอย่างสดใสกับผืนน้ำสีฟ้า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางน้ำอย่างพายแคนูให้ลองสัมผัส หลังเดินเล่นแล้วสามารถแวะย่านออนเซ็นริมทะเลสาบ และใช้เวลาทั้งวันอย่างผ่อนคลายพร้อมชมทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

ประสบการณ์พายแคนูเหนือผืนน้ำใส ให้ความรู้สึกราวกับลอยอยู่กลางอากาศ
สภาบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติทะเลสาบชิโคสึ ประสบการณ์พายแคนูเหนือผืนน้ำใส ให้ความรู้สึกราวกับลอยอยู่กลางอากาศ

2. ถนนโรลเลอร์โคสเตอร์ (เมืองคามิฟุราโนะ)

ถนนเส้นตรงที่ทอดผ่านพื้นที่เกษตรกรรมของฟุราโนะเป็นระยะทางประมาณ 4 กม. มีทางขึ้นลงสูงชันต่อเนื่องราวกับรถไฟเหาะ เบื้องหน้าคือเทือกเขาโทคาจิดาเกะ ส่วนสองข้างทางเปิดกว้างด้วยทิวทัศน์ชนบท จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่หลายคนยกให้เป็นสถานที่ประทับใจที่สุดในฮอกไกโด
ช่วงเวลาที่ได้ขับรถไปตามถนนซึ่งแทบไม่มีบ้านเรือนโดยรอบ คือประสบการณ์โรดทริปแบบฮอกไกโดแท้ๆ ลองชมผืนแผ่นดินที่ทอดตัวอยู่หลังเนินสูงต่ำ พร้อมเชื่อมต่อทิวทัศน์ระหว่างฟุราโนะกับบิเอ

ถนนเส้นตรงที่ทอดผ่านทุ่งชนบท พร้อมทางขึ้นลงต่อเนื่องเป็นระลอก
ถนนเส้นตรงที่ทอดผ่านทุ่งชนบท พร้อมทางขึ้นลงต่อเนื่องเป็นระลอก

3. ถนนแพตช์เวิร์ก (เมืองบิเอ)

เส้นทางขับรถผ่านเนินเขากว้างใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองบิเอ ชื่อนี้มาจากภาพแปลงเกษตรที่ปลูกพืชหลากหลายชนิดแยกเป็นสัดส่วน ดูคล้ายลวดลายผ้าแพตช์เวิร์ก
บริเวณโดยรอบมีทั้งเนินชมวิวและสวนจุดชมวิวโฮคุเซโนะโอกะ ซึ่งมองเห็นภูมิประเทศแบบเนินเขาได้กว้างไกล ขับรถจากเนินหนึ่งไปสู่อีกเนินหนึ่งเพื่อตามหาทิวทัศน์ใหม่ๆ พลางชมพื้นที่เกษตรที่เปลี่ยนสีหน้าไปตามฤดูกาล

ทุ่งดอกไม้สีสดแต่งแต้มผืนแผ่นดิน โดยมีแนวภูเขาอันยิ่งใหญ่ทอดตัวอยู่เบื้องหลัง
ทุ่งดอกไม้สีสดแต่งแต้มผืนแผ่นดิน โดยมีแนวภูเขาอันยิ่งใหญ่ทอดตัวอยู่เบื้องหลัง

4. บ่อน้ำสีฟ้าชิโรงาเนะ (เมืองบิเอ)

จุดท่องเที่ยวขึ้นชื่อของบิเอแห่งนี้มีเอกลักษณ์จากผิวน้ำสีฟ้าสดและต้นสนคารามัตสึที่ยืนต้นตายอยู่กลางน้ำ
ที่นี่เป็นบ่อน้ำที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อน้ำสะสมอยู่หลังเขื่อนคอนกรีตบล็อกในแม่น้ำบิเอ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อป้องกันโคลนภูเขาไฟจากภูเขาโทคาจิดาเกะ สีของผิวน้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงเวลา และสภาพอากาศ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงยังได้ชมภาพใบไม้เปลี่ยนสีรอบบ่อน้ำด้วย ลองเดินเล่นอย่างช้าๆ ริมบ่อน้ำที่สีฟ้าผสานกับสีแดงและเหลืองอย่างงดงาม

ทิวทัศน์สีสดเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่เกิดจากผืนน้ำสีฟ้าใสและหมู่ไม้เปลี่ยนสี
ทิวทัศน์สีสดเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่เกิดจากผืนน้ำสีฟ้าใสและหมู่ไม้เปลี่ยนสี

5. น้ำตกชิราฮิเงะ (เมืองบิเอ)

น้ำตกชิราฮิเงะตั้งอยู่ในย่านบิเอชิโรงาเนะออนเซ็น สายน้ำสีขาวไหลจากหน้าผาในหุบเขาลงสู่แม่น้ำบิเอเบื้องล่างประมาณ 30 ม. จัดเป็นน้ำตกใต้ธารชนิดหนึ่งซึ่งพบได้ไม่บ่อยในญี่ปุ่น โดยน้ำใต้ดินจะไหลออกมาตามรอยแยกของหน้าผา
ต้นไม้รอบข้างเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามฤดูกาล และในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้หลากสี น้ำตกสีขาว และสายน้ำสีฟ้าจะรวมเป็นทิวทัศน์เดียวกัน สามารถแวะชมควบคู่กับบ่อน้ำสีฟ้าชิโรงาเนะซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 นาทีโดยรถยนต์ เพื่อสัมผัสแหล่งน้ำสองแห่งที่มีสีสันต่างกัน

ความงามของหุบเขาในฤดูใบไม้ร่วง เมื่อหมู่ไม้เปลี่ยนสีซ้อนทับกับน้ำตกสีขาวและสายน้ำสีฟ้า
ความงามของหุบเขาในฤดูใบไม้ร่วง เมื่อหมู่ไม้เปลี่ยนสีซ้อนทับกับน้ำตกสีขาวและสายน้ำสีฟ้า

6. อุเอโนะฟาร์ม (เมืองอาซาฮิคาวะ)

สวนสไตล์ฮอกไกโดที่รวบรวมพืชหลากหลายชนิด โดยเน้นไม้ล้มลุกอายุหลายปีซึ่งเหมาะกับภูมิอากาศของดินแดนทางเหนือ ภายในมีสวนหลายรูปแบบที่ให้บรรยากาศแตกต่างกัน รวมถึงสวนนอม ซึ่งดอกไม้ พืชป่า และหญ้าประดับเติบโตร่วมกัน
ช่วงออกดอกและสีสันอันสดใสของดอกไม้เปลี่ยนไปตามฤดูกาล จึงได้รับการเรียกว่า “ดรามาติกการ์เดน” ระหว่างเดินชมสวนสามารถแวะ NAYA café ซื้ออาหารหรือของหวานแบบซื้อกลับ แล้วเลือกนั่งรับประทานในมุมที่ชอบภายในสวนได้

สวนที่แต่งแต้มอย่างเป็นธรรมชาติด้วยพืชหลากหลายชนิด โดยเน้นไม้ล้มลุกอายุหลายปีที่เหมาะกับภูมิอากาศทางเหนือ
สวนที่แต่งแต้มอย่างเป็นธรรมชาติด้วยพืชหลากหลายชนิด โดยเน้นไม้ล้มลุกอายุหลายปีที่เหมาะกับภูมิอากาศทางเหนือ

7. ภูเขาอาซาฮิดาเกะ (เมืองฮิงาชิคาวะ)

ภูเขาอาซาฮิดาเกะเป็นยอดเขาสูงที่สุดของไดเซ็ตสึซังที่ระดับความสูง 2,291 ม. และเป็นจุดที่สามารถสัมผัสทิวทัศน์ภูเขาอันยิ่งใหญ่ของฮอกไกโดได้อย่างใกล้ชิด กระเช้าลอยฟ้าจะพาขึ้นไปถึงระดับความสูงประมาณ 1,600 ม. จากสถานีซูงาตามิสามารถเดินเที่ยวชมธรรมชาติบนพื้นที่สูงได้
ช่วงฤดูร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูกาลที่เหมาะแก่การเที่ยวชม ฤดูร้อนมีดอกไม้บนพื้นที่สูงผลิบานท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีแผ่กว้างทั่วภูเขา บริเวณเชิงเขายังมีอาซาฮิดาเกะออนเซ็นให้แวะผ่อนคลายหลังเดินชมทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงบนภูเขา

ไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีและบึงซูงาตามิซึ่งสะท้อนสีสันอันสดใส
ไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีและบึงซูงาตามิซึ่งสะท้อนสีสันอันสดใส

3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังในฮอกไกโด

ใบไม้เปลี่ยนสีในฮอกไกโดเริ่มจากภูเขาในเทือกเขาไดเซ็ตสึซัง ก่อนค่อยๆ แผ่ไปยังพื้นที่ต่างๆ
เดือนกันยายนสามารถชมได้ที่ไดเซ็ตสึซัง เดือนตุลาคมที่ซัปโปโร และตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ฮาโกดาเตะ เสน่ห์อีกอย่างคือการได้พบกับทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาของการเดินทาง
มาทำความรู้จัก 3 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งมีบรรยากาศต่างกัน ทั้งกระเช้าลอยฟ้า เขื่อน และสวน

1. กระเช้าลอยฟ้าไดเซ็ตสึซังโซอุนเคียวคุโรดาเกะ (เมืองคามิคาวะ)

ภูเขาคุโรดาเกะมีความสูง 1,984 ม. และเป็นหนึ่งในยอดเขาของไดเซ็ตสึซังซึ่งประกอบด้วยกลุ่มภูเขาไฟ 8 กลุ่ม โดยทั่วไปใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยที่สุดตั้งแต่กลางถึงปลายเดือนกันยายน จึงได้สัมผัสฤดูใบไม้ร่วงอันสั้นของฮอกไกโดก่อนพื้นที่อื่น
เมื่อใช้กระเช้าลอยฟ้าโซอุนเคียวคุโรดาเกะและลิฟต์คู่คุโรดาเกะจากเชิงเขาในย่านออนเซ็นโซอุนเคียว จะขึ้นไปถึงจุดที่ 7 ของภูเขาคุโรดาเกะได้อย่างรวดเร็ว หลังชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มภูเขาแล้ว แวะโซอุนเคียวออนเซ็นบริเวณเชิงเขาเพื่อปิดท้ายทริปภูเขาในฤดูใบไม้ร่วงได้

กระเช้าลอยฟ้าคุโรดาเกะเคลื่อนผ่านไหล่เขาที่โอบล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีสดใส
กระเช้าลอยฟ้าคุโรดาเกะเคลื่อนผ่านไหล่เขาที่โอบล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีสดใส

2. เขื่อนโฮเฮเคียว (เมืองซัปโปโร)

เขื่อนโฮเฮเคียวตั้งอยู่ตอนบนของแม่น้ำโฮเฮในเขตมินามิ เมืองซัปโปโร เป็นที่รู้จักจากทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ซึ่งเกิดจากทะเลสาบเหนือเขื่อนและภูเขาโดยรอบ อีกทั้งยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม โดยทั่วไปจะสวยที่สุดตั้งแต่ต้นถึงกลางเดือนตุลาคม
รอบเขื่อนมีทางเดินจัดเตรียมไว้ และบริเวณใกล้เคียงยังมีน้ำตกคุดันโนะทากิ สามารถชมภูเขากับทะเลสาบเหนือเขื่อนจากจุดชมวิว หรือเดินตามเส้นทางเพื่อสัมผัสความงามของหุบเขาในฤดูใบไม้ร่วง โดยเดินทางออกจากใจกลางเมืองซัปโปโรได้สะดวก

ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงอันยิ่งใหญ่ เมื่อภูเขาหลากสีและหน้าผาสูงชันโอบล้อมทะเลสาบเหนือเขื่อน
ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงอันยิ่งใหญ่ เมื่อภูเขาหลากสีและหน้าผาสูงชันโอบล้อมทะเลสาบเหนือเขื่อน

3. สวนฮาโกดาเตะโคเซ็ตสึเอ็น (สวนมิฮาราชิ) (เมืองฮาโกดาเตะ)

สวนโคเซ็ตสึเอ็นตั้งอยู่ภายในสวนมิฮาราชิ เมืองฮาโกดาเตะ เดิมสร้างขึ้นในสมัยเมจิเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศของพ่อค้าผู้มั่งคั่ง ภายในมีพื้นที่สวนหลากหลายรูปแบบและจุดน่าสนใจมากมาย ทั้งศาลาแบบโชอิน ลำธาร และเรือนกระจกอิฐ
ที่นี่ยังเป็นสวนเพียงแห่งเดียวในฮอกไกโดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสวนทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลและต้นไม้อื่นๆ จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง โดยทั่วไปช่วงที่สวยที่สุดคือตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ช่วงใบไม้เปลี่ยนสียังมีการประดับไฟยามค่ำคืน ทำให้ได้เดินชมสวนฤดูใบไม้ร่วงในบรรยากาศต่างจากตอนกลางวัน

ภายในสวนโอบล้อมด้วยต้นไม้สีแดงและส้ม พร้อมสีสันสดใสของฤดูใบไม้ร่วงที่แผ่ไปทั่วบริเวณ
ภายในสวนโอบล้อมด้วยต้นไม้สีแดงและส้ม พร้อมสีสันสดใสของฤดูใบไม้ร่วงที่แผ่ไปทั่วบริเวณ

เพิ่มสีสันให้ทริปฮอกไกโดฤดูใบไม้ร่วงกับ 3 อีเวนต์น่าสนใจ

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่พื้นที่ต่างๆ ทั่วฮอกไกโดจัดกิจกรรมในธีมอาหารและธรรมชาติ
ซัปโปโรและอาซาฮิคาวะมีเทศกาลอาหารขนาดใหญ่ที่รวบรวมของอร่อยจากทั่วฮอกไกโด ส่วนที่อาบาชิริมีเทศกาลให้ชมต้นซังโกโซสีแดงในฤดูใบไม้ร่วงควบคู่กับบรรยากาศคึกคักของท้องถิ่น
ลองแวะ 3 อีเวนต์นี้เพื่อสัมผัสฤดูใบไม้ร่วงของแต่ละพื้นที่ในแบบที่การเที่ยวชมสถานที่เพียงอย่างเดียวไม่อาจมอบให้ได้

1. ซัปโปโรออทัมเฟสต์ (เมืองซัปโปโร)

เทศกาลอาหารตัวแทนฤดูใบไม้ร่วงของซัปโปโร ซึ่งจัดภายใต้ธีม “อาหารของฮอกไกโดและซัปโปโร” และมีผู้เข้าชมอย่างน้อย 2 ล้านคนในแต่ละปี งานจัดขึ้นในพื้นที่ 7 บล็อกของสวนโอโดริใจกลางซัปโปโร มีร้านเข้าร่วมรวม 300 ร้านตลอดระยะทางประมาณ 1 กม.
แต่ละโซนมีธีมแตกต่างกัน จึงเพลิดเพลินได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสุราและกับแกล้มจากฮอกไกโด เมนูเนื้อสัตว์และผัก หรืออาหารจากร้านชื่อดังในซัปโปโร ใช้เวลาหนึ่งวันในฤดูใบไม้ร่วงที่สวนโอโดริ พร้อมลิ้มลองรสชาติจากทั่วฮอกไกโดได้ในคราวเดียว

บริเวณจัดงานในสวนโอโดริคึกคักด้วยผู้คนที่มาลิ้มลองอาหารจากทั่วฮอกไกโด
บริเวณจัดงานในสวนโอโดริคึกคักด้วยผู้คนที่มาลิ้มลองอาหารจากทั่วฮอกไกโด

2. คิตะโนะเมกุมิ อาซาฮิคาวะทาเบะมาร์เช่ (เมืองอาซาฮิคาวะ)

เทศกาลอาหารขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมของอร่อยจากอาซาฮิคาวะและพื้นที่ต่างๆ ทางตอนเหนือของฮอกไกโด โดยทั่วไปจัดขึ้นในเดือนกันยายน เริ่มต้นในปี 2010 เพื่อฉลองครบรอบ 120 ปีของการก่อตั้งอาซาฮิคาวะ ปัจจุบันเป็นกิจกรรมประจำฤดูใบไม้ร่วงที่ทั้งเมืองกลายเป็น “ตลาดอาหารเลิศรส”
ภายในงานไม่ได้มีเพียงอาหาร แต่ยังมีกิจกรรมบนเวที โดยใจกลางเมืองอาซาฮิคาวะจะกลายเป็นพื้นที่จัดงานตลอด 3 วัน สามารถเดินสัมผัสทั้งวัฒนธรรมอาหารของฮอกไกโดตอนเหนือและบรรยากาศคึกคักของเมืองไปพร้อมกัน

เทศกาลอาหารฤดูใบไม้ร่วงที่เรียงรายด้วยร้านค้าทั่วใจกลางอาซาฮิคาวะและคึกคักด้วยผู้เข้าชมจำนวนมาก
เทศกาลอาหารฤดูใบไม้ร่วงที่เรียงรายด้วยร้านค้าทั่วใจกลางอาซาฮิคาวะและคึกคักด้วยผู้เข้าชมจำนวนมาก

3. เทศกาลซังโกโซ ทะเลสาบโนโทโระ อาบาชิริ (เมืองอาบาชิริ)

กิจกรรมฤดูใบไม้ร่วงที่จัดขึ้นในช่วงซาลิคอร์เนีย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ซังโกโซ” ซึ่งขึ้นเป็นกลุ่มริมทะเลสาบโนโทโระเปลี่ยนเป็นสีแดง ภายในงานมีทั้งการแสดงสดจากศิลปิน การแสดงโยซาโคอิโซรัน และกิจกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
อีกหนึ่งความเพลิดเพลินคือกิจกรรมเกี่ยวกับหอยเชลล์ขึ้นชื่อและอาหารจากโอค็อตสค์ ผู้เข้าชมสามารถนำหอยเชลล์หรือหอยสังข์ที่ซื้อในงานมาย่างบนเตา แล้วรับประทานพร้อมชมทิวทัศน์ริมทะเลสาบได้

กิจกรรมประจำฤดูใบไม้ร่วงที่ได้เดินริมทะเลสาบพร้อมชมต้นซังโกโซซึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดง
กิจกรรมประจำฤดูใบไม้ร่วงที่ได้เดินริมทะเลสาบพร้อมชมต้นซังโกโซซึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดง

5 ร้านอาหารในฮอกไกโดที่น่าแวะระหว่างทริปฤดูใบไม้ร่วง

อาหารประจำท้องถิ่นถือเป็นอีกหนึ่งความสนุกสำคัญของการขับรถเที่ยวทั่วฮอกไกโด
แต่ละพื้นที่มีรสชาติแตกต่างกันรออยู่ ตั้งแต่อาหารอิตาเลียนที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของฟุราโนะ ชินโกะยากิและราเม็งของอาซาฮิคาวะ ไปจนถึงอาหารทะเลจานใหญ่ในซัปโปโร
ต่อไปนี้คือ 5 ร้านที่น่าแวะตามแผนการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวัน จุดพักระหว่างขับรถ หรือมื้อเย็นในจุดหมาย

1. เลอโกโลวา ฟุราโนะ (เมืองฟุราโนะ)

ร้านอาหารอิตาเลียนที่ตั้งกลมกลืนอยู่ท่ามกลางป่าในพื้นที่ของโรงแรมนิวฟุราโนะพรินซ์ ภายในร้านอบอุ่นด้วยบรรยากาศของไม้ เหมาะสำหรับใช้เวลาพิเศษกับคนสำคัญ
เชฟเคนอิจิ โอทสึกะ ผู้ดูแลเมนูยังเป็น “ผู้สนับสนุนอาหารฮอกไกโด” ด้วย วัตถุดิบจากฮอกไกโดถูกนำมาปรุงเป็นอาหารหลากหลาย ทั้งเมนูเนื้อที่ค่อยๆ อบในเตาฟืน พาสต้า และขนมปังโฮมเมด ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น

เมนูเนื้อที่ค่อยๆ ปรุงในเตาฟืนเพื่อดึงรสอร่อยของวัตถุดิบออกมา
เมนูเนื้อที่ค่อยๆ ปรุงในเตาฟืนเพื่อดึงรสอร่อยของวัตถุดิบออกมา

2. คาเฟ่ฮิโนเดะโชเต็นกลางทุ่งนา (เมืองอาซาฮิคาวะ)

คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาสมชื่อ ใช้เวลาขับรถประมาณ 20 นาทีจากใจกลางอาซาฮิคาวะ เมนูยอดนิยมคือจานแฮมเบิร์กชีสราดซอสเดมิกลาส ซึ่งจับคู่แฮมเบิร์กจากเนื้อวัวและเนื้อหมูบดกับชีสไร้สารเติมแต่ง
ยังมีแพนเค้กและเมนูที่ใช้ผลไม้ตามฤดูกาลให้เลือกด้วย ระยะทางกำลังเหมาะสำหรับการขับรถ จึงได้รับความนิยมทั้งในฐานะจุดพักระหว่างเที่ยวและจุดหมายสำหรับมื้อกลางวัน

จานแฮมเบิร์กชีสราดซอสเดมิกลาสที่รวมรสอร่อยของเนื้อและผักปริมาณมากไว้ในจานเดียว
จานแฮมเบิร์กชีสราดซอสเดมิกลาสที่รวมรสอร่อยของเนื้อและผักปริมาณมากไว้ในจานเดียว

3. ร้านยากิโทริเฉพาะทางกินเนโกะ (เมืองอาซาฮิคาวะ)

ร้านยากิโทริเก่าแก่ที่เปิดกิจการในปีโชวะที่ 25 (ค.ศ. 1950) และเป็นที่รักของคนท้องถิ่นมานานกว่า 70 ปี มีชื่อเสียงจากเมนู “ชินโกะยากิ” ซึ่งเป็นไก่ย่างชิ้นใหญ่ที่นำไก่อ่อนครึ่งตัวมาย่างทั้งชิ้น และเป็นอาหารขึ้นชื่อที่ชาวอาซาฮิคาวะคุ้นเคยมาตั้งแต่ไม่นานหลังสงคราม
ไก่อ่อนสดจะถูกย่างประมาณ 40 นาที โดยเลือกรสชาติได้ระหว่างซอสกับเกลือ ในยามค่ำคืนของอาซาฮิคาวะ ลองลิ้มรสอาหารจานใหญ่ในตรอกที่ยังคงบรรยากาศแบบดั้งเดิม

ชินโกะยากิ อาหารขึ้นชื่อของอาซาฮิคาวะที่ช่างย่างผู้ชำนาญค่อยๆ ย่างอย่างพิถีพิถัน
ชินโกะยากิ อาหารขึ้นชื่อของอาซาฮิคาวะที่ช่างย่างผู้ชำนาญค่อยๆ ย่างอย่างพิถีพิถัน

4. อาซาฮิคาวะราเม็งอาโอบะ สาขาหลัก (เมืองอาซาฮิคาวะ)

ร้านอาซาฮิคาวะราเม็งเก่าแก่ที่เริ่มต้นจากร้านแผงลอยในปีโชวะที่ 22 (ค.ศ. 1947) เมนูเด่นคือโชยุราเม็ง ซึ่งยังคงรักษากรรมวิธีดั้งเดิมที่เจ้าของรุ่นแรกคิดค้นไว้ตั้งแต่เปิดร้าน
น้ำซุปจากกระดูกหมูและโครงไก่ที่เคี่ยวนานตลอดวันจะผสมกับน้ำซุปจากสาหร่ายริชิริ ปลาโอแห้ง ปลาอาจิตากแห้ง และผัก ก่อนปรุงด้วยซอสโชยุ เมื่อซดพร้อมเส้นหยักขนาดกลางค่อนเล็ก จะได้สัมผัสทั้งรสชาติเข้มลึกและรสหลังรับประทานที่สดชื่นในราเม็งแบบอาซาฮิคาวะชามนี้

โชยุราเม็ง เมนูเด่นที่ยังคงรักษากรรมวิธีตั้งแต่ยุคก่อตั้งร้าน
โชยุราเม็ง เมนูเด่นที่ยังคงรักษากรรมวิธีตั้งแต่ยุคก่อตั้งร้าน

5. อุมิ ฮาจิเคียว สาขาหลัก (เมืองซัปโปโร)

อิซากายะอาหารทะเลในย่านซูซูกิโนะของซัปโปโร ซึ่งเสิร์ฟอาหารทะเลฮอกไกโดอย่างเต็มอิ่ม ภายในร้านมีบรรยากาศคึกคัก ตกแต่งด้วยธงประมงและอุปกรณ์จับปลา พร้อมเมนูอาหารทะเลจากทั่วฮอกไกโด เช่น ปลาฮอกเกะแท้จากราอุสผ่าตากแห้ง และปลาคิงกิต้มในน้ำร้อน
เมนูขึ้นชื่อคือ “ต้นตำรับทสึคโกะเมชิ” ซึ่งพนักงานจะตักไข่ปลาแซลมอนกองลงบนข้าวอย่างเต็มที่พร้อมเสียงตะโกนอันกระฉับกระเฉง ภาพไข่ปลาที่เพิ่มขึ้นจนแทบล้นชามก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อาหารเฉพาะร้านนี้ ร้านอยู่ใกล้สถานีซูซูกิโนะ จึงเหมาะสำหรับลิ้มลองอาหารทะเลอันอุดมสมบูรณ์ของฮอกไกโดเป็นมื้อเย็นหลังเที่ยวซัปโปโร

อาหารหลากหลายจานที่รวมรสชาติอันอุดมสมบูรณ์ของฮอกไกโด โดยเน้นวัตถุดิบจากทะเล
อาหารหลากหลายจานที่รวมรสชาติอันอุดมสมบูรณ์ของฮอกไกโด โดยเน้นวัตถุดิบจากทะเล

3 โรงแรมทำเลสะดวกสำหรับเที่ยวฮอกไกโดในฤดูใบไม้ร่วง

หากต้องการเที่ยวทั่วฮอกไกโดอันกว้างใหญ่ ควรเลือกฐานที่พักโดยคำนึงถึงแผนการเดินทางในวันถัดไปด้วย
ทั้งอาซาฮิคาวะซึ่งเดินทางต่อไปยังบิเอและไดเซ็ตสึซังได้สะดวก ที่พักในฟุราโนะซึ่งให้ความรู้สึกราวกับอาศัยอยู่จริง และโจซังเคซึ่งรวมการเที่ยวซัปโปโรเข้ากับออนเซ็น ต่างก็มีเสน่ห์คนละแบบ เลือกโรงแรมที่ช่วยให้เพลิดเพลินกับเวลาบนฮอกไกโดได้ต่อ แม้จะจบทริปขับรถหรือเดินเที่ยวในเมืองแล้ว

1. OMO7 อาซาฮิคาวะ บาย โฮชิโนะรีสอร์ต (เมืองอาซาฮิคาวะ)

โรงแรมที่เหมาะสำหรับใช้อาซาฮิคาวะเป็นฐาน แล้วผสมผสานการเที่ยวพื้นที่โดยรอบกับการเดินชมเมือง ห้องพักมีทั้งห้องมาตรฐานเรียบง่ายและห้องธีมสวนสัตว์อาซาฮิยามะ เช่น “ห้องเพนกวิน” และ “ห้องหมีขั้วโลก”
อีกหนึ่งจุดเด่นคือพื้นที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับคนท้องถิ่น ภายในมี “แผนที่ย่านใกล้เคียง” ซึ่งแนะนำสถานที่รอบโรงแรมที่พนักงานคัดเลือก และ “อุโมงค์หนังสือ” ที่ให้บรรยากาศเหมือนห้องใต้หลังคา แม้กลับถึงโรงแรมแล้วก็ยังสัมผัสวัฒนธรรมและเมืองอาซาฮิคาวะได้

ห้องหมีขั้วโลกแสนสนุกที่ตกแต่งด้วยลวดลายหมีขั้วโลกทั่วทั้งห้องพัก
ห้องหมีขั้วโลกแสนสนุกที่ตกแต่งด้วยลวดลายหมีขั้วโลกทั่วทั้งห้องพัก

2. อิชิเท ฟุราโนะ (เมืองฟุราโนะ)

ที่พักขนาด 6 ห้องซึ่งใช้เมืองฟุราโนะที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เป็นฐาน ตั้งอยู่ห่างจากสถานี JR ฟุราโนะโดยใช้เวลาเดินประมาณ 1 นาที จุดเด่นคือแนวคิดที่ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้เข้าพัก “มาค้างคืน” แต่ให้ได้ “ใช้ชีวิต” ในฟุราโนะ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
ห้องพักในธีม “หิน” มีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ และสวนขนาดเล็ก ภายนอกอาคารใช้ไม้ซีดาร์จากฮอกไกโด ส่วนภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อิตาลีอย่างโดดเด่น เหมาะกับการปักหลักในฟุราโนะช่วงฤดูใบไม้ร่วงและเพลิดเพลินกับวันเวลาราวกับอาศัยอยู่ที่นี่

ห้องพักพร้อมห้องครัวและตู้เก็บไวน์สำหรับการเข้าพักราวกับใช้ชีวิตอยู่จริง
ห้องพักพร้อมห้องครัวและตู้เก็บไวน์สำหรับการเข้าพักราวกับใช้ชีวิตอยู่จริง

3. โจซังเคมันเซคาคุ โฮเทลมิลิโอเน (เมืองซัปโปโร)

โรงแรมรีสอร์ตในโจซังเคออนเซ็นที่รายล้อมด้วยความงามของหุบเขา อยู่ห่างจากใจกลางซัปโปโรประมาณ 30 กม. ด้วยความตั้งใจที่จะให้ความสำคัญกับฮอกไกโดซึ่งเป็นท้องถิ่นของตน พื้นที่พักผ่อนจึงใช้วัสดุก่อสร้างจากฮอกไกโด เช่น หินซัปโปโรนันเซกิและไม้เบิร์ช
ห้องพักมีประเภทที่มาพร้อมอ่างชมวิว ให้แช่น้ำพร้อมมองทิวทัศน์โจซังเค ส่วนอาหารสามารถเลือกได้จากตัวเลือกอย่างบุฟเฟต์ ใช้เวลายามค่ำคืนในฤดูใบไม้ร่วงด้วยการชมหุบเขาและแช่ออนเซ็นอย่างผ่อนคลาย

ความงามของหุบเขาอันเป็นเอกลักษณ์ของโจซังเค ซึ่งรายล้อมด้วยแมกไม้เขียวชอุ่ม ลำธาร และภูเขา
ความงามของหุบเขาอันเป็นเอกลักษณ์ของโจซังเค ซึ่งรายล้อมด้วยแมกไม้เขียวชอุ่ม ลำธาร และภูเขา

เส้นทางตัวอย่างเที่ยวฮอกไกโดฤดูใบไม้ร่วง ชมใบไม้เปลี่ยนสี ขับรถชมวิว และแช่ออนเซ็น

เส้นทางตัวอย่าง 2 วัน 1 คืน ซึ่งรวมการขับรถแบบฮอกไกโด ทิวทัศน์เนินเขาของบิเอและฟุราโนะ และใบไม้เปลี่ยนสีบนไดเซ็ตสึซังไว้ด้วยกัน
วันแรกเช่ารถจากสนามบินนิวชิโตเสะแล้วขับขึ้นเหนือ ผ่านฟุราโนะและบิเอก่อนมุ่งสู่อาซาฮิคาวะ วันที่ 2 เดินทางจากภูเขาอาซาฮิดาเกะต่อไปยังโซอุนเคียว แล้วเดินทางกลับจากสนามบินอาซาฮิคาวะ หากเลือกแผนเช่ารถที่คืนรถต่างสนามบินได้ ก็จะช่วยลดเวลาเดินทาง
เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่ขับผ่านผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ พร้อมตามชมทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงของฮอกไกโดซึ่งค่อยๆ เปลี่ยนจากที่ราบสู่พื้นที่ภูเขา

วันที่ 1
เช่ารถที่สนามบินนิวชิโตเสะ→รับประทานมื้อกลางวันที่ฟุราโนะ→ขับรถบนถนนโรลเลอร์โคสเตอร์→บ่อน้ำสีฟ้าชิโรงาเนะ→น้ำตกชิราฮิเงะ→ชมทิวทัศน์เนินเขาอันเป็นเอกลักษณ์ของบิเอบนถนนแพตช์เวิร์ก→พักที่ “OMO7 อาซาฮิคาวะ บาย โฮชิโนะรีสอร์ต”
วันที่ 2
“OMO7 อาซาฮิคาวะ บาย โฮชิโนะรีสอร์ต”→เพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีที่มาเร็วกว่าพื้นที่อื่นบนกระเช้าลอยฟ้าภูเขาอาซาฮิดาเกะ→เดินเที่ยวหุบเขาโซอุนเคียว→แช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับที่โซอุนเคียวออนเซ็น→คืนรถเช่าที่สนามบินอาซาฮิคาวะ

อุณหภูมิเฉลี่ยในฮอกไกโดช่วงฤดูใบไม้ร่วง (อาซาฮิคาวะ)

ฤดูกาลในฮอกไกโดเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยอุณหภูมิจะลดลงอย่างมากตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน
อุณหภูมิเฉลี่ยของอาซาฮิคาวะอยู่ที่ 16.4°C ในเดือนกันยายน 9.4°C ในเดือนตุลาคม และ 2.3°C ในเดือนพฤศจิกายน
เดือนกันยายนเหมาะแก่การท่องเที่ยวกลางแจ้ง เช่น ขับรถหรือเดินชมสวน แต่เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม อากาศช่วงเช้าและกลางคืนจะหนาวขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนเดือนพฤศจิกายนจะมีวันที่สัมผัสได้ถึงการมาเยือนของฤดูหนาวอย่างเต็มตัวมากขึ้น

เดือน กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน
อุณหภูมิ 16.4°C 9.4°C 2.3°C

เคล็ดลับการแต่งกายให้เที่ยวฮอกไกโดฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างสบาย

การเที่ยวฮอกไกโดในฤดูใบไม้ร่วงควรเน้นแต่งตัวหลายชั้น เพื่อปรับให้เข้ากับความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันกับช่วงเช้าและกลางคืน
เดือนกันยายนควรจับคู่เสื้อแขนยาวกับแจ็กเก็ตบาง ส่วนตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ควรเตรียมเสื้อสเวตเตอร์ เสื้อฟลีซ และเสื้อคลุมที่กันลมและกันหนาวได้
พื้นที่ภูเขาอย่างภูเขาอาซาฮิดาเกะและโซอุนเคียวมีอุณหภูมิต่ำกว่าที่ราบ จึงไม่ควรสวมเพียงเสื้อผ้าแบบเดียวกับเวลาเที่ยวในเมือง เพิ่มอุปกรณ์กันหนาวอย่างถุงมือและผ้าพันคอ แล้วเลือกเสื้อผ้าที่ปรับรับอุณหภูมิได้ง่ายตั้งแต่การขับรถไปจนถึงการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวฮอกไกโดในฤดูใบไม้ร่วง

Q

ใบไม้เปลี่ยนสีในฮอกไกโดสวยที่สุดเมื่อใด?

A

ใบไม้เปลี่ยนสีในฮอกไกโดจะเริ่มที่เทือกเขาไดเซ็ตสึซังตั้งแต่ประมาณกลางเดือนกันยายน และช่วงที่สวยที่สุดจะค่อยๆ เลื่อนไปยังตอนกลางและตอนใต้ของฮอกไกโดในเดือนตุลาคม เนื่องจากช่วงเวลาแตกต่างกันมากตามพื้นที่และระดับความสูง จึงควรตรวจสอบช่วงที่สวยที่สุดของพื้นที่ที่จะเดินทางไป

Q

เที่ยวฮอกไกโดในฤดูใบไม้ร่วงจำเป็นต้องเช่ารถหรือไม่?

A

หากเที่ยวเฉพาะในเมืองอย่างซัปโปโรหรืออาซาฮิคาวะก็สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้ แต่ถ้าต้องการแวะหลายจุดในพื้นที่บิเอ ฟุราโนะ หรือไดเซ็ตสึซัง การเช่ารถจะสะดวกกว่า และยังได้เพลิดเพลินกับการขับรถแบบฮอกไกโดระหว่างเดินทางด้วย

Q

ฤดูใบไม้ร่วงในฮอกไกโดมีอาหารอะไรให้ลิ้มลอง?

A

มีทั้งผักฤดูใบไม้ร่วงอย่างมันฝรั่ง ฟักทอง และเห็ด รวมถึงอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซัมมะ และหอยเชลล์ ซัปโปโรและอาซาฮิคาวะยังจัดเทศกาลอาหารขนาดใหญ่ในฤดูใบไม้ร่วง หากกำหนดการเดินทางตรงกับช่วงจัดงาน ก็สามารถลิ้มลองรสชาติจากหลายพื้นที่ได้ในคราวเดียว

Q

ฮอกไกโดมีหิมะตกในฤดูใบไม้ร่วงหรือไม่?

A

พื้นที่สูงอย่างเทือกเขาไดเซ็ตสึซังอาจมีหิมะตกเร็วกว่าที่ราบ เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน พื้นที่ราบจะมีอากาศหนาวจัดขึ้น และอาจมีหิมะตกตามสภาพอากาศ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไปพื้นที่ภูเขา ควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพถนนก่อนออกเดินทางไม่นาน

บทสรุป

ฤดูใบไม้ร่วงในฮอกไกโดเป็นช่วงเวลาที่สามารถผสมผสานการเดินทางได้หลากหลาย ตั้งแต่ขับรถผ่านเนินเขาของบิเอและฟุราโนะ ชมใบไม้เปลี่ยนสีบนไดเซ็ตสึซัง ลิ้มลองอาหารฮอกไกโดในซัปโปโรและอาซาฮิคาวะ ไปจนถึงแช่ออนเซ็นที่โจซังเค
ทิวทัศน์และอุณหภูมิจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและพื้นที่ที่เดินทาง เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจุดหมายจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก ออกเที่ยวฮอกไกโดในแบบเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง พร้อมชมทะเลสาบสีฟ้าและภูเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันกัน