
ออกเดินทางสัมผัสประวัติศาสตร์และความงามของธรรมชาติแห่งเมืองเก่า! 15 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับทริปครอบครัวในนารา
ถ้าอยากพาครอบครัวออกไปเดินเล่นในบรรยากาศเมืองเก่าที่มีทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติ “นารา” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
ที่นี่มีทั้งศาลเจ้าและวัดที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทิวทัศน์เมืองเก่าอันเปี่ยมประวัติศาสตร์ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
พื้นที่ต่าง ๆ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เด็ก ๆ สามารถเล่นสนุกท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างเต็มที่กระจายอยู่ทั่ว
จึงเป็นภูมิภาคที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการออกทริปของพ่อแม่และลูก
ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวที่ครอบครัวสามารถสนุกได้ร่วมกัน
ลองออกเดินทางพิเศษกับครอบครัว พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นและความงามของธรรมชาติกันเถอะ
จุดเด่นและข้อควรระวังในการเที่ยวชมเมืองนารากับครอบครัว
ก่อนออกเดินทาง ลองมาดูเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่จะช่วยให้การเที่ยวนารากับครอบครัวราบรื่นขึ้นกันก่อน
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือข้อควรระวังสำหรับคนที่มีแผนจะไปเยือนสวนนาราด้วย
วางแผนเที่ยวโดยมีสถานีคินเท็ตสึนาราเป็นศูนย์กลาง
นารามีประตูสู่เมืองอยู่ 2 แห่ง คือสถานี JR นารา และสถานีคินเท็ตสึนารา แต่หากใช้เป็นจุดเริ่มต้นการท่องเที่ยว แนะนำสถานีคินเท็ตสึนารามากกว่า
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างสวนนารา วัดโคฟุกุจิ และนารามาจิ อยู่ในระยะเดินถึงกันได้ ช่วยลดความยุ่งยากในการเดินทางได้มาก
หากวางแผนโดยมีสถานีคินเท็ตสึนาราเป็นศูนย์กลาง ก็จะลดการใช้ขนส่งสาธารณะให้น้อยที่สุด และสามารถเที่ยวได้อย่างสนุกพร้อมประหยัดแรง

วิธีปฏิบัติเมื่อต้องใกล้ชิดกับกวางในสวนนารา
ในสวนนารามีกวางป่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติอาศัยอยู่ และมีผู้คนจำนวนมากมาเยือนเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับกวาง
อย่างไรก็ตาม กวางเหล่านี้เป็นสัตว์ป่า จึงมีความเสี่ยงที่จะพุ่งชน ใช้เขาแทง หรือกัดได้ ควรระวังไม่สัมผัสโดยไม่จำเป็น และไม่ปล่อยให้เด็กเข้าใกล้ตามลำพัง
ภายในสวนสามารถซื้อ “ขนมเซมเบ้สำหรับกวาง” เพื่อให้อาหารได้ แต่ควรมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยทุกครั้งเมื่อเข้าใกล้กวาง
เวลาป้อนขนมเซมเบ้ ควรยื่นออกไปด้านหน้าด้วยสองมือ และไม่ซ่อนอย่างกะทันหัน นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้สนุกได้อย่างปลอดภัย

พาเด็กออกไปเที่ยวต้องที่นี่! 15 สถานที่ท่องเที่ยวในนารา
ถ้ามองหาสถานที่ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เที่ยวได้เพลิน ในนาราก็มีตัวเลือกอยู่มากทีเดียว
ครั้งนี้เราเลยคัดจุดยอดนิยมที่ครอบครัวไปสนุกด้วยกันได้มาแนะนำอย่างพิถีพิถัน
มีตั้งแต่สถานที่ที่ให้สัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ไปจนถึงมุมพักผ่อนและสวนสาธารณะที่เด็ก ๆ เล่นได้อย่างเต็มที่
หากได้ออกไปยังสถานที่ที่จะแนะนำต่อจากนี้ ทริปครอบครัวของคุณน่าจะได้สัมผัสเสน่ห์ของนาราอย่างเต็มอิ่ม
1. สวนนารา
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ติดกับมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้ำค่า เช่น ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ วัดโคฟุกุจิ วัดโทไดจิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินารา และโชโซอิน พร้อมให้เพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติสีเขียวอันกว้างใหญ่ที่โอบล้อมสถานที่เหล่านี้
ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงมีเสน่ห์ในเรื่องการเดินทางที่สะดวกไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ
สวนนารามีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 511 เฮกตาร์ และยังรวมถึง “ป่าดึกดำบรรพ์คาสุงะยามะ” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษด้วย
นอกจากนี้ยังมีกวางป่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติในชื่อ “กวางแห่งนารา” อาศัยอยู่ด้วย

2. สวนสนุกอิโคมะซังโจ
สวนสนุกบนภูเขาอิโคมะที่ความสูง 642 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ภายในพื้นที่กว้างขวางมีเครื่องเล่นหลากหลายรวม 27 ชนิด เช่น “ไซเคิลโมโนเรล” ที่ให้เพลิดเพลินกับการปั่นกลางอากาศด้วยกระเช้ารูปแพนด้า “คุรุคุรุโคสเตอร์” ที่หมุนไปพร้อมกับเคลื่อนตัว และ “โกールドรัช” ล่องแก่งด้วยเรือไม้ รวมถึงยังมีโซนเกมอีก 5 จุด
หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “หอเหาะ” สูง 30 เมตร ซึ่งเป็นเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และวิวจากความสูง 20 เมตรก็ดูเปิดโล่งสบายอย่างมาก

3. พิพิธภัณฑ์ปลาทองนารา
พิพิธภัณฑ์ปลาทองขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่ถือกำเนิดขึ้นในจังหวัดนารา ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตปลาทองสำคัญของประเทศ ภายในศูนย์การค้าเชิงท่องเที่ยวแบบคอมเพล็กซ์ “มิ-นารา” คุณจะได้เพลิดเพลินกับ “เอนเตอร์เทนเมนต์อควาเรียม” ล้ำสมัยที่สร้างสรรค์โดยศิลปินรุ่นใหม่มากฝีมือ
ภายในอาคารสามารถถ่ายภาพได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมุมภาพลวงตาที่ถ่ายรูปเหมือนกำลังขี่ปลาทองหรือช้อนปลาทอง รวมถึงยังมีจุดตั้งขาตั้งสำหรับถ่ายรูป รับรองว่าได้ภาพสวยโดดเด่นเหมาะลงโซเชียลที่หาไม่ได้จากที่อื่นอย่างแน่นอน

4. วัดโทไดจิ
พระใหญ่รุชานะที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของจักรพรรดิโชมุในสมัยนารา ได้มีพิธีเบิกพระเนตรในปี ค.ศ. 752
หลังจากนั้นใช้เวลาเกือบ 40 ปีในการจัดสร้างอาคารวัดให้สมบูรณ์ กลายเป็นวัดตัวแทนของนารา
แม้เมืองหลวงจะย้ายจากเฮโจเคียวไปแล้ว วัดก็ยังได้รับการอุปถัมภ์อย่างดีและรุ่งเรืองต่อเนื่อง
แม้ในปี ค.ศ. 1180 และ ค.ศ. 1567 อาคารส่วนใหญ่รวมถึงวิหารใหญ่จะถูกไฟสงครามเผาทำลายถึง 2 ครั้ง แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ด้วยความร่วมมือจากผู้คนจำนวนมากในสมัยคามาคุระและสมัยเอโดะตามลำดับ

5. ภูเขาวากาคุสะ
ภูเขาวากาคุสะมีความสูง 342 เมตร เป็นภูเขาเนินเตี้ยที่ปกคลุมทั่วทั้งลูกด้วยสนามหญ้า และเพราะมีลักษณะเหมือนหมวก 3 ใบซ้อนกัน จึงมีอีกชื่อว่า “มิคาสะยามะ” นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงจากพิธีเผาภูเขา ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของนาราที่จัดขึ้นทุกปีในเดือนมกราคม
จากประตูเชิงเขาไปถึงยอดเขา ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30 นาที จากด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของนารา รวมถึงวัดโคฟุกุจิและวัดโทไดจิได้

6. ถนนการค้านาราชิ ฮิงาชิมุกิ
ถนนการค้าที่มีอาเขตทอดยาวเหนือ–ใต้จากถนนโอมิยะไปถึงถนนซันโจ อยู่ใกล้ทางออกฝั่งตะวันออกของสถานีคินเท็ตสึนาราทันที
ทางทิศตะวันออกมีวัดโคฟุกุจิ ส่วนบ้านเรือนถูกสร้างอยู่ทางฝั่งตะวันตกของถนนและหันหน้าไปทางทิศตะวันออกทั้งหมด จึงเป็นที่มาของชื่อพื้นที่ว่า “ฮิงาชิมุกิโจ”
เชื่อมตรงไปยังจุดท่องเที่ยวอย่างวัดโคฟุกุจิ สระซารุซาวะ และนารามาจิ อีกทั้งสวนนาราที่มีวัดโทไดจิก็ยังอยู่ในระยะเดินถึง จึงสะดวกอย่างมากทั้งขาไปและขากลับระหว่างเที่ยวในนารา

7. ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ
กล่าวกันว่าในช่วงต้นสมัยนารา เพื่อปกป้องเฮโจเคียวและความรุ่งเรืองของประเทศ เทพทาเคมิคาซุจิ โนะ มิโคโตะ ได้ประทับบนกวางศักดิ์สิทธิ์จากคาชิมะในจังหวัดอิบารากิลงมายังภูเขามิคาสะ และในปี ค.ศ. 768 ได้มีการสร้างศาลเจ้าหลักที่เชิงเขามิคาสะ พร้อมอัญเชิญเทพ 4 องค์ ได้แก่ ทาเคมิคาซุจิ โนะ มิโคโตะ, ฟุตสึนุชิ โนะ มิโคโตะ, อาเมะโนะโคยาเนะ โนะ มิโคโตะ และฮิเมะกามิ มาประดิษฐาน จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของศาลเจ้าแห่งนี้
ปัจจุบันยังคงมีพิธีกรรมชินโตจัดขึ้นมากถึงประมาณ 2,200 ครั้งต่อปี โดยเฉพาะ “เทศกาลคาสุงะ” ที่จัดในวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เทศกาลจักรพรรดิสำคัญของญี่ปุ่นและสืบต่อกันมากว่า 1,200 ปี
ในพิธีนี้จะมีผู้แทนพระจักรพรรดิจากราชสำนักมาเข้าร่วม เพื่ออธิษฐานขอความมั่นคงของประเทศและสันติสุขของประชาชน

8. สวนพฤกษศาสตร์มันโย ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ
สวน “มันโยโชกุบุสึเอ็น” ภายในบริเวณศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศประวัติศาสตร์และความละเมียดละไม โดยรวบรวมพืชประมาณ 300 ชนิดที่ปรากฏอยู่ในกวีนิพนธ์รวมบทกวีที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น “มันโยชู”
ภายในสวนมีทิวทัศน์สวยงามเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วยให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย
พื้นที่ประมาณ 3 เฮกตาร์แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ “มันโยเอ็น” “โกะโคคุโนะซาโตะ” “ฟูจิโนะโซโนะ” และ “คาสุงะกุนโปเอ็น” ซึ่งแต่ละโซนมีเสน่ห์แตกต่างกัน
ข้างต้นไม้แต่ละชนิดมีคำอธิบายพืชพร้อมแผ่นเซรามิกสลักบทกวีมันโย ทำให้สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ผู้คนในอดีตมีต่อพืชพรรณ
หนึ่งในโซนยอดนิยมคือ “ฟูจิโนะโซโนะ” โดยปกติช่วงกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีดอกวิสทีเรียประมาณ 20 สายพันธุ์ รวม 200 ต้นบานสะพรั่ง ทำให้สวนถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้สีม่วงอ่อนและสีขาว
ไม่ว่าจะเป็น “จากุฟูจิ” ที่มีกลิ่นหอมโดดเด่น หรือ “ชิโรโนดะฟูจิ” ที่ออกดอกสีขาวอย่างสง่างาม ล้วนเป็นวิสทีเรียหลากหลายสายพันธุ์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน

9. นินจาพาร์ก สาขานารา
ศูนย์กีฬาเชิงประสบการณ์ที่อยู่ชั้น 2 ของศูนย์การค้าขนาดใหญ่ “มิ-นารา” ใช้เวลานั่งรถบัสจากสถานี JR นาราประมาณ 9 นาที
ภายในมีทั้งหมด 8 โซน เช่น คอร์สแอดเวนเจอร์ โซนโบลเดอริง โซนกระโดดม้า โซนฝึกการทรงตัว และโซนสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
จุดเด่นคือสามารถเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายอย่างการทรงตัว ความว่องไว และความทนทานได้ระหว่างเล่นสนุก
อีกข้อดีคือแวะมาได้ง่ายทั้งในช่วงพักจากการช้อปปิ้งหรือในวันที่ฝนตก

10. ลานหน้าสถานีเท็นริ โคฟุฟุน
ภาพทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของลานหน้าสถานี JR และคินเท็ตสึเท็นริ ในเมืองเท็นริ จังหวัดนารา ที่ผสมผสานสนามหญ้าทรงกลมกับอาคารวงกลมสีขาวสะอาด เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2017 ในฐานะศูนย์กลางการฟื้นฟูชุมชนภายใต้ชื่อ “โคฟุฟุน”
ที่นี่มีทั้งแทรมโพลีนยักษ์ “ฟุวะฟุวะโคฟุน” และ “สุริบาจิโคฟุน” ซึ่งเป็นหลุมทรงครกให้เดินวนขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีลานอเนกประสงค์ที่จัดเตรียมเครื่องเล่นยอดนิยมสำหรับเด็กและอุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับผู้ใหญ่ จึงเป็นสถานที่ที่คนหลากหลายวัยมาใช้บริการ

11. หมู่บ้านลอยฟ้า
สถานที่เอาต์ดอร์รูปแบบใหม่ที่เปิดในปี ค.ศ. 2020 ภายในสวนพฤกษศาสตร์ป่าไม้คาบสมุทรคิอิแห่งป่าแห่งศตวรรษที่ 21 ของหมู่บ้านโทสึคาวะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งชมดอกชาคุนาเงะชื่อดัง
ที่ความสูงจากพื้นดิน 4–12 เมตร มีทั้งสะพานแขวน บ้านต้นไม้ และตาข่ายรูปทรงเปลญวน ให้พักผ่อนอาบป่าได้อย่างสบาย ๆ
จะนั่งจิบกาแฟชิล ๆ กระโดดเล่นเหมือนแทรมโพลีน หรือแม้แต่นอนอ่านหนังสือก็ได้ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กสามารถใช้เวลาได้อย่างอิสระ

12. พิพิธภัณฑ์ปลาทองโคริยามะ
เมืองยามาโตะโคริยามะ จังหวัดนารา มีประวัติการเพาะเลี้ยงปลาทองยาวนานประมาณ 300 ปี และปัจจุบันส่งออกปลาทองประมาณ 58 ล้านตัวต่อปี
สถานที่ที่สะท้อนความเป็นเมืองปลาทองได้อย่างดีคือพิพิธภัณฑ์ปลาทองโคริยามะ ซึ่งบริหารโดยฟาร์มปลา ยามาโตะคิงเงียวเอ็น
ภายในจัดแสดงปลาทองประมาณ 40 สายพันธุ์ในตู้แยกตามชนิด ตั้งแต่สายพันธุ์ที่คุ้นเคยไปจนถึงสายพันธุ์ดั้งเดิม สายพันธุ์หายากราคาแพง และสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์

13. หมู่บ้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมนารา
ศูนย์คอมเพล็กซ์ที่เปิดในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2022 ประกอบด้วยอาคาร 4 ส่วน ได้แก่ อาคารซ่อมแซมและจัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรม อาคารประสบการณ์ศิลปวัฒนธรรม อาคาร交流และความคึกคัก และอาคารเผยแพร่ข้อมูล พร้อมโซนกิจกรรมกลางแจ้ง
ที่นี่เปิดโอกาสให้สัมผัสวัฒนธรรมอันหลากหลายที่นาราภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ อาหาร และเกษตรกรรม
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเปิดให้ชมสถานที่ซ่อมแซมทรัพย์สินทางวัฒนธรรม 4 สาขาเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น ได้แก่ ประติมากรรมพระพุทธรูป ภาพวาดและเอกสารลายลักษณ์ อาคารประวัติศาสตร์ และโบราณวัตถุทางโบราณคดี

14. ภูเขาโยชิโนะ
ภูเขาโยชิโนะเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งชมซากุระอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะเริ่มบานจากชิโมะเซ็มบงและค่อย ๆ ไล่ขึ้นไปจนถึงโอคุเซ็มบง แต่งแต้มทั้งภูเขาโยชิโนะให้สวยงาม
ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูร้อน ยังมีดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่ง และเมื่อเข้าสู่ช่วงที่ความเขียวชอุ่มปกคลุมทั่วบริเวณ ที่นี่ก็เป็นจุดยอดนิยมสำหรับการอาบป่า
ซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีจะมีการประดับไฟในฤดูกาล อีกทั้งฤดูร้อนยังมีการจัด “เทศกาลทานาบาตะ” และอีเวนต์ต่าง ๆ ตลอดทั้งปี จึงเป็นอีกเสน่ห์ที่น่ามาเยือน

15. นารามาจิ
ย่านเมืองเก่าของนาราที่หาได้ยากในระดับประเทศ เทียบเคียงได้กับเกียวโตและคานาซาวะ
บริเวณรอบอดีตพื้นที่วัดกันโกจิยังคงมีบ้านมาจิยะที่สร้างตั้งแต่สมัยเอโดะถึงสมัยเมจิหลงเหลืออยู่ ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นในบรรยากาศย้อนยุคได้
ประวัติของพื้นที่เริ่มต้นจากการได้รับการพัฒนาเป็นเขตนอกเมืองหลวงของเฮโจเคียวในสมัยนารา และแม้หลังจากย้ายเมืองหลวงไปเฮอังเคียวแล้ว ก็ยังคงเติบโตควบคู่กับวัดพุทธจำนวนมากในบริเวณโดยรอบ
ปัจจุบัน ในบรรยากาศเมืองเก่าแบบย้อนยุคมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านขายของจุกจิกเรียงราย จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่คนทุกวัยมาเยือน

3 ที่พักแนะนำในนาราที่เหมาะสำหรับการเข้าพักอย่างสบายกับครอบครัว
หลังจากดูสถานที่เที่ยวกันไปแล้ว ต่อไปมาดูที่พักที่เหมาะกับทริปครอบครัวกันบ้าง
แต่ละแห่งมีทั้งพื้นที่พักผ่อนที่สะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่ครบครัน อีกทั้งยังเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลักได้สะดวก
หากเลือกที่พักซึ่งเป็นฐานของการเดินทางให้ดี ทริปครอบครัวก็น่าจะยิ่งกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ
1. ANDO HOTEL นารา วากาคุสะยามะ
ที่พักสไตล์วาโชกุโอแบร์ฌบนไหล่เขาวากาคุสะ ซึ่งรีโนเวตมาจากที่พักที่ได้รับความนิยมมายาวนานกว่า半世紀 และเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2020
จุดเด่นที่สุดคือทิวทัศน์ของเมืองเก่านาราที่มองจากไหล่เขา ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำกลางแจ้งบนดาดฟ้าที่สร้างใหม่ เพนต์เฮาส์สวีต ล็อบบี้ หรือห้องพักส่วนใหญ่ภายในอาคาร ก็สามารถมองเห็นวิหารใหญ่แห่งวัดโทไดจิ เจดีย์ห้าชั้นวัดโคฟุกุจิ และตัวเมืองนาราได้แบบพาโนรามา
อีกเสน่ห์สำคัญคืออาหารที่เสิร์ฟในฐานะวาโชกุโอแบร์ฌ

2. โรงแรมนาราพลาซ่า
“โรงแรมนาราพลาซ่า” ตั้งอยู่ในเมืองเท็นริ จังหวัดนารา สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี JR โคริยามะ หรือสถานีฮิราฮาตะของสายคินเท็ตสึคาชิฮาระ โดยทั้งสองแห่งมีรถรับส่งฟรีให้บริการ
ห้องพักมีหลายประเภทที่กว้างขวาง เช่น ดีลักซ์ทวิน และรอยัลทวิน จึงเหมาะสำหรับการเข้าพักแบบครอบครัว
ภายใน “นาราเค็นโคแลนด์” ที่อยู่ติดกัน มีทั้งบ่อน้ำหลากหลาย 10 แบบ ซาวน่า ห้องหินร้อน และสระว่ายน้ำในร่มเพื่อการพักผ่อน
นอกจากนี้ ภายในยังมีธีมพาร์กเครื่องเล่นลมยักษ์ “นาราวันปาคุแลนด์ ฮาชะคิดส์” ที่มีทั้งบ่อบอล สไลเดอร์ และแทรมโพลีน ให้พ่อแม่ลูกได้ขยับร่างกายสนุกไปด้วยกัน

3. โรงแรมนิววากาสะ
โรงแรมที่ตั้งอยู่ในระยะเดินจากสถานีคินเท็ตสึนารา และสามารถเดินเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวหลักของนาราได้อย่างสะดวก
จากสวนบนดาดฟ้าสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเก่าและสวนนาราได้แบบกว้างไกล พร้อมเพลิดเพลินกับทัศนียภาพตามฤดูกาล อีกหนึ่งเสน่ห์คืออาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น
ห้องพักมีทั้งหมด 22 ห้อง โดยตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นและมีคอนเซ็ปต์แตกต่างกันในแต่ละห้อง
ในบรรดาห้องต่าง ๆ “ห้องพรีเมียมคิดส์รูม โคจิกะ” มีพื้นที่ประมาณ 34.7 ตารางเมตร พร้อมโซนเล่น จึงเหมาะสำหรับทริปครอบครัว

ตัวอย่างคอร์สท่องเที่ยว 2 วันแนะนำสำหรับทริปครอบครัวที่เที่ยวชมนาราได้อย่างคุ้มค่า
หากอยากเที่ยวแบบไม่เร่งเกินไป ลองดูตัวอย่างคอร์ส 2 วัน 1 คืนในนารานี้เป็นแนวทางได้
เส้นทางนี้ลดภาระการเดินทางและสามารถเที่ยวได้ด้วยขนส่งสาธารณะเท่านั้น
วันที่ 1 จะพาเที่ยวจุดยอดนิยม ส่วนวันที่ 2 จะเน้นสถานที่ในร่มที่สนุกได้แม้อากาศไม่ดี
สามารถสลับเนื้อหาของวันที่ 1 และวันที่ 2 ตามสภาพอากาศได้เช่นกัน
- วันที่ 1
- สถานีคินเท็ตสึนารา → สวนนารา → รับประทานอาหารกลางวันที่ถนนการค้าฮิงาชิมุกิ → ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ และสวนพฤกษศาสตร์มันโย → เดินเล่นนารามาจิ → ANDO HOTEL นารา วากาคุสะยามะ
- วันที่ 2
- ANDO HOTEL นารา วากาคุสะยามะ → เดินเล่นบริเวณไหล่เขาของภูเขาวากาคุสะ → พิพิธภัณฑ์ปลาทองนารา → นินจาพาร์ก สาขานารา → สถานีคินเท็ตสึนารา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวชมนารากับครอบครัว
Q
ที่นารามีสถานที่ที่เด็ก ๆ ก็สนุกได้ไหม?
มีอย่างครบครัน เช่น สวนนารา หมู่บ้านลอยฟ้า และภูเขาโยชิโนะ ที่สามารถเล่นสนุกท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้
Q
มีสถานที่ในร่มที่พาเด็กไปเล่นได้ไหม?
มีเช่นกัน เช่น นินจาพาร์ก สาขานารา และพิพิธภัณฑ์ปลาทองนารา ที่เป็นสถานที่ในร่มสำหรับพาเด็กไปสนุกได้
บทสรุป
บทความนี้ได้รวบรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและที่พักในนาราที่เหมาะกับการไปเที่ยวแบบครอบครัว
นาราเป็นเมืองที่เปิดโอกาสให้ใช้เวลาร่วมกันได้อย่างสบาย ๆ พร้อมสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
หากกำลังวางแผนทริป ลองใช้บทความด้านล่างที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและข้อมูลอาหารของนาราเป็น参考 ดูได้เช่นกัน
