
ข้อมูลพื้นฐาน มารยาท และวิธีกินที่ควรรู้ก่อนทานเท็มปุระ
ถ้าพูดถึงอาหารญี่ปุ่นที่หลายคนนึกอยากลองเมื่อไปเยือนญี่ปุ่น “เท็มปุระ” มักเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ ในฐานะเมนูเด่นของวะโชกุ อาหารจานนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ
บทความนี้จะค่อย ๆ พาไปรู้จักตั้งแต่ที่มาของคำและประวัติความเป็นมาของเท็มปุระ ไปจนถึงลักษณะของอาหารจานนี้
รวมถึงวิธีทำเท็มปุระและมารยาทในการรับประทานด้วย
หากอ่านจนจบ คุณจะไม่เพียงเข้าใจมารยาทในการกินเท็มปุระให้อร่อยเท่านั้น แต่ยังน่าจะได้รู้จักอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย
เท็มปุระคืออะไร
สำหรับคนที่สนใจอาหารญี่ปุ่น เท็มปุระก็คืออาหารที่นำวัตถุดิบอย่างอาหารทะเล เนื้อสัตว์ หรือผัก มาชุบแป้งทอดที่ทำจากแป้งสาลีและไข่เป็นหลัก แล้วทอดในน้ำมันร้อนจัด
จุดเด่นคือแป้งด้านนอกกรอบเบา ห่อหุ้มวัตถุดิบด้านในที่ยังชุ่มฉ่ำ ทำให้ได้ลิ้มรสกลิ่นหอมและความอร่อยตามธรรมชาติของวัตถุดิบ
ในแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นมีเท็มปุระหลากหลายชนิด และโดยทั่วไปมักเรียกตามชื่อวัตถุดิบ เช่น “เท็มปุระ○○”
อีกอย่างหนึ่ง ในบริบทนี้คำว่า “วัตถุดิบ” มักเรียกกันว่าไส้หรือของทอด
ในบรรดาวัตถุดิบยอดนิยม อาหารทะเลที่พบได้บ่อยคือกุ้ง ปลาไวต์ติง และปลาหมึก ส่วนผักที่นิยมคือฟักทอง มันหวาน และมะเขือม่วง ขณะที่วัตถุดิบอื่น ๆ ที่คุ้นเคยก็มีเนื้อไก่และเห็ดชิตาเกะ
เท็มปุระเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกันมาก และเป็นเมนูที่คนทุกวัยตั้งแต่เด็กจนผู้ใหญ่ชื่นชอบ
ในระดับโลกก็เป็นที่รู้จักในชื่อ “Tempura” และได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติในฐานะอาหารญี่ปุ่นชื่อดังพอ ๆ กับซูชิ

เหตุผลที่เท็มปุระมักเสิร์ฟพร้อมซอสเท็มปุระและหัวไชเท้าขูด
เมื่อสั่งเท็มปุระในร้านอาหาร มักจะเสิร์ฟพร้อมซอสเท็มปุระและหัวไชเท้าขูดอยู่บ่อยครั้ง
เหตุผลมีหลายด้าน แต่เหตุผลสำคัญคือช่วยลดผลของน้ำมันที่ออกซิไดซ์ และทำให้ทานแล้วไม่แน่นอกหรือเลี่ยนเกินไป
ต่างจากปัจจุบัน ในอดีตน้ำมันมีคุณภาพไม่ดีนักและน้ำมันคุณภาพดีก็มีราคาแพง อีกทั้งเทคนิคการปรุงอาหารยังไม่พัฒนาเท่าทุกวันนี้ อาหารทอดจึงย่อยยากและทำให้แน่นท้องได้ง่าย
นอกจากนี้ ซอสเท็มปุระยังช่วยขับรสชาติของตัวทอด ส่วนหัวไชเท้าขูดก็มีบทบาทช่วยย่อยอาหาร
หัวไชเท้าขูดยังมีวิตามินซีสูง จึงช่วยให้รับประทานได้อย่างสดชื่นสบายปากอีกด้วย
เท็มปุระเข้ากันได้ดีกับซอสเท็มปุระและหัวไชเท้าขูดอยู่แล้ว ทั้งอร่อยและทานได้อย่างสมดุล จึงแนะนำให้ลองทานคู่กัน

ความแตกต่างระหว่างเถียนปู้ล่าและเท็มปุระ
เมื่อพูดถึงเท็มปุระ ชาวไต้หวันหลายคนอาจนึกถึง “เถียนปู้ล่า” ก็ได้
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น “เท็มปุระ” และ “เถียนปู้ล่า” เป็นอาหารคนละชนิดกันโดยสิ้นเชิง จึงควรระวังไม่ให้สับสน
สำหรับผู้อ่านที่ไม่ใช่ชาวไต้หวัน อธิบายง่าย ๆ ได้ว่า “เถียนปู้ล่า” เป็นอาหารไต้หวันประเภทหนึ่งที่ใกล้เคียงกับโอเด้ง
เพราะชื่อออกเสียงคล้ายกับเท็มปุระ เวลาเดินทาง ชาวไต้หวันและชาวญี่ปุ่นจึงอาจนึกถึงอาหารคนละอย่าง
ทั้งนี้ “เถียนปู้ล่า” มีลักษณะใกล้เคียงกับซัตสึมะอาเกะของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นลูกชิ้นปลาบดขึ้นรูปแล้วนำไปทอด และมีจุดเด่นที่เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกว่า
“โชจินอาเงะ” อาหารเจแบบพุทธที่คล้ายเท็มปุระคืออะไร
สำหรับคนที่สนใจอาหารเจแบบญี่ปุ่น “โชจินอาเงะ (Shojin-age)” เป็นหนึ่งในอาหารโชจิน หรืออาหารที่ยึดตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา
แม้จะมีหน้าตาคล้ายเท็มปุระมาก และบางครั้งก็ใช้เรียกเท็มปุระผักธรรมดา แต่หากพูดอย่างเคร่งครัด วิธีปรุงและประวัติความเป็นมานั้นต่างกัน
ลักษณะสำคัญของ “โชจินอาเงะ” คือไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์เลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ปลา หรือเนย และยังหลีกเลี่ยงผักที่มีกลิ่นแรงหรือรสกระตุ้น เช่น กระเทียมและต้นหอม
ด้วยเหตุนี้ วัตถุดิบที่ใช้ได้จึงจำกัดอยู่ที่ผักและเห็ดจากพืชเท่านั้น เช่น มะเขือม่วง โกโบ เรนคอน หน่อไม้ มันหวาน และฟักทอง
นอกจากนี้ แป้งชุบทอดจะทำจากแป้งสาลีกับน้ำเย็นโดยไม่ใส่ไข่ และซอสที่ทานคู่กันก็มักใช้ดาชิจากสาหร่ายคอมบุเป็นหลักโดยไม่ใช้ส่วนผสมจากปลา ซึ่งนับเป็นอีกจุดที่ต่างจากเท็มปุระทั่วไป

ที่มาของคำว่าเท็มปุระ
ที่มาของคำว่าเท็มปุระมีหลายทฤษฎี ดังนั้นที่นี่จะขอยกเฉพาะทฤษฎีที่เป็นที่รู้จัก
ทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือมาจากคำในภาษาโปรตุเกสว่า “tempero” ซึ่งหมายถึงการปรุงอาหารหรือเครื่องปรุง
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีว่ามาจากคำภาษาโปรตุเกส “temporas” ซึ่งหมายถึงวันถือศีลอดตามฤดูกาลและอาหารที่รับประทานในช่วงนั้น คำภาษาสเปน “templo” ที่แปลว่าวัด หรือคำว่า “เท็มปิยุราริ” เป็นต้น
ในรูปคันจิมักเขียนว่า “เท็นปุระ” โดยที่มาของการเขียนนี้ก็มีหลายแนวคิดเช่นกัน เช่น เป็นคำที่นักวาดภาพอุกิโยะเอะ ซันโต เคียวเด็น คิดขึ้น หรือเป็นเพียงการยืมอักษรมาใช้ตามเสียง จึงยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน
อย่างไรก็ตาม แต่ละตัวอักษรมีการตีความว่า “เท็น” หมายถึงเท็นจิกุหรืออินเดีย “ฟุ” หมายถึงแป้งสาลี และ “ระ” หมายถึงแป้งบาง ๆ
ทุกทฤษฎีล้วนเป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาแต่โบราณ และเชื่อกันว่าการผสมผสานของแนวคิดเหล่านี้ทำให้ชื่อ “เท็มปุระ” ถือกำเนิดและแพร่หลาย

ประวัติของเท็มปุระ
กว่าจะมาเป็นเท็มปุระในแบบที่คุ้นเคยกันทุกวันนี้ อาหารจานนี้ก็ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาในหลายยุคสมัย
ปัจจุบันแม้จะมีภาพลักษณ์เป็นอาหารที่พบได้ในร้านระดับสูง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเมนูพื้นบ้านที่ทำกินกันในครัวเรือนทั่วไปและหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต จึงเป็นอาหารที่มีทั้งความพิเศษและความใกล้ตัวในจานเดียว
ต่อไปนี้คือที่มาของเท็มปุระ รวมถึงเส้นทางที่อาหารจานนี้เข้ามาและแพร่หลายในญี่ปุ่น
ต้นกำเนิดของเท็มปุระ
ต้นกำเนิดของเท็มปุระย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 16
เชื่อกันว่ามีรากมาจากอาหารนัมบังที่มิชชันนารีชาวโปรตุเกสนำเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น
อาหารนัมบังนี้คือการนำอาหารทะเลหรือผักมาห่อด้วยแป้งสาลีแล้วทอดในน้ำมัน
และในญี่ปุ่นเอง เกือบในช่วงเวลาเดียวกันก็ได้เกิด “นางาซากิเท็มปุระ” ซึ่งถือกำเนิดจากอาหารนัมบังเช่นกัน
“นางาซากิเท็มปุระ” ที่ถือเป็นต้นสายของเท็มปุระปัจจุบัน ไม่ได้ใช้น้ำผสมในแป้ง แต่ใช้แป้งสาลี ไข่ สาเก น้ำตาล และส่วนผสมอื่น ๆ ทำให้เป็นอาหารที่ได้ลิ้มรสทั้งตัววัตถุดิบและตัวแป้งไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ในสมัยนั้นน้ำมันยังเป็นของราคาแพงมาก คนทั่วไปจึงแทบไม่มีโอกาสได้กิน

เท็มปุระแพร่จากคันไซสู่เอโดะและกลายเป็นอาหารยอดนิยม
เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 17 เท็มปุระได้แพร่ไปยังภูมิภาคคันไซ และพัฒนากลายเป็น “สึเกะอาเงะ” ที่เน้นวัตถุดิบผักเป็นหลักและทอดด้วยน้ำมันพืช เช่น น้ำมันงา
เชื่อกันว่าเท็มปุระแพร่จากคันไซเข้าสู่เอโดะในช่วงกลางสมัยเอโดะ ระหว่างปี ค.ศ. 1603–1868
ชื่อ “เท็มปุระ” ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในหนังสือ “เรียวริโชกุโดกิ” เมื่อปี ค.ศ. 1669 และในหนังสือ “คะเซ็นโนะคุมิอิโตะ” ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1748 ก็มีการบันทึกวิธีทำที่ใกล้เคียงกับปัจจุบันมาก
ต่อมาเมื่อปริมาณการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ช่วงปลายสมัยเอโดะ เท็มปุระก็แพร่หลายในหมู่คนทั่วไปในฐานะฟาสต์ฟู้ดราคาย่อมเยาที่หาทานได้ง่าย
ในเวลานั้น รูปแบบหลักคือขายตามแผงลอย โดยเสิร์ฟเท็มปุระทอดใหม่เสียบไม้ไผ่ และนิยมจุ่มหัวไชเท้าขูดกับซอสเท็มปุระอย่างเต็มที่ก่อนรับประทาน
ด้วยเหตุนี้ เท็มปุระจึงกลายเป็นอาหารยอดนิยมเคียงคู่กับซูชิและโซบะ จนถูกยกให้เป็นหนึ่งใน “สามรสแห่งเอโดะ”

พัฒนาจากอาหารของคนทั่วไปสู่เมนูชั้นสูง
เท็มปุระซึ่งเดิมเป็นอาหารของคนทั่วไป ได้พัฒนาสู่ความเป็นอาหารชั้นสูงตั้งแต่ปลายยุคบาคุมัตสึจนถึงสมัยเมจิ ระหว่างปี ค.ศ. 1868–1912 เมื่อมีทั้งร้านเฉพาะทางและร้านอาหารแบบเรียวเทถือกำเนิดขึ้น
นอกจากจะมีช่างฝีมือที่พิถีพิถันเรื่องวัตถุดิบ น้ำมัน และแป้งแล้ว รูปแบบอย่าง “โอะซาชิกิเท็มปุระ” และ “เดจโจเท็มปุระ” ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
มีการกล่าวกันว่า จุดเริ่มต้นของเท็มปุระระดับสูงคือในปี ค.ศ. 1863 เมื่อช่างฝีมือชื่อ ฟุคุอิ เซ็มปุ นำอุปกรณ์ไปยังบ้านลูกค้าแล้วทอดเท็มปุระเสิร์ฟถึงที่

แพร่หลายทั่วประเทศและกลายเป็นอาหารที่ทำกินได้ในครัวเรือนทั่วไป
เท็มปุระซึ่งเคยเป็นอาหารตัวแทนของเอโดะ ได้แพร่หลายไปทั่วญี่ปุ่นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่คันโตในสมัยไทโช ระหว่างปี ค.ศ. 1912–1926
ผู้คนที่สูญเสียงานจากภัยพิบัติได้ย้ายจากเอโดะไปยังพื้นที่ต่าง ๆ และนำเท็มปุระไปเผยแพร่ด้วย
เมื่อช่างฝีมือจากภูมิภาคตะวันออกและตะวันตกได้แลกเปลี่ยนกัน ลักษณะเฉพาะของแต่ละท้องถิ่นจึงผสมผสานกันและทำให้อาหารจานนี้ยิ่งประณีตมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นสมัยโชวะ ระหว่างปี ค.ศ. 1926–1989 น้ำมันยังมีราคาแพง เท็มปุระจึงยังเป็น “ของอร่อยหรูหรา” ที่กินกันในโอกาสพิเศษ
หลังสงคราม เมื่อญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ค่อย ๆ ดีขึ้น เท็มปุระก็ได้รับความสนใจในฐานะอาหารทำง่ายที่ครัวเรือนทั่วไปสามารถกินได้ จนกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้

ความแตกต่างระหว่างเท็มปุระคันโตและคันไซ
เท็มปุระของคันโตและคันไซมีเอกลักษณ์ต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านวิธีทำและวิธีกิน
เชื่อกันว่าสาเหตุมาจากอิทธิพลของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการกินของแต่ละภูมิภาค ทำให้แพร่หลายกันคนละรูปแบบ
ในคันโต การที่อ่าวโตเกียวมีอาหารทะเลสดชุกชุมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เท็มปุระแพร่หลาย และในอดีตก็เคยเรียกเฉพาะของทอดจากปลาเท่านั้นว่าเท็มปุระ การใช้น้ำมันงาก็เพื่อช่วยลดกลิ่นคาวปลา
ขณะที่คันไซ เท็มปุระแพร่หลายในรูปแบบที่เน้นผักเป็นหลัก จึงมีการปรับวิธีทำเพื่อไม่ให้กลบรสชาติของวัตถุดิบ
อิทธิพลเหล่านี้ยังคงเห็นได้ชัดมาจนถึงปัจจุบัน และยังสะท้อนไปถึงเมนูที่ต่อยอดจากเท็มปุระ เช่น ข้าวหน้าเท็มปุระ โซบะเท็มปุระ และอุด้งเท็มปุระด้วย
สรุปลักษณะเด่นของแต่ละแบบไว้ในตารางด้านล่าง
| - | เท็มปุระแบบคันโต | เท็มปุระแบบคันไซ |
|---|---|---|
| วิธีทำ | ใส่ไข่ลงในแป้งชุบทอด แล้วทอดด้วยน้ำมันงา | ไม่ใส่ไข่ ใช้เพียงแป้งสาลีกับน้ำทำแป้งชุบทอด แล้วทอดด้วยน้ำมันพืช |
| ลักษณะแป้ง | ออกมาเป็นสีน้ำตาลทองเข้ม | ออกมาเป็นสีขาวนวล ดูไม่มันมาก |
| ประเภทวัตถุดิบ | เน้นอาหารทะเล เช่น กุ้งและปลาหมึก | เน้นผักเป็นหลัก |
| วิธีกิน | จิ้มซอสเท็มปุระหรือทานกับหัวไชเท้าขูด | นิยมชิมกับเกลือหลายชนิด เช่น เกลือมัทฉะ หรือเกลือกะหรี่ |
| ลักษณะรสชาติ | ได้ทั้งความหอมและสัมผัสกรุบกรอบ / รสเข้มและอิ่มท้อง | ได้รสธรรมชาติของวัตถุดิบ / ทานง่ายและไม่หนักท้อง |
เท็มปุระท้องถิ่น 5 แบบจากทั่วญี่ปุ่น
ทั่วญี่ปุ่นมีเท็มปุระท้องถิ่นหลากหลายแบบที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะของแต่ละพื้นที่
แต่ละแห่งไม่ได้ต่างกันแค่วิธีปรุง เพราะยังมีวิธีกินเฉพาะถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนานด้วย
ที่นี่ขอแนะนำเท็มปุระ 5 เมนูที่ทั้งหน้าตาสะดุดตาและมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์
หากคุณมีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งของญี่ปุ่น ก็อยากชวนให้ลองชิมเท็มปุระท้องถิ่นดูสักครั้ง
เพราะเป็นเมนูที่ไม่ค่อยพบได้ในที่อื่น จึงน่าจะมอบประสบการณ์ที่น่าสนใจและน่าจดจำให้คุณได้
【ฮอกไกโด】ราเม็งเท็มปุระ
“ราเม็งเท็มปุระ” เป็นอาหารท้องถิ่นที่ถือกำเนิดในอิวาไนกุง ทางตะวันตกของฮอกไกโด
เชื่อกันว่ามีจุดเริ่มต้นราวปี ค.ศ. 1940 เมื่อร้านโซบะแห่งหนึ่งทำขึ้นตามคำขอของลูกค้าประจำ
จุดเด่นที่สุดของราเม็งชนิดนี้คือ นอกจากเครื่องพื้นฐานอย่างต้นหอม เมนมะ และนารุโตะแล้ว ยังมีเท็มปุระกุ้งทอดใหม่วางหน้า 1–2 ตัว
เท็มปุระกุ้งกับราเม็งเข้ากันได้ดีกว่าที่คิด น้ำมันที่ซึมออกมาช่วยเพิ่มความเข้มข้นและให้รสอูมามิที่ไม่เหมือนใคร
ซุปที่นิยมมักเป็นแบบรสอ่อนอย่างเกลือหรือโชยุ โดยมีฐานจากกระดูกไก่หรือปลาโอแห้ง เพื่อให้สมดุลกับน้ำมันของของทอด
ปัจจุบันนอกจากบริเวณคาบสมุทรชะโกตันแล้ว ยังสามารถหาทานได้ในบางพื้นที่ของจังหวัดอาโอโมริด้วย
อีกลักษณะหนึ่งคือมักพบในร้านโซบะหรือร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไป มากกว่าร้านราเม็งโดยตรง

【ฟุกุชิมะ・นากาโนะ】มันจูทอดเท็มปุระ
“มันจูทอดเท็มปุระ” เป็นอาหารพื้นบ้านที่นิยมในภูมิภาคไอซุของจังหวัดฟุกุชิมะ จังหวัดนากาโนะ และบางพื้นที่ของโตเกียว
ตามชื่อเลย คือการนำมันจู ซึ่งมักเป็นไส้ถั่วแดงกวนเนียน มาชุบแป้งแล้วทอด โดยมีจุดเด่นที่ด้านนอกกรอบ ส่วนด้านในเหนียวนุ่ม
ด้วยขนาดที่ค่อนข้างเล็ก จึงเหมาะทั้งเป็นของว่าง อาหารรองท้อง หรือกับข้าว และรสหวานเค็มก็ชวนให้ติดใจ
จะทานเปล่า ๆ ก็ได้ หรือจะจิ้มเกลือและซอสเท็มปุระก็อร่อย จึงมีวิธีกินให้เลือกหลากหลายซึ่งเป็นอีกเสน่ห์หนึ่ง
แม้ชื่อจะคล้าย “อาเกะมันจู” แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละเมนูกันโดยสิ้นเชิง
ความต่างแบบง่าย ๆ ระหว่าง “มันจูทอดเท็มปุระ” กับ “อาเกะมันจู” คือมีการชุบแป้งทอดหรือไม่ ซึ่งทำให้ทั้งสัมผัสและรสชาติแตกต่างกัน
นอกจากพื้นที่ที่กล่าวมาแล้ว ยังพบได้ในจังหวัดกิฟุ ชิมาเนะ และพื้นที่อื่น ๆ ด้วย แต่แต่ละท้องถิ่นหรือแต่ละครอบครัวก็มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง

【โอซาก้า】เท็มปุระเบนิโชงะ
“เท็มปุระเบนิโชงะ” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าเบนิโชงะเท็น เป็นเมนูที่นิยมรับประทานในภูมิภาคคิงกิ โดยเฉพาะที่โอซาก้า
เป็นอาหารเรียบง่ายมาก เพียงนำเบนิโชงะหรือขิงดองสีแดงที่หั่นบางมาชุบแป้งแล้วทอด
เรียกได้ว่าเป็นโซลฟู้ดที่ได้รับความนิยมสูงมาก ถึงขั้นที่มักพบขายแน่นอนในโซนอาหารพร้อมทานของซูเปอร์มาร์เก็ตในคันไซ
ทำกินที่บ้านก็สะดวก และในร้านอิซากายะหลายแห่งก็มักมีเมนูนี้ให้เห็นด้วย
ท่ามกลางเท็มปุระที่มักออกโทนสีน้ำตาล สีแดงสดของเมนูนี้ก็ดูสะดุดตาและช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี
ความกรอบของแป้งทอดเข้ากันอย่างลงตัวกับรสเปรี้ยวของเบนิโชงะ และยังมีรสเผ็ดซ่านิด ๆ เป็นลูกเล่นที่ชวนติดใจ
อีกจุดเด่นคือความกรุบกรอบของเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมของน้ำบ๊วยดอง จึงเหมาะเป็นกับแกล้มอย่างมาก

【ไอจิ】ซุปมิโสะใส่เท็มปุระ
“ซุปมิโสะใส่เท็มปุระ” เป็นเมนูแปลกแต่คุ้นเคยที่นิยมกันในจังหวัดไอจิ นากาโนะ และมิเอะเป็นหลัก
ตามชื่อเลย คือการนำเท็มปุระที่เหลือจากวันก่อนมาใส่ในซุปมิโสะที่ทานเป็นอาหารเช้าในวันถัดไป
เมนูนี้ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมมอร์นิงที่แพร่หลายในไอจิและนาโกย่า และยังสะท้อนภูมิปัญญาการนำเท็มปุระเย็นกลับมาใช้ใหม่อีกด้วย
จุดเด่นสำคัญคือแป้งทอดจะดูดซึมน้ำซุปมิโสะ ทำให้ได้รสชาติและความหวานของผักในแบบเฉพาะตัว
วัตถุดิบที่ใส่ลงไปแตกต่างกันไปตามแต่ละครอบครัวและท้องถิ่น แต่เท็มปุระมันหวานและฟักทองเป็นแบบที่นิยม และเข้ากับมิโสะแดงกับน้ำมันได้อย่างดี
ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับอาหารพื้นเมืองนาโกย่าอย่างมิโสะนิโคมิอุด้ง คือแม้หน้าตาจะดูมีเอกลักษณ์แรง แต่รสชาติกลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
อย่างไรก็ตาม ต่างจากเมนูท้องถิ่นอื่น ๆ ตรงที่ด้านอาหารโฮมเมดมีความเด่นชัดกว่า จึงไม่ค่อยพบขายในร้านอาหารมากนัก

【โออิตะ】โทริเท็น
“โทริเท็น” ที่มีต้นกำเนิดในจังหวัดโออิตะ หากอธิบายสั้น ๆ ก็คือเท็มปุระไก่
โดยนำเนื้อสะโพกไก่หรืออกไก่มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ หมักรสด้วยโชยุและกระเทียม แล้วนำไปทอดด้วยแป้งเท็มปุระ
แม้หน้าตาจะคล้ายไก่ทอดคาราอาเกะ แต่โทริเท็นไม่ใช้แป้งมันฝรั่ง จึงมีน้ำมันน้อยและให้รสสัมผัสที่เบากว่า
แม้รสจะไม่จัดมาก แต่ยังชุ่มฉ่ำ อิ่มท้อง และมีสัมผัสนุ่มฟูชุ่มชื้น ซึ่งเป็นจุดที่ต่างจากคาราอาเกะ
นอกจากนี้ โทริเท็นมักเสิร์ฟพร้อมคาโบสึ มัสตาร์ดญี่ปุ่น หรือซอสเท็มปุระ ทำให้เปลี่ยนรสชาติระหว่างทานและอร่อยได้จนคำสุดท้าย
ในโออิตะ เมนูนี้แพร่หลายมากในชีวิตประจำวัน พบได้ตั้งแต่ร้านอาหาร อิซากายะ ไปจนถึงร้านกาแฟ และยังเป็นที่รู้จักในระดับประเทศด้วย
ดังนั้นแม้อยู่นอกโออิตะ ก็มีโอกาสพบและได้ลองชิมอยู่ไม่น้อย

อาหารญี่ปุ่นที่ต่อยอดมาจากเท็มปุระ
เท็มปุระเป็นอาหารที่เข้ากันได้ดีกับวัตถุดิบหลากหลาย และดัดแปลงต่อได้มากตามไอเดีย
ในญี่ปุ่นจึงมีเมนูยอดนิยมจำนวนไม่น้อยที่ต่อยอดมาจากเท็มปุระ
ที่นี่ขอแนะนำ 3 เมนูมาตรฐานที่คนญี่ปุ่นมักทานกันเป็นประจำในชีวิตประจำวัน
แต่ละเมนูมีความอร่อยต่างไปจากการทานเท็มปุระเดี่ยว ๆ และน่าจะช่วยให้คุณได้สนุกกับสัมผัสและรสชาติแบบใหม่
ต่างจากเท็มปุระท้องถิ่นที่อาจหายาก เมนูเหล่านี้พบได้ทั่วญี่ปุ่น จึงอยากชวนให้ลองทั้งเท็มปุระและอาหารเหล่านี้ไปพร้อมกัน
เท็นด้ง
“เท็นด้ง” คือหนึ่งในเมนูข้าวหน้าของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยวางเท็มปุระลงบนข้าวแล้วราดซอสสูตรพิเศษ
ชื่อเต็มคือ “เท็มปุระดงบุริ” และถ้าเสิร์ฟในกล่องซ้อนแบบจูบาโกะจะเรียกว่า “เท็นจู”
เป็นเมนูชวนเจริญอาหารที่เท็มปุระเข้ากับซอสหวานเค็มได้อย่างลงตัว
แม้จะไม่ได้กำหนดตายตัวว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไร แต่โดยทั่วไปมักใช้กุ้ง ปลาหมึก และผักอย่างฟักทอง มันหวาน หรือมะเขือม่วง
นอกจากนี้ ยังมีเมนูเฉพาะอย่าง “โจเท็นด้ง” หรือ “อะนาโกะเท็นด้ง” ในบางแบบด้วย ทำให้มีความหลากหลายมาก และเพียงเปลี่ยนหน้า ก็ได้รสชาติที่ต่างออกไป
แม้จะเชื่อกันว่าเป็นอาหารที่กำเนิดในญี่ปุ่น แต่ช่วงเวลาหรือที่มาที่แน่ชัดยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน
มีทฤษฎีว่าเกิดขึ้นในช่วงปลายสมัยเอโดะหรือสมัยเมจิ และร้านเท็มปุระในชินบาชิ อาซากุสะ และคันดะ ต่างก็ถูกยกให้เป็นร้านเก่าแก่ที่สุดตามแต่ละแนวคิด

เท็มมุสุ
“เท็มมุสุ” หนึ่งในอาหารสไตล์นาโกย่าที่มีต้นกำเนิดในจังหวัดมิเอะ เป็นข้าวปั้นที่ใช้เท็มปุระกุ้งชิ้นเล็กเป็นไส้
ทำโดยห่อกุ้งด้วยข้าวให้แน่น และมีจุดเด่นที่หน้าตาเป็นเอกลักษณ์เพราะหางกุ้งโผล่ออกมา
ความเด้งของกุ้ง กลิ่นและสัมผัสของตัวกุ้ง เข้ากันอย่างยอดเยี่ยมกับแป้งเท็มปุระนุ่มฟูและข้าวที่คลุกซอส จึงอร่อยมาก
ความต่างจากข้าวปั้นทั่วไปคือมักไม่โรยเกลือเพื่อดึงรสอูมามิออกมาให้เด่นยิ่งขึ้น และรูปทรงก็แตกต่างกันไปตามร้าน
ด้วยขนาดพอดีคำจนหยิบทานได้ด้วยปลายนิ้วหรือตะเกียบ จึงเหมาะมากเวลาหิวเล็ก ๆ ระหว่างทาง
อีกทั้งแม้เวลาจะผ่านไปหรือเย็นลงแล้ว ข้าวก็ยังไม่แห้งกระด้างง่าย จึงเป็นเมนูที่รสชาติไม่ตกแม้ทานเมื่อไรก็ยังอร่อย
สามารถหาซื้อได้ตามชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า และในบางพื้นที่ก็มีขายตามร้านสะดวกซื้อ จึงเป็นเมนูที่เหมาะทั้งซื้อฝากและเป็นของฝากจากการเดินทาง

โซบะเท็มปุระ・อุด้งเท็มปุระ
“โซบะเท็มปุระ” และ “อุด้งเท็มปุระ” คือเมนูที่ใส่เท็มปุระลงในชามโซบะน้ำหรืออุด้งน้ำตามลำดับ
ความตัดกันของสัมผัสระหว่างเส้นกับเท็มปุระนั้นลงตัวมาก และเมื่อรวมกับน้ำซุปโซบะหรือน้ำดาชิของอุด้ง ก็ยิ่งให้รสชาติที่ลุ่มลึกขึ้น
โดยเฉพาะโซบะที่มีกลิ่นหอมเฉพาะของแป้งบัควีต จะช่วยขับความหอมของเท็มปุระให้เด่นขึ้น ทำให้ความอร่อยเพิ่มขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ โซบะและอุด้งเป็นอาหารที่ค่อนข้างเรียบง่าย จึงช่วยปรับสมดุลความมันของเท็มปุระ ทำให้ทานได้เรื่อย ๆ โดยไม่เลี่ยน และยังลิ้มรสรสดั้งเดิมของวัตถุดิบได้เต็มที่
แม้วัตถุดิบจะมีหลากหลาย แต่ก็มีบางร้านที่เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ทำให้เมนูนี้มีเสน่ห์ตรงที่ได้ลิ้มรสของประจำฤดูด้วย


วิธีกินและมารยาทของเท็มปุระ
ถ้าอยากกินเท็มปุระให้อร่อยจริง ๆ เรื่องวิธีกินและมารยาทก็เป็นส่วนที่ไม่ควรมองข้าม
โดยเฉพาะเมื่อทานในร้านระดับสูงหรือที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ หากไม่รู้วิธีกินและมารยาท ก็อาจพลาดช่วงเวลาที่เท็มปุระอร่อยที่สุดหลังทอดเสร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังอาจถือว่าไม่สุภาพต่อเจ้าของร้านหรือเชฟได้ จึงควรระวังให้ดี
ที่นี่จะขอแนะนำมารยาทพื้นฐาน 3 ข้อที่ควรรู้เอาไว้
แม้ในร้านเชนหรือร้านอาหารครอบครัวอาจไม่จำเป็นต้องเคร่งมากนัก แต่ถ้าจำวิธีกินเหล่านี้ไว้ ก็จะช่วยให้คุณอร่อยกับเท็มปุระได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
เท็มปุระที่ทอดเสร็จใหม่ควรรีบทานทันที
สิ่งแรกที่อยากให้จำไว้คือ เท็มปุระอร่อยที่สุดตอนทอดเสร็จใหม่ เพราะจะได้สัมผัสความกรอบของแป้งอย่างเต็มที่
โดยทั่วไปในร้านระดับสูงมักเสิร์ฟทีละชิ้น ดังนั้นมารยาทคือควรเริ่มทานให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยมีเกณฑ์ประมาณภายใน 1 นาที
หากมัวแต่คุยหรือถ่ายรูปจนปล่อยเวลาให้ผ่านไป ก็ไม่เพียงพลาดจังหวะที่ควรทาน แต่ยังอาจถือว่าไม่ให้เกียรติผู้ปรุงอาหารด้วย
เมื่อรักษามารยาทได้ดี คุณก็จะยิ่งเพลิดเพลินกับเท็มปุระและบรรยากาศของมื้ออาหารได้มากขึ้น

เริ่มทานจากเท็มปุระรสอ่อนก่อน
หากสั่งเท็มปุระรวม ควรใส่ใจกับลำดับในการทานด้วย
โดยทั่วไป ในชุดรวม มักจัดวางของรสอ่อนอย่างกุ้ง ปลาไวต์ติง และผักไว้ด้านหน้า ส่วนของรสเข้มอย่างฟักทองหรือปลาไหลทะเลจะอยู่ด้านหลัง
นี่เป็นการจัดวางอย่างใส่ใจของร้าน เพราะหากเริ่มจากของรสอ่อนก่อน จะช่วยให้รับรู้รสชาติและกลิ่นของแต่ละชิ้นได้ชัดเจนและอร่อยยิ่งขึ้น
ดังนั้น การเริ่มหยิบตามใจชอบหรือทำให้การจัดวางเสียรูปจึงไม่ค่อยเหมาะนัก
แนะนำให้ทานเรียงจากด้านหน้าซ้ายไปตามลำดับอย่างเป็นธรรมชาติ
แม้จะสั่งแยกเป็นหลายชนิด ก็ควรเลือกเริ่มจากของรสอ่อนก่อนเช่นกัน

คีบแล้วแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำก่อนทาน
เท็มปุระมีทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ แต่หากชิ้นไหนใหญ่เกินกว่าจะทานหมดในคำเดียว โดยพื้นฐานแล้วควรใช้ตะเกียบแบ่งก่อนทาน
เหตุผลคือการเหลือเท็มปุระที่กัดค้างไว้บนจานดูไม่เรียบร้อยและอาจให้ความรู้สึกไม่ดี
การใช้ตะเกียบเสียบเท็มปุระถือว่าไม่สุภาพ จึงควรคีบขึ้นอย่างเบามือ
เวลาจิ้มซอสเท็มปุระ ควรยกถ้วยซอสขึ้นมาแล้วแตะเท็มปุระผ่านซอสเพียงเบา ๆ
การปล่อยให้น้ำซุปหยดจากปลายตะเกียบถือเป็นการเสียมารยาทแบบชัดเจน และถ้าจุ่มมากเกินไปก็จะทำให้รสดั้งเดิมของเท็มปุระหายไป
ส่วนถ้าใช้เกลือ จุดสำคัญคือหยิบเพียงเล็กน้อยด้วยนิ้วแล้วโรยให้ทั่วอย่างสม่ำเสมอ
อีกอย่างหนึ่ง การใช้มือรองใต้ของอาหารเวลาจะนำเข้าปาก หรือที่เรียกว่า “จานมือ” ก็เป็นพฤติกรรมที่หลายคนเข้าใจผิดว่าใช้ได้ แต่จริง ๆ แล้วไม่เหมาะเช่นกัน
สุดท้าย หากมีเศษที่ไม่ทาน เช่น หางกุ้งหรือก้านผัก ควรรวบรวมไว้อย่างเรียบร้อยที่มุมจาน วิธีนี้จะช่วยให้ดูเป็นผู้ที่เข้าใจมารยาทในการรับประทาน

วิธีทำเท็มปุระ
อีกหนึ่งเสน่ห์ของเท็มปุระคือสามารถทำได้ง่ายที่บ้าน
ที่นี่จะขอแนะนำสูตรพื้นฐานของเท็มปุระแบบคร่าว ๆ สำหรับ 2–4 ที่
ไม่ใช่แค่ไปทานที่ร้านเท่านั้น ลองทำด้วยตัวเองดูสักครั้งก็น่าสนุก
- 1. เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำอาหาร
-
【วัตถุดิบ】
・วัตถุดิบตามชอบ เช่น กุ้ง ปลาหมึก ฟักทอง
・น้ำ: ประมาณ 200 มล.
・แป้งสาลีอเนกประสงค์แบบเค้ก: ปริมาณพอเหมาะ
・ไข่: ไข่ตี 1/2 ฟอง
・น้ำมันสำหรับทอด เช่น น้ำมันพืชหรือน้ำมันงา: ปริมาณพอเหมาะ
・แป้งเท็มปุระ: ปริมาณพอเหมาะ
【อุปกรณ์】
・มีด เขียง
・ตะเกียบสำหรับทำอาหาร
・กระดาษครัว
・ถ้วยตวง
・ชามผสม
・หม้อทอด
・ถาดพักของทอด เป็นต้น - 2. เตรียมวัตถุดิบก่อนปรุง
-
ล้างวัตถุดิบด้วยน้ำแล้วซับให้แห้งด้วยกระดาษครัว
เคล็ดลับคืออาหารทะเลควรคลุกแป้งเท็มปุระบาง ๆ ส่วนเห็ดไม่ควรล้าง เพียงเช็ดเบา ๆ ก็พอ
ไม่จำเป็นต้องหมักรสล่วงหน้า - 3. ทำแป้งชุบทอด
-
ใส่ไข่ตีลงในน้ำเย็น จากนั้นจึงเติมแป้งสาลีที่ร่อนแล้ว
สิ่งสำคัญคืออย่าคนนานเกินไป แค่ให้ยังมีเม็ดแป้งหลงเหลือเล็กน้อยก็ใช้ได้ - 4. ทอดเท็มปุระ
-
ปรับไฟให้อุณหภูมิน้ำมันอยู่ที่ 170℃–180℃ และพยายามรักษาอุณหภูมิให้คงที่
ชุบวัตถุดิบด้วยแป้งให้ทั่ว แล้วทอดเป็นเวลาหลายนาที จากนั้นจึงยกขึ้นพักเมื่อได้ที่
หากทอดผักก่อนแล้วค่อยทอดอาหารทะเล จะช่วยให้ทอดออกมาสวยได้ง่ายกว่า - 5. เสร็จเรียบร้อย
- เพื่อไม่ให้ความกรอบของแป้งหายไป ควรวางเท็มปุระที่ทอดเสร็จแล้วให้มีระยะห่างกัน
“เท็มปุระ” ในฐานะคำแสลงเชิงลบ
โดยทั่วไป คำว่า “เท็มปุระ” ในแทบทุกกรณีหมายถึงอาหารที่แนะนำมาตลอดในบทความนี้
อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็ถูกใช้เป็นสำนวนเปรียบเทียบในความหมายว่า ภายนอกกับความจริงไม่ตรงกัน หรือมีแต่เปลือกนอกไร้แก่นสาร
แนวคิดนี้มาจากภาพของเท็มปุระที่ “ตัววัตถุดิบจริงถูกซ่อนอยู่ใต้แป้ง” หรือ “เมื่อห่อด้วยแป้งแล้วดูใหญ่กว่าความเป็นจริง ราวกับผ่านการตกแต่งให้ของปลอมดูมีค่า” เป็นต้น
จึงมักถูกใช้เป็นคำแสลงหรือศัพท์เฉพาะในหลายวงการในความหมายเชิงลบ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
- สัญญาเท็มปุระ: สัญญาปลอมที่ไม่มีตัวตนจริง หรือสัญญาที่ทำขึ้นโดยตั้งใจให้เป็นโมฆะ
- ป้ายทะเบียนเท็มปุระ: รถที่ใช้หมายเลขตัวถังกับป้ายทะเบียนไม่ตรงกัน ถือเป็นการกระทำผิด
- เท็มปุระในวงการอสังหาริมทรัพย์: สัญญาที่ทำโดยตั้งใจจะยกเลิกหรือถอนสัญญาในภายหลัง
- นักเรียนเท็มปุระ: การสวมเครื่องแบบปลอมเป็นนักเรียนทั้งที่ไม่มีสถานะนักเรียนจริง หรือผู้ที่เข้าไปนั่งเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต
- เท็มปุระในกอล์ฟ: การตีพลาดจนลูกลอยสูงแต่ไปได้ไม่ไกล ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่มักพบในผู้เริ่มต้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเท็มปุระ
Q
เท็มปุระใช้วัตถุดิบอะไรได้บ้าง?
มีการใช้วัตถุดิบหลากหลาย ตั้งแต่วัตถุดิบยอดนิยมอย่างกุ้ง ฟักทอง เห็ดชิตาเกะ และเนื้อไก่ ไปจนถึงแบบแปลกใหม่อย่างไข่หรือชีส
Q
งบประมาณสำหรับทานเท็มปุระอยู่ที่เท่าไร?
หากเป็นร้านอาหารระดับสูง ราคาทั่วไปจะอยู่ที่ 10,000 เยน–30,000 เยน ส่วนร้านเชนอาหารทั่วไปจะอยู่ที่ 1,000 เยน–2,000 เยน
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ คุณได้เห็นทั้งต้นกำเนิดและพัฒนาการของเท็มปุระ รวมถึงเท็มปุระท้องถิ่นจากทั่วญี่ปุ่นและมารยาทในการรับประทาน
ความน่าสนใจของเท็มปุระอยู่ตรงที่ แม้จะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน แต่ก็สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค และทำให้เห็นแง่มุมหนึ่งของวัฒนธรรมการกินอันหลากหลายของญี่ปุ่น
หากมีโอกาสไปญี่ปุ่น อย่าลืมลองอิ่มอร่อยกับเท็มปุระและเมนูต่าง ๆ ที่ทำจากเท็มปุระให้เต็มที่