ออกจากคุมาโมโตะมุ่งหน้าสู่อาโซะ เมื่อรถค่อย ๆ แล่นออกจากตัวเมือง ทัศนวิสัยก็ค่อย ๆ เปิดกว้าง ถนนบนภูเขาคดเคี้ยวไต่สูงขึ้นไป มองเห็นแนวเขาสลับขึ้นลงและทุ่งหญ้าสีเขียวสุดสายตา
เมื่อมาถึง “คุซะเซ็นริกาฮามะ” พอจอดรถเสร็จก็อดใจไม่ไหว รีบวิ่งไปยังทุ่งหญ้า ท้องฟ้าดูไกลและสูงมาก ทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา นักท่องเที่ยวดูเหมือนจุดเล็ก ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป หรือเหมือนลูกกลม ๆ ที่เรียงต่อกันเป็นสาย และตัวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ฟ้ากว้างใหญ่ ทุ่งกว้างไพศาล เมื่อลมพัดยอดหญ้าลู่ลงก็เห็นวัวและม้า “คุซะเซ็นริ” เป็นทุ่งหญ้าอันยิ่งใหญ่สมชื่อจริง ๆ ขณะเดินเล่นบนทุ่งหญ้า ลมที่พัดมาปะทะให้ความรู้สึกเย็นสบาย เมื่อยืนบนที่สูง ด้านหนึ่งมองไกลไปยังภูเขาไฟอาโซะ อีกด้านเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ จนอดทึ่งในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติไม่ได้ สีเขียวเข้มและอ่อน ทั้งเขียวแก่ เขียวอมเหลือง เขียวมรกต และเขียวสดนานาเฉดเปลี่ยนแปลงไปใต้แสงแดด สวยมาก!
เมื่อกลับมาที่ลานจอดรถก็ไม่ต้องรีบออกไป สามารถดื่มกาแฟสักแก้วที่ “โรงคั่วกาแฟคุซะเซ็นริ” เพื่อทำจิตใจให้สงบ หรือจะแวะชมร้านค้าที่อยู่ข้าง ๆ เติมของใส่สัมภาระให้เต็มก็ได้
คุซะเซ็นริกาฮามะ | รีวิวของ 周黛西
รีวิวอื่นๆ ของ 周黛西
-
โคเมะซึกะ
ภูเขาไฟทรงกรวยที่ตั้งอยู่เชิงเขาคิชิมะดาเกะ หนึ่งในภูเขาทั้งห้าของอาโสะซึ่งเป็นแกนหลักของภูเขาอาโสะ เป็นภูเขาขนาดเล็กสูงประมาณ 80 เมตร และเชื่อกันว่าเกิดจากการปะทุเมื่อประมาณ 3,300 ปีก่อน พื้นลาดเขาปกคลุมด้วยทุ่งหญ้า ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน ภูเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดสวยงาม ส่วนฤดูใบไม้ร่วงที่ลาดเขาส่องประกายเป็นสีทองทั่วทั้งผืน และฤดูหนาวที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะจนขาวโพลน ก็มีความงดงามแตกต่างกันไป
ระหว่างทางกลับ เรามองหาเนินเขาลูกหนึ่งท่ามกลางเนินมากมาย ซึ่งมีรูปร่างเหมือนชามคว่ำ เรียกว่า “โคเมะซึกะ” โคเมะซึกะมีรูปทรงกรวยกลมน่ารัก เขียวขจีไปทั้งลูก ดูคล้ายพุดดิ้งมัทฉะ และยังคล้ายกับ “ภูเขามัทฉะ” ของไต้หวันอีกด้วย
ไม่สามารถจอดรถริมทางได้ตามใจ จึงทำได้เพียงมองอยู่ไกล ๆ แต่รูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของมันได้ประทับลึกอยู่ในใจแล้ว -
-
ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น
ศูนย์ท่องเที่ยวและแลกเปลี่ยนกลางแจ้งบริเวณเชิงปราสาทคุมาโมโตะ ที่จำลองบรรยากาศเมืองหน้าปราสาทในสมัยเอโดะ ภายในมีร้านอาหารที่ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นของคุมาโมโตะ ร้านค้าที่พบกับสินค้าพิเศษประจำถิ่น และสถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของคุมาโมโตะอย่างสนุกสนาน
ก่อนขึ้นไปยังศาลเจ้าคาโตะ จะผ่านสถานที่คึกคักแห่งหนึ่ง นั่นคือซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น บริเวณนี้มีผู้คนสัญจรไปมาและคึกคักมาก มีร้านอาหารมากมายกระจายอยู่ทั่ว ทั้งร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังที่มีต้นกำเนิดในคุมาโมโตะและสาขาของร้านเก่าแก่ดั้งเดิม ทำให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองทั้งซาชิมิเนื้อม้าต้นตำรับ รากบัวสอดไส้มัสตาร์ด และของกินขึ้นชื่อในท้องถิ่นหลากหลายชนิดได้ในคราวเดียว หนึ่งในนั้นคือ “ไอศกรีมจินไดโกะ” จาก “お菓子の香梅” ร้านเก่าแก่ชื่อดังของคุมาโมโตะ เป็นซอฟต์ครีมที่นำของขึ้นชื่อท้องถิ่น “โฮมาเระโนะจินไดโกะ” มาผสมกับนมรสเข้มข้น เมื่อเห็นพนักงานหั่นจินไดโกะเป็นชิ้นเล็ก ๆ อย่างคล่องแคล่วแล้วใส่ลงในเครื่อง ไม่นานซอฟต์ครีมเย็น ๆ ที่กลิ่นนมหอมผสานกับถั่วแดงเนื้อเนียนและโมจินุ่มหนึบก็พร้อมเสิร์ฟ รสชาติหวานหอม ลื่นละมุน เหมาะมากสำหรับรับประทานในวันที่อากาศร้อนจัด
ตรงกลาง “โจไซเอ็น” มีเวทีกลางแจ้งที่มีหลังคาคลุม บางครั้งจะมีนักแสดงหลายคนแต่งกายเป็นซามูไรในนาม “ขุนพลต้อนรับแห่งปราสาทคุมาโมโตะ” เดินปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชน และถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง สิ่งที่น่าประทับใจคือ “สาวชาวเมือง” ผู้น่ารักคนหนึ่งพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว และพูดคุยอย่างถูกคอกับนักท่องเที่ยวที่มาจากไต้หวันเช่นกัน นอกจากนี้ ที่ “พิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตะ วาคุวาคุซะ” นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจประวัติศาสตร์ปราสาทคุมาโมโตะผ่านการเดินทางด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงและประสบการณ์ฉายภาพโปรเจกชันแมปปิง รวมทั้งร่วมกิจกรรมสัมผัสชีวิตประจำวันในสมัยเอโดะ วิถีชีวิตของชนชั้นสูง และค้นหาความลับในการสร้างปราสาทคุมาโมโตะ เป็นต้น
ซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็นให้ความรู้สึกมหัศจรรย์ที่อดีตกับปัจจุบันมาบรรจบกัน ทั้งยังมีบรรยากาศย้อนยุคเหมือนได้เดินทางข้ามกาลเวลา เหมาะมากสำหรับพาครอบครัวทุกวัยมาร่วมสัมผัสความคึกคัก -
-
สวนซุยเซ็นจิ โจจูเอ็น
สวนภูมิทัศน์แบบเดินชมรอบที่ใช้น้ำผุดธรรมชาติเป็นองค์ประกอบ มีที่มาจากการที่ทาดาโทชิ เจ้าแคว้นรุ่นแรกแห่งตระกูลโฮโซกาวะ สร้างโรงน้ำชาขึ้น ณ บริเวณนี้ซึ่งมีน้ำใต้ดินจากภูเขาอะโซะผุดขึ้นมา ต่อมามีการจัดสร้างสวนครั้งใหญ่โดยสึนะโทชิ เจ้าแคว้นรุ่นที่ 3 และได้ชื่อว่า “โจจูเอ็น” จากบทกวีของเถาหยวนหมิง
ยามเช้าที่อากาศแจ่มใส ออกเดินทางไปยัง “สวนซุยเซ็นจิ โจจูเอ็น” โจจูเอ็นไม่เพียงเป็นสวนญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 400 ปี แต่ยังเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงามสำคัญของญี่ปุ่น และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนคุมาโมโตะ
เมื่อเข้าสวน สิ่งแรกที่เห็นคือสระน้ำผุดตรงกลางและ “เนินจำลองภูเขาไฟฟูจิ” สระน้ำผุดมีพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร เกิดจากน้ำใต้ดินของภูเขาอะโซะที่ผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย การได้มองปลาคาร์ปหลากสีตัวโตแหวกว่ายอย่างสบายในสระน้ำสีเขียวมรกตทำให้รู้สึกผ่อนคลาย รอบสระปลูกทั้งต้นซากุระ ต้นสน ต้นบ๊วย⋯⋯ และอื่น ๆ แต่ละฤดูกาลคงมีทิวทัศน์แตกต่างกันออกไป “เนินจำลองภูเขาไฟฟูจิ” กับผิวน้ำระยิบระยับช่วยขับความงามซึ่งกันและกัน คุ้มค่าแก่การมาเยือน
ว่ากันว่าสวนแบบเดินชมรอบแห่งนี้ตั้งชื่อตามวรรคหนึ่งว่า “園日涉以成趣” จากบทกวี《歸去來兮》ของเถาหยวนหมิง กวีสมัยจิ้นตะวันออก ทำให้ยิ่งสังเกตเห็นศิลาจารึกบทไฮกุของนัตสึเมะ โซเซกิ นักประพันธ์เอกชาวญี่ปุ่น เดินจากทางเข้าจนครบรอบสวนก็เก็บศิลาจารึกบทไฮกุได้ครบทั้งสามแห่ง รอวันหน้าเมื่อความทรงจำตกผลึกแล้วค่อย ๆ ลิ้มรสอย่างละเอียด -
















