เดินบนเส้นทางที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารของผู้คนท่ามกลางภูมิทัศน์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น

เดินบนเส้นทางที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารของผู้คนท่ามกลางภูมิทัศน์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่ยังคงบรรยากาศดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้ คัตสึรางิ (Katsuragi) คือดินแดนที่ชวนให้มองย้อนกลับไปไกลถึงอดีต เพราะชื่อของที่นี่ปรากฏอยู่ใน “นิฮงโชกิ” พงศาวดารเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ก่อนการเกิดขึ้นของราชสำนักยามาโตะราวศตวรรษที่ 3 พื้นที่แห่งนี้อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลผู้มีอำนาจ และค่อย ๆ หล่อหลอมวัฒนธรรมอันมั่งคั่งขึ้นมา เรื่องนี้ชวนให้จินตนาการได้ว่า “ฮิชิโอะ” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโชยุ รวมถึงวัฒนธรรมการปรุงรสจากแผ่นดินจีน น่าจะถูกถ่ายทอดมายังพื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนจะพัฒนาต่อจนกลายเป็นวัฒนธรรมอาหารเฉพาะถิ่น ดินแดนที่ผู้คนดำรงชีวิตสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีตระกูลผู้มีอำนาจเป็นศูนย์กลางแห่งนี้ ยังเป็นสถานที่ที่เก็บรากเหง้าของ “วาโชกุ” หรืออาหารญี่ปุ่นไว้อีกด้วย

เรียนรู้ความมหัศจรรย์ของการหมักจากโชยุที่บ่มในถังไม้ซีดาร์

จุดแรกที่เราไปเยือนคือโรงหมักโชยุ “คาตางามิ โชยุ” ซึ่งก่อตั้งในปี 1931 ที่นี่ใส่ใจกับวิธีการหมักแบบธรรมชาติ และตั้งใจผลิตโชยุคุณภาพดีโดยไม่เติมสารปรุงแต่งหรือปรับแต่งรสชาติเป็นพิเศษ เมื่อก้าวเข้าไปในร้านก็จะได้กลิ่นหอมของโชยุอบอวลทันที อีกทั้งยังมีการอธิบายขั้นตอนตั้งแต่การหมักไปจนถึงการบ่มอย่างละเอียด ภาพการบ่มโชยุอย่างช้า ๆ ในถังไม้โชยุที่ทำจากไม้ซีดาร์ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด ระหว่างเยี่ยมชมยังมีการชิมเปรียบเทียบโชยุหลายชนิด โดยนำไปจิ้มกับโมจิและวัตถุดิบอื่น ๆ ด้วย คุณคาตางามิผู้เป็นตัวแทนของร้านยังเป็นหัวหน้ากลุ่มวิจัยที่พยายามสร้าง “ฮิชิโอะ” อันเป็นรากของโชยุขึ้นมาใหม่ ที่นี่จึงมีจำหน่าย “โคได ฮิชิโอะ” ซึ่งพยายามถอดรสชาติในยุคที่เครื่องปรุงชนิดนี้เพิ่งถูกถ่ายทอดเข้ามาให้ใกล้เคียงที่สุด

หม้อนึ่งถั่วเหลืองที่ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง นึ่งอย่างนุ่มนวลและพิถีพิถันเพื่อดึงรสอูมามิของถั่วเหลืองออกมาได้อย่างเต็มที่
หม้อนึ่งถั่วเหลืองที่ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง นึ่งอย่างนุ่มนวลและพิถีพิถันเพื่อดึงรสอูมามิของถั่วเหลืองออกมาได้อย่างเต็มที่
ขึ้นไปบนถังขนาดใหญ่เพื่อชมโชยุที่กำลังบ่มจากด้านบน คุณยังจะได้เห็นทักษะของช่างในโรงหมักขณะคนโชยุที่ยิ่งบ่มก็ยิ่งมีสีสันและกลิ่นรสลึกขึ้น
ขึ้นไปบนถังขนาดใหญ่เพื่อชมโชยุที่กำลังบ่มจากด้านบน คุณยังจะได้เห็นทักษะของช่างในโรงหมักขณะคนโชยุที่ยิ่งบ่มก็ยิ่งมีสีสันและกลิ่นรสลึกขึ้น
ถังไม้บางใบมีความจุตั้งแต่ 3,600–5,400 ลิตร จุลินทรีย์ที่ยังคงอยู่ในถังไม้อาจสร้างโชยุรสยอดเยี่ยมขึ้นมาได้จากความบังเอิญที่คาดไม่ถึง!
ถังไม้บางใบมีความจุตั้งแต่ 3,600–5,400 ลิตร จุลินทรีย์ที่ยังคงอยู่ในถังไม้อาจสร้างโชยุรสยอดเยี่ยมขึ้นมาได้จากความบังเอิญที่คาดไม่ถึง!

ประทับใจกับการต้อนรับด้วย “เต้าหู้” จากเจ้าของร้านหญิงผู้เปี่ยมเอกลักษณ์

จุดต่อไปคือร้านอุเมโมโตะ โทฟุเท็น ร้านเก่าแก่ที่เปิดกิจการมากว่า 100 ปี ที่นี่ใช้ถั่วเหลืองญี่ปุ่นและน้ำเกลือแร่ธรรมชาติ ค่อย ๆ ผลิต “เต้าหู้” ที่เคยเป็นที่โปรดปรานของราชสำนักมาตั้งแต่โบราณด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมอย่างพิถีพิถัน เสน่ห์ของร้านอยู่ที่เจ้าของร้านหญิงผู้ร่าเริง และเมนูชิมที่มีให้เลือกหลากหลาย ก่อนตัดสินใจซื้อ คุณจะได้ลองชิมทั้งเต้าหู้ขึ้นชื่อของร้าน โดนัทเต้าหู้ เครื่องดื่มนมถั่วเหลือง และเมนูจากเต้าหู้อื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนเมนูที่ผู้ทานมังสวิรัติทานได้อย่างสบายใจนั้น มีเกือบทั้งหมด ยกเว้นแฮมเบิร์กเต้าหู้ เจ้าของร้านที่บอกว่า “ฉันอยากลองทำทุกอย่าง” ยังอาจออกสินค้าใหม่จากไอเดียที่ได้ระหว่างพูดคุยกับลูกค้าประจำอีกด้วย

สามารถมองเห็นครัวที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาผ่านเคาน์เตอร์ของร้านได้ด้วย
สามารถมองเห็นครัวที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาผ่านเคาน์เตอร์ของร้านได้ด้วย
เมนูชิมมากมาย! สินค้ายอดนิยม “คงโกโทฟุ” แนะนำให้ลองทานแบบสด ๆ เพื่อสัมผัสรสชาติและกลิ่นหอมตามธรรมชาติของถั่วเหลือง
เมนูชิมมากมาย! สินค้ายอดนิยม “คงโกโทฟุ” แนะนำให้ลองทานแบบสด ๆ เพื่อสัมผัสรสชาติและกลิ่นหอมตามธรรมชาติของถั่วเหลือง
หากมาเป็นกลุ่มใหญ่ สามารถใช้ห้องชั้น 2 เพื่อฟังการบรรยายเรื่องเต้าหู้จากเจ้าของร้านได้ บรรยากาศแบบญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ให้ความรู้สึกสบายอย่างมาก
หากมาเป็นกลุ่มใหญ่ สามารถใช้ห้องชั้น 2 เพื่อฟังการบรรยายเรื่องเต้าหู้จากเจ้าของร้านได้ บรรยากาศแบบญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ให้ความรู้สึกสบายอย่างมาก

เดินเพลินกับเสน่ห์ของคัตสึรางิในเมืองโกเซะ ดินแดนแห่งตำนาน

เพียงออกเดินเล่นไปพร้อมกับชมทิวทัศน์เชิงเขาที่แผ่กว้างอยู่เบื้องหน้า และความงดงามลึกลับของเชิงเขาคัตสึรางิ คุณก็จะพบศาลเจ้าและวัดวาเก่าแก่ที่กระจายตัวอยู่มากมายในพื้นที่แห่งนี้ ระหว่างทางยังมีคาเฟ่น่านั่งในอาคารอายุ 100 ปีที่เดิมเคยเป็นที่ทำการไปรษณีย์และได้รับการรีโนเวตใหม่ เหมาะกับการแวะพักสักครู่ หากเดินต่อไปอีกเล็กน้อย ก็มีร้านอาหารที่เสิร์ฟผักปลูกเอง รวมถึงแฮมและไส้กรอกทำมือให้ได้ลิ้มลองด้วย ลองมาเพลิดเพลินกับการเดินแบบกาสโตรโนมีในดินแดนอันยาวนานแห่งนี้ ที่คุณจะได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมอาหารที่เติบโตจากผืนดิน และผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างใกล้ชิด

อาคารหลักของศาลเจ้าทากาคาโมะที่เห็นในปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมแบบซังเก็นฉะนะงาเระสึคุริ ซึ่งมีมาตั้งแต่ราวปี 1400 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
อาคารหลักของศาลเจ้าทากาคาโมะที่เห็นในปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมแบบซังเก็นฉะนะงาเระสึคุริ ซึ่งมีมาตั้งแต่ราวปี 1400 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
Tegami café คาเฟ่ที่รีโนเวตจากที่ทำการไปรษณีย์ ลองนั่งเขียนจดหมายภายในร้านก็ดูน่าสนใจไม่น้อย
Tegami café คาเฟ่ที่รีโนเวตจากที่ทำการไปรษณีย์ ลองนั่งเขียนจดหมายภายในร้านก็ดูน่าสนใจไม่น้อย
อีกตัวเลือกที่แนะนำคือแวะไปที่ “บาร์กุ” ร้านอาหารสไตล์ฟาร์มพร้อมโรงงานทำแฮมและไส้กรอกโฮมเมด ที่นี่คุณจะได้ลิ้มลอง “หมูบาร์กุ” สูตรเฉพาะของร้าน เมนู “บาร์กุแรนชิ” ราคา 1,550 เยน
อีกตัวเลือกที่แนะนำคือแวะไปที่ “บาร์กุ” ร้านอาหารสไตล์ฟาร์มพร้อมโรงงานทำแฮมและไส้กรอกโฮมเมด ที่นี่คุณจะได้ลิ้มลอง “หมูบาร์กุ” สูตรเฉพาะของร้าน เมนู “บาร์กุแรนชิ” ราคา 1,550 เยน

สถานที่ที่สามารถสัมผัสประสบการณ์นี้ได้อยู่ที่นี่!

บทสรุป

อย่างที่ได้แนะนำไว้ในบทความนี้ นาราเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง และในศตวรรษที่ 8 ก็เคยเป็นช่วงเวลาที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นด้วย
ร่องรอยของกาลเวลาเหล่านั้นยังคงหลงเหลืออยู่ในนาราจนถึงปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบของสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
ถ้าอยากเที่ยวชมร่องรอยประวัติศาสตร์ของนาราให้เต็มอิ่ม ลองอ่านบทความนี้ควบคู่กันเพื่อดูสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในนาราเพิ่มเติมได้เลย