ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเมืองนางาซากิ ร่องรอยการค้าขายกับจีนตั้งแต่สมัยเอโดะยังคงหลงเหลืออยู่ พื้นที่ที่ถมทะเลขึ้นมาเพื่อสร้างโกดังเก็บสินค้าจากเรือจีนถูกเรียกว่า ชินจิโซโช และปัจจุบันบริเวณใจกลางไชน่าทาวน์ก็ยังมีศิลาจารึกที่ระลึกถึงสถานที่เดิมแห่งนี้ตั้งอยู่
ทางเข้าทั้ง 4 ด้านของไชน่าทาวน์มีซุ้มประตูจีนสีแดงชาดอันสง่างาม ซึ่งสร้างขึ้นโดยเชิญช่างฝีมือและวัสดุจากเมืองฝูโจว ประเทศจีนมาโดยตรง ใช้กระเบื้องหลังคาแบบจีน และตั้งอยู่ตามทิศตะวันออก ตะวันตก ใต้ เหนืออย่างแม่นยำตามหลักฮวงจุ้ย ประตูเก็มบุมงทางทิศเหนือเชิญพลังแห่งน้ำ ประตูซูซากุมงทางทิศใต้เชิญพลังแห่งไฟ และทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทิศอัปมงคล มีวัดโซฟุกุจิซึ่งเป็นวัดของชาวจีนโพ้นทะเล ช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี
ชินจิไชน่าทาวน์เป็นหนึ่งใน 3 ไชน่าทาวน์ใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วมกับโกเบและโยโกฮามะ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่และเดินเที่ยวได้สะดวก แต่ตลอดแนวถนนสี่แยกที่ทอดยาวรวมประมาณ 250 เมตรทั้งแนวตะวันออก–ตะวันตกและเหนือ–ใต้ ก็เรียงรายไปด้วยร้านประมาณ 40 แห่ง ทั้งร้านอาหารจีน ขนมจีน และสินค้าจุกจิกสไตล์จีน
มาเดินแถวนี้เมื่อไร ก็ได้ลิ้มลองจัมปงและซาระอุด้งกันก่อน แล้วค่อยเพลิดเพลินกับของกินเล่นอย่าง “ฮาโตชิ” ขนมปังสอดไส้กุ้งบดแล้วนำไปทอด หรือ “คาคุนิมันจู” ซาลาเปาที่夹หมูสามชั้นตุ๋นนุ่มละลายในปาก
จุดเด่น
-
เดินผ่านประตูทิศใต้ไป จะพบสวนมินาโตะซึ่งเป็นสถานที่หลักของเทศกาลโคมไฟ
-
ตามร้านค้าต่าง ๆ จะมีลวดลายมงคลแบบจีนประดับอยู่ เช่น เทพฟุคุโระคุจุ สนไผ่บ๊วย และมังกร
-
ส่วนขนมจีน “โยริโยริ” และเค้กนึ่งสไตล์จีน “มาราคาโอ” ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
-
ด้านหลังซุ้มประตูจีน มีการแกะสลักเทพผู้พิทักษ์ประตู ได้แก่ ชิงหลง ไป๋หู่ เสวียนอู่ และจูเชวี่ย
-
พอถึงช่วงเทศกาลโคมไฟ บริเวณนี้จะประดับประดาด้วยโคมหลากสีอย่างสวยงาม