แสงของ “วะโระโซคุ” (Warosoku) ให้บรรยากาศอบอุ่นด้วยเปลวไฟที่ไหวระยิบอย่างเป็นเอกลักษณ์ เทียนแบบดั้งเดิมเฉพาะของญี่ปุ่นชนิดนี้ทำจากขี้ผึ้งพืช และนิยมใช้ในพิธีทางพุทธศาสนา พิธีชงชา ศิลปะการแสดงบนเวที รวมถึงเป็นแสงสว่างภายในบ้าน สีแดงใช้ในงานมงคล ส่วนสีขาวใช้ในงานไว้อาลัย มีหลายประเภททั้งแบบทรงเรียว แบบขนาดใหญ่ และแบบที่มีระยะเวลาการเผาไหม้ต่างกัน ในบรรดานั้น “เอะโระโซคุ” เป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมที่ผลิตในเกียวโต ฟุกุอิ และไอสึ และยังได้รับความนิยมในฐานะของขวัญหรือของประดับสำหรับชื่นชมอีกด้วย
ต้นกำเนิดย้อนกลับไปถึงขี้ผึ้งจากจีนที่เข้ามาในสมัยนาระ (ค.ศ. 710–794) ต่อมาในสมัยเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) ก็เริ่มมีแบบที่ใช้ยางสนเป็นวัตถุดิบ และในสมัยมุโรมาจิ (ค.ศ. 1336–1573) วิธีการผลิตที่ใช้ผลฮะเซะเป็นวัตถุดิบก็แพร่หลายมากขึ้น ตั้งแต่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1867) จนถึงยุคเมจิ (ค.ศ. 1868–1912) จึงถูกใช้อย่างกว้างขวางในพิธีทางพุทธศาสนาและพิธีชงชา ใช้บนเวทีโนห์และคาบูกิด้วยเช่นกัน จนกลายเป็นแสงสว่างที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน
วัตถุดิบหลักคือขี้ผึ้งพืชที่ได้จากผลฮะเซะ เมื่อเทียบกับเทียนแบบตะวันตกที่ใช้วัตถุดิบจากปิโตรเลียม วะโระโซคุมีควันน้อยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า วิธีทำคือใช้ไส้เทียนที่ม้วนด้วยกระดาษวาชิเสียบกับไม้ไผ่ แล้วทาขี้ผึ้งซ้ำเป็นชั้น ๆ เพื่อขึ้นรูป เนื่องจากช่างฝีมือทำทีละเล่มด้วยมือ จึงทำให้แต่ละเล่มมีลักษณะและการเผาไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ พื้นผิวที่ขัดอย่างประณีตยังมีความเงางาม ช่วยขับให้การไหวของเปลวไฟเด่นยิ่งขึ้น
แม้ในปัจจุบันที่ไฟฟ้าและ LED แพร่หลาย วะโระโซคุก็ยังเป็นที่ชื่นชอบในฐานะแสงสว่างที่ช่วยสร้างช่วงเวลาอันเงียบสงบ การไหวของเปลวไฟช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย และสอดคล้องกับสุนทรียะความงามแบบญี่ปุ่นและแนวคิดวะบิซะบิ ช่วงหลังมานี้ยังถูกนำไปใช้ในเรียวกัง ห้องชงชา และการตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย
จุดเด่น
-
ขี้ผึ้งพืชที่ใช้ทำให้เกิดเปลวไฟไหวระยิบอย่างอบอุ่น
-
พบเห็นได้ในการใช้งานหลากหลาย ทั้งพิธีทางพุทธศาสนา พิธีชงชา และศิลปะการแสดงบนเวที
-
สีแดงใช้ในงานมงคล ส่วนสีขาวใช้ในงานไว้อาลัย ขณะที่เอะโระโซคุเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิม
-
ผลิตจากผลฮะเซะ มีควันน้อย และเป็นงานทำมือที่ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์
-
ปัจจุบันก็ยังถูกนำมาใช้ในที่พักและบ้านเรือน ในฐานะแสงสว่างที่ช่วยเยียวยาจิตใจ