Official

วัด Bannaji

ดื่มด่ำทัศนียภาพอันงดงามของวัดเก่าแก่และสิ่งก่อสร้างทรงคุณค่าที่ได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติ

3.58

วัด (สมบัติของชาติ)

ประวัติของวัด Bannaji ย้อนกลับไปได้ 7 รุ่นก่อนที่ Takauji Ashikaga จะก่อตั้งรัฐบาลโชกุนมุโรมาจิ โดยเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1196 เมื่อ Yoshikane Ashikaga ได้สร้างหอพระส่วนตัวขึ้นในบริเวณบ้านของตนเองเพื่อสักการะองค์พระไวโรจนพุทธะ หลังจากนั้น Yoshiuji Ashikaga ผู้เป็นบุตรก็ได้สร้างเขตวัดขึ้นจนกลายเป็นวัดประจำตระกูล Ashikaga

เนื่องจากเดิมทีเป็นบ้านของตระกูล Ashikaga จึงมีลักษณะพิเศษอยู่ที่ภาพลักษณ์แบบคฤหาสน์นักรบในช่วงปลายสมัยเฮย์อันซึ่งยังปรากฏอยู่อย่างชัดเจน บริเวณวัดเป็นรูปกึ่งสี่เหลี่ยมครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 40,000 ตารางเมตร โดยยังคงหลงเหลือประตูทางทิศตะวันตกรวมถึงคันดินและคูน้ำที่สร้างไว้โดยรอบมาจนถึงปัจจุบัน ที่นี่ได้รับการกำหนดให้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของชาติในปีไทโชที่ 11 (ค.ศ. 1922) และเนื่องจากเป็นวัดที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับความเป็นปราสาท จึงได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน "ปราสาทเลื่องชื่อ 100 แห่งของญี่ปุ่น" ด้วยเช่นเดียวกัน

สะพาน Taikobashi สร้างไว้ทอดข้ามคูน้ำของประตูทางเข้าหลัก ส่วนด้านหลังนั้นคือประตู Romon (Sanmon)
สะพาน Taikobashi สร้างไว้ทอดข้ามคูน้ำของประตูทางเข้าหลัก ส่วนด้านหลังนั้นคือประตู Romon (Sanmon)

วิหารหลักที่สร้างขึ้นโดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีนที่เรียกว่า "Zenshuyo" นั้นได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติ นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างทรงคุณค่าอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหอระฆังและวิหาร Issaikyodo ที่ได้รับการกำหนดให้เป็นทรัพย์สินสำคัญทางวัฒนธรรมของชาติ เป็นต้น ซึ่งขอแนะนำให้ค่อยๆ เดินชมไปอย่างไม่ต้องเร่งรีบ สำหรับเจดีย์ Tahoto ที่ได้รับการกำหนดให้เป็นทรัพย์สินสำคัญทางวัฒนธรรมของจังหวัดนั้นเป็นอาคารที่มีรูปแบบเฉพาะตัวซึ่งประกอบด้วยชั้นล่างรูปสี่เหลี่ยมกับชั้นบนรูปวงกลม และสะพาน Taikobashi ซึ่งเป็นสะพานแบบมีหลังคาเพียงแห่งเดียวในจังหวัดนั้นก็มีงานแกะสลักอันเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ประณีตงดงาม

วิหารหลักสร้างขึ้นในสมัยคามาคุระ (ค.ศ. 1185-1333) และได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติในปี 2013
วิหารหลักสร้างขึ้นในสมัยคามาคุระ (ค.ศ. 1185-1333) และได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติในปี 2013

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชมได้แก่ทัศนียภาพอันงดงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล โดยภายในบริเวณโดยรอบมีการปลูกต้นซากุระเอาไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีการเปิดไฟไลท์อัพในช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่ (กำหนดช่วงเวลาเปิดไฟตามสภาพการบานของดอกไม้) ส่วนของดีในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนั้นได้แก่ต้นแปะก๊วยขนาดใหญ่หน้าวิหารหลัก ซึ่งมีเส้นรอบวงลำต้นประมาณ 10 เมตร สูงประมาณ 30 เมตร และมีอายุประมาณ 650 ปี โดยช่วงที่น่าชมจะอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เมื่อใบไม้สีเหลืองอร่ามจำนวนนับไม่ถ้วนเนรมิตต้นไม้นี้ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำวัดที่ดึงดูดผู้มาเยือนเป็นจำนวนมาก

แปะก๊วยต้นใหญ่หลังเจดีย์ Tahoto ซึ่งมีสีสันตัดกันกับใบไม้เปลี่ยนสีโดยรอบอย่างงดงาม
แปะก๊วยต้นใหญ่หลังเจดีย์ Tahoto ซึ่งมีสีสันตัดกันกับใบไม้เปลี่ยนสีโดยรอบอย่างงดงาม

และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าลองได้แก่ "ขนมจีบ Ashikaga" ซึ่งสามารถหารับประทานได้ที่ร้านน้ำชา Dainichi Chaya ภายในบริเวณวัด อันเป็นอาหารประจำท้องถิ่นแบบเรียบง่ายที่เหมาะแก่การผ่อนคลายให้ร่างกายอบอุ่นหลังจากดื่มด่ำประวัติศาสตร์อันยาวนานจากห้วงเวลาอันไกลโพ้น

"ขนมจีบ Ashikaga" ของขึ้นชื่อที่รับประทานพร้อมกับซอสราด
"ขนมจีบ Ashikaga" ของขึ้นชื่อที่รับประทานพร้อมกับซอสราด

Photos

  • สะพาน Taikobashi สร้างไว้ทอดข้ามคูน้ำของประตูทางเข้าหลัก ส่วนด้านหลังนั้นคือประตู Romon (Sanmon)
  • วิหารหลักสร้างขึ้นในสมัยคามาคุระ (ค.ศ. 1185-1333) และได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติในปี 2013
  • แปะก๊วยต้นใหญ่หลังเจดีย์ Tahoto ซึ่งมีสีสันตัดกันกับใบไม้เปลี่ยนสีโดยรอบอย่างงดงาม
  • "ขนมจีบ Ashikaga" ของขึ้นชื่อที่รับประทานพร้อมกับซอสราด

Reviews

  • 蘇文嘉

    鑁ㄓㄨㄥ阿寺已經有800多年歷史,主要祭拜的是大日如來佛,原來是作為足利家族的宅邸,現在已經被指定為國家歷史古蹟

ข้อมูลพื้นฐาน

ที่อยู่
2220 Ietomicho, Ashikaga City, Tochigi
หมายเลขโทรศัพท์
0284-41-2627
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
เดินเท้า 10 นาทีจากสถานี Ashikaga รถไฟ JR สาย Ryomo, เดินเท้า 10 นาทีจากสถานี Ashikagashi รถไฟสาย Tobu Isesaki
URL เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
URL เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ(ภาษาญี่ปุ่น)