
คู่มือท่องเที่ยวโนซาวะออนเซ็น แหล่งเที่ยวครบทั้งออนเซ็น อาหารอร่อย และกิจกรรมมากมาย
ถ้าอยากเดินเล่นในเมืองออนเซ็นบรรยากาศดีๆ จังหวัดนากาโนะก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น่าสนใจมาก เพราะมีแหล่งออนเซ็นมากกว่า 200 แห่ง มากเป็นอันดับ 2 รองจากฮอกไกโด
ในบรรดานั้น โนซาวะออนเซ็นซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในน้ำพุร้อนชั้นเยี่ยมของญี่ปุ่น
ถนนหนทางที่มีเสน่ห์และเรียงรายด้วยเรียวกังแบบดั้งเดิม ชวนให้ซึมซับเสน่ห์เฉพาะของเมืองออนเซ็น ทั้งการพูดคุยกับชาวบ้านและอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาฤดูหนาวให้สนุกกันอย่างคึกคัก
บทความนี้จะพาไปรู้จักจุดเด่นและวิธีเที่ยวโนซาวะออนเซ็นให้เพลิดเพลินเป็นหลัก
รวมถึงสรุปข้อมูลเกี่ยวกับบ่ออาบน้ำสาธารณะกลางแจ้งทั้ง 13 แห่ง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของที่นี่ พร้อมมารยาทในการแช่ออนเซ็นด้วย อ่านให้จบแล้วน่าจะช่วยวางแผนเที่ยวได้มากทีเดียว
โนซาวะออนเซ็นเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าเดินเข้ามาในหมู่บ้านโนซาวะออนเซ็น ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนากาโนะ ก็จะสัมผัสได้ทันทีถึงบรรยากาศของแหล่งออนเซ็นยอดนิยมแห่งนี้
ที่นี่เป็นสถานที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ชื่อหมู่บ้านมีคำว่า “ออนเซ็น” อยู่ด้วย และเจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณในฐานะแหล่งพักฟื้นด้วยน้ำพุร้อน (โทจิบะ)
มีประวัติยาวนาน โดยเชื่อกันว่าพระภิกษุเกียวกิ (Gyoki) ค้นพบในสมัยนาระ (ค.ศ. 710–794) และหลังจากยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ก็มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเยือน ※มีหลายทฤษฎี
ภายในเมืองมีโรงอาบน้ำสาธารณะฟรีถึง 13 แห่งที่ชาวชุมชนช่วยกันดูแลกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ สามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นธรรมชาติชนิดต่างๆ ที่มีคุณสมบัติและสรรพคุณแตกต่างกัน โดยน้ำแร่มีความเป็นด่างอ่อนๆ
อีกหนึ่งเสน่ห์คือการได้เห็นวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่อยู่ร่วมกับออนเซ็นอย่างกลมกลืน
พื้นที่รอบภูเขาเคนาชิยามะที่มีความสูง 1,650 เมตรก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ทำให้คึกคักตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์ ชมใบไม้เปลี่ยนสี หรือกีฬาฤดูหนาว เรียกได้ว่ามีที่เที่ยวให้เพลินไม่รู้จบ

การเดินทางไปโนซาวะออนเซ็น
ถ้าจะเริ่มวางแผนเดินทางไปโนซาวะออนเซ็น จุดตั้งต้นที่เข้าใจง่ายคือ “สถานีนากาโนะ” ซึ่งถือเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวในนากาโนะ
หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย แนะนำให้นั่งรถไฟ JR สายอิยามะไปลงที่สถานีอิยามะ เพราะค่าโดยสารถูกกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นทางอื่นๆ (เที่ยวเดียว 590 เยน)
อีกทั้งหากเดินทางด้วยชินคันเซ็น เส้นทางระหว่างสถานีอิยามะถึงสถานีโตเกียวเป็นแบบตรง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที จึงเหมาะกับการจัดทริปเที่ยวภูมิภาคคันโตต่อ และกลับประเทศจากสนามบินฮาเนดะได้ด้วย
- เส้นทาง
-
1. จาก “สถานีนากาโนะ” ขึ้น JR ชินคันเซ็นขบวนฮาคุทากะ และลงที่ “สถานีอิยามะ”
2. จาก “ทางออก Chikumagawa ของสถานีอิยามะ (ทางออกหลัก)” เดินไม่กี่นาทีไปยังป้ายรถบัสหมายเลข 4
3. ขึ้นรถ Nozawa Onsen Kotsu / Nozawa Onsen Liner จากป้าย “สถานีอิยามะ” ลงที่ “โนซาวะออนเซ็น” แล้วเดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็ถึง
※ชินคันเซ็นมีประมาณ 1 ขบวนต่อชั่วโมง
※Nozawa Onsen Liner มีประมาณ 1 ขบวนต่อ 1–2 ชั่วโมง - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของโนซาวะออนเซ็นคือช่วงไหน?
โนซาวะออนเซ็นเที่ยวได้สนุกทุกฤดู แต่ถ้าจะให้แนะนำเป็นพิเศษ หลายคนน่าจะถูกใจกับช่วงฤดูร้อนหรือฤดูหนาวมากเป็นพิเศษ
ช่วงฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม) โนซาวะออนเซ็นมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 22 องศา จึงเย็นสบายและได้รับความนิยมในฐานะแหล่งพักร้อน
ยังมีกิจกรรมอย่างเดินเขาและ SUP ให้สนุก เหมาะสำหรับคนที่อยากรีเฟรชตัวเองให้ห่างจากความวุ่นวายในเมือง
ส่วนฤดูหนาวก็สามารถเพลิดเพลินกับหิมะพาวเดอร์สดใหม่ได้เต็มที่ ถูกใจคนรักสกีและสโนว์บอร์ดแน่นอน
วิวหิมะที่มองจากออนเซ็นขณะผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าก็สวยงามเป็นพิเศษเช่นกัน

5 วิธีเที่ยวที่ควรลองเมื่อไปโนซาวะออนเซ็น
เสน่ห์ของโนซาวะออนเซ็นไม่ได้มีแค่ออนเซ็นอย่างเดียว แต่ยังมีทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และจุดแวะเที่ยวที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
ทั้งบรรยากาศเมืองออนเซ็น อาหารท้องถิ่น ไปจนถึงกิจกรรมต่างๆ ล้วนช่วยให้ทริปแน่นขึ้นแบบกำลังดี
ในที่นี้จะคัดมาแนะนำ 5 วิธีเที่ยวโนซาวะออนเซ็นแบบกระชับ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น
1. เสน่ห์ของการเที่ยวโนซาวะออนเซ็น “การตระเวนแช่ออนเซ็นนอกที่พัก”
สำหรับคนที่สนใจวัฒนธรรมออนเซ็นญี่ปุ่น “การตระเวนแช่ออนเซ็นนอกที่พัก” คือวิธีท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม โดยเดินทางไปแช่โรงอาบน้ำสาธารณะหลายแห่ง และถือเป็นเสน่ห์สำคัญของการเที่ยวออนเซ็น ※รายละเอียดของโรงอาบน้ำสาธารณะจะกล่าวถึงภายหลัง
โนซาวะออนเซ็นมีโรงอาบน้ำสาธารณะ 13 แห่ง แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และสรรพคุณต่างกัน สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมออนเซ็นเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสังคมและวิถีชีวิตในท้องถิ่น
หากได้พูดคุยกับชาวบ้านที่สืบทอดประเพณีนี้มาแต่โบราณ ก็อาจได้สัมผัสแก่นแท้ของโนซาวะออนเซ็นอย่างแท้จริง
อีกเสน่ห์หนึ่งคือการเดินเล่นในเมืองออนเซ็นที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศแบบดั้งเดิม พร้อมพบกับวิวสวยและอาคารเก่าแก่ระหว่างทาง

2. สนุกกับ “ชูอินเมกุริ” ควบคู่กับการเที่ยวและตระเวนแช่ออนเซ็น
“ชูอินเมกุริ” เป็นกิจกรรมสะสมตราประทับตามจุดท่องเที่ยวและสถานที่ประวัติศาสตร์ในพื้นที่ คล้ายกับการเล่นสแตมป์แรลลี่
ในโนซาวะออนเซ็นมีจุดประทับตราถึง 27 จุดกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้าน จึงเป็นอีกกิจกรรมที่สนุกควบคู่ไปกับการตระเวนแช่ออนเซ็นและเที่ยวชมเมือง
หากสะสมได้อย่างน้อย 10 จุด ยังมีของที่ระลึกเป็นผ้าเช็ดตัวออนเซ็นลายตัวอักษร “น้ำร้อน” ผลงานของศิลปินโอคาโมโตะ ทาโร (Okamoto Taro) ให้รับกลับด้วย
ตราที่สะสมไว้ยังมีคุณค่าในฐานะบันทึกการเดินทาง และน่าจะกลายเป็นความทรงจำดีๆ ของทริปนี้ได้
※ต้องซื้อสมุดสะสมตรา (462 เยน) ที่ร้านขายของฝากหรือศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวก่อน

3. เดินชิมอาหารท้องถิ่นในย่านออนเซ็น
ในย่านออนเซ็นมีร้านอาหารเรียงรายอยู่มากมาย เดินไปเรื่อยๆ ก็สนุกกับการชิมของขึ้นชื่อจากวัตถุดิบท้องถิ่นได้ด้วย
ของที่แนะนำเป็นพิเศษคือ “ผักโนซาวะ” ของขึ้นชื่อที่มีต้นกำเนิดจากโนซาวะออนเซ็น และนำมาทำเป็นผักดองด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิม
มีรสหวานอ่อนๆ และความชุ่มฉ่ำที่ดึงรสธรรมชาติออกมาได้ดี อีกทั้งรสชาติก็แตกต่างกันไปตามฤดูกาลและชนิดของผัก น่าลองไม่น้อย
นอกจากนี้ การนำไข่ที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าในย่านนั้นไปทำไข่ออนเซ็นแท้ๆ ก็เป็นอีกประสบการณ์ด้านอาหารที่มีเฉพาะในโนซาวะออนเซ็น
ยังมีอาหารอีกหลายแนวให้ลิ้มลอง ทั้งโซบะและไวน์ เป็นต้น

4. สนุกกับกีฬาฤดูหนาวที่สกีรีสอร์ตโนซาวะออนเซ็น
ถ้ามาเยือนที่นี่แล้วอยากหากิจกรรมแบบแอ็กทีฟ สกีรีสอร์ตโนซาวะออนเซ็นก็เป็นจุดยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด
เป็นสกีรีสอร์ตเก่าแก่ที่ครบรอบ 100 ปีในปี 2024 และมีขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศ
การเดินทางก็สะดวก จากหมู่บ้านออนเซ็นนั่งรถชัตเทิลบัสฟรีประมาณ 20 นาที
มีคอร์สหลากหลายให้สนุกกับหิมะธรรมชาติ 100% เหมาะตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงผู้เล่นระดับสูง
ระหว่างเล่นยังได้ชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และวิวจากลานสกีก็ยอดเยี่ยมมาก
หลังสนุกกับกีฬาฤดูหนาวแล้ว การไปผ่อนคลายในออนเซ็นต่อก็ถือเป็นแผนเที่ยวสุดคลาสสิก
ส่วนช่วงฤดูร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วง ลองขึ้น “กอนโดล่านางาซากะ” ที่มีกระจกใสรอบด้าน ให้ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนเดินเล่นกลางอากาศ

5. ดื่มด่ำธรรมชาติของโนซาวะออนเซ็น
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากย่านออนเซ็น แล้วออกไปซึมซับธรรมชาติของโนซาวะออนเซ็นอย่างเต็มที่ “ที่ราบสูงอุเอโนะไทระ” ซึ่งอยู่ห่างออกไปโดยรถยนต์ประมาณ 30 นาที ก็น่าสนใจมาก
ทั่วบริเวณแผ่กว้างอยู่บริเวณเชิงเขาเคนาชิยามะ และรายล้อมด้วยป่าบีชดึกดำบรรพ์อันสวยงามเป็นพิเศษ ทิวทัศน์ลึกลับน่าประทับใจนี้ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกตื่นตาตื่นใจได้ไม่ยาก
ไม่ว่าจะเป็นหิมะปลายฤดูใบไม้ผลิและการผลิใบเขียวอ่อน ความเขียวสดของฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือวิวหิมะของฤดูหนาว แต่ละฤดูล้วนงดงามมาก
ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น Uenotaira Picnic Garden และ Staka Lake Campground พร้อมกิจกรรมหลากหลาย ทั้งสกีทัวร์และการเก็บหน่อไม้ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อท้องถิ่น
นอกจากนี้ ที่ทะเลสาบโฮะคุริวโกะและแม่น้ำชิคุมะซึ่งอยู่ห่างออกไปโดยรถประมาณ 10 นาที ก็สามารถสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างล่องแก่ง ตกปลา และปั่นจักรยานได้เช่นกัน

โอกามะ จุดชมวิถีชีวิตที่มีเฉพาะโนซาวะออนเซ็น
ถ้าอยากเห็นภาพวิถีชีวิตที่ผูกกับออนเซ็นแบบใกล้ชิด “โอกามะ” ก็เป็นจุดที่ชวนให้แวะมองมากเป็นพิเศษ
ที่นี่เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำพุร้อนต้นทางของโนซาวะออนเซ็น ที่มีน้ำเดือดเกือบ 100 องศาพุ่งขึ้นมา
ประกอบด้วยแอ่งน้ำร้อน 5 แห่ง ได้แก่ โอกามะ มารุกามะ ยูเดกามะ ทาเคโนะชิกามะ และชิตะกามะ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติของประเทศด้วย
ชื่อของที่นี่มาจากอดีตที่เคยใช้แช่ป่านก่อนลอกเปลือกออก
บริเวณรอบๆ จะอบอวลด้วยกลิ่นกำมะถันและไอร้อนที่พวยพุ่ง ทำให้สัมผัสบรรยากาศแบบแหล่งออนเซ็นได้อย่างชัดเจน
ปัจจุบันชาวบ้านใกล้เคียงยังใช้งานอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งแช่เถาวัลย์อะเคบิซึ่งเป็นของขึ้นชื่อ รวมถึงต้มผักและไข่ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในฐานะ “ครัวของโนซาวะออนเซ็น”
แม้บุคคลทั่วไปจะไม่สามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้ แต่ภาพวิถีชีวิตเช่นนี้ก็หาได้ยากในระดับโลก และน่าจะคุ้มค่าแก่การชมสักครั้ง
หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมอาหารด้วย ลองซื้อไข่ออนเซ็นหรือซาซะดังโงะที่ปรุงด้วยน้ำร้อนจากโอกามะจากร้านบริเวณใกล้เคียงได้

13 โรงอาบน้ำสาธารณะที่ควรรู้ก่อนมาเยือนโนซาวะออนเซ็น
ถ้าอยากลองแช่ออนเซ็นหลายแห่งในทริปเดียว ส่วนนี้จะพาไปรู้จักคุณสมบัติของน้ำแร่และจุดเด่นของโรงอาบน้ำสาธารณะทั้ง 13 แห่งในย่านออนเซ็นทีละแห่ง
หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณหาโรงอาบน้ำที่ชอบได้ง่ายขึ้น
หากลองสังเกตลักษณะภายนอกและรูปแบบอาคารที่แตกต่างกันของแต่ละแห่ง ก็จะยิ่งเที่ยวได้สนุกขึ้นอีก
ทั้งนี้ โรงอาบน้ำแต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกันมาก เดินจากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น และหากใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง ก็สามารถชมภายนอกครบทุกแห่งได้ภายในการเที่ยวครั้งเดียว
1. โอยุ
“โอยุ” ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านออนเซ็น เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของโนซาวะออนเซ็น
อาคารโรงอาบน้ำไม้ที่ยังคงบรรยากาศแบบยุคเอโดะไว้สะดุดตา และรูปลักษณ์ภายนอกที่สง่างามก็เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบดั้งเดิม
อ่างอาบน้ำแบบเปิดโล่งแบ่งเป็น “น้ำร้อนจัด” และ “น้ำอุ่น” แต่เนื่องจากน้ำพุร้อนต้นทางมีอุณหภูมิเกือบ 66 องศา แม้แต่ฝั่ง “น้ำอุ่น” ก็ยังร้อนพอสมควร
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนกำมะถันแบบธรรมดาที่มีความเป็นด่างอ่อนๆ เชื่อกันว่าช่วยเรื่องอัมพาตและโรคกระเพาะลำไส้
อีกทั้งยังขึ้นชื่อว่าอ่อนโยนต่อผิว ช่วยทำให้ร่างกายอุ่นได้ดีแม้แช่ไม่นาน และไม่ค่อยรู้สึกหนาวหลังขึ้นจากน้ำ
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–23:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00

2. คาวารายุ
“คาวารายุ” อยู่เลยลงมาจากโอยุเล็กน้อย เป็นออนเซ็นอุณหภูมิสูงที่นิยมสำหรับการแช่ตอนเช้าและช่วงฤดูร้อน
น้ำแร่ต้นทางมีสีเขียวอ่อนเล็กน้อยและปล่อยไหลผ่านโดยตรง จึงมีความสดใหม่ยอดเยี่ยม
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนยิปซัมผสมเกลือและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องโรคผิวหนังและโรครูมาตอยด์
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–23:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00

3. อากิบะโนะยุ
“อากิบะโนะยุ” ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบ ห่างจากย่านออนเซ็นออกมาเล็กน้อย
ภายนอกดูเรียบง่าย แต่มีการแยกส่วนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและห้องอาบน้ำชัดเจน อีกทั้งพื้นที่อาบน้ำยังกว้างกว่าหลายแห่ง จึงแช่ได้อย่างสบายๆ
น้ำแร่ต้นทางใสไม่มีสี มีคุณสมบัติเป็นน้ำพุร้อนเกลือโซเดียมซัลเฟตผสมยิปซัมและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องเบาหวานและอาการปวดเส้นประสาท
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–23:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00

4. อาซากามะโนะยุ
“อาซากามะโนะยุ” ตั้งอยู่ใกล้กับโอกามะที่กล่าวถึงก่อนหน้า และดึงน้ำแร่มาจากโอกามะโดยตรง
แม้ใช้คันจิตัวเดียวกัน แต่การอ่านชื่อแตกต่างกัน จึงควรระวังอย่าสับสน
จุดเด่นคืออ่างหินสีดำขนาดกะทัดรัดและอุณหภูมิน้ำพุร้อนเกือบ 90 องศา
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนเกลือโซเดียมซัลเฟตผสมยิปซัมและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องพิษเรื้อรังและความผิดปกติของประจำเดือน
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–23:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00

5. คามิเดระยุ
“คามิเดระยุ” เป็นออนเซ็นเก่าแก่ที่ตั้งเด่นอยู่ระหว่างทางลาดลงเขา
อ่างอาบน้ำแบบเรียบง่ายมีขนาดรองรับได้ประมาณ 5–6 คน และเพราะน้ำเปลี่ยนถ่ายอย่างรวดเร็ว จึงเป็นจุดที่สามารถแช่น้ำพุร้อนสดใหม่ได้เสมอ
น้ำแร่ที่ดึงมาจากโอกามะมีคุณสมบัติเป็นน้ำพุร้อนยิปซัมผสมเกลือและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องแผลไฟไหม้ แผลสด และริดสีดวงทวาร
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–23:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00

6. คุมะโนะเทอารายุ
“คุมะโนะเทอารายุ” เป็นออนเซ็นที่มีที่มาจากตำนานหมีบาดเจ็บมารักษาแผลที่นี่
มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2015 โดยยังคงสืบทอดกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ไว้ พร้อมเปลี่ยนเป็นสถานที่ใหม่ที่อบอุ่นด้วยงานไม้
ที่นี่นับว่าแปลกในบรรดาออนเซ็นของโนซาวะออนเซ็น เพราะอุณหภูมิน้ำต้นทางอยู่ที่ประมาณ 40 องศา จึงลงแช่ได้ง่ายกว่าแห่งอื่น และเหมาะสำหรับเริ่มต้นทริปตระเวนแช่ออนเซ็นนอกที่พัก
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนยิปซัมผสมเกลือและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องแผลไฟไหม้และบาดแผล
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–23:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00
7. มัตสึบะโนะยุ
“มัตสึบะโนะยุ” ตั้งอยู่ใจกลางย่านมินชูกุมัตสึบะ เป็นออนเซ็นอาคาร 2 ชั้นที่ดูโดดเด่นสะดุดตา
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนยิปซัมผสมเกลือและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องอาการปวดเส้นประสาทและริดสีดวงทวาร
ห้องอาบน้ำอยู่บนชั้น 2 ที่ต้องเดินขึ้นบันไดไป และบริเวณปากทางขึ้นบันไดยังมีกล่องสำหรับทำไข่ออนเซ็นด้วย
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–23:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00

8. นากาโอะโนะยุ
“นากาโอะโนะยุ” เป็นโรงอาบน้ำกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาทั้งหมด ตัวอาคารไม้ที่ดูหนักแน่นให้บรรยากาศคล้ายศาลเจ้าหรือวัด
ภายในห้องอาบน้ำก็มีเพดานสูงและให้ความรู้สึกโปร่งสบาย โดยรวมออกแบบมาให้ใช้งานง่าย
มีอ่างอาบน้ำ 2 อ่างที่อุณหภูมิต่างกัน จึงเลือกแช่ได้ตามความชอบ
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนยิปซัมผสมเกลือและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องพิษจากปรอทและโรคสตรี
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–23:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00

9. ชินเด็นโนะยุ
“ชินเด็นโนะยุ” เป็นออนเซ็นที่มีประวัติย้อนไปถึงช่วงปลายสมัยบาคุมัตสึ และตั้งอยู่ด้านหลังศาลเจ้านิชิโนะมิยะ
หลังการรีโนเวตในปี 2018 บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นสว่างและแวะมาใช้บริการได้ง่ายขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว
ภายในยังให้ความรู้สึกอบอุ่นจากงานไม้ ทำให้ใช้เวลาได้อย่างสบายใจ
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนเกลือโซเดียมซัลเฟตผสมยิปซัมและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องเบาหวานและรูมาตอยด์
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
- 5:00–23:00

10. ชินยุ
“ชินยุ” ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ห่างจากใจกลางย่านออนเซ็นออกมาเล็กน้อย เป็นโรงอาบน้ำกลางแจ้งยอดนิยมที่มีผู้มาใช้บริการซ้ำจำนวนมาก
มีอีกชื่อว่า “บ่อน้ำห้าสี” โดยจุดเด่นสำคัญคือน้ำจะเปลี่ยนสีเป็นขาวขุ่นหรือเขียวตามอุณหภูมิอากาศและอุณหภูมิพื้นดิน
มีตะกอนแร่ออนเซ็นจำนวนมาก และเพียงแค่ได้กลิ่นกำมะถันอันเข้มข้นที่ลอยอยู่ก็สัมผัสได้ถึงความอุดมของแร่ธาตุ
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนกำมะถันแบบธรรมดา เชื่อกันว่าช่วยเรื่องอาการริดสีดวงและอาการที่ดีขึ้นเมื่อได้รับความอบอุ่น
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
- 6:00–22:00
11. ทากิโนะยุ
“ทากิโนะยุ” อยู่บนเนินที่ไต่ขึ้นจากโอกามะ เป็นออนเซ็นที่น่าจดจำด้วยกระท่อมอาบน้ำไม้เก่าแก่ที่มีเสน่ห์ตามกาลเวลา
น้ำร้อนสีเขียวมรกตอันเป็นเอกลักษณ์ไหลลงสู่อ่างกระเบื้องอย่างเต็มเปี่ยม
ในอ่างมีตะกอนแร่สีดำลอยอยู่ และยังเป็นจุดลับที่ผู้ใช้บริการชื่นชอบ เพราะหลังแช่แล้วรู้สึกว่าผิวสดชื่นสบาย
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนยิปซัมผสมเกลือและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องการฟื้นตัวหลังป่วยหนัก
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
-
・เดือนเมษายน–เดือนพฤศจิกายน 5:00–20:00
・เดือนธันวาคม–เดือนมีนาคม 6:00–23:00

12. โยโคจิโนะยุ
“โยโคจิโนะยุ” กลมกลืนอยู่ในย่านออนเซ็นจนแทบเดินผ่านไปโดยไม่ทันสังเกต เพราะภายนอกไม่โดดเด่นมากนัก
ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากว้างขวาง และน้ำก็ใสไม่มีสี ไม่มีกลิ่นหรือสัมผัสแรงเกินไป จึงใช้งานง่ายและลงแช่ได้สบาย
อีกจุดที่น่าสนใจคือรูปทรงอ่างอาบน้ำต่างกันระหว่างชายหญิง โดยฝั่งชายเป็นทรงสี่เหลี่ยม ส่วนฝั่งหญิงเป็นทรงกลม
คุณสมบัติน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนยิปซัมผสมเกลือและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องโรคผิวหนังเป็นพิเศษ
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
- 6:00–23:00
13. จูโอโดโนะยุ
“จูโอโดโนะยุ” ที่สร้างด้วยคอนกรีต เป็นโรงอาบน้ำกลางแจ้งของโนซาวะออนเซ็นที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากแห่งอื่นอย่างชัดเจน
เป็นอาคารอาบน้ำ 2 ชั้นที่มีกลิ่นอายย้อนยุคแบบโชวะ โดยชั้น 1 เป็นห้องอาบน้ำหญิง และชั้น 2 เป็นห้องอาบน้ำชาย
อ่างอาบน้ำค่อนข้างกว้าง แต่บ่อยครั้งน้ำร้อนจัดจนมีไอพวยพุ่งขึ้นมา จึงควรระวังขณะลงแช่
น้ำแร่สีขาวขุ่นเข้มข้นที่มีกลิ่นกำมะถันมีคุณสมบัติเป็นน้ำพุร้อนยิปซัมผสมเกลือและกำมะถัน เชื่อกันว่าช่วยเรื่องรูมาตอยด์และโรคกระเพาะลำไส้
- เวลาเปิดให้ใช้บริการ
- 6:00–23:00

มารยาทที่ควรรู้เมื่อใช้โรงอาบน้ำสาธารณะของโนซาวะออนเซ็น
ก่อนเข้าใช้โรงอาบน้ำสาธารณะของโนซาวะออนเซ็น ลองรู้พื้นฐานเรื่องการใช้งานร่วมกับชุมชนไว้สักเล็กน้อยจะช่วยให้เที่ยวได้สบายใจขึ้น
โรงอาบน้ำสาธารณะ หมายถึงสถานที่ออนเซ็นที่ชาวท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการ
โรงอาบน้ำสาธารณะทั้ง 13 แห่งของโนซาวะออนเซ็นก็ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดมาอย่างต่อเนื่องด้วยระบบที่เรียกว่า “ยุนากามะ” ซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยชาวบ้านช่วยกันรับผิดชอบค่าไฟและค่าน้ำ และหมุนเวียนกันทำความสะอาดทุกวัน
นักท่องเที่ยวสามารถใช้โรงอาบน้ำสาธารณะทุกแห่งได้ฟรีเช่นเดียวกับคนท้องถิ่น แต่ควรรักษามารยาทในการแช่อย่างเคร่งครัด
มารยาทพื้นฐานก็อยู่ในระดับทั่วไป เช่น ล้างตัวก่อนลงแช่ ไม่ใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และไม่จุ่มผ้าเช็ดตัวลงในอ่าง จึงไม่ต้องกังวลมากนัก
แม้โรงอาบน้ำสาธารณะบางแห่งจะมีน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูง แต่การเติมน้ำเย็นลงไปเพื่อลดความร้อนควรทำด้วยความระมัดระวัง
เพราะอาจทำให้น้ำเจือจางและสร้างความไม่พอใจแก่ผู้อื่นได้ จึงควรใช้วิธีคนอุณหภูมิน้ำ หรือขอความยินยอมจากคนรอบข้างก่อน
อีกอย่างหนึ่งคืออย่าลืมว่าคุณกำลังยืมใช้ทรัพย์สินสำคัญของชุมชน การหยอดเงินลงในกล่องรับบริจาคหน้าทางเข้าเพื่อแสดงความขอบคุณก็ถือเป็นมารยาทที่น่าประทับใจ

3 ร้านอาหารยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดในโนซาวะออนเซ็น
ถ้ามาเที่ยวโนซาวะออนเซ็นแล้วอยากหาอะไรอร่อยๆ แวะกินระหว่างวัน เราขอแนะนำร้านน่าแวะ 3 แห่งต่อไปนี้
แต่ละร้านมีทั้งอาหารท้องถิ่นและวัตถุดิบประจำพื้นที่ให้ลิ้มลอง แถมยังได้รับเสียงชื่นชมจากนักท่องเที่ยวด้วย
เพราะอยู่ไม่ไกลจากย่านออนเซ็น จึงแวะได้ง่ายระหว่างตระเวนแช่ออนเซ็นหรือเดินเล่นในเมือง
ถ้ามีโอกาส อยากชวนให้ลองแวะไปใช้เวลาสบายๆ กันดู
1. อาตาราชิยะ
“อาตาราชิยะ (Atarashiya)” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นเมนูไก่ ตั้งอยู่ใกล้กับชินยุมาก
เป็นร้านยอดนิยมที่มักมีคิว และหลายคนก็บอกว่าถ้ามาโนซาวะออนเซ็นแล้วต้องแวะที่นี่ให้ได้
จุดเด่นคือภายนอกที่มีกลิ่นอายบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ส่วนภายในร้านสะอาดและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
เมนูยอดนิยมคือ “ข้าวหน้าไก่ย่าง” เนื้อไก่ย่างฉ่ำๆ ที่มีกลิ่นหอมจากถ่าน ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม อร่อยลงตัวมาก
ซอสหวานเข้มข้นก็เข้ากับข้าวได้ดี ทำให้เป็นเมนูที่กินได้เพลินจนหมดโดยไม่เลี่ยน
ราคา 900 เยนก็ถือว่าน่าคบหาอีกด้วย
ถ้าอยากลองรสชาติท้องถิ่น แนะนำให้สั่ง “ผักโนซาวะดอง” มาทานคู่กัน

2. โซบะโดโกโระ ไดมง
“โซบะโดโกโระ ไดมง (Daimon)” เป็นร้านโซบะเก่าแก่ที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1926
ร้านตั้งอยู่ในตรอกเล็กๆ บนถนนโอยุโดริ จึงมักมีคนแวะมาก่อนหรือหลังตระเวนแช่ออนเซ็น รวมถึงระหว่างทางกลับจากเล่นกีฬาฤดูหนาว
ความภาคภูมิใจของร้านคือโซบะทำมือเนื้อเหนียวนุ่มที่ล้างด้วยน้ำเย็นของโนซาวะ และเทมปุระทอดสดใหม่
เมนูยอดนิยมประจำร้าน ได้แก่ “โทโระโระโซบะ” รสนุ่มละมุนที่มีไข่ไก่ และ “เทมปุระโซบะ” เสิร์ฟพร้อมเทมปุระเห็ดไมตาเกะกรอบๆ
“ไข่ออนเซ็น” ที่ทานคู่กับโซบะก็ได้รับคำชมว่าอร่อยมากเช่นกัน
อีกจุดเด่นคือแม้สั่งขนาดธรรมดาก็ให้ปริมาณจุใจและคุ้มค่า
ภายในร้านมีเมนูภาษาอังกฤษ และมีชาวต่างชาติมาใช้บริการจำนวนมาก จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากแวะได้อย่างสบายใจ

3. Haus St. Anton Jam Factory & Cafe
ถ้าเดินอยู่บนถนนสายหลัก “โอยุโดริ” ของโนซาวะออนเซ็น แล้วอยากแวะคาเฟ่บรรยากาศดีๆ Haus St. Anton Jam Factory & Cafe ก็เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจ
ที่นี่เหมาะกับการแวะทั้งช่วงฤดูหนาวที่คนมาเล่นสโนว์สปอร์ต และช่วงกรีนซีซันที่มีกิจกรรมหลากหลายให้เพลิดเพลิน
ภายในร้านมีจำหน่ายแยมและน้ำผลไม้ทำมือโดยช่างฝีมือ ซึ่งใช้ผลไม้จากภูมิภาคคิตะชินาโนะ เช่น แอปเปิลและลูกพีช อย่างเต็มที่
ส่วนคาเฟ่ที่อยู่ติดกันก็มีทั้งเจลาโตทำมือรสผลไม้เข้มข้นจากนมสดท้องถิ่น อาหารที่ใช้แยมสูตรพิเศษ โอยากิของขึ้นชื่อชินชูที่นึ่งในลังถึง และกาแฟ Allpress Espresso จากนิวซีแลนด์ที่ชงโดยบาริสต้า ให้ได้ลิ้มลอง

พักที่นี่เลย! 3 ที่พักแนะนำในโนซาวะออนเซ็น
ถ้ากำลังเลือกที่พักสำหรับทริปโนซาวะออนเซ็น ลองดู 3 แห่งนี้ไว้ประกอบการตัดสินใจได้เลย
ที่พักเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ฐานสำหรับการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยให้เพลิดเพลินกับออนเซ็น อาหาร และวิวสวยๆ ได้ตลอดการเข้าพัก
การเดินทางไปสกีรีสอร์ตและโรงอาบน้ำสาธารณะต่างๆ ก็สะดวก จึงเหมาะกับทั้งคนที่มาเล่นกีฬาฤดูหนาวและคนที่ตั้งใจมาแช่ออนเซ็นโดยเฉพาะ
ลองใช้ข้อมูลนี้ประกอบการเลือก แล้วเลือกพักในที่ที่เหมาะกับสไตล์การเที่ยวของคุณได้เลย
1. โรงแรมโนซาวะ แกรนด์
“โรงแรมโนซาวะ แกรนด์” เป็นรีสอร์ตโฮเทลบนเนินสูงที่มองลงไปเห็นย่านออนเซ็น
ด้วยความที่ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางออกมาเล็กน้อย จึงสามารถมองเห็นวิวเรียบง่ายแบบชนบทของหมู่บ้านโนซาวะออนเซ็นได้จากห้องพักและบ่อกลางแจ้ง
รอบๆ ยังรายล้อมด้วยธรรมชาติสวยงาม ทำให้สัมผัสการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่
ออนเซ็นของโรงแรมมีน้ำพุร้อนไหลตรงจากต้นทาง 2 ชนิด คือ “ชินยุ” และ “โอกามะ” พร้อมบ่อทาทามิที่หาได้ยากในจังหวัด ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ฝ่าเท้า
เสื่อทาทามิแบบพิเศษที่ใช้ยังคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยและความสบาย อีกทั้งไม่มีปัญหาเรื่องสุขอนามัย จึงน่าจะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าประทับใจ
ที่จอดรถกว้างขวางพร้อมรองรับนักเดินทางที่มาโดยรถยนต์หรือรถเช่าก็ได้รับคำชมเช่นกัน
อีกจุดแนะนำคือบุฟเฟต์อาหารเช้าที่มีเมนูหลากหลาย ทั้งผักและผลไม้สดใหม่ รวมถึงไข่ออนเซ็นจากโอกามะ

2. เรียวกังซากายะ
“เรียวกังซากายะ” เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวเก่าแก่ที่สืบทอดกิจการมายาวนานถึง 18 รุ่น ตั้งอยู่ห่างจากป้ายรถบัสโนซาวะออนเซ็นเพียงเดิน 3 นาที
เสน่ห์ที่สุดคือห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ในอาคารโรงอาบน้ำแบบดั้งเดิมที่สร้างโดยช่างไม้ศาลเจ้า
บรรยากาศที่มืดสลัวและเงียบสงบแม้ในเวลากลางวัน เต็มไปด้วยอารมณ์แบบออนเซ็น และเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าของผู้เดินทางได้อย่างดี
นอกจากห้องอาบน้ำใหญ่ “ทากะโนะยุ” (สำหรับผู้ชาย) และ “สึกิโนะยุ” (สำหรับผู้หญิง) แล้ว ยังมีบ่อกลางแจ้งและสปากลางแจ้งให้เพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนกำมะถันธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
น้ำร้อนที่สดใหม่จนสามารถดื่มได้มีจุดเด่นคือกลิ่นหอมและสัมผัสนุ่มลื่น เชื่อกันว่าช่วยเรื่องปวดกล้ามเนื้อและปวดข้อ
อีกข้อดีที่น่าประทับใจคือมีบ่อส่วนตัวสำหรับครอบครัวให้ใช้ฟรี (ต้องจองล่วงหน้า / 45 นาที)

3. อาซาฮิยะเรียวกัง
“อาซาฮิยะเรียวกัง” โดดเด่นด้วยทำเลดีเยี่ยมใจกลางย่านออนเซ็น
ในบรรดาโรงอาบน้ำสาธารณะกลางแจ้ง 13 แห่ง มีเกือบครึ่งหนึ่งที่เดินถึงได้ภายใน 5 นาที จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากตระเวนแช่ออนเซ็นหลายแห่ง
ภายในที่พักตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นที่ดูสงบทั่วทั้งอาคาร พร้อมราคาที่เข้าถึงง่ายและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ช่วยให้เข้าพักได้อย่างสบาย
จุดเด่นที่สุดของเรียวกังแห่งนี้คือบ่อชมวิวแบบพาโนรามาที่ใช้น้ำพุร้อนไหลตรงจากต้นทาง
จากห้องอาบน้ำสามารถมองเห็นวิวชั้นเยี่ยมของเทือกเขาคิตะชินโกะดาเกะ เทือกเขาแอลป์เหนือ และลานสกี จึงให้ประสบการณ์ที่ต่างจากโรงอาบน้ำสาธารณะภายนอก
อีกจุดน่าสนใจคืออาหารไคเซกิสร้างสรรค์ตามฤดูกาลที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากชินชู
เชฟจะคัดสรรรสชาติประจำฤดูกาลและอาหารพื้นบ้านในแต่ละช่วงของปี พร้อมปรุงอย่างเหมาะสมและเสิร์ฟเป็นมื้อหรูที่เหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยว

สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมและความยิ่งใหญ่ของเทศกาลโดโซจินไฟร์เฟสติวัล
ถ้าได้มาโนซาวะออนเซ็นในช่วงกลางเดือนมกราคม ก็มีโอกาสสัมผัส “เทศกาลโดโซจินไฟร์เฟสติวัล” หนึ่งในสามเทศกาลไฟที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น
งานนี้จัดขึ้นในวันที่ 15 เดือนมกราคมของทุกปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญของชาติ”
มีประวัติยาวนานจนเชื่อกันว่าได้จัดอย่างยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ปลายสมัยเอโดะ
ประเพณีนี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันในรูปแบบของการฉลองเด็กคนแรก การปัดเป่าสิ่งไม่ดีในปีชง และการขอพรเรื่องคู่ครองที่ดี
ภายในช่วงก่อนเที่ยงวันของวันงาน จะมีการสร้างศาลไม้โดยมีชายที่อยู่ในวัยเคราะห์เป็นกำลังหลัก ส่วนครอบครัวที่มีลูกคนแรกก็จะทำ “โคมไฟแรก” เพื่อนำมาถวายในเทศกาลนี้
จากนั้นไฮไลต์สำคัญที่สุดคือการต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างฝ่ายที่พยายามจุดไฟเผาศาลกับฝ่ายที่ป้องกัน ซึ่งเริ่มขึ้นเวลา 20:30
ทันทีที่เริ่มจุดไฟ ศาลจะลุกไหม้อย่างรุนแรงพร้อมเสียงแตกดัง จนถึงช่วงที่พังถล่มลงมา เป็นภาพที่ทั้งทรงพลังและชวนสะเทือนใจจนละสายตาไม่ได้
อีกทั้งยังมีความเชื่อที่น่าสนใจว่า หากกินโมจิที่ย่างด้วยไฟจากงานนี้ จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและไม่เป็นหวัดตลอด 1 ปีด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโนซาวะออนเซ็น
Q
ที่โนซาวะออนเซ็นมีสกีรีสอร์ตกี่แห่ง?
มีเพียงสกีรีสอร์ตโนซาวะออนเซ็นแห่งเดียว แต่มีระยะทางเล่นสกีระดับแนวหน้าของประเทศ และมีคอร์สกับลานสกีทั้งหมด 44 แห่ง
Q
การเดินทางไปโนซาวะออนเซ็นจำเป็นต้องเช่ารถไหม?
ไม่จำเป็น เพราะสามารถเดินทางจากสถานีโตเกียวหรือสถานีนากาโนะด้วยชินคันเซ็นและรถบัสตรงได้
Q
ขอทราบมารยาทในการแช่ออนเซ็นของโนซาวะออนเซ็น
โดยพื้นฐานไม่ต่างจากมารยาททั่วไป เช่น ไม่ใช้สบู่ และเช็ดตัวให้แห้งก่อนขึ้นไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอเพียงรักษามารยาทเพื่อให้ทุกคนได้แช่ออนเซ็นอย่างสบายใจร่วมกัน
บทสรุป
ถ้าอยากมองหาทริปที่ได้ทั้งแช่ออนเซ็น เดินเล่น และซึมซับบรรยากาศท้องถิ่น โนซาวะออนเซ็นก็เป็นจุดหมายที่ชวนให้ใช้เวลาอย่างเต็มอิ่ม
ที่ผ่านมาเราได้พาไปรู้จักวิธีเที่ยวและจุดน่าสนใจของที่นี่ ซึ่งมีประวัติยาวนานและมีโรงอาบน้ำกลางแจ้งกระจายอยู่มากมาย
ย่านออนเซ็นที่มีเสียงน้ำดังแว่วมาจากทุกทิศ เต็มไปด้วยบรรยากาศคลาสสิกชวนให้คิดถึงวันวาน
ไม่ว่าจะเป็นการตระเวนแช่ออนเซ็นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ การตามรอยประวัติศาสตร์ผ่านจุดประทับตรา หรือการเดินชิมอาหารท้องถิ่น ทุกอย่างล้วนมีโอกาสกลายเป็นทริปที่น่าจดจำ
อย่างไรก็ตาม เมื่อลงแช่ออนเซ็นก็อย่าลืมความขอบคุณต่อชาวท้องถิ่น และควรรักษามารยาทอย่างเคร่งครัด
หากอยากวางแผนเที่ยวจังหวัดนากาโนะให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความนี้ต่อ ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถานที่ดังและสกีรีสอร์ตยอดนิยมไว้อย่างครบถ้วน