
13 สถานที่เดตยอดนิยมในจังหวัดชิงะ: ช่วงเวลาพิเศษท่ามกลางวิวสวยของทะเลสาบบิวะและเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์
ถ้าอยากใช้เวลาคู่กันท่ามกลางวิวที่เปลี่ยนอารมณ์ไปเรื่อย ๆ ชิงะก็เป็นจุดหมายที่ชวนมองไว้ไม่น้อย
ทะเลสาบบิวะคือหัวใจของพื้นที่แห่งนี้ และรอบ ๆ ก็เต็มไปด้วยทิวทัศน์ริมทะเลสาบ ประวัติศาสตร์ของเมืองปราสาท และภาพธรรมชาติของชนบทที่แผ่ขยายออกไป
แต่ละพื้นที่ให้บรรยากาศไม่เหมือนกัน ตั้งแต่ย่านเมืองเก่าของโอมิฮาจิมัง ปราสาทฮิโกเนะ ไปจนถึงเสาโทริอิกลางทะเลสาบของศาลเจ้าชิราฮิเงะ
ที่นี่มีสถานที่มากมายให้คู่รักได้ใช้เวลาพิเศษร่วมกัน พลางมองภาพวิวเดียวกันอย่างสบาย ๆ
ระหว่างการเดินทาง ลองใช้เวลาของคุณทั้งสองไปกับทิวทัศน์ที่พบได้เฉพาะในชิงะกัน
13 สถานที่เดตยอดนิยมที่ให้คุณสัมผัสประสบการณ์แบบชิงะ
ถ้าเริ่มจากทะเลสาบบิวะ แล้วค่อยออกไปสำรวจรอบ ๆ คุณจะเห็นว่าชิงะมีทิวทัศน์หลากหลายพอสมควร
ทั้งวิวริมทะเลสาบ ประวัติศาสตร์ของเมืองปราสาท และธรรมชาติของชนบท แต่ละพื้นที่ก็มีเสน่ห์ต่างกันออกไป
จะชมวิวสวย เดินเล่นในเมืองปราสาท หรือแวะสัมผัสงานศิลปะและงานคราฟต์ ก็ให้ความรู้สึกต่างกันไปในแต่ละจุด ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของชิงะเช่นกัน ต่อไปนี้คือสถานที่เดตหลากหลายสไตล์ที่เหมาะสำหรับใช้เวลาร่วมกัน
1. ลา โคลิน่า โอมิฮาจิมัง (เมืองโอมิฮาจิมัง)
คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่เน้นขนมญี่ปุ่นและขนมตะวันตก ดำเนินงานในฐานะแฟลกชิปของกลุ่มทาเนยะ
บนเนินเขาที่ทอดต่อจากภูเขาฮาจิมัง มีทั้งร้านขนมหลัก คาเฟ่ ร้านคาสเทลลา ฟู้ดคอร์ต และร้านเบเกอรีกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ ราวกับเป็นโลกของทาเนยะขนาดใหญ่
ภายในบริเวณมีอาคารดีไซน์โดดเด่นและร้านค้าหลากหลายแห่ง เหมาะสำหรับใช้เวลาสบาย ๆ ด้วยกัน พร้อมลิ้มรสขนมหวานที่ทำสดใหม่

2. คูน้ำฮาจิมังโบริ (เมืองโอมิฮาจิมัง)
คลองประวัติศาสตร์ในเขตเมืองปราสาทโอมิฮาจิมัง ซึ่งสร้างขึ้นเป็นคูน้ำของปราสาทฮาจิมังยามะ หนึ่งในช่วงของคลองที่ไหลล้อมภูเขาฮาจิมังยามะและไหลลงสู่ทะเลสาบบิวะก็คือฮาจิมังโบริ
ทิวทัศน์ที่เรียงรายด้วยโกดังผนังปูนสีขาว และยังคงบรรยากาศของการคมนาคมทางน้ำในอดีตเอาไว้ เคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครย้อนยุคด้วย
จะล่องเรือชมวิวจากผืนน้ำ หรือเดินเล่นสำรวจย่านรอบ ๆ ก็ได้ เป็นสถานที่ที่ช่วยให้บทสนทนาเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศเก่าแก่

3. โบราณสถานพิเศษ ปราสาทฮิโกเนะ (เมืองฮิโกเนะ)
ปราสาทบนเนินที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1622 และหอคอยหลักได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ นับเป็นหนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น
ปราสาทฮิโกเนะสร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะ เป็นปราสาทเก่าแก่ที่มีอีกชื่อว่า คอนคิโจ
เข้าชมหอคอยหลักด้านในได้ และเมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดก็จะเห็นวิวทะเลสาบบิวะที่น่าประทับใจ รอบปราสาทยังมีสวนเก็นคิวเอ็นและราคุราคุเอ็น ให้เดินชมทั้งประวัติศาสตร์และความเปลี่ยนแปลงของทิวทัศน์ไปพร้อมกัน

4. คุโระคาเบะสแควร์ (เมืองนากาฮามะ)
แหล่งท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่าของนากาฮามะ ที่ใช้ประโยชน์จากทิวทัศน์เมืองแบบดั้งเดิม
ในถนนเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมดั้งเดิม มีทั้งสถานที่ทดลองงานคราฟต์ งานศิลปะ และร้านค้ารวมตัวกันอยู่มากมาย
โดยมีพิพิธภัณฑ์แก้วคุโระคาเบะ อาคารปูนฉาบสีดำที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1900 ในฐานะสาขาธนาคารแห่งชาติแห่งที่ 130 เมืองนากาฮามะ เป็นจุดศูนย์กลาง รอบ ๆ มีร้านค้าและสถานที่ทำกิจกรรมที่รีโนเวตจากอาคารประวัติศาสตร์ ให้เดินเล่นพร้อมสนุกกับงานฝีมือและการช้อปปิ้งได้
ที่นี่ยังมีเวิร์กช็อปงานเครื่องแก้วและแกลเลอรี ให้เลือกได้ทั้งชมผลงานหรือทดลองลงมือทำเอง

5. ถนนเมตาเซควาญา (เมืองทาคาชิมะ)
จุดชมวิวในพื้นที่ทาคาชิมะทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบบิวะ โดดเด่นด้วยถนนต้นไม้ที่ทอดยาวตรงไปไกล
บนถนนสายจังหวัดโคอาราจิมากิโนะซาวะ มีต้นเมตาเซควาญาประมาณ 500 ต้นปลูกเรียงสองฝั่งถนนตลอดระยะทาง 2.4 กิโลเมตร จนได้รับชื่อว่า “ถนนเมตาเซควาญา”
วิวถนนตรงยาวกับแนวต้นไม้ที่มีเทือกเขาอยู่ไกล ๆ สร้างภาพบรรยากาศที่งดงาม เหมาะทั้งขับรถเล่นและเดินชมธรรมชาติ โดยแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ต่างกัน ทั้งสีเขียวสดในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และภาพหิมะในฤดูหนาว

6. ศาลเจ้าชิราฮิเงะ (เมืองทาคาชิมะ)
ศาลเจ้าเก่าแก่ริมทะเลสาบบิวะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในแคว้นโอมิ เสาโทริอิใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางน้ำเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมวิวและจุดพลังงานยอดนิยม
มีเสาโทริอิสีแดงชาดตั้งอยู่ในทะเลสาบฝั่งตรงข้ามถนนหมายเลข 161 ภาพที่ชวนให้นึกถึงศาลเจ้าอิสึคุชิมะในมิยาจิมะ จังหวัดฮิโรชิมะ จึงทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่า “อิสึคุชิมะแห่งโอมิ”
เสาโทริอิที่ดูราวกับลอยอยู่บนผิวน้ำกับวิวชายฝั่งโดยรอบซ้อนทับกันเป็นภาพที่สวยงาม และยังเปลี่ยนบรรยากาศไปตามช่วงเวลาอีกด้วย

7. บิวาโกะ ฮาโกดาเตะยามะ (เมืองทาคาชิมะ)
รีสอร์ตบนยอดเขาในพื้นที่ทาคาชิมะ ที่สามารถชมวิวทะเลสาบบิวะได้
ฤดูร้อนมาในบรรยากาศกรีนซีซันที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ส่วนฤดูหนาวก็เป็นลานสกีที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน
บนยอดเขามีทั้งทุ่งดอกไม้ จุดถ่ายรูป และคาเฟ่หลายแห่ง ส่วนในฤดูหนาวก็สามารถเล่นสกีและสโนว์บอร์ดท่ามกลางวิวทะเลสาบบิวะจากลานสกีได้
การนั่งกอนโดลาชมวิวทางอากาศประมาณ 8 นาที พร้อมมองทิวทัศน์ของโอคุบิวะโกะ ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่น่าจดจำ

8. บิวาโกะ เทอร์เรซ (เมืองโอสึ)
“บิวาโกะ เทอร์เรซ” เป็นเนเชอร์รีสอร์ตที่มองเห็นทะเลสาบบิวะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น จากระดับความสูงประมาณ 1,100 เมตร
เมื่อขึ้นกระเช้าโรปเวย์กระจกใสรอบด้าน 360 องศาไปยังยอดเขา คุณจะได้ชมวิวทะเลสาบแบบพาโนรามาจากเทอร์เรซที่มีทั้งระเบียงไม้และสระน้ำตื้นกว้างขวาง และหากต่อกระเช้าลิฟต์อีก 2 ช่วงขึ้นไปยังภูเขาโฮไร ก็จะได้พบวิวมุมกว้างไกลไปถึงฝั่งเกียวโตและโอซาก้า
จะนั่งคาเฟ่หรือร้านอาหารพร้อมชมวิว หรือพักผ่อนบนเด็คก็ได้ เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่ให้ใช้เวลาได้ตามสไตล์ของแต่ละคน

9. วัดมิอิเดระ (ออนโจจิ) (เมืองโอสึ)
วัดใหญ่ประจำสำนักเท็นไดจิมอนแห่งเมืองโอสึ จังหวัดชิงะ มีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมมากมาย รวมถึงคอนโดหรือวิหารหลักที่เป็นสมบัติแห่งชาติ
ภายในบริเวณวัดอันกว้างขวางมีทั้งคอนโดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ อาคารวัดจำนวนมาก และสวนอีก 4 แห่งให้ชม ที่นี่ยังเป็นจุดชมซากุระชื่อดังมาตั้งแต่อดีต โดยในฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระบานมากกว่า 1,000 ต้น และมีการประดับไฟยามค่ำคืนด้วย
บรรยากาศอันงดงามของวัดยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง จึงสามารถเดินตามรอยโลเคชันได้ภายในวัดแห่งนี้เพียงแห่งเดียว

10. อุคิมิโด (วัดมันเก็ตสึจิ) (เมืองโอสึ)
ศาลาวัดที่ยื่นออกไปเหนือน้ำ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดมันเก็ตสึจิทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบบิวะ
เนื่องจากดูราวกับลอยอยู่เหนือผิวน้ำ จึงถูกเรียกว่าอุคิมิโด และนับเป็นหนึ่งในจุดชมวิวเด่นของทะเลสาบบิวะ
ตัวศาลาตั้งอยู่ปลายสะพาน ทำให้สามารถชมวิวทะเลสาบบิวะได้ในความรู้สึกราวกับยืนอยู่บนผืนน้ำ
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน “แปดทิวทัศน์แห่งโอมิ” ในนาม “ห่านป่าร่อนลงคาตาตะ” และเป็นสถานที่ที่ผู้คนคุ้นเคยมายาวนาน พร้อมวิวทะเลสาบที่เปลี่ยนไปตามเวลาอย่างน่าประทับใจ

11. MIHO MUSEUM (เมืองโคกะ)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางหุบเขาในชิการากิ จัดแสดงศิลปะโบราณจากทั่วโลกและศิลปะญี่ปุ่น
จากอาคารต้อนรับไปยังอาคารพิพิธภัณฑ์ ต้องเดินตามทางเข้ายาวประมาณ 500 เมตรที่คั่นด้วยหุบเขา เส้นทางที่ผ่านอุโมงค์และสะพานแขวน รวมถึงสถาปัตยกรรมที่ฝังอาคารส่วนใหญ่ไว้ใต้ดิน ล้วนเป็นจุดเด่นของพื้นที่ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ
ไม่ได้มีแค่ห้องจัดแสดงเท่านั้น ระหว่างทางยังมีวิวภูเขาที่มองผ่านกระจกและช่วงเวลาสบาย ๆ ในคาเฟ่ ที่ช่วยให้คุณทั้งสองได้แบ่งปันช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน

12. สวนเซรามิกจังหวัดชิงะ (เมืองโคกะ)
สวนสาธารณะที่มีบทบาทหลากหลายเกี่ยวกับงานเซรามิก รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาชิการากิ
ภายในแบ่งออกเป็น 4 โซน เช่น พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านเซรามิก พื้นที่จัดแสดง และสตูดิโอสร้างสรรค์ สามารถชมผลงานเครื่องปั้นดินเผาชิการากิและเลือกซื้อสินค้าในร้านได้ นอกจากนี้ยังมีลานกลางแจ้งที่ตั้งผลงานขนาดใหญ่ และใช้เป็นสวนธรรมชาติสำหรับเดินเล่นได้ด้วย
เสน่ห์อีกอย่างคือการได้ใช้เวลาในพื้นที่กว้างขวาง พร้อมสัมผัสทั้งงานจัดแสดงและธรรมชาติไปด้วยกัน

13. วัดเอ็นเรียคุจิ บนภูเขาฮิเอซัง ศูนย์กลางนิกายเท็นได (เมืองโอสึ)
วัดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ครอบคลุมทั่วภูเขาฮิเอซังซึ่งสูง 848 เมตร ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 788 โดยไซโจ ผู้ก่อตั้งนิกายเท็นได
พื้นที่แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โทโดะ ไซโตะ และโยกาวะ ภายในภูเขามีอาคารวัดกระจายอยู่มากกว่า 100 แห่ง
มีทั้งอาคารประวัติศาสตร์อย่างคอนปนจูโดซึ่งเป็นวิหารหลัก และทางเดินแสวงบุญที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ให้คุณได้สัมผัสทั้งศรัทธาและประวัติศาสตร์ระหว่างเดินเที่ยวรอบภูเขา
ท่ามกลางทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ที่นี่เหมาะสำหรับใช้เวลาเงียบสงบร่วมกันระหว่างเดินไปตามทางวัด

ปิดท้ายเดตได้อย่างลงตัว! 3 จุดชมวิวกลางคืนในชิงะที่อยากชวนไปยามค่ำ
พอแสงเย็นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นค่ำ ทะเลสาบบิวะก็ให้บรรยากาศอีกแบบหนึ่งที่น่าลองแวะดู
แสงไฟที่สะท้อนบนผิวน้ำและแสงจากเมืองท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบ จะเผยให้เห็นอีกบรรยากาศที่ต่างจากตอนกลางวัน
จะล่องเรือรับลมยามค่ำ หรือชมวิวระยิบระยับจากริมทะเลสาบก็ชวนประทับใจ
ต่อไปนี้คือจุดชมวิวกลางคืนในชิงะ ที่เหมาะสำหรับปิดท้ายวันเดตพร้อมดื่มด่ำกับความทรงจำของวันนั้นด้วยกัน
1. น้ำพุดอกไม้บิวะโกะ (เมืองโอสึ)
จุดชมน้ำพุชื่อดังกลางทะเลสาบนอกท่าเรือโอสึ หนึ่งในแลนด์มาร์กของทะเลสาบบิวะ
บนแนวกันคลื่นมีน้ำพุทั้งหมด 66 จุดเรียงยาวประมาณ 440 เมตร และพุ่งขึ้นได้สูงสุดประมาณ 40 เมตร จึงเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่อลังการ
ยามค่ำคืนน้ำพุจะสว่างไสวด้วยแสง 3 สี ได้แก่ สีใส สีเขียว และสีส้ม ให้บรรยากาศราวกับดอกไม้ไฟ
เมื่อแสงสะท้อนลงบนผิวน้ำ ก็ยิ่งเพิ่มความโรแมนติกและชวนให้ใช้เวลาอย่างผ่อนคลายริมทะเลสาบ

2. มิชิแกนครูซ เรือท่องเที่ยวทะเลสาบบิวะ (เมืองโอสึ)
เรือท่องเที่ยวสุดฮิตที่ออกจากท่าเรือโอสึ ให้คุณเพลิดเพลินกับการล่องเรือในทะเลสาบบิวะ
มิชิแกนครูซเป็นคอร์สล่องเรือชมวิวทางตอนใต้ของทะเลสาบบิวะ โดยนั่งเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ออกจากท่าเรือโอสึ
บนเรือมีทั้งการแสดงดนตรีสดและอาหารแบบบุฟเฟต์ (ต้องจองล่วงหน้า) อีกทั้งจากดาดฟ้ายังชมวิวเปิดกว้างแบบกลางทะเลสาบได้อย่างเต็มที่ พอตกกลางคืน แสงไฟบนเรือที่ประดับสวยงามจะยิ่งกลมกลืนกับวิวทะเลสาบ สร้างบรรยากาศพิเศษสำหรับใช้เวลาสบาย ๆ

3. สะพานบิวะโกะโอฮาชิ (เมืองโอสึ / เมืองโมริยามะ)
สะพานยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตรที่เชื่อมเมืองโอสึกับเมืองโมริยามะ และพาดข้ามทะเลสาบบิวะ
ด้วยรูปทรงสะพานที่เป็นเส้นโค้งนุ่มนวลและยกสูงตรงช่วงกลาง ทำให้ระหว่างข้ามสะพานสามารถมองเห็นวิวโดยรอบได้อย่างกว้างไกล
จึงเหมาะกับการขับรถชมวิวแบบพาโนรามาเต็มอิ่ม ทั้งผิวน้ำของทะเลสาบบิวะที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามเวลา และทิวทัศน์เมืองฝั่งตรงข้าม
ยามค่ำ แสงไฟจากเมืองจะสะท้อนบนผิวน้ำ กลายเป็นภาพโรแมนติกที่เหมาะสำหรับปิดท้ายการขับรถเดต

ถ้าจะไปดินเนอร์กับคนพิเศษต้องที่นี่! 3 ร้านอาหารแนะนำในชิงะ
หลังจากเที่ยวมาทั้งวัน ดินเนอร์ก็เป็นอีกช่วงที่ทำให้บรรยากาศของเดตค่อย ๆ ต่อเนื่องได้ดี
ชิงะมีทั้งร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเนื้อโอมิ รวมถึงร้านที่ให้คุณนั่งทานอาหารในบรรยากาศสงบสบาย
จะเลือกนั่งชมวิวริมทะเลสาบ หรือใช้เวลาพูดคุยกันเงียบ ๆ ในพื้นที่สงบ หากเลือกร้านให้เข้ากับช่วงเวลานั้น ดินเนอร์ของคุณทั้งสองก็น่าจะยิ่งน่าประทับใจขึ้น
1. ร้านเนื้อโอมิ โมริชิมะ สาขาหลักโอมิฮาจิมัง (เมืองโอมิฮาจิมัง)
ร้านเฉพาะทางเนื้อโอมิเก่าแก่ในโอมิฮาจิมัง
จุดต่างสำคัญจากร้านเนื้อโอมิแห่งอื่นคือ ที่นี่ใช้เนื้อโอมิจากฟาร์มของตัวเอง ซึ่งเลี้ยงอย่างพิถีพิถันนานประมาณ 2 ปีครึ่ง
เนื้อที่มีลายไขมันสวยงามนุ่มละลายในปาก พร้อมรสหวานของน้ำเนื้อ สามารถลิ้มลองเนื้อโอมิได้หลากหลายรูปแบบทั้งแบบคอร์สและเมนูจานเดี่ยว อีกทั้งยังเหมาะกับการนั่งทานอาหารอย่างผ่อนคลายในบรรยากาศสงบ

2. ฮิระซันโซ (เมืองโอสึ)
เริ่มต้นกิจการในฐานะที่พักสำหรับนักปีนเขา หน้าทางเข้าสู่วัดเมียวโออินและศาลเจ้าจินุชิ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านหลังภูเขาฮิเอซัง
ที่นี่ให้คุณดื่มด่ำกับอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากชิงะ เช่น จากเทือกเขาฮิระและทะเลสาบบิวะ ในพื้นที่คุณภาพสูงที่สะท้อนความงามของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น
เมนูมีทั้งผักภูเขา ปลาแม่น้ำ และวัตถุดิบตามฤดูกาล ให้ลิ้มรสความอร่อยประจำฤดูได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการใช้เวลารับประทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ

3. โคริอัน (เมืองทาคาชิมะ)
เรียวกังพร้อมอาหารที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบิวะ ให้คุณเพลิดเพลินกับมื้ออาหารควบคู่ไปกับวิวทะเลสาบ
ภายในร้านมีหน้าต่างบานใหญ่เต็มผนัง ทำให้ไม่ว่าจะนั่งเคาน์เตอร์หรือโต๊ะ ก็สามารถมองเห็นทะเลสาบบิวะอันกว้างใหญ่ได้
เมนูเน้นไคเซกิที่นำของดีจากทะเลสาบบิวะมาใช้ โดยมีฟุนะซูชิ อาหารพื้นถิ่นดั้งเดิมของโอมิเป็นไฮไลต์ เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืนแบบคอร์สเท่านั้นและต้องจองล่วงหน้า โดยสามารถมาใช้บริการเฉพาะมื้ออาหารได้
เหมาะสำหรับนั่งทานอาหารอย่างสบาย ๆ ไปพร้อมกับชมวิวทะเลสาบและปล่อยเวลาให้ไหลไปอย่างผ่อนคลาย

3 ที่พักในชิงะที่อยากชวนไปค้างคืนในวันครบรอบหรือวันพิเศษ
ถ้าอยากให้วันพิเศษค่อย ๆ ต่อเนื่องไปอีกสักหน่อย การค้างคืนในชิงะก็ดูเข้ากับบรรยากาศได้ดี
ชิงะมีทั้งห้องพักที่มองเห็นวิวทะเลสาบบิวะ และที่พักบรรยากาศสงบสำหรับการพักผ่อนอย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะเป็นเวลานั่งชมวิวกลางคืน หรือช่วงแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายทั้งกายและใจ ก็เป็นอีกวิธีใช้เวลาแบบเฉพาะตัวของพื้นที่นี้
ต่อไปนี้คือที่พักในชิงะที่เหมาะสำหรับให้คุณทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเงียบสงบ
1. โรงแรมบิวะโกะ (เมืองโอสึ)
รีสอร์ตโฮเทลริมทะเลสาบบิวะ ที่ให้คุณดื่มด่ำกับวิวทะเลสาบได้อย่างเต็มที่ มีห้องพัก 5 ประเภท และทุกห้องสามารถมองเห็นทะเลสาบบิวะได้แบบเต็มสายตา
ภายในมีทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นและตะวันตก รวมถึงบาร์ ให้คุณเพลิดเพลินกับเมนูที่ใช้เนื้อโอมิและวัตถุดิบจากชิงะ อีกทั้งยังมีห้องอาบน้ำรวมและบ่ออาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นทะเลสาบ ช่วยให้ใช้เวลาพักผ่อนได้อย่างสบาย
ไม่ว่าจะอยู่ในห้องพักหรือมุมต่าง ๆ ภายในโรงแรม ก็สามารถเพลิดเพลินกับวิวทะเลสาบที่แผ่กว้างและสัมผัสบรรยากาศพิเศษที่ต่างจากชีวิตประจำวัน

2. บิวะโกะ โอสึ ปรินซ์ โฮเทล (เมืองโอสึ)
โรงแรมสูง 38 ชั้นริมทะเลสาบบิวะ ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง เคนโซะ ทังเงะ
ห้องพักแบ่งเป็น 3 ชั้นธีม ได้แก่ EIZAN Floor, Sky Floor และ Lake Floor ไม่ว่าจะพักห้องไหนก็สามารถผ่อนคลายไปกับวิวทะเลสาบบิวะและแนวภูเขาอย่างเทือกเขาฮิระได้
ภายในโรงแรมมีร้านอาหารและบาร์หลากหลาย ให้เลือกตามบรรยากาศที่ต้องการ อีกทั้งยังมีบริการเช่าจักรยานสำหรับปั่นเที่ยวรอบ ๆ พร้อมรับลมริมทะเลสาบ
ด้วยความโปร่งโล่งในแบบโรงแรมชั้นสูง ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการเข้าพักพร้อมชมวิวทะเลสาบและเมืองจากมุมสูง

3. ยุโมโตะคัง (เมืองโอสึ)
ที่พักออนเซ็นในโอโกโตะออนเซ็น ซึ่งมีประวัติยาวนาน 1,200 ปี ให้คุณเพลิดเพลินกับการแช่น้ำพร้อมชมวิวทะเลสาบบิวะ
จากบ่ออาบน้ำกลางแจ้งและห้องอาบน้ำรวมบนชั้นบนสุด สามารถมองเห็นทั้งทะเลสาบบิวะและภูเขาฮิเอซัง ขณะที่ห้องพักก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งห้องสไตล์ญี่ปุ่นและห้องพร้อมบ่ออาบน้ำกลางแจ้งส่วนตัว
อีกหนึ่งจุดน่าสนใจคือมีบ่ออาบน้ำแบบส่วนตัวให้ใช้เวลาแช่น้ำอย่างเป็นส่วนตัวได้ด้วย
เหมาะสำหรับการใช้เวลาสบาย ๆ ทั้งกับออนเซ็น อาหาร และห้องพัก เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับวันครบรอบเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานที่เดตในชิงะ
Q
ถ้าจะเดตในชิงะ พื้นที่ไหนน่าไปที่สุด?
สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ต้องการ เช่น รอบทะเลสาบบิวะ ย่านเมืองปราสาทอย่างโอมิฮาจิมังและฮิโกเนะ ธรรมชาติสวย ๆ ในพื้นที่ทาคาชิมะ หรือบริเวณริมทะเลสาบและวัดในพื้นที่โอสึ หากอยากเน้นชมวิว แนะนำทาคาชิมะ หากอยากเดินเล่นในเมือง แนะนำโอมิฮาจิมังหรือฮิโกเนะ และถ้าให้ความสำคัญกับการเดินทางสะดวก บริเวณโอสึก็เหมาะมาก
Q
เที่ยวเดตในชิงะควรมีรถไหม?
บางพื้นที่สามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะได้ แต่สถานที่อย่างถนนเมตาเซควาญา, MIHO MUSEUM และพื้นที่ชิการากิ จะเดินทางสะดวกกว่าหากมีรถ หากวางแผนเที่ยวหลายจุด การเช่ารถจะช่วยให้เดินทางได้ราบรื่นกว่า
Q
มีไอเดียการเดตในวันครบรอบที่แนะนำไหม?
แพลนยอดนิยมคือไปเที่ยวจุดชมวิวทะเลสาบบิวะในช่วงกลางวัน แล้วช่วงค่ำค่อยใช้เวลาสบาย ๆ ที่ร้านอาหารริมทะเลสาบหรือที่พัก หากเพิ่มกิจกรรมอย่างล่องเรือหรือแช่ออนเซ็นเข้าไป ก็จะยิ่งทำให้เป็นช่วงเวลาพิเศษมากขึ้น
Q
ฤดูไหนเหมาะกับการเดตในชิงะมากที่สุด?
ฤดูใบไม้ผลิเหมาะกับการชมซากุระ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีและเดตแบบเน้นวิว ฤดูร้อนมีเสน่ห์เรื่องทิวทัศน์ริมทะเลสาบและกิจกรรมต่าง ๆ ขณะที่ฤดูหนาวอากาศปลอดโปร่ง เหมาะกับการชมวิวกลางคืนและบรรยากาศเงียบสงบ แต่ละฤดูก็มีความน่าสนใจต่างกันไป
บทสรุป
ชิงะเป็นจังหวัดที่ค่อย ๆ เที่ยวได้เพลิน ทั้งวิวสวย เมืองเก่าแก่ งานศิลปะ และประสบการณ์งานคราฟต์ โดยมีทะเลสาบบิวะเป็นศูนย์กลาง
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ตรงที่แต่ละพื้นที่ให้ทิวทัศน์และจังหวะเวลาต่างกันไป ตั้งแต่วิวริมทะเลสาบ วิวยามค่ำคืน มื้ออาหาร ไปจนถึงช่วงเวลาพักผ่อนในที่พัก แต่ละช่วงของวันล้วนเชื่อมต่อกันเป็นเวลาพิเศษได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ช่วงเวลาที่ได้ใช้ในชิงะน่าจะกลายเป็นความทรงจำที่ทิ้งความประทับใจอบอุ่นไว้ในทริปของคุณทั้งสองอย่างแน่นอน